
เต็มอิ่มกับทิวทัศน์และอาหารอันเป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้า! ไกด์ท่องเที่ยวโดทงโบริ
ถ้ามาโอซาก้าแล้วอยากสัมผัสบรรยากาศคึกคักแบบที่หลายคนนึกถึง ย่าน “โดทงโบริ” ก็มักเป็นชื่อแรก ๆ ที่ถูกพูดถึง
ในสมัยเอโดะ บริเวณนี้เรียงรายไปด้วยคฤหาสน์เก็บสินค้า และมีประวัติศาสตร์ในการหล่อหลอมวัฒนธรรมอาหารของญี่ปุ่น
ทุกวันนี้ก็ยังถูกขนานนามว่าเป็น “ย่านกินจนหมดตัว” และที่ “โดทงโบริ” คุณจะได้เพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศหลากหลาย รวมถึงอาหารขึ้นชื่อของโอซาก้า
เดินไปตามย่านนี้ คุณจะได้เจอกับทั้งทิวทัศน์อันเป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้าและจุดท่องเที่ยวมากมาย จึงเป็นย่านที่ไม่ควรพลาดหากมาเที่ยวโอซาก้า
มาทำความรู้จักจุดท่องเที่ยว ร้านอาหาร และย่านใกล้เคียงที่อยากแนะนำให้แวะเมื่อมาเยือน “โดทงโบริ” กัน
โดทงโบริเป็นสถานที่แบบไหน?
ถ้าพูดถึงภาพจำของโอซาก้า หลายคนก็มักนึกถึงบรรยากาศริมแม่น้ำใน “โดทงโบริ” ขึ้นมาก่อน
ย่านนี้ตั้งอยู่รอบแม่น้ำโดทงโบริ ในเขตชูโอ เมืองโอซาก้า จังหวัดโอซาก้า
ทางเหนือมี “โซเอมอนโช” และทางใต้มี “โฮเซ็นจิโยโกะโจ” ซึ่งเป็นย่านบันเทิงที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร จุดท่องเที่ยว และร้านขายของฝากมากมาย
“โดทงโบริ” รวบรวมภาพลักษณ์ความเป็นโอซาก้าอย่างที่นักท่องเที่ยวมักนึกถึงไว้ครบถ้วน จึงเรียกได้ว่าเป็นจุดที่ไม่ควรพลาดหากมาเที่ยวโอซาก้า
ที่สะพานเอบิสึซึ่งพาดข้ามแม่น้ำโดทงโบริ คุณจะได้เห็นภาพทิวทัศน์อันเป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้า ทั้งป้ายกูลิโกะและป้ายขนาดยักษ์อีกมากมาย
ระหว่างทางยังเต็มไปด้วยภาพบรรยากาศแบบโอซาก้า เช่น ป้ายปูยักษ์ของคานิโดราคุ ตุ๊กตาคุอิดาโอเระ ทาโร่ และป้ายปลาหมึกของโคนามงมิวเซียม
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ทาโกะยากิหรือโอโคโนะมิยากิเท่านั้น ระหว่างเดินเที่ยวก็ยังอิ่มอร่อยกับอาหารโอซาก้าอย่างทงเปยะกิและคุชิคัตสึได้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้สนุกมากมาย เช่น ล่องเรือในแม่น้ำโดทงโบริ หรือชมการแสดงและวัฒนธรรมในโรงละครต่าง ๆ
ถ้าอยากหาประสบการณ์แปลกใหม่ ก็อย่าพลาดบ่อปลาที่อยู่ชั้นใต้ดินของเกมเซ็นเตอร์ หรือกิจกรรมทำตัวอย่างอาหารด้วยตัวเอง

การเดินทางไปโดทงโบริ
ถ้าจะเริ่มต้นจาก “สถานี JR โอซาก้า” ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางสำหรับการเที่ยวโอซาก้า ก็มีวิธีไป “โดทงโบริ” ที่ค่อนข้างสะดวก
เนื่องจาก “โดทงโบริ” มีสถานีใกล้เคียงหลายแห่ง จึงมีหลายเส้นทางให้เลือกเดินทาง
ในที่นี้จะขอแนะนำเส้นทางที่เปลี่ยนขบวนน้อยที่สุดและเดินทางได้ง่าย เหมาะสำหรับใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงก่อนออกเดินทาง
- เส้นทาง
-
1. เดินจาก “สถานี JR โอซาก้า” เพื่อเปลี่ยนไปยัง “สถานี Osaka Metro อุเมดะ”
2. ขึ้นรถไฟสายมิโดสุจิ และลงที่ “สถานีนัมบะ”
3. เดินผ่านทางใต้ดิน “นัมบะวอล์ก” แล้วออกสู่พื้นดินที่ทางออก B12
4. เดินขึ้นเหนือผ่านถนนช้อปปิ้งเอบิสึบาชิสุจิ ก็จะถึง “โดทงโบริ” - ระยะเวลา
- ประมาณ 20 นาที
ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของโดทงโบริคือช่วงไหน?
แม้ “โดทงโบริ” จะเที่ยวสนุกได้ทุกฤดู แต่ถ้าให้เลือกช่วงที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ ก็คือฤดูร้อน
เหตุผลก็คืองาน “เทศกาลโคมไฟแม่น้ำโดทงโบริ” ที่จัดขึ้นในหน้าร้อน ซึ่งทำให้สัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน
ระหว่างช่วงจัดงาน บริเวณริมแม่น้ำโดทงโบริระยะประมาณ 800 ม. จะสว่างไสวด้วยโคมไฟ 1,300 ดวง
ลองสวมชุดยูกาตะเดินเล่นใน “โดทงโบริ” ที่ส่องสว่างด้วยแสงโคมอันอบอุ่น แล้วดื่มด่ำกับเสน่ห์ของฤดูร้อนแบบญี่ปุ่นกันดู

ไม่ได้มีดีแค่อาหารโอซาก้า! 7 จุดท่องเที่ยวและร้านค้าที่ควรแวะในโดทงโบริ
หลายคนพอนึกถึง “โดทงโบริ” ก็มักนึกถึงอาหารโอซาก้าก่อน แต่จริง ๆ แล้วย่านนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวให้แวะอีกมาก
เราคัดเลือกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและร้านที่เหมาะกับการเลือกซื้อของฝากมาแนะนำให้คุณไปเที่ยวควบคู่กับการชิมอาหารโอซาก้า
1. สะพานเอบิสึ
สะพานเอบิสึเป็นสะพานที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นเกือบพร้อมกับการขุดคลองแม่น้ำโดทงโบริ
เดิมทีเป็นทางเข้าสู่ศาลเจ้าอิมามิยะเอบิสึ ซึ่งเล่ากันว่าสร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 600 และยังเป็นทางไปยังกระท่อมการแสดงหุ่นเชิดที่เคยตั้งอยู่ใกล้สะพาน จึงมีผู้คนใช้สัญจรมาตั้งแต่สมัยก่อน
เพราะเป็นทางผ่านจากถนนช้อปปิ้งชินไซบาชิไปยังถนนช้อปปิ้งเอบิสึบาชิสุจิ สะพานแห่งนี้จึงยังคงคึกคักอยู่เสมอ
ที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางของย่านมินามิ จึงมีผู้คนนิยมใช้เป็นจุดนัดพบด้วย
จากบนสะพานสามารถชมวิวสไตล์โอซาก้า เช่น ป้ายขนาดยักษ์ที่มีภาพนักวิ่งกูลิโกะ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมด้วยเช่นกัน
ถ้ามาเยือน อย่าลืมโพสท่าตามนักวิ่งกูลิโกะแล้วถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

2. ทมโบริ ริเวอร์ครูซ
ทัวร์ล่องเรือผ่านแม่น้ำโดทงโบริในย่านมินามิ แหล่งบันเทิงที่ประดับไปด้วยแสงนีออนระยิบระยับและป้ายสามมิติสุดโดดเด่น
แม้เส้นทางการเดินเรือหนึ่งรอบจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีและค่อนข้างกะทัดรัด แต่ก็เต็มไปด้วยจุดน่าสนใจและความสนุก พร้อมมอบทิวทัศน์จากแม่น้ำที่ปกติสัมผัสไม่ได้
หากอยากสัมผัสเสน่ห์ของโอซาก้า เมืองแห่งสายน้ำ ผ่านมุมมองที่แตกต่างจากบนบก การล่องเรือชมย่านที่คึกคักทั้งในอดีตและปัจจุบันก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีมาก

3. โฮเซ็นจิโยโกะโจ
ถ้าเดินออกจากความคึกคักของโดทงโบริมาไม่ไกล บรรยากาศของ “โฮเซ็นจิโยโกะโจ” จะให้ความรู้สึกต่างออกไปพอสมควร
ที่นี่เป็นซอยหินปู 2 สายภายในบริเวณวัดโฮเซ็นจิ แห่งนิกายโจโด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของญี่ปุ่นที่มีผู้มาสักการะไม่ขาดสายมาตั้งแต่ยุคเมจิ (ค.ศ. 1868–1912)
ตรอกแห่งนี้เป็นซอย 2 สายที่ทอดยาวไปทางตะวันออก–ตะวันตก โดยมีความยาวประมาณ 80 ม. และกว้างประมาณ 3 ม.
แม้อยู่ใกล้กับโดทงโบริที่ครึกครื้นและเต็มไปด้วยป้ายขนาดใหญ่ แต่บรรยากาศที่นี่กลับเงียบสงบ โดยเฉพาะในวันฝนตก พื้นหินที่เปียกฝนจะยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้ย่านนี้อย่างน่าประทับใจ
สองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านเก่าแก่ ทั้งร้านอาหารญี่ปุ่นแบบคัปโป ร้านโอโคโนะมิยากิ ร้านคุชิคัตสึ และบาร์ต่าง ๆ

4. โฮเซ็นจิ มิสึคาเกะฟุโดซน
เพียงเดินลึกเข้าไปในตรอกจากย่านบันเทิงมินามิของโอซาก้า ก็จะพบกับวัดโฮเซ็นจิ วัดในนิกายโจโดที่ตั้งอยู่อย่างสงบ
บรรยากาศเปลี่ยนจากย่านคึกคักภายนอกเป็นลานวัดที่ปูด้วยหินและเต็มไปด้วยเสน่ห์แบบญี่ปุ่น ภายในมีอาคารต่าง ๆ เช่น คมปิระโดะ นิโกะฮะคุโดะ และโอฮัตสึไดจิน
จุดที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ นิชิมุคิ ฟุโดเมียวโอ ซึ่งมีรูปลักษณ์แปลกตาจากการถูกปกคลุมด้วยมอสสีเขียว จนเป็นที่รู้จักในชื่อ “มิสึคาเกะฟุโดซน” ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นมาจากหลังสงคราม เมื่อมีหญิงคนหนึ่งตักนํ้าที่ผู้คนนำมาถวายแล้วราดลงบนองค์ฟุโดะ
เชื่อกันว่าที่นี่ให้พรเรื่องการหายจากโรค การค้าขายรุ่งเรือง และความรัก ผู้คนจึงนิยมราดนํ้าพร้อมอธิษฐานขอพรต่อมิสึคาเกะฟุโดซน
หากมีโอกาสมาโดทงโบริ นี่คือประสบการณ์พิเศษที่อยากให้ลองด้วยตัวเอง

5. ชิงช้าสวรรค์โดทงโบริ เอบิสึทาวเวอร์
ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกับร้านดิสเคานต์สโตร์ขนาดใหญ่ “ดองกิโฮเต้ สาขาโดทงโบริ” ริมแม่น้ำโดทงโบริ ซึ่งเป็นย่านที่คึกคักเป็นพิเศษในโซนมินามิของโอซาก้า รายล้อมด้วยอาคารสองฝั่งที่มีป้ายสีสันฉูดฉาด
ชิงช้าสวรรค์นี้โดดเด่นด้วยรูปทรงที่หันหน้าไปทางแม่น้ำโดทงโบริ และเป็นชิงช้าสวรรค์ทรงวงรีแนวยาวแห่งแรกของโลก แตกต่างจากแบบวงกลมทั่วไป ส่วนกอนโดลาสำหรับ 4 คนก็มีระบบหมุนให้คงระดับแนวนอนระหว่างทาง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกเช่นกัน ใช้เวลาหนึ่งรอบประมาณ 15 นาที และจากจุดสูงสุดประมาณ 77 ม. สามารถมองเห็นทั้งบริเวณโดทงโบริและทิวทัศน์ของย่านมินามิได้อย่างกว้างไกล

ดองกิโฮเต้ สาขาโดทงโบริ
สังเกตได้ง่ายจากชิงช้าสวรรค์สีเหลืองที่ติดอยู่บนผนังอาคารของสาขาโดทงโบริ
ภายในร้านแบ่งออกเป็น 6 ชั้นตามหมวดสินค้า ไม่ว่าจะเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร และของใช้เบ็ดเตล็ด โดยจำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิดในราคาคุ้มค่า เมื่อเดินชมภายในร้านที่มีสินค้ากองสูงเกือบถึงเพดาน ซึ่งเป็นภาพคุ้นตาสไตล์ “ดองกิ” ก็ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในสวนสนุก
เปิดตลอดปีและเปิด 24 ชั่วโมง จึงสะดวกมากหากอยากออกมาซื้อของจำเป็นระหว่างทริป

6. พิพิธภัณฑ์คามิงาตะอุคิโยเอะ
พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่รวบรวมและจัดแสดงภาพอุคิโยเอะซึ่งสร้างขึ้นในภูมิภาคคามิงาตะ
พิพิธภัณฑ์ 4 ชั้นแห่งนี้มีบันไดที่นำไปสู่ชั้น 2 ซึ่งใช้จัดนิทรรศการพิเศษ โดยบนผนังมีการจัดแสดงแผงภาพจาก “เซ็ตสึเมโชะซุเอะ” ที่บอกเล่าภาพของโดทงโบริในสมัยเอโดะ ช่วยพาผู้ชมเข้าสู่โลกของอุคิโยเอะได้อย่างน่าสนใจ
หลังจากดื่มด่ำกับโลกของอุคิโยเอะคามิงาตะแล้ว อย่าลืมแวะช้อปที่มิวเซียมช็อปชั้น 1 กันด้วย

7. นานิวะเมบุสึ อิจิบิริอัน สาขาโดทงโบริ
ร้านขายของฝากที่ตั้งอยู่ชั้น 1 ของอาคารชูซะคุอิดาโอเระ บิลดิ้ง ซึ่งมีร้านค้าหลากหลายตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 1 ถึงชั้น 6
ที่นี่มีของฝากสไตล์โอซาก้าประมาณ 4,000 ชนิด ตั้งแต่วัตถุดิบสำหรับอาหารแป้งและเครื่องปรุง ไปจนถึงสินค้าสุดยูนีกที่ชวนอมยิ้ม
ภายในยังมีร้านทางการของคุอิดาโอเระ ทาโร่ “คุอิดาโอเระ ทาโร่ ฮมโปะ” จำหน่ายสินค้าอีกมากมายที่มีลวดลายตัวละครคุอิดาโอเระ ทาโร่

ไม่รู้จะกินอะไรดีต้องที่นี่! 5 ร้านดังสำหรับลิ้มรสอาหารโอซาก้าในโดทงโบริ
มาถึง “โดทงโบริ” แล้ว เรื่องกินก็มักเป็นไฮไลต์ที่หลายคนตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก
ที่นี่มีทั้งอาหารโอซาก้าแบบคลาสสิกอย่างทาโกะยากิ โอโคโนะมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเมนูอื่น ๆ อีกหลากหลาย เช่น เมนูปูและอาหารจีน
ถ้าอยากจัดทริปกินให้เต็มที่แบบโอซาก้า ก็อยากให้ลองมาเยือน “โดทงโบริ” สักครั้ง
แต่เพราะมีร้านอาหารเยอะมาก หลายคนก็คงลังเลว่าจะเริ่มกินอะไรดี
ถ้าเลือกไม่ถูก ลองเริ่มจากร้านดังประจำ “โดทงโบริ” ที่เรากำลังจะแนะนำต่อไปนี้ได้เลย
1. 551 โฮไร สาขาใหญ่
ร้านอาหารจีนชื่อดังที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1945 และโด่งดังจนแทบไม่มีใครในโอซาก้าไม่รู้จัก
ชั้น 1 จำหน่ายสินค้าแบบซื้อกลับบ้าน โดยเมนูขึ้นชื่อคือ “บูตะมัน” ที่ยึดหลัก “ผลิตวันเดียว ขายวันเดียว” และห่อด้วยมือทีละลูก
ภายในแป้งที่หวานอ่อน ๆ และมีความยืดหยุ่นนั้น สอดไส้หมูหั่นเต๋าและหัวหอม
รสชาติของหมูฉ่ำ ๆ กับความหวานของหัวหอมกระจายอย่างลงตัวในปาก จนกลายเป็นความอร่อยที่กินแล้วอยากกินอีก

2. คานิโดราคุ สาขาใหญ่โดทงโบริ
ร้านอาหารปูเฉพาะทางที่มีทั้งหมด 41 สาขาทั่วประเทศ โดยมีฐานหลักอยู่ในภูมิภาคคันไซ
สาขานี้ถือเป็นต้นตำรับ และป้ายปูขยับได้ก็กลายเป็นภาพคุ้นตาประจำโดทงโบริของโอซาก้าไปแล้ว
ปูซุไวที่ใช้จะเปลี่ยนตามฤดูกาล โดยช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายนจะได้ลิ้มรสปูจากทะเลโอค็อตสก์ ส่วนช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายนจะเป็นปูจากทะเลญี่ปุ่นฝั่งเหนือ
นอกจากนี้ ตั้งแต่ 6 พฤศจิกายนถึง 20 มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงเปิดฤดูจับปู ยังมีปูมัตสึบะจากซันอินให้ลิ้มลอง ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับปูหลากหลายชนิดได้ตลอดทั้งปี

3. ทาโกะฮาจิ สาขาใหญ่โดทงโบริ
ร้านที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1979 และเสิร์ฟทาโกะยากิ อาหารประจำใจของชาวโอซาก้า
ทาโกะยากิของที่นี่ใช้แผ่นทองแดงในการย่าง โดยช่างผู้ชำนาญจะทำให้ด้านนอกกรอบหอม ส่วนด้านในนุ่มละลายในปาก
วัตถุดิบก็พิถีพิถัน ใช้ปลาหมึกยักษ์มาดาโกะที่เติบโตจากการกินกุ้ง ปู และหอยตามธรรมชาติ
ปลาหมึกชิ้นใหญ่ให้ความเต็มคำแบบจุใจ

4. โอโคโนะมิยากิ มิซึโนะ
ร้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1945 และเป็นที่รักของคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังได้รับการคัดเลือกเป็น Bib Gourmand ใน Michelin Guide ต่อเนื่อง 6 ปี
ความพิถีพิถันของมิซึโนะคือการคัดสรรวัตถุดิบสำหรับโอโคโนะมิยากิจากมืออาชีพ โดยเน้นซื้อจากตลาดคุโรมงซึ่งได้ชื่อว่าเป็นครัวของโอซาก้า เนื้อจากร้านเนื้อ และปลาจากร้านปลา เมนูเด่นมีทั้ง “โยโชกุยากิ” ซึ่งเป็นรากฐานของร้าน และ “โยโชกุโมดันยากิ” ที่เสิร์ฟพร้อมเส้นและไข่ หากมากันหลายคน การสั่งเซ็ตเมนูเพื่อได้ลองหลายรสชาติก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

5. โดทงโบริ คุคุรุ โคนามงมิวเซียม
สังเกตได้จากป้ายปลาหมึกสีแดงขนาดใหญ่ สำหรับคนที่สนใจอาหารแป้งแบบโอซาก้า ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ทาโกะยากิที่มาในคอนเซ็ปต์ “ทำ เรียนรู้ และกิน” โดยโฟกัสที่ “โคนามง” หรืออาหารแป้งซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของโอซาก้า
ที่ “ทาโกะยากิ โดโจ คุคุรุ ทาคุมิ” ชั้น B1 คุณสามารถทำทาโกะยากิสูตรต้นฉบับได้ด้วยตัวเอง
เลือกวัตถุดิบไส้ตามชอบแล้วใช้เครื่องมือแบบมืออาชีพในการย่าง มีพนักงานคอยช่วยดูแล จึงเหมาะแม้สำหรับมือใหม่

3 ที่พักแนะนำในโดทงโบริ
ถ้าอยากพักใกล้ย่านคึกคักของโอซาก้า “โดทงโบริ” ก็มีตัวเลือกที่พักที่ทั้งทำเลดีและพักสบายอยู่ไม่น้อย
เราคัดเลือกที่พักในโดทงโบริที่ได้รับคะแนนดีในด้านทำเลและความสะดวกสบายมาให้คุณ
หากอยากเพลิดเพลินกับบรรยากาศคึกคักสไตล์โอซาก้า พร้อมพักผ่อนได้อย่างสบาย ลองดูโรงแรมที่เราแนะนำต่อไปนี้
1. ครอสโฮเทล โอซาก้า
เดินทางสะดวกไปยังย่านมินามิ แหล่งบันเทิงขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโอซาก้า ที่มีทั้งป้าย LED กูลิโกะ “โดทงโบริ กูลิโกะ ไซน์” และโฮเซ็นจิโยโกะโจกระจายตัวอยู่โดยรอบ
โรงแรมตั้งอยู่ริมถนนมิโดสุจิที่เรียงรายด้วยร้านแบรนด์ระดับไฮเอนด์ โดดเด่นด้วยภายนอกอาคารที่ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของ “สีแดงที่เปี่ยมด้วยพลัง”
บริการของที่นี่มาในคอนเซ็ปต์ช่วงเวลาแห่งการเข้าพักที่น่าจดจำ พร้อมความใส่ใจในรายละเอียด และมีคอนเซียร์จประจำคอยช่วยตอบสนองความต้องการต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

2. เวสเซล อินน์ นัมบะ
ตั้งอยู่ในย่านโดทงโบริ และสามารถเดินทางไปสถานี JR ชินโอซาก้าได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน
ด้วยมาตรฐานการบริการแบบเครือโรงแรมที่บริหารอยู่ 29 แห่งทั่วประเทศ ที่นี่จึงได้รับเสียงชื่นชมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อย
ตั้งแต่ชั้น 2 ถึงชั้น 14 เป็นห้องพักทั้งหมด 123 ห้อง แบ่งเป็น 5 ประเภท ขนาดห้องมีตั้งแต่ 13.7 ตร.ม. ถึง 19.0 ตร.ม. ตกแต่งด้วยโทนสีอ่อนแบบธรรมชาติให้บรรยากาศผ่อนคลาย

3. คาเนะโยชิ เรียวกัง
เรียวกังเก่าแก่ใจกลางมินามิของโอซาก้าในย่านโดทงโบริ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีไทโชที่ 8 หรือ ค.ศ. 1919
อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวอย่างสะพานเอบิสึที่สามารถชมทิวทัศน์แบบโอซาก้าแท้ ๆ ทั้งป้ายขนาดใหญ่และร้านดังต่าง ๆ รวมถึงโฮเซ็นจิโยโกะโจที่มีบรรยากาศชวนหลงใหล และยังเดินจากสถานีนิปปงบาชิได้เพียง 3 นาที
อีกฝั่งของแม่น้ำโดทงโบริยังมีท่าเรือสำหรับเรือครูซ ทำเลจึงเหมาะมากสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยวโอซาก้า นารา และเกียวโต

4 ของฝากที่ควรซื้อในโดทงโบริ
ถ้าเดินหาของฝากใน “โดทงโบริ” ก็มีตัวเลือกน่าซื้ออยู่เยอะพอสมควร
ไม่ว่าจะเป็นขนมขึ้นชื่อของโอซาก้าและคันไซ หรือของฝากสุดยูนีกสไตล์โอซาก้า ก็เหมาะจะซื้อกลับไปเป็นความทรงจำจากทริปนี้
1. ชีสเค้กอบสดของคุณลุงริคุโร่
“ชีสเค้กอบสดของคุณลุงริคุโร่” ได้รับความนิยมในท้องถิ่นมาตั้งแต่เริ่มวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1984 ด้วยเนื้อสัมผัสฟูนุ่มและรสชาติอร่อย
หลังจากนั้นชื่อเสียงก็แพร่หลายไปทั่วประเทศ จนปัจจุบันกลายเป็นขนมขึ้นชื่อของโอซาก้า
ใช้วัตถุดิบคุณภาพที่คัดสรรมาอย่างดี เช่น ครีมชีสเข้มข้นนำเข้าจากโรงงานเก่าแก่ในเดนมาร์ก ไข่ที่ควบคุมคุณภาพอย่างเคร่งครัด และนมสดใหม่ที่เพิ่งส่งถึง ทำให้เกิดเนื้อสัมผัสนุ่มฟูอันเป็นเอกลักษณ์

2. เคนส์พาส “แอนดรูว์เอ้กทาร์ต”
พัฒนาขึ้นโดยคุณแอนดรูว์ ช่างฝีมือจาก “ลอร์ดสโตวส์ เบเกอรี่” ในมาเก๊า และเข้ามาในโอซาก้าราวปี ค.ศ. 2000
รสชาติของทาร์ตแป้งกรอบที่สอดไส้คัสตาร์ดครีมหอมกลิ่นไข่อย่างเต็มคำ ถูกปากคนญี่ปุ่นจนเคยโด่งดังเป็นกระแสอย่างมาก
ปัจจุบันยังคงมีทั้งหมด 6 สาขา โดยกระจายอยู่หลัก ๆ ในภูมิภาคคันไซ และกลายเป็นขนมยอดนิยมสำหรับทานเล่นที่บ้านหรือซื้อเป็นของฝาก

3. มินาโมอาเระ “โดทงโบริ ฟรุตพาร์เลอร์”
ถ้าพูดถึงของฝากแนวหวาน ๆ ที่ดูมีความเป็นโดทงโบริอยู่ด้วย “มินาโมอาเระ” ก็เป็นชื่อที่น่าสนใจ
มินาโมอาเระเป็นแบรนด์ช็อกโกแลตที่มีฐานอยู่ในโดทงโบริ ใจกลางโอซาก้า
แบรนด์นี้มีสินค้าแปลกใหม่มากมาย เช่น โดทงโบริบงบงทาวน์ ครันช์ช็อกโกแลตรสโอโคโนะมิยากิสไตล์โอซาก้า และคุกกี้ที่หน้าตาเหมือนทาโกะยากิ
ในบรรดาสินค้าทั้งหมด “โดทงโบริ ฟรุตพาร์เลอร์” ที่วางจำหน่ายในปี ค.ศ. 2019 เป็นชิ้นที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ
เป็นคุกกี้แซนด์ช็อกโกแลตที่ให้ความรู้สึกผลไม้เต็มคำ ชวนให้นึกเหมือนได้นั่งลิ้มรสของหวานอยู่ในฟรุตพาร์เลอร์จริง ๆ

4. Calbee “คัปปะเอบิเซ็น รสทาโกะยากิ”
“คัปปะเอบิเซ็น” ขนมขบเคี้ยวที่คุ้นหูจากสโลแกน “กินแล้วหยุดไม่ได้” เป็นของโปรดที่ครองใจผู้คนมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1964
วัตถุดิบกุ้งใช้กุ้งธรรมชาติหลายชนิดผสมกัน เช่น คิชิเอบิ ซารุเอบิ อากะเอบิ และฮกโคคุอากะเอบิ โดยใช้ทั้งเปลือก จึงมีแคลเซียมรวมอยู่ด้วย
อีกทั้งยังทำให้กรอบหอมด้วยการคั่วแทนการทอด จึงได้เนื้อสัมผัสกรุบกรอบเป็นเอกลักษณ์

3 ย่านท่องเที่ยวที่ควรไปคู่กับโดทงโบริ
เที่ยว “โดทงโบริ” แล้ว ถ้ามีเวลาเหลืออีกหน่อย รอบ ๆ ย่านนี้ก็ยังมีจุดน่าแวะอีกหลายแห่ง
มีทั้งย่านช้อปปิ้งและบันเทิงชื่อดังของมินามิโอซาก้า ย่านที่มีกลิ่นอายอเมริกัน และตลาดทางการของจังหวัดโอซาก้า
ทุกย่านอยู่ไม่ไกลจาก “โดทงโบริ” จึงอยากแนะนำให้วางแผนเที่ยวไปพร้อมกัน
1. ชินไซบาชิ
ชินไซบาชิเป็นหนึ่งในย่านบันเทิงของมินามิโอซาก้าที่มีชื่อเสียงไม่แพ้ “โดทงโบริ”
ชื่อชินไซบาชิครอบคลุม 3 พื้นที่ ได้แก่ ถนนช้อปปิ้งชินไซบาชิ นิชิชินไซบาชิ และฮิงาชิชินไซบาชิ โดยมีสถานี “ชินไซบาชิ” ของโอซาก้าเมโทรสายมิโดสุจิและสายนากาโฮริสึรุมิโรคุจิ รวมถึงสถานี “โยสึบาชิ” ของสายโยสึบาชิ เป็นประตูหลักสู่ย่านนี้ อีกทั้งยังเดินถึงนัมบะได้ จึงเดินทางสะดวกมากในฐานะจุดพักสำหรับเที่ยวโอซาก้า และยังมีที่พักให้เลือกมากมาย

2. อเมริกามูระ
ในช่วงทศวรรษ 1970 มีร้านที่ดัดแปลงมาจากโกดังและจำหน่ายเสื้อผ้ามือสอง แผ่นเสียงมือสอง และของจุกจิกที่นำเข้าจากฝั่งตะวันตกของอเมริกา จนกลายเป็นกระแส และพื้นที่นิชิชินไซบาชิโดยรอบก็เริ่มถูกเรียกว่า “อเมริกามูระ”
สัญลักษณ์ของย่านคือ “สวนสาธารณะสามเหลี่ยม” ที่อยู่เกือบใจกลางพื้นที่
ตามชื่อเลย พื้นที่รูปสามเหลี่ยมแห่งนี้คึกคักในฐานะจุดนัดพบและมุมพักผ่อน
ฝั่งตรงข้ามสวนยังมีร้านทาโกะยากิชื่อดัง ทำให้ “โคนามง” หรืออาหารแป้ง ก็กลายเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมของวัยรุ่นที่นี่
นอกจากนี้ยังมีอาคารสัญลักษณ์อีกมากมาย เช่น “BIG STEP” ศูนย์การค้าที่มีทั้งไลฟ์เฮาส์และโรงภาพยนตร์เฉพาะทาง รวมถึง “RIBIA” จอภาพเคลื่อนที่กลางแจ้ง

3. ตลาดคุโรมง
ตลาดคุโรมงตั้งอยู่ในย่านมินามิ ใจกลางโอซาก้า มีจุดเริ่มต้นราวปี ค.ศ. 1822 และได้รับการรับรองเป็นตลาดทางการจากจังหวัดโอซาก้าในปี ค.ศ. 1902
ชื่อตลาดคุโรมงมีที่มาจากประตูวัดเอ็นเมียวจิที่เคยตั้งอยู่ใกล้ตลาดและมีสีดำ
อาเขตของตลาดยาวประมาณ 580 ม. มีร้านค้าราว 150 ร้าน ตั้งแต่ร้านเฉพาะทางอย่างปลาปักเป้าและตะพาบน้ำ ไปจนถึงผัก ผลไม้ เนื้อ ขนมญี่ปุ่น ขนมตะวันตก และร้านอาหาร ครบหลากหลายประเภท
วัตถุดิบตามฤดูกาลที่วางเรียงหน้าร้านทำให้มองเห็นเสน่ห์ของ 4 ฤดูและวัฒนธรรมอาหารของญี่ปุ่นได้อย่างใกล้ชิด
ที่นี่ยังมีเมนูสำหรับเดินกินมากมาย เช่น ซีฟู้ดย่างเสียบไม้ น้ำผลไม้สด และซอฟต์ครีม ให้คุณถือไปเดินเล่นชิมไปได้อย่างเพลิดเพลิน

แผนที่ท่องเที่ยวโดทงโบริ
รีวิวของโดทงโบริ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโดทงโบริ
Q
ที่โดทงโบริมีอาหารแบบไหนให้ลิ้มลองบ้าง?
คุณสามารถเพลิดเพลินกับอาหารโอซาก้ายอดนิยมแบบคลาสสิก เช่น ทาโกะยากิและโอโคโนะมิยากิ
Q
สถานีไหนเดินทางไปโดทงโบริได้สะดวกที่สุด?
คือ “สถานีนัมบะ” ของรถไฟใต้ดิน
บทสรุป
เราได้พาไปรู้จักทั้งจุดท่องเที่ยว ร้านอาหาร และย่านท่องเที่ยวรอบ ๆ “โดทงโบริ” กันมาแล้ว เป็นอย่างไรกันบ้าง
ถ้าอยากสัมผัสทั้งทิวทัศน์และอาหารสไตล์โอซาก้าแบบเต็มอิ่ม “โดทงโบริ” ก็เป็นย่านที่อยากให้ลองมาเห็นด้วยตัวเองสักครั้ง
ส่วนถ้าเดินเที่ยวต่อในย่านนัมบะ คุณก็จะได้พบทั้งโรงละครสำหรับชมการแสดงตลก กิจกรรมอาหารแบบมีส่วนร่วม และแหล่งช้อปปิ้งที่ครบครัน
ถ้าคุณมีแผนจะเที่ยวนัมบะ บทความด้านล่างนี้ก็น่าจะช่วยวางแผนทริปได้ดี
