
19 สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในซัปโปโรสำหรับทริปแรก
ถ้ากำลังมองหาจุดหมายแรก ๆ ในฮอกไกโด ซัปโปโรมักเป็นชื่อที่หลายคนนึกถึงเสมอ
บทความนี้รวบรวมข้อมูลที่ควรรู้ไว้ครบถ้วนสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเที่ยวซัปโปโรครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ร้านอาหารดัง และที่พักแนะนำ
อ่านจบแล้ว คุณน่าจะจัดทริปเที่ยวซัปโปโรได้อย่างเต็มอิ่มมากขึ้น
ซัปโปโรเป็นสถานที่แบบไหน?
บรรยากาศของซัปโปโรมีทั้งความเป็นเมืองใหญ่และความกว้างโล่งแบบฮอกไกโดอยู่ด้วยกันอย่างลงตัว
ที่นี่เป็นเมืองหลวงของจังหวัดฮอกไกโด และเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่น
บริเวณรอบสถานีซัปโปโรเต็มไปด้วยศูนย์การค้าและทิวทัศน์เมืองสมัยใหม่ แต่หากออกจากสถานีไปเพียงเล็กน้อย ก็จะได้พบกับธรรมชาติอันกว้างใหญ่ของฮอกไกโด ความกลมกลืนระหว่างเมืองกับธรรมชาตินี่เองคือเสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของซัปโปโร
จากสนามบินชินจิโตเสะ (Shin-Chitose Airport) ซึ่งเป็นประตูสู่ฮอกไกโด สามารถนั่งรถไฟด่วนพิเศษไปถึงได้เร็วที่สุดในเวลาประมาณ 33 นาที จึงเดินทางสะดวกมาก
ด้วยจำนวนสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านอาหารชื่อดังมากมาย ซัปโปโรมักเป็นจุดศูนย์กลางของแผนการท่องเที่ยวในฮอกไกโด
ทั้งสวนโอโดริและย่านซูซูกิโนะซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 ย่านบันเทิงใหญ่ของญี่ปุ่นก็ตั้งอยู่ในซัปโปโร อีกทั้งยังสามารถลิ้มลองอาหารที่อยากกินเมื่อมาเยือนฮอกไกโดได้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นราเม็งมิโสะซัปโปโร จิงกิสข่าน หรืออาหารทะเล
นอกจากนี้ยังมีอีเวนต์ขนาดใหญ่มากมาย รวมถึงเทศกาลหิมะซัปโปโรซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลหิมะระดับโลก
วิวกลางคืนของซัปโปโรที่ปกคลุมด้วยหิมะก็สวยงามมาก จึงเป็นเมืองที่เที่ยวได้เพลิดเพลินไม่ว่าจะมาในฤดูไหนหรือช่วงเวลาใด

ฤดูไหนเหมาะกับการเที่ยวซัปโปโรมากที่สุด?
แม้ซัปโปโรจะมีจุดเด่นและอีเวนต์น่าสนใจตลอดทั้ง 4 ฤดู แต่ฤดูที่อยากแนะนำเป็นพิเศษคือฤดูหนาว
ซัปโปโรเป็นเมืองที่มีหิมะตกมาก ทั้งเมืองจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ และเมื่อค่ำคืนมาถึงก็มีไฟประดับเพิ่มความงดงาม กลายเป็นทิวทัศน์ฤดูหนาวที่สวยเป็นพิเศษ
วิวกลางคืนที่เปล่งประกายในอากาศอันใสสะอาดคือเสน่ห์ของซัปโปโรหน้าหนาวที่แตกต่างจากฤดูอื่นอย่างชัดเจน
ในช่วงจัดงานซัปโปโรไวต์อิลลูมิเนชันและเทศกาลหิมะซัปโปโร ทั่วเมืองจะเต็มไปด้วยภาพบรรยากาศชวนฝัน ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ภายในเมืองเองก็มีลานสกีด้วย ทำให้สามารถสนุกกับกีฬาฤดูหนาวควบคู่กับการท่องเที่ยวได้อีกแบบ
ราเม็งมิโสะซัปโปโรร้อน ๆ ที่ช่วยคลายความหนาวก็เป็นเมนูคลาสสิกที่อยากให้ลองโดยเฉพาะในฤดูหนาว
ซัปโปโรในฤดูหนาวที่ได้ครบทั้งวิวหิมะ อีเวนต์ และอาหารอร่อย จึงนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะมากสำหรับผู้มาเยือนครั้งแรก
ตัวอย่างการแต่งกายตามฤดูกาล
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับเสื้อไหมพรมหนาและเสื้อโค้ต
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อแขนสั้นหรือเสื้อเชิ้ตแขนยาว
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): เสื้อไหมพรม แจ็กเก็ต และเสื้อโค้ต
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมเสื้อไหมพรมหนา แจ็กเก็ตดาวน์ และผ้าพันคอ
เดินทางไปซัปโปโรอย่างไร?
ถ้าจะเดินทางเข้าสู่สถานีซัปโปโร ซึ่งเป็นสถานีหลักของเมือง ข้อมูลด้านล่างนี้สรุปวิธีเดินทางจากสนามบินชินจิโตเสะ โตเกียว และโอซาก้าไว้ให้แล้ว
- การเดินทางจากสนามบินชินจิโตเสะ
- นั่งรถไฟ JR สายชิโตเสะ ขบวนด่วนพิเศษแอร์พอร์ต จากสถานีสนามบินชินจิโตเสะ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
- การเดินทางจากโตเกียว
- จากสนามบินฮาเนดะไปสนามบินชินจิโตเสะใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที และจากสนามบินชินจิโตเสะไปสถานีซัปโปโรใช้เวลาประมาณ 40 นาที รวมประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที
- การเดินทางจากโอซาก้า
- จากสนามบินโอซาก้านานาชาติไปสนามบินชินจิโตเสะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที และจากสนามบินชินจิโตเสะไปสถานีซัปโปโรใช้เวลาประมาณ 40 นาที รวมประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
วิธีการเดินทางหลักสำหรับเที่ยวซัปโปโร
เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นของฮอกไกโด ซัปโปโรมีระบบคมนาคมที่ค่อนข้างพร้อม
วิธีการเดินทางหลักจะแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ ดังนี้
- ใจกลางเมืองซัปโปโร
- รถไฟใต้ดิน รถราง และรถโดยสารประจำทาง
- ชานเมืองซัปโปโร
- รถโดยสารประจำทาง
หากเที่ยวในตัวเมืองซัปโปโรก็สามารถเดินทางได้แม้ไม่มีรถเช่า แต่ถ้าจะไปชานเมือง การเช่ารถจะสะดวกกว่า
หากอยากรู้เรื่องการเดินทางในซัปโปโรและวิธีประหยัดค่าเดินทาง ลองดูบทความด้านล่างเพิ่มเติมได้
19 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของซัปโปโรที่คัดมาอย่างดี
ถ้ามาเยือนซัปโปโรครั้งแรก หลายคนน่าจะอยากเริ่มจากสถานที่ยอดนิยมกันก่อน
ดังนั้นเราจึงคัดเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวระดับคลาสสิกของซัปโปโรมานำเสนอให้แบบเน้น ๆ
ลองใช้ลิสต์สถานที่เหล่านี้เป็นแกนหลัก แล้วออกไปสนุกกับการเที่ยวซัปโปโรครั้งแรกกัน
สำหรับคนที่อยากดูแบบรวดเร็ว เราได้เตรียมแผนที่สถานที่ท่องเที่ยว อาหาร ช้อปปิ้ง และที่พักยอดนิยมในซัปโปโรไว้แล้ว ลองดูก่อนได้เลย
1. ชิโรอิ โคอิบิโตะ พาร์ก
“ชิโรอิ โคอิบิโตะ” เป็นขนมชื่อดังที่ถือเป็นตัวแทนของซัปโปโร
ชิโรอิ โคอิบิโตะ พาร์ก (Shiroi Koibito Park) เป็นธีมพาร์กขนมหวานที่เปิดให้ชมสายการผลิตของ “ชิโรอิ โคอิบิโตะ” และยังมีคอนเทนต์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ช็อกโกแลต รวมถึงกิจกรรมทำชิโรอิ โคอิบิโตะแบบของตัวเองได้ด้วย
ภายในมีคอนเทนต์สำหรับคนรักช็อกโกแลตอย่างจุใจ เช่น “ช็อกโกโทเปีย เฮาส์” ที่นำเสนอ 4 การปฏิวัติครั้งสำคัญของช็อกโกแลตด้วยโปรเจกชันแมปปิง และ “สตัดดีเบส คาเคาพอด” ที่เรียนรู้วิธีชิมช็อกโกแลตได้

2. สวนโอโดริ
สวนโอโดริตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร รายล้อมด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ 92 ชนิด รวมประมาณ 4,700 ต้น เช่น ไลแลคและฮารุนิเระ อีกทั้งยังมีสนามหญ้าและน้ำพุให้เป็นพื้นที่พักผ่อน จึงเป็นสถานที่ที่ทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นรักในฐานะโอเอซิสกลางย่านธุรกิจ
สวนโอโดริยังเป็นสถานที่จัดอีเวนต์ต่าง ๆ เช่น เทศกาลไลแลคซัปโปโร และเทศกาลโยซาโคอิโซรัน โดยเฉพาะเทศกาลหิมะซัปโปโรที่ได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะอีเวนต์ใหญ่ซึ่งมีผู้คนจากในและต่างประเทศมาเยือนราว 2 ล้านคนทุกปี

3. จุดชมวิวฮิตสึจิงาโอกะ ซัปโปโร
แม้อยู่ในมหานครซัปโปโรที่มีประชากรราว 2 ล้านคน แต่จุดชมวิวฮิตสึจิงาโอกะยังคงโดดเด่นด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม
ฤดูใบไม้ผลิมีทุ่งหญ้าสีเขียวอ่อน ฤดูร้อนมีทุ่งลาเวนเดอร์ต้อนรับ ฤดูใบไม้ร่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ และฤดูหนาวก็มีพรมหิมะสีขาวโพลนปกคลุม
ที่นี่จึงเป็นจุดถ่ายภาพยอดเยี่ยมที่เผยให้เห็นทิวทัศน์อันกว้างใหญ่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู

4. สวนโมเอเระนุมะ
สวนศิลปะโมเอเระนุมะถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดกรีนเบลต์วงแหวนที่ต้องการโอบล้อมเขตเมืองซัปโปโรด้วยสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียว
ทั้งสวนได้รับการออกแบบให้เป็นผลงานประติมากรรมชิ้นหนึ่งโดย อิซามุ โนกูจิ และเผยให้เห็นสีสันหลากหลายตามการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล

5. ตลาดนิโจ ซัปโปโร
ว่ากันว่าตลาดนิโจ ซัปโปโร (Sapporo Nijo Market) เปิดขึ้นจากจุดเริ่มต้นที่ชาวประมงจากอิชิคาริฮามะนำปลาสดมาจำหน่ายในช่วงต้นยุคเมจิ
ภายในตลาดมีร้านอาหารจำนวนมาก โดยมีร้านที่เสิร์ฟซูชิ ข้าวหน้าทะเล และอาหารทะเลย่างเป็นพิเศษอยู่ไม่น้อย
หากอยากลองชิมแค่นิดหน่อย แนะนำมุมอีทอินที่อยู่ติดกับร้านขายปลาสดบางร้าน

6. ตลาดนอกอาคารของตลาดค้าส่งกลางซัปโปโร
“ตลาดนอกอาคารซัปโปโร” เชื่อมต่อโดยตรงกับตลาดค้าส่งกลางซัปโปโร
ภายในพื้นที่ที่แบ่งออกเป็น 10 โซน มีร้านค้าประมาณ 60 ร้านเรียงรายแน่นขนัด เต็มไปด้วยวัตถุดิบอร่อยจากฮอกไกโด
ที่นี่รวบรวมทั้งอาหารทะเลสดจากฮอกไกโด เช่น ปูทาราบะ ปูขน ปูซูไว และปูฮานาซากิ รวมถึงเมลอน มันฝรั่ง และข้าวโพดที่เติบโตบนผืนดินทางเหนือ

7. ถนนการค้าทานุกิโคจิ
ถนนการค้าทานุกิโคจิเป็นหนึ่งในย่านการค้าที่เก่าแก่ที่สุดของฮอกไกโด มีประวัติยาวนานกว่า 145 ปี
ตั้งอยู่ใจกลางซัปโปโร มีร้านค้าราว 200 ร้านเรียงรายตลอดระยะทางตะวันออก–ตะวันตกราว 900 เมตร ด้วยความที่เชื่อมต่อกันด้วยอาเขต จึงช้อปปิ้ง เดินเล่น และทานอาหารได้แม้ในวันที่อากาศไม่ดี
ที่นี่ยังเต็มไปด้วยบรรยากาศเรโทรจากร้านค้าเก่าแก่ ร้านงานฝีมือ และร้านขายของฝากที่หยั่งรากในพื้นที่นี้มาอย่างยาวนาน

8. สวนมารุยามะ
สวนมารุยามะตั้งอยู่ทางเหนือของป่าดึกดำบรรพ์มารุยามะ และเป็นจุดชมซากุระที่ผู้คนรักกันมานาน
ภายในสวนปลูกต้นซากุระราว 120 ต้น เช่น เอโซะยามะซากุระและโซเมโยชิโนะ ทำให้คึกคักไปด้วยผู้คนในฤดูชมดอกไม้ผลิบาน
นอกจากนี้ยังมีป่าสนซีดาร์และต้นคัตสึระขนาดใหญ่ เหมาะกับการสังเกตธรรมชาติ เช่น กระรอก พืชป่า และนกป่า
อีกทั้งยังมีสวนสัตว์แห่งแรกของฮอกไกโดอย่างสวนสัตว์มารุยามะ ที่สามารถชมพฤติกรรมของสัตว์ต่าง ๆ เช่น หมีขั้วโลกและแมวน้ำได้

9. ศาลเจ้าฮอกไกโด
ศาลเจ้าฮอกไกโดตั้งอยู่ในเขตชูโอ เมืองซัปโปโร และเป็นศาลเจ้าตัวแทนของฮอกไกโด
มีผู้มาสักการะจำนวนมากตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่มีผู้มาไหว้ขอพรครั้งแรกของปีมากกว่า 700,000 คนทุกปี
นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในฐานะจุดชมซากุระและดอกบ๊วย โดยในฤดูกาลจะสามารถชมซากุระประมาณ 1,100 ต้น และดอกบ๊วยประมาณ 120 ต้นได้

10. หอนาฬิกาซัปโปโร
เดิมทีที่นี่คืออาคารฝึกซ้อมของโรงเรียนเกษตรซัปโปโร ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อฝึกผู้นำการบุกเบิกฮอกไกโดในอดีต
ต่อมา ภายใต้การกำกับดูแลของคุโรดะ คิโยทากะ ผู้บัญชาการฝ่ายพัฒนาฮอกไกโดที่มาเยือนในพิธีเปิดอาคาร จึงได้มีการสร้าง “หอนาฬิกาซัปโปโร” ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแลนด์มาร์กอันเป็นที่รักของเมือง
มีการบูรณะอนุรักษ์ครั้งใหญ่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 ถึง ค.ศ. 1998 และปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์เอกสาร

11. อาคารที่ทำการเดิมของรัฐบาลฮอกไกโด
อาคารแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางและหัวใจของการบริหารฮอกไกโดอยู่นานประมาณ 80 ปี จนกระทั่งอาคารที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดปัจจุบันแล้วเสร็จ
อาคารเดิมซึ่งรู้จักกันในชื่อเล่นว่า “อาคารอิฐแดง” ใช้อิฐประมาณ 2.5 ล้านก้อนในการก่อสร้าง ความบิดเบี้ยวของกระจกและสถาปัตยกรรมแบบนีโอบาโรกสไตล์อเมริกันช่วยถ่ายทอดกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ได้อย่างชัดเจน

12. สนามกระโดดสกีโอคุรายามะ (จุดชมวิวโอคุรายามะ)
สนามกระโดดสกีโอคุรายามะที่ตั้งอยู่บนยอดเขาโอคุรายามะ เป็นสถานที่จัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวซัปโปโรปี 1972
อีกหนึ่งจุดเด่นคือทิวทัศน์จากจุดชมวิว ที่นี่เป็นจุดชมวิวหนึ่งเดียวซึ่งสามารถมองเห็นเมืองซัปโปโรผ่านลานกระโดดสกีได้ จากความสูง 307 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สามารถมองเห็นตัวเมืองซัปโปโรและที่ราบอิชิคาริได้อย่างชัดเจน

13. หอคอยทีวีซัปโปโร
หอคอยทีวีซัปโปโรซึ่งสร้างขึ้นในปี 1956 ที่นิชิ 1 โจเมะ จุดเริ่มต้นของสวนโอโดริ เป็นแลนด์มาร์กของเมืองที่เฝ้ามองพัฒนาการของซัปโปโรมาตั้งแต่สร้างเสร็จ และเป็นที่รักของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
จุดชมวิวสูงจากพื้นดินประมาณ 90 เมตร เป็นจุดชมวิวชั้นเยี่ยมที่มองเห็นทั้งตัวเมืองซัปโปโร และในวันที่อากาศดี ยังมองเห็นที่ราบอิชิคาริและทะเลญี่ปุ่นได้อีกด้วย

14. ภูเขาโมอิวะ
ภูเขาสูง 531 เมตรแห่งนี้อยู่ห่างจากใจกลางซัปโปโรเพียงประมาณ 20 นาทีด้วยขนส่งสาธารณะ และยังคงรักษาป่าดึกดำบรรพ์เอาไว้ได้จนถึงปัจจุบัน
จากจุดชมวิวบนยอดเขา สามารถมองเห็นที่ราบอิชิคาริด้านล่าง และไกลออกไปก็เห็นทิวทะเลของอ่าวอิชิคาริได้ด้วย
ไม่เพียงแต่ทิวทัศน์กลางวันที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่วิวกลางคืนยังสวยงามเป็นพิเศษจนได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “3 วิวกลางคืนใหม่ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น”

15. สวนนากาจิมะ
สวนนากาจิมะเป็นสวนที่แม้อยู่ใจกลางซัปโปโร แต่รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวอันอุดมสมบูรณ์
ด้วยทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตาม 4 ฤดูตลอดทั้งปี ที่นี่จึงเป็นสวนยอดนิยมอีกแห่งในเมืองซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมาย
อีกหนึ่งเอกลักษณ์คือสวนญี่ปุ่นที่มอบช่วงเวลาอันสงบในบรรยากาศแบบญี่ปุ่น
ยังมีห้องชงชาชื่อ “ฮัสโซอัน” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ ทำให้สามารถชมภายนอกอาคารประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่านี้ได้

16. พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์เบียร์แห่งเดียวในญี่ปุ่น และเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสเรื่องราวของผู้บุกเบิกที่ทุ่มเทให้กับการผลิตเบียร์ญี่ปุ่นควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์การพัฒนาฮอกไกโด
หากจะชมภายใน แนะนำให้เข้าร่วม “พรีเมียมทัวร์” แบบมีไกด์ซึ่งมีค่าใช้จ่าย
มีทั้ง “พรีเมียมเธียเตอร์” ที่พาย้อนรอยประวัติศาสตร์การบุกเบิกด้วยภาพความละเอียด 6K และของจัดแสดงล้ำค่า เช่น โปสเตอร์โฆษณาในยุคนั้นกับขวดเบียร์ ซึ่งสามารถชมพร้อมฟังคำอธิบายอย่างละเอียดได้

17. หมู่บ้านบุกเบิกฮอกไกโด
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับสวนป่าน็อปโปโระอันกว้างใหญ่และอุดมด้วยธรรมชาติ
ตามชื่อของที่นี่ อาคารจากพื้นที่ต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นในยุคบุกเบิกฮอกไกโดตั้งแต่สมัยเมจิจนถึงต้นสมัยโชวะ ได้ถูกย้ายมาบูรณะ สร้างใหม่ และจัดแสดงไว้
บนพื้นที่ 54.2 เฮกตาร์ แบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ เขตเมือง หมู่บ้านชาวประมง หมู่บ้านเกษตรกรรม และหมู่บ้านภูเขา โดยมีอาคารเรียงรายทั้งหมด 52 หลัง

18. ป่าศิลปะซัปโปโร
สำหรับคนที่สนใจเรื่องศิลปะ “ป่าศิลปะซัปโปโร” คือศูนย์รวมสถานที่ด้านศิลปะหลากหลายประเภทบนพื้นที่กว้างประมาณ 40 เฮกตาร์ของเมืองซัปโปโร ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ สตูดิโอ เวิร์กช็อปงานคราฟต์ และเวทีกลางแจ้ง
ที่นี่มีทั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางแจ้งซึ่งให้คุณเพลิดเพลินกับงานศิลป์ท่ามกลางธรรมชาติและฤดูกาลที่เปลี่ยนไป รวมถึงพื้นที่ให้เช่าที่มีห้องซ้อมและที่พัก จึงไม่ได้เป็นที่นิยมเฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังถูกใช้โดยนักแสดงและศิลปินบ่อยครั้ง

19. ย่านออนเซ็นโจซังเค
ย่านออนเซ็นเก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตมินามิ เมืองซัปโปโร ฮอกไกโด และมักถูกเรียกว่าเป็นเมืองพักผ่อนชั้นในของมหานครซัปโปโร
หลังเปิดใช้น้ำพุร้อนมากว่า 150 ปี พื้นที่นี้ได้รับการกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติชิโคสึ-โทยะ โดยย่านออนเซ็นแผ่ขยายอยู่บนตลิ่งที่เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำชิราอิและแม่น้ำโทโยฮิระ
สำหรับคนที่สนใจข้อมูลของน้ำพุร้อน ที่นี่มีคุณสมบัติเป็นโซเดียมคลอไรด์ และมีแหล่งน้ำพุร้อนของโจซังเคทั้งหมด 56 จุด กระจุกตัวอยู่ใกล้สะพานสึกิมิบาชิและสะพานทาคายามะบาชิตามลำน้ำโทโยฮิระที่ไหลผ่านย่านออนเซ็น

5 สิ่งที่ควรทำเมื่อมาเยือนซัปโปโร
มาเยือนซัปโปโรทั้งที ก็มีหลายอย่างที่อยากให้ลองทำดูสักครั้ง
โดยเฉพาะ “5 สิ่ง” ต่อไปนี้ น่าจะช่วยให้คุณสัมผัสเสน่ห์แบบซัปโปโรได้ชัดเจนขึ้น
1. เดินเล่นที่สวนโอโดริ แล้วขึ้นหอคอยทีวีซัปโปโรมองวิวเมือง
เส้นทางคลาสสิกสำหรับเที่ยวซัปโปโรคือการเดินชม “สวนโอโดริ” ที่ทอดยาวใจกลางเมืองจากตะวันออกไปตะวันตก แล้วมุ่งหน้าต่อไปยัง “หอคอยทีวีซัปโปโร”
สวนโอโดริมีความยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร ภายในมีแปลงดอกไม้ น้ำพุ และม้านั่งกระจายอยู่ทั่ว ทำให้เดินได้อย่างสบายพร้อมซึมซับบรรยากาศเมืองซัปโปโร
แต่ละโซนของสวนก็มีบรรยากาศต่างกันไป จึงเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้วิวเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ระหว่างเดิน
นอกจากนี้ สวนยังเป็นสถานที่จัดอีเวนต์หลากหลายตามฤดูกาล จึงสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่แตกต่างกันไปตามช่วงเวลาที่มาเยือน
เมื่อเดินมาถึงหอคอยทีวีซัปโปโรที่ปลายด้านตะวันออกของสวนแล้ว อยากให้ลองขึ้นไปยังจุดชมวิวดูสักครั้ง
เบื้องล่างคุณจะมองเห็นสวนโอโดริทอดยาวเป็นเส้นตรง และชมทิวทัศน์เมืองซัปโปโรที่แผ่กว้างอยู่ถัดออกไปได้อย่างเต็มตา
เส้นทางเดินเล่นนี้เหมาะมากสำหรับผู้ที่มาเยือนซัปโปโรเป็นครั้งแรกและอยากสัมผัสทิวทัศน์เมืองที่ผสานธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน


2. กินอาหารฮอกไกโดให้จุใจที่ซูซูกิโนะ!
“ซูซูกิโนะ” ย่านบันเทิงที่รวมวัฒนธรรมการกินของซัปโปโรไว้มากมาย คือพื้นที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับอิ่มอร่อยกับอาหารฮอกไกโด
ที่นี่คุณสามารถลิ้มลอง “3 เสาหลักอาหารฮอกไกโด” ได้ในย่านเดียว ทั้งราเม็งมิโสะซัปโปโรรสเข้มข้น อาหารทะเลสดใหม่ และจิงกิสข่านเมนูขึ้นชื่อของฮอกไกโด
ยังมีร้านอาหารที่เปิดถึงดึก ทำให้แวะได้ง่ายเพื่อปิดท้ายวันท่องเที่ยวอย่างสวยงาม
คุณอาจเริ่มร้านแรกด้วยอิซากายะอาหารทะเล แล้วค่อยต่อด้วยราเม็งมิโสะซัปโปโรเป็นมื้อปิดท้ายก็ได้
แม้จะมีเวลาอยู่ไม่มาก หากใช้ซูซูกิโนะเป็นฐาน คุณก็น่าจะได้ลิ้มลองอาหารฮอกไกโดอย่างคุ้มค่าและเต็มอิ่ม

3. สัมผัสธรรมชาติของฮอกไกโดในย่านมารุยามะ
ถ้าอยากสัมผัสธรรมชาติแบบฮอกไกโดในซัปโปโร ลองแวะไปย่านมารุยามะ
แม้อยู่ในทำเลที่เดินทางจากตัวเมืองได้สะดวก แต่ก็ยังได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นเสน่ห์สำคัญของย่านนี้
เส้นทางยอดนิยมคือ “สวนสัตว์มารุยามะ” → “ป่าดึกดำบรรพ์มารุยามะ” → “ศาลเจ้าฮอกไกโด”
แต่ละจุดอยู่ในระยะเดินถึงกัน จึงเที่ยวได้สบายโดยไม่เหนื่อยเกินไป
ที่สวนสัตว์มารุยามะ ลองสังเกตพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์นานาชนิดอย่างใกล้ชิดดู
จากนั้นในป่าดึกดำบรรพ์มารุยามะที่อยู่ด้านในของสวนสัตว์ คุณจะได้เดินเล่นท่ามกลางป่าที่ธรรมชาติยังคงสภาพใกล้เคียงเดิม
เมื่อเดินไปตามทางเดินท่ามกลางต้นไม้ จะรู้สึกได้ถึงความเงียบสงบจนแทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ใกล้ตัวเมือง
ปิดท้ายการเดินเที่ยวด้วยการแวะศาลเจ้าฮอกไกโด
เมื่อเดินในบริเวณศาลเจ้าที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ คุณจะได้สัมผัสทั้งทิวทัศน์ตามฤดูกาล ประวัติศาสตร์ และความศรัทธาของฮอกไกโด
-
สวนสัตว์มารุยามะที่ได้พบสัตว์หลากหลายชนิด รวมถึงหมีขั้วโลก
-
ป่าดึกดำบรรพ์มารุยามะในฤดูใบไม้ร่วงที่แต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี
-
ศาลเจ้าฮอกไกโดที่ให้สัมผัสธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และความศรัทธาของฮอกไกโด
4. ชมวิวกลางคืนของซัปโปโรจากภูเขาโมอิวะ
พอตกเย็นขึ้นมา อยากแนะนำให้แวะไปยัง “ภูเขาโมอิวะ” หนึ่งในจุดชมวิวกลางคืนชั้นนำของซัปโปโร
การขึ้นไปยังยอดเขาต้องต่อกระเช้าลอยฟ้าและรถเคเบิลขนาดเล็ก จึงไม่จำเป็นต้องเดินปีนเขาเอง
แม้ไม่มั่นใจเรื่องกำลังกาย ก็ยังเพลิดเพลินกับวิวจากยอดเขาได้แบบสบาย ๆ
เมื่อยืนอยู่บนจุดชมวิวด้านบน คุณจะมองเห็นภาพวิวกลางคืนอันยิ่งใหญ่ของเมืองซัปโปโรที่เต็มไปด้วยแสงไฟเรียงราย
วิวกลางคืนจากที่นี่สวยงามมากจนเคยได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “3 วิวกลางคืนใหม่ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น” มาแล้ว 3 ครั้ง
อีกเหตุผลที่ภูเขาโมอิวะเป็นที่นิยมก็คือเดินทางจากตัวเมืองได้สะดวก

5. ลิ้มรสอาหารทะเลฮอกไกโดเป็นมื้อเช้าที่ตลาดนอกอาคารซัปโปโร
ถ้าอยากชิมอาหารทะเลสดใหม่ในซัปโปโร ขอแนะนำ “ตลาดนอกอาคารของตลาดค้าส่งกลางซัปโปโร”
ที่ตลาดนอกอาคารมีร้านเรียงรายที่จำหน่ายอาหารทะเลตัวแทนของฮอกไกโด เช่น ไข่ปลาแซลมอน อูนิ และปู
ด้วยความที่ตั้งอยู่ติดกับตลาดค้าส่งกลางซัปโปโร จึงเป็นจุดเด่นที่ทำให้ได้ลิ้มลองวัตถุดิบสดใหม่คุณภาพสูง
หลายร้านเปิดตั้งแต่เช้าตรู่ คุณจึงสามารถอิ่มอร่อยกับข้าวหน้าทะเล ซูชิ ซาชิมิ และชุดอาหารทะเลต่าง ๆ ได้ตั้งแต่มื้อเช้า
ถ้ามีโอกาส ลองให้มื้อเช้าเป็นอาหารทะเลแบบฮอกไกโดดูสักครั้ง

5 ร้านอาหารยอดนิยมที่อร่อยกับอาหารฮอกไกโดได้เต็มที่
พอพูดถึงทริปซัปโปโร หลายคนก็คงตั้งใจมาเพื่อกินของอร่อยด้วยเหมือนกัน
แต่อาหารซัปโปโรมีให้เลือกมากจริง ๆ ทั้งซุปแกงกะหรี่ จิงกิสข่าน อาหารทะเล ราเม็ง และขนมหวาน จนบางทีก็เลือกไม่ถูกว่าจะเริ่มจากอะไรดี
ถ้าเป็นแบบนั้น ลองแวะร้านดังที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ เพื่อชิมเสน่ห์ของอาหารซัปโปโรกันให้เต็มที่
1. ซูมิเระ สาขาใหญ่นากาโนะชิมะ
ซัปโปโรเป็นทั้งต้นกำเนิดของราเม็งมิโสะและยังคงเป็นสมรภูมิราเม็งที่มีร้านมากมายแข่งขันกันอย่างดุเดือด และในบรรดาร้านเหล่านั้น ร้านนี้คือร้านดังที่มีชื่อเสียงระดับประเทศและได้รับความรักมายาวนาน
เสน่ห์ของเมนูซิกเนเจอร์อย่างราเม็งมิโสะอยู่ที่ซุปเข้มข้นซึ่งผสานความลึกของมิโสะ ความหอมของหมูสับผัด ความหวานจากมันหมูและผัก รวมถึงรสเผ็ดหอมจากกระเทียมและขิง

2. ดารุมะ สาขาใหญ่
“ดารุมะ สาขาใหญ่” เปิดกิจการในปี ค.ศ. 1954 ชื่อร้านใช้คำว่า “เซกิชิข่าน” ซึ่งเป็นการเขียนคำว่าจิงกิสข่านแบบโบราณ และจิงกิสข่านของดารุมะก็กลายเป็นของขึ้นชื่อประจำซูซูกิโนะไปแล้ว
เพื่อผู้ที่แวะมาชิมรสชาติแบบดั้งเดิมของร้านเก่าแก่แห่งนี้ ทางร้านตั้งเป้าที่จะคงความไม่เปลี่ยนแปลงไว้และดำเนินกิจการในแบบเดิมทุกวัน
จิงกิสข่านของที่นี่ใช้เนื้อแกะสดใหม่ที่คัดเข้ามาทุกวัน และเชฟจะหั่นก่อนเปิดร้านไม่นาน
เนื้อแกะมีรสอูมามิเฉพาะตัว และสิ่งที่ช่วยดึงรสนั้นออกมาได้คือซอสสูตรพิเศษที่เจ้าของหญิงทำเองด้วยมือมาตั้งแต่ก่อตั้งร้าน

3. ซุปแกงกะหรี่ GARAKU
“ซุปแกงกะหรี่ GARAKU” เป็นร้านดังที่ได้รับความนิยมมากจนมีคิวยาวทุกวัน และต้องแจกบัตรคิวระหว่างรอ
เป็นร้านซุปแกงกะหรี่เฉพาะทางที่คนท้องถิ่นรู้จักกันดีมาก
จุดเด่นที่สุดคือซุป ซึ่งว่ากันว่าความอร่อยมาจากไอเดียสร้างสรรค์ในการผสานดาชิสไตล์ญี่ปุ่นที่เจ้าของเคยเรียนรู้จากร้านอุด้งที่เคยทำงานอยู่เข้ากับเครื่องเทศ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความนิยม

4. ซัปโปโรเบียร์การ์เดน
“ซัปโปโรเบียร์การ์เดน” โดดเด่นด้วยปล่องไฟอิฐที่มีเครื่องหมายดาวสีแดง
ภายในมีร้านอาหารทั้งหมด 5 แห่ง และพื้นที่หลักที่ถือเป็นเมนฟลอร์คือเคสเซิลฮอลล์บนชั้น 2 และ 3 ของอาคารไคตาคุชิคัง
ในพื้นที่กว้างขวางมีหม้อต้มเบียร์ขนาดยักษ์ชื่อ “เคสเซิล” ซึ่งผลิตในปี ค.ศ. 1912 ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม
ที่นี่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเพลิดเพลินกับบรรยากาศแบบเบียร์ฮอลล์แห่งฮอกไกโด ด้วยเบียร์สดใหม่และจิงกิสข่าน

5. อุมิ ฮาจิเคียว สาขาใหญ่
ร้านนี้อยู่ห่างจากสถานีซูซูกิโนะของรถไฟใต้ดินเทศบาลเมืองซัปโปโรสายนันโบกุเพียงเดิน 1 นาที สังเกตได้จากห่วงชูชีพเรือประมงและป้ายไม้ที่สลักคำว่า “ฮาจิเคียว”
ในบรรดาเมนูหลากหลายที่ใช้ทั้งอาหารทะเลสดและผักตามฤดูกาล เมนูขึ้นชื่อคือ “กังโซะ สึคโคเมชิ”
เมื่อสั่งอาหาร พนักงานจะยกชามข้าวมาวางบนโต๊ะ จากนั้นถือชามไข่ปลาแซลมอนแล้วตะโกนว่า “โออิซา!” พร้อมตักไข่ปลาราดลงไปจนเกือบล้นชาม
ด้วยการเสิร์ฟอันเร้าใจและปริมาณไข่ปลาที่จัดเต็ม ร้านจึงได้รับการนำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ มากมาย
แน่นอนว่าเสน่ห์สำคัญอีกอย่างก็คือรสชาติของไข่ปลาแซลมอนที่หมักในซอสสูตรพิเศษฐานโชยุ

บทความแนะนำสำหรับคนที่อยากรู้จักร้านอาหารในซัปโปโรให้มากขึ้น
ในซัปโปโรยังมีอาหารอร่อยและร้านน่าสนใจอีกมากที่บทความนี้แนะนำได้ไม่หมด
ถ้าอยากเลือกร้านตามประเภทอาหารท้องถิ่น ลองใช้บทความด้านล่างนี้เป็นตัวช่วยเพิ่มเติมได้เลย
ถ้าอยากช้อปปิ้งต้องที่นี่! 5 แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในซัปโปโร
ซัปโปโรมีศูนย์การค้าอยู่มากมาย จึงเหมาะกับการช้อปปิ้งเช่นกัน
จากนี้ไปเราจะพาไปรู้จักแหล่งช้อปปิ้งที่ควรใส่ไว้ในแผนเที่ยว
1. ซัปโปโรสเตลล่าพลาซ
“ซัปโปโรสเตลล่าพลาซ” เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ภายใน JR Tower และถือเป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่มีขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น
มีร้านค้ามากกว่า 200 ร้าน ครอบคลุมหลายหมวดหมู่ ทั้งแฟชั่น ของใช้ ร้านอาหาร และคาเฟ่
ด้วยการเชื่อมต่อกับสถานีโดยตรง เดินทางสะดวกมาก จึงเป็นศูนย์กลางของซัปโปโรที่ทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นแวะมาใช้บริการกันเป็นประจำ

2. โอโดริ BISSE
ศูนย์การค้า 5 ชั้นแห่งนี้ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “ชีวิตดี ๆ แห่งแดนเหนือ -Northern Good Life-”
ประกอบด้วยร้านดังและร้านค้าจากทั่วฮอกไกโดเป็นหลัก ทำให้เพลิดเพลินได้หลากหลายทั้งอาหาร ขนมหวาน ช้อปปิ้ง และความงาม
บริเวณชั้น 1 ที่เรียกว่า “BISSE Sweets” มีร้านขนมชื่อดังของฮอกไกโดมาเปิดให้บริการ
ด้วยทำเลที่อยู่ตรงหน้าสวนโอโดริและมีพื้นที่ให้นั่งรับประทาน จึงคึกคักไปด้วยทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นทุกวัน

3. ห้างไดมารุ ซัปโปโร
แหล่งช้อปปิ้งที่เดินทางไปได้ทันทีแบบไม่ต้องหลงจากสถานี JR ซัปโปโร
มีสินค้าเทรนด์ล่าสุดให้เลือกมากมาย ทั้งอาหาร แบรนด์หรู เครื่องสำอาง และของใช้ต่าง ๆ
ที่ชั้นใต้ดิน 1 บริเวณ “ฮ็อปเปะทาวน์” คุณน่าจะได้พบกับขนมหวานฮอกไกโดที่อยากซื้อกลับพอดี
มีร้านเหมาะกับซื้อของฝากมากมาย เช่น “LeTAO” ที่ขึ้นชื่อเรื่องชีสเค้กดูเบิลฟรอมาจ, “Royce” ที่มีช็อกโกแลตให้เลือกหลากหลาย และ “Kitakaro” ผู้โด่งดังเรื่องข้าวเกรียบโอคากิของฮอกไกโด

4. ซัปโปโรแฟกตอรี
ศูนย์การค้าขนาดใหญ่แบบคอมเพล็กซ์ที่สร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมของโรงงานเบียร์ซัปโปโร ซึ่งมีรากฐานมาจากโรงต้มเบียร์ไคตาคุชิที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1876
ภายในอาคาร 7 หลังที่มีทั้งสถาปัตยกรรมอิฐสมัยโรงงานและเอเทรียมขนาดใหญ่ รวมเอาศูนย์การค้า สถานบันเทิง ร้านอาหาร ฟิตเนสคลับ และโรงแรมไว้ด้วยกัน

5. มารุอิ อิมาอิ ซัปโปโร สาขาใหญ่
เมืองซัปโปโรซึ่งเป็นศูนย์กลางของฮอกไกโด เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย
มีทั้งหอนาฬิกาซัปโปโร หอคอยทีวีซัปโปโร และสวนโอโดริที่ใช้จัดอีเวนต์สำคัญของฮอกไกโด เช่น เทศกาลหิมะซัปโปโร และเทศกาลโยซาโคอิโซรัน
ใกล้กับจุดเหล่านี้คือ มารุอิ อิมาอิ ซัปโปโร สาขาใหญ่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 อาคาร ได้แก่ โอโดริคัง อิจิโจคัง และนิชิคัง (Louis Vuitton) ใช้ได้หลากหลายวัตถุประสงค์ทั้งช้อปปิ้ง แฟชั่น และอาหาร

บทความแนะนำสำหรับคนที่อยากรู้จักแหล่งช้อปปิ้งในซัปโปโรให้มากขึ้น
หากอยากรู้จักแหล่งช้อปปิ้งในซัปโปโรที่บทความนี้ยังแนะนำได้ไม่หมด ลองดูบทความด้านล่างที่รวบรวมทั้งจุดช้อปปิ้งยอดนิยมและตลาดที่ให้สัมผัสประสบการณ์แบบลึกขึ้นพร้อมอาหารอร่อย
5 ที่พักแนะนำในซัปโปโรสำหรับการเข้าพักอย่างมีคุณภาพ
ซัปโปโรเป็นจุดหมายยอดนิยมของฮอกไกโด จึงมีที่พักให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่เดินทางสะดวกหรือที่พักคุ้มค่า ก็มีตัวเลือกอยู่มาก
ที่นี่เราได้คัดโรงแรมที่เหมาะกับการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพมาแนะนำ
ถ้าคุณกำลังมองหาที่พักที่เหนือระดับขึ้นอีกนิด ลองใช้ลิสต์นี้ประกอบการตัดสินใจได้เลย
1. ซัปโปโรพรินซ์โฮเทล
“ซัปโปโรพรินซ์โฮเทล” ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสวนโอโดริ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของซัปโปโร
โรงแรมแห่งนี้ใช้คอนเซ็ปต์ “ดู กิน และสัมผัส” เพื่อให้ผู้เข้าพักเพลิดเพลินกับเสน่ห์ของซัปโปโรได้อย่างเต็มที่แม้อยู่ภายในโรงแรม
ชั้น 22–27 ซึ่งเป็นชั้นสูงของโรงแรมคือ “คลับฟลอร์” ที่มองเห็นวิวเมืองซัปโปโรจากห้องพักได้แบบเต็มตา และยังใช้บริการแบบรวมสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าพักคลับฟลอร์ได้ที่ “คลับเลานจ์”
ภายในยังครบครันทั้งร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบฮอกไกโด ออนเซ็นพร้อมบ่อแช่น้ำร้อนกลางแจ้ง และอีเวนต์ตามฤดูกาลที่ให้เพลิดเพลินกับเสน่ห์ของซัปโปโร

2. โรงแรม JR Tower Nikko Sapporo
โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้นสูงของ JR Tower หนึ่งในอาคารที่สูงที่สุดในฮอกไกโด
เชื่อมต่อกับสถานีซัปโปโรโดยตรง ทำเลจึงเหมาะทั้งสำหรับท่องเที่ยวและธุรกิจ
เสน่ห์สำคัญคือจากห้องพักทั้ง 330 ห้อง สามารถเพลิดเพลินกับวิวกว้างใหญ่ของตัวเมืองซัปโปโร อ่าวอิชิคาริ และไกลออกไปถึงเทือกเขาไดเซ็ตสึได้
ห้องพักตกแต่งอย่างเรียบง่ายและทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง Wi-Fi ฟรี อินเทอร์เน็ตแบบมีสาย และของใช้ในห้องพัก

3. เคโอะ พลาซา โฮเทล ซัปโปโร
โรงแรมที่อยู่ห่างจากสถานี JR ซัปโปโรเพียงเดินประมาณ 5 นาที ใกล้กันยังมีสวนพฤกษศาสตร์มหาวิทยาลัยฮอกไกโด ทำให้พักผ่อนได้อย่างสงบในสภาพแวดล้อมที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์
เป็นโรงแรมสูง 22 ชั้น มีห้องพักทั้งหมด 493 ห้อง พร้อมห้องหลายประเภทจาก 5 ระดับให้เลือก
จากห้องพักที่จัดวางไว้ทั้งฝั่งเหนือและใต้ของอาคารสามารถมองเห็นทิวทัศน์ซัปโปโรได้อย่างกว้างไกล และห้องพักชั้นสูงยังชมวิวกลางคืนที่สวยงามได้อีกด้วย

4. ซัปโปโรแกรนด์โฮเทล
โรงแรมเก่าแก่ที่เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1934 ในฐานะโรงแรมสไตล์ตะวันตกอย่างแท้จริงแห่งแรกของฮอกไกโด และต้อนรับผู้เข้าพักด้วยจิตวิญญาณแห่งการบริการเป็นอันดับแรก
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโรบนถนนใหญ่ที่มีต้นไม้เรียงรายสวยงาม ทำเลจึงยอดเยี่ยมมาก
เดินทางสะดวกทั้งจากสถานี JR ซัปโปโรและรถไฟใต้ดิน อีกทั้งยังเชื่อมตรงกับทางเดินใต้ดินหน้าสถานีซัปโปโร ทำให้เดินทางจากสถานีมาถึงโรงแรมได้อย่างสบายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ

5. โจซังเค วิว โฮเทล
สปารีสอร์ตขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของฮอกไกโด ตั้งอยู่ในโจซังเค ห่างจากใจกลางเมืองซัปโปโรโดยรถยนต์ประมาณ 1 ชั่วโมง
มีทั้งอาคารหลักและอาคารใหม่ พร้อมห้องพักหลากหลายประเภท เช่น ห้องสไตล์ญี่ปุ่น ห้องสไตล์ตะวันตก ห้องผสมญี่ปุ่น-ตะวันตก และคอร์เนอร์สวีต
บุฟเฟต์ที่เรียงรายด้วยอาหารประมาณ 60 ชนิดซึ่งเน้นวัตถุดิบตามฤดูกาลของฮอกไกโดก็ได้รับความนิยมอย่างมาก
มื้อเช้ามีเมนู “ข้าวหน้าตามใจยามเช้า” ที่สามารถตักอาหารทะเลอย่างไข่ปลาแซลมอนและแซลมอนได้ในปริมาณที่ชอบ
อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ไม่ควรพลาดคือห้องอาบน้ำรวมวิวพาโนรามา “เซเท็น” ที่มองเห็นทิวทัศน์ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของโจซังเคได้อย่างเต็มตา

บทความแนะนำสำหรับคนที่อยากรู้จักที่พักในซัปโปโรให้มากขึ้น
ถ้าคุณพิถีพิถันเรื่องที่พักในซัปโปโร ลองดูบทความนี้ที่แนะนำที่พักตามประเภทและตามรูปแบบการเดินทาง
แล้วเลือกแบบที่เหมาะกับทริปของคุณได้เลย
เลือกไม่ถูกก็เอานี่เลย! 5 ของฝากยอดนิยมและคลาสสิกจากซัปโปโร
พอเที่ยวซัปโปโรจนเต็มอิ่มแล้ว หลายคนก็คงอยากหาของอร่อยกลับไปฝากกันต่อ
ถ้าไม่อยากพลาดกับการเลือกของฝาก ลองเลือกจากลิสต์ของฝากยอดนิยมและขายดีที่จะแนะนำต่อไปนี้
1. ISHIYA “ชิโรอิ โคอิบิโตะ”
“ชิโรอิ โคอิบิโตะ” เป็นขนมขึ้นชื่อของฮอกไกโดที่แทบทุกคนในญี่ปุ่นรู้จัก เดิมทีบริษัทอิชิยะเซกะซึ่งเคยผลิตขนมโบราณ ได้เริ่มหันมาผลิตขนมตะวันตกระดับพรีเมียมโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพจากฮอกไกโด จนกลายมาเป็นจุดกำเนิดของสินค้านี้
แม้เวลาจะผ่านมามากกว่า 40 ปีนับจากเริ่มวางจำหน่าย แต่ก็ยังคงเป็นของฝากคลาสสิกจากฮอกไกโดที่ได้รับความนิยมอย่างมั่นคง

2. ร็อกกะเท “มารุเซ บัตเตอร์แซนด์”
สินค้าขายยาวนานของ “ร็อกกะเท” ผู้ผลิตขนมเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1933 และยึดแนวคิด “สร้างขนมทานเล่นที่อร่อยได้ทุกวันในราคาที่จ่ายไหว” มาโดยตลอด
นับตั้งแต่เริ่มจำหน่ายในปี ค.ศ. 1977 ขนมนี้ก็ยังคงได้รับความรักในฐานะของฝากคลาสสิกจากฮอกไกโด ด้วยรสชาติที่กินได้ไม่เบื่อ
ตัวขนมเป็นบิสกิตอบจากแป้งสาลีสูตรเฉพาะ ให้สัมผัสกรอบหอม สอดไส้ครีมพิเศษที่ผสมไวต์ช็อกโกแลต ลูกเกด และเนยที่ทำจากนมดิบฮอกไกโด 100%

3. “นามะช็อกโกแลต” ของรอยซ์
ROYCE’ หรือ รอยซ์ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1983 ที่เขตฮิงาชิ เมืองซัปโปโร ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างช็อกโกแลตที่ไม่แพ้ต้นตำรับยุโรป
ปัจจุบันเมนูซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมั่นคงในฐานะผู้ผลิตช็อกโกแลตจากฮอกไกโดก็คือ “นามะช็อกโกแลต” นี้เอง
ต่างจากช็อกโกแลตทั่วไปที่ตอนเสิร์ฟยังคงแข็งตัวและค่อยละลายในปาก ช็อกโกแลตสดของรอยซ์มีสัมผัสนุ่มและละลายลื่นเป็นพิเศษ
เคล็ดลับอยู่ที่การเติมครีมสดและเหล้าสไตล์ตะวันตกลงในเนื้อช็อกโกแลตอย่างเต็มที่ก่อนปรุงให้เสร็จ

4. Calbee “จากะพ็อคคุรุ รสเกลือโอค็อตสค์”
“จากะพ็อคคุรุ” เป็นขนมขบเคี้ยวจากบริษัท Calbee ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวชั้นนำของญี่ปุ่น
ผลิตที่โรงงานชิโตเสะในฮอกไกโด และจำหน่ายหลัก ๆ ในฮอกไกโด จึงเป็นของฝากยอดนิยมของภูมิภาคนี้
ชื่อนี้มาจากการผสมคำว่า “มันฝรั่ง” กับ “โคโรโป๊กคุรุ” ภูตตัวเล็กในตำนานของชนพื้นเมืองไอนุ

5. คิตะคาโร “โอคากิบุกเบิกฮอกไกโด”
สินค้าขายยาวนานของ “คิตะคาโร” ที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำขนมจากวัตถุดิบฮอกไกโดอย่างพิถีพิถัน
โอคากิที่คัดสรรของล้ำค่าจากทะเลฮอกไกโดและใช้วัตถุดิบคุณภาพ ปัจจุบันมีให้เลือกทั้งหมด 10 รสชาติ
มีทั้งปลาหมึกจากฮาโกดาเตะ กุ้งหวานจากมาชิเกะ แซลมอนฤดูใบไม้ร่วงจากชิเบ็ตสึ หอยเชลล์จากเอซาชิ คอมบุจากเอริโมะ หมึกยักษ์ยานางิดาโกะจากชิรานุกะ และไข่ปลาคอดจากโคโจฮามะ ชิราโออิ ส่วนอีก 3 รายการเป็นสินค้าแบบจำกัดช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมเช่นกัน

เทศกาลและอีเวนต์แนะนำในซัปโปโรแยกตามฤดูกาล
ถ้าอยากให้ทริปซัปโปโรมีอะไรน่าจดจำเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ลองเช็กช่วงอีเวนต์ไว้ด้วยก็ดี
ในเมืองนี้มีงานใหญ่ของฮอกไกโดจัดอยู่ตลอดแต่ละฤดูกาล และถ้าช่วงเวลาเดินทางตรงกันก็น่าแวะไปสัมผัสดูมาก
ฤดูใบไม้ผลิ: เทศกาลไลแลคซัปโปโร
เทศกาลไลแลคซัปโปโรเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1959 จากการริเริ่มของกลุ่มบุคคลในวงการวัฒนธรรม
เทศกาลนี้จัดขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อจัดกิจกรรมที่อบอวลด้วยกลิ่นอายทางวัฒนธรรมในช่วงที่ดอกไลแลคซึ่งได้รับเลือกให้เป็นต้นไม้ประจำเมืองซัปโปโรกำลังบาน และนับแต่นั้นมาก็หยั่งรากในหมู่ชาวเมืองในฐานะเทศกาลที่บอกการมาถึงของต้นฤดูร้อนในซัปโปโร
โดยมีสถานที่หลักคือบริเวณโอโดริที่มีดอกไลแลคราว 400 ต้นบานสะพรั่ง พร้อมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น คอนเสิร์ตบนเวทีไลแลคสปริง การปลูกต้นไลแลค พิธีชงชาแบบโนดาเตะ และสแตมป์แรลลี่

ฤดูร้อน: เทศกาลฤดูร้อนซัปโปโร
เทศกาลฤดูร้อนขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของฮอกไกโดที่จัดขึ้นทุกปีตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม โดยมีสวนโอโดริใจกลางซัปโปโรเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมหลากหลาย
ไฮไลต์สำคัญที่สุดคือเบียร์การ์เดนขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นที่ปรากฏขึ้นในสวนโอโดริ โดยมีผู้ผลิตเบียร์ชื่อดังจากญี่ปุ่นและต่างประเทศมาออกบูธใน 6 โซนของสวน
คุณจะได้ลิ้มลองเบียร์หลากหลายทั้งเบียร์ 4 แบรนด์ใหญ่ของญี่ปุ่น คราฟต์เบียร์จากฮอกไกโด เบียร์เยอรมัน และเบียร์จากหลายประเทศทั่วโลก พร้อมเมนูที่เข้ากับเบียร์ซึ่งใช้วัตถุดิบท้องถิ่น

ฤดูใบไม้ร่วง: เทศกาลซัปโปโรออทัมเฟสต์
อีเวนต์อาหารที่มีธีมหลักคือ “อาหารแห่งฮอกไกโดและซัปโปโร” ซึ่งโดยปกติจะมีผู้มาเยือนราว 2 ล้านคนทุกปี
จัดขึ้นใน 7 โซนของสวนโอโดริใจกลางซัปโปโร ตลอดระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร และมีร้านออกบูธรวมประมาณ 300 ร้าน
เมนูที่นำเสนอมีความหลากหลาย ทั้งสินค้าเด่นจากเมืองต่าง ๆ ในฮอกไกโด เบียร์ สาเกท้องถิ่น ไวน์ และจานพิเศษจากเชฟร้านดังในซัปโปโร

ฤดูหนาว: เทศกาลหิมะซัปโปโร
เทศกาลหิมะและน้ำแข็ง “เทศกาลหิมะซัปโปโร” เป็นหนึ่งในเทศกาลหิมะระดับโลก โดยเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1950 เมื่อกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายในท้องถิ่นสร้างประติมากรรมหิมะ 6 ชิ้นที่สวนโอโดริ
ปัจจุบันจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ณ 3 สถานที่ ได้แก่ โอโดริ ซูซูกิโนะ และสึโดมุ
เป็นอีเวนต์ใหญ่ประจำฤดูหนาวของซัปโปโรที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีผู้มาเยือนจากทั้งในและต่างประเทศประมาณ 2 ล้านคน

5 เรื่องที่ควรระวังเมื่อเที่ยวซัปโปโร
ก่อนออกเที่ยวให้เต็มที่ มี 5 เรื่องที่อยากให้รู้ไว้ล่วงหน้าเกี่ยวกับซัปโปโร
โดยเฉพาะในฤดูหนาว สภาพแวดล้อมที่นี่ต่างจากภูมิภาคหลักของญี่ปุ่นพอสมควร ถ้าไม่รู้ข้อมูลไว้ก่อนก็อาจเจอปัญหาที่ไม่คาดคิดได้
อ่านไว้สักหน่อย จะช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้นมาก
1. ซัปโปโรในฤดูหนาวหนาวกว่าที่คิด
ฤดูหนาวของซัปโปโรหนาวจัดกว่าที่ผู้มาเยือนครั้งแรกมักจินตนาการไว้มาก
ช่วงกลางฤดูหนาวมีหลายวันที่อุณหภูมิติดลบ และแม้ในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำกว่า 0°C ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
อุณหภูมิเฉลี่ยของซัปโปโรในช่วงธันวาคมถึงกุมภาพันธ์มีดังนี้
- ธันวาคม
- -0.7°C
- มกราคม
- -4.4°C
- กุมภาพันธ์
- -2.7°C
เมื่อมีลมพัด อุณหภูมิที่ร่างกายรับรู้จะยิ่งต่ำลง และแม้อยู่กลางแจ้งเพียงไม่นานร่างกายก็เย็นลงได้ง่าย
หากไม่อยากหมดแรงเพราะความหนาวระหว่างเที่ยว การเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวถือว่าสำคัญมาก
นอกจากแจ็กเก็ตดาวน์หรือเสื้อโค้ตหนาแล้ว ก็ควรเตรียมถุงมือ ผ้าพันคอ และที่ปิดหูไว้ด้วย

2. ฤดูหนาวถนนลื่นจากน้ำแข็งเกาะและหิมะสะสม
ในฤดูหนาวของซัปโปโร พื้นถนนจะลื่นมากจากผลกระทบของหิมะสะสมและน้ำแข็งเกาะพื้น
โดยเฉพาะถนนที่เป็นน้ำแข็งหรือทางที่หิมะถูกเหยียบอัดแน่น ผู้ที่ไม่คุ้นกับการเดินบนหิมะยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ
หลายจุดดูภายนอกแล้วอาจไม่รู้ว่าลื่น จึงอาจเกิดการบาดเจ็บไม่คาดคิดได้หากเดินเหมือนปกติ
วิธีช่วยลดการล้มคือเดินก้าวสั้น ๆ และวางฝ่าเท้าทั้งหมดให้สัมผัสพื้น
พยายามอย่าหยุดกะทันหันหรือเปลี่ยนทิศกะทันหัน และค่อย ๆ ถ่ายน้ำหนักอย่างระมัดระวัง
บริเวณทางม้าลาย ทางแยก และหน้าทางเข้าอาคารมักลื่นเป็นพิเศษ จึงควรเดินด้วยความระวังมากขึ้น
ควรหลีกเลี่ยงรองเท้าผ้าใบ และเตรียมรองเท้ากันลื่นหรือรองเท้าบูตหิมะแทน

3. บนถนนหิมะลากกระเป๋าเดินทางได้ยาก
การลากกระเป๋าเดินทางบนถนนที่มีหิมะสะสมนั้นลำบากกว่าที่คิดมาก
ล้อกระเป๋ามักจมลงในหิมะได้ง่าย และแม้บนถนนที่มีการกวาดหิมะแล้ว ก็ยังมักมีระดับพื้นต่างกันจากหิมะแข็งตัว
เพราะฉะนั้น หากเที่ยวซัปโปโรในฤดูหนาว กระเป๋าเป้จึงเป็นตัวเลือกที่แนะนำมากกว่า
ไม่เพียงเคลื่อนที่สะดวก แต่ยังช่วยทรงตัวได้ง่ายกว่าเมื่อเกือบล้ม
หากจำเป็นต้องใช้กระเป๋าเดินทางจริง ๆ ควรเลือกแบบฮาร์ดเคสที่มีล้อขนาดค่อนข้างใหญ่

4. ทางเดินใต้ดินกว้างมากและหลงง่าย
ในเมืองซัปโปโรมีเครือข่ายทางเดินใต้ดินขนาดใหญ่ที่เชื่อมระหว่างสถานีซัปโปโร โอโดริ และซูซูกิโนะเข้าด้วยกัน
ข้อดีใหญ่คือช่วยให้เดินทางได้โดยหลบหิมะและอากาศหนาว
แต่อีกด้านหนึ่ง สำหรับผู้ใช้ครั้งแรก ที่นี่ก็เป็นพื้นที่ที่หลงได้ง่ายเช่นกัน
ทางเดินใต้ดินมีทางแยกมาก และแม้จะอยู่ในโซนเดียวกัน ตำแหน่งทางออกก็อาจต่างกันมาก
หากขึ้นสู่พื้นดินโดยไม่รู้ว่าทางออกไหนใกล้จุดหมายที่สุด อาจต้องเดินมากกว่าที่คิด
นอกจากนี้ แม้จะเชื่อมถึงกันใต้ดิน แต่ระยะจากสถานีซัปโปโรไปโอโดริและซูซูกิโนะก็ยังค่อนข้างไกล
หากเดิน อาจใช้เวลามากกว่าที่คิด จึงควรพิจารณาใช้ขนส่งสาธารณะร่วมด้วย

5. ช่วงอีเวนต์ใหญ่ โรงแรมมักเต็มและราคาสูงขึ้นง่าย
ซัปโปโรมีอีเวนต์ขนาดใหญ่ตลอดทั้งปี จึงทำให้ช่วงจัดงานที่พักมักเต็มได้ง่าย
ในช่วงเทศกาลโยซาโคอิโซรันและเทศกาลฤดูร้อนซัปโปโรในหน้าร้อน เทศกาลซัปโปโรออทัมเฟสต์ในฤดูใบไม้ร่วง และเทศกาลหิมะซัปโปโรในฤดูหนาว ราคาที่พักมักสูงขึ้น และในใจกลางเมืองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเต็มต่อเนื่อง
หากมีแผนไปช่วงจัดอีเวนต์ การจองที่พักล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ ถือว่าสำคัญมาก
ถ้ายังไม่กำหนดวันแน่นอน การวางแผนเลี่ยงช่วงอีเวนต์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เที่ยวซัปโปโรได้สบายยิ่งขึ้น

แผนที่สถานที่ท่องเที่ยว อาหาร ช้อปปิ้ง และที่พักยอดนิยมในซัปโปโร
ถ้าอยากเห็นภาพรวมของซัปโปโรให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองดูแผนที่ด้านล่างนี้ได้เลย
สถานที่ห้ามพลาด ร้านอร่อย แหล่งช้อปปิ้ง และที่พักที่แนะนำมาทั้งหมดถูกรวมไว้พร้อมตำแหน่งคร่าว ๆ เพื่อช่วยให้วางแผนทริปได้สะดวกขึ้น
เที่ยวเช้าเย็นกลับได้! 3 แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฮอกไกโดที่ควรไปคู่กับซัปโปโร
ถ้ามีเวลาเพิ่มจากทริปในซัปโปโรอีกหน่อย การออกไปเที่ยวเมืองใกล้ ๆ แบบเช้าเย็นกลับก็น่าสนใจมาก
ต่อจากนี้เราจะพาไปรู้จักแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฮอกไกโดที่เดินทางจากซัปโปโรได้ภายใน 2 ชั่วโมง
“โอตารุ” เมืองที่เต็มอิ่มได้ทั้งบรรยากาศย้อนยุคและวิวกลางคืนแสนสวย
“โอตารุ” มีชื่อเสียงจากทิวทัศน์ชวนย้อนอดีตของคลองโอตารุ และสามารถนั่งรถไฟจากสถานีซัปโปโรไปได้ภายในไม่ถึง 1 ชั่วโมง จึงเหมาะกับทริปเช้าเย็นกลับด้วย
วิธีเที่ยวแบบคลาสสิกคือเดินเล่นเลียบคลองโอตารุพร้อมแวะร้านค้าและร้านอาหารต่าง ๆ
หากไปเที่ยวจากซัปโปโรแบบวันเดียว อย่าพลาดวิวกลางคืนของโอตารุที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในวิวกลางคืนสวยที่สุดของฮอกไกโด
ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มพลบค่ำ บรรยากาศย้อนยุคจะยิ่งเด่นชัดขึ้น และน่าจะทำให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของโอตารุได้มากยิ่งกว่าเดิม

“อาซาฮิคาวะ” เมืองที่มีทั้งสถานที่หลากหลายและวิวสวยเป็นไฮไลต์
“อาซาฮิคาวะ” เป็นอีกเมืองที่ผสานความเป็นเมืองเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัวเช่นเดียวกับซัปโปโร และเดินทางจากสถานีซัปโปโรได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
นอกจากสวนสัตว์อาซาฮิยามะที่มีชื่อเสียงระดับประเทศแล้ว ยังมีสถานที่น่าสนใจมากมาย เช่น “อุเอโนะฟาร์ม” สวนดอกไม้สวยงาม และ “พิพิธภัณฑ์เมืองอาซาฮิคาวะ” ที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวไอนุได้
ยังมีจุดชมวิวสวย ๆ อีกหลายแห่ง เช่น “เนินชูจิสึ” ที่มักใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละคร และ “จุดชมวิวอาราชิยามะ” ที่มองเห็นเมืองอาซาฮิคาวะได้แบบพาโนรามา
หากมาเที่ยวอาซาฮิคาวะ ก็อยากให้ลองราเม็งอาซาฮิคาวะด้วยเช่นกัน

“โนโบริเบ็ตสึ” เมืองที่มีเสน่ห์ทั้งออนเซ็นและภูมิทัศน์ราวกับนรก
“โนโบริเบ็ตสึ” อยู่ห่างจากสถานีซัปโปโรเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีด้วยรถด่วนพิเศษโฮคุโตะ
เป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงจากออนเซ็นที่มีปริมาณน้ำมากและมีคุณสมบัติน้ำพุร้อนหลากหลาย รวมถึงทิวทัศน์คล้ายแดนนรกจากบ่อน้ำพุกำมะถันที่พวยพุ่งขึ้นมา
มีทั้งบ่อแช่เท้าและออนเซ็นแวะรายวันจำนวนมาก จึงสามารถเพลิดเพลินกับโนโบริเบ็ตสึออนเซ็นได้แม้ไปเช้าเย็นกลับ
แน่นอนว่าถ้ามีเวลา การค้างคืนที่โนโบริเบ็ตสึแล้วตระเวนเที่ยวจุดเด่นอย่างหุบเขานรกและโอยุนุมะก็น่าสนใจมากเช่นกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวซัปโปโร
Q
หิมะที่ซัปโปโรตกตั้งแต่เมื่อไรถึงเมื่อไร?
โดยมากจะตกตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนมีนาคม แต่บางปีก็อาจมีหิมะตกในเดือนเมษายนด้วย
Q
จากซัปโปโรไปฮาโกดาเตะใช้เวลานานแค่ไหน?
หากต่อรถไฟจากสถานีซัปโปโรจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 50 นาที และแม้ใช้เครื่องบินก็ยังใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที
Q
เที่ยวซัปโปโรโดยไม่มีรถได้ไหม?
ได้ โดยพื้นฐานแล้วสามารถเที่ยวได้แม้ไม่มีรถ เพราะมีระบบขนส่งอย่างรถไฟใต้ดินและรถโดยสารประจำทางที่ค่อนข้างพร้อม
บทสรุป
สำหรับคนที่กำลังเตรียมเที่ยวซัปโปโรครั้งแรก บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญไว้ค่อนข้างครบแล้ว
หากลองนำไปใช้วางแผนทริป คุณก็น่าจะได้สัมผัสเสน่ห์ของซัปโปโรได้อย่างเต็มที่มากขึ้น
และถ้ามีแผนจะเที่ยวพื้นที่อื่นของฮอกไกโดนอกเหนือจากซัปโปโรด้วย ลองดูบทความด้านล่างที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวในฮอกไกโดไว้เพิ่มเติมได้