
เที่ยวไอจิให้คุ้มทั้งประวัติศาสตร์ อาหาร และช้อปปิ้ง! 14 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในไอจิ
ถ้าอยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบมีให้เลือกครบทั้งกลิ่นอายประวัติศาสตร์ จุดเที่ยวสำหรับครอบครัว แหล่งช้อปปิ้ง และของอร่อย ไอจิเป็นอีกจังหวัดที่น่าแวะมาก
ที่นี่มีทั้งสถานที่เที่ยวที่ใช้เวลาได้ตลอดวัน และอาหารรสเลิศอย่าง “นาโกย่าเมชิ” จากวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ ให้เลือกสนุกได้หลายแบบ
ในบรรดาเสน่ห์มากมายของจังหวัดไอจิ บทความนี้จะพาไปดูสถานที่ที่ควรแวะให้ได้ อาหารแนะนำ และที่พักน่าสนใจ
ไอจิเป็นสถานที่แบบไหน?
จังหวัดไอจิตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของประเทศญี่ปุ่น
ที่นี่มีเสน่ห์อยู่หลายด้าน ทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ อุตสาหกรรม และวัฒนธรรม
ที่นี่รุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีตในฐานะจุดคมนาคมสำคัญ และ “นาโกย่า” เมืองหลวงของจังหวัดไอจิ ก็ได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในสามมหานครใหญ่ของญี่ปุ่น
อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในฐานะดินแดนแห่งการผลิตหรือ “โมโนสึคุริ” ที่รวมบริษัทชั้นนำด้านอุตสาหกรรมดั้งเดิมและการผลิตไว้มากมาย
ไอจิยังเป็นที่รู้จักในฐานะ “บ้านเกิดของเหล่าขุนศึก” โดยมีนักรบยุคเซ็นโกคุจำนวนมากถือกำเนิดที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นโอดะ โนบุนางะ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุงาวะ อิเอยาสุ
ทั่วทั้งจังหวัดยังมีปราสาทและซากปราสาทที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกระจายอยู่หลายแห่ง รวมถึงปราสาทชื่อดังระดับประเทศอย่างปราสาทอินุยามะและปราสาทนาโกย่า

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำในไอจิคือช่วงไหน?
ไอจิมีสถานที่น่าสนใจหลากหลาย จึงเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
หากอยากชมทิวทัศน์ธรรมชาติคู่กับสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ แนะนำให้มาในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง
ฤดูใบไม้ผลิมีภาพซากุระกับปราสาทนาโกย่าที่งดงาม ส่วนฤดูใบไม้ร่วงต้องไม่พลาดใบไม้เปลี่ยนสีที่สวนโทกุงาวะซึ่งประดับไฟอย่างสวยงาม
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของไอจิ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบาง เบาสบาย หรือเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือจะใส่โค้ตก็ได้
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมโค้ต พร้อมสเวตเตอร์หรือแจ็กเก็ตหนา
เดินทางไปไอจิอย่างไร?
จากโตเกียว ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาทีด้วยรถไฟชินคันเซ็นสายโทไคโด
จากโอซาก้า ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงด้วยรถไฟสายโทไคโดซันโยหลัก จึงเดินทางได้สะดวกในเวลาไม่นาน
สนามบินนานาชาติชูบุมีเที่ยวบินระหว่างประเทศด้วย จึงเดินทางจากต่างประเทศได้ง่าย
การเดินทางหลักสำหรับท่องเที่ยวในไอจิ
ไอจิมีระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกครบครัน ใช้รถไฟหรือรถบัสก็เดินทางระหว่างแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างสบาย
รถไฟใต้ดินมีให้บริการถี่ และต่อสายอื่นได้ง่าย จึงเหมาะสำหรับการเที่ยวหลายจุดในทริปเดียว
ถ้าไปเที่ยวไอจิ ห้ามพลาด! 14 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
ถ้ามาไอจิแล้วอยากเริ่มจากจุดเด่นแบบเห็นภาพชัด ปราสาทนาโกย่าและปราสาทอินุยามะก็เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด
ระหว่างทางยังมีธีมพาร์กสำหรับครอบครัวให้แวะได้อีกหลายแห่ง จนบางทีก็เลือกยากว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี
ถ้าคุณกำลังวางแผนอยู่ เราขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่มาไอจิแล้วไม่ควรพลาด
1. ปราสาทนาโกย่า
ปราสาทขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในช่วงต้นสมัยเอโดะตามคำสั่งของโทกุงาวะ อิเอยาสุ ผู้ก่อตั้งรัฐบาลโชกุนเอโดะ
บนยอดหอคอยหลักที่มีหลังคา 5 ชั้น ประดับด้วยคินชาจิสีทองเพศผู้และเพศเมียอย่างละ 1 ตัว ส่องประกายจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของนาโกย่า

2. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนาโกย่าพอร์ต
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยอาคารเหนือ ซึ่งสามารถชมปลาโลมา เบลูกา และวาฬเพชฌฆาตได้ และอาคารใต้ที่มีตู้ปลาหลากหลายรูปแบบ เช่น ตู้ปะการังมีชีวิต
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการแสดงโลมาและการฝึกวาฬเพชฌฆาตแบบเปิดให้ชม ในสระที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ขนาดกว้าง 60 เมตร ลึก 30 เมตร และลึกสูงสุด 12 เมตร รับรองว่าน่าตื่นตาตื่นใจมาก

3. ศาลเจ้าอัตสึตะ
เชื่อกันว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีจุดเริ่มต้นเมื่อประมาณ 1,900 ปีก่อน จากการอัญเชิญ “ดาบคุซานางิ” ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องราชกกุธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ 3 ชิ้นของญี่ปุ่นมาประดิษฐานไว้ที่นี่
เครื่องราชกกุธภัณฑ์ทั้ง 3 ชิ้นนี้ ในตำนานญี่ปุ่นถือเป็นสมบัติที่เทพีอามาเทราสึประทานให้ และสืบทอดกันมาในฐานะสัญลักษณ์แห่งราชบัลลังก์จักรพรรดิ

4. ลากูน่า เท็มบอส ลากูนาเซีย
“ลากูน่า เท็มบอส” ตั้งอยู่ริมอ่าวมิคาวะในจังหวัดไอจิ
ภายในประกอบด้วย 3 โซน ได้แก่ “ลากูนาเซีย” ธีมพาร์กริมทะเล, “ลากูน่า เฟสติวัล มาร์เก็ต” ที่รวมอาหารและช้อปปิ้ง และ “เฮนนะ โฮเทล ลากูน่า เท็มบอส” ที่มีหุ่นยนต์ไดโนเสาร์คอยต้อนรับ ทำให้เพลิดเพลินกับรีสอร์ตริมทะเลได้หลายสไตล์

5. ปราสาทอินุยามะ
หอคอยหลักของที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติ หนึ่งในเพียง 5 แห่งทั่วประเทศ และยังมีชื่อเสียงว่าเป็นหอคอยปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ พร้อมลักษณะเด่นของหอคอยแบบโบโระยุคต้น
เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1537 สมัยมุโรมาจิ โดยโอดะ โนบุยาสุ ลุงของโอดะ โนบุนางะ ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินสูงโดยมีแม่น้ำคิโซคอยป้องกันด้านหลัง จึงได้ชื่อว่าเป็นปราสาทที่มั่นคงจากด้านหลัง

6. พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์เทคโนโลยีอุตสาหกรรมโตโยต้า
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นโดยใช้พื้นที่และอาคารของโรงงานทดลองที่โทโยดะ ซากิจิ ผู้ก่อตั้งกลุ่มโตโยต้า ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1911 เพื่อวิจัยและพัฒนาเครื่องทอผ้า
ภายในแบ่งใหญ่ ๆ เป็น 2 โซน คือ “อาคารเครื่องจักรสิ่งทอ” ที่แนะนำเรื่องเครื่องจักรสิ่งทอซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโตโยต้า และ “อาคารรถยนต์” ที่บอกเล่าพัฒนาการของเทคโนโลยียานยนต์

7. พิพิธภัณฑ์รถไฟและแม็กเลฟ
จัดแสดงขบวนรถจริง 39 คัน ตั้งแต่รถไฟสายปกติ ชินคันเซ็นสายโทไคโด ไปจนถึงรถไฟแม่เหล็กไฟฟ้าแบบซูเปอร์คอนดักติง
ในโซน “นิทรรศการสัญลักษณ์” ซึ่งเป็นจุดแรกหลังเข้าชม จะได้พบกับรถไฟ 3 รุ่นที่เคยทำสถิติความเร็วสูงสุดของโลกในยุคนั้น ได้แก่ หัวรถจักรไอน้ำรุ่น C62, รถทดสอบชินคันเซ็นรุ่น 955 หรือ 300X และรถแม็กเลฟ MLX01-1

8. ป่านอริตาเกะ
ที่นี่เป็นจุดกำเนิดของ “นอร์ริทาเกะ” แบรนด์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารสไตล์ตะวันตกที่ได้รับการยกย่องจากทั่วโลก
ปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่พักผ่อนสีเขียวร่มรื่น ภายในมีทั้งร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์กระจายอยู่ทั่วบริเวณ

9. สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ฮิงาชิยามะ เมืองนาโกย่า
สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ที่มีทั้งสวนสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์ และสวนสนุก อยู่ในพื้นที่ประมาณ 600,000 ตารางเมตร ใหญ่จนเที่ยวไม่หมดภายในวันเดียว
โดยเฉพาะโซนสวนสัตว์ที่จัดแสดงสัตว์ประมาณ 450 ชนิด มีทั้งโคอาลาซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของสวน และสัตว์ยอดนิยมอีกมากมาย

10. โอซึคันนง
วัดแห่งนี้เป็นวัดเอกของนิกายชินงอนสายจิซัง มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “คิตาโนะซัง ชินปุกุจิ โฮโชอิน”
เดิมมีต้นกำเนิดที่เมืองฮาชิมะ จังหวัดกิฟุ ก่อนจะย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันตามคำสั่งของโทกุงาวะ อิเอยาสุ
ยังได้รับการนับรวมเป็นหนึ่งใน “สามคันนงใหญ่ของญี่ปุ่น” ร่วมกับอาซากุสะคันนงในโตเกียว และสึคันนงในจังหวัดมิเอะ

11. สวนโทกุงาวะ
สวนญี่ปุ่นแห่งนี้สร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมของ “คฤหาสน์โอโซเนะ” ที่พักหลังเกษียณซึ่งมิตสึโทโมะ เจ้าแคว้นโอวาริรุ่นที่ 2 สร้างไว้เมื่อปี ค.ศ. 1695 ว่ากันว่าในสมัยนั้นพื้นที่มีขนาดประมาณ 130,000 สึโบะ หรือประมาณ 44 เฮกตาร์
รูปแบบสวนเป็นสวนไดเมียวสมัยเอโดะแบบบ่อน้ำเดินชม ซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในยุคนั้น ภาพของลำธารใสไหลจากน้ำตกผ่านหุบเขาลงสู่สระที่เปรียบเสมือนทะเล เป็นการถ่ายทอดภูมิทัศน์ธรรมชาติของญี่ปุ่นอย่างงดงาม

12. เลโก้แลนด์® เจแปน
ธีมพาร์กที่ให้คุณดื่มด่ำไปกับโลกของเลโก้® บล็อก
ภายในแบ่งเป็น 8 โซน เช่น “เลโก้® นินจาโก เวิลด์” ที่เหล่านินจาโก้® โลดแล่นอย่างเต็มที่ และ “แอดเวนเจอร์” ที่มาในธีมการเดินทางผจญภัย

13. โครังเค
โครังเค เป็นหุบเขาริมแม่น้ำโทโมเอะ และเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น เชื่อกันว่าจุดเริ่มต้นมาจากการที่เจ้าอาวาสวัดโคจะคุจิปลูกต้นไม้ไว้ในปี ค.ศ. 1634 ปัจจุบันเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ประมาณ 4,000 ต้นจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและสีเหลือง สร้างทิวทัศน์อันน่าประทับใจ

14. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เมืองนาโกย่า
พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ใจกลางเมืองนาโกย่า ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง ได้แก่ อาคารสิ่งมีชีวิต อาคารวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม และอาคารดาราศาสตร์
มีนิทรรศการแบบมีส่วนร่วมจำนวนมาก เช่น “ห้องทดลองความหนาวจัด” ที่สามารถชมภาพออโรราในห้องอุณหภูมิ -30 องศาเซลเซียส (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2021 ปิดให้บริการชั่วคราว) นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการขนาดใหญ่ที่ให้สัมผัสพลังของธรรมชาติอย่างเต็มที่ เช่น “ห้องทดลองพายุทอร์นาโด” ที่สร้างพายุหมุนจำลองสูงถึง 9 เมตร และ “ห้องทดลองการปล่อยประจุไฟฟ้า” ที่ชมการคายประจุ 1.2 ล้านโวลต์ได้อย่างใกล้ชิด
อิ่มอร่อยกับวัฒนธรรมอาหารสุดเป็นเอกลักษณ์ “นาโกย่าเมชิ”! 3 ร้านอาหารยอดนิยมในไอจิ
พูดถึงไอจิ หลายคนน่าจะนึกถึง “นาโกย่าเมชิ” อย่างฮิสึมาบุชิและอุด้งมิโสะนิโคมิขึ้นมาก่อน
วัฒนธรรมอาหารของที่นี่มีเอกลักษณ์ชัดเจน เลยทำให้เต็มไปด้วยของอร่อยหลากหลายแบบ
มาเที่ยวทั้งที อย่าลืมเผื่อเวลาไว้สนุกกับอาหารท้องถิ่นกันให้เต็มที่
1. อัตสึตะ โฮไรเค็น สาขาใหญ่
ร้านต้นตำรับ “ฮิสึมาบุชิ” เมนูปลาไหลชื่อดังของนาโกย่า ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1873 ที่ย่านหน้าศาลเจ้าอัตสึตะ
สำหรับเมนูนี้ “ฮิสึมาบุชิ” คือการนำปลาไหลย่างคาบายากิมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ วางบนข้าวในภาชนะที่เรียกว่า “โอฮิตสึ” และยังเป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของอัตสึตะ โฮไรเค็นอีกด้วย

2. เอบิโดเตะ โชคุโด สาขาเอสก้า
ร้านยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องกุ้งทอดสดใหม่จากกุ้งธรรมชาติ
เมนู “เอบิโดเตะคุชิ” ที่นำไปจิ้มซอสสูตรพิเศษเบสมิโสะฮัตโจ ก็เป็นที่มาของชื่อร้าน และเป็นรสชาติแบบฉบับเฉพาะของร้านนี้

3. ยามาโมโตยะ โซฮงเกะ สาขาใหญ่ดั้งเดิม
ร้านเก่าแก่ของเมนูดังแห่งนาโกย่า “มิโสะนิโคมิอุด้ง” ที่ทำโดยนำเส้นอุด้งไปต้มในน้ำซุปเบสมิโสะถั่วเหลือง
ร้านใช้ “คาคิว ฮัตโจมิโสะ” จากเมืองโอกาซากิ จังหวัดไอจิ ผสมกับมิโสะขาว
แล้วนำมาผสานกับน้ำซุปใสที่ทำจากสาหร่ายคมบุ ปลาโอแห้ง และเห็ดชิตาเกะ
ตัวเส้นไม่ใช้เกลือเลยแม้แต่น้อย จึงมีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มหนึบ เคี้ยวแล้วรู้สึกถึงความเด้งอย่างชัดเจน

เที่ยวได้ทั้งวัน! 3 แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในไอจิ
ถ้าอยากหาเวลาช้อปปิ้งระหว่างเที่ยว ไอจิก็มีตัวเลือกน่าสนใจอยู่มาก ตั้งแต่ศูนย์การค้าที่อัปเดตเทรนด์ล่าสุด ไปจนถึงย่านการค้าที่หาซื้อสินค้าขึ้นชื่อเฉพาะถิ่นได้
ในบรรดาสถานที่เหล่านั้น เราได้คัด 3 แห่งที่น่าแวะจนคุณอาจอยากใช้เวลา 1 วันเต็มไปกับการช้อปปิ้งมาฝาก
1. โอเอซิส 21
สวนสาธารณะเมืองแบบสามมิติที่มีหลังคากระจกขนาดใหญ่ “ยานอวกาศน้ำ” เป็นสัญลักษณ์ ภายในมีสถานีขนส่งรถบัส และเชื่อมต่อโดยตรงกับรถไฟใต้ดินและรถไฟเมเท็ตสึ จึงเป็นจุดศูนย์กลางด้านการเดินทางด้วย
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การประดับไฟยามค่ำคืนที่ช่วยแต่งแต้มย่านซาคาเอะ ใจกลางนาโกย่า ให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมอย่างมาก

2. ย่านการค้าโอซึ
ย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดในนาโกย่า แผ่ขยายอยู่ในพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยถนน 4 สาย ได้แก่ วากามิยะโอโดริ ฟุชิมิโดริ โอซึโดริ และมินามิโอซุโดริ
ที่นี่อัดแน่นไปด้วยร้านค้าและสถานที่ต่าง ๆ ประมาณ 1,200 แห่ง ครอบคลุมแทบทุกประเภท ทั้งร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้ามือสอง ร้านขายของจุกจิก และร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า จนเกิดบรรยากาศเฉพาะตัวที่น่าเดินมาก

3. มิดแลนด์สแควร์
อาคารคอมเพล็กซ์สูงเด่นหน้า สถานีนาโกย่า
ด้วยความสูง 247 เมตร ทำให้อาคารนี้สูงเป็นอันดับ 1 ในบรรดาสิ่งปลูกสร้างของภูมิภาคโทไค
ในโซนการค้ามีทั้งบูติกแบรนด์ต่างประเทศระดับพรีเมียม ร้านอาหารหรู คาเฟ่ โรงภาพยนตร์มัลติเพล็กซ์ และแกลเลอรีที่ให้สัมผัสเสน่ห์ของรถยนต์เลกซัสได้อีกด้วย

ใช้เวลาสุดหรูในบรรยากาศแสนสบาย! 3 ที่พักแนะนำในไอจิ
หลังเที่ยวไอจิอย่างเต็มที่แล้ว การได้พักในโรงแรมดี ๆ ก็ช่วยเติมบรรยากาศของทริปให้พิเศษขึ้นอีกหน่อย
ครั้งนี้เราขอแนะนำโรงแรมในไอจิที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบสบาย ๆ และใช้เวลาหรูหราอย่างคุ้มค่า
1. โรงแรมนาโกย่า โตคิว
โรงแรมหรูหราที่อบอวลด้วยบรรยากาศสไตล์ยุโรปอันสง่างาม
มีห้องพักให้เลือกหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ ตั้งแต่ห้องมาตรฐานที่เรียบง่ายแต่สะดวกสบาย ไปจนถึงห้องสวีตที่ผสานกลิ่นอายยุโรปเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

2. โรงแรมนาโกย่า เจอาร์ เกต ทาวเวอร์
โรงแรมที่โดดเด่นเรื่องการเดินทาง เพราะเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีเจอาร์นาโกย่า ภายในตกแต่งด้วยบรรยากาศอบอุ่นภายใต้แนวคิด “ธรรมชาติ”
ห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ช่วยให้เข้าพักได้อย่างสบาย
อีกหนึ่งจุดเด่นคือโรงแรมตั้งอยู่บนชั้นสูงตั้งแต่ชั้น 15 ถึง 24 ของเจอาร์ เกต ทาวเวอร์ ทำให้หลายห้องสามารถมองเห็นวิวเมืองนาโกย่าได้อย่างกว้างไกล

3. โรงแรมนาโกย่า ปรินซ์ สกาย ทาวเวอร์
โรงแรมที่เชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีซาซาชิมะไลฟ์ ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีนาโกย่าเพียง 1 สถานีด้วยรถไฟสายอาโอนามิของรถไฟความเร็วสูงริมน้ำนาโกย่า ภายใต้คอนเซปต์ “เรือลอยฟ้า” ห้องพักทุกห้องตั้งอยู่บนชั้นสูงตั้งแต่ชั้น 32–36 จึงมองเห็นวิวกลางคืนของนาโกย่าได้อย่างเต็มตา
เมื่อมองลงมาจากที่สูง เห็นรถไฟเข้าออกสถานีนาโกย่าอย่างต่อเนื่อง ก็ให้ความรู้สึกราวกับกำลังมองภาพไดโอรามาอยู่เลยทีเดียว

หลากหลายจนเลือกก็สนุก! 3 ของฝากยอดนิยมจากไอจิ
เรื่องของฝาก ไอจิก็มีให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่ขนมขึ้นชื่อเก่าแก่ไปจนถึงขนมสมัยใหม่ที่เด่นเรื่องไอเดียสร้างสรรค์
เราคัดของฝากน่าสนใจจากหลากหลายตัวเลือกมาแนะนำให้คุณได้เลือกกัน
1. โอซึอุอิโระ “อุอิโรบาร์”
“อุอิโระ” เป็นขนมนึ่งที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าและวัตถุดิบอื่น ๆ และเป็นของฝากคลาสสิกจากนาโกย่า
ส่วน “อุอิโรบาร์” คือการนำอุอิโระมาใส่ดีไซน์แปลกใหม่ จนได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ด้วย

2. อาโอยางิ โซฮงเกะ “คาเอรุมันจู”
สินค้ายอดนิยมของ “อาโอยางิ โซฮงเกะ” ร้านดังที่มีสาขาใหญ่ในย่านโอซึ เขตนากะ เมืองนาโกย่า และมีชื่อเสียงเป็นพิเศษเรื่องอุอิโร
เพราะสัญลักษณ์ของร้านคือ “กบกระโดดเกาะกิ่งหลิว” ขนมชิ้นนี้จึงมาในรูปลักษณ์กบน่ารักสะดุดตา
แม้แต่ดวงตาและปากก็ยังประทับลายทีละชิ้นด้วยมืออย่างพิถีพิถัน เป็นของหวานที่ใส่ใจรายละเอียดมาก

3. บังคาคุ โซฮมโปะ “ยูการิ”
ขนมเซ็มเบ้ที่ทำจากเนื้อกุ้งบด ซึ่งในญี่ปุ่นถือเป็นวัตถุดิบมงคล
เล่ากันว่าในสมัยเอโดะ เคยถูกนำขึ้นถวายต่อโทกุงาวะ มิตสึโทโมะ เจ้าแคว้นโอวาริ จึงเป็นของขึ้นชื่อที่มีประวัติความเป็นมาและให้ความรู้สึกพิเศษ

บทสรุป
ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ธีมพาร์กหลากหลาย อาหารขึ้นชื่ออย่าง “นาโกย่าเมชิ” รวมถึงที่พักที่ช่วยให้ใช้เวลาในไอจิได้อย่างเต็มอิ่ม
หวังว่าข้อมูลในบทความนี้จะช่วยให้คุณนำไปวางแผนทริปเที่ยวได้สนุกขึ้นไม่มากก็น้อย
จังหวัดกิฟุซึ่งอยู่ติดกับไอจิ ก็มีสถานที่น่าเที่ยวอย่างฮิดะทาคายามะ เกโระออนเซ็น มากาโกะจูกุ และชิราคาวาโกะ ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และบรรยากาศเมืองเก่าแสนชวนคิดถึง
หากเดินทางด้วยรถไฟ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ก็สามารถไปถึงได้ง่าย ๆ ลองแวะเที่ยวกิฟุเพิ่มในทริปของคุณด้วยก็น่าสนใจไม่น้อย