คู่มือท่องเที่ยวซากปราสาททาเกดะ ปราสาทลอยฟ้าที่ชมทิวทัศน์ลึกลับงดงามได้

คู่มือท่องเที่ยวซากปราสาททาเกดะ ปราสาทลอยฟ้าที่ชมทิวทัศน์ลึกลับงดงามได้

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าเอ่ยถึงวิวชวนฝันที่ดูเหมือนปราสาทลอยอยู่กลางฟ้า “ซากปราสาททาเกดะ” คือหนึ่งในสถานที่ที่หลายคนนึกถึง
ที่นี่เป็นซากปราสาทบนภูเขาซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสูงประมาณ 354 เมตรจากระดับน้ำทะเล และยังถือเป็นสถานที่หายากในระดับประเทศเพราะโบราณสถานยังคงหลงเหลืออยู่เกือบสมบูรณ์
เสน่ห์สำคัญที่สุดคือภาพของ “ซากปราสาททาเกดะ” ที่ถูกห่อหุ้มด้วยทะเลหมอก ซึ่งมองเห็นได้ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่อากาศแจ่มใส
บทความนี้จะแนะนำวิธีเที่ยวซากปราสาททาเกดะ การเดินทาง และจุดสำคัญที่ควรรู้หากอยากชมทะเลหมอก
เมื่ออ่านจบ คุณน่าจะมีข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเที่ยว “ซากปราสาททาเกดะ” ได้อย่างเต็มอิ่ม

ซากปราสาททาเกดะเป็นสถานที่แบบไหน?

บนยอดเขาโคโจซังที่สูง 353.7 เมตร ในเมืองอาซาโกะ (Asago) จังหวัดเฮียวโกะ คือที่ตั้งของซากปราสาททาเกดะ (Takeda Castle Ruins)
อีกชื่อหนึ่งคือ “ปราสาทโทระฟุสุ” โดยมีที่มาจากลักษณะที่ดูคล้ายเสือนอนหมอบ
“ซากปราสาททาเกดะ” ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 ปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญที่ได้รับการกำหนดโดยรัฐบาลญี่ปุ่น
แม้อาคารหลักจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว แต่กำแพงหินยังคงสภาพเกือบสมบูรณ์ จึงเป็นปราสาทบนภูเขาที่หาชมได้ยาก
มีจุดน่าสนใจมากมาย เช่น ฐานหอคอยหลักและกำแพงหินที่ยังคงอยู่ ซึ่งทำให้สัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์และบรรยากาศในอดีต
เสน่ห์มากที่สุดคือทิวทัศน์อันชวนฝันและลึกลับยามเกิดทะเลหมอก
ด้วยภาพของปราสาทที่ดูเหมือนลอยอยู่เหนือทะเลหมอก และทำเลบนยอดเขา ที่นี่จึงได้รับสมญาว่าเป็น “ปราสาทลอยฟ้า” และ “มาชูปิกชูแห่งญี่ปุ่น” จนได้รับความนิยมอย่างมาก
เพราะเป็นปราสาทที่สร้างอยู่บนยอดเขา การเดินเขาขึ้นไปก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์เช่นกัน
“ซากปราสาททาเกดะ” เคยถูกใช้ในฉากเปิดของละครประวัติศาสตร์เรื่อง “กุนชิ คัมเบ” และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภายในเรื่องด้วย
จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนมาเยือนตามรอยสถานที่ถ่ายทำอยู่ไม่น้อย

ประวัติของซากปราสาททาเกดะ

เชื่อกันว่าจุดเริ่มต้นของปราสาทแห่งนี้คือราวปี ค.ศ. 1443 เมื่อยามานะ โซเซ็น ผู้ปกครองแคว้นทาจิมะในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันคือพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดเฮียวโกะ ได้สั่งให้โอทากากิ มิตสึคาเงะ ผู้ใต้บังคับบัญชาสร้างขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 1580 ปราสาทถูกตีแตกโดยโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ
หลังจากนั้นเจ้าเมืองก็เปลี่ยนมือหลายครั้ง และกำแพงหินที่ได้รับการปรับปรุงในสมัยที่อากามัตสึ ฮิโรฮิเดะเป็นเจ้าเมือง ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน
ต่อมาในศึกเซกิงาฮาระเมื่อปี ค.ศ. 1600 อากามัตสึ ฮิโรฮิเดะเสียชีวิต ทำให้ “ปราสาททาเกดะ” ถูกยกเลิกการใช้งานและกลายเป็นปราสาทร้าง

เพลิดเพลินกับทิวทัศน์หาชมได้ยากของปราสาทบนภูเขาอันเป็นเอกลักษณ์
เพลิดเพลินกับทิวทัศน์หาชมได้ยากของปราสาทบนภูเขาอันเป็นเอกลักษณ์

การเดินทางไปซากปราสาททาเกดะ

หากออกเดินทางไป “ซากปราสาททาเกดะ” จากสถานีฮิเมจิ วิธีเดินทางมีดังนี้
สำหรับผู้ที่มาจากโอซาก้า สถานีฮิเมจิถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

เส้นทาง
1. ขึ้นรถไฟ JR สายบันตันที่สถานีฮิเมจิ ปลายทางสถานีเทระมาเอะ และลงที่สถานีเทระมาเอะ
2. จากสถานีเทระมาเอะ เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟ JR สายบันตัน ปลายทางวาดายามะ แล้วลงที่สถานีทาเกดะ
3. ต่อรถบัสสายท่องเที่ยววนรอบจากสถานีทาเกดะ และลงที่ป้ายซากปราสาททาเกดะ
ระยะเวลา
ประมาณ 2 ชั่วโมง

หากมีเวลา ลองเพลิดเพลินกับการเดินเขาด้วย

ถ้าอยากสนุกกับการเดินเขาด้วย แนะนำให้เลือกคอร์สเดินเขาจากสถานีทาเกดะ
มีเส้นทางเดินเขา 3 เส้นทาง และแม้แต่เส้นทางที่ใช้เวลานานที่สุดก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงซากปราสาททาเกดะได้
ทุกเส้นทางได้รับการดูแลอย่างดี จึงเหมาะแม้กับผู้เริ่มต้นเดินเขา
ในบรรดาเส้นทางทั้งหมด เส้นทางที่แนะนำเป็นพิเศษคือ “ทางขึ้นเขาศาลเจ้าฮียวไม”
เหตุผลคือ ระหว่างทางจะได้เที่ยวเมืองปราสาทของทาเกดะ และยังแวะสักการะศาลเจ้าฮียวไมก่อนเริ่มเดินเขาได้ด้วย
หากใช้ “ทางขึ้นเขาศาลเจ้าฮียวไม” จะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีถึงซากปราสาททาเกดะ

อย่าพลาดสัมผัสบรรยากาศอันมีเสน่ห์ของเมืองปราสาทด้วย
อย่าพลาดสัมผัสบรรยากาศอันมีเสน่ห์ของเมืองปราสาทด้วย

เวลาเข้าชมและค่าเข้าชมซากปราสาททาเกดะ

เรื่องเวลาเข้าชมและค่าเข้าชมของ “ซากปราสาททาเกดะ” ดูได้จากตารางด้านล่าง
ช่วงเวลาเข้าชมแตกต่างกันไปตามฤดูกาล และจะปิดภูเขาตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ถึง 29 กุมภาพันธ์
ควรตรวจสอบช่วงเวลาและฤดูกาลที่ไม่สามารถเข้าชมได้ล่วงหน้า

ค่าเข้าชม
・ผู้ใหญ่: 500 เยน
・นักเรียนมัธยมต้นหรือต่ำกว่า: ฟรี
เวลาเข้าชม
・1 มีนาคม–ปลายเดือนพฤษภาคม 8:00–18:00 (เข้าปราสาทได้ถึง 17:30)
・1 มิถุนายน–กลางเดือนกันยายน 5:00–17:00 (เข้าปราสาทได้ถึง 16:30)
・กลางเดือนกันยายน–ต้นเดือนธันวาคม 5:00–17:00 (เข้าปราสาทได้ถึง 16:30)
・ต้นเดือนธันวาคม–3 มกราคมของปีถัดไป 10:00–15:00 (เข้าปราสาทได้ถึง 14:30)

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของซากปราสาททาเกดะคือช่วงไหน?

หากวางแผนจะเที่ยว “ซากปราสาททาเกดะ” ช่วงที่แนะนำคือปลายเดือนกันยายนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีโอกาสเห็นทะเลหมอก
ทะเลหมอกไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่จะมองเห็นได้เฉพาะเมื่อสภาพอากาศเหมาะสม ตั้งแต่ช่วงฟ้าสางจนถึงประมาณ 8:00
หากอยากชมวิวทะเลหมอกอันงดงามที่แผ่กว้างรอบ “ซากปราสาททาเกดะ” ควรวางแผนช่วงเวลาเดินทางให้เหมาะสม

เงื่อนไขและจุดชมวิวที่ควรรู้เพื่อชมซากปราสาททาเกดะที่ลอยอยู่เหนือทะเลหมอก

ถ้าอยากเห็นภาพ “ซากปราสาททาเกดะ” ลอยอยู่เหนือทะเลหมอก มีข้อมูลที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้าอยู่พอสมควร
เพราะทะเลหมอกบริเวณนี้จะเกิดขึ้นได้เฉพาะในสภาพแวดล้อมที่จำกัด และจุดที่ชมได้สวยก็มีไม่มากนัก
ลองใช้ข้อมูลต่อจากนี้เป็นแนวทาง เพื่อจะได้ไม่พลาดภาพ “ซากปราสาททาเกดะ” ที่ลอยอยู่เหนือทะเลหมอก

เงื่อนไขที่ทำให้เกิดทะเลหมอก

เงื่อนไขที่ทำให้เกิดทะเลหมอกที่ “ซากปราสาททาเกดะ” มีดังนี้

  • ท้องฟ้าแจ่มใส โดยมีศูนย์กลางความกดอากาศสูงอยู่เหนือทะเลญี่ปุ่น
  • ความชื้นสูง และพื้นดินคายความร้อนได้อย่างเพียงพอ
  • ลมอ่อน
  • อุณหภูมิช่วงกลางวันของวันก่อนหน้าและช่วงเช้าตรู่ของวันเดียวกันต่างกันมาก

สำหรับคนที่สนใจเรื่องนี้ ทะเลหมอกเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากหมอกซึ่งลอยขึ้นมาจากแม่น้ำมารุยามะ
ดังนั้นจึงควรตรวจสอบประกาศเตือนหมอกหนาในพื้นที่รอบเมืองอาซาโกะ ทั้งของวันนั้นและวันก่อนหน้าด้วย

3 จุดชมวิวสวยที่มองเห็นทะเลหมอกกับซากปราสาททาเกดะ

ต่อจากนี้ เราจะพาไปรู้จักจุดชมวิวที่สามารถมองเห็น “ซากปราสาททาเกดะ” และทะเลหมอกได้
บางจุดมองเห็น “ซากปราสาททาเกดะ” ลอยอยู่เหนือทะเลหมอก ขณะที่บางจุดสามารถมองลงไปเห็นทะเลหมอกได้โดยตรง และแต่ละแห่งก็มีเสน่ห์ต่างกันไป
หากอุตส่าห์วางแผนช่วงเวลาเดินทางมาแล้ว ลองใส่ใจเรื่องสถานที่ชมทะเลหมอกให้มากขึ้นด้วย

1. “ริทสึอุนเคียว” จุดชมวิวเอกลักษณ์หนึ่งเดียว

“ริทสึอุนเคียว” เป็นสวนธรรมชาติบริเวณไหล่เขาอาซาโกะยามะ และเป็นจุดชมวิวชื่อดังที่สามารถมองเห็น “ซากปราสาททาเกดะ” ได้
ที่ “ริทสึอุนเคียว” มีจุดชมวิว 3 แห่ง แต่จุดที่มองเห็น “ซากปราสาททาเกดะ” ได้สวยที่สุดคือจุดชมวิวที่ 1
แม้เส้นทางและระยะเวลาที่ใช้จะค่อนข้างหนักกว่าจุดอื่น แต่ก็คุ้มค่ากับความพยายามอย่างแน่นอน
ภาพวิวที่มองเห็น “ซากปราสาททาเกดะ” ลอยอยู่เหนือทะเลหมอกสีขาวโพลนจากจุดชมวิวนั้น เรียกได้ว่าเป็นทิวทัศน์ที่หาใครเหมือนไม่ได้

ชมวิวสวยหนึ่งเดียวจากริทสึอุนเคียว
ชมวิวสวยหนึ่งเดียวจากริทสึอุนเคียว

2. “ฟูจิวะโทเงะ” จุดชมวิวลึกลับงดงาม

“ฟูจิวะโทเงะ” อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ “ซากปราสาททาเกดะ” และอยู่คนละฝั่งกับ “ริทสึอุนเคียว” พอดี
มีพื้นที่จอดรถอยู่ใกล้ทางเข้าจากถนนจังหวัดหมายเลข 136 และจากจุดนั้นสามารถมองเห็น “ซากปราสาททาเกดะ” ได้เลย
ไม่จำเป็นต้องเดินเขา จึงถือว่าเป็นจุดที่ไปได้สะดวกหากมีรถยนต์
ในช่วงเช้าตรู่ “ซากปราสาททาเกดะ” จะอยู่ในแนวย้อนแสง ทำให้มีโอกาสได้เห็นวิวและถ่ายภาพที่ดูลึกลับมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่อยู่บนกำแพงหินของ “ซากปราสาททาเกดะ” ก็จะกลายเป็นเงาดำเพราะแสงย้อน จึงมีข้อดีคือไม่เด่นรบกวนภาพถ่ายมากนัก

ปราสาททาเกดะและทะเลหมอกในแสงย้อนก็งดงามไม่แพ้กัน
ปราสาททาเกดะและทะเลหมอกในแสงย้อนก็งดงามไม่แพ้กัน

3. “ฐานหอคอยหลักปราสาททาเกดะ” จุดชมวิวที่มองลงไปเห็นทะเลหมอก

“ฐานหอคอยหลักปราสาททาเกดะ” เป็นจุดที่อยู่สูงที่สุดของ “ซากปราสาททาเกดะ”
จุดที่แนะนำคือบริเวณที่ยื่นออกไปทางทิศใต้ ซึ่งสามารถมองลงไปเห็น “มินามิเซ็นโจ” ได้
ลองดื่มด่ำกับภาพ “ซากปราสาททาเกดะ” อันยิ่งใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือทะเลหมอก ราวกับมาชูปิกชู
แน่นอนว่าเป็นจุดถ่ายภาพยอดเยี่ยม และยังสามารถเก็บภาพความงามของรูปทรงปราสาทได้อย่างใกล้ชิด
ภาพถ่ายที่ลงในนิตยสารท่องเที่ยวจำนวนมากก็ถ่ายจาก “ฐานหอคอยหลักปราสาททาเกดะ” เช่นกัน จึงเป็นจุดที่คุณจะได้เห็นวิวเดียวกับที่เคยเห็นในนิตยสารหรือทางโทรทัศน์ด้วยตาตัวเอง

สัมผัสประสบการณ์ล้ำค่าที่ได้เห็นทะเลหมอกอย่างใกล้ชิด
สัมผัสประสบการณ์ล้ำค่าที่ได้เห็นทะเลหมอกอย่างใกล้ชิด

สัมผัสโยคะบนท้องฟ้าในพื้นที่เปิดโล่งของซากปราสาททาเกดะ

“โยคะบนท้องฟ้า” คือกิจกรรมที่ให้คุณได้เพลิดเพลินกับการเล่นโยคะในพื้นที่เปิดโล่งของ “ซากปราสาททาเกดะ”
แม้จะมีประสบการณ์โยคะไม่มาก ก็ไม่ต้องกังวล เพราะมีผู้สอนคอยแนะนำอย่างใกล้ชิด
เมื่อได้จัดลมหายใจท่ามกลางแสงแดดและสายลมที่โอบล้อมทั้งร่างกาย ก็ช่วยให้ความเครียดและความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวันเบาบางลงได้
การทำโยคะพร้อมสัมผัสวิวสวยและประวัติศาสตร์จาก “ซากปราสาททาเกดะ” ไปทั่วทั้งร่างกาย เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น
“โยคะบนท้องฟ้า” น่าจะช่วยเติมพลังให้ทั้งใจและกาย ลองมาสัมผัสประสบการณ์ผ่อนคลายที่ไม่เหมือนใครที่ “ซากปราสาททาเกดะ” กันดู

ประสบการณ์โยคะชำระใจในบรรยากาศเปี่ยมมนตร์เสน่ห์
ประสบการณ์โยคะชำระใจในบรรยากาศเปี่ยมมนตร์เสน่ห์

เพลิดเพลินกับบรรยากาศและอาหารอร่อยในเมืองปราสาทของทาเกดะ

เมื่อมาถึงเชิงเขาโคโจซังที่ “ซากปราสาททาเกดะ” ตั้งอยู่ ก็จะพบกับเมืองทาเกดะซึ่งเป็นเมืองปราสาทในย่านทาเกดะ
มีทั้งจุดท่องเที่ยวอย่างศาลเจ้าฮียวไม ที่พัก และร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูขึ้นชื่อเรียงรายอยู่มากมาย
โดยเฉพาะอนุสาวรีย์ “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก” หน้า สถานีทาเกดะ เป็นจุดถ่ายรูปที่สามารถเก็บภาพ “ซากปราสาททาเกดะ” ไว้ในเฟรมเดียวกันได้
หลังพระอาทิตย์ตก ก็แนะนำให้ลองชม “ซากปราสาททาเกดะ” ที่ประดับไฟจากฝั่งเมืองปราสาทด้วย
อีกหนึ่งของกินขึ้นชื่อที่ไม่ควรพลาดคือ “โทระฟุสุยากิ” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากกำแพงหินของปราสาททาเกดะ
ขนาดพอดีมือถือกินได้สะดวก จึงเหมาะกับการเดินกินเล่นมาก
ลองลิ้มรสอาหารขึ้นชื่อไปพร้อมกับดื่มด่ำบรรยากาศเฉพาะตัวของเมืองปราสาทกัน

ลองเดินเล่นพร้อมสัมผัสบรรยากาศและของอร่อยขึ้นชื่อ
ลองเดินเล่นพร้อมสัมผัสบรรยากาศและของอร่อยขึ้นชื่อ

ที่พักแนะนำ 3 แห่งสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยวชมปราสาททาเกดะ

หากอยากชมวิวสวยของ “ปราสาททาเกดะ” กับทะเลหมอก จำเป็นต้องออกเดินทางไปยังจุดชมวิวตั้งแต่เช้ามืด
ด้วยเหตุนี้ หากอยากเห็นวิวสวยดังกล่าว ขอแนะนำอย่างยิ่งให้พักค้างคืนในที่พักแถบปราสาททาเกดะ
พักค้างไว้จะช่วยให้เที่ยวจุดต่าง ๆ รอบบริเวณได้สบายขึ้น และวางแผนไปชมวิวของ “ปราสาททาเกดะ” ได้ง่ายกว่าเดิม
หากกำลังมองหาที่พักสำหรับใช้เป็นฐานท่องเที่ยว ลองเลือกจากที่พักที่จะแนะนำต่อไปนี้ได้เลย

1. ปราสาททาเกดะ เมืองปราสาท โฮเทล EN

เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2013 หลังปรับปรุงอาคารเดิมของโรงกลั่นสาเกคิมูระ
พื้นที่ของโรงกลั่นสาเกคิมูระเดิมมีขนาดกว้างขวาง และได้ถือกำเนิดใหม่เป็นคอมเพล็กซ์เชิงพาณิชย์ที่มีทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และคาเฟ่รวมอยู่ด้วย
ห้องพักมีทั้งหมด 13 ห้อง กระจายอยู่ในอาคาร 6 หลังทั่วเมืองทาเกดะ โดยแต่ละห้องมีผังห้องแตกต่างกัน
บางห้องเป็นอาคารโกดังที่ได้รับการบูรณะและนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งต่างก็มีเสน่ห์ที่ทำให้สัมผัสได้ถึงกาลเวลา
จากโรงแรมสามารถมองเห็นซากปราสาททาเกดะได้ และยังเดินไปยังซากปราสาทได้ในเวลาประมาณ 50 นาที จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานท่องเที่ยว

ใกล้ซากปราสาททาเกดะ และยังได้ลิ้มรสอาหารฝรั่งเศสที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเต็มที่
ใกล้ซากปราสาททาเกดะ และยังได้ลิ้มรสอาหารฝรั่งเศสที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเต็มที่

2. โฮเทล แอเรียวัน วาดายามะ

ใช้เวลาขับรถไป “ซากปราสาททาเกดะ” ประมาณ 20 นาที ไปเมืองปราสาทอิซุชิประมาณ 35 นาที และไปคิโนซากิออนเซ็นประมาณ 57 นาที จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยวในพื้นที่ทาจิมะ
ห้องพักส่วนใหญ่กว้างขวาง แม้เป็นห้องซิงเกิลก็นั่งพักผ่อนได้อย่างสบาย อีกทั้งยังมีห้องสไตล์ญี่ปุ่นขนาด 10 เสื่อทาทามิ จึงเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่ต้องการพักผ่อนอย่างสงบ

เหมาะสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยวในพื้นที่ทาจิมะ ไม่ว่าจะเป็นซากปราสาททาเกดะ เมืองปราสาทอิซุชิ หรือคิโนซากิออนเซ็น
เหมาะสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยวในพื้นที่ทาจิมะ ไม่ว่าจะเป็นซากปราสาททาเกดะ เมืองปราสาทอิซุชิ หรือคิโนซากิออนเซ็น

3. ยูฮิเค็ง

เรียวกังอาหารที่มีห้องพัก 9 ห้องแห่งนี้ยึดคติว่า “ดอกไม้ตามฤดูกาลและการต้อนรับที่ตราตรึงใจ” พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่นและพื้นที่พักผ่อนอันสงบ
ยินดีต้อนรับผู้เข้าพักคนเดียว และยังมีแพลนพัก 1 คืนพร้อมอาหาร 2 มื้อสำหรับผู้ที่อยากให้รางวัลตัวเองเล็ก ๆ จึงเหมาะกับการออกมาพักเปลี่ยนบรรยากาศแบบสบาย ๆ
อีกด้านหนึ่งก็มีห้องอาบน้ำแบบครอบครัวที่ใช้ส่วนตัวได้ รวมถึงบริการให้เช่ายูกาตะสำหรับเด็ก ทำให้น่าใช้บริการเพื่อเก็บเป็นความทรงจำของการเดินทางกับครอบครัว

เรียวกังอาหารบรรยากาศสงบ ที่สัมผัสได้ถึงหัวใจแห่งการต้อนรับในทุกมุม
เรียวกังอาหารบรรยากาศสงบ ที่สัมผัสได้ถึงหัวใจแห่งการต้อนรับในทุกมุม

ไม่ได้มีแค่ซากปราสาททาเกดะ! 3 จุดชมวิวสวยของเฮียวโกะ

ในเฮียวโกะยังมีสถานที่อีกมากมายให้เพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติสวยงามได้ นอกเหนือจาก “ซากปราสาททาเกดะ”
หลังจากเที่ยว “ซากปราสาททาเกดะ” อย่างเต็มอิ่มแล้ว ลองแวะไปยังสถานที่ที่จะแนะนำต่อไปนี้ด้วย รับรองว่าจะได้สัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดเฮียวโกะมากยิ่งขึ้น

1. สะพานอากาชิไคเคียว

สะพานอากาชิไคเคียวเชื่อมระหว่างเกาะฮนชูกับเกาะอาวาจิ โดยมีความยาวรวม 3,911 เมตร และเป็นที่รู้จักในฐานะสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก ด้วยระยะห่างระหว่างเสาหลักทั้งสองอยู่ที่ 1,991 เมตร
เมื่อนับรวมกับสะพานโอนารุโตะ ก็กลายเป็นเส้นทางที่เชื่อมจากภูมิภาคคันไซไปถึงชิโกกุ ทำให้ได้รับความนิยมสูงในฐานะเส้นทางท่องเที่ยว
สวนไมโกะในเมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโกะ ทำหน้าที่เป็นประตูสู่สะพานอากาชิไคเคียว
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือวิวจาก “ไมโกะ ไคโจ พรอมเมอนาด” ทางเดินชมวิวแบบวนรอบที่สร้างอยู่ภายในโครงสะพาน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 47 เมตร และมีความยาวรวม 317 เมตร

สะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก เชื่อมเกาะฮนชูกับเกาะอาวาจิ และงดงามจนได้รับฉายาว่าเพิร์ลบริดจ์
สะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก เชื่อมเกาะฮนชูกับเกาะอาวาจิ และงดงามจนได้รับฉายาว่าเพิร์ลบริดจ์

2. รกโกะ การ์เดน เทอร์เรซ

“รกโกะ การ์เดน เทอร์เรซ” ตั้งอยู่บนภูเขารกโกะที่ระดับความสูง 880 เมตร เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นพาโนรามากว้างใหญ่ตั้งแต่ที่ราบโอซาก้าจนถึงช่องแคบอากาชิ รวมถึงทิวทัศน์เมืองโกเบ และยังเพลิดเพลินกับวิวกลางคืนที่ได้รับการขนานนามว่า “วิวมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์”
ภายในพื้นที่มีจุดชมวิวหลายแบบกระจายอยู่ เช่น “หอชมวิว” สูง 11 เมตรที่เหมาะกับการชมพาโนรามาแบบเต็มตา “ระเบียงชมวิว” ที่สามารถนั่งพักบนชั้นระเบียงขั้นบันไดพร้อมชมทิวทัศน์อย่างสบาย ๆ และ “ดาดฟ้าชมวิว” ที่มองเห็นเทือกเขารกโกะและที่ราบโอซาก้าได้ชัดเจน

จุดชมวิวสวยบนภูเขารกโกะที่มองเห็นทั้งเมืองโกเบและวิวกลางคืนได้กว้างไกล
จุดชมวิวสวยบนภูเขารกโกะที่มองเห็นทั้งเมืองโกเบและวิวกลางคืนได้กว้างไกล

3. สวนจังหวัดเฮียวโกะ อาวาจิฮานะซาจิกิ

อาวาจิฮานะซาจิกิเป็นสวนขนาดประมาณ 15 เฮกตาร์ ที่แผ่กว้างอยู่บนเนินทางตอนเหนือของเกาะอาวาจิในจังหวัดเฮียวโกะ
ไม่ว่าจะเป็นดอกนาโนะฮานะ ป๊อปปี้ คลีโอม คอสมอส หรือสต็อก ในทุกฤดูกาลคุณสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามของทุ่งดอกไม้ได้เต็มตา
เป็นจุดชมวิวชั้นเยี่ยมที่สามารถเพลิดเพลินได้พร้อมกันทั้งพาโนรามาของช่องแคบอากาชิและอ่าวโอซาก้า รวมถึงพรมดอกไม้สีสันสดใสตามฤดูกาล

พรมดอกไม้สีสดใสที่มองลงไปเห็นทะเล! สวนทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่สุดตระการตา
พรมดอกไม้สีสดใสที่มองลงไปเห็นทะเล! สวนทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่สุดตระการตา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับซากปราสาททาเกดะ

Q

ช่วงเวลาและเวลาที่สามารถเห็นทะเลหมอกที่ซากปราสาททาเกดะคือเมื่อไร?

A

ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน และช่วงฟ้าสางจนถึงประมาณ 8:00

Q

ที่ซากปราสาททาเกดะสามารถชมซากุระได้ไหม?

A

มีต้นซากุระมากกว่า 30 ต้น และช่วงที่สวยที่สุดคือประมาณต้นเดือนเมษายนถึงกลางเดือนเมษายน

บทสรุป

บทความนี้ได้พาไปรู้จักทั้งประวัติ วิธีการเดินทาง และจุดสำคัญที่ควรรู้เพื่อชมทะเลหมอกของ “ซากปราสาททาเกดะ”
เสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคงหนีไม่พ้นภาพอันชวนฝันของ “ซากปราสาททาเกดะ” ที่ลอยอยู่เหนือทะเลหมอก
วิวสวยที่ได้รับสมญาว่าเป็นมาชูปิกชูแห่งญี่ปุ่นนั้น คุ้มค่ากับการไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง
หากมีโอกาส ลองไปเที่ยว “ซากปราสาททาเกดะ” กันดูสักครั้ง
ถ้ายังลังเลว่าจะไปเที่ยวที่ไหนในจังหวัดเฮียวโกะนอกจาก “ซากปราสาททาเกดะ” ลองดูบทความด้านล่างประกอบได้