เสน่ห์ของทิวทัศน์ชนบทที่ยิ่งใหญ่และงดงาม! 8 แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฟุราโนะ

เสน่ห์ของทิวทัศน์ชนบทที่ยิ่งใหญ่และงดงาม! 8 แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฟุราโนะ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าคุณชอบภาพทุ่งกว้างสุดสายตาและบรรยากาศชนบทที่ให้พักสายตา “ฟุราโนะ (Furano)” ในฮอกไกโดคือจุดหมายที่หลายคนหลงรัก
พื้นที่นี้มีทุ่งดอกไม้ให้ชมแทบตลอดทั้งสี่ฤดู แต่ที่โด่งดังที่สุดก็คือทุ่งลาเวนเดอร์ซึ่งสวยสุดช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคม
ภาพสีม่วงที่แผ่กว้างสุดลูกหูลูกตาราวพรมปูเต็มพื้นที่นั้น งดงามจนเผลอมองอยู่นานๆ
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์ของ “ฟุราโนะ (Furano)” พร้อมแนะนำช่วงท่องเที่ยวที่เหมาะและสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ
ถ้าได้ตระเวนตามจุดที่แนะนำไว้ คุณน่าจะได้สัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และงดงามของ “ฟุราโนะ (Furano)” อย่างเต็มอิ่ม
ลองใช้บทความนี้เป็นไกด์ แล้วค่อยๆ เที่ยวรอบ “ฟุราโนะ (Furano)” กัน

ฟุราโนะเป็นสถานที่แบบไหน?

“ฟุราโนะ (Furano)” อยู่บริเวณตอนกลางของฮอกไกโด ทางตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น
ด้วยความที่ “ฟุราโนะ (Furano)” ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาและเป็นแอ่งกระทะ จึงมีความต่างของอุณหภูมิภายในวันและตลอดปีค่อนข้างมาก
ผลผลิตทางการเกษตรที่อาศัยภูมิประเทศและสภาพอากาศแบบนี้ได้รับความนิยมทั่วประเทศ โดยเฉพาะเมลอนและหัวหอมที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษ
การปลูกองุ่นสำหรับทำไวน์ก็โด่งดังเช่นกัน และ “ฟุราโนะไวน์ (Furano Wine)” ก็ได้รับความนิยมสูงทั่วญี่ปุ่น
นอกจากนี้ยังมีอาหารท้องถิ่นอย่างโอมุคาเร (ข้าวห่อไข่ราดแกงกะหรี่) และเมนูที่ใช้ผลิตภัณฑ์นมอย่างชีส ซึ่งทำให้ “ฟุราโนะ (Furano)” น่าเที่ยวในแง่ของรสชาติด้วย
ทุ่งลาเวนเดอร์ที่เข้าสู่ช่วงสวยที่สุดตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคมใน “ฟุราโนะ (Furano)” เป็นไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
ทิวทัศน์สีม่วงที่แผ่กว้างทั่วบริเวณคือภาพสุดอลังการที่เห็นได้เฉพาะที่ “ฟุราโนะ (Furano)” เท่านั้น
อีกอย่างที่ขาดไม่ได้เมื่อพูดถึง “ฟุราโนะ (Furano)” คือที่นี่เป็นเมืองสกีด้วย
ฤดูหนาวมีหิมะคุณภาพดีตกอย่างสม่ำเสมอ กีฬาฤดูหนาวจึงคึกคักมาก
ถ้าอยากสัมผัสธรรมชาติของ “ฟุราโนะ (Furano)” แบบเต็มๆ ลองเผื่อเวลาไปสนุกกับสกีด้วยก็น่าสนใจ

ฟุราโนะกับเสน่ห์ของทิวทัศน์ธรรมชาติที่หลากหลาย
ฟุราโนะกับเสน่ห์ของทิวทัศน์ธรรมชาติที่หลากหลาย

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของฟุราโนะคือช่วงไหน?

ถ้าจะไปเที่ยว “ฟุราโนะ (Furano)” ช่วงที่แนะนำคือฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน
อากาศสบายๆ หลายวัน และเป็นช่วงที่ดอกไม้ต่างๆ เบ่งบานเต็มที่
โดยเฉพาะทุ่งลาเวนเดอร์ช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นหนึ่งในวิวตัวแทนของ “ฟุราโนะ (Furano)”
พรมสีม่วงที่แผ่กว้างเกินจินตนาการทั้งสวยและสดใส แถมยังได้ชมภูเขาที่เห็นร่วมกัน ทำให้สัมผัสถึงธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของ “ฟุราโนะ (Furano)” ได้อย่างชัดเจน

ตัวอย่างการแต่งตัวในแต่ละฤดูกาลของฟุราโนะ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): แจ็กเก็ตดาวน์, โค้ต, เสื้อสเวตเตอร์หนา, ผ้าพันคอ, ถุงมือ
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อแขนสั้น, เสื้อเชิ้ตแขนยาว, สเวตเตอร์บางๆ
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): โค้ต, แจ็กเก็ต, สเวตเตอร์
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): แจ็กเก็ตดาวน์, โค้ต, เสื้อสเวตเตอร์หนา, ผ้าพันคอ, ถุงมือ

เดินทางไปฟุราโนะอย่างไร?

เส้นทางที่แนะนำคือบินจากสนามบินฮาเนดะ (Haneda) ในโตเกียวไปยังสนามบินอาซาฮิคาวะ (Asahikawa) ในฮอกไกโด แล้วต่อรถบัสจากสนามบินอาซาฮิคาวะไป “ฟุราโนะ (Furano)”
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ถึง 3 ชั่วโมง
จากเมืองใหญ่เช่นโอซาก้าหรือนาโกย่าก็แนะนำให้บินไปสนามบินอาซาฮิคาวะเช่นกัน
สนามบินอาซาฮิคาวะมีเที่ยวบินระหว่างประเทศด้วย จึงเดินทางมาจากต่างประเทศได้สะดวก

การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวฟุราโนะ

บางจุดท่องเที่ยวเดินเที่ยวได้ในระยะใกล้ๆ แต่โดยรวมแล้วใช้รถบัสจะสะดวกกว่า และช่วยประหยัดแรงได้มาก
ถ้าเป็นไปได้ แนะนำให้เช่ารถ
จะเดินทางได้คล่องตัว ทำให้ตระเวนสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การขับรถชมทุ่งกว้างของ “ฟุราโนะ (Furano)” และฮอกไกโดก็เป็นประสบการณ์ที่สดชื่นมาก จึงอยากแนะนำเป็นพิเศษ

8 แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฟุราโนะ

“ฟุราโนะ (Furano)” มีทุ่งดอกไม้มากมายที่ผลัดกันสวยงามตามฤดูกาล
ทุ่งลาเวนเดอร์ที่สวยสุดราวเดือนกรกฎาคมเป็นที่รู้จักอย่างมาก ด้วยวิวสีม่วงราวพรมปูเต็มพื้นที่ ความยิ่งใหญ่และความสดใสแบบนี้เห็นได้เฉพาะที่ “ฟุราโนะ (Furano)” เท่านั้น
และแน่นอนว่า “ฟุราโนะ (Furano)” ไม่ได้มีแค่ทุ่งลาเวนเดอร์ ยังมีวิวสวยๆ อีกหลากหลายให้ชม
ถ้ามาเยือน “ฟุราโนะ (Furano)” ลองวางแผนโดยยึดสถานที่ยอดนิยมที่จะแนะนำต่อไปนี้เป็นหลักได้เลย

1. ฟาร์มโทมิตะ

ฟาร์มท่องเที่ยวในเมืองนากาฟุราโนะ (Nakafurano) ฮอกไกโด ที่มีชื่อเสียงจากทุ่งลาเวนเดอร์ขนาดใหญ่ที่แผ่กว้างอย่างสง่างาม
ทุ่งลาเวนเดอร์อันยิ่งใหญ่เป็นไฮไลต์ก็จริง แต่ยังมี “ทุ่งหลากสี (Irodori no Hatake)” ที่จัดแถบดอกไม้สีสันสดใส เช่น ลาเวนเดอร์สีม่วง ยิปโซสีขาว และป๊อปปี้สีแดง วาดลวดลายบนลาดเนินอย่างนุ่มนวล ซึ่งเป็นอีกจุดเด่นตัวแทนของที่นี่

ประทับใจกับโลกของดอกไม้หลากสีที่เติมเต็มทั่วทั้งสายตา
ประทับใจกับโลกของดอกไม้หลากสีที่เติมเต็มทั่วทั้งสายตา

2. สวนลาเวนเดอร์โฮคุเซซัง

โฮคุเซซัง (Hokuseizan) สัญลักษณ์ของเมืองนากาฟุราโนะ (Nakafurano) ที่ฤดูหนาวได้รับความนิยมในฐานะลานสกี
บริเวณไหล่เขามีทุ่งลาเวนเดอร์ของเทศบาล และพอถึงฤดูร้อนก็ได้เพลิดเพลินกับดอกไม้สวยๆ มีการปลูกลาเวนเดอร์ 4 ชนิด ช่วงสวยที่สุดคือกลางเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม
นอกจากสายพันธุ์สีม่วงทั่วไปแล้ว ใกล้จุดชมวิวบนยอดเขายังมีลาเวนเดอร์สีขาว “มิซาโตะเซคคะ (Misato Sekka)” ที่ได้รับมอบมาจากเมืองมิซาโตะ (Misato) จังหวัดอาคิตะ (Akita) ออกดอกด้วย

นั่งกระเช้าลิฟต์ท่องเที่ยวขึ้นสู่ยอดเขา ที่มีทั้งทุ่งดอกไม้สีสันสดใสและวิวอันยิ่งใหญ่รออยู่
นั่งกระเช้าลิฟต์ท่องเที่ยวขึ้นสู่ยอดเขา ที่มีทั้งทุ่งดอกไม้สีสันสดใสและวิวอันยิ่งใหญ่รออยู่

3. สวนลาเวนเดอร์ฮิโนเดะ

สวนสาธารณะที่ได้รับความนิยมจากทุ่งลาเวนเดอร์ซึ่งแผ่กว้างบนพื้นที่ประมาณ 4.2 เฮกตาร์
ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคม พื้นที่เนินเขาทั้งหมดจะถูกแต่งแต้มด้วยลาเวนเดอร์ เพลิดเพลินกับดอกสีม่วงสดที่ไหวตามลมและกลิ่นหอมสดชื่นได้
จุดเด่นคือปลูกสายพันธุ์ “โอกามูราซากิ (Okamurasaki)” ซึ่งเป็นลาเวนเดอร์บานช้าเป็นหลัก ทำให้แม้มาเที่ยวช่วงท้ายฤดูกาลก็ยังชมได้

สวนที่ขึ้นชื่อเรื่องทุ่งลาเวนเดอร์แต่งแต้มเนินเขา และเป็นจุดยอดนิยมของคู่รัก
สวนที่ขึ้นชื่อเรื่องทุ่งลาเวนเดอร์แต่งแต้มเนินเขา และเป็นจุดยอดนิยมของคู่รัก

4. ถนนเจ็ตโคสเตอร์

บนพื้นที่ที่แทบไม่มีบ้านเรือนในฟุราโนะ ฮอกไกโด มีถนนที่คล้ายรถไฟเหาะยาวประมาณ 4 กม. จากทางลาดชันอ่อนๆ แล้วดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะไต่ขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
มองเห็นเทือกเขาโทคาจิดาเกะ (Tokachidake) อยู่ไกลๆ และรอบๆ เป็นทิวทัศน์ชนบทกว้างไกล
เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมถึงขั้นมีคนจำนวนไม่น้อยบอกว่า “มาเที่ยวฮอกไกโดแล้วชอบที่นี่ที่สุด”

วิวสวยก็เป็นเสน่ห์! ถนนคล้ายเจ็ตโคสเตอร์ที่ทอดยาวต่อเนื่องราว 4 กม.
วิวสวยก็เป็นเสน่ห์! ถนนคล้ายเจ็ตโคสเตอร์ที่ทอดยาวต่อเนื่องราว 4 กม.

5. มิยามะโทเกะ อาร์ตพาร์ก

“มิยามะโทเกะ อาร์ตพาร์ก (Miyamatoge Art Park)” ตั้งอยู่ริมทางหลวงบริเวณช่องเขามิยามะโทเกะ (Miyamatoge) ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างคามิฟุราโนะ (Kamifurano) กับบิเอ (Biei) เป็นคอมเพล็กซ์ที่เต็มไปด้วยความสนุก
หัวใจของที่นี่คือ “พิพิธภัณฑ์ทริกอาร์ต (Trick Art Museum)” ที่รวมงานศิลป์ทริกอาร์ตแปลกตา เช่น งานที่ดูเหมือนนูนออกมาทั้งที่เป็นภาพเรียบ หรือชิ้นงานที่มุมมองเปลี่ยนไปตามองศา ไม่ได้มีแค่ดูอย่างเดียว แต่สามารถสัมผัสหรือถ่ายรูปกับผลงานได้ตามใจ เป็นพิพิธภัณฑ์เชิงประสบการณ์ที่สนุกได้หลายแบบ

คอมเพล็กซ์เชิงประสบการณ์ที่สนุกกับทริกอาร์ตและวิวธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของฟุราโนะ
คอมเพล็กซ์เชิงประสบการณ์ที่สนุกกับทริกอาร์ตและวิวธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของฟุราโนะ

6. คันโนะฟาร์ม

ทางหลวงหมายเลข 237 ที่ทอดยาวจากเมืองอาซาฮิคาวะ (Asahikawa) ผ่านบิเอ (Biei) และฟุราโนะ (Furano) ไปจนถึงหมู่บ้านชิมุกัปปุ (Shimukappu) เป็นเส้นทางยอดนิยมที่มีทุ่งดอกไม้กระจายอยู่มากมายตามภูมิประเทศกว้างใหญ่ จนมีชื่อเล่นว่า “ฮานะบิโตะ ไคโด (Hanabito Kaido)”
“คันโนะฟาร์ม (Kanno Farm)” ก็อยู่ริมทางหลวงสายนี้เช่นกัน เป็นฟาร์มท่องเที่ยวเข้าฟรีที่เพลิดเพลินกับดอกไม้ตามฤดูกาลได้
ในบรรดาดอกไม้กว่า 30 ชนิดที่บานตลอดช่วงเปิดสวนตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนตุลาคม เช่น ซัลเวีย เคลโอเม และโคเคีย สิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษคือลาเวนเดอร์ที่ปลูกหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่บานเร็วถึงบานช้า

ดื่มด่ำวิวทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาลในฟาร์มท่องเที่ยวริมทางหลวง ตั้งแต่ลาเวนเดอร์สีม่วงเต็มผืนไปจนถึงดอกไม้อื่นๆ
ดื่มด่ำวิวทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาลในฟาร์มท่องเที่ยวริมทางหลวง ตั้งแต่ลาเวนเดอร์สีม่วงเต็มผืนไปจนถึงดอกไม้อื่นๆ

7. ถนนแพตช์เวิร์ก

พื้นที่เนินเขากว้างใหญ่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมืองบิเอ (Biei) ถูกเรียกว่า “ถนนแพตช์เวิร์ก (Patchwork Road)” เป็นจุดชมวิวที่คุ้นตาจากโบรชัวร์ท่องเที่ยวฮอกไกโดและโฆษณาต่างๆ
ชื่อมาจากภาพของพืชผลหลากชนิดที่ถูกปลูกเป็นแปลงๆ จนดูคล้ายงานแพตช์เวิร์ก

เนินเขาที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์สีสันสดใส คล้ายงานแพตช์เวิร์ก
เนินเขาที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์สีสันสดใส คล้ายงานแพตช์เวิร์ก

8. ฟุราโนะสกีรีสอร์ต

“ฟุราโนะสกีรีสอร์ต (Furano Ski Resort)” เป็นสกีรีสอร์ตที่อยู่ห่างจากย่านใจกลางเมืองฟุราโนะ ฮอกไกโด โดยรถยนต์ 10 นาที
ยังเป็นที่รู้จักในฐานะส่วนหนึ่งของพื้นที่ “ฮอกไกโดพาวเดอร์เบลต์ (Hokkaido Powder Belt)” ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องหิมะผงคุณภาพระดับโลก
รีสอร์ตแบ่งเป็น 2 โซน คือ “โซนฟุราโนะ (Furano Zone)” และ “โซนคิตะโนะมิเนะ (Kitanomine Zone)” พร้อมคอร์สหลากหลายรวมทั้งหมด 28 เส้นทาง

ขับรถจากตัวเมืองประมาณ 10 นาที! สโนว์รีสอร์ตที่สนุกกับพาวเดอร์สโนว์คุณภาพเยี่ยม
ขับรถจากตัวเมืองประมาณ 10 นาที! สโนว์รีสอร์ตที่สนุกกับพาวเดอร์สโนว์คุณภาพเยี่ยม

3 แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตในฟุราโนะ

“ฟุราโนะ (Furano)” มีจุดให้ซื้อของฝากและของอร่อยสไตล์ฮอกไกโดมากมาย
โดยเฉพาะบัตเตอร์แซนด์ของ “ร็อกกะเท (Rokkatei)” ที่ดังและฮิตมากจนมีวางขายตามร้านต่างๆ และงาน/ร้านสินค้าท้องถิ่นทั่วประเทศ
มาเที่ยว “ฟุราโนะ (Furano)” แล้ว ลองแวะจุดช้อปปิ้งที่จะแนะนำต่อไปนี้ดู

1. นิงกุรุเทอร์เรซ

โซนช้อปปิ้งที่อยู่ห่างจาก “ชินฟุราโนะ พรินซ์ โฮเทล (Shin Furano Prince Hotel)” ในเมืองฟุราโนะ ฮอกไกโด เดินประมาณ 2 นาที
สำหรับคนที่สงสัย คำว่า “นิงกุรุ (Ningle)” หมายถึง “ผู้รอบรู้แห่งป่า” สูงราว 15 ซม. ที่อาศัยอยู่ในป่าฮอกไกโด ซึ่งปรากฏในบทละครเรื่อง “นิงกุรุ (Ningle)” ของนักเขียนบท ซาโตชิ คุระโมโตะ (Satoshi Kuramoto)
ท่ามกลางป่าที่สวยราวนิทาน มีบ้านไม้ซุง 15 หลังเรียงราย แต่ละหลังจำหน่ายงานคราฟต์ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

พบกับงานคราฟต์ที่หาได้เฉพาะที่นี่ ในป่าที่นิงกุรุอาศัยอยู่
พบกับงานคราฟต์ที่หาได้เฉพาะที่นี่ ในป่าที่นิงกุรุอาศัยอยู่

2. คัมปานา ร็อกกะเท

ไร่องุ่นที่แผ่กว้างบนเนินเขาขนาด 24,000 สึโบะ โดยมีเทือกเขาไดเซ็ตสึซัง (Daisetsuzan) เป็นฉากหลัง
“คัมปานา ร็อกกะเท (Campana Rokkatei)” ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางนั้น เป็นทั้งร้านและคาเฟ่ของผู้ผลิตขนม “ร็อกกะเท (Rokkatei)” ที่มีชื่อเสียงจาก “มารุเซ บัตเตอร์แซนด์ (Marusei Butter Sand)” และ “ช็อกโกมารง (Choco Marron)” เป็นต้น
ภายในที่เป็นร้านน้ำชาด้วยมีโครงสร้างกระจกโปร่งโล่งโดดเด่น ในโลเคชันที่มองเห็นภูเขาโทคาจิดาเกะ (Tokachidake) ได้เต็มตา คุณจะได้เพลิดเพลินทั้งช้อปปิ้งและช่วงเวลาจิบชาอย่างเต็มอิ่ม

ร้านที่มีพื้นที่นั่งคาเฟ่ ให้ได้ชิมของหวาน “ร็อกกะเท” รวมถึงอาหารเบาๆ ด้วย
ร้านที่มีพื้นที่นั่งคาเฟ่ ให้ได้ชิมของหวาน “ร็อกกะเท” รวมถึงอาหารเบาๆ ด้วย

3. ฟุราโนะมาร์เช 2

ฟุราโนะขึ้นชื่อเรื่องทุ่งลาเวนเดอร์และเป็นโลเคชันถ่ายทำละคร แต่การเพาะปลูกและปศุสัตว์ก็รุ่งเรืองเช่นกัน
“ฟุราโนะมาร์เช (Furano Marche)” ซึ่งเป็นสถานที่ที่สามารถกินอาหารท้องถิ่นที่ใช้ผักและผลไม้จากฟุราโนะ—แหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศ—ได้ ขยายพื้นที่เพิ่มเติม จึงเกิดเป็น “ฟุราโนะมาร์เช 2 (Furano Marche 2)”

อิ่มเอมกับฟุราโนะ—“คลังวัตถุดิบชั้นเลิศ”—แบบจัดเต็ม! มาสร้างความทรงจำอร่อยๆ กัน
อิ่มเอมกับฟุราโนะ—“คลังวัตถุดิบชั้นเลิศ”—แบบจัดเต็ม! มาสร้างความทรงจำอร่อยๆ กัน

2 ที่พักแนะนำในฟุราโนะ

ฟุราโนะมีที่พักให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่โรงแรมที่ได้ลิ้มรสความอุดมสมบูรณ์จากธรรมชาติ ไปจนถึงโรงแรมที่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่คอนโดมิเนียมต่างประเทศ
ต่อไปนี้คือ 2 ที่พักที่เหมาะกับคนที่อยากพักแบบสบายๆ ระหว่างทริป และได้รีเฟรชจริงๆ

1. อิชิเท ฟุราโนะ

โลเคชันอยู่ใจกลางฮอกไกโด รายล้อมด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
ฟุราโนะยังเป็นที่รู้จักในฐานะฉากของละครด้วย
ที่พักแห่งนี้อยู่หน้า สถานี JR ฟุราโนะ (Furano) เดินเพียง 1 นาที เดินทางสะดวกมาก
คอนเซ็ปต์ของที่นี่ไม่ใช่แค่ “มาพัก” แต่คือ “มาใช้ชีวิต” ที่ฟุราโนะ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม

ใช้เวลาราวกับอยู่คอนโดมิเนียมต่างประเทศ ที่พักในพื้นที่ 2 ชั้น ดีไซน์มีสไตล์
ใช้เวลาราวกับอยู่คอนโดมิเนียมต่างประเทศ ที่พักในพื้นที่ 2 ชั้น ดีไซน์มีสไตล์

2. โฮเทลแอนด์คอนโดมิเนียม อิจิกะ

เปิดให้บริการในเดือนธันวาคม ปี 2018
โรงแรมแอนด์คอนโดมิเนียมที่โปรดิวซ์โดย Groupe Raison ซึ่งมีโรงไวน์อยู่หลายแห่งทั่วญี่ปุ่น
โรงแรมเพื่อการพักผ่อนที่โรงไวน์ดูแลนี้ยึดคอนเซ็ปต์ “วิลล่าสำหรับแขกที่มาเยือนโรงไวน์” แม้จะให้บรรยากาศหรูหรา แต่ก็ผ่อนคลายได้แบบไม่ต้องเกร็ง ภายในมีห้องพักสำหรับผู้เข้าพัก 33 ห้อง พร้อมเลานจ์ บิสโทร และห้องอาบน้ำ

โรงแรมบรรยากาศผ่อนคลาย ที่เพลิดเพลินกับไวน์และความอุดมสมบูรณ์ของฮอกไกโดได้อย่างสง่างาม
โรงแรมบรรยากาศผ่อนคลาย ที่เพลิดเพลินกับไวน์และความอุดมสมบูรณ์ของฮอกไกโดได้อย่างสง่างาม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวฟุราโนะ

Q

อาหารขึ้นชื่อของฟุราโนะมีอะไรบ้าง?

A

มีโอมุคาเร (ข้าวห่อไข่ราดแกงกะหรี่), ผลิตภัณฑ์นมที่ใช้ชีส และเมลอน เป็นต้น

Q

จากฟุราโนะไปบิเอใช้เวลานานแค่ไหน?

A

ใช้สาย JR ฟุราโนะ (Furano Line) ประมาณ 40 นาที

Q

ช่วงชมลาเวนเดอร์ของฟุราโนะคือเมื่อไหร่?

A

อาจต่างกันเล็กน้อยตามแต่ละจุด แต่โดยทั่วไปคือปลายเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคม

บทสรุป

บทความนี้ได้แนะนำแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมใน “ฟุราโนะ (Furano)” รวมถึงช่วงท่องเที่ยวที่แนะนำต่างๆ
เสน่ห์ของ “ฟุราโนะ (Furano)” คือผลผลิตทางการเกษตรแสนอร่อยที่ได้จากสภาพอากาศแบบแอ่งกระทะ และทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามที่มีทุ่งลาเวนเดอร์เป็นไฮไลต์
ถ้าได้เที่ยวตามสถานที่ที่แนะนำไว้ในบทความนี้ คุณน่าจะได้ดื่มด่ำธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของฮอกไกโด—ที่ถูกขนานนามว่าแผ่นดินแดนเหนือ—และธรรมชาติที่ “ฟุราโนะ (Furano)” มีอย่างเต็มที่
และอีกอย่างที่อยากให้ลอง คือของขึ้นชื่อของ “ฟุราโนะ (Furano)” อย่างโอมุคาเรและไวน์ ผ่านการชิมอาหารด้วย
หากจะไปฮอกไกโด ยังมีจุดท่องเที่ยวที่ควรรู้จักซึ่งเราแนะนำไว้ในบทความด้านล่างด้วย
อย่าลืมเข้าไปอ่านควบคู่กันนะ