
รวม 41 ร้านอาหารยอดนิยมในโตเกียว! ตะลุยชิมของอร่อยแบบจัดเต็ม【คู่มือกินเที่ยวโตเกียว】
แค่เดินเล่นใน “โตเกียว (Tokyo)” ก็เหมือนมีของอร่อยจากทั่วญี่ปุ่นรออยู่แทบทุกมุม
ถ้าได้มาโตเกียว เชื่อว่าหลายคนคงอยากสนุกกับทั้งการเที่ยวและการกินแบบเต็มอิ่ม
บทความนี้คัดเลือกร้านอาหารยอดนิยมในโตเกียว และแนะนำแยกตามหมวดหมู่อาหาร
ใช้เป็นไกด์ แล้วออกไปตะลุยชิมอาหารอร่อยของโตเกียวให้ครบกันเถอะ
โตเกียว เมืองที่รวมอาหารเลิศรสจากญี่ปุ่นและทั่วโลก
โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น เป็นศูนย์รวมทั้งวัตถุดิบ ของขึ้นชื่อ และอาหารท้องถิ่นจากทั่วประเทศไว้ในที่เดียว
อาหารจากหลากหลายชาติทั่วโลกก็มีให้เลือกมากมาย จนพูดได้ว่าอยากกินแนวไหนก็หาได้แทบทั้งหมด
ยังมีวัฒนธรรมอาหารที่หยั่งรากมาตั้งแต่ยุคเอโดะ ทำให้ได้สนุกกับของอร่อยแบบโตเกียวแท้ๆ ด้วย
ร้านอาหารก็มีมากจนแทบนับไม่ถ้วน ดังนั้นถ้าตั้งใจจะตะลุยกินในโตเกียว อาจลังเลว่าเริ่มจากอะไรดี
อยากกินของอร่อยสไตล์โตเกียว แนะนำ “สี่จตุรเทพแห่งอาหารเอโดะ”
ในบรรดาเมนูคลาสสิกของอาหารญี่ปุ่นอย่าง “ปลาไหล” “ซูชิ” “เทมปุระ” และ “โซบะ” มี 4 อย่างที่ถูกยกย่องว่าเป็น “สี่จตุรเทพแห่งอาหารเอโดะ” เพราะพัฒนาจนสมบูรณ์ในยุคเอโดะ
อาหารที่ถือกำเนิดและสมบูรณ์ในเอโดะ (โตเกียวในสมัยเอโดะ) ได้แพร่ไปยังภูมิภาคต่างๆ และบางอย่างก็วิวัฒน์ไปในแบบเฉพาะถิ่น แต่ในโตเกียวยังมีร้านที่รักษาเอกลักษณ์แบบยุคเอโดะไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
ถ้าอยากอิ่มอร่อยในโตเกียว แนะนำให้เริ่มลอง 4 เมนูนี้ก่อน
1. ปลาไหล (คาบายากิ)
“ปลาไหล” เป็นอาหารที่กินกันทั่วโลก แต่ “คาบายากิ” คือวิธีปรุงที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น
คาบายากิที่แล่ปลาไหลอย่างรวดเร็วและสวยงาม ทาซอสหวานเค็มที่ทำจากโชยุเป็นหลักผสมน้ำตาลและมิริน แล้วนำไปย่างด้วยถ่าน ถือว่าอร่อยมาก
“อุนะด้ง” ที่วางคาบายากิบนข้าว เชื่อว่ามีต้นกำเนิดจากย่านนิฮงบาชิในยุคเอโดะ
ลองไปชิมคาบายากิที่เมืองต้นกำเนิดกันดูไหม

2. ซูชิ
ปัจจุบัน “ซูชิ” ได้รับความนิยมไปทั่วโลก แต่สไตล์ “นิกิริซูชิ” ที่วางปลาที่แล่แล้วบนข้าวซูชิถือกำเนิดขึ้นที่โตเกียวในยุคเอโดะ
สมัยนั้นมีแผงลอยขายนิกิริซูชิขนาดพอๆ กับโอนิกิริ และกินกันเหมือนฟาสต์ฟู้ด
เพราะยังหา “เอโดะมาเอะซูชิ” ที่คงเอกลักษณ์ยุคเอโดะได้ในโตเกียวปัจจุบัน จึงอยากให้ลองสักครั้ง
จุดเด่นของ “เอโดะมาเอะซูชิ” คือใช้ “อะคะซุ” (น้ำส้มสายชูสีแดง) ทำให้ข้าวซูชิออกสีแดงอ่อนๆ และมีการปรุงรสหน้าเพื่อดึงรสอูมามิออกมา

3. โซบะ
“โซบะ” ที่ทำจากเส้นซึ่งแปรรูปจากแป้งบัควีต แล้วกินคู่กับน้ำจิ้มโซบะและเครื่องเคียง ก็เป็นเมนูยอดนิยมแบบฟาสต์ฟู้ดในยุคเอโดะเช่นเดียวกับนิกิริซูชิ
ร้านโซบะที่ถือกำเนิดในยุคเอโดะ ได้แก่ “ยาบุ (Yabu)” “ซาราชินะ (Sarashina)” และ “สึนะบะ (Sunaba)” ซึ่งถูกเรียกรวมว่า “สามตระกูลใหญ่” และปัจจุบันก็ยังมีร้านโซบะที่สืบสายแนวทางนี้อยู่
ในบรรดาสามตระกูลใหญ่นั้น ร้านโซบะที่ถือกำเนิดและเติบโตในโตเกียวคือ “ยาบุ”
ร้านโซบะสาย “ยาบุ” มีเอกลักษณ์คือทั้งเส้นและน้ำซุปมีรสค่อนข้างเข้ม
ถ้าเจอร้านโซบะในโตเกียวที่มีชื่อ “ยาบุ” ลองเดินผ่านผ้าม่านนอเร็นเข้าไปชิมกัน

4. เทมปุระ
“เทมปุระ” คือการนำวัตถุดิบอย่างปลาและผักไปชุบแป้งแล้วทอด
เช่นเดียวกับ “ซูชิ” และ “โซบะ” ที่แนะนำไปก่อนหน้า ในยุคเอโดะเทมปุระก็ถูกกินในสไตล์คล้ายฟาสต์ฟู้ด
เมื่อ “เทมปุระ” เริ่มแพร่หลาย ก็มีการพัฒนา เช่น ทอดวัตถุดิบราคาแพงขึ้น หรือใช้แป้งผสมไข่ทำเป็นแป้งชุบทอด เป็นต้น
“เอโดะเทมปุระ” ที่เป็นที่นิยมในเอโดะมีแป้งบาง เพื่อให้รับรู้รสและกลิ่นของวัตถุดิบ และกินโดยจิ้มเท็นสึยุ
ปัจจุบันก็ยังมีร้านจำนวนมากที่เสิร์ฟในสไตล์ “เอโดะเทมปุระ”
ลองไปชิมเทมปุระแบบจริงจังที่ร้านเฉพาะทางกัน

ไม่ใช่แค่อร่อย แต่อัดแน่นด้วยคุณค่าทางอาหาร! 3 ร้านปลาไหลยอดนิยมในโตเกียว
ต่อจากนี้จะแนะนำร้านอาหารยอดนิยมในโตเกียว แยกตามหมวดหมู่อาหาร
เริ่มจากร้านดังที่ได้กินปลาไหลย่างคาบายากิ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงกำลังและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
เติมพลังด้วยปลาไหล แล้วออกไปสนุกกับการเที่ยวโตเกียวให้เต็มที่กัน
1. คาวะเซ็นเคะ (Kawasenke)
คาวะเซ็นเคะ (Kawasenke) เป็นร้านอาหารเก่าแก่ระดับเรียวเทที่โดดเด่นทั้งตัวอาคารที่ให้บรรยากาศเหมือนเรียวกังแบบญี่ปุ่น ภายในร้านที่มีเสน่ห์ และสวนสวยงาม โดยเสิร์ฟเมนูเด่นคืออาหารปลาไหล รวมถึงเมนูปลาคาร์ปและปลาแม่น้ำหลากชนิด ภายในร้านกว้างขวางมีที่นั่งอย่างน้อย 400 ที่ พร้อมห้องอาหารใหญ่และห้องส่วนตัวจำนวนมาก หากมาสักการะวัดไทชะคุเท็น (Taishakuten) แนะนำเข้าจากทางเข้าฝั่งถนนทางเดินไปวัด จะสะดวก และสามารถนั่งทานอย่างสบายๆ ในห้องอาหารใหญ่ที่มีประมาณ 120 ที่นั่ง

2. โอสึกะ อุนางิ มิยากาวะ (Otsuka Unagi Miyagawa)
ร้านเก่าแก่ก่อตั้งปี 1907 อยู่ไม่ไกลจากสถานีโอสึกะ (Otsuka) สาย JR ยามาโนเตะ นอกจากเมนูอุนะจู (ข้าวหน้าปลาไหล) แบบคลาสสิกแล้ว ยังมีเมนูปลาไหลหลากหลาย เช่น อุนางิมากิ เทมปุระ และยากิโทริแบบเสียบไม้ พร้อมสาเกญี่ปุ่นที่คัดสรรจากทั่วประเทศให้จับคู่ได้อย่างเพลิดเพลิน
เสน่ห์ที่สุดของร้านคือสามารถลิ้มรส “คียวซุยอุนางิ” (Kyosui Unagi) ที่มีจำนวนจำกัดจนมีร้านที่ขายไม่มาก และถูกเรียกว่า “ปลาไหลในตำนาน” ได้ทั้งแบบคาบายากิ ชิรายากิ และอุนะจู
อีกสองเมนูที่ห้ามพลาดคือฮิตสึมาบุชิที่ย่างจนหอมกรอบ เลือกได้ระหว่างซอสหรือเกลือ และราเมง “โกคุอุนะโซบะ” (Goku Unasoba) ที่เด่นด้วยซุปเข้มข้นจากการเคี่ยวดาชิด้วยก้าง/เศษปลาไหล ทั้งสองเป็นเมนูยอดนิยมเฉพาะมื้อกลางวัน

3. อุนางิโดโคโระ โคคุโจโด (Unagi-dokoro Kokuchodo)
ร้านปลาไหลที่อยู่ในรปปงหงิฮิลส์ (Roppongi Hills)
โดยทั่วไปในโตเกียวมักนึ่งปลาไหลก่อนย่าง แต่ร้านนี้ยึดสไตล์ “จิยากิ” คือย่างด้วยถ่านโดยไม่ผ่านการนึ่ง
อีกทั้งซอสที่หมักด้วยมิรินจากมิคาวะ ซึ่งพบได้ไม่บ่อยในโตเกียว ก็ได้รับคำชมว่าเข้ากันและช่วยดึงรสปลาไหลให้เด่นขึ้น เมนูยอดนิยมคือ “ข้าวหน้าชิมเปรียบเทียบ” ที่วางทั้งชิรายากิและคาบายากิไว้บนข้าว

3 ร้านซูชิยอดนิยมใน “โตเกียว” ต้นกำเนิดนิกิริซูชิ
ถ้าพูดถึงต้นกำเนิดของนิกิริซูชิ ก็ต้อง “โตเกียว (Tokyo)”
ถ้าอยากไปซูชิร้านจริงจัง แนะนำให้ลองแวะร้านยอดนิยมที่คัดมาให้ต่อไปนี้
1. ซูชิได (Sushidai)
ร้านซูชิยอดนิยมในตลาดโทโยสุ (Toyosu Market) ที่คิวยาวไม่เคยขาด ด้วยความเป็นร้านในตลาดจึงพิถีพิถันเรื่องการจัดซื้อเป็นพิเศษ แม้เป็นปลาชนิดเดียวกัน หากไม่ผ่านสายตาเจ้าของร้านก็จะไม่ฝืนซื้อ แต่จะคัดเลือกวัตถุดิบชั้นยอดอื่นแทน ไม่ยึดติดกับแหล่งผลิตหรือแบรนด์ แต่จะมองหาวัตถุดิบที่ “อร่อยจริงในช่วงเวลานั้น” และเสิร์ฟในจังหวะที่ดีที่สุดเสมอ
ไฮไลต์คือได้ลิ้มรสเอโดะมาเอะซูชิตามฤดูกาลที่เชฟปั้นสดตรงหน้า เริ่มสั่งได้ตั้งแต่ 1 คำ

2. ซูชิ ยามาเคน (Sushi Yamaken)
ร้านซูชิที่ยึดแนวคิด “ซูชิที่พัฒนาไม่หยุด” ตั้งอยู่ห่างจากทางออกฝั่งตะวันออกของสถานีชินจูกุ (Shinjuku) เดินประมาณ 4 นาที เชฟคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน แล้วใส่ใจทั้งรส กลิ่น สัมผัส หน้าตา จนกลายเป็นซูชิที่สนุกเหมือนความบันเทิงด้วย
เสิร์ฟแบบคอร์ส และมีนิกิริทูน่าดิบจากญี่ปุ่นแบบทานได้ไม่อั้น (จำกัดเวลา 2 ชั่วโมง) หลังจากได้ชิมเมนูสลับกันรวม 16 รายการ เช่น โอโทโร ชูโทโร อะคามิ สึเกะ โทโรทาคุ มากิ และอาหารสไตล์คัปโปที่เปลี่ยนตามวัตถุดิบประจำวัน จากนั้นจึงเป็นช่วงทานนิกิริทูน่าไม่อั้น เป็นคอร์สที่หรูหราสุดๆ

3. มันเท็นซูชิ นิฮงบาชิ (Manten Sushi Nihonbashi)
ร้านเอโดะมาเอะซูชิแบบจริงจังสไตล์โอมากาเสะ
ภายใต้คอนเซปต์ “อร่อยแบบหรูหราในคำเล็กๆ” เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นที่มีซูชิเป็นหลัก โดยใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลที่ช่างฝีมือคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน สามารถลิ้มรสแบบคำเล็กๆ สลับระหว่างนิกิริและกับแกล้ม รวมประมาณ 25 ชนิด

ครบตั้งแต่ร้านเก่าแก่ถึงร้านมาแรง! 3 ร้านโซบะยอดนิยมในโตเกียว
“โซบะ” เป็นอาหารที่คนญี่ปุ่นกินกันมาต่อเนื่องตั้งแต่ยุคเอโดะ
ด้วยประวัติที่ยาวนาน จึงมีทั้งร้านเก่าแก่ที่สืบทอดมา และร้านรุ่นใหม่ที่นำเทรนด์มาปรับใช้ กระจายอยู่ในโตเกียวจำนวนมาก
ในบรรดานั้น เราคัดเลือกร้านโซบะที่ได้รับความนิยมสูงมาแนะนำ
1. ซาราชินะ โฮริอิ สาขาหลักอาซาบุจูบัง (Sarashina Horii Azabu-juban Honten)
ร้านเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1789 ในยุคเอโดะ ดำเนินกิจการโซบะมายาวนานกว่า 230 ปี
เมนูขึ้นชื่อคือ “ซาราชินะโซบะ” ที่ใช้แป้งโซบะสีขาวล้วนซึ่งได้จากส่วนแกนกลางของเมล็ดบัควีต ไม่ปนเปลือกหรือชั้นผิวเมล็ด
มีความหวานนุ่มและกลิ่นหอมอ่อนๆ จุดเด่นคือเส้นลื่นคออย่างยอดเยี่ยม และยังมีประวัติว่าเคยถูกเสิร์ฟให้ปราสาทเอโดะและคฤหาสน์ไดเมียวในสมัยนั้นด้วย

2. คันดะ มัตสึยะ สาขาหลัก (Kanda Matsuya Honten)
ร้านโซบะเก่าแก่ก่อตั้งปี 1884 ตัวอาคารไม้สองชั้นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์ที่โตเกียวคัดเลือกไว้ ให้ความรู้สึกขรึมแบบมีเรื่องราว แต่ก็ยังมีบรรยากาศเป็นกันเอง เข้าได้สบายๆ
อาคารชั้น 1 มีประตูบานเลื่อน 2 บาน โดยฝั่งขวาเป็นทางเข้า และฝั่งซ้ายเป็นทางออก

3. โซบะโดโคโระ ยูซุย (Soba-dokoro Yusui)
จินไดจิ (Jindaiji) เป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องโซบะ ว่ากันว่ามีร้านโซบะเกือบ 20 ร้าน และ “ยูซุย (Yusui)” ก็เป็นหนึ่งในร้านที่ได้รับความนิยมติดอันดับต้นๆ
โซบะทำมือโดยช่างฝีมือในร้าน ใช้แป้งโซบะบดด้วยโม่หินจากญี่ปุ่น และเลือกใช้แป้งจากแต่ละพื้นที่ทั่วญี่ปุ่นให้เหมาะที่สุดตามฤดูกาล เพื่อเสิร์ฟโซบะที่ดีที่สุด

เพลิดเพลินกับของทอดที่พัฒนาไม่หยุดที่ร้านดัง! 3 ร้านเทมปุระ/คุชิอาเกะยอดนิยมในโตเกียว
“เทมปุระ” ที่พัฒนามาตั้งแต่ยุคเอโดะ เป็นเมนูที่ถ้ามาเที่ยวโตเกียวก็ควรลองสักครั้ง
ส่วนคุชิอาเกะ หลายคนอาจนึกถึงว่าเป็นของโอซาก้า แต่จริงๆ แล้วในโตเกียวก็มีร้านดังอยู่ไม่น้อย
ต่อไปนี้คือร้านเทมปุระและคุชิอาเกะที่ควรไปเมื่อมาเที่ยวโตเกียว
1. เทมปุระ คอนโด (Tempura Kondo)
“อยากให้ลูกค้าได้รู้จักความอร่อยที่แท้จริงของเทมปุระ” คือความตั้งใจของ “เทมปุระ คอนโด (Tempura Kondo)” ร้านที่ค้นคว้าเพื่อความเป็นที่สุดของเทมปุระ ด้วยแป้งบางที่คำนวณมาอย่างพิถีพิถัน ทำให้เทมปุระมีสัมผัสเบาๆ และยังคงครองใจนักชิมย่านกินซ่าไม่เสื่อมคลาย
เดิมทีเทมปุระสไตล์เอโดะจะเน้นอาหารทะเล และในร้านระดับสูงแทบไม่เห็นเทมปุระผักมากนัก แต่คุณคอนโดต้องการยกระดับเทมปุระให้เป็นหนึ่งใน “หมวดอาหาร” อย่างเต็มตัว จึงนำผักจากแหล่งผลิตต่างๆ ที่คัดสรรอย่างดีเข้ามา และจัดคอร์สที่ทานเทมปุระล้วนได้

2. เนซุ คุชิอาเกะ ฮันเท (Nezu Kushiage Hantei)
เนซุ (Nezu) คือย่านที่อดีตและปัจจุบันอยู่ร่วมกัน “ฮันเท เนซุ (Hantei Nezu)” ที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของย่าน โดดเด่นด้วยเสน่ห์ของความเก่าใหม่ผสมกัน ราวกับสะท้อนเอกลักษณ์ของเมืองที่มองเห็นอาคารเก่าแทรกผ่านช่องของรั้วเหล็กใหม่
ภายในร้านที่มีบรรยากาศชวนหลงใหล คุณจะได้ลิ้มรสคุชิอาเกะหลากชนิดที่ใส่ใจทั้งน้ำมันทอดและวัตถุดิบแบบสุดๆ วัตถุดิบที่หัวหน้าเชฟคัดสรร จะถูกทอดอย่างประณีตโดยช่างฝีมือด้วยน้ำมันที่เบลนด์ 4 ชนิด ทำให้รสเบาแต่ลุ่มลึก อยากให้ลองเพลิดเพลินกับเมนูหลากหลาย ทั้งเมนูมาตรฐานอย่าง “กุ้งห่อใบชิโสะ” “ยานากะโชงะพันเนื้อ” “รากบัวสอดไส้เนื้อ” รวมถึงคุชิอาเกะตามฤดูกาล

3. ไดโคคุยะ เท็นปุระ (Daikokuya Tempura)
ร้านเท็นด้งของขึ้นชื่ออาซากุสะ ก่อตั้งปี 1887 จุดเด่นคือเทมปุระทอดด้วยน้ำมันงาเพียวๆ จนเป็นสีเหลืองทองแบบสวยงาม ภูมิใจนำเสนอซอสรสหวานเค็มเข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดไม่เปลี่ยนตั้งแต่ก่อตั้งร้าน
เท็นด้งมีหลายแบบตามชนิดเครื่อง แต่เมนูยอดนิยมคือ “เอบิเท็นด้ง” ที่วางเทมปุระกุ้งชิ้นใหญ่ถึง 4 ตัวบนข้าว นอกจากนี้ยังมีเทมปุระและอาหารจานเดียวอื่นๆ ให้เลือกมากมาย

ทั้งรสชาติและบรรยากาศระดับท็อป! 3 ร้านเทปันยากิยอดนิยมในโตเกียว
ขอแนะนำร้านเทปันยากิยอดนิยมที่ไม่ได้เด่นแค่รสชาติ แต่บรรยากาศก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
เหมาะสำหรับคนที่อยากฉลองวันสำคัญอย่างวันเกิดหรือวันครบรอบ ด้วยดินเนอร์ในร้านระดับพรีเมียมกว่าเดิม
1. โอโมเตะซันโด อุไคเท (Omotesando Ukai-tei)
ร้านอาหารพิเศษในย่านโอโมเตะซันโด หนึ่งในย่านที่หรูและมีสไตล์ที่สุดของโตเกียว พอเปิดประตูเข้าไป จะพบกับโลกอันหรูหราสง่างามในพื้นที่ที่ย้ายบ้านพ่อค้าอายุราว 150 ปีจากคานาซาวะมาประกอบใหม่ พร้อมตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์อาร์ตเดโค
ในพื้นที่ที่ชวนให้รู้สึกเหมือนมีเรื่องราวนี้ คุณจะได้ลิ้มรสอาหารมากมายที่ใช้วัตถุดิบระดับสูงสุดอย่างไม่กั๊ก ทั้ง “อุไคกิว” (Ukai-selected beef) วากิวสายพันธุ์คุโระเกะวะชูที่คัดสรร รวมถึงอาหารทะเลสดใหม่ เป็นต้น อีกหนึ่งเสน่ห์คือเชฟส์เทเบิลที่ทำอาหารให้ตรงหน้า เมื่อได้เห็นวัตถุดิบถูกปรุงด้วยทักษะที่มั่นใจของเชฟ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าอาหารอร่อยขึ้นไปอีก

2. จูอิจิ (TOPPIN)
ร้านบรรยากาศหรูเรียบเท่ด้วยไฟดาวน์ไลต์ วัตถุดิบอย่างเนื้อแบรนด์หายากและเนื้อวัวเลี้ยงด้วยหญ้าซึ่งคัดสรรมาอย่างดี จะถูกย่างบนกระทะเหล็กยาว 6.15 เมตร รวมทั้งห้องส่วนตัวและกึ่งส่วนตัว ทุกที่นั่งจะได้ชมการปรุงบนกระทะตรงหน้า
มีทั้งคอร์สที่เน้นสเต๊กคุณภาพสูงเป็นหลัก และเมนูอะลาคาร์ตในราคาสบายกระเป๋าให้เลือกหลากหลาย จึงใช้ได้กับหลายโอกาส

3. โทริชิกิ (Torishiki)
“โทริชิกิ (Torishiki)” คือร้านยากิโทริที่เปิดในปี 2007 โดยคุณโยชิเทรุ อิเคกาวะ ตัวแทนช่างฝีมือของ “โทริชิกิ ICHIMON (Torishiki ICHIMON)”
เป็นร้านดังจนถูกสื่อมากมายพูดถึง ได้ดาวมิชลิน 1 ดาวต่อเนื่องกว่า 10 ปี และยังถูกกล่าวว่าเป็น “ร้านยากิโทริที่จองยากที่สุดในญี่ปุ่น”
ยากิโทริที่โชว์ฝีมือช่างนั้นครบทั้งรสชาติ สัมผัส และกลิ่นหอม จนแทบไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม

เหมาะสำหรับคนอยากสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่น! 3 ร้านอาหารเจแบบโชจิน/อาหารญี่ปุ่นยอดนิยมในโตเกียว
ขอแนะนำร้านยอดนิยมของอาหารญี่ปุ่นที่กินกันในชีวิตประจำวัน และ “โชจินเรียวริ” อาหารเจที่ได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนาอย่างเข้มข้น
หลายร้านใส่ใจการตกแต่งภายในด้วย จึงเหมาะกับคนที่อยากเพลิดเพลินกับมื้ออาหารพร้อมบรรยากาศแบบญี่ปุ่น
1. ฟุจะเรียวริ บง (Fucha Ryori Bon)
ฟุจะเรียวริ (Fucha Ryori) เป็นหนึ่งในอาหารเจแบบโชจิน ว่ากันว่าเริ่มแพร่เข้าสู่ญี่ปุ่นราว 300 ปีก่อน ตั้งแต่ช่วงที่พระอินเง็นจากจีนราชวงศ์หมิงสร้างวัดโอเบะคุซัง มันปุกุจิ (Obakusan Manpukuji) ที่อุจิ เมืองเกียวโต รากศัพท์ของคำว่า “ฟุจะ” มีความหมายเช่น “ถวายชาแก่ผู้คนอย่างทั่วถึง” และหมายถึงอาหารในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นตามรูปแบบการรับรองแบบหมิง ภายใต้แนวคิดความเสมอภาคด้านอาหารและเครื่องดื่ม หลังพิธี “ชาเร” ที่ผู้มารวมตัวกันดื่มชาร่วมกัน ที่ “ฟุจะเรียวริ บงBon (Fucha Ryori BonBon)” คุณจะได้ลิ้มรสฟุจะเรียวริที่ปรุงด้วยวิธีเฉพาะตัวบนแนวคิด “หมอยาร่วมครัว” (อาหารเป็นยารักษา) โดยให้ความสำคัญกับจิตใจแห่งเซนของโอเบะคุฟุจะ และถ่ายทอดความรู้สึกของทั้ง 4 ฤดูกาล

2. ทามาฮิเดะ อิจิโนะ (Tamahide Ichino)
ร้านพี่น้องของ “ทามาฮิเดะ (Tamahide)” ร้านอาหารไก่เก่าแก่ย่านนิงเงียวโจ ที่ก่อตั้งปี 1760 และมีชื่อเสียงว่าเป็นร้านต้นกำเนิดโอยาโกะด้ง
สามารถลิ้มรสรสชาติของทามาฮิเดะที่รักษาความดั้งเดิมพร้อมพัฒนาไปอีกขั้นได้ในร้านบรรยากาศทันสมัยภายในโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)
โอยาโกะด้งที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด ทั้งรสอูมามิและความเด้งของไก่ ไปจนถึงความแข็งของข้าว

3. เท็นคูโนะนิวะ โฮชิโนนารุกิ (Tenku no Niwa Hoshi no Naru Ki)
ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เพลิดเพลินกับอาหารชั้นเลิศไปพร้อมวิวสุดตระการตาจากความสูง 220 เมตร มองเห็นทิวทัศน์ของโตเกียวได้กว้างไกล ร้านเสิร์ฟอาหารที่เป็นหนึ่งเดียวไม่เหมือนใคร โดยผสานวะโชกุแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมา กับวิธีปรุงและวัตถุดิบที่สอดรับยุคสมัย
มื้อกลางวันมีคอร์ส “โฮชู (Hoju)” เฉพาะวันธรรมดา มาพร้อมฮัชซุนสีสันสดใส เมนูนึ่ง และของหวาน เป็นต้น แม้ราคาเข้าถึงได้ แต่เนื้อหาหรูหรา ส่วนมื้อเย็นมีไคเซกิที่เริ่มจากคอร์ส “องโกะจิชิน (Onko Chishin)” ซึ่งใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลอย่างเต็มที่

อยากอร่อยกับวากิวต้องที่นี่! 3 ร้านยากินิคุยอดนิยมในโตเกียว
เพราะเป็นเมนูที่คนญี่ปุ่นเองก็ชอบ โตเกียวจึงมีร้านยากินิคุระดับสูงรวมตัวกันมากมาย
เราคัดเลือกร้านยากินิคุยอดนิยมในโตเกียวที่เสิร์ฟวากิวซึ่งคัดสรรจากทั่วญี่ปุ่นมาแนะนำ
1. ยากินิคุ โอนุกิ (Yakiniku Onuki)
ร้านยากินิคุยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อแดงนุ่มละลายในปาก และซอสหมักสูตรลับ ซอสหมักรสหวานนิดๆ ที่เข้ากับทั้งเนื้อแดงและข้าวนั้น สืบทอดมาจากร้านยากินิคุเก่าแก่ “โอนุกิ (Onuki)” ที่เปิดมายาวนาน 45 ปีในเมืองฮามามัตสึ จังหวัดชิซูโอกะ ได้รับคำชมว่าช่วยดึงรสอูมามิเข้มข้นและความหวานของวากิวขนดำจากญี่ปุ่นที่คัดสรรมาให้เด่นยิ่งขึ้น
พนักงานที่รู้ลักษณะเนื้อเป็นอย่างดีจะคอยแนะนำวิธีย่างด้วย จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเผลอย่างเนื้อคุณภาพดีเกินไป

2. โตเกียว ยากินิคุ อิจิโตยะ (Tokyo Yakiniku Ichitoya)
ร้านยากินิคุที่ดำเนินการโดยเฮโจเอ็น (Heijoen) ร้านยากินิคุเก่าแก่ที่รับซื้อวัวทั้งตัว และกำลังก้าวสู่ปีที่ 50 ของการก่อตั้ง
ได้เพลิดเพลินกับวากิวเกรดสูงสุด ตั้งแต่วากิวแบรนด์ที่ญี่ปุ่นภูมิใจ ไปจนถึงวากิวคัดสรร นอกจากนี้ยังมีไวน์ให้เลือกมากมาย ลองสนุกกับการจับคู่ไวน์คัดสรรกับวากิวกัน

3. ยากินิคุ กิวกูโจ (Yakiniku Gyugujo)
ร้านยากินิคุที่ถูกจับตามองตั้งแต่ก่อนเปิด เพราะมีคุณฮิโรยูกิ มิยาซาโกะเป็นเจ้าของ และมีคุณฮิคารุ ยูทูบเบอร์ที่สนิทกับเจ้าของช่วยดูแลงานโปรโมต ตั้งแต่เปิดในย่านใจกลางชิบูยะเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2022 ก็ได้รับความนิยมในฐานะ “ร้านที่เป็นกระแสที่สุดในญี่ปุ่น” ด้วยทั้งคุณภาพเมนูและความฮือฮาจากการที่คนดังและยูทูบเบอร์ยกย่อง
เนื้อที่เสิร์ฟ ทั้งวากิวและลูกผสม (kōzatsu-gyū) ถูกคัดเลือกโดยช่างผู้เชี่ยวชาญด้านการดูเนื้อ เมนูอย่าง “สุดยอดลิ้นวัวเกลือ” ที่ได้ซอสเกลือสูตรเฉพาะซึ่งคุณมิยาซาโกะสายยากินิคุพิถีพิถันจนสมบูรณ์ หรือ “มิยาซาโกะ ฮารามิ ซอสเกลือสูตรพิเศษกิวกูโจ” ล้วนเป็นรสชาติระดับที่กินครั้งเดียวก็อยากกลับมาซ้ำแน่นอน

มาลิ้มรสวากิวหายากระดับพรีเมียมกัน! 3 ร้านสุกี้ยากี้/ชาบูชาบูยอดนิยมในโตเกียว
ถ้าอยากลิ้มรสวากิวนอกเหนือจากยากินิคุ แนะนำสุกี้ยากี้และชาบูชาบู
เรารวบรวมร้านยอดนิยมที่ได้อร่อยกับวากิวหายากและวากิวระดับพรีเมียมมาให้
1. นิงเงียวโจ อิมาฮัง สาขาหลักนิงเงียวโจ (Ningyocho Imahan Ningyocho Honten)
ร้านนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของ “คิเซ็นเท (Kisentei)” โรงละครรอกเคียวคุ/โยเซชื่อดังในยุคเมจิถึงโชวะ และมีชื่อเสียงเรื่องอาหารที่ใช้วากิวขนดำของอิมาฮัง (Imahan) ชั้น 1 มี “คิเซ็นเท” ร้านสเต๊กเทปันยากิที่ชมการปรุงตรงหน้าได้ ส่วนชั้น 2 จะได้ทานสุกี้ยากี้ ชาบูชาบู และอาหารญี่ปุ่นในชื่อ “นิงเงียวโจ อิมาฮัง”

2. อาซากุสะ อิมาฮัง สาขาหลักถนนโคคุไซ (Asakusa Imahan Kokusai-dori Honten)
ร้านเก่าแก่ก่อตั้งปี 1895 ได้รับความรักอย่างกว้างขวางตลอด 130 ปี ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
เมนูซิกเนเจอร์ “สุกี้ยากี้” ใช้วากิวขนดำเพศเมียที่คัดสรรจากทั่วประเทศด้วยสายตาแบบมืออาชีพ เป็นร้านที่ได้รับการแต่งตั้งให้จำหน่ายโกเบกิว และโกเบกิวของร้านจัดซื้อมาจากเกษตรกรคู่สัญญา 2 รายในจังหวัดเฮียวโกะ นอกจากนี้ยังพิถีพิถันเรื่องผักที่ขาดไม่ได้สำหรับสุกี้ยากี้ โดยคัดเลือกทั้งต้นหอมเซ็นจูที่ถูกยกย่องว่าเป็น “ที่สุดในบรรดาต้นหอม” และเห็ดหอมเนื้อหนากลิ่นหอมที่ไม่แพ้รสของวาริชิตะ (น้ำซอสสุกี้ยากี้)

3. สุงิโมโตะ สาขาหลัก สาขาโตเกียวสกายทรีทาวน์ โซลามาจิ (Sugimoto Honten Tokyo Skytree Town Solamachi)
“สึงิโมโตะ (Sugimoto)” ร้านขายเนื้อเก่าแก่แห่งนาโกย่าในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อ เมนูสุกี้ยากี้ที่สืบทอดจากสึงิโมโตะได้รับความนิยมสูง สามารถเพลิดเพลินกับ “มัตสึซากะกิว” (Matsusaka beef) ที่คัดสรร พร้อมผักตามฤดูกาล ด้วยวาริชิตะสูตรลับ
นอกจากนี้ยังได้ลิ้มรสของขึ้นชื่อนาโกย่าอย่าง “กิวมาบุชิ” และเซ็ตอาหารญี่ปุ่นสีสันสวยงามหลากหลาย ในร้านบรรยากาศวะโมเดิร์นแบบนั่งทานได้สบายๆ

ลิ้มรสอิตาเลียน/ฝรั่งเศสสุดอร่อยในโตเกียว! 3 ร้านอิตาเลียน/ฝรั่งเศสยอดนิยม
ในโตเกียวไม่ได้มีแค่อาหารญี่ปุ่น แต่ยังมีร้านดังที่ได้ชิมอาหารจากทั่วโลกมากมาย
โดยเฉพาะอิตาเลียนและฝรั่งเศสที่ได้รับความนิยมในหมู่คนญี่ปุ่น จึงมีร้านระดับท็อปรวมตัวอยู่จำนวนมากจนเป็นหนึ่งในเมืองชั้นนำของโลก
ขอคัดเลือกร้านยอดนิยมในโตเกียว ซึ่งเป็นสมรภูมิอิตาเลียน/ฝรั่งเศส มาแนะนำ
1. sio (ชิโอ)
โยโยงิอุเอฮาระเป็นย่านที่คนชอบของแท้มารวมตัว และโดยรวมระดับร้านอาหารในย่านนี้สูงมาก โดยเฉพาะที่นี่เป็นร้านที่น่าจับตา เพราะนำเสนอความประทับใจที่เกินกว่าแค่ “อร่อย” ด้วยอาหารที่มองทะลุถึงแก่นแท้ของวัตถุดิบ
เมนูสร้างสรรค์ที่ไม่ยึดติดกับหมวดหมู่ใดๆ เป็นผลงานของเชฟเจ้าของร้าน คุณชูซากุ โทบะ (Shusaku Toba) เสิร์ฟทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นเฉพาะคอร์สโอมากาเสะ พร้อมโครงสร้างเมนูที่แปลกใหม่และเปลี่ยนวิธีเข้าหาวัตถุดิบในแต่ละวัน ทำให้ทั้งตาและลิ้นได้สนุก อีกทั้งยังช่วยแนะนำเครื่องดื่มแพริ่งที่เข้ากับอาหารด้วย

2. ริสโตรันเต ซินทิลลา (Ristorante Scintilla)
ไฟน์ไดนิ่งบรรยากาศเหมือนที่ซ่อนตัว อยู่ชั้นใต้ดินชั้น 1 ของคอมเพล็กซ์ “the GARDEN” ที่รวมร้านคาแรกเตอร์จัดในหลากหลายแนว เช่น ร้านดอกไม้สุดมีสไตล์ และร้านหนังสือธีมแปลกใหม่
ในพื้นที่โทนบลูเกรย์ที่ดูโซลิดและชิค ซึ่งออกแบบให้ลดข้อมูลทางสายตาให้น้อยที่สุดเพื่อให้โฟกัสกับอาหารด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า คุณจะได้ลิ้มรสอาหารที่ทันสมัย ประณีต และสวยงาม โดยเชฟยูอิจิ ทะเกะกะสะ (Yuichi Takegasa)

3. Furutoshi
ร้านอาหารที่อยู่ชั้น 2 ของโรงแรม “โซลาเรีย นิชิเท็ตสึ โฮเทล กินซ่า (Solaria Nishitetsu Hotel Ginza)” ทำเลเดินทางสะดวก เพราะใกล้สถานที่ดังอย่างคาบุกิสะและกินซ่ามิตสึโคชิ เป็นต้น
ภายในร้านใช้ไม้สีอ่อนเป็นธีมหลัก ให้ความรู้สึกเหมือนถูกเชิญไปคฤหาสน์ในยุโรป ด้านหน้าร้านเป็นกระจกบานใหญ่ ทำให้โปร่งโล่งเป็นพิเศษ นั่งทานอย่างสง่างามได้ในใจกลางกินซ่า พร้อมชมผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้านล่าง
ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นมีทั้งคอร์สและอะลาคาร์ต แม้จะมีพื้นฐานเป็นอาหารอิตาเลียน แต่สามารถสนุกกับเมนูอิสระที่ไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบเดิมๆ โดยใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล

รวมตัวท็อปที่ยืนหยัดในสมรภูมิราเมงเดือด! 3 ร้านราเมงยอดนิยมในโตเกียว
ในโตเกียวมี “ย่านสมรภูมิราเมง” มากมาย เช่น อิเคะบุคุโระ ชินจูกุ และชิบูยะ จึงมีร้านดังที่ชนะการแข่งขันอันดุเดือดมาได้อย่างต่อเนื่องรวมตัวกัน
ต่อไปนี้คือจุดรวมร้านดังจากทั่วโตเกียว และร้านราเมงยอดนิยมที่คัดสรรมาแนะนำ
1. โตเกียว ราเมง สตรีท (Tokyo Ramen Street)
“โตเกียว ราเมง สตรีท (Tokyo Ramen Street)” อยู่ใต้ดินชั้น 1 ของศูนย์การค้า “โตเกียวสเตชัน อิจิบังไก (Tokyo Station Ichibangai)” ที่เชื่อมตรงกับสถานีโตเกียว โดยอยู่ใกล้กับ “ประตูตรวจตั๋วทางออกกลางใต้ดินฝั่งยาเอสุ (Yaesu Underground Central Exit)” เดินออกมาก็ถึงทันที
ที่นี่รวม 10 ร้านดังตามรายการด้านล่างไว้ ทำให้ได้ชิมราเมงหลากแนวที่แตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน
นอกจากเมนูมาตรฐานและเมนูยอดนิยมแล้ว ยังมีเมนูลิมิเต็ดที่มีเฉพาะที่ “โตเกียว ราเมง สตรีท” ด้วย จึงเพลิดเพลินกับเสน่ห์ของแต่ละร้านดังได้อย่างเต็มที่

2. ยากิอาโกะ ชิโอะ ราเมง ทากาฮาชิ สาขาหลักชินจูกุ (Yakiago Shio Ramen Takahashi Shinjuku Honten)
ร้านราเมงที่ตกแต่งภายในสไตล์ญี่ปุ่นอย่างเรียบร้อยซ่อนความหรู ซุปเป็นทงคตสึที่ใช้หมูจากญี่ปุ่น ผสานดาชิจากปลาและอาหารทะเลหลายชนิด โดยมี “ยากิอาโกะ” (yakiago) หรือปลาบินตากแห้งย่างเป็นตัวหลัก รสชาติที่สุภาพและอร่อยของวัตถุดิบระดับสูงอย่าง “ยากิอาโกะ” คือจุดเด่น
เส้นใช้เส้นของซาโนะราเมง (Sano Ramen) ที่มีชื่อเสียงเรื่องเส้นทำมือด้วยไม้ไผ่ เส้นหยิกไม่สม่ำเสมอเข้ากับซุปได้ดีมาก

3. สุงอย นิぼชิ ราเมง นางิ สาขาหลักชินจูกุ โกลเด้นไก (Sugoi Niboshi Ramen Nagi Shinjuku Golden-gai Honten)
เดินผ่านประตูทางเข้าย่านชินจูกุ โกลเด้นไก (Shinjuku Golden-gai) แล้วไปอีกนิด จะเจอร้านราเมงเฉพาะทางที่เน้น “นิぼชิ” ชื่อ “นางิ (Nagi)”
เมนูหลักมี 2 อย่างคือ “สุงอย นิぼชิ ราเมง” และ “สุงอย เรียวชิ สึเคะเม็ง”
อย่างแรกที่ต้องพูดถึงก็คือซุปนี่แหละ! ซุปโชยุที่เข้มข้นสุดๆ จากนิぼชิ โดยเบลนด์นิぼชิกว่าอย่างน้อย 20 ชนิดที่คัดสรรมาจากทั่วญี่ปุ่นในสูตรเฉพาะ ว่ากันว่าใช้ニぼชิมากกว่า 60 กรัมต่อ 1 ชามเลยทีเดียว!
แค่ซดคำเดียว กลิ่นนิぼชิก็ฟุ้งเต็มปากแบบสุดๆ! รสจะเข้มหน่อยแต่ยิ่งกินยิ่งติด จนเผลอดื่มซุปหมด!

มาชิมหมูแบรนด์ดังกัน! 3 ร้านกิวคัตสึ/ทงคัตสึยอดนิยมในโตเกียว
มาลองชิม “ทงคัตสึ” เมนูยอดนิยมของคนญี่ปุ่นมาแต่ไหนแต่ไร ที่ร้านดังในโตเกียวกัน
ขอแนะนำร้านทงคัตสึที่ใส่ใจเรื่องวัตถุดิบเป็นพิเศษ
1. มารุโกะ (Marugo)
ร้านทงคัตสึยอดนิยมที่เป็นตัวแทนของอากิฮาบาระ เปิดในปี 1975 จุดเด่นคือความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ทั้งความหวานและกลิ่นหอมของหมูที่คัดสรร ความนุ่มของเนื้อ สัมผัสละเอียดของเส้นใย การละลายของไขมัน น้ำเนื้อที่หวานนุ่มละมุน ความกรอบของเกล็ดขนมปัง ฯลฯ จนได้รับการคัดเลือกลง “Michelin Guide Tokyo” ในหมวด Bib Gourmand
เมนูอย่าง “โทคุโรสุคัตสึ” และ “โทคุฮิเระคัตสึ” ที่หั่นหนาแล้วทอดแบบอุณหภูมิต่ำอย่างช้าๆ ใช้เวลารอนานหน่อย แต่เป็นของดีที่ควรลองสักครั้ง

2. ทงคัตสึ โคเท็ตสึ (Tonkatsu Kotetsu)
ร้านทงคัตสึยอดนิยมย่านอุเอโนะ เมนูดังคือทงคัตสึแป้งสีขาวที่ทอดด้วยอุณหภูมิต่ำอย่างช้าๆ แป้งกรอบ เนื้อนุ่มฉ่ำ เป็นรสชาติอ่อนโยนที่ทำให้รับรู้ความหวานของไขมันคุณภาพดีได้
เมนูทงคัตสึมีแบบเรียบง่ายคือ “เซ็ตโรสุคัตสึ” และ “เซ็ตฮิเระคัตสึ” โดยแต่ละแบบมีทั้งเกรดโจได (ชิ้นใหญ่พิเศษ) และแบบปกติ เสิร์ฟพร้อมข้าว กะหล่ำปลี ซุปมิโสะ และผักดอง ซอสมีความหวานน้อย หลังรสสะอาด และช่วยขับรสอูมามิของเนื้อได้ดี

3. กินซ่า ไบริน สาขาหลัก (Ginza Bairin Honten)
“กินซ่า ไบริน (Ginza Bairin)” ร้านทงคัตสึชื่อดังที่ก่อตั้งปี 1927 ยังเป็นที่รู้จักในฐานะร้านที่ผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นเภสัชกรได้พัฒนาซอสชูโน (ซอสทงคัตสึ) อีกด้วย
ใช้วัตถุดิบคัดสรร เช่น หมูคุโระบูตะจากคาโกชิมะที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อนุ่ม และข้าวแบรนด์ “สึยะฮิเมะ (Tsuyahime)” จากยามากาตะที่เข้ากับทงคัตสึได้ดี

ไม่แพ้คากาวะหรือคันไซ! 3 ร้านอุด้งเฉพาะทางยอดนิยมในโตเกียว
“อุด้ง” มักถูกนึกถึงคันไซหรือคากาวะ แต่ในโตเกียวก็มีร้านดังมากมายเช่นกัน
มาดูร้านอุด้งเฉพาะทางยอดนิยมและร้านเก่าแก่ในโตเกียวกัน
1. ฮานายามะอุด้ง สาขากินซ่า (Hanayama Udon Ginza)
ร้านอุด้งที่ได้รับความรักสืบต่อมาถึง 5 รุ่น ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1894 มีสาขาทั้งที่ร้านหลักเมืองทาเทบายาชิ จังหวัดกุนมะ รวมถึงนิฮงบาชิและสนามบินฮาเนดะด้วย
สาขากินซ่ามีบรรยากาศหรูสมกับทำเล ตั้งอยู่หลังคาบุกิสะ บนถนนมัตสึยะโดริ
อุด้งที่ใช้แป้งสาลีจากกุนมะมีความหวาน มีความหนึบ และสัมผัสเหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์

2. TsuruTonTan UDON NOODLE Brasserie Ginza
สาขากินซ่าของ “TsuruTonTan UDON NOODLE Brasserie” ที่ต่อยอดไปต่างประเทศจากเชน “สึรุทงทัน” อุด้งยอดนิยมด้วยคอนเซปต์ “เส้นทำสด หั่นสด ต้มสด” มีครบทั้งแนวคลาสสิกอย่างคิตสึเนะ เทมปุระ และแกงกะหรี่ รวมถึงเมนูสร้างสรรค์อย่างคาร์โบนาราและเมนไทโกะครีม เป็นต้น เมนูจึงหลากหลายมาก

3. อุด้ง ชิน (Udon Shin)
ร้านอุด้งเฉพาะทางในชินจูกุ เปิดในปี 2011 ด้วยทำเลที่เดินจากทางออกฝั่งใต้ของสถานีชินจูกุได้ในไม่กี่นาที จึงมีนักท่องเที่ยวต่างชาติแวะมาไม่น้อย และช่วงพีกแม้เป็นวันธรรมดาก็มีคิวต่อออกมานอกร้าน
อุด้งขึ้นชื่อของร้านเสิร์ฟแบบไม่ทำทิ้งไว้ล่วงหน้าเลย โดยทำเส้นเฉพาะปริมาณที่ใช้ในวันนั้น รับออเดอร์แล้วค่อยหั่น และต้มในน้ำเดือดปริมาณมาก สัมผัสลื่นคอและความหนึบเด้งคือความอร่อยระดับสุดยอด

3 บาร์ยอดนิยมในโตเกียวที่มีเอกลักษณ์หลากสไตล์
โตเกียวมีหลายย่านแสงสีจึงมีบาร์จำนวนมาก และยังมีบาร์ที่มีบาร์เทนเดอร์ซึ่งทำงานในระดับโลกอยู่ด้วย ไม่ใช่แค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น
ต่อไปนี้คือบาร์ยอดนิยม ลองใช้เป็นแนวทางในการเลือกบาร์ให้เข้ากับอารมณ์ของคุณ
1. คามิยะบาร์ (Kamiya Bar)
เบียร์เรสเตอรองต์ที่เสิร์ฟเบียร์มากกว่า 200 ชนิดจากทั่วโลก และอาหารจากหลากหลายประเทศ
เพื่อให้สนุกกับเบียร์จากทั่วโลกได้อร่อยยิ่งขึ้น ภายในร้านมี “เบียร์เคาน์เตอร์” 5 จุดที่จำลองบาร์เคาน์เตอร์ของแต่ละประเทศไว้
มีทั้งเบียร์เบลเยียมยอดนิยม เบียร์อเมริกาจากโรงเบียร์ขนาดเล็ก และเบียร์เยอรมัน เป็นต้น รวมถึงเบียร์ที่ไม่ค่อยได้เห็นทั่วไป

2. ทาวเวอร์ส บาร์ เบลโลวิสโต (Towers Bar Bellovisto)
“เบลโลวิสโต (Bellovisto)” บาร์ที่อยู่ชั้น 40 ของโรงแรมเซรูเรียนทาวเวอร์ โทคิว (Cerulean Tower Tokyu Hotel) ใจกลางชิบูยะที่มีความนานาชาติ เสน่ห์คือสามารถชมทิวทัศน์ชิบูยะที่เปลี่ยนไปอย่างงดงามจากความสูง 150 เมตรบนชั้นสูงสุดของโรงแรม ที่นี่เพลิดเพลินกับค็อกเทลโดยบาร์เทนเดอร์ระดับโลก วิสกี้ญี่ปุ่น รวมถึงสุราชั้นเลิศจากทั่วโลกและของทานตามฤดูกาลได้

3. Bar&Lounge MAJESTIC
“ชิโอโดเมะ ซิตี้เซ็นเตอร์ (Shiodome City Center)” คืออาคารออฟฟิศสูงที่ทำหน้าที่เสมือนประตูสู่ “ชิโอโดเมะ ชิโอไซต์ (Shiodome Shiosite)” และที่ชั้น 41 ของอาคารมี “Bar&Lounge MAJESTIC” บาร์เลานจ์ที่ภูมิใจกับวิวกลางคืนระดับสุดยอดนอกหน้าต่างและค็อกเทลออริจินัลของร้าน
วิวพาโนรามาที่มีโตเกียวทาวเวอร์อยู่ตรงหน้าถือว่างดงามมาก เครื่องดื่มเสิร์ฟโดยบาร์เทนเดอร์มืออาชีพที่มีประวัติเข้าร่วมการแข่งขันหลากหลายรายการ พร้อมค็อกเทลออริจินัลที่นำค็อกเทลพื้นฐานมาปรับให้ทันสมัยจนมีให้เลือกมากมาย ไวน์ก็มีมากกว่า 2,000 ขวด โดยเน้นฝรั่งเศสและแคลิฟอร์เนียเป็นหลัก

เหมาะกับการแวะพักระหว่างเที่ยว! 3 ร้านกาแฟ/คาเฟ่ยอดนิยมในโตเกียว
ระหว่างเที่ยว หลายคนน่าจะแวะร้านกาแฟหรือคาเฟ่เพื่อพักเหนื่อยกันบ่อยๆ
ไหนๆ ก็มาแล้ว ลองไปเพลิดเพลินกับบรรยากาศ เครื่องดื่ม และของอร่อยที่ร้านกาแฟ/คาเฟ่ยอดนิยมของโตเกียวกันเถอะ
1. คิสสะ YOU (Kissa YOU)
“คิสสะ YOU (Kissa YOU)” ตั้งอยู่หลังคาบุกิสะ เดินจากทางออกหมายเลข 3 ของสถานีฮิงาชิกินซ่า (Higashi-Ginza) ประมาณ 2 นาที เป็นร้านคิสสะเท็นแบบดั้งเดิมที่มีแฟนๆ มากมาย ทั้งคนท้องถิ่นและแฟนของนักแสดงคาบุกิ ภายในร้านบรรยากาศเรโทรที่แบ่งเป็น 2 ชั้น ให้กลิ่นอายโชวะอันแสนคลาสสิก
ที่นี่มีทั้งกาแฟ ชา และคมบุฉะ (ชาคอมบุ) เป็นต้น รวมถึงเมนูอาหารอย่างนาพอริทันและแฮมเบิร์ก สไตล์โยโชคุที่ชวนคิดถึงวันวาน

2. คาเฟ่วัดสึกิจิฮงกันจิ Tsumugi (Tsukiji Hongwanji Cafe Tsumugi)
คาเฟ่ “Tsumugi” ในศูนย์ข้อมูลที่เปิดในปี 2017 ซึ่งเป็นปีครบรอบ 400 ปีของการก่อตั้งวัดสึกิจิฮงกันจิ (Tsukiji Hongwanji) ภายใต้แนวคิด “วัดที่เปิดกว้าง”
ด้วยโลเคชันยอดเยี่ยมที่มองเห็นอาคารหลักผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ คุณสามารถลิ้มรสอาหารเช้า มื้อกลางวัน หรือขนมหวานในบรรยากาศสงบได้ อีกทั้งในเดือนพฤศจิกายน ปี 2022 ยังเพิ่มที่นั่งและรีโนเวตเป็น “บุ๊กคาเฟ่” ที่สามารถอ่านหนังสือเกี่ยวกับพุทธศาสนาได้ด้วย
ในบรรดาเมนูมากมาย เมนูที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษคืออาหารเช้าแบบจำกัดจำนวน “อาหารเช้า 18 รายการ” ซึ่งตั้งชื่อตามคำปฏิญาณข้อที่ 18 ที่ถูกเรียกว่า “ฮงกัน” ในบรรดาคำปฏิญาณ 48 ข้อของพระอมิตาภพุทธะ เสิร์ฟทั้งโจ๊กและซุปมิโสะ พร้อมถ้วยเล็กอีกถึง 16 อย่าง

3. TORAYA GINZA
สาขากินซ่าของ “โทระยะ (Toraya)” ร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ที่ก่อตั้งในเกียวโตช่วงปลายยุคมุโรมาจิ และเป็นที่รู้จักจากโยคัง เป็นต้น
มีเมนูเฉพาะสาขา เช่น ขนมอบ “ยากิทาเตะ โยฮันโนะสึกิ (Yaki-tate Yohannotsuki)” ที่อบแป้งสดทุกออเดอร์แล้วประกบไส้ถั่วอะซูกิ (โอกุระอัน) มุ่งเน้นความอร่อยแบบทำสดใหม่
ภายในร้านมีที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ (ต้องจอง) ซึ่งเป็นครั้งแรกของโทระยะ ทำให้ชมช่างฝีมือทำขนมญี่ปุ่นตรงหน้าได้ นอกจากนี้ยังมีที่นั่งเทอเรซโปร่งโล่งแบบโถงสูง และพื้นที่ที่จัดสวนกับสระน้ำตื้นช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารโตเกียว
Q
ช่วยแนะนำของกินที่เป็นเอกลักษณ์ของโตเกียวหน่อย
ปลาไหล (คาบายากิ) เอโดะมาเอะซูชิ เอโดะมาเอะโซบะ และเทมปุระ ที่เรียกว่า “สี่จตุรเทพแห่งอาหารเอโดะ” ถือว่าโตเกียวเป็นต้นกำเนิด
Q
อยากกินราเมงหลายแบบ ควรไปที่ไหนดี?
แนะนำ “โตเกียว ราเมง สตรีท (Tokyo Ramen Street)” ที่สถานีโตเกียว เพราะรวมร้านดังจากทั่วโตเกียวไว้ ทำให้กินราเมงหลากหลายแนวได้ในที่เดียว
Q
มีข้อควรระวังเวลาไปกินร้านดังในโตเกียวไหม?
ด้วยจำนวนประชากรที่มาก ร้านดังมักแน่นจนต้องจองถึงจะเข้าได้บ่อยๆ ดังนั้นถ้ามีร้านที่อยากไปกินแน่นอน แนะนำให้จองล่วงหน้า
บทสรุป
เราได้แนะนำร้านอาหารยอดนิยมในโตเกียวแยกตามหมวดหมู่กันไปแล้ว เจอเมนูที่อยากกินหรือร้านที่อยากไปบ้างไหม
ถ้ายังลังเลว่าจะกินอะไร ลองเริ่มจาก 4 เมนู “สี่จตุรเทพแห่งอาหารเอโดะ” อย่างปลาไหล (คาบายากิ) ซูชิ โซบะ และเทมปุระดูก่อนก็ได้
และถ้าอยากรู้แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในโตเกียว ลองใช้บทความนี้เป็น参考ด้วย