วิธีเที่ยวทาเคชิตะโดริ จุดท่องเที่ยวที่รวมเทรนด์และความคาวาอี้

วิธีเที่ยวทาเคชิตะโดริ จุดท่องเที่ยวที่รวมเทรนด์และความคาวาอี้

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

แค่ก้าวเข้าไปใน “ทาเคชิตะโดริ” (Takeshita Dori) บรรยากาศความคึกคักก็ชวนให้หยุดมอง—ทั้งแฟชั่นและของกินสุดฮิตอยู่รวมกันบนถนนเส้นนี้
ที่นี่ยังถูกมองว่าเป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรม “คาวาอี้ (Kawaii)” ด้วย
ช่วงหลังมานี้ไม่ได้มีแค่คนวัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะมา ทำให้กลายเป็นสปอตยอดนิยมของโตเกียว
สำหรับคนที่มา “ทาเคชิตะโดริ” ครั้งแรก เราจะพาไปดูวิธีเที่ยวแบบคลาสสิก จุดช้อปปิ้ง และของกินเดินกินที่คัดมาแล้วว่าเด็ด

ทาเคชิตะโดริเป็นสถานที่แบบไหน?

“ทาเคชิตะโดริ” (Takeshita Dori) อยู่ย่านจิงกูมาเอะ เขตชิบูยะ กรุงโตเกียว
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ชื่อทางการจริงๆ คือ “สมาคมการค้าฮาราจูกุ ทาเคชิตะโดริ”
ทางเข้าถนนอยู่ฝั่งตรงข้ามทางม้าลายใกล้ๆ หลังออกจากประตูตรวจตั๋วของสถานีฮาราจูกุ
ตลอดแนวถนนยาวประมาณ 350 เมตร มีร้านสำหรับวัยรุ่นเรียงราย ทั้งแบรนด์แฟชั่นสุดฮิต ของกระจุกกระจิก และร้านถ่ายพุริคุระ (Purikura) เป็นต้น
ในย่านฮาราจูกุซึ่งเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมคาวาอี้ (Kawaii) อยู่แล้ว ที่นี่ถือว่าเป็นจุดที่สัมผัสบรรยากาศคาวาอี้ได้ชัดเป็นพิเศษ
ไม่ได้มีแค่แฟชั่นกับไอเท็มสีสันสดใสให้เพลินตา ยังเดินกินของอร่อยตามเทรนด์ได้ ถ่ายรูปตามสปอตที่ขึ้นกล้องสำหรับโซเชียลได้อีกด้วย เรียกว่ามีวิธีเที่ยวหลากหลาย
แม้ไม่ได้ตั้งใจมาซื้ออะไร แค่เดินดูอย่างเดียวก็เพลิน นี่แหละเสน่ห์ของ “ทาเคชิตะโดริ”

หนึ่งในจุดเด่นคือคนเยอะจนแทบไม่น่าเชื่อ
หนึ่งในจุดเด่นคือคนเยอะจนแทบไม่น่าเชื่อ

การเดินทางไปทาเคชิตะโดริ

ลองดูเส้นทางจาก “สถานีโตเกียว (JR Tokyo Station)” จุดศูนย์กลางการเดินทางท่องเที่ยวในโตเกียว ไปยัง “ทาเคชิตะโดริ” แบบเข้าใจง่ายกัน

เส้นทาง
1. ขึ้นรถไฟสาย JR Yamanote Line มุ่งหน้าไปทางชินากาวะ/ชิบูยะ
2. ลงที่สถานีฮาราจูกุ (Harajuku Station)
3. ออกจากประตูตรวจตั๋วทาง “ทางออกทาเคชิตะ (Takeshita Exit)” แล้วข้ามทางม้าลาย ก็ถึง “ทาเคชิตะโดริ”
ระยะเวลา
ประมาณ 30 นาที

วิธีเที่ยวทาเคชิตะโดริแบบคลาสสิก

ทาเคชิตะโดริอัดแน่นด้วยร้านแนวคาวาอี้สีสันสดใส ตั้งแต่ขนมหวานสุดไวรัลที่ถ่ายรูปขึ้นกล้อง ไปจนถึงแฟชั่นและเครื่องสำอางตามเทรนด์
จะเที่ยวแบบไหนก็ได้ตามสไตล์ แต่ถ้ามาครั้งแรก ลองเริ่มจากวิธีเที่ยวแบบคลาสสิกก่อนก็น่าจะเดินสนุกขึ้น

1. วิธีเที่ยวที่คลาสสิกสุดๆ “เดินกินเครป”

ถ้าพูดถึงของกินเดินกินบน “ทาเคชิตะโดริ” เมนูคลาสสิกตลอดกาลที่อยากแนะนำคือ “เครป”
แค่เดินไปตามถนนก็น่าจะเจอร้านเครปหลายร้าน
แต่ละร้านมีจุดเด่นทั้งเมนูและเนื้อสัมผัส จนเลือกไม่ถูกว่าจะกินร้านไหนดี
เครปสายวิปครีมจัดเต็ม ผสมผลไม้และครีมต่างๆ เป็นตัวเลือกยอดนิยม
ยังมีแบบใส่ไอศกรีมวานิลลาให้ความเย็นสดชื่น แบบเฉพาะฤดูกาล เครปร้อนที่เหมาะกับช่วงอากาศหนาว รวมถึงเครปคาวอย่างไส้ทูน่าหรือแกงกะหรี่ที่ก็ฮิตไม่แพ้กัน
จริงๆ แล้ว ร้านเครปแห่งแรกในญี่ปุ่นก็เปิดที่ “ทาเคชิตะโดริ” นี่เอง
ลองเริ่มจากการเดินกินเครปซึ่งเป็นกิจกรรมสุดคลาสสิกก่อน แล้วค่อยไปต่อแบบอื่นๆ ก็ได้

ถือเครปไว้ในมือ แล้วสนุกกับการเดินเล่นบน “ทาเคชิตะโดริ”
ถือเครปไว้ในมือ แล้วสนุกกับการเดินเล่นบน “ทาเคชิตะโดริ”

2. ถ่ายพุริคุระ เก็บความทรงจำทริปไว้

“พุริคุระ (Purikura)” คือบูธถ่ายรูปที่สามารถพิมพ์เป็นสติกเกอร์ได้ทันที พร้อมสนุกกับการแต่งภาพและตกแต่งหลากหลายแบบ
เพราะเป็นสปอตยอดนิยมของสาวๆ วัยรุ่น พุริคุระจึงกลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำกันเป็นประจำเมื่อมา “ทาเคชิตะโดริ”
แถบนี้มีร้านที่บริการและอุปกรณ์ครบๆ อยู่หลายจุด เช่น ให้ยืมที่หนีบผมฟรี มีบริการให้เช่าชุดคอสเพลย์ หรือมีห้องแต่งหน้า (Powder Room)
บางที่ยังมี “กรอบลายเวอร์ชันโตเกียว” ที่หาได้เฉพาะที่นี่ด้วย
ถ้ามา “ทาเคชิตะโดริ” แล้ว ลองถ่ายด้วยท่าโพสและสไตล์ต่างๆ จากนั้นแต่งภาพให้น่ารักๆ เพื่อเก็บเป็นความทรงจำดีๆ ของทริปกัน

ลองตกแต่งรูปที่ถ่ายไว้ได้เลยตรงนั้น (ภาพประกอบ)
ลองตกแต่งรูปที่ถ่ายไว้ได้เลยตรงนั้น (ภาพประกอบ)

3. สนุกกับแฟชั่นสไตล์ฮาราจูกุ

บน “ทาเคชิตะโดริ” มีร้านเสื้อผ้าหลากสไตล์ที่เรียกรวมๆ ว่าแฟชั่นสายฮาราจูกุ ไม่ว่าจะเป็นแนวสีสันป๊อปๆ แนวพาสเทลหวานๆ สไตล์ยูเมะคาวาอี้ หรือโลลิต้า
สิ่งที่ทุกสไตล์มีเหมือนกันคือ “ความเป็นตัวเอง”
ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่ทรงผมและเมคอัพก็มักมีความสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์สูง
อีกจุดเด่นคือไม่ได้มีแต่ร้านที่ส่งเทรนด์ล่าสุดเท่านั้น ยังมีร้านแบรนด์ราคาจับต้องได้เยอะด้วย
แค่เดินดูไอเท็มแปลกตาๆ หรือดูแฟชั่นของผู้คนบนถนน ก็สนุกแล้ว

ลองเปลี่ยนลุคเป็นแฟชั่นสายฮาราจูกุดูก็อาจสนุกกว่าที่คิด
ลองเปลี่ยนลุคเป็นแฟชั่นสายฮาราจูกุดูก็อาจสนุกกว่าที่คิด

4. สะดุดตาสุดๆ เดินกินของอร่อยตามเทรนด์

“ทาเคชิตะโดริ” ไม่ได้มีแค่แฟชั่นตามเทรนด์ แต่ยังรวมของกินสุดฮิตไว้เพียบ
อีกเอกลักษณ์คือมีของกินหน้าตาน่ารัก ถ่ายรูปขึ้นกล้อง เช่น เครป ไอศกรีม และสายไหม
มีครบทั้งสายไหมสีรุ้งสไตล์ฮาราจูกุ “Harajuku Rainbow” ซอฟต์ครีมยาวสุดๆ หรือมันฝรั่งทอร์นาโดที่เป็นกระแส
ลองเดินกินของที่หน้าตาอินแพ็กต์ๆ ไปด้วย แล้วสนุกกับการเดินเล่นบน “ทาเคชิตะโดริ” ไปพร้อมกัน

สายไหมที่ทั้งดูสนุกและกินเพลิน
สายไหมที่ทั้งดูสนุกและกินเพลิน

5. ถ่ายรูปคาวาอี้ที่สปอตถ่ายรูปขึ้นกล้อง!

สิ่งที่ถ่ายรูปขึ้นกล้องไม่ได้มีแค่ของกินเท่านั้น ทั้งในร้านและหน้าร้านก็มีสปอตถ่ายรูปอยู่หลายจุด
ตามมุมต่างๆ ยังมีงานวอลล์อาร์ตให้ลองสังเกตหา
ถ้าถือของกินที่ถ่ายรูปขึ้นกล้องไปถ่ายตามสปอตเหล่านี้ ก็น่าจะได้รูปคาวาอี้กลับไปแน่นอน

ร้านจำนวนมากมีหน้าร้านสีสันป๊อปๆ ทำให้แทบทุกมุมกลายเป็นจุดถ่ายรูปได้
ร้านจำนวนมากมีหน้าร้านสีสันป๊อปๆ ทำให้แทบทุกมุมกลายเป็นจุดถ่ายรูปได้

ลองสัมผัสวัฒนธรรมคาวาอี้และเสื้อผ้ามือสอง! คัดมาแล้วจุดช้อปปิ้งแนะนำบนทาเคชิตะโดริ

WEGO 1.3.5… สาขาฮาราจูกุ ทาเคชิตะโดริ

ถ้าอยากเดินช้อปแบบได้ครบในร้านเดียว “WEGO” ไลฟ์สไตล์สโตร์ที่มีสาขาทั่วญี่ปุ่นประมาณ 170 แห่ง ก็เป็นตัวเลือกที่แวะง่าย ร้านนี้จำหน่ายเสื้อผ้าผู้ชายและผู้หญิง รวมถึงแฟชั่นแอ็กเซสซอรี
ยังมีไอเท็มแฟชั่นให้เลือกครบ ทั้งกระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ

ช้อปไอเท็มเทรนด์ล่าสุดได้
ช้อปไอเท็มเทรนด์ล่าสุดได้

ถ้าจะเดินกินต้องที่นี่! ของกินทาเคชิตะโดริ 3 ร้านแนะนำ

ถ้าโฟกัสเรื่องของกินเดินกินบน “ทาเคชิตะโดริ” เราคัดมาให้ 3 ร้านที่เหมาะเป็นพิเศษ
ใครยังลังเลว่าจะกินอะไรดี ลองเริ่มจากลิสต์นี้ได้เลย

1. มาริออนเครป สาขาฮาราจูกุ ทาเคชิตะโดริ

เครปเชนขนาดใหญ่ ก่อตั้งในปี 1976
เป็นผู้บุกเบิกในญี่ปุ่นที่ทำให้สไตล์ “ห่อเครปด้วยกระดาษแล้วเดินกิน” เป็นที่นิยม
ในฐานะขนมหวานล้ำเทรนด์ที่เป็นตัวแทนของฮาราจูกุ ซึ่งเป็นแหล่งแฟชั่นและวัฒนธรรมของวัยรุ่น ได้รับความนิยมถล่มทลายตั้งแต่ยุคนั้น และปัจจุบันมีสาขาทั่วประเทศประมาณ 80 แห่ง

ขนมเดินกินยอดฮิตที่เติบโตมาพร้อมย่านฮาราจูกุ
ขนมเดินกินยอดฮิตที่เติบโตมาพร้อมย่านฮาราจูกุ

2. TOTTI CANDY FACTORY สาขาฮาราจูกุ

ร้านขนมยอดนิยมระดับท็อปในย่านฮาราจูกุ ที่เคยเป็นข่าวดังตั้งแต่ช่วงเปิดเดือนสิงหาคม 2015 เพราะคนต่อคิวยาวถึงขั้นรอประมาณ 5 ชั่วโมง
เมนูดังคือสายไหมก้อนยักษ์สีสันสดใส ที่ว่ากันว่าเดินในฮาราจูกุยังไงก็ต้องเห็น
จนถึงตอนนี้ยังคงเป็นเทรนด์ในหมู่นักเรียนสาวมัธยมและนักท่องเที่ยวต่างชาติ และถูกโพสต์ลงโซเชียลอยู่มากมาย
ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์มักมีคิวยาวที่บันไดขึ้นร้านชั้น 2 ของตึก

ขนมฮาราจูกุที่ดังจากไซส์ยักษ์และสีสุดน่ารัก
ขนมฮาราจูกุที่ดังจากไซส์ยักษ์และสีสุดน่ารัก

3. เทพเจ้าแห่งกล้วย สาขาฮาราจูกุ ทาเคชิตะโดริ

ร้านสมูทตี้ที่ใช้กล้วยญี่ปุ่นซึ่งมีความหายากและมูลค่าสูง
กล้วยที่ปลูกในดินคุณภาพสูงของคาโกชิมะซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหาร มีทั้งกรดอะมิโน โปรตีน และสารอาหารมากมาย
ด้วยการใช้กล้วยญี่ปุ่นชนิดนี้แบบจัดเต็ม (และกินได้ทั้งเปลือก) จึงได้สัมผัสที่ครีมมี่และความหวานละมุนยิ่งกว่าสมูทตี้ทั่วไป

เริ่มต้นไลฟ์สไตล์สุขภาพดีด้วยสมูทตี้กล้วยญี่ปุ่นหวานละมุน
เริ่มต้นไลฟ์สไตล์สุขภาพดีด้วยสมูทตี้กล้วยญี่ปุ่นหวานละมุน

3 สถานที่ท่องเที่ยวรอบทาเคชิตะโดริ

เดินเล่น “ทาเคชิตะโดริ” แล้ว ถ้าอยากเปลี่ยนอารมณ์แถวใกล้ๆ ก็มีสปอตให้แวะอีกไม่น้อย ทั้งโซนที่ได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติสีเขียวด้วย
หลังเดินเล่นบน “ทาเคชิตะโดริ” จนจุใจแล้ว อยากให้ลองแวะเที่ยวสถานที่ที่จะแนะนำต่อไปนี้ด้วย

1. ศาลเจ้าเมจิ

ศาลเจ้าเมจิสร้างขึ้นในปีไทโชที่ 9 (ค.ศ. 1920) เพื่อสักการะจักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินี (โชเคนโคไทโกะ)
ประกอบด้วย “ไนเอ็ง (Naien)” ซึ่งเป็นเขตด้านในที่เงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ มีอาคารหลักและสวน รวมถึง “ไกเอ็ง (Gaien)” เขตด้านนอกที่มีสถานที่จัดแสดงต่างๆ เช่น หอภาพวาดอนุสรณ์โชโทคุ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาหลายแห่ง และยังมี “เมจิ คิเนนคัง” สถานที่จัดพิธีแต่งงานแบบครบวงจรด้วย
ป่าที่ปลูกด้วยต้นไม้ราว 100,000 ต้นที่ได้รับการถวายมาจากทั่วญี่ปุ่น เป็นป่าปลูกที่อุดมสมบูรณ์จนแทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่กลางเมือง ให้บรรยากาศลึกลับ และยังมีชื่อเสียงในฐานะพาวเวอร์สปอตด้วย

เป็นศาลเจ้าที่มีจำนวนผู้ไปไหว้ปีใหม่มากที่สุดในญี่ปุ่นทุกปี และเป็นพาวเวอร์สปอตชื่อดังในโตเกียว
เป็นศาลเจ้าที่มีจำนวนผู้ไปไหว้ปีใหม่มากที่สุดในญี่ปุ่นทุกปี และเป็นพาวเวอร์สปอตชื่อดังในโตเกียว

2. ทางเดินเลียบแม่น้ำชิบูยะสายเก่า (แคตสตรีท)

ทางเดินเล่นที่อยู่ในซอยด้านหลัง เลี้ยวเข้าไปจากถนนใหญ่ที่เชื่อมชิบูยะกับฮาราจูกุ
บางส่วนของ “ทางเดินเลียบแม่น้ำชิบูยะสายเก่า” ที่ต่อเนื่องจากบริเวณใกล้ป้อมตำรวจจิงกูมาเอะ เป็นที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “แคตสตรีท (Cat Street)” และเป็นจุดที่มีร้านยอดนิยมของวัยรุ่นรวมตัวกันจำนวนมาก
ย่านนี้เรียกว่า “อุระฮาราจูกุ (Ura-Harajuku)” โดยรอบๆ แคตสตรีทจะมีร้านขนาดไม่ใหญ่มากเรียงราย ทั้งร้านมัลติแบรนด์สุดชิคและหน้าร้านของแบรนด์ที่กำลังมาแรง
ไม่ได้มีแค่แบรนด์หรูให้เดินดูอย่างเดียว แต่ยังมีร้านเสื้อผ้ามือสองที่คัดสรรแบบมีเอกลักษณ์ และร้านสาขาแรกของแบรนด์ที่เพิ่งเข้าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งปล่อยเทรนด์

แหล่งปล่อยเทรนด์ที่รวมร้านน่าจับตาและคาเฟ่ไว้มากมาย
แหล่งปล่อยเทรนด์ที่รวมร้านน่าจับตาและคาเฟ่ไว้มากมาย

3. สวนโยโยงิ

สวนโยโยงิ (Yoyogi Park) มีพื้นที่กว้าง 544,711.27 ตร.ม. เต็มไปด้วยทิวทัศน์ของน้ำและความเขียวขจีที่อุดมสมบูรณ์จนแทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ใจกลางเมือง
ภายในสวนแบ่งเป็น 2 โซน โดยมีถนนคั่นกลาง คือโซนสวนป่าทางด้านเหนือ และโซนลานกว้างทางด้านใต้ที่มีเวทีกลางแจ้งและสนามกีฬา
ฤดูใบไม้ผลิจะมีซากุระราว 800 ต้นบานสวย โดยเฉพาะบริเวณรอบสระน้ำพุทางฝั่งใต้ของลานกลาง เป็นจุดชมซากุระยอดนิยม

โอเอซิสกลางเมืองที่คึกคักด้วยอีเวนต์หลากหลาย
โอเอซิสกลางเมืองที่คึกคักด้วยอีเวนต์หลากหลาย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทาเคชิตะโดริ

Q

ร้านค้าบนทาเคชิตะโดริเปิดถึงกี่โมง?

A

ช่วงที่เป็นถนนคนเดินคือ 11:00–18:00 ส่วนเวลาเปิด-ปิดของร้านจะแตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน

Q

ที่ทาเคชิตะโดริทำอะไรได้บ้าง?

A

สามารถสนุกกับวัฒนธรรมคาวาอี้และเทรนด์ของญี่ปุ่น ผ่านการช้อปปิ้งและของกินได้

บทสรุป

พอเดินตามเส้นทางคลาสสิกของ “ทาเคชิตะโดริ” แล้ว จะเห็นภาพรวมของย่านนี้ชัดขึ้น ตั้งแต่ขนมเดินกิน แฟชั่นสายฮาราจูกุ ไปจนถึงสปอตถ่ายรูปขึ้นกล้อง
วัฒนธรรม “คาวาอี้ (Kawaii)” ที่กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น อยากให้คุณได้ลองสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
ถ้าอยากสนุกกับฮาราจูกุให้เต็มที่ ลองอ่านบทความนี้ควบคู่กันไปด้วย