
สัมผัสธรรมชาติยิ่งใหญ่และประวัติศาสตร์อันยาวนาน! 14 ที่เที่ยวซากะที่คัดมาแล้ว
ซากะเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งโบราณสถาน ออนเซ็น และจุดชมวิวสวยๆ
ไม่ว่าจะเป็นแหล่งโบราณคดีโยชิโนะงาริ ถ้ำที่ให้สัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ หรือออนเซ็นคุณภาพดีที่ขึ้นชื่อ ซากะมีไฮไลต์ให้เที่ยวเยอะมาก และเพราะติดทะเล 2 ฝั่งคือทะเลเก็นไคกับทะเลอาริอาเกะ จึงมีวัตถุดิบจากทะเลอุดมสมบูรณ์ อาหารทะเลก็ห้ามพลาด
เราคัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปสำหรับคนที่มาเที่ยวจังหวัดซากะครั้งแรกมาแนะนำ
ลองใช้ข้อมูลในบทความนี้เป็นไอเดียวางแผนทริป เที่ยวซากะให้สนุกได้แบบเต็มที่
ซากะเป็นสถานที่แบบไหน?
จังหวัดซากะตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของคิวชู
ด้านเหนือเป็นทะเลเก็นไค ด้านใต้เป็นทะเลอาริอาเกะ โอบล้อมด้วยทะเลทั้งสองฝั่ง อีกทั้งยังมีภูเขามาก ทำให้เป็นพื้นที่ที่อุดมด้วยธรรมชาติ
มีวิวสวยที่ควรไปเห็นด้วยตาตัวเอง เช่น “นิจิโนะมัตสึบาระ” แนวป่าสนที่เรียงตัวเหมือนโค้งรุ้ง และ “นานัตสึกามะ” หน้าผาที่เกิดจากคลื่นลมแรงของทะเลเก็นไคกัดเซาะยาวนานหลายปี
อีกหนึ่งจุดดังคือ “แหล่งโบราณคดีโยชิโนะงาริ” ที่ยังคงร่องรอยยุคยาโยอิ ทำให้สัมผัสภาพญี่ปุ่นในยุคก่อนคริสตกาลได้
นอกจากนี้ ซากะยังมีออนเซ็นเก่าแก่ และเครื่องปั้นดินเผาที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก จึงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีไฮไลต์ครบ
อีกเสน่ห์คืออาหารท้องถิ่นที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
ทั้งซีฟู้ดสดๆ เนื้อซากะแบรนด์ดัง และสาเกขึ้นชื่อของแหล่งปลูกข้าว ลองแวะมาชิมให้ได้เมื่อมาเยือนซากะ

ฤดูท่องเที่ยวที่แนะนำในซากะคือช่วงไหน?
ซากะมีทั้งทะเลและภูเขา จึงแนะนำให้มาในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่ได้ชมวิวธรรมชาติสวยๆ
ถ้ามาในฤดูใบไม้ผลิ ห้ามพลาดจุดชมซากุระที่มีราว 2,000 ต้นบานสะพรั่ง
สายออนเซ็นแนะนำให้มาในฤดูใบไม้ร่วง เพื่อแช่ออนเซ็นชิลๆ พร้อมชมใบไม้เปลี่ยนสี
ตัวอย่างการแต่งตัวในซากะแต่ละฤดู
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): แจ็กเก็ตบาง และสเวตเตอร์บางๆ
ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบาง เสื้อแขนสั้น
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบางๆ โค้ต
ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต สเวตเตอร์หนาๆ หรือแจ็กเก็ต
เดินทางไปซากะอย่างไร?
ซากะมีสนามบินนานาชาติซากะ หากนั่งเครื่องบินจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาทีจากสนามบินฮาเนดะ (โตเกียว)
มีเที่ยวบินระหว่างประเทศด้วย จึงเดินทางจากต่างประเทศได้สะดวก
จากโอซาก้า สามารถนั่งชินคันเซ็นใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง
การเดินทางหลักในการเที่ยวซากะ
การเดินทางหลักในซากะคือรถไฟ JR และรถบัส
เวลาเที่ยวตามจุดต่างๆ ให้ใช้รถไฟ JR และรถบัสเป็นหลัก ส่วนสถานที่ที่ไปไม่ถึงด้วยสองอย่างนี้ แนะนำให้นั่งแท็กซี่
มาเที่ยวซากะต้องไม่พลาด! 14 ที่เที่ยวที่คัดมาแล้ว
ซากะมีไฮไลต์มากมาย ทั้งศาลเจ้าและวัดเก่าแก่ รวมถึงวิวธรรมชาติสวยๆ
ถ้ามาเที่ยวซากะ “นิจิโนะมัตสึบาระ” ที่เป็นจุดชมวิวระดับประเทศ และ “นานัตสึกามะ” ที่เป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของชาติ คือสถานที่ที่ควรไปให้ได้
“สวนประวัติศาสตร์โยชิโนะงาริ” ที่ได้สัมผัสวิถีชีวิตญี่ปุ่นก่อนคริสตกาลก็พลาดไม่ได้เช่นกัน
นอกจากนี้ยังสามารถเที่ยวออนเซ็นแบบสบายๆ ที่ทาเคโอะออนเซ็นและอุเรชิโนะออนเซ็น ซึ่งเป็นหนึ่งใน “ออนเซ็นเพื่อผิวสวย” ระดับท็อปของญี่ปุ่น
ต่อไปนี้คือที่เที่ยวเด่นๆ ในซากะที่เราอยากให้คุณแวะไป
1. สวนประวัติศาสตร์โยชิโนะงาริ
โบราณสถานพิเศษของชาติ
เป็นแหล่งโบราณคดียุคยาโยอิ (ศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล–ศตวรรษที่ 3) ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น มีพื้นที่รวม 117 เฮกตาร์
ค้นพบจากการขุดสำรวจตั้งแต่ปี 1986

2. ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ
ศาลเจ้าที่ถูกนับรวมเป็น “อินาริ 3 อันดับของญี่ปุ่น” ร่วมกับศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ (เกียวโต) และศาลเจ้าคาซามะอินาริ (อิบารากิ)
ก่อตั้งในปีโจเคียว 4 (1687) เมื่อมังชิฮิเมะ ฮานาซาโนะอิน เจ้าหญิงผู้เป็นภรรยาของท่านนาเบชิมะ นาโทโมะ ไดเมียวแคว้นฮิเซ็นคาชิมะ เดินทางจากเกียวโตมาพิธีสมรส และได้อัญเชิญเทพอินาริที่เคยเป็นศาลอธิษฐานของราชสำนักมาประดิษฐาน

3. ปราสาทคารัตสึ
สร้างโดยเทราซาวะ ฮิโรทากะ ไดเมียวคนแรกแห่งแคว้นคารัตสึ ซึ่งเคยเป็นขุนนางของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ เริ่มสร้างในปีเคโจ 7 (1602) และใช้เวลาสร้าง 7 ปีจึงแล้วเสร็จ
การสร้างปราสาทได้รับความช่วยเหลือจากไดเมียวหลายแคว้นในคิวชู และมีคำเล่าว่าได้ใช้วัสดุบางส่วนจากการรื้อปราสาทนาโกย่า (เมืองคารัตสึ) ด้วย
เพราะแนวป่าสนที่ทอดยาวออกไปทางตะวันออกและตะวันตกดูคล้ายปีกนกกระเรียน จึงมีอีกชื่อว่า “ปราสาทไมซึรุ”

4. สวนมิฟุเนะยามะระคุเอน
สวนที่สร้างขึ้นในปีโคคะ 2 (1845) โดยนาเบชิมะ ชิเงโยชิ เจ้าเมืองทาเคโอะรุ่นที่ 28 แห่งแคว้นนาเบชิมะ ใช้เวลาสร้าง 3 ปี โดยยืมทิวทัศน์หน้าผาของภูเขามิฟุเนะยามะซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทาเคโอะเป็นฉากหลัง
เป็นสวนแบบเดินชมรอบสระ (Chisen-kaiyushiki) มีสระน้ำใหญ่ และพื้นที่กว้างราว 150,000 สึโบะ หรือประมาณ 10 เท่าของโตเกียวโดม

5. นิจิโนะมัตสึบาระ
แนวป่าสนที่ทอดยาวริมอ่าวคารัตสึ เรียงตัวเป็นโค้งเหมือนสายรุ้ง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “จุดชมวิวพิเศษของชาติ”
เริ่มจากการปลูกเป็นป่ากันลมและกันคลื่นโดยเทราซาวะ ฮิโรทากะ ไดเมียวคนแรกแห่งแคว้นคารัตสึ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันยาวประมาณ 4.5 กม. กว้างประมาณ 500 ม. มีสนดำขึ้นเป็นกลุ่มราว 1 ล้านต้น
ปัจจุบันถูกนับเป็นหนึ่งใน “3 ป่าสนชื่อดังของญี่ปุ่น” ร่วมกับมิโฮโนะมัตสึบาระ และเคฮิโนะมัตสึบาระ

6. ทาเคโอะออนเซ็น
เมืองออนเซ็นเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน 1,300 ปี และถูกบันทึกชื่อไว้ใน “ฮิเซ็นคุนิฟุโดกิ” ที่เรียบเรียงในสมัยนารา
มีตำนานว่าเป็นจุดกำเนิดจากการที่จักรพรรดินีจิงกูใช้ด้ามหอกแทงจนเกิดน้ำพุร้อนผุดขึ้น ระหว่างเดินทางกลับจากการยกทัพไปคาบสมุทรเกาหลี

7. นานัตสึกามะ
นานัตสึกามะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของชาติ
เป็นจุดชมวิวที่เกิดจากหินบะซอลต์ที่ยื่นออกสู่ทะเล ถูกคลื่นลมแรงของทะเลเก็นไคกัดเซาะเป็นเวลายาวนาน
บริเวณหน้าผาถูกคว้านลึก และมีถ้ำเรียงกัน 7 แห่งตามชื่อ
โพรงที่ใหญ่ที่สุดกว้าง 3 ม. ลึก 110 ม. และสามารถชม “เสาหินหกเหลี่ยม” (Columnar joints) ลวดลายที่เกิดจากลาวาเย็นตัวและแข็งตัวจนหินเรียงเป็นแนวเสาอย่างเป็นระเบียบ

8. ศาลเจ้าโฮโต
ศาลเจ้าบนเกาะเล็กๆ “ทาคาชิมะ” ที่ลอยอยู่ในอ่าวคารัตสึ
สร้างขึ้นเพื่อสักการะโนซากิ โอกิโนคามิ ทสึนายoshi ผู้ปราบโจรสลัดที่เคยอาละวาดบนเกาะและปกป้องเกาะไว้เมื่อราว 450 ปีก่อน
ตั้งแต่ยุคเฮเซ ผู้คนเริ่มมาขอพรเรื่องโชคลาภมากขึ้นเพราะชื่อเป็นมงคล และเมื่อมีผู้แสวงบุญถูกรางวัลล็อตเตอรี่มูลค่าสูง ศาลเจ้านี้จึงเป็นที่รู้จักทั่วประเทศในฐานะ “ศาลเจ้าขอลอตเตอรี่ถูก”

9. ห้องสมุดเมืองทาเคโอะ・พิพิธภัณฑ์เอกสารประวัติศาสตร์
ห้องสมุดสไตล์ใหม่ที่มีทั้ง “ร้านหนังสือ TSUTAYA” สำหรับซื้อหนังสือ นิตยสาร และของใช้雑貨 รวมถึงคาเฟ่ในตัว อาคารภายในกว้างขวางอบอุ่นด้วยงานไม้ และการจัดวางหนังสือที่เรียงสูงถึงเพดานชั้น 2 เป็นภาพที่น่าประทับใจ

10. โทริอิกลางทะเลของศาลเจ้าโอวโอะ
เมืองทาระหันหน้าออกสู่ทะเลอาริอาเกะที่มีความต่างระดับน้ำขึ้นน้ำลงมาก
“โทริอิกลางทะเลของศาลเจ้าโอวโอะ” เป็นภาพโทริอิ 3 เสาตั้งเรียงกันในทะเลยามน้ำขึ้น จนได้บรรยากาศเหมือนฝัน และกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

11. แหลมฮาโดะ
แหลมเล็กๆ ที่ยื่นออกจากคาบสมุทรฮิงาชิมัตสึอุระ เป็นจุดดังสำหรับชมวิวทะเลเก็นไคแบบพาโนรามา พร้อมรับลมทะเลบนลานหญ้า
อยู่ในอุทยานกึ่งแห่งชาติ “เก็นไค” ที่กระจายตัวทางตะวันตกเฉียงเหนือของคิวชู มีกิจกรรมให้ทำครบ ทั้งเดินป่า แคมป์ปิ้ง และเล่นน้ำทะเล

12. อุเรชิโนะออนเซ็น
เมืองน้ำพุร้อนที่ถูกบันทึกไว้ใน “ฮิเซ็นฟุโดกิ” ว่า “มีน้ำพุร้อนอยู่ทางตะวันออก รักษาโรคของผู้คนได้ดี”
สมัยเอโดะเคยคึกคักในฐานะเมืองพักแรมบนเส้นทางนางาซากิไคโด ปัจจุบันถูกนับเป็นหนึ่งใน “ออนเซ็นเพื่อผิวสวย 3 อันดับของญี่ปุ่น” ร่วมกับออนเซ็นฮิโนะคามิ (จังหวัดชิมาเนะ) และออนเซ็นคิซึเรกาวะ (จังหวัดโทจิงิ)
น้ำแร่ไบคาร์บอเนตที่มีโซเดียมสูงและมีความลื่น ช่วยชะล้างความมันและสิ่งคัดหลั่งออก ทำให้ผิวลื่นเหมือนผลัดผิว จึงได้รับความนิยมมาก

13. นาขั้นบันไดฮามาโนะอุระ
“นาขั้นบันไดฮามาโนะอุระ” แผ่กว้างในหุบเขาที่ถูกกัดเซาะซึ่งเกิดจากแม่น้ำฮามาโนะอุระยาวประมาณ 2 กม. ไหลลงสู่ชายฝั่งฮามาโนะอุระ
มีนารวม 283 แปลงเรียงซ้อนกันตามเส้นโค้งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น จึงถูกเรียกว่า “เซ็มไมดะ (นาพันแปลง)” หรือ “ไร่ขั้นบันได” ด้วย
ทิวทัศน์นาขั้นบันไดที่เหมือนบันไดไต่ขึ้นจากทะเล เปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล—ฤดูใบไม้ผลิมีดอกนาโนะฮานะ ฤดูใบไม้ร่วงมีดอกฮิกังบานะ และฤดูหนาวมีหิมะปกคลุม

14. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์อวกาศจังหวัดซากะ “ยูเมะกิงงะ”
พิพิธภัณฑ์ที่มีคอนเทนต์ครบ เพื่อกระตุ้นความสนใจด้านวิทยาศาสตร์อวกาศและเทคโนโลยีล้ำสมัย และเปิดประตูสู่ความอยากรู้อยากเห็น
โซน “ค้นพบโลก” โดดเด่นด้วยนิทรรศการที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และโปรแกรมแบบมีส่วนร่วมที่ให้เรียนรู้ความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์และโลก

อยากช้อปต้องที่นี่! 3 แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในซากะ
ถ้าอยากช้อปปิ้งใน “ซากะ” แนะนำให้ไปแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมที่เรากำลังจะแนะนำต่อไป
มีทั้งจุดที่ได้สัมผัสประสบการณ์ช้อปแบบฉบับซากะ และเอาต์เล็ตที่ช้อปได้ในราคาคุ้มๆ ให้ประสบการณ์ต่างกันคนละแบบ ลองแวะไปทั้งสองสไตล์ดู
1. ตลาดเช้าโยบูโกะ
โยบูโกะเป็นเมืองท่าที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆ ของญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยก่อน เคยรุ่งเรืองจากการล่าวาฬด้วย
“ตลาดเช้าโยบูโกะ” ที่จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยไทโช มีประวัติมากกว่า 100 ปี และถูกนับเป็นหนึ่งใน “3 ตลาดเช้าดังของญี่ปุ่น” ร่วมกับวาจิมะ (จังหวัดอิชิคาวะ) และทาคายามะ (จังหวัดกิฟุ)
บนถนนตลาดเช้ายาวประมาณ 200 ม. ใกล้ท่าเรือโยบูโกะ จะมีแผงลอยเกือบ 50 ร้านเรียงราย ตั้งแต่ 07:30 ถึง 12:00 บรรยากาศคึกคักน่าตื่นตา

2. โทสุ พรีเมียม เอาต์เล็ต
เอาต์เล็ตมอลล์ขนาดใหญ่ระดับตัวแทนของคิวชู รวมร้านแบรนด์ดังทั้งในและต่างประเทศประมาณ 170 ร้าน
ตัวอาคารออกแบบให้เหมือนบรรยากาศเมืองทางใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ โปร่งโล่งเหมือนได้ฟีลรีสอร์ต เดินช้อปได้เพลินๆ
มีห้องให้นมและสวนเครื่องเล่นสำหรับเด็ก จึงมาเที่ยวแบบครอบครัวได้สบายใจ

3. โคระคุคามะ
“อาริตะยากิ” งานหัตถกรรมดั้งเดิมของเมืองอาริตะ จังหวัดซากะ ที่มีประวัติราว 400 ปี เป็นเครื่องลายครามที่โดดเด่นด้วยพื้นขาวใสและลวดลายสีสันสดใส
แม้จะมีเตาอาริตะยากิจำนวนมาก แต่ “โคระคุคามะ” ที่ก่อตั้งมา 150 ปี เป็นเตาขนาดใหญ่ชื่อดังที่ไม่เพียงรักษาความดั้งเดิม แต่ยังสร้างผลงานที่ปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ด้วย

ที่พักแนะนำในซากะ 3 แห่ง
ขอแนะนำโรงแรมที่เหมาะสำหรับคนอยากเที่ยวซากะแบบเต็มอิ่ม
เราคัดมา 3 แบบที่สไตล์ต่างกัน เพื่อตอบโจทย์ทั้งความชอบ จุดประสงค์ และคนที่เดินทางด้วยในหลากหลายสถานการณ์
ทั้งหมดเป็นที่พักยอดนิยมที่ได้รีวิวดีจากผู้เข้าพัก พร้อมบริการครบทั้งการดูแลของพนักงานและอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ช่วยคลายเหนื่อย รับรองการเข้าพักที่สบาย
ถ้ายังไม่รู้จะพักที่ไหน ลองเลือกพักสักแห่งจากลิสต์นี้ได้เลย
1. โรงแรมมิฟุเนะยามะระคุเอน
โรงแรมที่ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของสวนเดินชมรอบสระ “มิฟุเนะยามะระคุเอน” ซึ่งสร้างขึ้นช่วงปลายสมัยเอโดะโดยนาเบชิมะ ชิเงโยชิ เจ้าเมืองทาเคโอะ
สามารถชมวิวอันงดงามที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล—ดอกไม้ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือหิมะ—โดยมีหน้าผาภูเขามิฟุเนะยามะเป็นฉากหลัง จากห้องพักและห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ เป็นต้น
ตัวอาคารหลักมีการปรับปรุงใหม่บางส่วน นอกจากห้องสไตล์เดิม
มีทั้งห้องพร้อมซาวน่าดีไซน์นอร์ดิก และห้องพักสไตล์โมเดิร์นที่ตัดความไม่จำเป็นออก เพื่อให้เพลิดเพลินกับธรรมชาตินอกหน้าต่างได้เต็มที่

2. โรงแรมคารัตสึ ซีไซด์
รีสอร์ตโรงแรมที่ขึ้นชื่อเรื่องวิว โดยมีอ่าวคารัตสึอันยิ่งใหญ่ทอดอยู่ตรงหน้า
ติดกับ “นิจิโนะมัตสึบาระ” หนึ่งในป่าสนดังของญี่ปุ่น ทำเลที่ได้ทั้งทะเลและสีเขียว จึงมีแฟนๆ จำนวนมาก
มีห้องพักให้เลือกหลากหลาย รวม 139 ห้อง ทั้งแบบตะวันตกและแบบผสมญี่ปุ่น-ตะวันตก พร้อมวิวทะเลเก็นไค

3. Fairfield by Marriott Saga Ureshino Onsen
“Fairfield by Marriott โครงการมิจิโนะเอกิ” แนวคิดการเดินทางรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้สนุกกับเสน่ห์ท้องถิ่นได้ลึกขึ้น
มีโรงแรมใกล้สถานีริมทาง (มิจิโนะเอกิ) ใน 14 จังหวัดทั่วประเทศ และ “Fairfield by Marriott Saga Ureshino Onsen” ที่ตั้งติดกับ “มิจิโนะเอกิ อุเรชิโนะมารุคุ” ก็เป็นหนึ่งในนั้น

ถ้าช่วงเวลาตรงกันควรไป! 3 อีเวนต์ยอดนิยมของซากะ
ซากะมีอีเวนต์จัดอยู่เสมอ และครั้งนี้เราคัดเฉพาะงานที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษมาแนะนำ
อีเวนต์ที่จะแนะนำมีทั้งงานที่ได้สัมผัสวัฒนธรรมแบบฉบับซากะ และเทศกาลบอลลูนระดับใหญ่ของเอเชีย เสน่ห์ต่างกันคนละแบบ แต่ถ้าไปเที่ยวช่วงที่จัดงาน พยายามหาโอกาสไปร่วมให้ได้
1. งานเซรามิกอาริตะ (Arita Tokiichi)
อีเวนต์ประจำที่จัดช่วง Golden Week ในแหล่งผลิตอาริตะยากิที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี
เริ่มต้นจากปี 1896 เมื่อร้านเครื่องปั้นในท้องถิ่นเริ่ม “เคลียร์สต็อก” ขายของคงคลังและสินค้านอกสเปก
กลายเป็นงานสำคัญในการสร้างสีสันให้เมืองอาริตะ และในปี 2024 จัดเป็นครั้งที่ 120

2. เทศกาลบอลลูนนานาชาติซากะ
อีเวนต์สกายสปอร์ตที่จัดบนริมแม่น้ำ “คาเสะกาวะ” ซึ่งไหลผ่านตอนกลาง-ตะวันออกของจังหวัดซากะ จัดทุกปีในฤดูใบไม้ร่วงต่อเนื่องรวม 5 วัน
โดยปกติมีทีมเข้าร่วมมากกว่า 120 ทีม นักบินและทีมงานชื่อดังจากทั่วโลกมารวมตัวกัน ขนาดงานใหญ่ระดับแนวหน้าของเอเชีย และมีผู้เข้าชมรวมมากกว่า 800,000 คน
ภายในงานมีทั้งบูธขายของกินท้องถิ่นและสินค้าเฉพาะถิ่น รวมถึงคอนเสิร์ตจากนักดนตรี ทำให้สนุกได้มากกว่าการชมบอลลูน

3. คารัตสึคุนจิ
เทศกาลใหญ่ฤดูใบไม้ร่วงของศาลเจ้าคารัตสึ จัด 3 วัน เริ่มจาก “โยอิยามะ” วันที่ 2 พฤศจิกายน ต่อด้วยขบวนไปศาลชั่วคราววันที่ 3 และพิธีวันถัดไปวันที่ 4
เป็นเทศกาลเก่าแก่ที่เล่ากันว่าเริ่มตั้งแต่สมัยเอโดะ และได้รับการขึ้นทะเบียนทั้งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก และมรดกวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ที่กำหนดโดยประเทศ ในชื่อ “พิธีรถแห่ฮิกิยามะของคารัตสึคุนจิ”

บทสรุป
เราได้แนะนำที่เที่ยวซากะ ทั้งศาลเจ้าและวัดเก่าแก่ รวมถึงจุดชมธรรมชาติที่สวยงามไปแล้ว
สำหรับคนที่ยังไม่ค่อยรู้จักซากะ หรือมาเที่ยวครั้งแรก ลองวางแผนโดยยึดสถานที่ที่แนะนำในบทความนี้เป็นหลัก
เที่ยวซากะจนเต็มอิ่มแล้ว ลองนั่งชินคันเซ็นต่อไปจังหวัดนางาซากิที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีดูด้วย
จะได้เพลิดเพลินกับมรดกโลกของนางาซากิและบรรยากาศเมืองที่มีกลิ่นอายต่างชาติอีกด้วย