คู่มือท่องเที่ยววัดเท็นริวจิที่ให้คุณสัมผัสแนวคิดเซนท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ

คู่มือท่องเที่ยววัดเท็นริวจิที่ให้คุณสัมผัสแนวคิดเซนท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ในเกียวโตมีที่ให้เดินเที่ยวอยู่มากมาย แต่ถ้าอยากลองหยุดพักใจท่ามกลางความสงบ “วัดเท็นริวจิ” (Tenryu-ji) ก็เป็นหนึ่งในวัดยอดนิยมที่คนมักนึกถึง
ภาพ “อุนริวซึ” และ “ดารุมะซึ” ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของวัด หลายคนน่าจะเคยเห็นผ่านตามาแล้วอย่างน้อยสักครั้ง
เพื่อให้คุณได้เพลิดเพลินกับวัดเท็นริวจิอย่างเต็มที่ เราจะพาไปรู้จักประวัติและจุดน่าสนใจที่ควรรู้ไว้ก่อนมาเยือน
เพราะเมื่อรู้ทั้งไฮไลต์และเรื่องราวความเป็นมา คุณจะได้สัมผัสเสน่ห์ของวัดเท็นริวจิได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

วัดเท็นริวจิเป็นสถานที่แบบไหน?

“วัดเท็นริวจิ” (Tenryu-ji) ตั้งอยู่ที่อาราชิยามะ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่เป็นตัวแทนของเกียวโต
วัดแห่งนี้ก่อตั้งในปี 1339 โดย “อะชิคางะ ทะคะอุจิ” (Ashikaga Takauji) โชกุนคนแรกแห่งรัฐบาลมุโรมาจิ เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่จักรพรรดิโกะไดโกะ และมีพระเซน “มุโซ โซเซกิ” (Musō Soseki) เป็นผู้เปิดสำนัก
สำหรับคนที่สงสัยว่า “วัดเซน” หมายถึงอะไร โดยทั่วไปคือวัดของนิกายเซนในพุทธศาสนา เช่น นิกายรินไซและโซโต
วัดเท็นริวจิคือวัดใหญ่ (วัดสูงสุดของนิกาย) ของสำนักเท็นริวจิในนิกายรินไซ
ในยุคมุโรมาจิ วัดแห่งนี้ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ของ “เกียวโตโกะซัง” วัดเซนชั้นสูงในเกียวโต
และในปี 1994 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกในชื่อ “ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของนครโบราณเกียวโต”
ภายในมีจุดน่าสนใจมากมาย ทั้ง “สวนโซเก็นจิ” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและสถานที่ทัศนียภาพงดงามเป็นพิเศษแห่งแรกของญี่ปุ่น รวมถึงภาพ “อุนริวซึ” และ “ดารุมะซึ” อันทรงพลัง จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวเกียวโต

วัดเท็นริวจิ สวนหินคะเระซันซุย (ยามเช้าในฤดูหนาว)
วัดเท็นริวจิ สวนหินคะเระซันซุย (ยามเช้าในฤดูหนาว)

ความเป็นมาและประวัติของวัดเท็นริวจิ

ด้วยคำแนะนำอย่างจริงจังของพระเซน “มุโซ โซเซกิ” (Musō Soseki) ผู้เป็นที่เคารพนับถือในหมู่ซามูไร “อะชิคางะ ทะคะอุจิ” โชกุนคนแรกแห่งรัฐบาลมุโรมาจิ จึงสร้างวัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่จักรพรรดิโกะไดโกะ ซึ่งเคยเป็นคู่แข่งกัน
ว่ากันว่าชื่อ “วัดเท็นริวจิ” มาจากความฝันของ “อะชิคางะ ทะดะโยชิ” (Ashikaga Tadayoshi) น้องชายของอะชิคางะ ทะคะอุจิ ที่เห็นมังกรสีทองร่ายรำอยู่เหนือแม่น้ำทางใต้ของวัด
แม้อะชิคางะ ทะคะอุจิและจักรพรรดิจะถวายทรัพย์เพื่อการก่อสร้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย
จึงมีการรื้อฟื้นการค้ากับ “หยวน” ที่เคยหยุดไป เพื่อจัดหาทุน และสร้างเสร็จในปี 1345
ในช่วงที่สร้างเสร็จใหม่ ๆ วัดมีพื้นที่มากกว่าปัจจุบันถึง 10 เท่า แต่จากเหตุไฟไหม้ถึง 8 ครั้ง และการสูญเสียที่ดินในสมัยเมจิ ทำให้สิ่งปลูกสร้างและพื้นที่ลดลงเรื่อย ๆ
ถึงอย่างนั้นก็มีการบูรณะต่อเนื่อง และในปี 1935 จึงปรับภูมิทัศน์ให้เป็นรูปแบบของวัดเท็นริวจิในปัจจุบัน

“สวนโซเก็นจิ” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและสถานที่ทัศนียภาพงดงามเป็นพิเศษแห่งแรกของญี่ปุ่น
“สวนโซเก็นจิ” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและสถานที่ทัศนียภาพงดงามเป็นพิเศษแห่งแรกของญี่ปุ่น

การเดินทางไปวัดเท็นริวจิ

ถ้าเริ่มจากสถานี JR เกียวโต ซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว วิธีไป “วัดเท็นริวจิ” (Tenryu-ji) ทำได้ไม่ยาก
เดินทางได้ทั้งรถไฟและรถบัส แต่รถบัสใช้เวลานานกว่า โดยรวมแล้วจึงแนะนำให้ไปด้วยรถไฟมากกว่า
หากเดินทางด้วยรถไฟ ให้นั่งสาย JR ซันอินฮงเซ็น ไปลงสถานี “ซากะอาราชิยามะ”
จากสถานี “ซากะอาราชิยามะ” เดินประมาณ 15 นาที ก็ถึงวัดเท็นริวจิ
รวมเวลาเดินทางด้วยรถไฟแล้ว ใช้เวลาจากสถานี JR เกียวโตประมาณ 30–35 นาที

เวลาเข้าชมและค่าเข้าชมวัดเท็นริวจิ

เวลาเข้าชมและค่าเข้าชมของ “วัดเท็นริวจิ” (Tenryu-ji) จะแตกต่างกันไปในแต่ละส่วนของวัด กรุณาอ้างอิงจากตารางด้านล่าง
การเปิดเข้าชมพิเศษของอาคารต่าง ๆ (ไดโฮโจ, โชอิน, ทาโฮเด็น) และโฮโด จะมีวันงดเข้าชม ดังนั้นก่อนเดินทางควรตรวจสอบที่เว็บไซต์ทางการไว้ล่วงหน้า

พื้นที่ภายในวัด เวลาเข้าชม ค่าเข้าชม
สวน (สวนโซเก็นจิ, เฮียคุคะเอ็น) 8:30–17:00 (ปิดรับเข้าชมเวลา 16:50) นักเรียนมัธยมปลายขึ้นไป: 500 เยน
นักเรียนประถมและมัธยมต้น: 300 เยน
เด็กก่อนวัยเรียน: ฟรี
อาคารต่าง ๆ (ไดโฮโจ, โชอิน, ทาโฮเด็น) 8:30–16:45 (ปิดรับเข้าชมเวลา 16:30) เพิ่ม 300 เยนจากค่าเข้าชมสวน
เปิดเข้าชมพิเศษ โฮโด “อุนริวซึ” เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 9:00–16:30
(ปิดรับเข้าชมเวลา 16:20)
500 เยน

ห้ามพลาดเด็ดขาด! 5 ไฮไลต์ของวัดเท็นริวจิ

รวมมาให้แล้ว 5 จุดน่าสนใจที่อยากให้แวะดูของ “วัดเท็นริวจิ” (Tenryu-ji)
ถ้ายังไม่ได้เห็นครบทั้ง 5 จุดนี้ ก็อาจรู้สึกเหมือนมาไม่ถึงวัดเท็นริวจิแบบเต็ม ๆ

1. “สวนโซเก็นจิ” ที่ให้คุณสัมผัสแนวคิดเซนผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า

“สวนโซเก็นจิ” ที่เชื่อกันว่าออกแบบโดยพระนิกายรินไซ “มุโซ โซเซกิ” (Musō Soseki) เป็นสวนแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและสถานที่ทัศนียภาพงดงามเป็นพิเศษ
แม้สิ่งปลูกสร้างของวัดเท็นริวจิจะเคยถูกไฟไหม้และบูรณะขึ้นใหม่หลายครั้ง แต่สวนโซเก็นจิยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมจากเมื่อประมาณ 700 ปีก่อนไว้ได้
ทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ที่มีมิติ โดยนำทัศนียภาพธรรมชาติของ “อาราชิยามะ” และ “คะเมะยามะ” มารวมเป็นส่วนหนึ่งของสวน ถือว่าเป็นวิวที่สวยงามอย่างแท้จริง
ที่นี่เป็นสวนแบบเดินชมรอบสระ (ชิเซ็นไคยูชิกิ) ออกแบบให้เดินเพลิดเพลินรอบ “สระโซเก็นจิ” ดังนั้นอย่าชมจากจุดเดียวเท่านั้น ลองเดินวนรอบสระให้ครบ
หลังเดินชมรอบสระแล้ว อย่าลืมชมวิวจากในอาคารด้วย
ชายคาและเสาอาคารทำหน้าที่เหมือนกรอบภาพ ช่วยให้ได้บรรยากาศที่ต่างออกไป
นั่งพักบนม้านั่งไม้ใกล้อาคารหรือนั่งด้านใน แล้วค่อย ๆ ชมทิวทัศน์อย่างช้า ๆ ก็เหมาะมาก
เมื่อเปิดรับเสียง กลิ่น และสายลมที่พัดผ่านมาเป็นครั้งคราวด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า คุณอาจได้สัมผัสแนวคิดเซนอย่างใกล้ชิด

วิวจากภายในอาคารก็สวยงามไม่แพ้กัน
วิวจากภายในอาคารก็สวยงามไม่แพ้กัน

2. ธรรมชาติสี่ฤดูที่แต่งแต้มความงามทั่วบริเวณวัด

ความงามของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่ “สวนโซเก็นจิ” หรือทิวทัศน์ “อาราชิยามะ” กับ “คะเมะยามะ” ที่ถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของสวนเท่านั้น เดินไปตามบริเวณวัดก็จะได้เห็นเสน่ห์ของแต่ละฤดูแทบทุกมุม
ฤดูใบไม้ผลิจะมีซากุระชิดาเระและโซเมโยชิโนะบานสะพรั่งล้อมรอบ “ทาโฮเด็น” ที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในของสวนโซเก็นจิ
จาก “เนินโบเคียว” ที่อยู่ปลายทางหลังเดินขึ้นบันไดหินในวัด จะมองเห็นซากุระประมาณ 200 ต้นภายในบริเวณวัด พร้อมวิวเมืองเกียวโต เป็นทิวทัศน์ที่งดงามมาก

ส่วนฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เปลี่ยนสีจะเติมแต่ง “สวนโซเก็นจิ” ให้คุณได้เดินเล่นในบรรยากาศเงียบสงบและงดงาม
“อุโมงค์ใบไม้เปลี่ยนสี” ด้านหลังสวนโซเก็นจิเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้แดงที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ
และในวันที่หิมะโปรยลงมาในฤดูหนาว ทิวทัศน์จะงดงามราวกับภาพวาดหมึกจีน
อย่างไรก็ตาม วันที่หิมะปกคลุมทั่วบริเวณวัดมีไม่บ่อยนัก ดังนั้นหากอยากชมทิวทัศน์ตามฤดูกาล แนะนำให้มาในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง

ช่วงซากุระบานสวย
โดยทั่วไปช่วงปลายเดือนมีนาคม–กลางเดือนเมษายน
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีสวย
โดยทั่วไปช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
ซากุระชิดาเระที่บานเต็มบริเวณวัดเป็นจุดที่ห้ามพลาด
ซากุระชิดาเระที่บานเต็มบริเวณวัดเป็นจุดที่ห้ามพลาด
“สวนโซเก็นจิ” ในฤดูใบไม้ร่วงที่ถูกแต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี
“สวนโซเก็นจิ” ในฤดูใบไม้ร่วงที่ถูกแต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี
“สวนโซเก็นจิ” ในฤดูหนาวที่ชวนให้นึกถึงภาพวาดหมึกจีน
“สวนโซเก็นจิ” ในฤดูหนาวที่ชวนให้นึกถึงภาพวาดหมึกจีน

3. “อุนริวซึ” ความทรงพลังที่เห็นแล้วไม่มีวันลืม

“อุนริวซึ” คือผลงานที่เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของ “วัดเท็นริวจิ” (Tenryu-ji)
ภาพมังกรบนเพดานขนาดยาว 10.6 เมตร กว้าง 12.6 เมตร ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่อย่างมาก
เห็นครั้งเดียวก็ยากจะลืม
องค์ประกอบของภาพวางให้ดวงตามังกรเป็นศูนย์กลาง และไม่ว่ามองจากมุมไหนก็เหมือนสายตาของมังกรจะสบกับเรา จึงถูกเรียกว่า “มังกรจ้องมองทั้งแปดทิศ”
ภาพ “อุนริวซึ” ในปัจจุบันสร้างขึ้นในปี 1997 โดยจิตรกรภาพญี่ปุ่น คะยะมะ มะตะโซ
เดิมทีเคยประดับภาพมังกรบนเมฆที่วาดโดยซูซูกิ โชเน็นในสมัยเมจิ แต่เนื่องจากความเสียหายรุนแรง จึงเก็บรักษาบางส่วนไว้ และวาดภาพ “อุนริวซึ” ภาพใหม่ขึ้น

“อุนริวซึ” สัญลักษณ์ของ “วัดเท็นริวจิ”
“อุนริวซึ” สัญลักษณ์ของ “วัดเท็นริวจิ”

4. “ดารุมะซึ” พลังลึกลับจากลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์

หาก “อุนริวซึ” คือสัญลักษณ์ของวัดเท็นริวจิ “ดารุมะซึ” ก็คือภาพที่เป็นเหมือนหน้าตาของวัด
“ดารุมะซึ” ที่วาดอยู่บนฉากกั้นตรงหน้าทางเข้า “คุริ” ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งห้องครัวและสำนักงานวัด ใช้ดารุมะไดชิ ผู้ก่อตั้งนิกายเซนเป็นแรงบันดาลใจ
ด้วยลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของฮิราตะ เซโค โรไดชิ อดีตเจ้าอาวาสของวัดเท็นริวจิ คุณน่าจะสัมผัสได้ทั้งความรู้สึกลึกลับและความทรงพลังในเวลาเดียวกัน
เนื่องจาก “ดารุมะซึ” ยังถูกทำเป็นเครื่องรางด้วย หากคุณชื่นชอบภาพนี้ ก็ลองซื้อเครื่องราง “ดารุมะซึ” ที่เชื่อว่าจะช่วยเสริมสิริมงคลติดไม้ติดมือกลับไปก็น่าสนใจ

“ดารุมะซึ” ลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ที่ดูแล้วติดใจ
“ดารุมะซึ” ลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ที่ดูแล้วติดใจ

5. อาหารโชจิน เรียนรู้รสชาติของเซน

ภายในบริเวณวัดมีร้าน “ชิกเก็ตสึ” ที่บริหารโดยวัดเท็นริวจิโดยตรง ให้คุณได้ลิ้มลองอาหารโชจิน
ในโลกของอาหารญี่ปุ่น “อาหารโชจิน” คืออาหารที่ไม่ใช้เนื้อสัตว์และอาหารทะเล ใช้เพียงธัญพืช ผัก เมล็ดพืช และสาหร่าย ตามหลักคำสอนทางพุทธศาสนา “ห้ามฆ่าสัตว์”
ถือเป็นหนึ่งในการปฏิบัติของนิกายเซน และใช้วิธีการปรุงที่พัฒนาขึ้นเพื่อสัมผัสอิสรภาพทางใจ อันเกิดจากความกลมกลืนระหว่างจิตใจและธรรมชาติ
อาหารของที่นี่เคยได้รับการแนะนำในมิชลินไกด์ว่าเป็นอาหารที่มอบความพึงพอใจเกินราคา

อาหารโชจินที่ให้คุณได้ลิ้มรสแนวคิดเซน
อาหารโชจินที่ให้คุณได้ลิ้มรสแนวคิดเซน

3 สถานที่ท่องเที่ยวรอบวัดเท็นริวจิ

เที่ยววัดเท็นริวจิจนเต็มอิ่มแล้ว ลองออกไปเดินต่อแถวอาราชิยามะกันอีกนิด
อาราชิยามะมีสถานที่ที่ให้บรรยากาศ “นี่แหละเกียวโต” อยู่มากมาย และเป็นย่านที่พลาดไม่ได้หากอยากเที่ยวเกียวโตให้ครบอรรถรส
3 จุดที่แนะนำต่อไปนี้เป็นสถานที่ยอดฮิต และเดินทางจากวัดเท็นริวจิได้สะดวก ลองจัดไปเที่ยวควบคู่กันได้เลย

1. ทางเดินป่าไผ่ซากาโนะ

ซากาโนะเป็นพื้นที่ที่มีทิวทัศน์งดงาม จึงเป็นที่โปรดปรานของชนชั้นสูงและนักปราชญ์มาตั้งแต่สมัยเฮอัน (ค.ศ. 794–1185) และมีการสร้างคฤหาสน์พักผ่อนและกระท่อมจำนวนมาก
ทางเดินป่าไผ่ซากาโนะที่ตั้งอยู่ในย่านนี้ เป็นเส้นทางเดินเล่นยาวประมาณ 400 เมตร จากศาลเจ้าโนโนมิยะ ผ่านประตูเหนือของวัดเท็นริวจิ ไปจนถึงโอโคจิซันโซ
ภาพของไผ่สีเขียวสดที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสวยงาม ปรากฏบ่อยในหน้าปกนิตยสารท่องเที่ยว ละครโทรทัศน์ และโฆษณา จนเป็นที่รู้จักในฐานะทิวทัศน์ตัวแทนของเกียวโต ไผ่ที่พุ่งขึ้นตรงจากพื้นดินจะเอนเข้าด้านในเมื่อสูงขึ้น ทำให้ดูคล้ายอุโมงค์ไผ่
จากประตูเหนือของวัดเท็นริวจิไปถึงโอโคจิซันโซเป็นทางลาดชันเล็กน้อย และบริเวณด้านบนของทางลาดที่มองลงมาเห็นป่าไผ่ก็เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมเช่นกัน

ทางเดินที่ป่าไผ่เขียวชอุ่มขึ้นปกคลุมเหนือศีรษะ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวตัวแทนของเกียวโต
ทางเดินที่ป่าไผ่เขียวชอุ่มขึ้นปกคลุมเหนือศีรษะ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวตัวแทนของเกียวโต

2. คิโมโนะฟอเรสต์

ใน “อาราชิยามะเอคิ ฮันนาริ-ฮกโคะริ สแควร์” จะมีลานพลาซ่าที่เต็มไปด้วยเสา 600 ต้นเรียงราย สีสันสดใสด้วยลวดลายเคียวยูเซ็น เสาไม่ได้ตั้งอยู่แค่ในลานเท่านั้น แต่ยังติดตั้งตามชานชาลาและข้างรางรถไฟ ทำให้ทั้งสถานีอาราชิยามะดูราวกับงานศิลปะ ภายในยังมีร้านอาหาร ร้านของฝาก และบ่อแช่เท้า (300 เยน) จึงเป็นจุดพักผ่อนของนักท่องเที่ยว
ผู้ออกแบบ “คิโมโนะฟอเรสต์” คือ นักออกแบบภายใน โมริตะ ยะสุมิชิ
โดยนำผ้าเคียวยูเซ็นจากโรงย้อมเก่าแก่ คะเมะดะ โทะมิ โซเมะโคโจ ที่ดำเนินกิจการมาตั้งแต่สมัยไทโช มาหุ้มด้วยเสาอะคริลิก จัดวางให้เหมือนป่า
ลวดลายมีทั้งหมด 32 แบบ ทำให้ผู้คนเพลิดเพลินกับการเดินชม ค้นหาลายที่ชอบ และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างคึกคัก

พื้นที่ศิลปะสุดถ่ายรูปที่นำเคียวยูเซ็นมาจัดวางให้เหมือนป่าไผ่
พื้นที่ศิลปะสุดถ่ายรูปที่นำเคียวยูเซ็นมาจัดวางให้เหมือนป่าไผ่

3. สะพานโทเก็ตสึเคียว

สะพานที่ว่ากันว่าสร้างขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 9 สมัยเฮอัน แม้จะถูกน้ำพัดพังหลายครั้ง แต่ก็มีการสร้างใหม่ทุกครั้ง
เชื่อกันว่าชื่อนี้มาจากจักรพรรดิคะเมะยามะในสมัยคามาคุระ ที่มองเห็นดวงจันทร์ราวกับ “เคลื่อนข้าม” ไปบนสะพาน จึงตั้งชื่อว่าโทเก็ตสึเคียว
สะพานแห่งนี้ถูกนำเสนอในภาพอุคิโยเอะมากมาย รวมถึงผลงานของอุตะงะวะ ฮิโรชิเงะ และคัตสึชิกะ โฮคุไซ จนกลายเป็นทิวทัศน์ตัวแทนของอาราชิยามะ
สะพานที่ใช้อยู่ในปัจจุบันสร้างด้วยคอนกรีตในปี 1934 (โชวะ 9) แข็งแรงจนรถสามารถสัญจรได้ แต่ยังคงยึดวิธีการสร้างสะพานแบบดั้งเดิม และเลือกใช้ราวสะพานเป็นไม้เพื่อให้กลมกลืนกับภูมิทัศน์โดยรอบ จนแทบไม่รู้สึกแปลกตาและถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครย้อนยุคอยู่บ่อยครั้ง

ทิวทัศน์ตัวแทนของอาราชิยามะที่เคยถูกทำเป็นภาพพิมพ์ของคัตสึชิกะ โฮคุไซ
ทิวทัศน์ตัวแทนของอาราชิยามะที่เคยถูกทำเป็นภาพพิมพ์ของคัตสึชิกะ โฮคุไซ

3 ร้านอาหารยอดนิยมรอบวัดเท็นริวจิ

แถววัดเท็นริวจิมีทั้งร้านดังที่เข้ากับบรรยากาศเมืองเก่า และคาเฟ่ยอดนิยมที่แวะได้ง่ายระหว่างเที่ยว
ต่อไปนี้คือร้านอาหารแนะนำที่ขึ้นชื่อแม้ในหมู่คนท้องถิ่น

1. อิคุสึคาเฟ่ สาขาหลักอาราชิยามะ

คาเฟ่ยอดนิยมที่ได้ลิ้มลองขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยซุ้มประตูที่สง่างามจากการรีโนเวตบ้านญี่ปุ่นดั้งเดิม
แม้จะซ่อนตัวอยู่ในตรอกเล็ก ๆ แต่ก็มักมีนักท่องเที่ยวต่อคิวอยู่เสมอ
เมนูซิกเนเจอร์ “ชุดดังโงะโฮคุโฮคุ” เป็นเมนูที่ให้คุณย่างดังโงะบนเตาถ่านชิชิริน แล้วปรับความสุกตามที่ชอบได้เอง

คาเฟ่ขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นยอดนิยม ที่ให้ลองย่างดังโงะด้วยเตาชิชิรินแบบญี่ปุ่น
คาเฟ่ขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นยอดนิยม ที่ให้ลองย่างดังโงะด้วยเตาชิชิรินแบบญี่ปุ่น

2. ยูโดฟุ ซากาโนะ

วัดเท็นริวจิ วัดชื่อดังแห่งอาราชิยามะที่เป็นที่รู้จักจากสวนโซเก็นจิและอุนริวซึ ใกล้กับบริเวณวัดมีร้าน “ซากาโนะ” ร้านเฉพาะทางเมนูยูโดฟุ ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับมื้ออาหารในอาคารสถาปัตยกรรมซุกิยะสมัยใหม่ซึ่งออกแบบโดยปรมาจารย์ มุราโนะ โทโกะ พร้อมชมสวนญี่ปุ่นอันงดงามไปด้วย
ร้านมี 2 อาคาร ได้แก่ อาคารหลักที่เน้นห้องเสื่อทาทามิ และอาคารใหม่ที่มีที่นั่งแบบโต๊ะและเคาน์เตอร์
ในวันที่อากาศดี ยังสามารถรับประทานอาหารที่ที่นั่งกลางแจ้งริมสวนได้ด้วย

ร้านดังแห่งอาราชิยามะที่ได้เพลิดเพลินทั้งสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นชั้นยอด สวนญี่ปุ่นแสนงาม และเมนูยูโดฟุรสเลิศ
ร้านดังแห่งอาราชิยามะที่ได้เพลิดเพลินทั้งสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นชั้นยอด สวนญี่ปุ่นแสนงาม และเมนูยูโดฟุรสเลิศ

3. เคียวโตะคิตโจ สาขาหลักอาราชิยามะ

“เคียวโตะคิตโจ สาขาหลักอาราชิยามะ” ตั้งอยู่ระหว่างทางจากสะพานโทเก็ตสึเคียวไปยังวัดเท็นริวจิ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นระดับสูงที่มีชื่อเสียงทั้งในญี่ปุ่นและระดับโลก
นำพื้นฐานของ “ชาคะอิเซกิ” อาหารแบบดั้งเดิมที่เสิร์ฟแก่แขกด้วยความตั้งใจในพิธีชงชา มาผสานองค์ประกอบร่วมสมัย แล้วนำเสนอเป็นคอร์สอาหารญี่ปุ่นที่งดงามยิ่งขึ้น
ก่อนมื้ออาหาร กิจกรรม “ล่องเรือส่วนตัว” บนแม่น้ำโออิที่ไหลอยู่หน้าอาคารร้านก็ได้รับความนิยม และในฤดูร้อนยังสามารถชมการจับปลาด้วยนกกาน้ำได้ด้วย

เพลิดเพลินกับอาหารญี่ปุ่นที่ประณีตและหรูหรา ท่ามกลางทิวทัศน์สี่ฤดูของอาราชิยามะ
เพลิดเพลินกับอาหารญี่ปุ่นที่ประณีตและหรูหรา ท่ามกลางทิวทัศน์สี่ฤดูของอาราชิยามะ

3 ที่พักแนะนำรอบวัดเท็นริวจิ

ถ้าอยากซึมซับอาราชิยามะแบบไม่ต้องรีบ ย่านนี้เหมาะกับการค้างคืนไม่น้อย เพราะเป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติและประวัติศาสตร์ผสานกันอย่างงดงาม โดยมีวัดเท็นริวจิซึ่งเป็นมรดกโลกเป็นศูนย์กลาง
ช่วงเวลาที่ได้ใช้ท่ามกลางทิวทัศน์สี่ฤดู จะทำให้ทริปเกียวโตน่าประทับใจยิ่งขึ้น
ตั้งแต่ที่พักที่ให้ความรู้สึกแบบอาราชิยามะ ไปจนถึงโรงแรมที่ผสานความสะดวกสบายและความหรูหรา ต่อไปนี้คือที่พักคุณภาพที่น่าเลือกใกล้วัดเท็นริวจิ

1. โฮชิโนยะ เกียวโต

โรงแรมลักชัวรีริมแม่น้ำโออิในอาราชิยามะ หนึ่งในจุดชมวิวขึ้นชื่อของเกียวโต มอบประสบการณ์ “หลุดจากชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง”
คอนเซ็ปต์คือ “คฤหาสน์ส่วนตัวริมน้ำในอาราชิยามะที่ขุนนางสมัยเฮอันเคยเพลิดเพลิน” โดยห้องพักทั้ง 25 ห้องสามารถมองเห็นแม่น้ำโออิและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ได้ทั้งหมด
เริ่มจากเช็กอินที่ “โฮชิโนยะ เกียวโต ฟุเนะมาจิไอ” ใกล้เชิงสะพานโทเก็ตสึเคียว จากนั้นนั่งเรือเฉพาะไปยังโรงแรม
เมื่อถูกโอบล้อมด้วยเสียงนกน้ำและความงามของหุบเขา โลกแห่งความพิเศษก็เริ่มขึ้นแล้ว

รีสอร์ตหรูท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของอาราชิยามะ ที่ให้คุณสัมผัสบรรยากาศนอกเหนือชีวิตประจำวัน
รีสอร์ตหรูท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของอาราชิยามะ ที่ให้คุณสัมผัสบรรยากาศนอกเหนือชีวิตประจำวัน

2. MUNI KYOTO

โรงแรมลักชัวรีที่มอบการพักผ่อนและประสบการณ์ระดับพรีเมียม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทิวทัศน์ที่มีเพียงหนึ่งเดียว”
มีห้องพักทั้งหมด 21 ห้อง ทุกห้องเป็นห้องดีลักซ์ขนาดอย่างน้อย 50 ตร.ม. และสามารถชมวิวอาราชิยามะที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลจากในห้องได้
ใส่ใจรายละเอียด เช่น เตียงในห้องดับเบิลกว้าง 280 ซม. และของใช้ในห้องน้ำสูตรออริจินัลที่ใช้วัตถุดิบจากเกียวโต ความพิถีพิถันนี้ทำให้การเข้าพักรู้สึกสบายเป็นพิเศษ

โรงแรมลักชัวรีในเกียวโต-อาราชิยามะ อยู่ตรงหน้าสะพานโทเก็ตสึเคียว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทิวทัศน์ที่มีเพียงหนึ่งเดียว”
โรงแรมลักชัวรีในเกียวโต-อาราชิยามะ อยู่ตรงหน้าสะพานโทเก็ตสึเคียว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทิวทัศน์ที่มีเพียงหนึ่งเดียว”

3. เรียวกังออนเซ็นอาราชิยามะ อายะชิกิ โนะ ยะโดะ ฮานะอิคาดะ

เรียวกังออนเซ็นที่ตั้งอยู่ตรงเชิงสะพานโทเก็ตสึเคียวเหนือแม่น้ำโออิ เดินทางสะดวกมากในฐานะฐานเที่ยวอาราชิยามะและซากาโนะ
นอกจากออนเซ็นกลางแจ้งแบบชมวิวซึ่งเป็นแห่งเดียวในอาราชิยามะ ที่สามารถแช่น้ำพร้อมชมทิวทัศน์ของอาราชิยามะและยอดเขาศักดิ์สิทธิ์อาตาโกะที่อยู่ไกลออกไปแล้ว ยังมีออนเซ็นในร่ม 2 แบบ (ทำจากไม้ฮิโนกิทั้งห้อง และแบบหิน) รวมถึงออนเซ็นกลางแจ้งแบบส่วนตัวที่ต้องจองล่วงหน้า
ห้องพักบรรยากาศสงบในสไตล์ญี่ปุ่นมีหลายประเภท ทั้งแบบเตียงคู่ และห้อง 12 เสื่อที่รองรับการเข้าพักได้ถึง 6 คน

เรียวกังออนเซ็นที่เชิงสะพานโทเก็ตสึเคียว ให้คุณเพลิดเพลินกับวิวสุดงามของอาราชิยามะ
เรียวกังออนเซ็นที่เชิงสะพานโทเก็ตสึเคียว ให้คุณเพลิดเพลินกับวิวสุดงามของอาราชิยามะ

รีวิววัดเท็นริวจิ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัดเท็นริวจิ

Q

ซากุระของวัดเท็นริวจิช่วงไหนสวยที่สุด?

A

ช่วงซากุระบานสวยคือปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน

Q

ใบไม้เปลี่ยนสีของวัดเท็นริวจิช่วงไหนสวยที่สุด?

A

ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีสวยคือกลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม

Q

ไฮไลต์ของวัดเท็นโนจิคืออะไร?

A

ในบรรดาจุดน่าสนใจทั้งหมด “สวนโซเก็นจิ”, “อุนริวซึ” และ “ดารุมะซึ” เป็นจุดที่ห้ามพลาด

บทสรุป

บทความนี้ได้พาไปรู้จักประวัติและไฮไลต์ของ “วัดเท็นริวจิ” (Tenryu-ji) หนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของอาราชิยามะ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเกียวโต
หากรู้เรื่องราวความเป็นมาควบคู่ไปกับการเดินชมจุดเด่นต่าง ๆ คุณน่าจะได้สนุกกับเสน่ห์ของวัดเท็นริวจิได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เกียวโตยังมีสถานที่น่าเที่ยวอีกมากจนคุณอาจลังเลว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี
ถ้าเป็นแบบนั้น ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทางเพิ่มเติมสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวและของอร่อยขึ้นชื่อของเกียวโตได้เลย