จากสถานีเกียวโตประมาณ 20 นาที! รวม 10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอุจิ เที่ยววันเดียวก็สนุกได้

จากสถานีเกียวโตประมาณ 20 นาที! รวม 10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอุจิ เที่ยววันเดียวก็สนุกได้

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากตัวเมืองเกียวโตแบบไม่ต้องเดินทางไกล “อุจิ” ก็เป็นตัวเลือกที่น่าแวะมาก ด้วยกลิ่นอายเมืองเก่าทางประวัติศาสตร์และมรดกโลก 2 แห่งที่เป็นไฮไลต์
จากสถานีเกียวโตใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 20 นาที แล้วยังเดินเที่ยวต่อได้สบาย ๆ เพราะจุดท่องเที่ยวสำคัญส่วนใหญ่อยู่ไม่ไกลกัน ทำให้อุจิเหมาะกับทริปไปเช้าเย็นกลับสุด ๆ
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักสถานที่ยอดนิยม อาหารแนะนำ และช่วงเวลาที่ควรรู้ไว้ เพื่อเที่ยวอุจิแบบวันเดียวได้อย่างเต็มอิ่ม
มีเวลาจำกัดก็จัดทริปครึ่งวันได้ หรือถ้าอยากเดินชิล ๆ ก็เพลิดเพลินกับอุจิได้ครบภายใน 1 วัน

อุจิเป็นสถานที่แบบไหน?

“เมืองอุจิ” ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกียวโต
ในสมัยเฮอัน (ค.ศ. 794–1185) อุจิอยู่ไม่ไกลจากเฮอันเคียว (ปัจจุบันคือเมืองเกียวโต) และอุดมด้วยธรรมชาติ จึงรุ่งเรืองในฐานะย่านวิลล่าพักผ่อนของชนชั้นขุนนาง
อุจิซึ่งเป็นเมืองที่ขุนนางยุคเฮอันร่วมกันสร้างสรรค์ไว้ ยังคงหลงเหลือวัฒนธรรมขุนนางและโบราณสถานมากมายมาจนถึงปัจจุบัน
ศาลเจ้าอุจิงามิและวัดเบียวโดอินที่เป็นมรดกโลก ถือเป็นตัวแทนของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของที่นี่
อีกหนึ่งเสน่ห์คือทิวทัศน์เมืองที่ให้กลิ่นอายประวัติศาสตร์รอบ ๆ แม่น้ำอุจิ และไร่ชาที่กระจายอยู่โดยรอบ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “ภูมิทัศน์วัฒนธรรมอันสำคัญของชาติ”
ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะฉากของนิยายยาวคลาสสิก “ตำนานเก็นจิ” (Genji Monogatari) ผลงานของมุราซากิ ชิกิบุ (Murasaki Shikibu) ที่ถ่ายทอดสังคมขุนนางยุคเฮอันไว้ด้วย
อุจิยังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจาก “ชาอุจิ” ซึ่งเป็นหนึ่งในชาสามแหล่งใหญ่ของญี่ปุ่น และเมนูต่าง ๆ ที่นำชาอุจิมาต่อยอดก็เป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเที่ยวอุจิ
ตั้งแต่พาร์เฟต์ วากาชิ ไปจนถึงชาโซบะและโจ๊กชา ลองลิ้มรสเมนูหลากหลายที่ใช้ชาอุจิกันให้เต็มที่
เดินทางจากเมืองเกียวโตได้ในประมาณ 20 นาที ลองแวะออกนอกเมืองสักนิด แล้วดื่มด่ำวัฒนธรรมยุคเฮอันพร้อมรสชาติชาอุจิกัน

มาสนุกกับสถาปัตยกรรมที่ยังคงกลิ่นอายวัฒนธรรมขุนนาง และทิวทัศน์ธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
มาสนุกกับสถาปัตยกรรมที่ยังคงกลิ่นอายวัฒนธรรมขุนนาง และทิวทัศน์ธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
นอกจากชิมชาอุจิแล้ว แนะนำให้ไปชมไร่ชาด้วย
นอกจากชิมชาอุจิแล้ว แนะนำให้ไปชมไร่ชาด้วย

ฤดูท่องเที่ยวที่แนะนำของอุจิคือช่วงไหน?

หากจะไปเยือน “อุจิ” แนะนำช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน
พอถึงฤดูใบไม้ผลิ ซากุระราวประมาณ 2,000 ต้นจะบานสะพรั่งตลอดริมแม่น้ำอุจิ ทำให้คุณสามารถเดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศแบบญี่ปุ่น พร้อมแวะเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน
ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนจะมีเรือยากาตะบุเนะให้บริการ แนะนำให้ชมซากุระจากบนเรือพร้อมจิบชาและทานวากาชิด้วย
ส่วนฤดูร้อนของอุจิก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะสามารถชม “อุไคที่แม่น้ำอุจิ” หนึ่งในภาพจำหน้าร้อนของเกียวโตได้ วิธีจับปลาแบบดั้งเดิมที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเฮอันเมื่อกว่า 1,000 ปีก่อน เป็นสิ่งที่ควรชมสักครั้ง

ตัวอย่างการแต่งตัวตามฤดูกาลในอุจิ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): ควรมีแจ็กเก็ตบาง ๆ หรือสเวตเตอร์เนื้อบางติดไว้
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าเนื้อบาง ใส่แขนสั้นสบาย ๆ
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือเพิ่มเป็นโค้ตตามอากาศ
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต พร้อมสเวตเตอร์หรือแจ็กเก็ตเนื้อหนา

เดินทางไปอุจิอย่างไร?

จาก “สถานีเกียวโต” ของ JR ไปอุจิ หากนั่งรถไฟด่วนจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที
จากโอซาก้าก็เดินทางได้ภายในไม่เกิน 1 ชั่วโมงเช่นกัน
ไปเช้าเย็นกลับได้สบาย ๆ ทั้งจากเกียวโตและโอซาก้า ลองใส่อุจิเข้าไปในแผนทริปของคุณดู

การเดินทางหลักเมื่อท่องเที่ยวอุจิ

การเดินทางหลักใน “อุจิ” คือการเดินและรถบัส
สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของอุจิส่วนใหญ่อยู่ในระยะเดินจาก “สถานีอุจิ (JR)” และ “สถานีอุจิ (เคฮัง)”
จึงแนะนำให้เดินเที่ยวไปตามจุดต่าง ๆ พร้อมชมทิวทัศน์ธรรมชาติของอุจิไปด้วย หากเดินจนเหนื่อยแล้วค่อยใช้รถบัสที่วิ่งภายในเมือง

อิ่มเอมทั้งวัฒนธรรมประวัติศาสตร์และทิวทัศน์ธรรมชาติ! 10 สถานที่ท่องเที่ยวคัดสรรในอุจิ

เสน่ห์ของ “อุจิ” คือเมืองที่ค่อย ๆ เก็บรักษาภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไว้ได้อย่างดี
ทัศนียภาพเมืองอันงดงามแผ่ขยายโดยมีแม่น้ำอุจิเป็นศูนย์กลาง และมีจุดท่องเที่ยวที่น่าชมกระจายอยู่ ทั้งมรดกโลกและสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
อย่างที่กล่าวไป แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมอยู่ในระยะที่เดินเที่ยวได้ ทำให้มีเวลาเพียงครึ่งวันถึง 1 วันก็สนุกกับจุดยอดนิยมของอุจิได้อย่างเต็มที่
เดินทางจากในเมืองเกียวโตหรือโอซาก้าได้อย่างรวดเร็ว ลองไปทัวร์สถานที่ที่จะแนะนำต่อไปแบบไปเช้าเย็นกลับกัน

1. วัดเบียวโดอิน

เดิมเป็นวิลล่าที่ผู้ทรงอำนาจในสมัยเฮอันอย่างฟุจิวาระ โนะ มิจินางะใช้พักอาศัย ก่อนที่บุตรชายอย่างโยริมิจิจะรับช่วงต่อ และปรับเป็นวัดเปิดขึ้นในปี ค.ศ. 1052
ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994 หลังการบูรณะในปี ค.ศ. 2014 ว่ากันว่าใกล้เคียงกับสภาพตอนก่อตั้งมากยิ่งขึ้น
ห้ามพลาด “อามิดะโด” ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปอมิตาภะเป็นพระประธาน ความงดงามสมมาตรอันยิ่งใหญ่จะทำให้คุณเผลอมองอย่างตะลึงแน่นอน
ในช่วงที่ก่อตั้งนั้น แนวคิดการไปเกิดในแดนสุขาวดีเป็นที่นิยม จึงสร้างขึ้นโดยจำลองภาพพระราชวังแห่งแดนสุขาวดี

สมมาตรเป๊ะจนตะลึง! ดื่มด่ำกับวิหารชวนฝันที่ให้อารมณ์เหมือนแดนสุขาวดี
สมมาตรเป๊ะจนตะลึง! ดื่มด่ำกับวิหารชวนฝันที่ให้อารมณ์เหมือนแดนสุขาวดี

2. พิพิธภัณฑ์โฮโชคัง วัดเบียวโดอิน

พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณของมรดกโลก “วัดเบียวโดอิน” ซึ่งมีชื่อเสียงจากอาคารโฮโอโดอันงดงามที่จำลองแดนสุขาวดีให้ปรากฏในโลกมนุษย์
ตัวอาคารส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างใต้ดิน เพื่อให้กลมกลืนกับทัศนียภาพสวนอันสง่างามที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและสถานที่ชมวิว
ด้วยการรับแสงธรรมชาติอย่างชาญฉลาดและออกแบบแสงไฟอย่างพิถีพิถัน จึงสร้างบรรยากาศดรามาติกจนแทบไม่รู้สึกว่าอยู่ใต้ดิน

“วัดเบียวโดอิน” อีกมุมหนึ่งที่ฟื้นคืนชีพด้วยวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
“วัดเบียวโดอิน” อีกมุมหนึ่งที่ฟื้นคืนชีพด้วยวิทยาศาสตร์สมัยใหม่

3. ถนนโอโมเตะซันโด วัดเบียวโดอิน

ถนนโอโมเตะซันโดเก่าแก่ที่เชื่อมไปยังประตูหลักของมรดกโลก “วัดเบียวโดอิน”
อยู่ห่างจากสถานี “อุจิ” (JR) เดิน 10 นาที และจากสถานี “อุจิ” (เคฮัง) ข้ามสะพานอุจิก็ถึงทันที เดินทางสะดวกจากทั้งสองสถานี
สองข้างทางเรียงรายด้วยร้านชาอุจิเก่าแก่ที่สืบต่อมาตั้งแต่สมัยมุโรมาจิ กลิ่นหอมของชาลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ

ถนนหน้าวัดที่อบอวลด้วยกลิ่นชาอุจิสดชื่น
ถนนหน้าวัดที่อบอวลด้วยกลิ่นชาอุจิสดชื่น

4. ศาลเจ้าอุจิงามิ

ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกในฐานะ “โบราณสถานทางวัฒนธรรมของเกียวโตโบราณ”
เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1060 ในฐานะศาลเจ้าผู้พิทักษ์ของวัดเบียวโดอินแห่งอุจิ ซึ่งสร้างในปี ค.ศ. 1053
ได้รับความศรัทธาอย่างต่อเนื่องจากผู้คนหลากหลายตั้งแต่ชาวบ้านไปจนถึงชนชั้นขุนนาง ในฐานะเทพผู้คุ้มครองผืนแผ่นดินของอุจิ และจนถึงปัจจุบันก็ยังมีผู้มาสักการะเป็นจำนวนมาก

พาวเวอร์สปอตศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความเคารพนับถือมาตั้งแต่โบราณ
พาวเวอร์สปอตศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความเคารพนับถือมาตั้งแต่โบราณ

5. พิพิธภัณฑ์ตำนานเก็นจิ เมืองอุจิ

พิพิธภัณฑ์สาธารณะที่จัดแสดงภายใต้ธีมวรรณกรรมคลาสสิกอมตะ “ตำนานเก็นจิ” ซึ่งมุราซากิ ชิกิบุ (Murasaki Shikibu) เขียนขึ้นในสมัยเฮอัน และยังถูกอ่านสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันแม้เวลาจะผ่านมากว่าพันปี
อธิบายเรื่อง “อุจิจูโจ” ที่เล่าโดยมีอุจิเป็นเวทีสำคัญ รวมถึงตัวเอก “ฮิคารุ เก็นจิ” ด้วยโมเดลและสื่อภาพให้เข้าใจได้ง่าย

สัมผัสโลกของตำนานเก็นจิและวัฒนธรรมเฮอันอันงดงาม
สัมผัสโลกของตำนานเก็นจิและวัฒนธรรมเฮอันอันงดงาม

6. ศาลเจ้าอุจิ

เทพผู้คุ้มครองประจำท้องถิ่นของอุจิ ที่สั่งสมประวัติศาสตร์ยาวนาน 1,710 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 313 ซึ่งเป็นปีที่จักรพรรดินินโตกุเสด็จขึ้นครองราชย์
เขตศาลเจ้าที่ปลายด้านตะวันออกของสะพานอาซากิริซึ่งพาดข้ามแม่น้ำอุจิ เชื่อว่าเป็นซากพระตำหนักของจักรพรรดิโอจิน พระบิดาของจักรพรรดินินโตกุ และยังเล่ากันว่าเป็นที่ตั้งวังของอุจิโนะวากิอิรัตสึโกะโนะมิโคโตะ พระอนุชาของจักรพรรดินินโตกุ

ศาลเจ้าเก่าแก่ก่อตั้งมา 1,710 ปี เป็นที่รู้จักจาก “กระต่ายมิคาเอริ” ผู้ส่งสารของเทพ
ศาลเจ้าเก่าแก่ก่อตั้งมา 1,710 ปี เป็นที่รู้จักจาก “กระต่ายมิคาเอริ” ผู้ส่งสารของเทพ

7. สะพานอุจิ

แลนด์มาร์กของอุจิที่มองเห็นเป็นอย่างแรกเมื่อเดินออกจากประตูตรวจตั๋วของสถานีอุจิ (เคฮัง)
ตามข้อความบน “อนุสรณ์หินสะพานอุจิ” ของวัดโฮโจอิน (Hashidera Hojo-in) เล่าว่าสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 646 (ยุคไทกะ ปีที่ 2 ในสมัยอาสึกะ) โดยพระโดโต แห่งวัดกังโคจิ เมืองนารา และถูกนับเป็นหนึ่งใน “สามสะพานโบราณของญี่ปุ่น” ร่วมกับ “สะพานคะระฮาชิแห่งเซตะ” และ “สะพานยามาซากิ”

หนึ่งในสามสะพานโบราณของญี่ปุ่น แลนด์มาร์กสำคัญของอุจิ
หนึ่งในสามสะพานโบราณของญี่ปุ่น แลนด์มาร์กสำคัญของอุจิ

8. วัดโคโชจิ

วัดโคโชจิในเมืองอุจิ เป็นวัดนิกายเซนแห่งแรกในญี่ปุ่นที่เปิดขึ้นโดยโดเก็น ผู้ก่อตั้งนิกายโซโต
ก่อตั้งครั้งแรกในปี ค.ศ. 1236 ที่ฟุชิมิ เขตฟุชิมิ เมืองเกียวโต แม้ครั้งหนึ่งจะถูกยกเลิกจากความขัดแย้งทางสงคราม แต่ได้สร้างขึ้นใหม่ ณ ที่ตั้งปัจจุบันในปี ค.ศ. 1645 ช่วงต้นสมัยเอโดะ
สามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล เช่น ซากุระในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ชมวิวของจังหวัดเกียวโตด้วย

วัดชื่อดังที่เก่าแก่ที่สุดของนิกายโซโต โดดเด่นทั้งบริเวณวัดที่มีสวนแบบซันซุย และทางเดินเข้าวัดที่สวยงามในฤดูใบไม้ผลิ-ใบไม้ร่วง
วัดชื่อดังที่เก่าแก่ที่สุดของนิกายโซโต โดดเด่นทั้งบริเวณวัดที่มีสวนแบบซันซุย และทางเดินเข้าวัดที่สวยงามในฤดูใบไม้ผลิ-ใบไม้ร่วง

9. สวนพฤกษศาสตร์เมืองอุจิ

สวนพฤกษศาสตร์ขนาดประมาณ 10 เฮกตาร์ ที่แผ่กว้างบนพื้นที่เนินเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอุจิ
“พรมดอกไม้และสายน้ำ” ที่จัดไว้ตรงด้านหน้าโซนทางเข้า เป็นแปลงดอกไม้แบบสามมิติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น บนขั้นบันไดขนาดยิ่งใหญ่กว้าง 62 เมตร สูง 18 เมตร เรียงรายด้วยกระถางปลูก 3,675 ใบ
แปลงดอกไม้ขนาดมหึมาที่ถ่ายทอดลวดลายอันเกี่ยวข้องกับเมืองอุจิให้เหมือนภาพพิมพ์นิชิกิเอะด้วยพืชตามฤดูกาล ทั้งสวยงามและสร้างความประทับใจอย่างมาก

พักผ่อนแนวบอตานิคัลกับแปลงดอกไม้สามมิติอันดับ 1 ของญี่ปุ่น และเรือนกระจกบรรยากาศเอ็กโซติก
พักผ่อนแนวบอตานิคัลกับแปลงดอกไม้สามมิติอันดับ 1 ของญี่ปุ่น และเรือนกระจกบรรยากาศเอ็กโซติก

10. พิพิธภัณฑ์นินเทนโด

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ของนินเทนโดที่เปิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 2024 รีโนเวตจากอดีตโรงงานนินเทนโด อุจิ-โอกุระ และช่วยให้ผู้เข้าชมได้รู้จักเส้นทางของนินเทนโด รวมถึงความใส่ใจในการผลิตผ่านนิทรรศการหลากหลายรูปแบบ
จุดแรกที่ได้เยี่ยมชมคือชั้นจัดแสดงผลิตภัณฑ์มากมายที่นินเทนโดเคยวางจำหน่าย ตั้งแต่ “Family Computer” ไปจนถึง “Nintendo Switch” รุ่นล่าสุด ภาพของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์รุ่นต่าง ๆ ที่เรียงรายแน่นเต็มพื้นที่ช่างน่าตื่นตา
ร้านจำหน่ายสินค้าออฟฟิเชียลและสินค้าเฉพาะของพิพิธภัณฑ์ รวมถึงคาเฟ่ที่สามารถปรับแต่งไส้และท็อปปิงของแฮมเบอร์เกอร์ได้ ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน
บัตรเข้าชมเป็นระบบจองล่วงหน้า โดยต้องสมัครล่วงหน้าและสามารถซื้อได้เฉพาะผู้ที่จับสลากได้เท่านั้น อีกทั้งไม่มีที่จอดรถ โปรดเดินทางมาด้วยระบบขนส่งสาธารณะ (ยกเว้นแท็กซี่)

พิพิธภัณฑ์ที่ให้คุณสัมผัสประวัติศาสตร์และเสน่ห์ของนินเทนโดผ่านนิทรรศการและกิจกรรมประสบการณ์
พิพิธภัณฑ์ที่ให้คุณสัมผัสประวัติศาสตร์และเสน่ห์ของนินเทนโดผ่านนิทรรศการและกิจกรรมประสบการณ์

มาสัมผัสกลิ่นและรสของชาอุจิกัน! 3 ร้านอาหารและคาเฟ่ยอดนิยม

มาอุจิทั้งที เรื่อง “ชา” หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เพราะที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งชาของเกียวโต
เมนูมัทฉะและของหวานที่ใช้อุจิมัทฉะซึ่งมีรสนุ่มละมุน คือเสน่ห์เฉพาะของอุจิที่ไม่ควรพลาด
ย่านการค้าอุจิบาชิโดริและถนนโอโมเตะซันโดวัดเบียวโดอิน มีทั้งร้านชาเขียวญี่ปุ่นเฉพาะทางและคาเฟ่มัทฉะเรียงรายมากมาย
ถ้าอยากเพลิดเพลินกับชาอุจิ ลองแวะไปยังร้านอาหารและคาเฟ่ที่จะแนะนำต่อไปนี้ได้เลย

1. ทัตสึมิยะ

ไม่ใช่แค่อาหารเท่านั้น แต่ “ชา” ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเช่นกัน
อุจิซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดเกียวโต เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตชาชั้นนำของญี่ปุ่นท่ามกลางแหล่งชามากมายทั่วประเทศ
“ชาอุจิ” ที่ผลิตด้วยวิธีเพาะปลูกเฉพาะตัวซึ่งคลุมแปลงก่อนเก็บใบชาเพื่อบังแสงแดดและเพิ่มรสอูมามิ รวมถึงเทคนิคการผลิตชาและการเบลนด์ที่ยอดเยี่ยม เป็นชาชั้นเลิศที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ

เมนูมัทฉะสไตล์ “กินชา” ที่มีได้เฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่นในอุจิ
เมนูมัทฉะสไตล์ “กินชา” ที่มีได้เฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่นในอุจิ

2. นากามูระ โทคิจิ สาขาหลัก

ร้านชาเขียวญี่ปุ่นเฉพาะทางที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1854 (อันเซ ปีที่ 1) ณ อุจิ ซึ่งมีชื่อเสียงทั่วประเทศในฐานะแหล่งชาญี่ปุ่นคุณภาพสูง
ตั้งแต่ชาออริจินัลสูตรเฉพาะ “นากามูระชา” ที่รสนุ่มแต่สดชื่น ไปจนถึง “เซนฉะ” ที่ให้ความรู้สึกสดใสเย็นสบาย และ “เกียวคุโระ” ที่มีรสอูมามิเข้มข้น ร้านยังคงส่งมอบชาเลิศรสที่ตั้งใจให้ “ดื่มแล้วอร่อย” โดยไม่ยึดติดกับรูปทรงหรือรูปลักษณ์

ประทับใจกับขนมมัทฉะของร้านเฉพาะทางที่สืบต่อมายาวนาน 170 ปี
ประทับใจกับขนมมัทฉะของร้านเฉพาะทางที่สืบต่อมายาวนาน 170 ปี

3. อิโต คิวเอมง สาขาหลักอุจิ ซาโบ

ร้านชาชื่อดังที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1832 (เท็มโป ปีที่ 3) โดยมีสาขาหลักอยู่ที่อุจิ หนึ่งในแหล่งผลิตใบชาคุณภาพชั้นนำของญี่ปุ่น
ขณะให้ความสำคัญกับขนบที่สืบทอดมาตั้งแต่ก่อตั้ง ร้านยังพัฒนาของหวานมัทฉะใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมสื่อสารคุณค่าใหม่ของชาออกไป

ลิ้มรสของหวานมัทฉะที่พัฒนาไม่หยุด
ลิ้มรสของหวานมัทฉะที่พัฒนาไม่หยุด

3 ที่พักแนะนำในอุจิ

ถ้าอยากอยู่ให้นานขึ้นอีกนิด รอบสถานีอุจิก็มีที่พักให้เลือกอยู่หลายแห่ง ทั้งเดินทางสะดวกและพักผ่อนได้สบาย ตั้งแต่โรงแรมที่เข้าพักได้แบบง่าย ๆ ไปจนถึงเรียวกังแบบเหมาหลังที่เป็นส่วนตัว เลือกได้ตามสไตล์ที่ชอบ หากจะพักค้างคืนที่อุจิสักคืน ลองดูที่พักต่อไปนี้ไว้เป็นตัวเลือก

1. อุจิ อิจิบันยะโดะ นิงะอุริ

เรียวกังแบบเหมาหลังในเมืองอุจิ จังหวัดเกียวโต ให้ความรู้สึกราวกับได้พักอยู่ในวิลล่าส่วนตัว
รับวันละ 1 กลุ่ม พักได้สูงสุด 4 คน โดดเด่นด้วยพื้นที่ที่ผสมผสานสไตล์ญี่ปุ่น-ตะวันตกอย่างมีรสนิยม และห้องอาบน้ำไม้ฮิโนกิธรรมชาติ
ห้องพักเป็นพื้นที่กว้างขวางประกอบด้วย 2 ห้อง ทั้งห้องแบบญี่ปุ่นและแบบตะวันตก รองรับความต้องการที่หลากหลาย เช่น ครอบครัวที่มีเด็กหรือการเข้าพักระยะยาว

จำกัดวันละ 1 กลุ่ม พักแบบพิเศษในเรียวกังเหมาหลังพร้อมอ่างอาบน้ำไม้ฮิโนกิ
จำกัดวันละ 1 กลุ่ม พักแบบพิเศษในเรียวกังเหมาหลังพร้อมอ่างอาบน้ำไม้ฮิโนกิ

2. ฮานะยาชิกิ อุคิฟุเนะเอ็น

จากสถานี “อุจิ” (JR) ขับรถประมาณ 5 นาที
ใกล้ ๆ มีแม่น้ำอุจิไหลผ่าน และเป็นเรียวกังที่เดินทางสะดวกไปยังมรดกโลกที่อุจิภาคภูมิใจอย่าง “ศาลเจ้าอุจิงามิ” และ “วัดเบียวโดอิน”
จากทุกห้องพักสามารถมองเห็นแม่น้ำอุจิได้ และยังชม “เกาะหอคอย” (To-no-shima) ซึ่งเป็นสันดอนกลางแม่น้ำอุจิได้ด้วย

เรียวกังในอุจิ เมืองแห่งเรื่องราวประวัติศาสตร์ ที่ให้คุณใช้เวลาสุดพิเศษได้อย่างเต็มที่
เรียวกังในอุจิ เมืองแห่งเรื่องราวประวัติศาสตร์ ที่ให้คุณใช้เวลาสุดพิเศษได้อย่างเต็มที่

3. โฮเทลเทรนด์ หน้า สถานี JR อุจิ

โรงแรมทำเลดี เดินทางสะดวกมาก โดยออกจากทางออกทิศใต้ของสถานี “อุจิ” (JR) แล้วใช้เวลาประมาณ 3 นาทีก็ถึง
เดินไปมรดกโลกวัดเบียวโดอินได้ประมาณ 9 นาที และมีทั้งศาลเจ้าอุจิงามิ (มรดกโลก) พิพิธภัณฑ์ตำนานเก็นจิ และพิพิธภัณฑ์นินเทนโด อยู่ในระยะเดินไม่เกิน 25 นาที เหมาะสำหรับเที่ยวชมสถานที่สำคัญของอุจิ
นอกจากนี้ยังเดินทางไปในเมืองเกียวโตและเมืองนาราได้สะดวก ทำให้อุจิเป็นฐานท่องเที่ยวเพื่อเที่ยวทั้งสองเมืองโบราณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เดินจากสถานี “อุจิ” (JR) ประมาณ 3 นาที โรงแรมทำเลดี เหมาะทั้งท่องเที่ยวอุจิและเดินทางเพื่อธุรกิจ
เดินจากสถานี “อุจิ” (JR) ประมาณ 3 นาที โรงแรมทำเลดี เหมาะทั้งท่องเที่ยวอุจิและเดินทางเพื่อธุรกิจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอุจิ

Q

เดินทางจากสถานีเกียวโต (JR) ไปอุจิอย่างไร?

A

นั่งรถไฟ “Miyakoji Rapid” (ปลายทางนารา) ตรงจากสถานีเกียวโต (JR) ได้เลย เดินทางได้ภายในไม่เกิน 20 นาที

Q

ของขึ้นชื่อของอุจิคืออะไร?

A

อาหารและของหวานที่ใช้มัทฉะอุจิมีชื่อเสียงมาก

บทสรุป

เราได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและอาหารใน “อุจิ” ที่ให้คุณสัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นกันไปแล้ว
ลองเดินเล่นท่ามกลางทิวทัศน์ชวนมีเสน่ห์ที่เกิดจากเมืองเก่าทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติอันสวยงาม แล้วแวะตามจุดที่แนะนำไว้ดู
จากในเมืองเกียวโตใช้เวลาประมาณ 20 นาที และจากโอซาก้าประมาณ 50 นาที เดินทางสะดวก อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวยังรวมอยู่ในพื้นที่ไม่กว้าง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับทริปไปเช้าเย็นกลับ
ถ้าอยากทำให้ทริปเกียวโตของคุณแน่นขึ้นอีกหน่อย ลองอ่านบทความรวมสถานที่ท่องเที่ยวคลาสสิกในลิงก์นี้ประกอบได้เลย