
19 สถานที่ท่องเที่ยวในโยโกฮามะที่ไม่ควรพลาด
ลมทะเลกับแสงไฟของเมืองท่าที่ดูทันสมัย ทำให้ “โยโกฮามะ (Yokohama)” มีเสน่ห์ชวนให้นึกถึงต่างแดนอยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเป็นมินาโตะมิไร 21 (ชื่อเรียกทั่วไป: มินาโตะมิไร) ไชน่าทาวน์โยโกฮามะ หรือโกดังอิฐแดง ก็มีแหล่งท่องเที่ยวให้เดินเล่น พร้อมอิ่มอร่อยและช้อปปิ้งได้เต็มที่
บทความนี้รวบรวมตั้งแต่จุดที่ต้องไป ไปจนถึงร้านดังและที่พักยอดนิยม เพื่อให้แม้มาโยโกฮามะครั้งแรกก็เก็บบรรยากาศและเสน่ห์ของเมืองได้ครบถ้วน
ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทาง แล้วออกไปเที่ยวโยโกฮามะให้เต็มที่กัน
โยโกฮามะเป็นสถานที่แบบไหน?
โยโกฮามะเป็นเมืองหลวงของจังหวัดคานากาวะ และเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่นรองจากโตเกียว
เมืองนี้เติบโตขึ้นในฐานะเมืองท่าริมอ่าวโตเกียว จึงมีเสน่ห์จากการผสานประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างพอดี
ด้วยการหลั่งไหลของวัฒนธรรมต่างชาติ ทำให้เกิดทัศนียภาพและบรรยากาศแบบต่างแดนที่เป็นเอกลักษณ์ ขณะเดียวกันก็ยังคงร่องรอยประวัติศาสตร์ของเมืองท่าไว้ และมีตึกสูงรวมถึงศูนย์การค้ามากมายเรียงราย ให้สัมผัสความทันสมัยได้ด้วย
โดยเฉพาะย่านมินาโตะมิไรซึ่งเป็นพื้นที่สัญลักษณ์ของโยโกฮามะ และเมื่อถึงกลางคืน วิวที่นี่ชวนตะลึงอย่างมาก
แสงจากกลุ่มอาคารและแสงที่สะท้อนบนผิวน้ำทะเลสร้างเป็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่งดงาม ทำให้บรรยากาศรอบ ๆ โรแมนติกเป็นพิเศษ
เหมาะทั้งสำหรับท่องเที่ยว เดต หรือเดินเล่น

ฤดูท่องเที่ยวที่แนะนำในโยโกฮามะคือช่วงไหน?
โยโกฮามะมีจุดน่าเที่ยวมากมาย จึงเที่ยวได้สนุกตลอดทั้ง 4 ฤดู
เช่น ฤดูใบไม้ผลิสามารถชมวิวสวย ๆ ของดอกไม้ที่บานสะพรั่งที่สวนซังเคเอ็นซึ่งมีสวนญี่ปุ่น หรือฤดูหนาวก็มีคริสต์มาสมาร์เก็ตที่จัดที่โกดังอิฐแดง เป็นต้น เรียกได้ว่ามีอีเวนต์หลากหลายตามฤดูกาล
ก่อนเที่ยวโยโกฮามะ ลองเช็กว่าในช่วงนั้นมีงานอะไรจัดอยู่บ้าง จะช่วยให้ทริปสนุกขึ้นแน่นอน
ตัวอย่างการแต่งกายตามฤดูกาลในโยโกฮามะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): แนะนำแจ็กเก็ตบาง ๆ กับสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): แต่งสบาย ๆ ด้วยเสื้อผ้าเนื้อบางและเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบางหรือโค้ตบางก็เอาอยู่
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ตเป็นหลัก เสริมสเวตเตอร์หรือแจ็กเก็ตเนื้อหนา
เดินทางไปโยโกฮามะอย่างไร?
สถานีหลักของโยโกฮามะคือสถานีโยโกฮามะ ซึ่งมีรถไฟ 6 บริษัทมากที่สุดในญี่ปุ่นให้บริการ ได้แก่ JR, เคคิว, โทคิวโทโยโกะ, โซเท็ตสึ, รถไฟใต้ดินเทศบาลเมืองโยโกฮามะ และสายมินาโตะมิไร ทำให้เดินทางสะดวกมาก
นอกจากนี้ ภายในเมืองโยโกฮามะยังมีสถานีชินโยโกฮามะ ซึ่งเป็นสถานีที่ชินคันเซ็นสายโทไคโดจอด ทำให้เดินทางจากแถบคันไซ เช่น เกียวโตหรือโอซาก้า ได้อย่างราบรื่น
- การเดินทางจากสถานีโตเกียวไปสถานีโยโกฮามะ
- ประมาณ 25 นาที
- การเดินทางจากสถานีเกียวโตไปสถานีชินโยโกฮามะ
- ชินคันเซ็นประมาณ 1 ชั่วโมง 55 นาที
- การเดินทางจากสถานีชินโอซาก้าไปสถานีชินโยโกฮามะ
- ชินคันเซ็นประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที
การเดินทางหลักในการเที่ยวโยโกฮามะ
มีทั้งรถไฟ รถบัส และรถไฟใต้ดินครบครัน การเดินทางภายในเมืองจึงสะดวกมาก
โดยเฉพาะสายมินาโตะมิไรที่เชื่อมจากสถานีโยโกฮามะไปถึงโมโตมาจิ-ไชน่าทาวน์ เหมาะสำหรับไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังแนะนำให้ใช้รถบัสท่องเที่ยวแบบวนรอบ เช่น “Akai Kutsu” และ “BAYSIDE BLUE” เพื่อเที่ยวตามจุดดังได้ง่ายขึ้น
หากอยากเที่ยวโยโกฮามะให้คุ้มและมีประสิทธิภาพ ลองดูบทความด้านล่างเป็นข้อมูลประกอบด้วย
คัดมาเน้น ๆ สำหรับมือใหม่! 19 สถานที่ท่องเที่ยวในโยโกฮามะ
โยโกฮามะเป็นเมืองที่เพลิดเพลินได้ทั้งบรรยากาศต่างแดน วิวทะเลโปร่งสบาย อาหารหลากหลาย และกิจกรรมพักผ่อนมากมาย
เริ่มจาก “มินาโตะมิไร” ที่รวมแหล่งท่องเที่ยวหลักไว้ ไปจนถึงรอบสถานีโยโกฮามะและโซนชานเมืองที่ก็มีจุดน่าแวะกระจายอยู่เช่นกัน
ครั้งนี้เราคัดเฉพาะสถานที่ที่อยากแนะนำเป็นพิเศษมาให้รู้จัก
1. สวนยามาชิตะ
สวนสาธารณะริมทะเลที่อยู่ห่างจากไชน่าทาวน์โยโกฮามะเดินไม่นาน เปิดให้บริการในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1930 โดยถมทะเลด้วยเศษซากจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโต
พื้นที่ประมาณ 7.4 เฮกตาร์ มีทางเดินเล่นกว้าง ๆ แปลงดอกไม้ น้ำพุ ฯลฯ เป็นที่พักผ่อนของชาวเมืองและนักท่องเที่ยว
มองเห็นวิวสวยงามที่เป็นตัวแทนของโยโกฮามะ เช่น ท่าเรือโยโกฮามะและกลุ่มอาคารอย่างแลนด์มาร์กทาวเวอร์ ทั้งกลางวันและวิวกลางคืนก็ได้รับความนิยม

2. โกดังอิฐแดงโยโกฮามะ
โกดังอิฐแดงที่เคยเป็นโกดังล้ำสมัยซึ่งญี่ปุ่นภาคภูมิใจในระดับโลก ตั้งแต่ยุคเมจิจนถึงไทโช
ปัจจุบันเป็นแหล่งวัฒนธรรมและช้อปปิ้ง โดยใช้โกดัง 2 หลังที่คงบรรยากาศเดิมไว้ ภายในมีร้านค้า ร้านอาหาร และฮอลล์อเนกประสงค์

3. ไชน่าทาวน์โยโกฮามะ
“ไชน่าทาวน์โยโกฮามะ” หนึ่งในไชน่าทาวน์ 3 แห่งที่ใหญ่และมีชื่อเสียงของญี่ปุ่น เป็นย่านที่เต็มไปด้วยร้านอาหารจีนมากมายเรียงราย
ตั้งแต่อาหารราคาเข้าถึงง่ายแบบซื้อกลับบ้านหรือบุฟเฟต์ ไปจนถึงอาหารจีนแท้ ๆ ก็เลือกสนุกได้ตามงบประมาณ
ยังมีร้านของฝากครบครัน ทั้งวัตถุดิบอร่อยสไตล์จีนและของจุกจิกต่าง ๆ

4. ถนนช้อปปิ้งโยโกฮามะโมโตมาจิ
ย่านการค้าที่พัฒนาขึ้นจากการรวมตัวของร้านค้าสำหรับชาวต่างชาติ ตั้งแต่ช่วงเปิดท่าเรือโยโกฮามะเมื่อกว่า 150 ปีก่อน
ถนนหลักยาว 600 เมตรที่อบอวลด้วยบรรยากาศแบบยุโรปอันหรูหรา มีร้านแฟชั่น ร้านของใช้ ร้านอินทีเรียร์ และร้านเครื่องประดับหลากหลายสไตล์เรียงราย
นอกจากถนนหลักแล้วตรอกด้านหลังก็มีร้านเด่น ๆ มากมาย แนะนำให้เผื่อเวลาไว้เดินให้เต็มอิ่ม

5. คัพนูดเดิลมิวเซียม โยโกฮามะ
พิพิธภัณฑ์ที่ให้สัมผัส “การคิดเชิงสร้างสรรค์” ของอันโด โมโมฟุกุ ผู้ก่อตั้งนิชชินฟู้ดส์และผู้คิดค้นราเมนกึ่งสำเร็จรูปรายแรกของโลก ผ่านนิทรรศการหลากหลายรูปแบบ
กิจกรรมยอดนิยมคือ “Chicken Ramen Factory” ที่ทำตั้งแต่ขั้นนวดแป้ง และ “My CUPNOODLES Factory” ที่ทำคัพนูดเดิลสูตรออริจินัลของตัวเองได้

6. โยโกฮามะคอสโมเวิลด์
สวนสนุกแนวเมืองแบบสามมิติที่รวมเครื่องเล่นหลากหลาย ตั้งแต่ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่และรถไฟเหาะสุดเร้าใจ ไปจนถึงเกม บ้านผีสิง แอทรักชัน VR/3D รวมถึงม้าหมุนและรถคาแรคเตอร์ที่เด็ก ๆ ก็สนุกได้
ชิงช้าสวรรค์ “Cosmo Clock 21” เป็นแอทรักชันยอดนิยม ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีในการชมวิวจากฟ้า และสามารถมองเห็นแลนด์มาร์กของโยโกฮามะได้รอบด้าน

7. ท่าเรือโยโกฮามะ โอซังบาชิ อินเตอร์เนชันแนล พาสเซนเจอร์ เทอร์มินอล
เทอร์มินอลเรือโดยสารที่เรือสำราญจากทั่วโลกแวะเทียบท่า
ชั้น 1 เป็นที่จอดรถ ชั้น 2 เป็นล็อบบี้ตรวจคนเข้าออกและฮอลล์ ส่วนดาดฟ้ามีลานและเด็กรับส่ง
ดาดฟ้าออกแบบให้สื่อถึงคลื่นทะเล ภายในอาคารเป็นโครงสร้างโปร่งโล่งไร้เสากั้น
บนดาดฟ้าที่ชมทะเลและเรือได้ ยังมีการจัดอีเวนต์หลากหลาย

8. YOKOHAMA AIR CABIN
“YOKOHAMA AIR CABIN” เชื่อมระหว่าง “สถานีซากุระกิโจ” หน้า JR ซากุระกิโจ กับ “สถานีอุงกะพาร์ค” ที่อุงกะพาร์คในย่านชินมินาโตะ
ระยะทางรวมประมาณ 630 เมตร ความสูงสูงสุดประมาณ 40 เมตร ใช้เวลาเดินทางเที่ยวเดียวประมาณ 5 นาที
จากในกระเช้าสามารถชมชิงช้าสวรรค์ “Cosmo Clock 21” ที่โยโกฮามะคอสโมเวิลด์ และ “Yokohama Grand InterContinental Hotel” รวมถึงทิวทัศน์เมืองสวย ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของโยโกฮามะและมินาโตะมิไร

9. ซังเคเอ็น
สวนญี่ปุ่นที่สร้างโดยฮาระ ซังเค ผู้เป็นทั้งนักธุรกิจและผู้รักศิลปวัฒนธรรม
ภายในพื้นที่กว้างประมาณ 175,000 ตารางเมตร มีอาคารสำคัญทางวัฒนธรรมของชาติที่ย้ายมาจากเกียวโต คามาคุระ ฯลฯ จัดวางไว้อย่างลงตัว
ในสวนมีดอกไม้หลากหลายตามฤดูกาล และมีการจัดงานเพื่อชมดอกไม้เหล่านั้นด้วย

10. โยโกฮามะ ฮักเคจิมะ ซีพาราไดซ์
“โยโกฮามะ ฮักเคจิมะ ซีพาราไดซ์” (Yokohama Hakkeijima Sea Paradise) ในเขตคานาซาวะ เมืองโยโกฮามะ เป็นศูนย์พักผ่อนทางทะเลแบบครบวงจรที่รวมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ แอทรักชัน ร้านอาหาร ร้านช้อปปิ้ง และโรงแรมไว้ด้วยกัน
ที่นี่เป็นที่รู้จักในชื่อเล่น “ซีพารา” ไฮไลต์คือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ 4 ธีม ได้แก่ “Aqua Museum” ที่มีสิ่งมีชีวิตประมาณ 700 ชนิด รวมราว 120,000 ตัว “Dolphin Fantasy” ที่สังเกตพฤติกรรมโลมาได้จากหลายมุม “Fureai Lagoon” สำหรับสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ทะเล และ “Umi Farm” ภายใต้ธีม “การเรียนรู้ผ่านทะเล”

11. สวนสัตว์โยโกฮามะ ซูราซีอา
จัดแสดง เลี้ยงดู และเพาะพันธุ์สัตว์ป่าจากทั่วโลก ภายใต้ธีมหลัก “การอยู่ร่วมกันของชีวิต และความกลมกลืนกับธรรมชาติ”
มีการแบ่งโซนตามภูมิอากาศและภูมิภาคของโลก เช่น “ป่าฝนเขตร้อนเอเชีย” “หมู่บ้านภูเขาญี่ปุ่น” “สะวันนาแอฟริกา” ทำให้รู้สึกเหมือนท่องเที่ยวรอบโลกตามรอยสัตว์ต่าง ๆ
พบสัตว์ได้ราว 100 ชนิดจากทั่วโลก ตั้งแต่ช้างอินเดียไปจนถึงหมีขั้วโลก

12. โยโกฮามะแแลนด์มาร์กทาวเวอร์ ชั้น 69 จุดชมวิว “สกายการ์เดน”
แลนด์มาร์กของโยโกฮามะ “โยโกฮามะแแลนด์มาร์กทาวเวอร์” เป็นตึกระฟ้าสูง 296 เมตร จำนวน 70 ชั้น เป็นคอมเพล็กซ์ที่มีห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และคลินิก ฯลฯ
“สกายการ์เดน” บนชั้น 69 เป็นจุดชมวิวที่เพลิดเพลินกับพาโนรามา 360 องศาได้อย่างเต็มที่
ไม่เพียงเห็นโยโกฮามะ แต่ยังมองเห็นโตเกียวทาวเวอร์ สกายทรี คาบสมุทรโบโซ คาบสมุทรอิซุ และหากอากาศดีสามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ด้วย

13. พิพิธภัณฑ์เด็กโยโกฮามะ อันปังแมน
พิพิธภัณฑ์ (ชั้น 3) ที่ได้สัมผัสโลกของ “ไปกันเถอะ! อันปังแมน” และพบปะตัวละครอันปังแมนได้
มีการจัดเวทีที่ตัวละครยอดนิยมอย่าง “อันปังแมน” และ “ไบคินแมน” ปรากฏตัว ให้เด็ก ๆ ร้องเพลงและเต้นไปด้วยกันได้
ยังมีเครื่องเล่นและพื้นที่เล่นมากมาย ให้เด็ก ๆ ได้ผจญภัย ขยับร่างกาย และเล่นบทบาทสมมติเป็นพ่อค้าแม่ค้า

14. พิพิธภัณฑ์ราเมนชินโยโกฮามะ
พิพิธภัณฑ์ธีมราเมนที่รวมร้านราเมนท้องถิ่นจากทั่วทุกมุมโลกไว้ในที่เดียว ให้ชิมรสชาติร้านดังจากแต่ละพื้นที่ได้โดยไม่ต้องขึ้นเครื่องบิน
แต่ละร้านมี “มินิราเมน” ด้วย จึงแนะนำให้สั่งมาเปรียบเทียบชิมหลาย ๆ แบบ
ภายในจำลองบรรยากาศเมืองย้อนยุคปี ค.ศ. 1958

15. สวนฮาร์เบอร์วิว ฮิลล์
สวนสาธารณะที่อยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ มองลงไปเห็นท่าเรือโยโกฮามะได้
เป็นพื้นที่ที่สมัยเปิดท่าเรือเคยเป็นย่านพำนักชาวต่างชาติ โดยกองทัพอังกฤษประจำการบนเนิน ส่วนกองทัพฝรั่งเศสอยู่ด้านล่าง จึงมีสถานที่อย่าง “ภูเขาฝรั่งเศส” และ “Yokohama British House”
จากจุดชมวิวสามารถมองเห็นได้ไกลถึงทะเล สมชื่อ “สวนฮาร์เบอร์วิว ฮิลล์”

16. โยโกฮามะมารีนทาวเวอร์
โยโกฮามะมารีนทาวเวอร์ (Yokohama Marine Tower) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1961 เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปีการเปิดท่าเรือโยโกฮามะ
หอคอยสูง 106 เมตรที่ได้แรงบันดาลใจจากประภาคาร สามารถมองเห็นได้จากหลายจุดในย่านเบย์แอเรีย และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ชาวเมืองรักใคร่
การปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2022 ทำให้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าไปยิ่งขึ้น

17. โยโกฮามะ แฮมเมอร์เฮด
คอมเพล็กซ์แห่งแรกของญี่ปุ่นที่รวม “ศูนย์การค้า” “เทอร์มินอลเรือโดยสาร” และ “โรงแรม” ไว้ในที่เดียว เปิดในปี 2019 ที่ท่าเรือชินโกในย่านมินาโตะมิไร
ชื่อสถานที่มาจาก “เครนแฮมเมอร์เฮด” ที่ยังคงเป็นสัญลักษณ์อยู่ปลายท่าเรือ เป็นโบราณสถานอุตสาหกรรมที่เคยใช้ขนถ่ายสินค้าอย่างคึกคักจนถึงช่วงทศวรรษ 1970
โซนศูนย์การค้า “Hammerhead SHOP&RESTAURANT” มีร้านอาหารราว 20 กว่าร้าน จุดเด่นคือมีร้านสไตล์ “ติดโรงงาน” ที่สามารถชมขั้นตอนการผลิตตรงหน้าได้หลายร้าน เดินดูเพลินไม่มีเบื่อ

18. สวนโมโตมาจิ
สวนโมโตมาจิ (Motomachi Park) ตั้งอยู่ในย่านยามาเตะของโยโกฮามะ เป็นสวนที่ผสานธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่อย่างกลมกลืน โอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวเข้มข้น และช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายนยังเป็นจุดชมซากุระยอดนิยมที่ดึงดูดผู้คนมากมาย
ในสวนมีองค์ประกอบภูมิทัศน์ทางน้ำที่สวยงาม มอบความผ่อนคลายและความสงบให้ผู้มาเยือน
ยังมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ให้ชมมากมาย เช่น “ซากคฤหาสน์น้ำของเจอราร์ด” ที่เป็นร่องรอยของย่านพำนักชาวต่างชาติช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 และ “ซากบ้านยามาเตะหมายเลข 80” บ้านชาวต่างชาติที่เหลืออยู่แห่งเดียวในโยโกฮามะซึ่งสร้างก่อนแผ่นดินไหวใหญ่คันโต (ค.ศ. 1923) เป็นต้น

19. ถนนการค้าโยโกฮามะบาชิ
ถนนการค้าแบบอาร์เคดที่มีร้านเรียงรายราว 130 ร้าน อยู่ห่างจากสถานีบันโดบาชิ (รถไฟใต้ดินเทศบาลเมืองโยโกฮามะ) เดินประมาณ 2 นาที
ประมาณ 1 ใน 3 เป็นร้านอาหารสด และอีกเกือบครึ่งเป็นร้านกับข้าวสำเร็จรูป จึงเหมาะสำหรับเดินชิมอาหารโลคอล
มีประวัติราว 90 ปี และคึกคักมาอย่างยาวนานในฐานะ “ครัวของชาวบ้าน” ในย่านดาวน์ทาวน์โยโกฮามะ
ยังมีร้านอาหารที่หยั่งรากในชุมชนจำนวนมาก เช่น ร้านเทนด้งชื่อดัง “Toyono-don” ที่เคยออกทีวีหลายครั้ง ร้านอาหารปลาไหล “Hachifune” และร้านโซบะ “Anraku” เป็นต้น

- ที่อยู่
- 〒232-0022 Kanagawa-ken, Yokohama-shi, Minami-ku, Takanecho 1-chome 4-4 Yokohamabashidori Shotengai
- เวลาเปิด
- แตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน
5 สิ่งที่ควรทำเมื่อมาโยโกฮามะ
ต่อจากนี้จะแนะนำ “5 สิ่งที่ควรทำ” ที่อยากให้ใส่ไว้ในแผนเมื่อมาเที่ยวโยโกฮามะ
ใช้เป็นแนวทางได้เลย จะช่วยให้วางแผนได้ไม่ลังเล และเก็บเสน่ห์ของโยโกฮามะได้แบบเต็ม ๆ
1. เดินเล่นมินาโตะมิไร แล้วเพลิดเพลินกับวิวแบบเมืองท่า
“มินาโตะมิไร” คือย่านยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของโยโกฮามะ
ริมทะเลมีแลนด์มาร์กทาวเวอร์ โกดังอิฐแดง และชิงช้าสวรรค์เรียงราย ให้เห็นทิวทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองท่า
การเดินเที่ยวชมวิวไปพร้อมกับแวะสถานที่พักผ่อนและศูนย์การค้าต่าง ๆ ถือเป็นรูปแบบคลาสสิกของการเที่ยวโยโกฮามะ
อีกเสน่ห์คือมินาโตะมิไรมีบรรยากาศต่างกันระหว่างกลางวันกับกลางคืน
พอตกกลางคืนย่านเบย์แอเรียจะถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟ และไฟประดับของชิงช้าสวรรค์ช่วยแต่งแต้มวิวกลางคืนให้สวยยิ่งขึ้น
บรรยากาศโรแมนติก จึงเป็นที่นิยมในฐานะจุดเดตด้วย

2. เดินชมย่านโมโตมาจิ–ยามาเตะ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายต่างแดน
ตั้งแต่โมโตมาจิไปจนถึงยามาเตะเป็นย่านยอดนิยมที่ได้สัมผัสบรรยากาศต่างแดนแบบโยโกฮามะ
ย่านการค้าโมโตมาจิมีอาคารสไตล์ตะวันตกและร้านเก่าแก่เรียงราย สนุกกับการช้อปและเดินเล่นได้
เมื่อเดินขึ้นเนินเข้าสู่ยามาเตะ จะพบกับทิวทัศน์ที่ยังคงร่องรอยย่านพำนักชาวต่างชาติในอดีต มีอาคารตะวันตกเก่าแก่กระจายอยู่ เช่น Yokohama British House, Yamate 111 Ban-kan และ Berrick Hall เป็นต้น
มีทั้งสวนและถนนเรียงรายด้วยต้นไม้มาก ทำให้เดินเล่นได้ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบและสีเขียวก็เป็นอีกเสน่ห์ หลายแห่งเปิดให้เข้าชมฟรี จึงได้สัมผัสรูปแบบสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมการใช้ชีวิตในยุคนั้น


3. ชมวิวท่าเรือโยโกฮามะแบบพาโนรามาที่สวนฮาร์เบอร์วิว ฮิลล์
สวนฮาร์เบอร์วิว ฮิลล์ตั้งอยู่บนที่สูง เป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมเพราะมองเห็นท่าเรือโยโกฮามะและทิศทางของสะพานโยโกฮามะเบย์บริดจ์ได้
จากโซนชมวิวสามารถมองเห็นเรือที่แล่นไปมาและทิวทัศน์ของท่าเรือ ทำให้ได้เห็นภูมิทัศน์แบบโยโกฮามะที่ทะเลและเมืองผสานกันอย่างลงตัว
ภายในสวนมีโรสการ์เดนและแปลงดอกไม้ตามฤดูกาล โดยฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงจะมีกุหลาบสีสันสดใสบานสะพรั่ง
ยังมีเส้นทางเดินเล่นที่ล้อมด้วยต้นไม้ซึ่งยังหลงเหลือบรรยากาศจากยุคย่านพำนักชาวต่างชาติด้วย อยากให้คุณเพลิดเพลินทั้งวิวสุดตระการตาที่มองเห็นท่าเรือโยโกฮามะและการเดินเล่นภายในสวนให้เต็มอิ่ม

4. ชิมอาหารจีนต้นตำรับที่ไชน่าทาวน์โยโกฮามะ
ไชน่าทาวน์โยโกฮามะเป็นย่านไชน่าทาวน์ขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยปกติแล้วนิยมสนุกกับอาหารจีนแท้ ๆ เช่น กวางตุ้ง เสฉวน และปักกิ่ง ควบคู่กับการท่องเที่ยวและเดินเล่นในย่านนี้
นอกจากเมนูคลาสสิกอย่างเสี่ยวหลงเปา ชูไม ซาลาเปา และข้าวผัดแล้ว ยังมีทั้งเมนูเส้นและขนมหวานสไตล์จีนให้เลือกหลากหลาย
อาหารเดินกินก็มีเยอะ โดยเฉพาะเสี่ยวหลงเปา ขนมงาดำ และซอฟต์เสิร์ฟอัลมอนด์เต้าหู้ที่ได้รับความนิยมมาก
ช่วงหลังมีร้านบุฟเฟต์ที่เลือกกินเมนูโปรดได้ไม่อั้นเพิ่มขึ้น จึงเหมาะกับทริปแบบกลุ่มด้วย

5. ออกไปโซนชานเมืองโยโกฮามะเพื่อใช้เวลาสบาย ๆ แบบโปร่งโล่ง
ไฮไลต์การเที่ยวโยโกฮามะโดยทั่วไปคือ “มินาโตะมิไร” ย่านโมโตมาจิ–ยามาเตะ และไชน่าทาวน์โยโกฮามะที่เราแนะนำมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในชานเมืองโยโกฮามะก็มีจุดน่าสนใจอีกมากกระจายอยู่
เช่น “สวนสัตว์โยโกฮามะ ซูราซีอา” และ “Satoyama Garden” ที่ได้ใกล้ชิดสัตว์และพืชพรรณ พร้อมใช้เวลาผ่อนคลายในบรรยากาศโปร่งสบาย
หรือสวนญี่ปุ่นตัวแทนของโยโกฮามะอย่าง “ซังเคเอ็น” ที่ชมทิวทัศน์ตามฤดูกาลและอาคารประวัติศาสตร์ได้ในบรรยากาศเงียบสงบ
ทั้งหมดนี้ให้ประสบการณ์ที่ต่างจากการเที่ยวในย่านใจกลางเมืองโยโกฮามะ
อีกทั้งในปี 2027 ยังมีกำหนดจัดงานมหกรรมพืชสวนระดับนานาชาติ “GREEN×EXPO 2027” จึงอยากจับตาเขตเซยะที่กำลังพัฒนาเช่นกัน

5 จุดในโยโกฮามะที่มอบประสบการณ์พิเศษ
จากสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เราคัดเฉพาะจุดที่ให้ประสบการณ์พิเศษแบบ “มีแค่โยโกฮามะเท่านั้น” มาแนะนำ
ไหน ๆ มาเที่ยวโยโกฮามะแล้ว อยากให้ลองเผื่อเวลาแวะตามจุดต่อไปนี้ดูด้วย
1. Shiseido Beauty Park
“Shiseido Beauty Park” ตั้งอยู่ที่สถานี “ชินทากาชิมะ” บนสายมินาโตะมิไร
เป็นศูนย์ประสบการณ์ด้านความงามของชิเซโดะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ด้วยวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงผิวกายและใจ ความงามที่เป็นคุณจะตื่นขึ้น”
ภายในมี “Kitchen Lab” ที่มอบประสบการณ์อาหารรูปแบบใหม่เพื่อสร้างความงามและสุขภาพของผิวกายและใจ, “Art & Science Lab” ที่ได้สัมผัสภาพและวิดีโอเกี่ยวกับ “AWE” ซึ่งโฟกัสประสบการณ์ที่ส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจเพียงแค่รับชม และ “fibona Lab” ฐานทดลองเพื่อสัมผัสผลิตภัณฑ์ความงามที่ร่วมสร้างสรรค์สิ่ง “ที่ยังไม่มีในโลก” จากห้องแล็บ เป็นต้น (ต้องจองล่วงหน้า/มีค่าใช้จ่าย)

2. พิพิธภัณฑ์โมเดลรถไฟฮาระ
พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโมเดลรถไฟและคอลเลกชันเกี่ยวกับรถไฟ ซึ่งผลิตและสะสมโดยคุณฮาระ ชินทาโร ผู้ผลิตโมเดลรถไฟและนักสะสมที่มีชื่อเสียงระดับโลก
มีโมเดลที่คุณฮาระสร้างเอง โดยจำลองรถไฟของญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกาอย่างสมจริง จำนวนสะสมประมาณ 1,500 คัน และจัดแสดงประมาณ 1,000 คัน
ภาพการวิ่งที่รับไฟจากสายไฟเหนือศีรษะและแล่นบนรางเหล็กพร้อมเสียง “กะตังกะตง” ให้ความรู้สึกเหมือนของจริง

3. โนเกะ อิจิบังกาย
“โนเกะ” เป็นย่านที่รู้จักกันในฐานะ “ดินแดนแห่งการตระเวนดื่ม” ที่มีร้านหนาแน่นราว 600 ร้าน ตั้งแต่อิซากายะสไตล์ดั้งเดิมไปจนถึงร้านใหม่ ๆ สุดชิค
ถนนอาหารสไตล์ตรอกซอยที่ตั้งอยู่บน “ถนนหลักโนเกะ” คือ “โนเกะ อิจิบังกาย”
ภายในมี 6 ร้านรวมตัวกัน ครอบคลุมหลายแนว เช่น ยากิโทริ/คุชิยากิ เนื้อบาร์ ซีฟู้ด คุชิอาเกะ และอาหารเกาหลี
ทุกร้านคึกคักและมีบรรยากาศแบบอิซากายะเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง
สนุกกับการ “ดื่มเดินกิน” ในย่านที่ลึกและเต็มไปด้วยอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายได้

4. ซีบัส
ซีบัสเป็นเรือโดยสารที่เชื่อม 3 แหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ ฝั่งตะวันออกของสถานีโยโกฮามะ มินาโตะมิไร และโกดังอิฐแดง
ระหว่างมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย สามารถเพลิดเพลินกับการล่องเรือสั้น ๆ ชมวิวท่าเรือโยโกฮามะได้
ห้องโดยสารอยู่ในระดับสายตาใกล้ผิวน้ำ ทำให้ได้ชมวิวจากมุมสูงที่ต่างจากการเดินทางแบบอื่น
ภายในเรือมีเครื่องปรับอากาศ จึงใช้งานได้สบายทุกฤดูกาล ซึ่งเป็นข้อดีอีกอย่าง
ที่ดาดฟ้าด้านท้ายยังสามารถรับลมทะเลพร้อมสนุกกับการล่องเรือได้
ทุกสุดสัปดาห์ (ศุกร์–อาทิตย์) มีรอบกลางคืน สามารถเที่ยวจุดชมวิวกลางคืนของโยโกฮามะพร้อมไกด์ได้

5. ย่านโมโตมาจิ–ยามาเตะ
ยามาเตะเป็นเนินเขาเตี้ย ๆ ทางตอนใต้ของไชน่าทาวน์โยโกฮามะ หลังเปิดท่าเรือในปี 1859 (อันเซ 6) พื้นที่นี้ที่มองเห็นทะเลก็กลายเป็นย่านพำนักชาวต่างชาติถัดจากคันไน
มีคฤหาสน์ตะวันตกจำนวนมากที่ยังคงร่องรอยในยุคนั้น ทั้งที่คงอยู่หรือย้ายมาปลูกใหม่ กระจายอยู่ท่ามกลางสีเขียว เช่น “พิพิธภัณฑ์ยามาเตะ” บ้านไม้แบบผสมญี่ปุ่น-ตะวันตกที่สร้างในปี 1909 (เมจิ 42) เป็นต้น
หลายแห่งที่ไม่ใช่บ้านส่วนบุคคลเปิดเป็นร้านค้า แกลเลอรี และคาเฟ่ จึงสามารถเข้าชมด้านในได้

ถ้าอยากอิ่มอร่อย: 5 ร้านดังที่ควรไปในโยโกฮามะ
ด้วยภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ โยโกฮามะจึงมีอาหารให้สนุกหลากหลายแนว ไม่ใช่แค่อาหารญี่ปุ่น แต่รวมถึงอาหารจีนและอาหารตะวันตกด้วย
จากร้านอาหารจำนวนมากในโยโกฮามะ เราคัด “ร้านดังที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ” มาให้รู้จัก
1. Chukagai Jukeihanten (Jukeihanten Honkan)
ร้านอาหารเสฉวนที่เปิดในปี 1959 อาคารหลักสูง 7 ชั้นที่เปิดใหม่ในปี 2018 เพื่อฉลองครบรอบ 60 ปี และตั้งเป็นร้านเรือธง ณ สถานที่ก่อตั้งเดิม โดดเด่นด้วยภายนอกที่ดูหนักแน่นและการตกแต่งภายในที่ให้บรรยากาศสงบ โดยออกแบบโดยนักออกแบบระดับโลก อลัน ชาน
ชั้น 6–7 เปิดให้บริการในชื่อ “Yokohama Hinkan” มีห้องส่วนตัวและห้องพิเศษครบครัน เมนูทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นสามารถสั่งได้ทั้งคอร์สและอะลาคาร์ต

2. Hotel New Grand “Coffee House The Cafe”
คาเฟ่เรสเตอรองต์ที่ชั้น 1 ของสัญลักษณ์แห่งโยโกฮามะ “Hotel New Grand”
ที่นี่เสิร์ฟทั้งอาหารตะวันตกและเมนูที่ดัดแปลงจากเฟรนช์ดั้งเดิมของโรงแรม
ที่ขึ้นชื่อเป็นพิเศษคือ 3 เมนูต้นกำเนิดจากโรงแรมแห่งนี้ ได้แก่ “Seafood Doria”, “Spaghetti Napolitan” และ “Pudding à la Mode”
“Seafood Doria” เป็นเมนูที่วางซีฟู้ดแน่น ๆ บนข้าว ราดซอสที่อัดแน่นด้วยรสอูมามิจากทะเลและซอสกราตินเนียนนุ่ม ก่อนอบจนหอม

3. Yamate Juban-kan Restaurant & Cafe
“Yamate Juban-kan” สร้างขึ้นในปี 1967 (โชวะ 42) เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปีสมัยเมจิ โดยจำลองรูปแบบหอการค้าของชาวต่างชาติในช่วงเปิดท่าเรือโยโกฮามะ
คฤหาสน์ตะวันตกแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินในยามาเตะ มองเห็นสุสานชาวต่างชาติอยู่ตรงหน้า ชั้น 1 เป็นคาเฟ่สบาย ๆ ชั้น 2 เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่เพลิดเพลินได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น พร้อมสายลมพัดผ่านสวนเขียวชอุ่มอย่างรื่นรมย์

4. Arai-ya Honten
“Arai-ya Honten” อยู่ห่างจากสถานีอิเซซากิโจจามาจิเดินประมาณ 5 นาที เป็นร้านกิวนันเบะ (หม้อไฟเนื้อวัวสไตล์ญี่ปุ่น) เก่าแก่ที่ก่อตั้งในปี 1895
สืบทอดประวัติศาสตร์และขนบธรรมเนียมมากว่า 120 ปี และถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกร้านกิวนันเบะในญี่ปุ่นก็ไม่เกินจริง แม้เมนูจะน่าทานมากมาย แต่ชุด “Nadai Gyunabe” เมนูเอกของร้านได้รับความนิยมเป็นพิเศษ
วากิวญี่ปุ่นคุณภาพที่คัดสรรมาอย่างดีมีความนุ่มละมุน รสชาติซึมเข้ากับซอสน้ำจิ้มสูตรลับ (warishita) อย่างพอดี ทำให้รสลึกน่าประทับใจ
วัตถุดิบอย่างเต้าหู้และชิราทากิช่วยเพิ่มมิติของสัมผัส และยิ่งดึงรสอร่อยของเนื้อให้เด่นขึ้นไปอีก

5. Queen Alice
ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่ชั้น 3 ของ Yokohama Bay Hotel Tokyu
ภายในบรรยากาศชวนให้นึกถึง “Alice in Wonderland” และได้ลิ้มรส “อาหารฝรั่งเศสเพื่อคนญี่ปุ่น” ที่ผสานวัตถุดิบและวิธีปรุงให้เข้ากับวัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่น
คอร์สอาหารที่เชฟผู้ผ่านประสบการณ์จากร้านชั้นนำรังสรรค์ เน้นรสชาติของวัตถุดิบ มีเมนูผักเยอะและอิ่มกำลังดี
การจัดจานที่งดงามสมกับคำว่า “ศิลปะบนจาน” ก็เป็นอีกเสน่ห์
คอร์สเป็นแบบพรีฟิกซ์ เลือกเมนูได้จากหลายตัวเลือก จึงปรับตามความชอบได้อย่างน่าพอใจ

ถ้าจะช้อปต้องเริ่มที่นี่! 5 แหล่งช้อปปิ้งคัดสรรในโยโกฮามะ
โยโกฮามะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่หลายแห่ง การช้อปปิ้งควบคู่กับเที่ยวและกินอร่อยก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง
ครั้งนี้คัดสถานที่ที่ช่วยให้รู้สึก “ได้ช้อปที่โยโกฮามะจริง ๆ” มาให้
1. Yokohama World Porters
คอมเพล็กซ์รวมร้านค้าและร้านอาหารที่เปิดในปี 1999 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โลกหลากหลายรวมอยู่ที่นี่”
ตั้งอยู่ในย่านพัฒนาใหม่ริมท่าเรือโยโกฮามะ “มินาโตะมิไร 21” และเป็นจุดยอดนิยมสำหรับช้อปปิ้งและเดต ร่วมกับโกดังอิฐแดงโยโกฮามะและโยโกฮามะคอสโมเวิลด์ที่อยู่ใกล้เคียง
ทำเลดีจากสถานีมินาโตะมิไรเดินเพียง 5 นาที มีร้านเด่น ๆ ราว 150 ร้าน เช่น แฟชั่น อินทีเรียร์ และของใช้จุกจิก

2. MARINE & WALK YOKOHAMA
“MARINE & WALK YOKOHAMA (Marine and Walk Yokohama)” ติดกับโกดังอิฐแดงโยโกฮามะ เป็นโอเพนมอลล์ที่เกิดจากแนวคิด “สร้างถนนขึ้นในย่านโกดังริมทะเล” มอลล์โปร่งโล่งที่ชวนให้นึกถึงเมืองต่างประเทศนี้มีทั้งคาเฟ่และร้านอาหารวิวทะเล รวมถึงร้านเซเล็กต์ช็อปสไตล์ดีที่ขายแบรนด์นำเข้า และร้านไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ สำหรับผู้ใหญ่ รวมมากกว่า 20 ร้าน

3. MARK IS Minatomirai
ศูนย์การค้าที่ตั้งอยู่ในย่านมินาโตะมิไรซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของโยโกฮามะ พื้นที่กว้างตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 4 ถึงชั้น 6 รวมร้านราว 175 ร้าน ทั้งแฟชั่น ของใช้ อาหาร และร้านอาหาร
โรงภาพยนตร์ชั้น 5 “Lawson United Cinemas STYLE-S Minatomirai” ติดตั้งที่นั่งสัมผัสเสียงแบบอิมเมอร์ซีฟรุ่นล้ำสมัยในทุกที่นั่ง
ภายในที่นั่งมีลำโพง встро (ติดตั้ง) อยู่ ทำให้ได้ประสบการณ์ดูหนังแบบใหม่ด้วยภาพและเสียงที่สมจริง

4. Queens Square Yokohama
Queens Square Yokohama เป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ติดสถานีมินาโตะมิไร ประกอบด้วยตึกระฟ้า 3 อาคาร สามารถเพลิดเพลินแบบครบจบทั้งช้อป กิน บันเทิง และที่พักในที่เดียว
ศูนย์กลางการช้อปคือ “Minatomirai Tokyu Square” ที่รวมร้านเฉพาะทางราว 120 ร้าน ตั้งแต่แบรนด์ดังทั้งในและต่างประเทศไปจนถึงร้านเฉพาะทาง ครอบคลุมทั้งแฟชั่น อาหาร ของใช้ และเครื่องสำอาง ตอบโจทย์ได้หลากหลาย

5. Yokohama Bay Quarter
Yokohama Bay Quarter เชื่อมต่อกับสถานีโยโกฮามะโดยตรง และมีท่าเรือซีบัสอยู่ด้วย เป็นช้อปปิ้งมอลล์ที่มีทั้งทะเล เมืองท่า และความชิคแบบเมืองใหญ่ในสไตล์โยโกฮามะ จุดเด่นคือมีร้านอินทีเรียร์ รวมถึงคาเฟ่และร้านอาหารให้เลือกมากมาย
นอกจากร้านอาหารและคาเฟ่ราว 30 ร้านแล้ว ยังมีฟู้ดทรัคมาขาย สามารถซื้อกลับไปนั่งทานที่จุดพักผ่อนหรือม้านั่งภายใน Yokohama Bay Quarter ได้

สัมผัสประสบการณ์แบบเมืองท่า! 5 ที่พักยอดนิยมในโยโกฮามะ
โยโกฮามะมีที่พักหลายรูปแบบ แต่ครั้งนี้เราคัดโรงแรมที่มอบประสบการณ์แบบโยโกฮามะโดยเฉพาะมาแนะนำ
นอกจากได้พักในบรรยากาศหรูหราแล้ว ยังได้เพลิดเพลินกับวิวสวย ๆ ของโยโกฮามะไปพร้อมกันด้วย
ถ้าจะพักในโยโกฮามะ ลองเลือกจากที่พักที่จะแนะนำต่อไปนี้ได้เลย
1. Hotel New Grand
หนึ่งในตัวแทนของ “โรงแรมคลาสสิก” ของญี่ปุ่น เป็นแลนด์มาร์กของเมืองท่าโยโกฮามะ ตั้งอยู่ตรงข้ามจุดชมวิวทะเลชื่อดัง “สวนยามาชิตะ”
ประกอบด้วยอาคารหลักที่เปิดในปี 1927 (โชวะ 2) ในฐานะสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูจากแผ่นดินไหวใหญ่คันโต และอาคารทาวเวอร์สูง 18 ชั้นที่เสร็จในปี 1991 (เฮเซ 3) พร้อมวิวสุดยอด
เพียงก้าวเข้าไปจากทางเข้าอาคารหลัก ก็อดถอนหายใจด้วยความตะลึงไม่ได้ บันไดใหญ่ที่ทำจากกระเบื้องสีเบจสูงตระหง่านอยู่ตรงหน้า และปูพรมสีน้ำเงินสดที่เรียกว่า “New Grand Blue”

2. InterContinental Yokohama Pier 8
“InterContinental Yokohama Pier 8” ตั้งอยู่ที่ท่าเรือชินโกของโยโกฮามะ เป็นโรงแรมหรูที่ตั้งอยู่เหนือน้ำซึ่งพบได้ยากในญี่ปุ่น
โลเคชันพิเศษที่ถูกล้อมด้วยน้ำสามด้านเป็นเสน่ห์สำคัญ ให้เพลิดเพลินกับอ่าวโยโกฮามะและทิวทัศน์เมืองได้อย่างเต็มที่
ห้องพักมีขนาดอย่างน้อย 46 ตารางเมตรทุกห้อง ออกแบบภายใต้ธีมการเดินทางทางเรือ รับแสงและลม สร้างพื้นที่ใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม
วิวท่าเรือกว้างโล่งตรงหน้า และทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ทำให้ใช้เวลาหรูหราได้อย่างเต็มที่
ภายในยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ เช่น ร้านอาหารและบาร์ที่ได้ลิ้มรสอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น
โดยเฉพาะรูฟท็อปสำหรับผู้เข้าพักเท่านั้น “Rooftop 1859” ที่ดื่มด่ำวิวกลางคืนและลมทะเลของโยโกฮามะได้ แนะนำเป็นพิเศษ

3. Yokohama Bay Hotel Tokyu
เชื่อมต่อโดยตรงจากสถานีมินาโตะมิไรบนสายโทคิวโทโยโกะ/สายมินาโตะมิไร เดินประมาณ 1 นาที
โรงแรมหรูที่ได้ดื่มด่ำวิวทะเลและวิวกลางคืนอันงดงามของโยโกฮามะ
ทำเลดีริมวอเตอร์ฟรอนต์ มองเห็นชิงช้าสวรรค์อันโดดเด่น “Cosmo Clock 21” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของย่านมินาโตะมิไรอยู่ตรงหน้า
อีกจุดเด่นคือมีห้องพักกว้างพร้อมระเบียง ได้รับความนิยมเพราะสามารถสัมผัสลมทะเลพร้อมชมวิวกลางคืนสวย ๆ ได้ด้วยตัวเอง

4. The Kahala Hotel & Resort Yokohama
ตัวอาคารด้านนอกเป็นกระจกระยิบระยับ ออกแบบเลียนแบบรูปคลื่นที่ซัดเข้าท่าเรือ
“The Kahala Hotel & Resort Yokohama” ที่โดดเด่นเป็นพิเศษในย่านมินาโตะมิไร คือโรงแรมแห่งที่ 2 ของโลกที่รีสอร์ตระดับตำนานแห่งฮาวาย “The Kahala” เปิดให้บริการ
ภายในมีคอนเซ็ปต์ “Crystal Modern” ที่สื่อถึงประกายของทะเล พร้อมความอบอุ่นแบบอโลฮาสปิริตอย่างเต็มเปี่ยม
ห้องพักทั้งหมดมีขนาดอย่างน้อย 47 ตารางเมตร ตกแต่งโทนดำ-ขาว-เงินแบบโมเดิร์น รวมถึงห้องสวีตที่ถ่ายทอดกลิ่นอายฮาวายอย่างมีสไตล์

5. Hyatt Regency Yokohama
ทำเลเดินทางสะดวก ใกล้สถานี และอยู่ในระยะเดินถึงแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของโยโกฮามะ เช่น สวนยามาชิตะ ไชน่าทาวน์โยโกฮามะ และมินาโตะมิไร
ห้องพัก 315 ห้องมีขนาดอย่างน้อย 37 ตารางเมตรทุกห้อง ให้ความรู้สึกต่างแดนที่ประณีตจากการผสานความงามแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นเข้ากับดีไซน์ตะวันตก
มีงานฝีมือญี่ปุ่นอยู่ทั่วพื้นที่ เช่น หัวเตียงที่ได้แรงบันดาลใจจากฉากกั้น (byobu) ตามขนบซามูไร งานแก้วเอโดะคิริโกะ งานไม้โยเสะกิ และของตกแต่งที่สื่อถึงงานเคลือบแลคเกอร์ สร้างพื้นที่คุณภาพสูงที่สงบและหรูหรา

5 ของฝากยอดฮิตที่ควรซื้อในโยโกฮามะ
เราคัดของฝากที่อัดแน่นด้วยเสน่ห์แบบโยโกฮามะจากสินค้ามากมายมาให้แล้ว
ถ้ายังลังเลว่าจะซื้ออะไรกลับไปดี ลองเลือกจากรายการที่แนะนำต่อไปนี้ได้เลย
1. Ariake “Yokohama Harbor Double Marron”
เค้กเกาลัดรูปทรงโดดเด่นที่ได้แรงบันดาลใจจากเรือที่จอดในท่าเรือโยโกฮามะ เป็นที่คุ้นตาจากแพ็กเกจออริจินัลที่ออกแบบโดยนักวาดภาพประกอบชื่อดัง ริวเฮ ยานากิฮาระ
แป้งคาสเตลล่านุ่มฟูห่อหุ้มไส้เกาลัดสูตรออริจินัลที่ทำจากถั่วขาวหวานนุ่มเป็นเบส ผสมทั้งเกาลัดเชื่อมและเพสต์เกาลัด
เนื้อสัมผัสชุ่มฉ่ำและรสเกาลัดหอมละมุนเข้ากันอย่างลงตัว จับคู่ได้ดีทั้งกับกาแฟ ชา หรือแม้แต่ชาญี่ปุ่น

2. FRANÇAIS “Yokohama Millefeuille”
Français แบรนด์ขนมตะวันตกที่คอนเซ็ปต์คือ “แบรนด์ขนมที่สนุกกับ ‘ผลไม้’” ได้รับการยอมรับจากนักชิมทั่วโลก และได้รับการประเมินสูงจาก “Monde Selection” เวทีประกวดที่ให้คะแนนอาหารคุณภาพระดับสูง
ของฝากแนะนำจากคานากาวะคือ “Yokohama Millefeuille” มี 2 รสคือ “นม” และ “ชาดำ” นำครีมของแต่ละรสประกบด้วยแป้งพายกรอบ ๆ แล้วเคลือบช็อกโกแลต ให้รสชาติละมุนแบบผู้ดี

3. Bashamichi Juban-kan “Biscout”
บิสกิตแซนด์ของ “Bashamichi Juban-kan” ที่ก่อตั้งในปี 1970 เป็นที่รักต่อเนื่องมากกว่าครึ่งศตวรรษ
ผิวบิสกิตมีตราประทับเป็นโคมแก๊ส กระดาษห่อพิมพ์ภาพนาฬิกาใหญ่ รถม้า และเครื่องเล่นแผ่นเสียง ฯลฯ
ทุกคำที่ชิมชวนให้นึกถึงวัฒนธรรมแบบไฮคาระ มารับของฝากสไตล์โยโกฮามะกันเถอะ
สินค้าซิกเนเจอร์คือบิสกิตหนาสอดไส้ครีม โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมเข้มและความกรุบกรอบ

4. Mutekiro “Yokohama Renga Fondant Chocolat”
“Yokohama Renga Fondant Chocolat” หนึ่งในสินค้าที่สร้างขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “ของหวานจากร้านอาหารสู่บ้านคุณ” โดยร้านอาหารเก่าแก่ที่ก่อตั้งในปี 1981 “France Ryotei Yokohama Motomachi Mutekiro”
ขนมที่นำเค้กช็อกโกแลตอบอย่างพิถีพิถันมาชุ่มด้วยซอสช็อกโกแลตและเพสต์วอลนัต โดดเด่นด้วยกลิ่นคาเคาเข้มข้นและความหวานละมุนแบบหรูหรา
ด้านบนทำเป็นชั้นช็อกโกแลตที่ละลายในปากง่าย ช่วยดึงรสเข้มลึกออกมา

5. Koroan “Fune Monaka”
“Koroan” ร้านดังที่สร้างสรรค์สินค้าที่มีความเป็นต้นฉบับสูง โดยคงความอร่อยแบบขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมไว้ พร้อมเติมเอสเซนส์ความสนุกและความสุขแบบโยโกฮามะลงไปอย่างลงตัว
ท่ามกลางสินค้าฮิตมากมาย เช่น “โดรายากิน้ำตาลทรายแดง” อันเป็นของขึ้นชื่อมาตั้งแต่ก่อตั้ง ช่วงหลังที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษคือ “Fune Monaka” ตัวนี้
ได้แรงบันดาลใจจากเรือโดยสารที่จอดในท่าเรือโยโกฮามะ แผ่นโมนากะรูปเรือที่เจ้าของร้านออกแบบเองมีทรงกลมมนน่ารัก ดูน่าเอ็นดู

งานเทศกาล/อีเวนต์แนะนำในโยโกฮามะ (แยกตามฤดูกาล)
ขอแนะนำอีเวนต์ยอดนิยมที่จัดในโยโกฮามะ ซึ่งช่วยให้สัมผัสบรรยากาศของแต่ละฤดูกาลได้ชัดเจนขึ้น
ถ้าช่วงที่ไปเที่ยวตรงกับช่วงจัดงาน ก็ลองแวะไปร่วมอีเวนต์ที่แนะนำดูนะ
ฤดูใบไม้ผลิ: Minatomirai 21 Sakura Festa
“Minatomirai 21 Sakura Festa” เป็นงานซากุระที่จัดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิในย่านใจกลางโยโกฮามะ
โดยปกติช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน แนวต้นซากุระตลอดถนนซากุระยาวประมาณ 500 เมตรจะเข้าสู่ช่วงสวยที่สุด
สถานที่จัดงานอยู่ในโซนที่เชื่อมระหว่างสถานี JR ซากุระกิโจและสถานีมินาโตะมิไร เดินทางสะดวก
ระหว่างงานจะมีการไลต์อัปซากุระ ทำให้ช่วงกลางคืนมีบรรยากาศแฟนตาซี
นอกจากนี้ช่วงสุดสัปดาห์จะปิดถนนให้คนเดิน มีทั้งพาเหรด การแสดงดนตรี และฟู้ดทรัค ฯลฯ
ช่วงเวลาแห่งฤดูใบไม้ผลิที่ทิวทัศน์เมืองผสานกับซากุระลงตัวนี้ ได้รับความนิยมทั้งจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
เสน่ห์เฉพาะของงานนี้คือได้เพลิดเพลินกับวิวเมืองสไตล์โยโกฮามะไปพร้อมกับการชมซากุระ

ฤดูร้อน: Minatomirai Dai Bon Odori
Minatomirai Dai Bon Odori เป็นอีเวนต์ประจำฤดูร้อนที่จัดทุกปีช่วงปลายสิงหาคม ที่ Rinko Park ซึ่งอยู่ติดกับ Pacifico Yokohama
ภายในงานจะตั้งยากุระในสถานที่โล่งโปร่งที่มองเห็นท่าเรือโยโกฮามะ และสนุกกับการเต้นบงโอโดริที่ผสานความดั้งเดิมกับความร่วมสมัย เช่น “Arameya Ondo” ของท้องถิ่น และเพลง “Dancing Hero” เป็นต้น
มีทีมเต้นช่วยทำท่าให้ดูเพื่อให้ผู้ร่วมงานครั้งแรกเต้นตามได้ง่าย ใคร ๆ ก็เข้าร่วมได้แบบสบาย ๆ
มีฟู้ดทรัคจากโรงแรมและร้านอาหารท้องถิ่นมาออกร้าน ให้ชิมอาหารสไตล์โยโกฮามะได้ด้วย
ยังมีเวทีการแสดงจากทีมกีฬาท้องถิ่น ฯลฯ มีกิจกรรมให้สนุกได้ตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่
ช่วงค่ำ ภายใต้ยากุระที่ถูกไลต์อัป พร้อมรับลมทะเลและเต้นรำ คือช่วงเวลาที่แต่งแต้มปลายฤดูร้อนได้อย่างสวยงาม

ฤดูใบไม้ร่วง: Yokohama Oktoberfest
Oktoberfest ที่จัดขึ้นที่โกดังอิฐแดงโยโกฮามะ โดยปกติช่วงปลายกันยายนถึงกลางตุลาคม
สามารถลิ้มลองเบียร์ได้ราว 100 ชนิด ตั้งแต่คราฟต์เบียร์ของโยโกฮามะไปจนถึงเบียร์ที่เข้าญี่ปุ่นครั้งแรกและมีเฉพาะในงาน
ทุกร้านอาหารเครื่องดื่มมีเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ด้วย จึงสนุกได้แม้ดื่มเบียร์ไม่ได้ และอย่าพลาดอาหารเยอรมันที่เหมาะเป็นกับแกล้มเบียร์ด้วย
ยังมีที่นั่งแบบเบียร์การ์เดนที่ให้บรรยากาศเยอรมนีแท้ ๆ และเต็นท์ขนาดใหญ่ที่ฟังวงดนตรีเยอรมันได้ เป็นต้น เลือกสนุกกับบรรยากาศที่ต่างกันไปตามโซนที่นั่งได้

ฤดูหนาว: Christmas Market in Yokohama Red Brick Warehouse
คริสต์มาสมาร์เก็ตแบบจริงจังที่จัดที่โกดังอิฐแดงโยโกฮามะ โดยปกติจัดตั้งแต่ปลายพฤศจิกายนถึง 25 ธันวาคม
ใช้ของตกแต่งที่นำเข้าจากเยอรมนี ทำให้เพลิดเพลินกับโลกบรรยากาศราวกับต้นฉบับ
เวทีหลักมีต้นคริสต์มาสสูงประมาณ 10 เมตร และไฟประดับหลากหลายช่วยเพิ่มบรรยากาศคริสต์มาส อาหารเยอรมันและเครื่องดื่มร้อนที่ได้ชิมท่ามกลางบรรยากาศนี้ยิ่งพิเศษเป็นอย่างมาก
อีกข้อดีคือสามารถเลือกซื้อของกระจุกกระจิกเฉพาะเทศกาลคริสต์มาสได้ด้วย

5 ข้อควรระวังเมื่อเที่ยวโยโกฮามะ
ขอแนะนำ 5 ข้อควรระวังที่ควรรู้ไว้ เพื่อเที่ยวโยโกฮามะให้เต็มอิ่ม
อย่าให้ต้องเสียดายทีหลังเพราะเตรียมตัวไม่พอ ลองใช้เป็นข้อมูลประกอบนะ
1. เดินเล่นในมินาโตะมิไรใช้เวลานานกว่าที่คิด
มินาโตะมิไรมีจุดท่องเที่ยวกระจายกว้างตามแนวทะเล หากเดินเที่ยวครบรอบจุดหลักอย่างโกดังอิฐแดงและสวนยามาชิตะ จะใช้เวลาและแรงมากกว่าที่คิด
ยิ่งถ้าจะเที่ยวรวมย่านโมโตมาจิ ย่านยามาเตะ และไชน่าทาวน์ด้วย ภาระก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น
ดังนั้นตอนเที่ยวควรเลือกรองเท้าที่เดินสบาย
และควรผสมผสานการใช้ซีบัส รถบัสเทศบาล และรถไฟใต้ดินให้เหมาะ เพื่อช่วยลดระยะเดิน

2. ริมทะเลลมแรง และอุณหภูมิที่รู้สึกได้เปลี่ยนมากตามฤดูกาล
ย่านมินาโตะมิไรที่หันหน้าเข้าท่าเรือโยโกฮามะ มักมีวันที่ลมแรงตลอดทั้งปี
ฤดูหนาวลมทะเลทำให้อุณหภูมิที่รู้สึกได้ลดลงมาก หากจะชมวิวกลางคืนหรือเดินเล่นที่โอซังบาชิ ถ้าไม่มีเสื้อกันหนาวอาจอยู่ได้นานยาก
ส่วนฤดูร้อนมีอาคารบังแดดน้อยและแสงสะท้อนแรง ทำให้เหนื่อยง่าย
เวลาขึ้นชิงช้าสวรรค์ ใช้ระเบียงกลางแจ้ง หรือคาเฟ่ริมทะเล ควรเตรียมรับมือทั้งร้อนและหนาวตามฤดูกาล
อีกทั้งวันที่ลมแรง หมวกหรือผ้าพันคออาจปลิวได้ จึงควรระวังของที่สวมใส่ด้วย
แม้เที่ยวฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วง ก็ควรจำไว้ว่าริมทะเลอาจรู้สึกเย็นกว่ากลางเมือง จะช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้น

3. ย่านโมโตมาจิ–ยามาเตะมีทางชันและบันไดเยอะ
ยามาเตะอยู่บนที่สูง ระหว่างเดินเล่นจึงมีทั้งทางชันและบันได ทำให้มีความขึ้นลงมาก
หากจะเที่ยวชมคฤหาสน์ตะวันตก มักต้องผ่านเนินชันอย่าง “Daikan-zaka” และ “Yato-zaka” แม้ระยะสั้นแต่ใช้แรงมาก
หากอยากเลี่ยงทางชัน แนะนำให้ออกทางออก 6 ของสถานี “Motomachi-Chukagai” บนสายมินาโตะมิไร
เพราะมีบันไดเลื่อนขึ้นสู่ที่สูง ช่วยให้เข้าถึงโซนคฤหาสน์ตะวันตกของยามาเตะได้โดยไม่ต้องเดินขึ้นเนิน
นอกจากนี้ ควรเผื่อทางเลือกในการเดินทางด้วยรถบัสเทศบาลหรือแท็กซี่ไว้ด้วย

4. ซังเคเอ็นอยู่ไกลจากใจกลางเมือง เที่ยวต้องเผื่อเวลา
ซังเคเอ็นอยู่ห่างจากมินาโตะมิไรและบริเวณรอบสถานีโยโกฮามะ การเดินทางส่วนใหญ่จึงเป็นรถบัส
เวลาเดินทางจากมินาโตะมิไร/สถานีโยโกฮามะเป็นดังนี้
- จากสถานีซากุระกิโจไปซังเคเอ็น
- ประมาณ 30 นาที
- จากสถานีโยโกฮามะไปซังเคเอ็น
- ประมาณ 40 นาที
แม้รถบัสจะมีหลายรอบ แต่หากถนนติด อาจใช้เวลานานกว่าที่คาด
อีกทั้งพื้นที่ซังเคเอ็นกว้างมากและมีจุดน่าดูเยอะ หากอยากเดินชมแบบเต็มที่ควรเผื่อเวลา 2–3 ชั่วโมง
เมื่อรวมเวลาเดินทางไป-กลับแล้ว โดยรวมต้องใช้เวลา 3–4 ชั่วโมง ดังนั้นวันที่จะไปซังเคเอ็นควรวางตารางให้มีเวลาเผื่อไว้

5. โยโกฮามะ ฮักเคจิมะ ซีพาราไดซ์ควรเผื่อเวลา “ทั้งวัน”
โยโกฮามะ ฮักเคจิมะ ซีพาราไดซ์มีทั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ 4 แห่ง และสวนสนุกที่มีแอทรักชันหลากหลาย
มีทั้งโชว์โลมา โปรแกรมประสบการณ์มากมาย ช้อปปิ้ง และอาหาร ทำให้ต่อให้ใช้ทั้งวันก็ยังสนุกไม่หมด
ยิ่งช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดยาว ประตูทางเข้าและแอทรักชันยอดนิยมมักแน่นเป็นพิเศษ
หากอยากสนุกอย่างมีประสิทธิภาพ ควรจำ 3 ข้อนี้ไว้
- เข้าปุ๊บไปที่แอทรักชันและโซนจัดแสดงยอดนิยมก่อนเลย หลังเปิดให้บริการ
- เน้นวางตารางตามโชว์และโปรแกรมประสบการณ์เป็นหลัก
- เลี่ยงช่วงพีกของมื้อกลางวัน โดยขยับให้พ้น 11:00–13:00
และหากมีเด็กไปด้วย การรู้ตำแหน่งจุดพักผ่อนและร้านอาหารล่วงหน้า จะช่วยให้สนุกได้ในจังหวะที่ไม่ฝืนเกินไป

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวโยโกฮามะ
Q
แนะนำการเดินทางภายในเมืองโยโกฮามะด้วยวิธีไหน?
ใช้รถไฟ เช่น สายมินาโตะมิไร จะช่วยให้เที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q
ถ้ามีเวลาไม่นาน แนะนำให้ไปที่ไหนเพื่อสัมผัสโยโกฮามะ?
โฟกัสที่ย่านมินาโตะมิไร ก็สามารถสัมผัสโยโกฮามะได้แม้มีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
Q
เดินทางจากสนามบินนาริตะไปโยโกฮามะอย่างไร?
จากสนามบินนาริตะไปสถานีโยโกฮามะ สามารถนั่ง Narita Express ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
Q
เดินทางจากสนามบินฮาเนดะไปโยโกฮามะอย่างไร?
จากสนามบินฮาเนดะไปสถานีโยโกฮามะ ต่อรถไฟสายปกติ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
บทสรุป
บทความนี้ได้คัดสรรและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และที่พัก สำหรับผู้ที่มาเที่ยวโยโกฮามะครั้งแรก
ลองหยิบจุดที่สนใจไปใส่ในแพลนการเดินทาง แล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์ของโยโกฮามะให้เต็มที่กัน
หากคุณมีแผนจะเที่ยวจุดท่องเที่ยวอื่น ๆ ในจังหวัดคานากาวะเพิ่มเติม ลองเช็กบทความด้านล่างควบคู่กันด้วย