
อิ่มเอมทั้งวิวสุดตระการตาและของอร่อย! ไกด์เที่ยวอามาโนะฮาชิดาเตะ
ถ้าอยากหาที่ที่ได้ทั้งความสวยแบบตะลึงและเดินเล่นเพลินๆ “อามาโนะฮาชิดาเตะ (Amanohashidate)” คือจุดหมายที่มักถูกพูดถึงเสมอในฐานะหนึ่งในสามวิวขึ้นชื่อของญี่ปุ่น และมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือนมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี
ทัศนียภาพงดงามที่ธรรมชาติค่อยๆ สร้างสรรค์ขึ้นตลอดระยะเวลายาวนานจะให้ความรู้สึกแตกต่างกันไปตามมุมมองและจุดที่ชม
พอเดินรอบๆ จะเจอทั้งวัดสำคัญและร้านที่ได้ลิ้มลองเมนูท้องถิ่นอีกมากมาย ทำให้ทริปเดียวครบทั้งบรรยากาศและของอร่อย
บทความนี้จะพาไปดูไฮไลต์ของอามาโนะฮาชิดาเตะในแต่ละฤดูกาล พร้อมแนะนำ 4 จุดชมวิวที่ไม่ควรพลาดเป็นพิเศษ
ยังรวบรวมแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และที่พักใกล้เคียงไว้ด้วย เพื่อให้มือใหม่ก็เที่ยวสนุกได้ อย่าลืมอ่านจนจบ
อามาโนะฮาชิดาเตะเป็นสถานที่แบบไหน?
อามาโนะฮาชิดาเตะเป็นสันดอนทรายที่กั้นอ่าวมิยาซึและทะเลสาบอาโสะไค (Aso-kai) ทางตอนเหนือของจังหวัดเกียวโตในแนวเหนือ–ใต้ และได้รับการยกย่องร่วมกับ “มัตสึชิมะ” ในจังหวัดมิยางิ และ “มิยาจิมะ” ในจังหวัดฮิโรชิมะ ให้เป็นหนึ่งในสามวิวขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ถือเป็นแหล่งชมวิวชั้นนำของประเทศ
บนสันดอนทรายความกว้างประมาณ 20–170 เมตร และยาวประมาณ 3.6 กิโลเมตร สันดอนทรายคือภูมิประเทศที่เกิดจากการทับถมของทรายและกรวด—มีต้นสนขึ้นหนาแน่นราว 6,700 ต้น เป็นภูมิประเทศที่พบได้ค่อนข้างยาก
เชื่อกันว่าเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2,200 ปีก่อนจากกระแสน้ำทะเลและการไหลของแม่น้ำ ความงามของรูปทรงที่ธรรมชาติสร้างขึ้นตลอดเวลายาวนานทำให้ผู้คนประทับใจอย่างลึกซึ้ง
ทิวทัศน์งดงามนี้ถูกอธิบายว่า “ฮาคุชะเซโช (Hakusha Seisho)” หรือ “หาดทรายขาวกับสนเขียว” และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ชมวิวพิเศษของญี่ปุ่น
อีกเสน่ห์ที่ขาดไม่ได้คือคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อามาโนะฮาชิดาเตะปรากฏในตำนานและเทพปกรณัมมาตั้งแต่โบราณ และเป็นที่รักของเหล่านักเขียนกวีมากมาย
ภายในอุทยานยังมีโบราณสถานกระจายอยู่ เช่น ศิลาจารึกบทกวีของจักรพรรดิโชวะ และศาลเจ้าอามาโนะฮาชิดาเตะ เดินเล่นไปพร้อมๆ กับนึกถึงเรื่องราวในอดีตก็น่าสนใจ
รอบๆ ยังมีจุดน่าเที่ยวอย่าง “อามาโนะฮาชิดาเตะ วิวแลนด์” และ “โมโตะอิเสะ โคโนะจินจะ” ให้แวะอีกเพียบ
ไม่ใช่แค่วิวสวย อาหารและออนเซ็นก็ขึ้นชื่อ จึงน่าจะเที่ยวได้สนุกไม่ว่าจะไปกี่ครั้ง

การเดินทางไปอามาโนะฮาชิดาเตะ
ถ้าจะเริ่มต้นจาก “สถานีเกียวโต” (ศูนย์กลางการเดินทางของคนเที่ยวเกียวโต) ด้านล่างคือวิธีไปอามาโนะฮาชิดาเตะที่นิยมกัน
ตามตารางด้านล่าง หากใช้รถไฟด่วนพิเศษหรือรถบัสด่วนก็ไปได้แบบไม่ต้องต่อรถ แต่ควรระวังเพราะมีรอบวิ่งไม่มาก
หากจัดตารางเวลาได้ยาก หรือมีเวลาเหลือเฟือ แนะนำให้พิจารณาไปด้วยรถไฟท้องถิ่นด้วยเช่นกัน
การเดินทางด้วยรถไฟด่วนพิเศษ
- เส้นทาง
-
ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ JR ขบวน “ฮาชิดาเตะ” จาก “สถานี JR เกียวโต” ลงที่ “สถานีอามาโนะฮาชิดาเตะ” แล้วถึงที่หมาย
※มีเพียง 5 เที่ยว: ออกเวลา 08:38, 10:25, 12:25, 14:25, 20:37 (ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2024) - ใช้เวลา
- ประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที
การเดินทางด้วยรถบัสด่วน
- เส้นทาง
-
1. เดินจาก “สถานีเกียวโต ทางออกกลาง” ไป “อาคารผู้โดยสารรถบัสคาราสุมะ ทางออก C2” ใช้เวลาไม่กี่นาที
2. ขึ้นรถบัสด่วนสายทังไค สายเกียวโต (ปลายทางไทซะ/ไทซะ-มะ) จาก “อาคารผู้โดยสารรถบัสคาราสุมะ ทางออก C2” ลงที่ “สถานีอามาโนะฮาชิดาเตะ” แล้วถึงที่หมาย
※มีเพียง 5 เที่ยว: ออกเวลา 07:20, 09:00, 12:55, 16:20, 18:20 (ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2024) - ใช้เวลา
- ประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที
การเดินทางด้วยรถไฟท้องถิ่น
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถไฟด่วนท้องถิ่น JR สายซากาโนะ (Rapid) ปลายทางโซโนเบะ จาก “สถานี JR เกียวโต” ลงที่ “สถานีโซโนเบะ”
2. ขึ้น JR สายซันอินเมน ปลายทางฟุคุจิยามะ จาก “สถานีโซโนเบะ” ลงที่ “สถานีฟุคุจิยามะ”
3. ขึ้นรถไฟ Kyoto Tango Railway สายมิยาฟุคุ ปลายทางมิยาซึ จาก “สถานีฟุคุจิยามะ” ลงที่ “สถานีมิยาซึ”
4. ขึ้นรถไฟ Kyoto Tango Railway สายมิยาทโย ปลายทางโทโยโอกะ จาก “สถานีมิยาซึ” ลงที่ “สถานีอามาโนะฮาชิดาเตะ” แล้วถึงที่หมาย - ใช้เวลา
- ประมาณ 3 ชั่วโมง 10 นาที
วิวสวยของอามาโนะฮาชิดาเตะตลอด 4 ฤดู และวิธีเที่ยวให้สนุก
อามาโนะฮาชิดาเตะเป็นจุดชมวิวที่สวยได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู ไปช่วงไหนก็สนุกได้
เสน่ห์ในแต่ละฤดูมีความต่างกัน ทำให้ฤดูกาลที่ชอบที่สุดของแต่ละคนไม่เหมือนกันก็เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง
ต่อไปจะแนะนำจุดเด่นและวิธีเที่ยวในแต่ละฤดู ลองใช้เป็นไอเดียเลือกช่วงเวลาให้เข้ากับเป้าหมายและสไตล์ที่ชอบ แล้ววางแผนไปเที่ยวกัน
อามาโนะฮาชิดาเตะในฤดูใบไม้ผลิที่สดใส แต่งแต้มด้วยดอกไม้นานาพันธุ์
ฤดูใบไม้ผลิที่ความหนาวเริ่มคลายและแสงแดดอบอุ่นส่องลงมา เป็นช่วงที่ความงามของสนและดอกไม้โดดเด่นยิ่งขึ้นที่อามาโนะฮาชิดาเตะ
พื้นที่รอบๆ ถูกปกคลุมด้วยสีเขียวสดของต้นสนราว 6,700 ต้น เกิดเป็นทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยพลังชีวิต
โดยเฉพาะวิวจาก “อามาโนะฮาชิดาเตะ วิวแลนด์” น่าทึ่งมาก สีเขียวของแนวสนและสีน้ำเงินของทะเลสร้างคอนทราสต์เหมือนภาพวาด
การขึ้นเคเบิลคาร์หรือโมโนเรลไปชมวิวก็เพลินได้ด้วยลมสบายๆ ระหว่างทาง
รอบๆ อามาโนะฮาชิดาเตะยังมีซากุระและอาซาเลียบานสะพรั่ง ทำให้บรรยากาศสดใสด้วยโทนสีชมพู
ซากุระที่ “สวนคาซามัตสึ” และ “ศาลเจ้าอามาโนะฮาชิดาเตะ” ชมได้คุ้มค่า และภาพคู่ของสนกับซากุระก็ถ่ายรูปออกมาสวยมาก
อากาศกำลังสบาย แนะนำให้ปั่นจักรยานเช่าหรือนั่งเรือท่องเที่ยววนรอบๆ ด้วย

อามาโนะฮาชิดาเตะในฤดูร้อน: ทะเลสีฟ้าแวววาวและงานประเพณีที่ห้ามพลาด
ฤดูร้อนคือช่วงที่ความงามของธรรมชาติโดดเด่นที่สุดที่อามาโนะฮาชิดาเตะ ทั้งวิวทะเลสีฟ้ากับแนวสนสีเขียวที่ตัดกันอย่างสวยงาม
หลายคนยังเลือกให้เป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดในบรรดาทั้ง 4 ฤดู
เนื่องจากมีชายหาดทั้งทางเหนือและใต้ จึงเพลิดเพลินได้ตามสไตล์ ไม่ว่าจะเล่นน้ำทะเล เก็บซีกราส หรือเก็บเปลือกหอย พร้อมรับลมทะเลสดชื่น
บางแห่งมีกิจกรรมกีฬาทางน้ำหลากหลาย เช่น ซีคายัค และบานาน่าโบ๊ต ให้ลองด้วย
ทะเลแถวอามาโนะฮาชิดาเตะน้ำใสและคลื่นค่อนข้างสงบ จึงเป็นที่นิยมทั้งสำหรับครอบครัวและคู่รัก
นอกจากนี้ งานประเพณีที่สืบต่อมาตั้งแต่สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) อย่าง “เทศกาลโคมลอยและดอกไม้ไฟมิยาซึ” ก็พลาดไม่ได้
จัดทุกปีในวันที่ 16 สิงหาคม โดยเฉพาะดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ราว 3,000 นัดที่ยิงช่วง 19:50–20:30 งดงามชวนฝันและคึกคักมาก

อามาโนะฮาชิดาเตะในฤดูใบไม้ร่วง: ความงามของไล่เฉดใบไม้แดงกับสนสีเขียว
สนที่อามาโนะฮาชิดาเตะเป็นไม้เขียวชอุ่มตลอดปี จึงไม่เปลี่ยนสีเป็นแดง แต่ภูเขาโดยรอบจะถูกแต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี
ยิ่งไปกว่านั้น รอบๆ ยังมีจุดชมใบไม้แดงที่เพลิดเพลินกับการไล่เฉดสีสวยๆ ได้หลายแห่ง เช่น “วัดนาริไอจิ (Nariai-ji)” และ “ศาลเจ้าซันโนกู ฮิโยชิ” เป็นต้น
ใบไม้แดงที่ถูกประดับไฟและลอยเด่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดในยามค่ำคืนก็เป็นอีกไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
โดยทั่วไปช่วงพีกจะอยู่ราวกลางพฤศจิกายนถึงปลายพฤศจิกายน และจะได้เห็นวิวสุดพิเศษที่ชมใบไม้แดงไปพร้อมฉากหลังเป็นอามาโนะฮาชิดาเตะ
นอกจากนี้ ยังเป็นฤดูของรสชาติแห่งฤดูใบไม้ร่วงด้วย เช่น ข้าวโคชิฮิคาริจากทังโกะ เห็ดมัตสึทาเกะ ปลาคุจิ (ปลาอามาได) และส้มยุระ
รอบๆ มีร้านมากมายที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่น ลองไปชิมอาหารประจำถิ่นให้เต็มที่กัน

อามาโนะฮาชิดาเตะในฤดูหนาว: ดื่มด่ำความสงบและทิวทัศน์ชวนฝัน
ฤดูหนาวที่อามาโนะฮาชิดาเตะหนาวจัดขึ้นอีกระดับ เป็นช่วงที่สร้างทิวทัศน์เหมือนอีกโลกหนึ่งยิ่งกว่าปกติ
แนวสนและสันดอนที่ถูกหิมะปกคลุมดูโรแมนติก และภาพบรรยากาศชวนฝันท่ามกลางความเงียบสงบจะขยายออกไปทั่วบริเวณ
โดยเฉพาะในตอนเช้าที่หิมะสะสม วิวจะถูกเรียกว่า “เก็นเซ็ตสึ โนะ ฮิริวคัง (Gensetsu no Hiryukan)” และจะได้เห็นอามาโนะฮาชิดาเตะที่สวยและทรงพลังจนยากจะบรรยาย
นักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย จึงเดินเล่นได้สบายๆ ในบรรยากาศผ่อนคลาย เป็นอีกจุดที่น่าชอบ
เมื่ออุณหภูมิต่ำ อากาศจะใส ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ไกลๆ ได้ชัดเจน นี่ก็เป็นเสน่ห์เฉพาะฤดูหนาวเช่นกัน
หลังเที่ยวเต็มที่แล้ว แนะนำให้ไปแช่ออนเซ็นแถวๆ นี้เพื่อคลายหนาว แล้วพักผ่อนที่โรงแรมพร้อมลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่และเมนูปู ก็เป็นแผนที่น่าสนใจมาก

4 มุมมองหลักที่ห้ามพลาดเมื่อเที่ยวอามาโนะฮาชิดาเตะ
“อามาโนะฮาชิดาเตะ 4 มุมมองหลัก” หมายถึง 4 จุดชมวิวหลักที่ใช้มองอามาโนะฮาชิดาเตะ
แต่ละแห่งอยู่คนละทิศทั้งตะวันออก ตะวันตก ใต้ และเหนือ ทำให้ได้เห็นความงามหลากอารมณ์แตกต่างกันไปตามมุมและตำแหน่งที่ชม
ทุกจุดเป็นสถานที่ที่อยากให้แวะให้ได้เมื่อมาเที่ยวอามาโนะฮาชิดาเตะ
ต่อไปจะเล่าว่า 4 มุมมองนี้อยู่ที่ไหน และมีเสน่ห์อย่างไรบ้าง
ไม่เพียงใช้เป็นข้อมูลวางแผน แต่อยากให้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง แล้วทำให้ทริปครั้งนี้เป็นความทรงจำที่ยอดเยี่ยม
1. ฮิริวคัง
อามาโนะฮาชิดาเตะ วิวแลนด์ ตั้งอยู่บนยอดเขามนจู เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นอามาโนะฮาชิดาเตะ หนึ่งในสามวิวขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ได้แบบพาโนรามาจากฝั่งทิศใต้
อามาโนะฮาชิดาเตะที่มองด้วยท่า “มะตะโนะโซกิ” (ก้มมองลอดหว่างขา) จากที่นี่ จะดูคล้ายมังกรที่กำลังทะยานขึ้นสู่ฟ้า จึงถูกเรียกว่า “ฮิริวคัง”
ภายในมีแท่นสำหรับมะตะโนะโซกิ 7 จุดให้ใช้งาน นอกจากนี้ จากทางเดินชมวิวฮิริวคังที่ยาวประมาณ 250 เมตร และสูงสุดประมาณ 8.5 เมตร สามารถมองลงไปเห็นอ่าวมิยาซึและอามาโนะฮาชิดาเตะ พร้อมชมพาโนรามา 360 องศาได้

2. โชริวคัง
สวนคาซามัตสึ ในเมืองมิยาซึ จังหวัดเกียวโต เป็นจุดชมวิวสวยที่มองเห็นอามาโนะฮาชิดาเตะ หนึ่งในสามวิวขึ้นชื่อของญี่ปุ่น อยู่เบื้องล่าง
เมื่อมาถึงสวน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือวิวอันยิ่งใหญ่ที่อามาโนะฮาชิดาเตะดูราวกับมังกรกำลังไต่ขึ้นสู่ฟ้า จึงถูกเรียกว่า “โชริวคัง”
ที่นี่ยังมีชื่อเสียงว่าเป็นต้นกำเนิดของท่า “มะตะโนะโซกิ” โดยว่ากันว่าเมื่อมองลอดหว่างขา จะเหมือนฟ้ากับดินสลับด้าน และดูคล้ายสะพานที่พาดอยู่บนท้องฟ้า ลองเพลิดเพลินกับวิวด้วยสไตล์สุดยูนีกนี้กัน
สวนตั้งอยู่บริเวณไหล่เขานาริไอ สูงจากระดับน้ำทะเล 130 เมตร สามารถเดินทางจากสถานีฟุจูที่เชิงเขาได้สะดวกด้วยเคเบิลคาร์อามาโนะฮาชิดาเตะหรือลิฟต์

3. เซสชูคัง
“เซสชูคัง” เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นอามาโนะฮาชิดาเตะจากฝั่งตะวันออกไปทางตะวันตก
สามารถชมได้ที่ “ศาลาพักชมวิวอามาโนะฮาชิดาเตะ เซสชูคัง” ซึ่งอยู่หลังจากเดินขึ้นบันไดของศาลเจ้าชิชิซากิอินาริ (Shishizaki Inari)
ชื่อมาจากการที่องค์ประกอบภาพคล้ายกับสมบัติชาติ “อามาโนะฮาชิดาเตะซุ (Amanohashidate-zu)” ที่วาดโดยจิตรกรภาพหมึกชื่อดังแห่งยุคมุโรมาจิอย่าง เซสชู (Sesshu) (ค.ศ. 1336–1573)
การได้ชมวิวจากมุมเดียวกับที่เซสชูวาดไว้ทำให้สัมผัสความงามของทิวทัศน์ญี่ปุ่นได้ชัดเจน และเมื่อรู้พื้นหลังทางประวัติศาสตร์ก็ยิ่งรู้สึกมีรสชาติ
นอกจากนี้ ยังดูคล้ายสะพานที่พาดบนท้องฟ้า และความตัดกันของเสาโทริอิสีแดง ท้องฟ้า ทะเล และแนวสนก็สวยมาก ถ่ายรูปออกมาดีเยี่ยม
ยังเป็นจุดที่มองเห็นอ่าวมิยาซึได้อย่างยอดเยี่ยม โดยช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน การบานพร้อมกันของอาซาเลียมิตสึบะและซากุระสายพันธุ์ชิดาเระก็มัดใจนักท่องเที่ยวได้ไม่อยู่หมัด

4. อิจิจิคัง
“อิจิจิคัง” เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นอามาโนะฮาชิดาเตะจากฝั่งตะวันตกไปทางตะวันออก
ลักษณะที่แบ่งอ่าวมิยาซึกับทะเลสาบอาโสะไคมีรูปทรงเหมือนอักษรคันจิ “一” (อิจิ) ที่แปลว่า “หนึ่ง” จึงเป็นที่มาของชื่อ
โดยเฉพาะคอนทราสต์ของซากุระในฤดูใบไม้ผลิกับแนวสน เป็นภาพอลังการที่น่าจะกลายเป็นความทรงจำพิเศษ
สามารถชมได้ที่ “สวนโออุจิโทเงะ อิจิจิคัง” ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีอามาโนะฮาชิดาเตะโดยแท็กซี่ประมาณ 40 นาที
ภายในสวนมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งเด็คชมวิว ลานกิจกรรมขนาดเล็ก และเส้นทางเดินเล่น ทำให้ใช้เวลาได้แบบสบายๆ เป็นอีกข้อดี
ยังมีลานกางเต็นท์สำหรับแคมป์ปิ้ง (มีบริการเช่าด้วย) จึงลองกิจกรรมเอาต์ดอร์ไปพร้อมกันได้
แนะนำให้นอนค้างที่นี่แล้วเปรียบเทียบความต่างของวิวในแต่ละช่วงเวลาด้วย ก็สนุกไปอีกแบบ

เที่ยวให้ครบ! 5 จุดท่องเที่ยวยอดนิยมรอบอามาโนะฮาชิดาเตะ
แถวอามาโนะฮาชิดาเตะมีที่ให้แวะเยอะกว่าที่คิด เดินทางมาแล้วอยากใช้เวลาให้คุ้มก็เข้าใจเลย
จากจุดชมวิวสวยๆ ไปจนถึงแนวเที่ยวที่สนุกได้ทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และอาหาร ความหลากหลายตรงนี้คืออีกจุดเด่น
ต่อไปนี้จะคัดมาให้แบบเน้นๆ 5 จุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่ไม่ควรพลาด
ถ้าจะไปเที่ยวอามาโนะฮาชิดาเตะ ลองวางแผนเที่ยวควบคู่กับจุดเหล่านี้ด้วย
1. ศาลเจ้าโมโตะอิเสะ โคโนะจินจะ
เดิมทีเรียกว่า “โยซาโนะมิยะ (Yosanomiya)” เป็นศาลเจ้าที่บูชาโทโยอุเกะโนะโอกามิ (Toyouke-no-Okami) มาตั้งแต่ก่อนที่ศาลเจ้าอิเสะจะถูกสร้างขึ้นเสียอีก ในสมัยจักรพรรดิซูจิน เทพอามาเทราสึโอมิคามิ (Amaterasu Omikami) ได้ย้ายมาจากแคว้นยามาโตะและมีการสักการะอยู่เป็นเวลา 4 ปี
ศาลเจ้าหลักที่อยู่ลึกเข้าไปด้านหลังศาลสักการะ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมชินเมอิซึคุริเช่นเดียวกับศาลเจ้าอิเสะ เทศกาลอาโออิที่แสดงถึง “มิอะเระ (Miare)” หรือการถือกำเนิดใหม่ของเทพเจ้าในทุกปี เป็นเทศกาลช่วงเดือนเมษายนที่ว่ากันว่ามีต่อเนื่องมายาวนานถึง 2,500 ปี ข้างสำนักงานศาลเจ้ามี “สวนมิอะเระ” และมีซุยคินคุตสึที่ส่งเสียงใสเย็นสบาย

2. วัดชิองจิ
วัดที่เป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งใน “สามมงจูของญี่ปุ่น” ซึ่งบูชาพระโพธิสัตว์มงจูเป็นองค์ประธาน ร่วมกับวัดอาเบะมงจูอินในจังหวัดนาระ และคาเมโอกะมงจูในจังหวัดยามากาตะ หรือวัดคงไคโคเมียวจิในเมืองเกียวโต ว่ากันว่ามีจุดกำเนิดย้อนไปถึงยุคเทพปกรณัม อีกทั้งยังปรากฏในสมบัติชาติ “อามาโนะฮาชิดาเตะซุ (Amanohashidate-zu)” ของเซสชู จึงมีประวัติยาวนานน่าภาคภูมิใจ
ภายในบริเวณวัดมีจุดน่าสนใจมากมาย เช่น อ่างอาบน้ำเหล็กและเจดีย์ทะโฮโทที่ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ ประตูซันมงที่ถูกขนานนามว่า “โคงงคักคุ” และโคม “วงแหวนแห่งปัญญา”

3. วัดนาริไอจิ
วัดที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 704 ตั้งอยู่บนไหล่เขานาริไอ (คุสึกะดาเกะ) ซึ่งมองลงมาเห็นแหล่งชมวิวอามาโนะฮาชิดาเตะ ในเมืองมิยาซึ จังหวัดเกียวโต
ชื่อวัด “นาริไออุ” มีความหมายว่า “พรสมปรารถนา”
ที่มามาจากเรื่องเล่าว่า พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (เซคันนง) องค์ประธาน ได้แปลงร่างเป็นกวางเพื่อช่วยพระนักบวชที่กำลังอดอยาก
ด้วยเหตุนี้จึงถูกเรียกว่า “คันนงผู้รับเคราะห์แทน” และเชื่อกันว่าหากมากราบไหว้จะทำให้ทั้งกายและใจงดงาม จึงเป็นที่รู้จักอีกชื่อว่า “คันนงแห่งความงาม”

4. สะพานไคเซ็นเคียว
สะพานไคเซ็นเคียวพาดข้ามคลองที่ไหลระหว่างอ่าวมิยาซึซึ่งเป็นที่ตั้งของอามาโนะฮาชิดาเตะ (หนึ่งในสามวิวขึ้นชื่อของญี่ปุ่น) กับทะเลสาบอาโสะไค เชื่อมฝั่งแผ่นดินที่มีวัดชิองจิ (มงจูโด) เข้ากับฝั่งอามาโนะฮาชิดาเตะ
เมื่อมีเรือขนาดใหญ่ เช่น เรือท่องเที่ยวหรือเรือบรรทุกสินค้าแล่นผ่าน สะพานจะหมุน 90 องศาเพื่อเปิดทางเดินเรือ เป็นสะพานหาชมได้ยาก ชื่อทางการคือ “โคอามาโนะฮาชิ” อนึ่ง ฝั่งอามาโนะฮาชิดาเตะยังมีสะพานอีกแห่งชื่อ “โออามาโนะฮาชิ” แต่สะพานนั้นไม่หมุน

5. ศาลเจ้าอามาโนะฮาชิดาเตะ
อามาโนะฮาชิดาเตะเป็นสถานที่งดงามที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสามวิวขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ด้วยสันดอนทรายยาว 3.6 กิโลเมตรทอดโค้งยาวออกไป และมีป่าสนธรรมชาติขึ้นอยู่
ศาลเจ้าอามาโนะฮาชิดาเตะ ซึ่งมีอีกชื่อว่า “ฮาชิดาเตะเมียวจิน” ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 10 นาทีเมื่อเดินข้ามสะพานไคเซ็นเคียวและโออามาโนะฮาชิ และซ่อนตัวอย่างเงียบสงบท่ามกลางแนวสน
ว่ากันว่าเดิมสร้างขึ้นเป็นศาลเจ้าผู้พิทักษ์ของวัดชิองจิ (มงจูโด) เนื่องจากอามาโนะฮาชิดาเตะมีตำนานเกี่ยวกับมังกรหลายเรื่อง เช่น มังกรก่อดินขึ้นเป็นสันดอนในคืนเดียว จึงมีการบูชาเทพมังกรทั้งแปด (ฮาจิไดริวโอ)

อร่อยกับวัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่น! 4 ร้านอาหารยอดนิยมรอบอามาโนะฮาชิดาเตะ
มาถึงโซนของอร่อยกันบ้าง ต่อไปนี้คือร้านอาหารยอดนิยมรอบอามาโนะฮาชิดาเตะ 3 แห่ง
ทุกแห่งเป็นร้านแนะนำที่เสิร์ฟวัตถุดิบสดใหม่และอาหารทะเลจากภูมิภาคทังโกะ
น่าจะช่วยให้ทริปสนุกและพิเศษขึ้นได้แน่นอน ถ้าไปอามาโนะฮาชิดาเตะแล้วอยากให้ลองแวะไปด้วย
1. สึรุยะโชคุโด
“สึรุยะโชคุโด” ตั้งอยู่เงียบๆ ริมเส้นทางซันโดด้านหลังศาลเจ้าโมโตะอิเสะ โคโนะจินจะ เป็นร้านอาหารเก่าแก่ที่มีหน้าตาแบบโรงน้ำชาสมัยก่อนเป็นเอกลักษณ์
บรรยากาศภายในชวนให้นึกถึงวันวานและดูอบอุ่น ทำให้นั่งกินได้แบบสบายใจ
มีเมนูหลากหลายที่ใช้ประโยชน์จากอาหารทะเลสดและวัตถุดิบสดใหม่ที่หาได้ในเกียวโต ช่วงเที่ยงมักคึกคักไปด้วยผู้คน
โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์อย่าง “ทังโกะโอทาคาระด้ง (Tango Otakara-don)” อยากให้ลองชิมให้ได้
เป็นข้าวหน้าสุดคุ้มที่จัดเต็ม ทั้งปลาหมึกท้องถิ่นตามฤดูกาล สาหร่ายอะคาโมคุ และหอยไบหายาก พร้อมปลาสดตามฤดูกาลที่จัดวางอย่างสมดุล ปริมาณจุใจ
อีกจุดเด่นคือได้ลิ้มรสอาหารของทังโกะแบบครบๆ ในชามเดียว
นอกจากนี้ เซ็ตเค้ก “อุมิ โต ฮาตาเกะ (ทะเลและไร่)” ที่ใช้ผักปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีก็ได้รับเสียงตอบรับดี แวะมานั่งพักหลังเที่ยวแล้วค่อยๆ อร่อยไปก็เหมาะมาก

2. ฮาชิดาเตะชะยะ
“ฮาชิดาเตะชะยะ” ตั้งอยู่ภายในสวนคาซามัตสึ เป็นร้านอาหารในอาคารไม้ที่มีร่มสีแดงเป็นสัญลักษณ์
เสน่ห์ของร้านที่เปิดมานานกว่า 70 ปีแห่งนี้ คือทำเลที่สวยงามท่ามกลางทะเลและภูเขา
ภายในตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นเรียบสงบ และสามารถชมวิวทะเลสาบด้านในหรือดอกไม้ตามฤดูกาลได้
ด้านนอกร้านยังมีโต๊ะและม้านั่งให้นั่งกินได้สบายๆ พร้อมสัมผัสแนวสนและทะเลในระยะใกล้
เมนูแนะนำของร้านคือ “อาซาริด้ง” ที่ถูกพูดถึงในหลายสื่อและเป็นเมนูยอดนิยม
ใช้หอยอาซาริจากอามาโนะฮาชิดาเตะแบบไม่หวง ทำให้ได้ลิ้มรสกลิ่นและความอร่อยของหอยอย่างเต็มที่
ยังมีเส้นอิซึชิโซบะและซุปมิโสะเป็นเซ็ตมาด้วย น่าพอใจมาก
จะซื้อ “คุโระจิคุวะ” ทำมือย่างสดใหม่แบบเทกเอาต์ แล้วเดินกินเพลินๆ ก็ได้เช่นกัน

3. อามาโนะฮาชิดาเตะ ไวน์เนอรี
“อามาโนะฮาชิดาเตะ ไวน์เนอรี” ให้ความสำคัญกับการทำไวน์ด้วยเทคโนโลยีการหมักที่ล้ำสมัย โดยใช้องุ่นไวน์จากทังโกะที่ปลูกในไร่ของตนเอง ภายในมีร้านอาหารที่ให้คุณเพลิดเพลินกับมื้ออาหารไปพร้อมการชมวิวอันงดงามของอาโสะไคที่เงียบสงบ ทั้งอามาโนะฮาชิดาเตะ หนึ่งในสามวิวขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ที่ถูกแต่งแต้มด้วยแนวสน และไร่องุ่นที่ทอดยาวไปจนถึงทะเล
นอกจากนี้ยังมีไวน์ช็อป เบเกอรี และมาร์เช่ในพื้นที่เดียวกัน เหมาะมากสำหรับหาของฝาก ทั้งไวน์อามาโนะฮาชิดาเตะ ขนมปังแป้งข้าวเจ้าอบใหม่ และผักท้องถิ่นเก็บสดยามเช้า

4. ศูนย์อาหารทะเลฮาชิดาเตะ ซุยโชเอ็น
“ศูนย์อาหารทะเลฮาชิดาเตะ ซุยโชเอ็น (Zuishoen)” ใกล้อามาโนะฮาชิดาเตะ เป็นไดรฟ์อินยอดนิยมในภูมิภาคทังโกะ
ส่งตรงอาหารทะเลสดใหม่ที่เพิ่งจับได้จากอ่าวมิยาซึ ทำให้สามารถกินรสชาติประจำฤดูกาลได้ที่ห้องอาหาร
เมนูยอดนิยมเป็นพิเศษ ได้แก่ “ไคเซ็นด้ง” แบบคลาสสิกที่วางทูน่าและปลาหมึก และ “โทคุโจ ทังโกะ อุมิยา-ด้ง” (ความหมาย: อร่อย) ที่เชฟภูมิใจ จำกัดวันละ 10 ชุด
ยังมีเมนูตามช่วงเวลาอย่าง “หอยนางรมหินจากทังโกะ (โดยทั่วไปช่วงกลางเมษายน–กลางสิงหาคม)” และ “เซโคด้ง (โดยทั่วไปช่วงกลางพฤศจิกายน–ปลายธันวาคม)” ที่ใช้ปูเซโคะ ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน
ทั้งสองอย่างเป็นของอร่อยที่ไม่ได้หากินได้บ่อยๆ ถ้าวันที่ตรงช่วงพอดี แนะนำให้ลองสั่งดู
หลังมื้ออาหาร ยังแนะนำให้เลือกซื้อของฝากในศูนย์ เช่น “ไทจิคุวะ” และ “เซ็มเบะถั่วดำอามาโนะฮาชิดาเตะ”

ไม่ใช่แค่วิวสวย ยังได้แช่ออนเซ็น! 2 ที่พักแนะนำรอบอามาโนะฮาชิดาเตะ
เมืองมิยาซึซึ่งเป็นที่ตั้งของอามาโนะฮาชิดาเตะ มีแหล่งน้ำพุร้อน 4 แห่ง และยังขึ้นชื่อว่ามีเรียวกังออนเซ็นและสถานที่แช่ออนเซ็นจำนวนมาก
ต่อไปนี้คือที่พักที่แนะนำเป็นพิเศษ
นอกจากออนเซ็นแล้ว ทั้งอาหารและทำเลก็โดดเด่น น่าจะช่วยให้ทริปเที่ยวอามาโนะฮาชิดาเตะเต็มอิ่มยิ่งขึ้น
1. มิยาซึออนเซ็น เรียวกังอาหาร ชะโระคุ เบคคัง
เรียวกังเก่าแก่ที่เปิดมายาวนานกว่า 300 ปี อาคารสไตล์สุกิยะซึคุริที่แฝงรายละเอียดการออกแบบและฝีมือช่างอยู่ทั่วทุกมุม ช่วยให้ได้ใช้เวลาพิเศษอย่างเต็มที่
ในปี 2023 ได้ปรับปรุงห้องพักและพื้นที่ภายในใหม่ โดยยังคงบรรยากาศแบบญี่ปุ่นไว้ พร้อมยกระดับความสบายให้มากขึ้น อาหารขึ้นชื่อของที่พักคือไคเซกิแบบเกียวโตที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจากทังโกะ
มีห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง แต่ละห้องอัดแน่นด้วยความพิถีพิถันของช่างฝีมือ

2. มารีนโทเปียรีสอร์ท
“มารีนโทเปียรีสอร์ท” ที่มีที่พักหลายสไตล์ทั้งเรียวกัง วิลล่า และแกลมปิ้ง ได้เปิดเรียวกัง “อามาโนะฮาชิดาเตะ ริคิว โฮชิเนะ (Amanohashidate Rikyu Hoshine)” ที่อามาโนะฮาชิดาเตะในปี 2017
จุดเด่นคือทำเลที่ให้ความรู้สึกหลุดจากชีวิตประจำวัน เพราะมองเห็นทะเลญี่ปุ่นได้ตรงหน้าจากทุกห้องพัก
ออนเซ็นภายในมีให้เพลิดเพลิน 2 แบบคือ “คินออนเซ็น” และ “กินออนเซ็น” ซึ่งมีคุณสมบัติน้ำต่างกัน
คินออนเซ็นสีน้ำตาลชาอุดมด้วยธาตุเหล็ก ว่ากันว่าช่วยเรื่องอาการหนาวง่ายและปวดหลัง ส่วนกินออนเซ็นมีกรดเมตาซิลิซิกเป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งเชื่อว่าช่วยคงความชุ่มชื้นของผิว จึงถูกเรียกว่า “ออนเซ็นผิวสวย”

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอามาโนะฮาชิดาเตะ
Q
อามาโนะฮาชิดาเตะมีชื่อเสียงเรื่องอะไร?
เหตุผลหลักคือทิวทัศน์ที่สวยงามจนถูกยกให้เป็นหนึ่งในสามวิวขึ้นชื่อของญี่ปุ่น รวมถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ได้รับความรักจากนักเขียนกวีมาตั้งแต่โบราณ และคุณค่าทางประวัติศาสตร์จากการมีวัดจำนวนมากอยู่โดยรอบ
Q
ใกล้อามาโนะฮาชิดาเตะมีที่พักไหม?
มีที่พักหลากหลายตั้งแต่โรงแรมธุรกิจไปจนถึงโรงแรมรีสอร์ต จึงน่าจะเลือกที่พักให้ตรงกับความต้องการได้
บทสรุป
เราได้แนะนำทั้งจุดชมวิวชั้นเยี่ยมที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวอามาโนะฮาชิดาเตะ ไฮไลต์ของแต่ละฤดูกาล รวมถึงสถานที่ยอดนิยม ร้านอาหาร และที่พักในละแวกใกล้เคียง
อามาโนะฮาชิดาเตะเป็นสถานที่ที่เผยเสน่ห์ได้หลากหลาย และทำให้สัมผัสกลิ่นอายญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่
ยิ่งรู้จักก็ยิ่งหลงรัก เพราะมีเสน่ห์น่าค้นหาอีกมากมาย อยากให้ลองหาโอกาสไปเยือนสักครั้งดู
เพื่อให้เที่ยวเกียวโตได้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น ลองอ่านบทความนี้ที่รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวสุดคลาสสิกในเกียวโต ที่พักแนะนำ และของฝากไว้แบบครบๆ ด้วย