หากอยากย้อนมองบรรยากาศของญี่ปุ่นในยุคปิดประเทศ เดจิมะคือสถานที่ที่ชวนให้นึกภาพได้ชัด เกาะรูปพัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1636 ด้วยการถมทะเล และตลอดราว 200 ปี ที่นี่เป็นสถานที่แห่งเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ค้าขายกับยุโรปตะวันตก จากจุดนี้เอง สินค้าการค้านานาชนิด วัฒนธรรมอาหาร วิชาการตะวันตก รวมถึงการละเล่นอย่างบิลเลียดและแบดมินตันจึงค่อย ๆ แพร่กระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของญี่ปุ่น
เดิมทีสถานีการค้าดัตช์ที่ตั้งอยู่ในฮิราโดะได้ย้ายมายังเดจิมะในปี ค.ศ. 1641 และที่นี่ก็กลายเป็นฐานการค้าที่สำคัญ เชื่อกันว่านอกจากหัวหน้าสถานีการค้าดัตช์หรือกัปตัน และรองหัวหน้าสถานีการค้าแล้ว ยังมีคนรับใช้จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาศัยอยู่ที่นี่ด้วย
แม้เดจิมะจะถูกถมพื้นที่หลังช่วงปลายยุคเอโดะจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีการบูรณะและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง เพื่อจำลองภาพในอดีตกลับมาอีกครั้ง ทั้งที่พักอาศัยอย่างห้องกัปตันและห้องรองหัวหน้าสถานีการค้า โกดังเก็บสินค้านำเข้าและส่งออก ตลอดจนห้องครัว ภายในอาคารยังมีการจัดแสดงบรรยากาศของห้องที่ได้รับการจำลองขึ้นใหม่ รวมถึงนิทรรศการเกี่ยวกับสินค้านำเข้าและส่งออกให้ชมอีกด้วย
ในปี 2017 สะพานประตูหน้าของเดจิมะสร้างเสร็จสมบูรณ์ ทำให้สามารถเดินข้ามสะพานเข้าสู่เดจิมะได้อีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบ 130 ปี ปัจจุบันมีอาคารที่บูรณะแล้วเสร็จ 16 หลัง และภาพของเดจิมะในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ก็กำลังค่อย ๆ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
จุดเด่น
-
ภายในพื้นที่สามารถเช่าชุดกิโมโนที่ “นางาซากิ ไฮคาระซัง” แล้วสวมเดินเล่นได้ โดยคอร์สเดินชมเดจิมะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
-
ถ้าอยากชิมเมนูขึ้นชื่อของนางาซากิ แวะได้ที่ร้านอาหาร “ร้านอาหารนางาซากิไนไกคลับ” ซึ่งใช้อาคารสไตล์ตะวันตกที่สร้างขึ้นในสมัยเมจิ
-
ร้านค้าภายในมีทั้งสินค้าและของฝากที่เกี่ยวข้องกับเดจิมะ
-
ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนศาสนาเดจิมะ จะพบ “มินิเดจิมะ” แบบจำลองขนาด 1/15 ของเดจิมะ
-
ใกล้สะพานประตูหน้าของเดจิมะ ภายในสวนสาธารณะริมแม่น้ำมีเงารูปมิปฟีซ่อนอยู่ 9 จุด