【แหล่งพลังแห่งแดนใต้ที่งดงาม】คู่มือท่องเที่ยวศาลเจ้าอาโอชิมะ

【แหล่งพลังแห่งแดนใต้ที่งดงาม】คู่มือท่องเที่ยวศาลเจ้าอาโอชิมะ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

เกาะเล็กๆ กลางทะเลสีครามของมิยาซากิที่เดินข้ามไปได้ง่ายๆ ซ่อนพาวเวอร์สปอตชื่อดังระดับประเทศอย่าง “ศาลเจ้าอาโอชิมะ” ไว้
ทั้งผืนป่าพืชกึ่งเขตร้อนภายในบริเวณศาลเจ้า ภูมิประเทศที่เรียกว่า “แผ่นซักผ้าของยักษ์” พรเรื่องความรัก และพิธีขอพรที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ที่นี่มีไฮไลต์ให้ชมมากมาย
บทความนี้จะพาไปรู้จักเสน่ห์ของ “ศาลเจ้าอาโอชิมะ” พร้อมจุดที่อาจพลาดได้หากไม่รู้มาก่อน และวิธีเที่ยวให้สนุกยิ่งขึ้น

ศาลเจ้าอาโอชิมะเป็นสถานที่แบบไหน?

“ศาลเจ้าอาโอชิมะ (Aoshima Jinja)” ตั้งอยู่บน “เกาะอาโอชิมะ (Aoshima)” เกาะเล็กๆ ที่ลอยอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองมิยาซากิ จังหวัดมิยาซากิ
ศาลเจ้าแห่งนี้บูชาเทพ 3 องค์ ได้แก่ ฮิโกะโฮโฮเดมิ โนะ มิโคโตะ (Hikohohodemi no Mikoto), โทโยทามะฮิเมะ (Toyotamahime) และ ชิโอะสึจิ โนะ โอกามิ (Shiotsuchi no Okami) เชื่อกันว่าให้พรเรื่องความรัก การคลอดบุตรอย่างปลอดภัย รวมถึงความปลอดภัยด้านการเดินทางและการเดินเรือ
ด้วยความเชื่อว่า “ฮิโกะโฮโฮเดมิ โนะ มิโคโตะ” และ “โทโยทามะฮิเมะ” เป็นสถานที่ที่ทั้งสองได้บ่มเพาะความรักกัน จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่มาขอพรด้านความรัก เดินทางมาเยือนอยู่เสมอ
เพราะ “ศาลเจ้าอาโอชิมะ” นับรวมทั้งเกาะอาโอชิมะเป็นเขตบริเวณศาลเจ้า ทำให้คุณได้สัมผัสเสน่ห์ของทำเลอันยอดเยี่ยมของเกาะไปพร้อมกัน
ลองเพลิดเพลินกับวิวทะเลและท้องฟ้าที่กว้างสุดสายตาได้จากสะพานที่มุ่งหน้าไปยังเกาะอาโอชิมะ
ทั่วทั้งเกาะปกคลุมด้วยป่าพืชกึ่งเขตร้อน ทำให้ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ประเทศเขตร้อน ทั้งที่กำลังเที่ยวศาลเจ้าอยู่
ภาพของพืชกึ่งเขตร้อนขึ้นหนาแน่นภายในบริเวณศาลเจ้าเป็นทิวทัศน์ที่หาดูได้ยากและค่อนข้างแปลกตา
บริเวณใกล้เคียงยังมีชายหาดชื่อดังของจังหวัดหลายแห่ง ช่วงหน้าร้อนมาที่นี่แล้ว นอกจากสักการะศาลเจ้า ก็ยังสนุกกับการเล่นน้ำทะเล โต้คลื่น และกีฬาทางน้ำอื่นๆ ได้อีกด้วย

แค่เดินไปทาง “ศาลเจ้าอาโอชิมะ” ก็ได้ชมวิวสวยๆ แล้ว
แค่เดินไปทาง “ศาลเจ้าอาโอชิมะ” ก็ได้ชมวิวสวยๆ แล้ว
ภาพพืชกึ่งเขตร้อนเขียวชอุ่มภายในบริเวณศาลเจ้า เป็นทิวทัศน์ที่ไม่มีที่ไหนเหมือน
ภาพพืชกึ่งเขตร้อนเขียวชอุ่มภายในบริเวณศาลเจ้า เป็นทิวทัศน์ที่ไม่มีที่ไหนเหมือน

ที่มาของศาลเจ้าอาโอชิมะ

ตำนานความเป็นมาของ “ศาลเจ้าอาโอชิมะ” ถูกบันทึกไว้ในเทพปกรณัมเรื่อง “อุมิซาจิฮิโกะ (Umisachihiko) และ ยามะซาจิฮิโกะ (Yamasachihiko)”
“ยามะซาจิฮิโกะ” เป็นอีกชื่อหนึ่งของ “ฮิโกะโฮโฮเดมิ โนะ มิโคโตะ” ซึ่งเป็นเทพที่ศาลเจ้าอาโอชิมะบูชา
วันหนึ่ง “ยามะซาจิฮิโกะ” ทำเบ็ดตกปลาที่ขอยืมจากพี่ชาย “อุมิซาจิฮิโกะ” หายไปที่ชายทะเล
ขณะกำลังลำบากเพราะหาไม่พบ “ชิโอะสึจิ โนะ โอกามิ” ก็ปรากฏตัวและแนะนำให้ “ยามะซาจิฮิโกะ” ลงไปค้นหาในทะเล
ระหว่างนั้นเขาได้พบ “โทโยทามะฮิเมะ” ธิดาของเทพแห่งท้องทะเล และทั้งสองก็ได้ครองคู่กัน
หลังผ่านเรื่องราวมากมาย เขาพบเบ็ดตกปลาคืน และต่อมา “ยามะซาจิฮิโกะ” กับ “โทโยทามะฮิเมะ” ได้กลับจากโลกใต้น้ำขึ้นสู่พื้นดิน โดยเชื่อกันว่าสถานที่ที่ทั้งสองใช้ชีวิตคือ “อาโอชิมะ”
“ศาลเจ้าอาโอชิมะ” ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่บูชาเทพทั้ง 3 องค์ ได้แก่ “ยามะซาจิฮิโกะ”, “โทโยทามะฮิเมะ” และ “ชิโอะสึจิ โนะ โอกามิ” ในฐานะร่องรอยของที่ประทับของ “ยามะซาจิฮิโกะ” และ “โทโยทามะฮิเมะ”

การเดินทางไปศาลเจ้าอาโอชิมะ

จาก “สนามบินมิยาซากิ (Miyazaki Airport)” ซึ่งมีทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ สามารถเดินทางไป “ศาลเจ้าอาโอชิมะ” ได้ทั้งรถไฟและรถบัส
หากใช้รถไฟ ให้ขึ้นสาย JR Miyazaki Airport Line แล้วลงที่ “สถานีทายูกิ (Tayuki Station)” ซึ่งอยู่ถัดไป 1 สถานี
จาก “สถานีทายูกิ” เปลี่ยนไปขึ้นสาย JR Nichinan Line มุ่งหน้าขาลง และลงที่ “สถานีอาโอชิมะ (Aoshima Station)”
จากนั้นเดินประมาณ 10 นาทีจะถึง “ศาลเจ้าอาโอชิมะ”
หากใช้รถบัส ให้ขึ้นรถบัสของ Miyazaki Kotsu ปลายทาง “โอบิ (Obi)” จากสนามบินมิยาซากิ
ลงที่ป้ายรถบัส “อาโอชิมะ (Aoshima)” แล้วเดินประมาณ 10 นาทีจะถึงศาลเจ้าอาโอชิมะ
ไม่ว่าจะรถไฟหรือรถบัสก็ใช้เวลาเดินทางภายใน 1 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม รถไฟและรถบัสมีรอบค่อนข้างน้อย โดยประมาณชั่วโมงละ 1–2 เที่ยว จึงควรตรวจสอบตารางเวลาให้ดี ก่อนออกเดินทางไปศาลเจ้าอาโอชิมะ

เวลาเปิดให้สักการะและค่าเข้าชมของศาลเจ้าอาโอชิมะ

“ศาลเจ้าอาโอชิมะ” เข้าชมฟรี และสามารถสักการะได้ตั้งแต่ 06:00 น. จนถึงพระอาทิตย์ตก
อย่างไรก็ตาม พิพิธภัณฑ์ฮิวงะชินวะ (Hyuga Shinwa-kan) มีค่าเข้าชมตามด้านล่าง

ผู้ใหญ่
600 เยน
มัธยมต้น・มัธยมปลาย
400 เยน
ประถมศึกษา
300 เยน
เด็กเล็ก
ฟรี

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของศาลเจ้าอาโอชิมะคือช่วงไหน?

ถ้าถามว่าช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยว “ศาลเจ้าอาโอชิมะ” เป็นพิเศษ คำตอบมักจะเป็นหน้าร้อน
เป็นช่วงที่สนุกกับโลเคชันของ “อาโอชิมะ” ได้เต็มที่ และยังมีงาน “พิธีแห่ข้ามทะเล” ที่จะได้เห็นภาพผู้คนแบกศาลเจ้าพกพา (มิโคชิ) ข้ามทะเล
งานจะจัดในวันเสาร์–อาทิตย์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม หากจังหวะพอดี อยากให้ลองไปร่วมชมสักครั้ง
อีกหนึ่งข้อดีคือสามารถไปเล่นน้ำทะเลหรือโต้คลื่นที่ชายหาดใกล้ๆ ได้ด้วย

รอบๆ ศาลเจ้าอาโอชิมะมีชายหาดสำหรับเล่นน้ำด้วย อยากให้แวะไปเที่ยวควบคู่กัน
รอบๆ ศาลเจ้าอาโอชิมะมีชายหาดสำหรับเล่นน้ำด้วย อยากให้แวะไปเที่ยวควบคู่กัน

ดื่มด่ำไฮไลต์ในฐานะ “ศาลเจ้า” ได้เต็มที่! 5 จุดแนะนำของศาลเจ้าอาโอชิมะ

“ศาลเจ้าอาโอชิมะ” มีจุดน่าสนใจมากมาย เพราะนับทั้งเกาะอาโอชิมะเป็นเขตบริเวณศาลเจ้า
โลเคชันที่ยอดเยี่ยมเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งก็จริง แต่ตรงนี้ขอคัดเฉพาะจุดที่ช่วยให้ดื่มด่ำความเป็น “ศาลเจ้า” ได้เต็มที่มาแนะนำ
ยังมีจุดที่ช่วยให้เข้าใจความเป็นมาของ “มิยาซากิ” และ “อาโอชิมะ” ในฐานะดินแดนแห่งตำนานด้วย อยากให้ลองแวะไปเยือน

1. “ศาลหลัก (ฮนเด็น)” อาคารสีแดงชาดสดใสที่งดงาม

“ศาลหลัก (ฮนเด็น)” โดดเด่นด้วยสีแดงชาดสดใส และตัดกับท้องฟ้าสีครามได้สวยมาก
มีการบูรณะสร้างใหม่หลายครั้ง โดยหลังเกิดเหตุไฟไหม้ทั้งหมดในปี 1974 ก็ได้สร้างขึ้นใหม่จนเป็นรูปลักษณ์ในปัจจุบัน
ที่ศาลหลักบูชาเทพคู่สามีภรรยา “ฮิโกะโฮโฮเดมิ โนะ มิโคโตะ” และ “โทโยทามะฮิเมะ” จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาขอพรด้านความรัก
ที่นี่ยังบูชา “เบนไซเท็น (Benzaiten)” เทพที่เชื่อกันว่าให้พรด้านโชคลาภการเงินด้วย

ศาลหลักที่สวยงามด้วยความตัดกันของสีแดงชาดสดใสและท้องฟ้าสีคราม
ศาลหลักที่สวยงามด้วยความตัดกันของสีแดงชาดสดใสและท้องฟ้าสีคราม

2. “โมโตมิยะ (Motomiya)” พาวเวอร์สปอตระดับต้นๆ ภายในบริเวณศาลเจ้า

เมื่อเดินผ่านทางเดินเล็กๆ ที่ทอดออกจากด้านข้างของ “ศาลหลัก” และล้อมรอบด้วยพืชกึ่งเขตร้อน จะไปถึง “โมโตมิยะ (Motomiya)” ซึ่งเป็นหนึ่งในพาวเวอร์สปอตที่โดดเด่นที่สุดของศาลเจ้าอาโอชิมะ
เป็นอาคารศาลเจ้าที่ตั้งอยู่เกือบใจกลางของ “อาโอชิมะ” และว่ากันว่าเดิมทีถูกสร้างเป็น “ศาลหลัก” ของศาลเจ้าอาโอชิมะ
บริเวณรอบโมโตมิยะพบเครื่องปั้นดินเผาที่คาดว่าเป็นของยุคยาโยอิ ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่ามีการประกอบพิธีกรรมมาตั้งแต่อดีตกาล
ใกล้กับโมโตมิยะมี “ต้นบิโร (ปาล์มพัด) คู่สามีภรรยา” ซึ่งเป็นต้นบิโร 2 ต้นที่ยืนเคียงกัน และสามารถทำพิธีขอพรที่เรียกว่า “มุสุฮิโคโยริ (Musubi Koyori)” ได้
สำหรับคนที่อยากลองทำพิธีนี้ จะเป็นการเลือก “โคโยริ” (กระดาษญี่ปุ่นตัดเป็นเส้นยาวคล้ายเชือก) ตามสีที่แตกต่างกันไปตามคำขอพร แล้วผูกโคโยริเข้ากับต้นไม้ เพื่ออธิษฐานให้สมปรารถนา

“โมโตมิยะ” ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่กลางป่าดิบ
“โมโตมิยะ” ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่กลางป่าดิบ
“ต้นบิโรคู่สามีภรรยา” สถานที่ทำพิธีมุสุฮิโคโยริ
“ต้นบิโรคู่สามีภรรยา” สถานที่ทำพิธีมุสุฮิโคโยริ

3. “พิพิธภัณฑ์ฮิวงะชินวะ (Hyuga Shinwa-kan)” ถ่ายทอดตำนานได้เข้าใจง่าย

“พิพิธภัณฑ์ฮิวงะชินวะ” เป็นสถานที่ที่แบ่งตำนานญี่ปุ่นออกเป็น 12 ฉาก และจำลองอย่างมีชีวิตชีวาด้วยหุ่นขี้ผึ้ง 30 ตัว
ตั้งแต่ฉากที่ นินิงิ โนะ มิโคโตะ (Ninigi no Mikoto) หลานของเทพสูงสุดของญี่ปุ่น อามาเทราสึ โอมิคามิ (Amaterasu Omikami) ลงมายังดินแดนมิยาซากิ ไปจนถึงฉากการขึ้นครองราชย์ของจักรพรรดิองค์แรก
เพราะมีการจำลองตำนานที่เป็นที่มาของ “ศาลเจ้าอาโอชิมะ” ด้วย ที่นี่จึงเป็นจุดที่ควรแวะ หากอยากรู้จักศาลเจ้าอาโอชิมะให้ลึกยิ่งขึ้น

เมื่อเข้าใจตำนานญี่ปุ่น คุณจะสนุกกับมิยาซากิและอาโอชิมะได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เมื่อเข้าใจตำนานญี่ปุ่น คุณจะสนุกกับมิยาซากิและอาโอชิมะได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

4. พิธีขอพรและการเสี่ยงทายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของศาลเจ้าอาโอชิมะ

ในบรรดาพิธีขอพรและการเสี่ยงทายต่างๆ ที่มีใน “ศาลเจ้าอาโอชิมะ” ขอแนะนำ 2 อย่างที่โดดเด่นเป็นพิเศษ
อย่างแรกคือ “อาเมะโนะฮิราคะนะเงะ (Ame no Hiraka Nage)”
เป็นพิธีที่ขณะเอ่ยคำขอพรเบาๆ จะโยน “ฮิราคะ” ซึ่งเป็นจานใบเล็กๆ ลงไปยัง “อิวะซะไก (Iwazakai)” หรือเขตศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าเป็นที่ประทับของเทพ
ว่ากันว่าหากฮิราคะตกเข้าไปในอิวะซะไก คำขอจะสำเร็จ และถึงแม้จะไม่เข้าไปแต่ถ้าฮิราคะแตก ก็เชื่อว่าโชคชะตาจะเปิดทางให้ดีขึ้นต่อจากนี้
อย่างที่สองคือ “ไซโนะเมะชินจิ (Sai no Me Shinji)”
เป็นพิธีที่ขณะกล่าวว่า “โอชิเอะ ทามาเอะ มิจิบิกิ ทามาเอะ” จะทอยลูกเต๋าขนาดใหญ่
บนลูกเต๋ามีหน้า ทอง・กาย・สัมพันธ์・เคราะห์・การเรียน・ความรัก และเชื่อกันว่าหน้าที่ออกมาจะแสดงถึง “สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวเอง”
ถ้ามาเยือน “ศาลเจ้าอาโอชิมะ” อยากให้ลองท้าทายกันดู

อิวะซะไกสำหรับทำพิธีขอพรแบบไม่เหมือนใคร “อาเมะโนะฮิราคะนะเงะ”
อิวะซะไกสำหรับทำพิธีขอพรแบบไม่เหมือนใคร “อาเมะโนะฮิราคะนะเงะ”

5. “แผ่นซักผ้าของยักษ์” สัมผัสการรังสรรค์ของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่

หินเป็นลอนคลื่นที่ล้อมรอบชายฝั่งของ “อาโอชิมะ” ซึ่งเรียกว่า “แผ่นซักผ้าของยักษ์” ก็เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของ “ศาลเจ้าอาโอชิมะ”
เพราะมีรูปทรงขรุขระคล้ายกระดานซักผ้า จึงได้ชื่อว่า “แผ่นซักผ้าของยักษ์”
หินที่ยกตัวขึ้นเมื่อประมาณ 7 ล้านปีก่อน ถูกคลื่นกัดเซาะจนเหลือเฉพาะส่วนที่แข็ง แล้วซ้อนกันเป็นชั้นๆ คล้ายแผ่นกระดาน กลายเป็นรูปแบบที่เรียกกันในปัจจุบันว่า “แผ่นซักผ้าของยักษ์”
ช่วงน้ำขึ้นจะถูกซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำทะเล แต่เมื่อน้ำลงจะเผยให้เห็นรูปร่างชัดเจน
ทิวทัศน์ที่ซุ้มประตูโทริอิของ “ศาลเจ้าอาโอชิมะ” เรียงอยู่คู่กับ “แผ่นซักผ้าของยักษ์” เป็นภาพที่ไม่ควรพลาด

โทริอิของศาลเจ้าอาโอชิมะและแผ่นซักผ้าของยักษ์
โทริอิของศาลเจ้าอาโอชิมะและแผ่นซักผ้าของยักษ์

เดินรอบเกาะแล้วจะเลิกกันจริงไหม? ความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับศาลเจ้าอาโอชิมะ

มีความเชื่อว่า หากคู่รักเดินรอบ “อาโอชิมะ” ครบหนึ่งรอบ จะต้องเลิกรากัน
มีคำอธิบายว่าท่านเทพผู้เป็นเพศหญิงที่ประดิษฐานในศาลเจ้าเกิดหึงหวงจึงทำให้เลิกกัน แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น
สำหรับศาลเจ้าที่ให้พรด้านความรัก มักมีความหมายว่า “ผูกดวงกับคนที่เหมาะสม”
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็หมายถึง “ตัดความสัมพันธ์กับคนที่ไม่เหมาะสม” ด้วยเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ จึงมักมีความเชื่อว่าหากไปสักการะศาลเจ้าขอพรความรักเป็นคู่ จะทำให้เลิกรากันอยู่บ่อยๆ

3 ศาลเจ้าในมิยาซากิที่ควรไปเพื่อสัมผัสดินแดนแห่งตำนาน

ไหนๆ ก็มาเยือน “มิยาซากิ” ซึ่งเป็นดินแดนแห่งตำนานแล้ว อยากให้ลองเที่ยวศาลเจ้าอื่นๆ นอกเหนือจาก “ศาลเจ้าอาโอชิมะ” ด้วย
ศาลเจ้าทั้ง 3 แห่งที่จะ紹介ต่อไปนี้มีจุดน่าสนใจมากมาย อยากให้ลองใส่ไว้ในแผนท่องเที่ยวของคุณ

1. ศาลเจ้าอุโดะ (Udo Jingu)

ศาลเจ้าที่หาชมได้ยาก ตั้งอยู่ภายในถ้ำบนหน้าผาชันริมทะเล
เชื่อกันว่าให้พรด้านการคลอดบุตรอย่างปลอดภัย การเลี้ยงดูบุตร ความรัก การประมง และความปลอดภัยในการเดินเรือ
พื้นที่รอบย่านอุโดะที่มีศาลเจ้าอุโดะเป็นศูนย์กลาง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทิวทัศน์งดงามแห่งชาติของญี่ปุ่น
การสักการะต้องเดินลงบันไดหินที่สร้างบนหน้าผายาวประมาณ 800 เมตร
ภายในถ้ำมีพื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางเมตร และเป็นสถานที่ที่ “โทโยทามะฮิเมะ” เทพีในตำนานญี่ปุ่น สร้างกระท่อมคลอดบุตร
ที่นี่ยังมี “โอนิวะอิวะ (Onyuu-iwa)” หรือ “หินน้ำนม” ตามตำนานกล่าวว่าเมื่อโทโยทามะฮิเมะจะกลับสู่พระราชวังใต้ทะเล ได้แนบเต้านมของตนไว้กับก้อนหินเพื่อบุตรของตน และเชื่อกันว่าหากเลียน้ำหวาน “โอนิวะอาเมะ” ที่ทำจากน้ำหยดจากหินนั้น จะช่วยให้น้ำนมแม่ออกดี

วิวสุดตระการตา! ศาลเจ้าลึกลับภายในถ้ำ
วิวสุดตระการตา! ศาลเจ้าลึกลับภายในถ้ำ

2. ศาลเจ้ามิยาซากิ (Miyazaki Jingu)

ศาลเจ้าตัวแทนของมิยาซากิ ซึ่งบูชาจักรพรรดิจิมมุ (Jimmu) จักรพรรดิองค์แรกเป็นเทพประจำศาลเจ้า
ที่นี่ยังบูชา อุงายะฟุกิอาเอซุ โนะ มิโคโตะ (Ugayafukiazu no Mikoto) และ ทามาโยริฮิเมะ โนะ มิโคโตะ (Tamayorihime no Mikoto) พระบิดาและพระมารดาของจักรพรรดิจิมมุด้วย และเป็นที่รู้จักจากพรเรื่องความสามัคคีของคู่สามีภรรยา การคลอดบุตรอย่างปลอดภัย การมีบุตร การขอให้ชนะ และการขอให้สอบผ่าน
ในท้องถิ่นเป็นที่คุ้นเคยในชื่อ “จิมมุซามะ” ควบคู่กับเทศกาลใหญ่เดือนตุลาคม และคึกคักไปด้วยผู้มาสักการะจำนวนมาก
ว่ากันตามบันทึกเก่าว่า การก่อตั้งเริ่มจากเมื่อ ทาเคอิวะทัตสึ โนะ มิโคโตะ (Takeiwatatsu no Mikoto) ผู้เป็นหลานของจักรพรรดิจิมมุ เข้ารับตำแหน่งข้าหลวงแห่งคิวชูและทำพิธีบวงสรวงสถาปนา ต่อมาในสมัยจักรพรรดิซูจิน (Sujin) องค์ที่ 10 และจักรพรรดิเคโค (Keiko) องค์ที่ 12 ได้มีการก่อสร้างอาคารศาลเจ้า

ศาลเจ้าที่บูชาจักรพรรดิจิมมุองค์แรก มีชื่อเสียงจากเทศกาลใหญ่ในเดือนตุลาคม
ศาลเจ้าที่บูชาจักรพรรดิจิมมุองค์แรก มีชื่อเสียงจากเทศกาลใหญ่ในเดือนตุลาคม

3. คุนิมิงาโอกะ (Kunimigaoka)

เนินเขาที่มีตำนานเล่าว่า ทาเทอิวะทัตสึ โนะ มิโคโตะ (Tateiwatatsu no Mikoto) หลานของจักรพรรดิจิมมุ ได้แวะพักและมองดูผืนแผ่นดิน (คุนิมิ) ระหว่างการปกครองคิวชู
มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 513 เมตร และเป็นที่รู้จักจากทิวทัศน์ทะเลหมอกที่สวยงามซึ่งมองเห็นจากจุดชมวิวในฤดูใบไม้ร่วง วิวทะเลหมอกที่ก่อตัวราวกับปกคลุมแอ่งทาคาจิโฮะซึ่งถูกโอบล้อมด้วยภูเขาต่างๆ เช่น ภูเขาอะโสะ และเทือกเขาโซโบะ เป็นภาพงดงามที่แม้ไม่ใช่ช่างภาพก็อยากเก็บไว้เป็นรูปถ่าย
เชื่อกันว่าสามารถเห็นทะเลหมอกได้ในช่วงเช้าตรู่ตั้งแต่กลางเดือนกันยายนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน และจะเกิดขึ้นเมื่อมีเงื่อนไขเหมาะสม เช่น ความชื้นสูง และมีการคายความร้อนด้วยการแผ่รังสีอย่างเพียงพอ

สามารถชมทะเลหมอกที่ถูกแสงอาทิตย์ยามเช้าส่องกระทบได้
สามารถชมทะเลหมอกที่ถูกแสงอาทิตย์ยามเช้าส่องกระทบได้

รีวิวศาลเจ้าอาโอชิมะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศาลเจ้าอาโอชิมะ

Q

ศาลเจ้าอาโอชิมะบูชาเทพองค์ใดบ้าง?

A

บูชาเทพ 3 องค์ ได้แก่ ฮิโกะโฮโฮเดมิ โนะ มิโคโตะ (Hikohohodemi no Mikoto), โทโยทามะฮิเมะ (Toyotamahime) และ ชิโอะสึจิ โนะ โอกามิ (Shiotsuchi no Okami)

Q

ศาลเจ้าอาโอชิมะให้พรเรื่องอะไร?

A

เชื่อกันว่าให้พรด้านความรัก การคลอดบุตรอย่างปลอดภัย รวมถึงความปลอดภัยด้านการเดินทางและการเดินเรือ

Q

ขอทราบความเชื่อของศาลเจ้าอาโอชิมะ

A

มีความเชื่อว่า หากคู่รักเดินรอบเกาะอาโอชิมะครบหนึ่งรอบ จะต้องเลิกรากัน

บทสรุป

ที่ “ศาลเจ้าอาโอชิมะ (Aoshima Jinja)” ไม่ได้มีดีแค่วิวสวยของ “อาโอชิมะ (Aoshima)” เท่านั้น แวะมาสักการะขอพรด้านความรักได้ ลองทำพิธีอธิษฐานและเสี่ยงทายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวก็ได้ อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ที่อธิบายตำนานให้เข้าใจง่าย เที่ยวเพลินได้หลายแบบในทริปเดียว
อยากให้ลองแวะไปตามจุดไฮไลต์ในฐานะศาลเจ้าที่บทความนี้แนะนำ พร้อมดื่มด่ำกับโลเคชันอันงดงามไปด้วย
หากอยากเที่ยว “อาโอชิมะ” ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านรีสอร์ตเด่นของคิวชูให้เต็มที่ ลองดูเส้นทางตัวอย่างที่แนะนำในบทความด้านล่างด้วย