
เสน่ห์ของเมืองสวยชวนคิดถึง! รวม 15 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในโอตารุ
แค่ก้าวเข้า “โอตารุ (Otaru)” ก็เหมือนได้หลุดไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และบรรยากาศย้อนยุคชวนคิดถึง
ทั้งท่าเรือโอตารุและคลองโอตารุต่างมีเสน่ห์ของตัวเอง จะมาชมวิวกลางคืนหรือมาในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็สวยไม่แพ้กัน จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของฮอกไกโด
ส่วนจุดชมวิวที่มองเห็นทั้งตัวเมืองและทะเลญี่ปุ่นแบบพาโนรามาก็เป็นอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด
มาทำความรู้จักสถานที่ท่องเที่ยว ของอร่อย และของฝากของ “โอตารุ” เมืองน่าเที่ยวที่อยากกลับมาเยือนอีกครั้งแล้วครั้งเล่ากัน
โอตารุเป็นสถานที่แบบไหน?
“โอตารุ (Otaru)” ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของฮอกไกโด หันหน้าออกสู่อ่าวอิชิคาริ และมีภูเขาล้อมรอบถึงสามด้าน เลยเป็นเมืองที่อุดมด้วยธรรมชาติ
โอตารุเติบโตขึ้นในฐานะประตูสู่การบุกเบิกฮอกไกโด และเป็นท่าเรือนานาชาติสำหรับการค้าระหว่างประเทศ
เพียงเดินชม “คลองโอตารุ” และกลุ่มอาคารโกดังต่างๆ ก็จะสัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์ความรุ่งเรืองของเมืองนี้
โกดังหินริมคลองที่สร้างขึ้นในยุคไทโช (ค.ศ.1912–1926) ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ดังเดิม และถูกปรับปรุงเป็นร้านอาหารและพื้นที่เชิงพาณิชย์ต่างๆ
นอกจากนี้ยังมีอาคารอีกมากที่คงกลิ่นอายวัฒนธรรมและบรรยากาศของยุคเมจิ (ค.ศ.1868–1912) และยุคไทโช ทำให้ทิวทัศน์เมืองแบบเรโทรเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของโอตารุ
ยิ่งไปกว่านั้น โอตารุยังมีเสน่ห์อีกหลากหลาย ทั้งวิวกลางคืนของเมืองที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “3 วิวยามค่ำคืนที่สวยที่สุดของฮอกไกโด” และอาหารโอตารุที่ใช้ซีฟู้ดสดใหม่ เป็นต้น

ฤดูท่องเที่ยวที่แนะนำของโอตารุคือช่วงไหน?
“โอตารุ” เปลี่ยนบรรยากาศไปมากในแต่ละฤดู
ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ฤดูใบไม้ร่วงจึงเป็นช่วงที่แนะนำเป็นพิเศษ เพราะสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ในหลายจุด
ภาพเถาวัลย์ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเหลืองเลื้อยไปตามผนังโกดังหินริมคลอง สร้างทิวทัศน์งดงามที่มีเฉพาะโอตารุในฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น ห้ามพลาด
ช่วงนี้ยังเพลิดเพลินได้ทั้งอาหารตามฤดูกาลและเหล้าสาเกใหม่ด้วย ลองชิมอิคุระหรือหอยเป๋าฮื้อไปพร้อมกับจิบสาเกญี่ปุ่นดู
ตัวอย่างการแต่งกายในโอตารุแต่ละฤดู
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): แจ็กเก็ตดาวน์หรือโค้ต, สเวตเตอร์หนา, ผ้าพันคอ, ถุงมือ
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อแขนสั้น, จะพกเสื้อเชิ้ตแขนยาวหรือสเวตเตอร์บางไว้ก็อุ่นใจ
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): โค้ต, แจ็กเก็ต, สเวตเตอร์
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): แจ็กเก็ตดาวน์, โค้ต, สเวตเตอร์หนา, ผ้าพันคอ, ถุงมือ
เดินทางไปโอตารุอย่างไร?
ฮอกไกโดมี “สนามบินนิวชิโตเสะ” จึงเดินทางจากโตเกียว โอซาก้า และนาโกย่าได้ภายในประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
จาก “สนามบินนิวชิโตเสะ” หากนั่งรถไฟด่วน จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึง “สถานี JR โอตารุ”
สนามบินนิวชิโตเสะมีเที่ยวบินระหว่างประเทศมาก ทำให้เดินทางจากต่างประเทศได้สะดวก
จากเมืองซัปโปโรก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเช่นกัน
การเดินทางหลักในการเที่ยวโอตารุ
หากใช้บริการ “รถบัสเที่ยวโอตารุ โอตารุซันซาคุบัส (Otaru Sansaku Bus)” ที่วิ่งวนในเขตเมืองและเชื่อมต่อสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ก็จะเดินทางไปยังจุดหมายได้อย่างสะดวกสบาย
ลงจากรถแล้วลองเดินเที่ยวตามแผนที่ท่องเที่ยว เพื่อสำรวจแหล่งท่องเที่ยวของโอตารุให้เต็มที่
หน้า สถานี JR โอตารุ ยังมีร้านเช่าจักรยานด้วย ลองใช้ให้คุ้มกัน
ดื่มด่ำวิวเมืองชวนคิดถึง! 15 สถานที่ท่องเที่ยวคัดสรรในโอตารุ
โอตารุมีจุดท่องเที่ยวที่ยังคงกลิ่นอายวัฒนธรรมและบรรยากาศของยุคเมจิและไทโชกระจายอยู่ทั่วเมือง ตั้งแต่ “คลองโอตารุ” ที่ทั้งเรโทรและมีเสน่ห์ ไปจนถึงอาคารประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรแวะให้ได้ในโอตารุ เมืองที่มีไฮไลต์ให้ชมมากมาย
1. คลองโอตารุ
ท่าเรือโอตารุเติบโตขึ้นในฐานะประตูสู่การบุกเบิกฮอกไกโด
เมื่อปริมาณสินค้าที่ขนถ่ายเพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อให้การขนส่งมีประสิทธิภาพ จึงสร้าง “คลองโอตารุ” และแล้วเสร็จในปีไทโชที่ 12 (ค.ศ.1923)
คลองนี้สร้างจากการถมทะเลบริเวณนอกชายฝั่ง จึงไม่เป็นเส้นตรง แต่โค้งอย่างนุ่มนวลเป็นเอกลักษณ์

2. ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวนานาชาติโอตารุ
“พลาซ่าการท่องเที่ยวและของฝากเมืองโอตารุ (อุงกะพลาซ่า)” ซึ่งเดิมตั้งอยู่ใกล้คลองโอตารุ ในย่านอิโรไน เมืองโอตารุ ได้ย้ายและเปิดใหม่พร้อมชื่อใหม่เป็น “ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวนานาชาติโอตารุ” เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2024
อาคารเป็นกระจกทั้งหลัง ให้บรรยากาศโปร่งโล่ง พอเข้าทางประตูด้านหน้า บริเวณซ้ายมือจะเป็นพื้นที่ของศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว มีทั้งโบรชัวร์ที่วางไว้ริมหน้าต่างให้หยิบอ่านได้ง่าย และป้ายดิจิทัลซิเนจสำหรับเผยแพร่ข้อมูลท่องเที่ยวของโอตารุ

3. ล่องเรือคลองโอตารุ
คลองโอตารุสร้างจากการถมทะเลนอกชายฝั่ง และแล้วเสร็จในปีไทโชที่ 12 (ค.ศ.1923)
ย่านนี้ยังคงมีกลุ่มโกดังโครงไม้ก่อหินหลงเหลืออยู่ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตัวแทนของโอตารุที่ได้รับความนิยม โดยทัวร์ล่องเรือใช้เวลาประมาณ 40 นาทีเป็นที่นิยมมาก

4. ถนนช้อปปิ้งซาไกมาจิ โดริ
ถนนซาไกมาจิอยู่ในซอยที่แยกจากถนนใหญ่ริมคลองโอตารุ เป็นถนนสายหลักของโอตารุที่เติบโตอย่างมากตั้งแต่ยุคเมจิจนถึงช่วงต้นยุคโชวะ
ถนนช้อปปิ้งยาวประมาณ 1,300 เมตร จากสี่แยกเมอร์เฮนไปจนถึงถนนนิชิงิน ยังคงมีคฤหาสน์สไตล์ตะวันตกและโกดังหินที่สร้างขึ้นในสมัยนั้นหลงเหลืออยู่จำนวนมาก เดินเล่นและช้อปปิ้งได้ท่ามกลางบรรยากาศชวนคิดถึง

5. ตลาดซังคาคุ โอตารุ
ตลาดขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ระหว่างสถานี JR โอตารุและทางหลวงหมายเลข 5
ในปีโชวะที่ 20 (ค.ศ.1945) เริ่มต้นจากแผงลอยไม่กี่ร้าน ก่อนจะพัฒนาเป็นตลาดเช้า และมีประวัติยาวนานกว่า 60 ปีแล้ว อยู่ทำเลดีเยี่ยม เดินจากสถานีโอตารุเพียง 1 นาที (ยกเว้นวันปีใหม่ ร้านส่วนใหญ่เปิดเกือบทุกวัน)
ด้วยราคาย่อมเยา จึงได้รับคำชมจากลูกค้าอยู่เสมอ ภายในตลาดคึกคักไปด้วยคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นและต่างประเทศ อีกทั้งที่ดินและหลังคาทรงสามเหลี่ยมยังเป็นที่มาของชื่อ “ตลาดสามเหลี่ยม” ด้วย

6. พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ อาคารหลัก
ร้านเฉพาะทางด้านกล่องดนตรีที่มีสาขาหลายแห่ง โดยมีสาขาในเมืองโอตารุเป็นหลัก และยังมีที่ฮาโกดาเตะ ฟุราโนะ โยโกฮาม่า คามาคุระ และเกียวโต เป็นต้น
อาคารหลักซึ่งเป็นร้านเมน สร้างขึ้นในปีไทโชที่ 4 (ค.ศ.1915) และได้รับการรับรองเป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่เมืองโอตารุกำหนด จึงยังคงกลิ่นอายของยุคสมัยอันงดงามไว้ได้อย่างชัดเจน
ภายในประกอบด้วยอาคารอิฐแดงและอาคารหินรวม 2 หลัง แบ่งเป็น 5 ชั้น จัดแสดงและจำหน่ายกล่องดนตรีตามคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันในแต่ละชั้น

เวิร์กช็อปทำด้วยมือ ยูโคโบ
ที่เวิร์กช็อปทำด้วยมือ “ยูโคโบ (Yukobo)” ซึ่งอยู่ใกล้อาคารหลักของพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ คุณสามารถทำกล่องดนตรีด้วยตัวเองได้
เริ่มจากเลือกตัวกล่องและโทนเสียง จากนั้นเลือกของตกแต่งแก้วตามชอบ
ทั้งของตกแต่งด้านนอกและเพลงที่เลือกได้มีให้หลากหลาย ทำให้สร้างกล่องดนตรีออริจินัลหนึ่งเดียวในโลกได้ด้วยเพลงโปรดของคุณ

7. จุดชมวิวภูเขาเท็งกุ โอตารุ (กระเช้าเท็งกุยามะ)
ภูเขาเท็งกุ โอตารุ เป็นภูเขาสัญลักษณ์ของเมืองโอตารุ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 532.4 เมตร
บนยอดเขามีจุดชมวิวซึ่งได้รับการแนะนำใน “Michelin Green Guide Japan” ในระดับ 1 ดาว จากยอดเขาสามารถมองเห็นตัวเมืองและทะเลญี่ปุ่นได้ไกลสุดสายตา
ยามค่ำคืนยังสามารถชมวิวกลางคืนอันงดงามของโอตารุ ซึ่งได้รับการขนานนามร่วมกับภูเขาโมอิวะและภูเขาฮาโกดาเตะว่าเป็น “3 วิวยามค่ำคืนที่สวยที่สุดของฮอกไกโด”

8. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอตารุ
จากสถานี JR โอตารุ ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีโดยรถบัสหรือเรือท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในอุทยานกึ่งแห่งชาตินิเซโกะ-ชะโกตัน-ชายฝั่งโอตารุที่อุดมด้วยธรรมชาติ จัดแสดงสิ่งมีชีวิตประมาณ 250 ชนิด รวมราว 5,000 ตัว โดยเน้นสัตว์ที่อาศัยในฮอกไกโดและเขตหนาวเป็นหลัก
การแสดงโลมาสุดเร้าใจและโชว์สิงโตทะเลสุดอลังการ รวมถึงโซนสัมผัสสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ในทะเลฮอกไกโด เป็นไฮไลต์ยอดนิยม อีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามพลาดคือโชว์เพนกวินที่บางครั้งก็ “ทำเมิน” สัญญาณของเทรนเนอร์และเดินไปแบบอิสระตามสไตล์ของตัวเอง

9. พิพิธภัณฑ์ข้อมูลการเงิน สาขาโอตารุเดิมของธนาคารกลางญี่ปุ่น
พิพิธภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์จากอาคารประวัติศาสตร์ ซึ่งสร้างเสร็จในปีเมจิที่ 45 (ค.ศ.1912) ในฐานะสาขาโอตารุของธนาคารกลางญี่ปุ่น ผู้ออกแบบอาคารคือคุณทัตสึโนะ คิงโกะ และศิษย์ของเขา ซึ่งมีชื่อเสียงจากสถานีโตเกียวที่ก่อด้วยอิฐแดง
อาคารสถาปัตยกรรมแบบเรอเนสซองส์ที่งดงามและถ่ายทอดกลิ่นอายของยุคนั้นมาจนถึงปัจจุบัน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่เมืองโอตารุกำหนด

10. ทางรถไฟสายเทมิยะ (อดีตการรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น)
เป็นส่วนหนึ่งของ “ทางรถไฟโฮไนของรัฐ” ซึ่งเป็นทางรถไฟสายแรกของฮอกไกโด สร้างขึ้นเพื่อขนส่งถ่านหินที่ขุดจากเหมืองที่โฮไน (ปัจจุบันอยู่ในเมืองมิคาสะ) ไปยังเมืองโอตารุซึ่งมีท่าเรือ
เปิดใช้ตั้งแต่ปี 1880 จนยุติการเดินรถในปี 1985
ปัจจุบันเมืองโอตารุได้ปรับปรุงพื้นที่รางเดิมให้กลายเป็นเส้นทางเดินเล่น

11. โรงสาเกทานากะ สาขาหลัก
โรงสาเกที่ก่อตั้งขึ้น ณ ที่ตั้งปัจจุบันในปีเมจิที่ 32 (ค.ศ.1899) โดยทั่วไปมักทำสาเกในช่วงหน้าหนาว แต่ที่นี่ใช้รูปแบบหายากที่เรียกว่า “การหมักทั้งสี่ฤดู” ซึ่งผลิตตลอดทั้งปี
ด้วยการใช้ประโยชน์จากภูมิอากาศเย็นสบายเฉพาะของโอตารุ จึงสามารถทำสาเกได้ตลอดปี ทำให้แม้ในช่วงหน้าร้อนที่อากาศร้อน ก็ยังได้ลิ้มลอง “นามะเก็นชู” (สาเกสดไม่พาสเจอไรซ์) ที่เพิ่งคั้นใหม่

12. ถ้ำสีน้ำเงิน
สำหรับคนที่สงสัยว่า “ถ้ำสีน้ำเงิน” คืออะไร ปรากฏการณ์นี้เกิดจากแสงจากท้องฟ้าส่องเข้ามาในถ้ำและลงไปถึงก้นทะเล ทำให้สีของแสงอื่นๆ ถูกดูดซับ เหลือเพียงโทนสีน้ำเงินจนผิวน้ำส่องประกายงดงาม
นี่คือศิลปะจากธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อหลายเงื่อนไขมารวมกัน ทั้งความใสของน้ำทะเล ภูมิประเทศ และมุมของแสง แม้จะมีถ้ำสีน้ำเงินอยู่หลายแห่งทั่วโลก เช่น เกาะคาปรี ประเทศอิตาลี และในญี่ปุ่นก็มีอยู่หลายจุด แต่ถ้ำที่อยู่ในอุทยานกึ่งแห่งชาตินิเซโกะ-ชะโกตัน-ชายฝั่งโอตารุ เป็นจุดที่อยากให้แวะเมื่อมาเที่ยวโอตารุ

13. พิพิธภัณฑ์รวมเมืองโอตารุ อาคารหลัก
พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สถานีเทมิยะและทางรถไฟสายเทมิยะเดิม ซึ่งเป็นจุดกำเนิดกิจการรถไฟในฮอกไกโด สามารถเรียนรู้เรื่องรถไฟและวิทยาศาสตร์ได้
พิพิธภัณฑ์ประกอบด้วย “อาคารรถไฟ-วิทยาศาสตร์-ประวัติศาสตร์” เป็นศูนย์กลาง ร่วมกับ “สิ่งอำนวยความสะดวกรถไฟเทมิยะเดิม” และ “พิพิธภัณฑ์ข้อมูลรถจักรไอน้ำ” เป็นต้น
มีการอนุรักษ์และจัดแสดงรถไฟทรงคุณค่าในประวัติศาสตร์รถไฟของฮอกไกโด เช่น รถจักรไอน้ำ “ชิซึกะโก” ที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้กับ “ทางรถไฟโฮไน” ซึ่งเป็นรถไฟสายแรกของฮอกไกโดในปีเมจิที่ 13 (ค.ศ.1880) รวมถึงรถกวาดหิมะและรถจักรดีเซล เป็นต้น

14. คฤหาสน์ปลาเฮร์ริงเมืองโอตารุ
“คฤหาสน์ปลาเฮร์ริงเมืองโอตารุ” ตั้งอยู่บนแหลมที่มองเห็นอ่าวอิชิคาริแบบเต็มตา ใกล้พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอตารุ
เดิมทีเป็นบันยะ (กระท่อมที่ชาวประมงพักค้างและทำงานในช่วงฤดูจับปลา) ของการประมงปลาเฮร์ริงที่รุ่งเรืองที่สุดในยุคเมจิถึงไทโช เคยตั้งอยู่ที่หมู่บ้านโทมาริ เขตฟุรุอุ จังหวัดนิชิชะโกตัน ก่อนจะย้ายและบูรณะขึ้นใหม่ในปีโชวะที่ 33 (ค.ศ.1958)
อาคารนี้ยังคงโครงสร้างดั้งเดิมอันทรงคุณค่าจากยุคเมจิ ซึ่งสร้างขึ้นโดยใช้ไม้ 540 ตันและใช้เวลาก่อสร้างนาน 7 ปี อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของฮอกไกโดด้วย

15. คิตะอิจิ กลาส อาคารหมายเลข 3
ร้านขายแก้วที่ได้รับความนิยมในฐานะแหล่งท่องเที่ยวของโอตารุ มีผลิตภัณฑ์แก้วหลากหลายเรียงราย รวมถึงงานออริจินัลของแบรนด์
แบ่งเป็น 3 โซนตามธีม ได้แก่ “โซนสไตล์ญี่ปุ่น” “โซนสไตล์ตะวันตก” และ “โซนคันทรี” แนะนำสินค้าหลากหลายตั้งแต่จานชาม แก้วน้ำ ตะเกียงน้ำมัน ไปจนถึงเครื่องประดับ
อีกหนึ่งไฮไลต์คืออาคารหินอันหนักแน่นที่สร้างขึ้นในปีเมจิที่ 24 (ค.ศ.1891) เดิมใช้เป็นโกดังอุปกรณ์ประมง

ลิ้มรสอาหารจากวัตถุดิบคุณภาพ! 3 ร้านอาหารยอดนิยมในโอตารุ
พูดถึง “โอตารุ” หลายคนน่าจะนึกถึงอาหารทะเลเป็นอย่างแรก
แต่เอาเข้าจริง โอตารุยังมีของอร่อยขึ้นชื่ออีกมาก ทั้งอาหารตะวันตกและของหวาน
ลองใช้รายชื่อร้านยอดนิยมต่อไปนี้เป็นแนวทาง แล้วไปตะลุยชิมเมนูเด่นๆ ของโอตารุให้ครบกัน
1. อาจิโดโกโระ ทาเคดะ (ในตลาดซังคาคุ โอตารุ)
ร้านอาหารขึ้นชื่อที่อยู่ภายใน “ตลาดซังคาคุ โอตารุ” เดินจากสถานี JR “โอตารุ” ประมาณ 1 นาที
เพราะดูแลโดย “ร้านปลาเทาเคดะ” ที่อยู่ในตลาดเดียวกัน จึงได้ทานอาหารทะเลสดใหม่แบบโอตารุในราคาสบายกระเป๋า
เมนูที่ใช้วัตถุดิบทะเลซึ่งเจ้าของร้านประมูลมาทุกวัน มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ข้าวหน้าทะเลไซซ์จุใจ ชุดอาหาร ไปจนถึงเมนูเดี่ยว

2. โอตารุ โยกาชิโฮ เลอเถา สาขาหลัก
ร้านขนมตะวันตกชื่อดังของโอตารุที่โด่งดังทั่วญี่ปุ่นจากชีสเค้ก “ดับเบิลฟรอมาจ (Double Fromage)” ซึ่งใช้วิปครีมที่ทำจากน้ำนมสดฮอกไกโดและมาสคาร์โปเนชีสที่คัดสรรมาอย่างดี ชื่อร้านมีความหมายว่า “หอคอยแห่งโอตารุอันเป็นที่รัก” ทำให้ตัวอาคารสไตล์ยุโรปที่ชวนให้นึกถึงหอคอยขนาดใหญ่ดูโดดเด่นสะดุดตา
ชั้น 2 เป็นโซนคาเฟ่ ในบรรยากาศเรโทร สามารถลิ้มลองดับเบิลฟรอมาจแบบสดใหม่ สวีตส์เพลต และชากลิ่นหอมเบลนด์พิเศษเฉพาะสาขาหลักได้

3. วิคตอเรีย สเตชัน สาขาโอตารุ อินาโฮะ
ร้านอาหารที่เปิดให้บริการเฉพาะในฮอกไกโด รวมเมนูย่างภายใต้ธีม “ปลอดภัย มั่นใจ และอร่อย”
เมนูเด่นคือ “ไดทาวาระ แฮมเบิร์ก” ที่ใช้เนื้อวัวบดหยาบ 100% โดดเด่นด้วยความหนึบแน่นและขนาดอิ่มจุใจ
สามารถใช้เตาตั้งโต๊ะที่ยกมาพร้อมอาหาร เพื่อย่างให้ได้ระดับสุกตามชอบ แล้วค่อยทาน ทำให้เพลิดเพลินกับความร้อนสดใหม่ได้จนคำสุดท้าย

ที่พักแนะนำในโอตารุ 3 แห่ง
โอตารุมีที่พักให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่โรงแรมรีสอร์ตระดับพรีเมียม ไปจนถึงโรงแรมออนเซ็นที่ให้ความรู้สึกชวนคิดถึงราวเรียวกังเก่าแก่
ต่อไปนี้คือที่พัก 3 แห่งที่เหมาะสำหรับคนที่อยากพักผ่อนสบายๆ และรีเฟรชตัวเองอย่างเต็มที่ระหว่างทริป
1. แกรนด์พาร์ก โอตารุ
เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานีโอตารุชิกุโก
ด้านหน้ามองเห็นอ่าวอิชิคาริ และเชื่อมต่อโดยตรงกับ “วิงเบย์ โอตารุ” ศูนย์การค้าแบบคอมเพล็กซ์ที่รวมโรงภาพยนตร์และช้อปปิ้งมอลล์ไว้มากมาย จึงเป็นโรงแรมรีสอร์ตริมทะเลที่พักแล้วเดินเล่นต่อได้สบายๆ

2. อุงกะโนะยาโดะ โอตารุ ฟุรุคาวะ
โรงแรมออนเซ็นที่มีกลิ่นอายชวนคิดถึงเหมือนเรียวกังเก่าแก่ มองเห็นได้เมื่อเดินจากสถานี JR “โอตารุ” ไปทางฝั่งคลอง
ติดกันยังมี “หมู่บ้านศิลปะโอตารุ พิพิธภัณฑ์สเตนกลาส” อีกด้วย เลยเหมาะมากที่จะใช้เป็นที่พักฐานเที่ยวโอตารุ

3. โรงแรมโอตารุ อาซาริ คลาสเซะ
โรงแรมรีสอร์ตพร้อมออนเซ็น ตั้งอยู่ที่อาซาริกาวะออนเซ็น แหล่งออนเซ็นของโอตารุ ฮอกไกโด
อยู่ท่ามกลางภูเขาที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ และใกล้กันยังมี “สกีรีสอร์ตอาซาริกาวะออนเซ็น”
ด้วยทำเลที่อุดมด้วยธรรมชาติและออนเซ็นจากธรรมชาติ จึงมอบพื้นที่แห่งความผ่อนคลายและการเยียวยา

รับรองถูกใจแน่นอน! ของฝากจากโอตารุ 3 อย่าง
“โอตารุ” ไม่ได้มีดีแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ของฝากก็ครบครันไม่แพ้กัน
มีของฝากจำนวนมากที่ใช้วัตถุดิบจากโอตารุและฮอกไกโด โดยเฉพาะของหวานและขนมที่อร่อยมาก หากเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก รับรองว่าถูกใจแน่นอน
ต่อไปนี้คือของฝากที่เลือกซื้อแล้ว “ไม่พลาด” จากตัวเลือกมากมาย
1. ร็อกกะเท (Rokkatei) สาขาคลองโอตารุ
ร็อกกะเทเป็นผู้ผลิตขนมที่มีชื่อเสียงจากสินค้ายอดนิยมมากมายในฐานะของฝากฮอกไกโด เช่น “มารุเซบัตเตอร์แซนด์” “ยูกิยะคงโกะ” และช็อกโกแลตสตรอว์เบอร์รี เป็นต้น
สาขาคลองโอตารุที่ว่ากันว่าใช้อิฐจากโทคาจิราว 100,000 ก้อน มีภายนอกแบบเรโทรที่เข้ากับบรรยากาศถนนซาไกมาจิ ฮนโดริได้อย่างลงตัว
ที่ร้านชั้น 1 มีขนมของร็อกกะเทเรียงราย โดยมีบัตเตอร์แซนด์เป็นตัวเด่น
ถ้าอยากซื้อกลับไปเป็นของฝาก นอกจากแบบกล่องแล้ว ยังมีแบบแยกชิ้นให้เลือกมาก ทำให้เลือกซื้อได้ยืดหยุ่นตามต้องการ

2. เลอเถา (LeTAO) ดับเบิลฟรอมาจ
สวีตส์ซิกเนเจอร์ของร้านขนมตะวันตกยอดนิยมแห่งโอตารุ ฮอกไกโด “โอตารุ โยกาชิโฮ เลอเถา (Otaru Yogashihō LeTAO)”
โด่งดังทั่วประเทศในฐานะ “ชีสเค้กสุดยอด” ที่ผสานวิปครีมสูตรพิเศษของเลอเถาที่ทำจากน้ำนมสดฮอกไกโด เข้ากับครีมชีสจากออสเตรเลีย และมาสคาร์โปเนชีสจากอิตาลี

3. ร้านคุวาตะยะ “ปังจู”
ขนมมันจูขึ้นชื่อของโอตารุที่ใช้แป้งด้านนอกคล้ายขนมปัง
เกิดขึ้นในช่วงที่ท่าเรือโอตารุได้รับการกำหนดให้เป็นท่าเรือการค้าระหว่างประเทศ และขนมปังจากต่างประเทศเริ่มเข้ามา ในยุคนั้นขนมปังยังมีราคาแพง จึงคิดค้นขนมนี้เพื่อให้ทานได้ในราคาที่เข้าถึงง่าย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโอตารุ
Q
ช่วยแนะนำสถานที่ชมวิวกลางคืนสวยๆ ในโอตารุหน่อย
แนะนำจุดชมวิวภูเขาเท็งกุ โอตารุ ซึ่งสามารถชมวิวกลางคืนของโอตารุที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 3 วิวยามค่ำคืนที่สวยที่สุดของฮอกไกโดได้
Q
จากเมืองซัปโปโรไปโอตารุใช้เวลากี่ชั่วโมง?
หากนั่งรถไฟ สามารถเดินทางได้ภายในไม่ถึง 1 ชั่วโมง
บทสรุป
“โอตารุ (Otaru)” เป็นเมืองที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ และมีอาคารเรียงรายที่ชวนให้นึกถึงวันวาน
ลองเดินเล่นท่ามกลางทิวทัศน์เมืองแสนคลาสสิก แวะเที่ยวจุดไฮไลต์ต่างๆ แล้วเติมเต็มทริปด้วยอาหารอร่อยแบบโอตารุให้จุใจ
ฮอกไกโดยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมาก ทั้งทิวทัศน์ธรรมชาติยิ่งใหญ่และเมืองสวยที่กลมกลืนกับธรรมชาติ
หากอยากเที่ยวฮอกไกโดให้เต็มอิ่ม ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทาง โดยคัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวและของอร่อยไว้ให้แล้ว