
จุดชมวิวสุดตระการตาหลากหลายแบบจัดเต็ม! รวม 12 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในบิเอะ
ถ้าคุณชอบภาพเนินเขาลูกคลื่นที่ทอดยาวสุดสายตา มีภูเขาใหญ่ตั้งเป็นฉากหลัง “บิเอะ” (Biei) น่าจะเป็นชื่อที่อยากปักหมุดไว้สักครั้ง
เมืองเล็กๆ แห่งนี้อยู่ห่างจากย่านเมืองของฮอกไกโดออกมาเล็กน้อย และยังมีแหล่งออนเซ็นให้แวะพัก จึงจัดทริปที่ได้ทั้งชมวิวธรรมชาติสวยๆ และแช่ออนเซ็นไปพร้อมกันได้
บทความนี้จะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในบิเอะเป็นหลัก พร้อมแนะนำช่วงเวลาท่องเที่ยวที่เหมาะสม วิธีการเดินทาง และข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการเที่ยวชม
บิเอะเป็นสถานที่แบบไหน?
“บิเอะ” (Biei) อยู่แถบกึ่งกลางของฮอกไกโด ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น
เสน่ห์ของบิเอะอยู่ที่เนินเขาลูกคลื่นกว้างใหญ่ และมี “เทือกเขาโทคาจิดาเกะ” (Tokachidake) อันยิ่งใหญ่เป็นฉากหลัง ชวนให้มองเพลินแบบไม่รู้ตัว
ฤดูใบไม้ผลิเต็มไปด้วยดอกไม้และซากุระ และช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิจะย้อมสีด้วยใบไม้ผลิที่เปลี่ยนสี (haru momiji) ฤดูร้อนเนินเขาถูกแต่งแต้มด้วยทุ่งข้าวสาลี ฤดูใบไม้ร่วงทั้งเนินเขาและภูเขาจะถูกย้อมด้วยใบไม้เปลี่ยนสี และฤดูหนาวจะกลายเป็นโลกสีขาวเงินจากหิมะที่ทับถม
ไม่ว่าจะมาเมื่อไร คุณน่าจะได้พักใจไปกับวิวสวยของแต่ละฤดูอย่างแน่นอน
ที่นี่ยังมีแหล่งออนเซ็น “บิเอะ ชิโรกาเนะ ออนเซ็น” (Biei Shirogane Onsen) จึงไม่เพียงได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติ แต่ยังผ่อนคลายด้วยการแช่ออนเซ็นได้อีกด้วย
ถนนหน้า สถานีบิเอะ ที่มีอาคารเรียงรายอย่างกลมกลืนก็ดูสวยงาม ทำให้เป็นเมืองที่ทั้งตัวเมืองและธรรมชาติน่าหลงใหล

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำในบิเอะคือช่วงไหน?
หากจะไป “บิเอะ” (Biei) แนะนำให้มาในฤดูใบไม้ร่วง
เป็นช่วงที่ดอกไม้ต่างๆ เช่น ดาเลีย บานอย่างสดใส และภูเขาจะค่อยๆ เปลี่ยนสีเป็นโทนแดงและส้ม
อีกทางเลือกที่น่าสนุกคือการเดินเทร็กกิ้งบนภูเขาโทคาจิดาเกะ พร้อมชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบใกล้ๆ
ในช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ต้นลาร์ช (คารามัตสึ) บริเวณ “สระน้ำสีฟ้าชิโรกาเนะ” (Shirogane Aoi Ike) ซึ่งเป็นจุดชมวิวอันดับต้นๆ ของบิเอะ จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองจากใบไม้เปลี่ยนสี
จะได้เห็นทิวทัศน์แสนละมุนที่ผสานความแฟนตาซีกับสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีอย่างลงตัว เป็นภาพที่หาได้เฉพาะในบิเอะ
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของบิเอะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เตรียมแจ็กเก็ตดาวน์หรือโค้ต สเวตเตอร์หนา ผ้าพันคอ และถุงมือ
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อแขนสั้นก็โอเค แต่พกเสื้อเชิ้ตแขนยาวหรือสเวตเตอร์บางไว้ด้วย
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): โค้ตหรือแจ็กเก็ต ใส่คู่กับสเวตเตอร์กำลังดี
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): แจ็กเก็ตดาวน์/โค้ต สเวตเตอร์หนา ผ้าพันคอ และถุงมือ
เดินทางไปบิเอะอย่างไร?
หากเดินทางจากโตเกียวไปบิเอะ ใช้เครื่องบินและรถบัส ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
หากมาจากโอซาก้า ก็สามารถใช้เครื่องบินและรถบัสเช่นกัน โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
จากสนามบินชิโตเสะ ซึ่งเป็นประตูสู่ซัปโปโร ใช้รถไฟประมาณ 3 ชั่วโมง หรือจะขับรถเช่าก็ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงเช่นกัน
วิธีเดินทางหลักสำหรับเที่ยวบิเอะ
เวลาเที่ยวบิเอะ การเดินทางหลักมักเป็นรถบัส
รถบัสประจำทางใช้ได้ และถ้ามีตารางตรงกัน รถบัสท่องเที่ยวก็สะดวกไม่น้อย
แม้จะสามารถเดินเที่ยวได้ขึ้นอยู่กับแผน แต่เมื่อคำนึงถึงเวลาและความเหนื่อยล้าแล้ว ไม่ค่อยแนะนำเท่าไร
ถ้าทำได้ ลองเช่ารถขับเที่ยวรอบบิเอะดู
การขับรถบนผืนดินกว้างของบิเอะจะช่วยให้ได้สัมผัสความโปร่งโล่ง พร้อมเพลิดเพลินกับวิวสวยๆ ไปด้วย
รวม 12 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในบิเอะที่ได้ชมวิวสวยตลอดทั้ง 4 ฤดู
บิเอะมีจุดชมวิวให้เลือกเยอะ และหลายแห่งก็ได้เห็นทิวทัศน์ธรรมชาติแบบกว้างๆ ที่สวยไม่ซ้ำกัน
ด้านล่างนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่คัดมาแล้ว เพื่อให้คุณได้สัมผัสเสน่ห์ของบิเอะอย่างเต็มที่
1. น้ำตกชิระฮิเงะ
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเด่นของย่าน “บิเอะ ชิโรกาเนะ ออนเซ็น” (Biei Shirogane Onsen) เป็นน้ำตกที่ไหลลงสู่แม่น้ำบิเอะจากหน้าผาหุบเขาด้วยความสูงต่างระดับประมาณ 30 เมตร ลักษณะเหมือน “หนวดสีขาว” ตามชื่อเรียก
น้ำที่ไหลมาจากภูเขาโทคาจิดาเกะมีแร่ธาตุเฉพาะของภูเขาไฟ ซึ่งส่งผลต่อการสะท้อนแสง ทำให้ผิวน้ำของแม่น้ำบิเอะเป็นประกายสีน้ำเงินโคบอลต์ ภาพน้ำตกสีขาวสาดกระเซ็นลงสู่แม่น้ำสีฟ้าเข้มนั้นน่าตื่นตาตื่นใจมาก

2. สระน้ำสีฟ้าชิโรกาเนะ
“สระน้ำสีฟ้าชิโรกาเนะ” (Shirogane Aoi Ike) ที่สะดุดตาด้วยสีน้ำเงินสด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับท็อปของบิเอะ
เป็นทะเลสาบที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยบังเอิญ จากงานก่อสร้างป้องกันภัยพิบัติที่ทำเขื่อนบล็อกไว้บนแม่น้ำบิเอะเพื่อป้องกันโคลนถล่มจากภูเขาไฟโทคาจิดาเกะ จนน้ำกักเก็บและเกิดเป็นสระขึ้นมา
ผืนน้ำสีน้ำเงินงดงามอย่างน่าอัศจรรย์ ผสานกับธรรมชาติรอบๆ และต้นลาร์ช (คารามัตสึ) ที่ยืนต้นแห้ง ทำให้บรรยากาศดูแฟนตาซีราวกับโลกในนิทาน

3. สวนชมวิวชินเอ โนะ โอกะ
หนึ่งในจุดชมวิวระดับไฮไลต์ของบิเอะ ที่มีเนินเขาหลายลูกเรียงตัวราวคลื่นและทิวทัศน์กว้างใหญ่สุดอลังการ สวนแห่งนี้สังเกตได้จากตุ๊กตาที่ทำจากกองฟางม้วนในทุ่งเป็นสัญลักษณ์ และสามารถชมวิวธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของบิเอะแบบพาโนรามา 360 องศาจากเนินเขาได้
ภายในสวนมีที่จอดรถ ห้องน้ำ และพื้นที่พักผ่อนครบครัน แต่ช่วงที่มีหิมะสะสมจะปิดให้บริการ ควรระวัง

4. ต้นไม้เคนและแมรี
ต้นป็อปลาร์เดี่ยวที่ปรากฏอยู่กลางทุ่งหญ้าอันเงียบสงบใน “เนินเขาบิเอะ” (Biei no Oka) พื้นที่เนินเขาในเมืองบิเอะ เขตคามิคาวะ ฮอกไกโด
เป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 90 ปี และมีชื่อเล่นว่า “ต้นไม้เคนและแมรี” โด่งดังขึ้นอย่างรวดเร็วหลังถูกใช้ในโฆษณารถ Nissan Skyline เมื่อปี 1972

5. โบกาคุได โทคาจิดาเกะ
จุดชมวิวที่สามารถเห็นภูเขาโทคาจิดาเกะซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “ภูเขา 100 อันดับของญี่ปุ่น” ได้แบบใกล้ๆ ทั้งผาหินเปลือยและควันจากภูเขาไฟที่พวยพุ่งซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของภูเขาไฟยังคุกรุ่น ตั้งอยู่บนไหล่เขาโทคาจิดาเกะที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 930 เมตร ห่างจากย่านชิโรกาเนะออนเซ็นราว 5 กิโลเมตร
นอกจากโทคาจิดาเกะแล้ว ยังมองเห็นภูเขาต่างๆ ได้กว้างไกล เช่น อาซาฮิดาเกะซึ่งเป็นยอดหลักของเทือกเขาไดเซ็ตสึและเป็นยอดสูงสุดของฮอกไกโด รวมถึง บิเอะดาเกะ และบิเอะฟูจิ

6. สวนชมวิวโฮคุเซ โนะ โอกะ
สวนธรรมชาติในบิเอะ ฮอกไกโด เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องเนินเขา
พื้นที่รอบๆ เป็นไร่นาและพืชผลที่มีสีสันแตกต่างกันจนดูเหมือนลายผ้าปะติด จึงถูกเรียกว่า “ถนนแพตช์เวิร์ก” และจากหอชมวิวของสวนสามารถเพลิดเพลินกับภาพรวมของเนินเขาได้
จากหอชมวิวทรงพีระมิดยังมองเห็นเทือกเขาโทคาจิดาเกะได้ด้วย ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติอันกว้างใหญ่สไตล์ฮอกไกโด

7. ต้นไม้เซเว่นสตาร์
เมืองบิเอะเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งเนินเขา และมี “ต้นไม้ชื่อดัง” หลายแห่ง โดยในนั้นที่คนรู้จักกันอย่างกว้างขวางคือ “ต้นไม้เซเว่นสตาร์”
ชื่อนี้มาจากการที่ในปี 1976 ถูกนำไปใช้บนแพ็กเกจบุหรี่สำหรับนักท่องเที่ยวชื่อ “Seven Stars” จึงถูกเรียกว่าต้นไม้เซเว่นสตาร์ตั้งแต่นั้นมา
เมื่อรวมกับแนวต้นเบิร์ชขาวที่เรียงอยู่ข้างๆ ก็ยิ่งกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม

8. ถนนแพตช์เวิร์ก
พื้นที่เนินเขากว้างใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมืองบิเอะถูกเรียกว่า “ถนนแพตช์เวิร์ก” เป็นจุดชมวิวที่คุ้นตาจากโบรชัวร์ท่องเที่ยวฮอกไกโดและโฆษณาต่างๆ
ที่มาของชื่อคือการปลูกพืชผลหลากชนิดแบ่งเป็นแปลงๆ ทำให้มองดูคล้ายงานผ้าปะติด

9. ชิกิไซ โนะ โอกะ
ทุ่งดอกไม้ชมวิวบนพื้นที่เนินเขาในเมืองบิเอะ ฮอกไกโด เป็นจุดชมวิวที่ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วงจะมีดอกไม้นับสิบชนิดบานราวพรม โดยเฉพาะช่วงพีกตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน จะได้เห็นลาเวนเดอร์ ซัลเวีย ดาวเรือง เซโลเซีย (หงอนไก่) และอื่นๆ บานเรียงเป็นเส้นสวยงามจนเหมือนภาพวาด
ช่วงกรีนซีซันตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงปลายเดือนตุลาคม มีรถบัสแทรกเตอร์วิ่งวนภายในสวน ส่วนฤดูหนาวทุ่งดอกไม้จะเปลี่ยนเป็นโลกสีขาวเงิน และกิจกรรมเล่นหิมะอย่างสโนว์ราฟต์และสโนว์โมบิลได้รับความนิยม

10. เซรุบุ โนะ โอกะ & อาโตมุ โนะ โอกะ
ฟาร์มท่องเที่ยวบนเนินเขาริมทางหลวงหมายเลข 237
สามารถชมทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาลโดยมีฉากหลังเป็นธรรมชาติอันยิ่งใหญ่อย่างอาซาฮิดาเกะและเทือกเขาโทคาจิดาเกะ ที่นี่ปลูกลาเวนเดอร์ประมาณ 3,000 ต้นเป็นไฮไลต์ รวมถึงทานตะวัน ป็อปปี้ และอื่นๆ รวมราว 30 ชนิดต่อปี ทำให้ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วงสวนจะเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์

11. ศาลเจ้าบิเอะ
ศาลเจ้าเล็กๆ ในเมืองบิเอะ ฮอกไกโดที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ และเป็นที่รู้จักว่าให้พรด้านความรักและการผูกดวงสัมพันธ์
ยังได้รับความนิยมในฐานะ “จุดพลังงาน 3 แห่งของบิเอะ” ร่วมกับน้ำตกแปลกตาที่น้ำไหลออกจากรอยแยกของหินอย่าง “น้ำตกชิระฮิเงะ” และ “สระน้ำสีฟ้า” ที่มีผิวน้ำสีน้ำเงินและต้นไม้ยืนแห้งให้บรรยากาศแฟนตาซี

12. ฟาร์มฟุเรไอ ฟาร์มส์ ชิโยดะ
ถ้าอยากใช้เวลาชิลๆ ท่ามกลางบรรยากาศฮอกไกโด “ฟาร์มฟุเรไอ ฟาร์มส์ ชิโยดะ” ก็น่าแวะมาก
มีสัตว์น่ารักมากมายอาศัยอยู่ เช่น ม้าฮอกไกโดสายพันธุ์ “โดซังโกะ” ที่ทนหนาวได้ดี โพนี วัวเจอร์ซีย์ แพะ แกะ ลามะ กระต่าย และอื่นๆ
เข้าชมฟรี และถ้าซื้ออาหารสัตว์ราคา 100 เยน ก็สามารถให้อาหารสัตว์ได้โดยตรง

รวม 3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฟุราโนะที่อยากแนะนำให้เที่ยวควบคู่กับบิเอะ
อีกเมืองที่มักถูกจัดไว้ในทริปเดียวกันคือ “ฟุราโนะ” (Furano) นั่งรถไฟจากบิเอะประมาณ 40 นาที ก็ถึง
เสน่ห์ของฟุราโนะคือวิวชนบทที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล และทุ่งลาเวนเดอร์ที่เข้าสู่ช่วงสวยที่สุดในฤดูร้อนก็ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ
ถ้ามีเวลา อยากให้ลองจัดทริปเที่ยวควบคู่กับบิเอะด้วย
1. ฟาร์มโทมิตะ
ฟาร์มท่องเที่ยวในเมืองนากาฟุราโนะ ฮอกไกโด ที่ขึ้นชื่อเรื่องทุ่งลาเวนเดอร์อันงดงามกว้างใหญ่
ไฮไลต์คือทุ่งลาเวนเดอร์สุดอลังการ และยังมี “แปลงดอกไม้หลากสี” ที่จัดเป็นแถบสีสดใส เช่น ลาเวนเดอร์สีม่วง ยิปโซฟีลา (ดอกคัสมิโซ) สีขาว และป็อปปี้สีแดง วาดลวดลายบนเนินลาดอย่างสวยงาม

2. ถนนเจ็ตโคสเตอร์
ในพื้นที่ไร้บ้านเรือนเกือบทั้งหมดของฟุราโนะ ฮอกไกโด มีถนนที่มีความชันขึ้นลงเหมือนรถไฟเหาะ อยู่ยาวต่อเนื่องประมาณ 4 กิโลเมตร จากทางลาดชันลงอย่างรวดเร็วแล้วไต่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
มองเห็นเทือกเขาโทคาจิดาเกะอยู่ไกลๆ และรอบด้านเป็นทิวทัศน์ชนบท
เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมจนมีหลายคนบอกว่านี่คือที่ที่ดีที่สุดเมื่อมาฮอกไกโด

3. มิยามะโทเกะ อาร์ตพาร์ก
“มิยามะโทเกะ อาร์ตพาร์ก” (Miyama Toge Art Park) ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักบริเวณช่องเขามิยามะโทเกะ ตรงรอยต่อระหว่างเมืองคามิฟุราโนะและบิเอะ เป็นคอมเพล็กซ์ที่เต็มไปด้วยความสนุกและไอเดียสร้างสรรค์
ศูนย์กลางของที่นี่คือ “พิพิธภัณฑ์ทริกอาร์ต” ที่รวบรวมผลงานทริกอาร์ตแปลกตา เช่น งานที่ดูเหมือนภาพนูนทั้งที่เป็นภาพแบน และงานที่มองต่างมุมแล้วเปลี่ยนไป เป็นพิพิธภัณฑ์เชิงประสบการณ์ที่สนุกได้หลากหลาย ไม่ใช่แค่ดู แต่ยังสัมผัสหรือถ่ายรูปคู่กับผลงานได้ตามใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวบิเอะ
Q
ช่วงที่บิเอะมีหิมะสะสมคือเมื่อไหร่?
โดยทั่วไปจะมีหิมะสะสมในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี
Q
เที่ยวบิเอะแบบไม่เช่ารถได้ไหม?
สามารถเที่ยวได้หากใช้รถบัสประจำทางหรือรถบัสท่องเที่ยว แต่หากเช่ารถจะจัดแพลนเที่ยวได้สะดวกและคุ้มค่ามากกว่า
บทสรุป
บทความนี้ได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในบิเอะ ช่วงเวลาท่องเที่ยวที่แนะนำ และวิธีการเดินทางต่างๆ
ถ้ามีโอกาส ลองออกเดินทางไปบิเอะแล้วปล่อยใจไปกับทิวทัศน์เนินเขาลูกคลื่นและภูเขาใหญ่ที่เป็นเสน่ห์ของเมืองนี้กันดู
ในบทความด้านล่างนี้ เราได้คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวในฮอกไกโด รวมถึงบิเอะ มาแนะนำไว้ด้วย
ฮอกไกโดเป็นหนึ่งในจุดหมายท่องเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่น จึงมีสถานที่น่าสนใจมากมาย
หากคุณมีแพลนเที่ยวฮอกไกโด อย่าลืมใช้บทความด้านล่างเป็นข้อมูลประกอบด้วย
