ถ้าพูดถึงเมืองคารัตสึ ภาพของปราสาทที่ตั้งตระหง่านริมทะเลก็มักผุดขึ้นมาเสมอ ปราสาทแห่งนี้เริ่มสร้างโดยเทราซาวะ ฮิโระทากะ (Terasawa Hirotaka) ไดเมียวคนแรกแห่งแคว้นคารัตสึ ผู้เป็นขุนศึกของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ตั้งแต่ปีเคโจ 7 (ค.ศ. 1602) และใช้เวลาราว 7 ปีจึงแล้วเสร็จ ระหว่างการสร้างมีไดเมียวจากทั่วคิวชูมาช่วยสนับสนุน และว่ากันว่ายังนำวัสดุจากการรื้อปราสาทนาโกยะ (เมืองคารัตสึ) มาใช้ด้วย ผู้คนยังเรียกที่นี่ว่า “ปราสาทไมซึรุ” เพราะเมื่อมองโดยมีปราสาทเป็นแกนกลาง แนวป่าสนที่ทอดยาวจากตะวันออกไปตะวันตกดูคล้ายปีกนกกระเรียนที่กางออก
ตัวปราสาทแบ่งเป็นฮงมารุ นิโนมารุ ซันโนมารุ และคุรุวะชั้นนอก ส่วนหอคอยปราสาท (เท็นชู) ที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นในปีโชวะ 41 (ค.ศ. 1966) ในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายในเท็นชูได้รับการปรับปรุงใหม่ในปี 2017 โดยชั้น 1 เป็นศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวและโซนกิจกรรม ชั้น 2 จัดแสดงประวัติศาสตร์ของคารัตสึ ชั้น 3 จัดแสดงเครื่องปั้นคารัตสึ ชั้น 4 เป็นพื้นที่พบปะและพักผ่อน และชั้น 5 เป็นจุดชมวิว
ห้องชมวิวคือจุดชมทิวทัศน์ชั้นยอดที่คารัตสึภาคภูมิใจ มองเห็นทั้งนิจิโนะมัตสึบาระ อ่าวคารัตสึ และตัวเมืองคารัตสึได้แบบพาโนรามา ลองยกสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตขึ้นส่องทิวทัศน์จากห้องชมวิว คุณจะดูข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ผ่านมุมมองพาโนรามาแบบ AR ได้ (ต้องใช้แอปทางการ) ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมซากุระในเดือนเมษายน และดอกวิสทีเรียในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคมอีกด้วย
จุดเด่น
-
เสน่ห์ของ “ปราสาทไมซึรุ” ที่ได้เห็นแล้วจะเข้าใจว่าทำไมถึงเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
-
ขึ้นไปชั้นบนสุดเพื่อชมทิวทัศน์เมือง แล้วลองสัมผัสบรรยากาศราวกับเป็นเจ้าเมือง
-
นิทรรศการที่พาไปรู้จักประวัติศาสตร์แคว้นคารัตสึในยุคเอโดะ
-
ช่วงฤดูใบไม้ผลิจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดชมซากุระและดอกวิสทีเรีย