
【คู่มือเที่ยวโดโกะออนเซ็น】ดื่มด่ำเสน่ห์ญี่ปุ่นในบ่อน้ำพุร้อนที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
ถ้าอยากออกไปเดินเล่นในย่านเมืองออนเซ็นที่ยังคงกลิ่นอายญี่ปุ่นแบบคลาสสิก “โดโกะออนเซ็น” (Dogo Onsen) คือชื่อที่มักถูกพูดถึงเสมอ ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเป็นพิเศษ
ใน “นิฮงโชกิ” (Nihon Shoki) พงศาวดารโบราณที่เรียบเรียงขึ้นในปี ค.ศ. 720 ก็มีบันทึกเกี่ยวกับ “โดโกะออนเซ็น” ทำให้ที่นี่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
บทความนี้จะพาคุณไล่ทำความรู้จัก “โดโกะออนเซ็น” ตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้ ไปจนถึงเรียวกังและร้านอร่อยที่แนะนำ เพื่อให้ได้ซึมซับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นที่สั่งสมจากประวัติศาสตร์อันยาวนานอย่างแท้จริง
โดโกะออนเซ็นเป็นสถานที่แบบไหน?
“โดโกะออนเซ็น” (Dogo Onsen) ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึยามะ จังหวัดเอฮิเมะ และเป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นในพื้นที่นี้มาอย่างยาวนาน จนถูกนับเป็นหนึ่งใน “สามออนเซ็นโบราณของญี่ปุ่น” อีกทั้งยังปรากฏชื่อใน “นิฮงโชกิ” (Nihon Shoki) หนังสือประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นด้วย
สัญลักษณ์ของ “โดโกะออนเซ็น” คือ นกยางขาว (ชิราซากิ / shirasagi) โดยมีตำนานเล่าว่า ในสมัยโบราณนกยางขาวที่ได้รับบาดเจ็บได้จุ่มขาลงในน้ำพุร้อนแล้วอาการดีขึ้น จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบน้ำพุร้อนแห่งนี้
ยังมีบันทึกว่าเหล่าเทพเจ้าผู้ทรงเกียรติชื่นชอบที่นี่ และเจ้าชายโชโตกุ (Shotoku Taishi) เคยมาเยือนเพื่อพักฟื้นรักษาอาการเจ็บป่วยด้วย
“โดโกะออนเซ็น” ยังเป็นที่รู้จักในฐานะฉากของนิยายชื่อดัง “บ็อตจัง” ของนัตสึเมะ โซเซกิ (Natsume Soseki) ด้วยเช่นกัน
เสน่ห์สำคัญของ “โดโกะออนเซ็น” คือการแช่ออนเซ็นแบบตระเวนหลายแห่งท่ามกลางย่านเมืองที่มีบรรยากาศคลาสสิก และยังเข้าใช้แบบไปเช้าเย็นกลับได้ จึงแวะมาได้อย่างสบายๆ
แม้น้ำของ “โดโกะออนเซ็น” จะขึ้นชื่อว่าช่วยบรรเทาอาการปวดประสาทและโรคผิวหนัง แต่จุดเด่นอีกอย่างคือเป็นน้ำใสไร้สี
ที่ “โดโกะออนเซ็น” ยังมีอาหารขึ้นชื่ออย่างข้าวหน้าปลาไท (ไทเมชิ) และเมนูท้องถิ่นอีกมากมาย มาแล้วอย่าลืมเผื่อท้องไว้ลิ้มลองให้เต็มที่

การเดินทางไปโดโกะออนเซ็น
ต่อไปนี้เป็นวิธีเดินทางไป “โดโกะออนเซ็น” โดยเริ่มต้นจาก “สนามบินมัตสึยามะ” ซึ่งมีเที่ยวบินระหว่างประเทศ และถือเป็นจุดสำคัญของการท่องเที่ยวจังหวัดเอฮิเมะ
- เส้นทาง
- ขึ้นรถบัสลิมูซีน “อิโยะเท็ตสึบัส” ที่ “สนามบินมัตสึยามะ” ไปทาง “สถานีโดโกะออนเซ็น” และลงที่ “สถานีโดโกะออนเซ็น”
- ระยะเวลา
- ประมาณ 40 นาที
เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับก็สนุกได้! ออนเซ็นสาธารณะ 3 แห่งของโดโกะออนเซ็น
ที่ “โดโกะออนเซ็น” มีออนเซ็นสาธารณะ (โซโตะยุ) ให้แวะเข้าใช้แบบไปเช้าเย็นกลับได้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือโรงอาบน้ำสาธารณะนั่นเอง
โรงอาบน้ำสาธารณะคือสถานที่อาบน้ำที่คนทั่วไปใช้บริการได้อย่างสะดวก ซึ่งในญี่ปุ่นก็คล้ายกับ “เซ็นโต” (โรงอาบน้ำสาธารณะ)
ถ้ามาเที่ยว “โดโกะออนเซ็น” อยากชวนให้ลองเปลี่ยนเป็นยูกาตะ แล้วออกไปตระเวนแช่ออนเซ็นสาธารณะดูสักครั้ง
ยูกาตะสวมใส่สบาย ระบายอากาศดี เหมาะมากสำหรับใส่หลังแช่น้ำพุร้อน
ยิ่งเดินเที่ยวในย่านเมืองที่มีเสน่ห์พร้อมชุดยูกาตะ ก็ยิ่งช่วยให้ได้ซึมซับบรรยากาศของ “โดโกะออนเซ็น” มากขึ้นไปอีก
1. โดโกะออนเซ็นฮงคัง
โดโกะออนเซ็นฮงคังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ เป็นอาคารที่งดงามอลังการและชวนให้สัมผัสถึงประวัติศาสตร์
เริ่มดำเนินงานซ่อมบำรุงเพื่อการอนุรักษ์ไปพร้อมกับเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 2019 และกลับมาเปิดให้บริการครบทั้งอาคารอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2024
น้ำแร่ที่นี่เป็นน้ำพุร้อนชนิดอัลคาไลน์แบบเรียบง่าย (alkaline simple hot spring) ให้สัมผัสเนียนนุ่ม อ่อนโยนต่อผิว ระคายเคืองน้อย เหมาะทั้งสำหรับการพักฟื้นแบบแช่น้ำพุร้อนและเพื่อความงาม

2. โดโกะออนเซ็นเบ็กคัง อาสึกะโนะยูเซ็น
เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2017 โดยวางบทบาทไว้เป็นศูนย์กลางในการส่งต่อวัฒนธรรมออนเซ็นรูปแบบใหม่
ภายใต้ธีม “โดโกะในยุคโบราณ” จึงนำรูปแบบสถาปัตยกรรมยุคอาสึกะมาปรับใช้ให้เหมาะกับโดโกะออนเซ็นที่ขึ้นชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
สามารถเพลิดเพลินกับน้ำแร่แบบไหลเวียนจากต้นกำเนิดโดยไม่เติมความร้อนและไม่เติมน้ำ รวมถึงมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ฮงคังไม่มี เช่น ออนเซ็นกลางแจ้ง
มีคอร์สการอาบน้ำให้เลือกหลายแบบ โดยห้องอาบน้ำและห้องพักผ่อนที่ใช้ได้จะแตกต่างกันไปตามคอร์ส

3. โดโกะออนเซ็น สึบากิโนะยุ
“โดโกะออนเซ็น สึบากิโนะยุ” เป็นอาคารในเครือเดียวกับ “โดโกะออนเซ็นฮงคัง” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
“โดโกะออนเซ็น สึบากิโนะยุ” ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของย่านช้อปปิ้งโดโกะ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1953 และอยู่ห่างจาก “โดโกะออนเซ็นฮงคัง” เดินประมาณ 3 นาที
ต่อมาได้ผ่านการปรับปรุงหลายครั้ง ก่อนจะรีโนเวตและเปิดใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 2017
ห้องอาบน้ำใช้หินแกรนิตเช่นเดียวกับฮงคัง ภายในโรงอาบน้ำเพดานสูง โปร่งกว้าง มีหม้อต้มน้ำพุร้อนของโดโกะออนเซ็นตั้งอยู่ด้วย สามารถเพลิดเพลินกับน้ำแร่ชื่อดังของโดโกะแบบไหลเวียนจากต้นกำเนิดโดยไม่เติมความร้อนและไม่เติมน้ำอย่างหรูหรา

พักผ่อนแบบสบายๆ พร้อมสัมผัสบรรยากาศ! 5 เรียวกังแนะนำในโดโกะออนเซ็น
“โดโกะออนเซ็น” มีเรียวกังให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบที่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมและเหมาะกับการพักผ่อนจริงจัง
ถ้าอยากเก็บให้ครบทั้งย่านเมือง ออนเซ็น และของอร่อย แนะนำว่าไม่ควรมาแบบไปเช้าเย็นกลับ แต่ควรค้างอย่างน้อย 1 คืน
จากเรียวกังจำนวนมาก เราคัดเฉพาะที่แนะนำเป็นพิเศษมาให้รู้จัก
1. โดโกะออนเซ็น ฟุนายะ
ก่อตั้งราวปี ค.ศ. 1627 ในสมัยเอโดะ
เรียวกังออนเซ็นเก่าแก่ “โดโกะออนเซ็น ฟุนายะ” (Dogo Onsen Funaya) เคยต้อนรับนักเขียนและบุคคลมีชื่อเสียงมากมาย รวมถึงนัตสึเมะ โซเซกิ (Natsume Soseki) และกวีไฮกุ มาซาโอกะ ชิกิ (Masaoka Shiki) ที่มีความเกี่ยวข้องกับมัตสึยามะด้วย
มีห้องพักทั้งหมด 58 ห้อง ตั้งแต่ห้องพิเศษสไตล์ซุคิยะ ไปจนถึงห้องแบบญี่ปุ่น ห้องแบบญี่ปุ่น-ตะวันตก และห้องสไตล์ตะวันตก
พร้อมมอบการเข้าพักที่สบายและน่าประทับใจ

2. ชาฮารุ
ที่พักออนเซ็นซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองออนเซ็น ใกล้โดโกะออนเซ็นฮงคัง และเป็นที่พักแห่งแรกในโดโกะออนเซ็นที่มีออนเซ็นกลางแจ้ง
ออนเซ็นกลางแจ้งที่เป็นไฮไลต์อยู่ชั้น 10 ชั้นบนสุด มองเห็นวิวปราสาทมัตสึยามะและภูเขาอิชิซึจิ เป็นเสน่ห์ที่ไม่ควรพลาด
ช่วงกลางคืนยังสามารถแช่น้ำพร้อมชมดาวเต็มท้องฟ้าได้อีกด้วย
นอกจากนี้ “บ่อสุภาพสตรี” ยังจัดกิจกรรมออนเซ็นกุหลาบกลางแจ้งในวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 17:00–22:00
ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การแช่น้ำแบบหรูหราสไตล์ชาฮารุ
หลังแช่น้ำแล้ว แนะนำให้นั่งพักที่เลานจ์ชมวิว ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี

3. โรงแรมโดโกะปรินซ์
ในย่านเมืองออนเซ็นที่ที่พักเรียงรายอยู่มากมายของ “โดโกะออนเซ็น” ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น “โรงแรมโดโกะปรินซ์” ก็ถือเป็นหนึ่งในที่พักออนเซ็นขนาดใหญ่ที่สุด
มีทั้งห้องสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ห้องสไตล์ตะวันตก และห้องพิเศษพร้อมออนเซ็นกลางแจ้ง ให้คุณได้เพลิดเพลินกับการเข้าพักที่ผ่อนคลาย

4. โดโกะออนเซ็น ฮานะยุดสึกิ
ที่พักออนเซ็นทำเลดีมาก เดินถึงได้จากแลนด์มาร์กยอดนิยมของโดโกะออนเซ็นอย่าง “โดโกะออนเซ็นฮงคัง”
เพลิดเพลินกับออนเซ็นของโดโกะที่ถูกเล่าว่าเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นได้ทั้งในบ่อกลางแจ้งชมวิวที่ปรับอุณหภูมิได้ตามชอบด้วย “บ่อร้อน” และ “บ่ออุ่น” รวมถึงโรงอาบน้ำขนาดใหญ่ที่กว้างขวาง รองรับได้ประมาณ 100 คน

5. โรงแรมฟุรุกะวะเอ็น ฮารุกะ
เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในปี ค.ศ. 2019 บนทำเลชั้นเยี่ยมบนเนินสูงใจกลางย่านเมืองออนเซ็นที่มองลงมาเห็นโดโกะออนเซ็นฮงคังได้
ที่นี่ผสานความผ่อนคลายแบบที่พักออนเซ็นเข้ากับความสะดวกสบายแบบโรงแรม และยังเป็นโรงแรมล้ำสมัยที่ใช้พลังงานสะอาดเป็นแหล่งพลังงานหลัก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โรงแรมที่เป็นมิตรต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม”
จากโรงอาบน้ำขนาดใหญ่แบบชมวิวพร้อมออนเซ็นกลางแจ้งบนชั้นบนสุด สามารถมองเห็นทั้งย่านเมืองออนเซ็นและตัวเมืองมัตสึยามะ ได้เพลิดเพลินทั้งวิวสวยและน้ำแร่ชื่อดังไปพร้อมกัน โดยเฉพาะ “โทคิโนเนะ” (Tokinone) บ้านพักส่วนตัวแบบให้เช่าทั้งหลังในลานกลาง มีเพียง 1 หลังเท่านั้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสุดหรูมากมาย รวมถึงออนเซ็นกลางแจ้งส่วนตัว รับประกันการเข้าพักระดับพรีเมียม

ไม่ได้มีแค่ออนเซ็น! 5 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้โดโกะออนเซ็น
รอบๆ โดโกะออนเซ็นไม่ได้มีแค่ออนเซ็นเท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้แวะอีกหลายจุด
ต่อไปนี้เราจะพาไปรู้จักสถานที่ที่อยากให้แวะเป็นพิเศษเมื่อมาเที่ยว
ทั้งร้านซื้อของฝากและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับ “โดโกะออนเซ็น” คุณน่าจะได้สนุกกับโดโกะออนเซ็นในหลากหลายมุมมองแน่นอน
1. ถนนช้อปปิ้งโดโกะ (ถนนโดโกะไฮคาระ)
ถนนช้อปปิ้งโดโกะตั้งอยู่ติดกับอาคารโดโกะออนเซ็นฮงคัง และเป็นที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “ถนนโดโกะไฮคาระ” เป็นอาร์เคดรูปตัว L ยาวประมาณ 250 เมตร เชื่อมจากสถานีโดโกะออนเซ็น (ปลายทางรถรางของสายอิโยะเท็ตสึ) ไปยังโดโกะออนเซ็นฮงคัง
มีร้านของฝากและร้านอาหารเรียงรายมากมาย หลังแช่ออนเซ็นแล้วจะเดินเล่นต่อทั้งชุดยูกาตะก็เป็นอีกหนึ่งความสนุกที่มีเฉพาะย่านเมืองออนเซ็น

2. คาเฟ่แช่เท้า “ฟุโตะโฮโตะ” ที่ยามาโตะยะฮงเต็น
เปิดในปี ค.ศ. 2021 จากความร่วมมือระหว่าง “ยามาโตะยะฮงเต็น” (Yamatoya Honten) เรียวกังเก่าแก่ของโดโกะออนเซ็นที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1868 และคาเฟ่ยอดนิยม “โดโกะโนะมาจิยะ” (Dogo no Machiya) ที่ตั้งอยู่บนถนนสายหลัก “ถนนโดโกะไฮคาระ”
ที่นี่คือ “คาเฟ่แช่เท้า” ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มและของหวานไปพร้อมกับการแช่เท้าในออนเซ็น
ทำเลอยู่ติดกับโดโกะออนเซ็นฮงคัง เหมาะมากสำหรับแวะพักระหว่างเดินเที่ยวโดโกะออนเซ็น เดินจนเหนื่อยแล้วมาผ่อนคลายกับเวลาคาเฟ่พร้อมแช่เท้ากัน

3. นาฬิกาหุ่นกลบ็อตจัง
นาฬิกาหุ่นกลที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1994 ที่สวนโฮโจเอ็นหน้า “สถานีโดโกะออนเซ็น” เพื่อเป็นโครงการฉลองครบรอบ 100 ปีการก่อสร้างโดโกะออนเซ็นฮงคัง
มีการแสดงตามเสียงนาฬิกาทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่ 08:00 ถึง 22:00 คอยต้อนรับผู้มาเยือนโดโกะออนเซ็นอย่างมีสีสัน

4. สถานีโดโกะออนเซ็น
สถานีโดโกะออนเซ็นของรถรางในเมืองสายอิโยะเท็ตสึ เป็นสถานีที่ใกล้ “โดโกะออนเซ็น” ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
เป็นสถานีปลายทางของ “รถไฟบ็อตจัง” ที่วิ่งจากสถานีมัตสึยามะซิตี้มายังสถานีโดโกะออนเซ็น และยังเป็นจุดหายากที่สามารถเห็นรถไฟบ็อตจังกลับหัวเปลี่ยนทิศทางได้บริเวณด้านในของสถานี
สามารถชมอาคารสถานีปัจจุบันที่จำลองจากอาคารสถานีเก่า (สร้างในปี ค.ศ. 1911) ควบคู่กับ “รถไฟบ็อตจัง” ที่จำลองจากรถจักรไอน้ำซึ่งเคยวิ่งในเมืองตั้งแต่ยุคเมจิถึงโชวะได้ในคราวเดียว ให้ความรู้สึกย้อนยุคของย่านเมืองออนเซ็นอย่างเต็มที่

5. สวนโดโกะ (ซากปราสาทยูสึกิ)
สวนสาธารณะในเมืองขนาดใหญ่ พื้นที่ประมาณ 8.6 เฮกตาร์ ที่พัฒนาขึ้นบนซากปราสาทยูสึกิซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ
ทั้งสวนคือพื้นที่ที่เคยมีปราสาทตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 14 ถึงปลายศตวรรษที่ 16 ปัจจุบันยังคงมีร่องรอยโบราณสถานของปราสาท เช่น คันดินและคูน้ำ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในชื่อ “ซากปราสาทยูสึกิ”
มีรูปทรงคล้ายกระดองเต่าเกือบทั้งหมด เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 350 เมตร และบริเวณกลางเป็นเนินสูงราว 30 เมตร
จุดชมวิวเป็นที่นิยม เพราะสามารถมองเห็นที่ราบมัตสึยามะได้แบบพาโนรามา

ชิมของอร่อยขึ้นชื่อของมัตสึยามะ! 3 ร้านอาหารยอดนิยมในโดโกะออนเซ็น
ที่ “โดโกะออนเซ็น” มีร้านอาหารหลากหลายให้เลือก ลองชิมของขึ้นชื่อของ “มัตสึยามะ” และ “เอฮิเมะ” กันให้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าปลาไท (ไทเมชิ) ดังโงะ หรือทาร์ต
มีร้านสำหรับนักท่องเที่ยวให้เลือกเยอะ จึงไม่น่าแปลกใจหากจะลังเลว่าจะเข้าร้านไหนดี
งั้นมาดูร้านอาหารที่อยากแนะนำเป็นพิเศษเมื่อมาเที่ยว “โดโกะออนเซ็น” กัน
1. โดโกะบาคุชูคัง
“โดโกะบาคุชูคัง” (Dogo Bakushukan) ร้านที่บริหารโดยโรงหมัก/เจ้าของโรงเหล้า ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโดโกะออนเซ็นฮงคัง
เป็นร้านยอดนิยมเพราะสามารถดื่มสักแก้วหลังแช่น้ำของโดโกะออนเซ็น ซึ่งถูกเล่าว่าเป็นหนึ่งในน้ำแร่ที่เก่าแก่ที่สุดได้
ที่นี่มีเบียร์โดโกะ 4 ชนิดที่ส่งตรงจากโรงหมัก ได้แก่ เคลช์ที่รู้จักกันในชื่อ “เบียร์บ็อตจัง”, อัลต์ที่รู้จักกันในชื่อ “เบียร์มาดอนน่า”, สเตาต์ที่รู้จักกันในชื่อ “เบียร์โซเซกิ” และไวส์เซนที่รู้จักกันในชื่อ “เบียร์โนโบะซัง”
นอกจากนี้ยังมีเบียร์ลิมิเต็ดเฉพาะร้านของโรงหมัก สาเกท้องถิ่น โชจู และตัวเลือกอีกหลากหลาย เป็นเสน่ห์ที่ไม่ควรพลาด

2. คาโดะยะ สาขาโอกาอิโด
“คาโดะยะ” เปิดครั้งแรกในปี ค.ศ. 1955 ที่เมืองอุวาจิมะ จังหวัดเอฮิเมะในฐานะร้านอาหารของชุมชน โดย “คาโดะยะ สาขาโอกาอิโด” เป็นหนึ่งในสาขาที่อยู่ในเมืองมัตสึยามะ
ทำเลดีมาก เดินทางไปปราสาทมัตสึยามะ โดโกะออนเซ็น และย่านใจกลางเมืองมัตสึยามะได้สะดวก พร้อมเสิร์ฟอาหารท้องถิ่นโดยให้ความสำคัญกับ “ความเป็นฤดูกาล” “คุณภาพวัตถุดิบ” และ “ความรู้สึกสดใหม่ตรงหน้า”
มาแล้วเมนูที่ควรเริ่มด้วยคือ “ข้าวหน้าปลาไทอุวาจิมะ” เมนูตัวแทนของอาหารท้องถิ่นเอฮิเมะ

3. ร้านทานิโมโตะคามาโบโกะ สาขาโดโกะ
ร้านทานิโมโตะคามาโบโกะเป็นร้านคามาโบโกะเก่าแก่ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1916 ถ่ายทอดเทคนิคดั้งเดิมโดยช่างฝีมือที่มีคุณวุฒิระดับชาติด้านการผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อปลา ปัจจุบันมีหลายสาขา และสาขาโดโกะอยู่หน้าโดโกะออนเซ็นฮงคัง เป็นร้านแบบซื้อกลับเท่านั้น จึงมักเห็นนักท่องเที่ยวซื้อของร้อนๆ แล้วกินระหว่างเดินเล่นอยู่บ่อยๆ
สินค้ายอดนิยมคือ “จาโกะเท็น” ของฝากสไตล์เรียบง่ายที่กลายเป็นของขึ้นชื่อของเอฮิเมะ อีกเมนูที่ฮิตคือ “จาโกะคัตสึ” ซึ่งนำเนื้อปลาบดของจาโกะเท็นผสมแครอตและหอมหัวใหญ่ ชุบเกล็ดขนมปัง ทำเป็นสไตล์คล้ายโคร็อกเกะ

สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปควบคู่กับโดโกะออนเซ็น: “ปราสาทมัตสึยามะ”
“ปราสาทมัตสึยามะ” (Matsuyama Castle) เป็นสัญลักษณ์ของเมืองมัตสึยามะ และยังมีชื่อเสียงในฐานะปราสาทที่ตีได้ยากยิ่ง
มีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญถึง 21 รายการ รวมถึงหอคอยปราสาทหลัก และยังมีจุดน่าชมมากมาย เช่น ประตูอิจิโนะมง และประตูชิจิคุ
ภายในหอคอยปราสาทยังจัดแสดงเอกสารและวัตถุสำคัญไว้ด้วย
การเดินชมรายละเอียดเชิงป้องกันที่ทำให้ตีได้ยาก เช่น หน้าต่างลูกกรงแบบบานยก ช่องยิง และช่องทิ้งหิน ก็สนุกไม่แพ้กัน
ยังมีมุมให้ลองสวมชุดเกราะ และโซนสัมผัสปืนคาบศิลา ให้คุณถ่ายรูปไปด้วยและสัมผัสประวัติศาสตร์ไปพร้อมกันได้
จาก “โดโกะออนเซ็น” ใช้เวลาเพียงราว 20–30 นาทีเท่านั้น อยากชวนให้แวะไปควบคู่กัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโดโกะออนเซ็น
Q
จริงไหมที่โดโกะออนเซ็นเป็นต้นแบบโรงอาบน้ำในภาพยนตร์ “Spirited Away”?
แม้จะไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่มีข่าวลือว่าเป็นหนึ่งในต้นแบบของ “อะบุระยะ”
Q
เสน่ห์ของโดโกะออนเซ็นคืออะไร?
เสน่ห์อยู่ที่ย่านเมืองที่ให้ความรู้สึกแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม และสถานที่ออนเซ็นหลากหลายแห่งที่เหมาะกับการพักผ่อนอย่างช้าๆ
บทสรุป
เราได้พาไปรู้จักเสน่ห์ของ “โดโกะออนเซ็น” (Dogo Onsen) แบบครบถ้วน ทั้งจุดท่องเที่ยวใกล้เคียงและของอร่อยขึ้นชื่อที่แนะนำ
“โดโกะออนเซ็น” คือจุดหมายที่ให้คุณได้สัมผัสวัฒนธรรมออนเซ็นในแบบญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ แถมยังช่วยให้ผ่อนคลายได้ดี อยากชวนให้ลองมาเยือนสักครั้ง
ใช้บทความนี้เป็นเหมือนไกด์บุ๊กติดตัว แล้วค่อยๆ ออกไปเพลิดเพลินกับ “โดโกะออนเซ็น” กัน
หากกำลังลังเลว่าไปมัตสึยามะที่มี “โดโกะออนเซ็น” แล้วควรเที่ยวที่ไหนดี ลองดูบทความด้านล่างเป็น参考ด้วย