คู่มือท่องเที่ยวสวนโคราคุเอน โอคายามะ: สัมผัสวิวสวยตลอด 4 ฤดูกาล

คู่มือท่องเที่ยวสวนโคราคุเอน โอคายามะ: สัมผัสวิวสวยตลอด 4 ฤดูกาล

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

อยากเดินเล่นในสวนญี่ปุ่นที่ยังมีกลิ่นอายสมัยเอโดะให้สัมผัสอยู่ไหม—สวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) คือหนึ่งใน “สามสวนชื่อดังของญี่ปุ่น” ที่หลายคนตั้งใจมาเยือนสักครั้ง
ธรรมชาติที่จัดแต่งอย่างประณีตเปลี่ยนเสน่ห์ไปตามฤดูกาล แถมยังมีอาคารประวัติศาสตร์และอีเวนต์ให้แวะชมเรื่อย ๆ ทำให้มีจุดน่าสนใจตลอดทริป
หลายคนจึงอาจลังเลว่า ควรไปเมื่อไหร่ และควรไปดูอะไรดี
บทความนี้จะพาไปรู้จักไฮไลต์และอีเวนต์ต่าง ๆ ของสวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) แบบครบถ้วน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะเที่ยวอย่างไรให้คุ้มที่สุด

สวนโคราคุเอน โอคายามะเป็นสถานที่แบบไหน?

สวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) ตั้งอยู่ในเมืองโอคายามะ จังหวัดโอคายามะ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “แหล่งทัศนียภาพงดงามพิเศษของชาติ”
สำหรับคนที่สงสัยว่า “สวนญี่ปุ่น” หมายถึงอะไร โดยทั่วไปคือสวนที่จัดวางหิน สายน้ำ และพืชพรรณต่าง ๆ เพื่อสร้างทิวทัศน์ธรรมชาติขึ้นมาอย่างตั้งใจ
ที่นี่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “สามสวนชื่อดังของญี่ปุ่น” ร่วมกับสวนไคราคุเอนที่มิโตะ และสวนเค็นโรคุเอนที่คานาซาวะ เป็นสวนตัวแทนของญี่ปุ่นที่มีทัศนียภาพโดดเด่น
พื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 133,000 ตร.ม. มีสนามหญ้า สระน้ำ และเรือนชงชา เชื่อมต่อกันด้วยทางเดิน ให้คุณเดินเล่นพร้อมชมวิวตามฤดูกาลได้อย่างเพลินตา
สวนที่ยังคงกลิ่นอายสมัยเอโดะแห่งนี้มีเสน่ห์มาก จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนทุกวันจำนวนมาก

สวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) สร้างขึ้นโดยอิเคดะ สึนะมาสะ (Ikeda Tsunamasa) เจ้าเมืองรุ่นที่ 2 แห่งแคว้นโอคายามะ (ปัจจุบันคือจังหวัดโอคายามะ) เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อน โดยเริ่มก่อสร้างในปี 1687 และแล้วเสร็จในปี 1700
ด้วยความหมายว่าเป็นสวนที่สร้างอยู่ด้านหลังปราสาทโอคายามะ (Okayama Castle) จึงเคยถูกเรียกว่า “โกะโคเอน (Gokoen)” และใช้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกของเจ้าเมืองในแต่ละยุคสมัย
ในปี 1871 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โคราคุเอน” และโอนให้จังหวัดโอคายามะเพื่อการอนุรักษ์สวนชื่อดังแห่งนี้
นอกจากนี้ยังมีสะพานคนเดิน “สึกิมิบาชิ (Tsukimi-bashi)” ที่เชื่อมสวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) กับปราสาทโอคายามะ (Okayama Castle) ทำให้สามารถเที่ยวทั้งสองจุดได้ในเวลาสั้น ๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่

สวนญี่ปุ่นตัวแทนของญี่ปุ่น “สวนโคราคุเอน โอคายามะ” ที่งดงามทั้งสระน้ำและเนินเขาจำลอง
สวนญี่ปุ่นตัวแทนของญี่ปุ่น “สวนโคราคุเอน โอคายามะ” ที่งดงามทั้งสระน้ำและเนินเขาจำลอง

การเดินทางไปสวนโคราคุเอน โอคายามะ

สวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) อยู่ในย่านตัวเมือง เลยมีทั้งรถบัสและรถรางให้เลือกใช้ค่อนข้างสะดวก
จากสถานี JR โอคายามะ (JR Okayama Station) จะเดินไปก็ได้ แต่ถ้าอยากประหยัดแรง แนะนำขึ้นรถบัสหรือรถรางจะสบายกว่า
หากนั่งรถบัสจากสถานี JR โอคายามะ (JR Okayama Station) จะใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที ถึงป้าย “โคราคุเอนกุจิ (Korakuen-guchi)”
จาก “โคราคุเอนกุจิ (Korakuen-guchi)” เพียงข้ามสะพานสึรุมิบาชิ ก็ถึงสวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) ทันที
ส่วนรถราง ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีจากสถานี JR โอคายามะ (JR Okayama Station) ไปยังสถานี “ชิโรชิตะ (Shiroshita)” และเดินต่ออีก 10 นาที

เวลาเปิด-ปิดและค่าเข้าชมสวนโคราคุเอน โอคายามะ

เวลาเปิด-ปิดและค่าเข้าชมของสวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) มีดังนี้
ถ้าคิดจะแวะไปปราสาทโอคายามะ (Okayama Castle) ด้วย แนะนำบัตรเข้าชมแบบร่วม จะคุ้มกว่าซื้อแยก
โดยปกติเปิดทุกวันตลอดปี แต่อาจมีการปรับเวลาเปิด-ปิดตามการจัดงาน จึงควรตรวจสอบล่วงหน้า

ค่าเข้าชม
・ผู้ใหญ่ (อายุ 15–64 ปี): 500 เยน
・นักเรียนมัธยมปลายและต่ำกว่า: ฟรี
บัตรร่วม (โคราคุเอน/ปราสาทโอคายามะ)
・ผู้ใหญ่ 720 เยน
・นักเรียนมัธยมปลายและต่ำกว่า: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด
・20 มี.ค.–30 ก.ย. 7:30–18:00 (เข้าชมได้ถึง 17:45)
・1 ต.ค.–19 มี.ค. 8:00–17:00 (เข้าชมได้ถึง 16:45)

สวนโคราคุเอน โอคายามะที่มีเสน่ห์ต่างกันไปตามฤดูกาล

สวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) เด่นทั้งเรื่องทิวทัศน์สี่ฤดูกาลและอาคารประวัติศาสตร์ที่กระจายอยู่ทั่วสวน
มาเดือนไหนก็ได้ชื่นชมวิวแบบเต็ม ๆ เลือกช่วงที่เข้ากับสไตล์การเที่ยวของคุณได้เลย
ต่อไปนี้คือเสน่ห์ของแต่ละฤดูกาล

ฤดูใบไม้ผลิ: ดอกไม้นานาชนิดบานสะพรั่งแข่งกัน

ฤดูใบไม้ผลิของสวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดที่บานสะพรั่งราวกับประชันกัน
ที่สวนบ๊วย ช่วงต้นกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคมจะเป็นช่วงพีคของดอกบ๊วยราว 100 ต้น ทั้งสีแดงและสีขาว
ส่วนซากุระจะสวยที่สุดช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน โดยมีซากุระราว 280 ต้น (ส่วนใหญ่เป็นโซเมโยชิโนะ) แต่งแต้มทั่วสวนอย่างมีเสน่ห์
โดยเฉพาะ “อุโมงค์ซากุระ” ที่ปรากฏในโซนป่าซากุระและลานบาบะ เป็นจุดที่เดินชมวิวได้บรรยากาศดีมาก แนะนำไม่ควรพลาด
นอกจากนี้ยังมีดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิทยอยบานต่อเนื่องไปจนถึงปลายพฤษภาคม เช่น อะซาเลีย โบตั๋น และชะคุยะคุ (พีโอนี)
ในเดือนมีนาคมมีงาน “การต้อนรับแบบญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิ” ที่ให้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่น เช่น งานชงชาในสวนและการแสดงเคียวเง็น
ถ้าไปตรงช่วง ลองแวะร่วมกิจกรรมควบคู่กับการชมดอกไม้ดูสักครั้ง

สวนในฤดูใบไม้ผลิให้คุณดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ละเมียดละไม
สวนในฤดูใบไม้ผลิให้คุณดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ละเมียดละไม

ฤดูร้อน: วิวชวนเย็นสบายและเปี่ยมด้วยอารมณ์

ฤดูร้อนของสวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) จะเป็นช่วงพีคของดอกไอริสญี่ปุ่นราว 3,000 ต้น
แม้จะอยู่ในฤดูฝนเดือนมิถุนายน แต่ดอกสีขาวและสีม่วงจะบานสดใสปกคลุมแปลงดอกไม้ทั้งผืน
ที่สระ “คะโยโนะอิเคะ (Kayo-no-ike)” จะมีดอกบัวพันธุ์ “อิตเต็นชิไค (Ittenshikai)” สีขาวดอกใหญ่ลอยเต็มผิวน้ำ
ภาพสายน้ำที่ดึงมาจากสระซาวะไหลลงเป็นน้ำตกก็ให้ความรู้สึกเย็นสบายและสวยงามเช่นกัน
ที่ปราสาทโอคายามะ (Okayama Castle) มีงาน “อุโจโทเก็นเคียวฤดูร้อน (Ujo Togenkyo)” และที่สวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) ก็มีงาน “เก็นโซเทเอ็นฤดูร้อน (Genso Teien)” ให้เดินชมไฟประดับของทั้ง “สวนชื่อดัง” และ “ปราสาทชื่อดัง” ต่อเนื่องกัน โดยมีสะพานสึกิมิบาชิเป็นจุดคั่นกลาง

ดอกไอริสญี่ปุ่นที่สวยที่สุดในฤดูร้อน
ดอกไอริสญี่ปุ่นที่สวยที่สุดในฤดูร้อน

ฤดูใบไม้ร่วง: ใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามมีเสน่ห์

สวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียง
ใบเมเปิลราว 250 ต้น รวมถึงซากุระและแปะก๊วย จะสวยที่สุดช่วงกลางพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม
“เซ็นนิริโนะโมริ (Senniri-no-mori)” ซึ่งประกอบด้วยเมเปิล 100 ต้น เป็นสปอตยอดนิยมสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
คำว่า “เซ็นนิริ (Senniri)” เปรียบเปรยถึงการย้อมสีให้เข้ม เพื่อสื่อถึงสีสันที่ลึกขึ้นของใบไม้ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง
อย่าลืมชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีของสวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) จากหอคอยปราสาทของปราสาทโอคายามะ (Okayama Castle) ด้วย

สปอตชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยม “เซ็นนิริโนะโมริ”
สปอตชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยม “เซ็นนิริโนะโมริ”

ฤดูหนาว: รวมไฮไลต์หลากหลายไว้ในฤดูเดียว

สวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) มีดอกไม้บานตลอดทั้งปี แม้ในฤดูหนาวก็ยังได้ชมดอกไม้สวย ๆ
คาเมลเลียฤดูหนาวราว 300 ต้นและซาซังกะราว 170 ต้น แต่งแต้มสีสันให้สวนในฤดูหนาวอย่างโดดเด่นเป็นพิเศษ
อีกหนึ่งไฮไลต์ของฤดูหนาวคือกิจกรรม “เดินเล่นภายในสวนของนกกระเรียนมงกุฎแดง (Tanchō)” ที่ปล่อยนกกระเรียนซึ่งเลี้ยงไว้ให้ออกมาเดินบนสนามหญ้าในสวน
ภาพนกกระเรียนที่สง่างามเดินเล่นในสวนญี่ปุ่นอันงดงามเป็นสิ่งที่ควรเห็นสักครั้ง
ในเดือนกุมภาพันธ์จะมีพิธี “เผาสนามหญ้า (Shibayaki)” เพื่อให้ยอดอ่อนของฤดูใบไม้ผลิงอกสวยงาม และช่วยกำจัดแมลงศัตรูพืชไปพร้อมกัน
การเผาสนามหญ้ากว้างทีละส่วนจนพื้นเปลี่ยนเป็นสีดำพร้อมเปลวไฟ กลายเป็นภาพคุ้นตาของช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ

นกกระเรียนมงกุฎแดงเล่นน้ำในสระของสวน
นกกระเรียนมงกุฎแดงเล่นน้ำในสระของสวน

ห้ามพลาดอาคารประวัติศาสตร์! 5 ไฮไลต์ของสวนโคราคุเอน โอคายามะ

สวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) มีไฮไลต์มากมาย แค่ทิวทัศน์ธรรมชาติที่แนะนำไปก่อนหน้านี้ก็น่าจะทำให้ประทับใจได้แล้ว
แต่พอเดินไปเรื่อย ๆ จะเห็นว่าเสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้มีแค่วิว
ยังมีอาคารที่หลงเหลือตั้งแต่สมัยเอโดะ และอาคารที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ชื่นชมวิวธรรมชาติได้งดงามยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาก
ต่อไปนี้คือไฮไลต์ยอดนิยมที่คัดมาให้ 5 จุด

1. “เอ็นโยเท (Enyo-tei)” จุดชมวิวที่มองเห็นความงามของสวนได้ทั่วทั้งพื้นที่

“เอ็นโยเท (Enyo-tei)” เป็นอาคารหลังแรกที่สร้างขึ้นและถือเป็นศูนย์กลางของสวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) โดยทำหน้าที่เป็นห้องนั่งเล่นของเจ้าเมือง
จุดเด่นคือถูกสร้างให้มองเห็นทัศนียภาพสำคัญทั้งหมดในสวนได้จากที่นี่
ในอดีตใช้เป็นสถานที่พักผ่อนของเจ้าเมืองและใช้ต้อนรับแขก
จะมีการเปิดให้เข้าชมเป็นกรณีพิเศษเพียงปีละ 2 ครั้ง ให้คุณดื่มด่ำกับวิวสวนราวภาพวาด

ฤดูใบไม้ผลิ “เอ็นโยเท” จะสวยเป็นพิเศษด้วยดอกอะซาเลีย
ฤดูใบไม้ผลิ “เอ็นโยเท” จะสวยเป็นพิเศษด้วยดอกอะซาเลีย

2. “เรนจิเคน (Renchi-ken)” จุดชมวิวสวยระดับท็อปของสวน

“เรนจิเคน (Renchi-ken)” ว่ากันว่าเป็นอาคารที่เจ้าเมืองมักใช้เป็นประจำ
ตัวอาคารตั้งอยู่ริมสระน้ำ มองเห็นสะพานหินที่พาดผ่านสระและเกาะเล็ก ๆ ฝั่งตรงข้าม เป็นหนึ่งในมุมที่สวยที่สุดของสวน
ยังเป็นหนึ่งในอาคารที่รอดพ้นจากความเสียหายจากสงคราม ทำให้เป็นสถาปัตยกรรมล้ำค่าที่ถ่ายทอดบรรยากาศในยุคนั้นได้

“เรนจิเคน” จุดชมทิวทัศน์สายน้ำที่งดงาม
“เรนจิเคน” จุดชมทิวทัศน์สายน้ำที่งดงาม

3. “ยูอิชินซัง (Yuishin-zan)” เพิ่มมิติการชมสวนด้วยมุมมองแบบสามมิติ

“ยูอิชินซัง (Yuishin-zan)” เป็นเนินเขาจำลองสูงประมาณ 6 เมตร สร้างขึ้นโดยเจ้าเมืองรุ่นที่ 3 แห่งแคว้นโอคายามะ
เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นสวนทั้งผืนได้อย่างสวยงาม
เดิมทีสวนมีลักษณะแบบราบ แต่การสร้างยูอิชินซังทำให้สวนกลายเป็นสวนที่มีมิติยิ่งขึ้น
ยังถูกออกแบบให้มองเห็นยูอิชินซังได้ไม่ว่าจะชมจากมุมสูงหรือเดินเล่นอยู่ตรงไหนภายในสวน

เนินเขาจำลองที่สวยงามสูงประมาณ 6 เมตร “ยูอิชินซัง”
เนินเขาจำลองที่สวยงามสูงประมาณ 6 เมตร “ยูอิชินซัง”

4. “ริวเท็น (Ryuten)” ศาลาพักผ่อนโครงสร้างแปลกตา

“ริวเท็น (Ryuten)” เป็นอาคารแปลกตาที่มีรางน้ำไหลผ่านกลางอาคาร ให้คุณเพลิดเพลินกับการไหลของสายน้ำได้
เพราะสร้างขึ้นเพื่อเน้นการชมวิวสวนเป็นหลัก จึงมีรูปแบบเรียบง่าย
ในอดีตใช้เป็นจุดพักผ่อนของเจ้าเมือง โดยจะยิ่งมีเสน่ห์ในช่วงดอกคาคิตสึบาตะบาน
ทางฝั่งใต้ของริวเท็นยังสามารถชมดอกไอริสญี่ปุ่นหลากสีได้ด้วย ลมพัดสบาย เหมาะสำหรับแวะพักเป็นอย่างยิ่ง

โครงสร้างแปลกตาที่มีรางน้ำไหลผ่านกลางอาคาร
โครงสร้างแปลกตาที่มีรางน้ำไหลผ่านกลางอาคาร

5. “คะโยโนะอิเคะ (Kayo-no-ike)” สัมผัสทั้งความอลังการและเสน่ห์แบบญี่ปุ่น

ข้าง ๆ “เอ็นโยเท (Enyo-tei)” คือสระ “คะโยโนะอิเคะ (Kayo-no-ike)” ที่แนะนำไปแล้วว่าเป็นไฮไลต์ของฤดูร้อนเช่นกัน
หินสวนขนาดใหญ่ “โอทาเตะอิชิ (Odate-ishi)” ที่ตั้งอยู่ริมสระ นำหินแกรนิตขนาดมหึมามาแบ่งเป็นกว่า 90 ชิ้นแล้วขนย้าย ก่อนประกอบกลับเป็นรูปเดิม ดูยิ่งใหญ่ตระการตา
ในฤดูร้อน ดอกบัวพันธุ์ “อิตเต็นชิไค (Ittenshikai)” จะลอยเต็มผืนน้ำ กลายเป็นภาพประจำฤดูร้อนของที่นี่
ยังมีงานประจำปีที่เปิดสวนตั้งแต่เวลา 4:00 เพื่อชมดอกบัวบานด้วย
การได้ชมดอกบัวที่ค่อย ๆ บานยามรุ่งสาง แล้วต่อด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่นจากกิจกรรมอย่างการบรรเลงโคโตะ ก็เป็นอีกช่วงเวลาที่น่าประทับใจ

“โอทาเตะอิชิ” หินขนาดใหญ่ที่โดดเด่นในสระคะโยโนะอิเคะ
“โอทาเตะอิชิ” หินขนาดใหญ่ที่โดดเด่นในสระคะโยโนะอิเคะ

ถ้าเที่ยวฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน-ฤดูใบไม้ร่วง ต้องไม่พลาด! อีเวนต์ไฟประดับ “เก็นโซเทเอ็น”

สวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) จะมีการเปิดสวนยามค่ำคืนเป็นพิเศษภายใต้อีเวนต์ “เก็นโซเทเอ็น (Genso Teien)” แบบจำกัดช่วงทุกปี
ในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง คุณสามารถเดินชมสวนยามค่ำคืนที่ประดับไฟ และดื่มด่ำกับทิวทัศน์แฟนตาซีได้
นอกจากนี้ยังมีโปรเจกชันแมปปิงและกิจกรรมสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นอีกหลากหลายให้สนุก
ภายในงาน “เก็นโซเทเอ็น (Genso Teien)” จะมีลูกเล่นที่ปรับให้เข้ากับแต่ละฤดูกาล
ฤดูใบไม้ผลิมีไฮไลต์คือ “การว่ายของปลาคาร์ปฤดูใบไม้ผลิ” ที่นำปลาคาร์ปขนาดยักษ์ 3 ตัวซึ่งประดับไฟบริเวณริมน้ำ วางบนแพให้ลอยอยู่บนผิวน้ำ
ฤดูร้อนสนุกกับอุโมงค์กระดิ่งลม 120 ลูกในโซน “ทางเดินแห่งความเย็นสบาย” รวมถึงกิจกรรมทดลองงานหัตถกรรมดั้งเดิมและวัฒนธรรมญี่ปุ่น เรียกว่าอัดแน่นด้วยอีเวนต์มากมาย
ฤดูใบไม้ร่วงจัดขึ้นในช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุด
สวนยามค่ำคืนที่แต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีจะถูกเนรมิตให้โรแมนติกด้วยไฟประดับและร่มวะ (ร่มญี่ปุ่น)
ค่ำคืนอันยาวนานของฤดูใบไม้ร่วง ขอให้คุณเดินเล่นให้เต็มอิ่มจนพอใจ
ในช่วง “เก็นโซเทเอ็น (Genso Teien)” ที่ปราสาทโอคายามะ (Okayama Castle) ก็จะมีอีเวนต์ไฟประดับ “อุโจโทเก็นเคียว (Ujo Togenkyo)” ด้วยเช่นกัน
ไฟประดับของปราสาทโอคายามะ (Okayama Castle) ที่มีรูปลักษณ์ดำมันวาวโดดเด่น และสวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) เป็นสิ่งที่ควรชมอย่างยิ่ง
ช่วงเวลาจัดงานจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี จึงควรตรวจสอบก่อนเดินทาง

“เก็นโซเทเอ็น” สนุกได้ต่างกันไปตามฤดูกาล
“เก็นโซเทเอ็น” สนุกได้ต่างกันไปตามฤดูกาล

3 ปราสาทชื่อดังในโอคายามะที่ควรแวะเที่ยวควบคู่กับสวนโคราคุเอน โอคายามะ

หลังเดินเล่นในสวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) จนเต็มอิ่มแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวปราสาทประวัติศาสตร์กันต่อ
ขอแนะนำ 3 ปราสาทชื่อดังของจังหวัดโอคายามะ

1. ปราสาทโอคายามะ

สร้างโดยอุคิตะ ฮิเดะอิเอะ (Ukita Hideie) ไดเมียวแห่งยุคเซ็นโกคุ และสร้างเสร็จในปี 1597 โดยสร้างฮงมารุบนเนินเขาที่เรียกว่าโอคายามะ และสร้างหอคอยปราสาทไว้ด้านหลังโดยใช้แม่น้ำอาซาฮิที่เปลี่ยนเส้นทางไหลเป็นแนวหลังปราสาท
ในเวลาเดียวกันก็รวบรวมพ่อค้าและช่างฝีมือเพื่อพัฒนาเมืองปราสาท ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางของย่านตัวเมืองในปัจจุบัน การสร้างปราสาทโอคายามะจึงเป็นรากฐานของชื่อพื้นที่และการพัฒนาเมือง
หลังศึกเซกิงาฮาระ โคบายากาวะ ฮิเดะอากิ (Kobayakawa Hideaki) และต่อมาคือตระกูลอิเคดะได้เป็นเจ้าเมืองต่อเนื่องยาวนานจนถึงปลายสมัยเอโดะ
หอคอยปราสาทมีรูปทรงแปลกตา โดยชั้น 1 เป็นรูปห้าเหลี่ยมไม่เท่ากัน และในอดีตเคยติดแผ่นไม้ทาด้วยแลกเกอร์สีดำบนผนัง จึงมีฉายาว่า “อุโจ (Ujo)” หรือ “ปราสาทอีกา”

ปราสาทสีดำที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 ปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น”
ปราสาทสีดำที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 ปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น”

2. ปราสาทสึยามะ

เดิมคือปราสาทสึรุยามะ (Tsuru-yama Castle) ที่ยามานะ ทาดามาสะ (Yamana Tadamasa) สร้างขึ้นในปี 1441 และกลายเป็นปราสาทร้างจากสงครามโอนิน-บุนเม
ต่อมา โมริ ทาดามาสะ (Mori Tadamasa) น้องชายของโมริ รัมมารุ (Mori Ranmaru) ซึ่งเป็นคนสนิทของโอดะ โนบุนากะ ได้เปลี่ยนชื่อ “สึรุยามะ” เป็น “สึยามะ” และเริ่มสร้างปราสาทใหม่
ปราสาทขนาดใหญ่สร้างเสร็จหลังใช้เวลากว่า 13 ปี นับจากปี 1604 และถูกนับเป็นหนึ่งในสามปราสาทฮิรายามะที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น
“บิชชูยางุระ (Bicchu Yagura)” ซึ่งเป็นหอคอยที่ใหญ่ที่สุดของปราสาทสึยามะและว่ากันว่ามีความโดดเด่นรองจากหอคอยปราสาท ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในโครงการฉลอง 400 ปีการสร้างปราสาท
ภายในหอคอยมีห้องปูเสื่อทาทามิซึ่งพบได้ไม่บ่อย และเนื่องจากเคยเชื่อมกับอาคารหลักด้วยทางเดิน จึงมีแนวคิดว่าอาจถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของอาคารหลักด้วย
บริเวณฐานหอคอยปราสาทที่เคยตั้งหอคอยนั้น สามารถมองเห็นวิวเมืองสึยามะได้แบบพาโนรามา

ปราสาทบนเขาเตี้ยที่มีแนวกำแพงหินสูง และยังขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมซากุระ
ปราสาทบนเขาเตี้ยที่มีแนวกำแพงหินสูง และยังขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมซากุระ

3. ปราสาทบิชชูมัตสึยามะ

ปราสาทที่ยังคงมีหอคอยปราสาทดั้งเดิมหลงเหลืออยู่ทั่วญี่ปุ่นมี 12 แห่ง รวมถึงปราสาทบิชชูมัตสึยามะด้วย แต่ในบรรดาปราสาทภูเขา มีเพียงปราสาทบิชชูมัตสึยามะแห่งเดียว
ยังคงเหลือหอคอยปราสาท 2 ชั้น รวมถึงยางุระสองชั้นและกำแพงดินบางส่วน สามารถเข้าชมห้องต่าง ๆ ภายในหอคอยที่เตรียมไว้สำหรับการตั้งรับ เช่น ห้องสำหรับการป้องกันปราสาทและโถงใหญ่ที่มีเตาผิงอิโรริ
ภูเขากาเงียวยามะซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของย่านตัวเมือง มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 480 เมตร เป็นชื่อรวมของ 4 ยอดเขา ได้แก่ “โอมัตสึยามะ”, “เท็นจินโนะมารุ”, “โคมัตสึยามะ” และ “มาเอยามะ” โดยตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นโดยมีทั้ง 4 ยอดเขานี้เป็นศูนย์กลาง
ปัจจุบันส่วนที่ยังคงหลงเหลืออยู่คือเขตปราสาทยุคใหม่ที่ตั้งอยู่บน “โคมัตสึยามะ” ที่ความสูงประมาณ 430 เมตร ซึ่งเป็นการปรับปรุงต่อจากปราสาทยุคกลาง

ปราสาทชื่อดังที่ยากจะตีแตก ปราสาทภูเขาแสนแฟนตาซีที่ลอยอยู่เหนือทะเลหมอก
ปราสาทชื่อดังที่ยากจะตีแตก ปราสาทภูเขาแสนแฟนตาซีที่ลอยอยู่เหนือทะเลหมอก

3 ร้านอาหารยอดนิยมรอบสวนโคราคุเอน โอคายามะ

มาเยือนสวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) แล้ว อีกอย่างที่อยากชวนลองคือของอร่อยขึ้นชื่อของโอคายามะ
ทั้งขนมหวานจากมัสคัตฉ่ำ ๆ และเดมิคัตสึด้งที่คนท้องถิ่นรัก ที่นี่มีเมนูเฉพาะถิ่นให้เลือกหลากหลาย
แวะเติมพลังระหว่างเที่ยวสักหน่อย คุณน่าจะได้ทั้งรสชาติและช่วงเวลาที่น่าจดจำของทริป

1. โชกุโด ยามาโตะ

“โชกุโด ยามาโตะ (Shokudo Yamato)” เปิดกิจการในโอคายามะสืบทอดกันมาถึงรุ่นที่ 3
เป็นร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูท้องถิ่นของโอคายามะอย่าง “เดมิคัตสึด้ง”
เดมิคัตสึด้งของร้านนี้ได้รับรางวัลเหรียญทองในสาขาคัตสึด้ง จากงาน “Grand Prix ข้าวหน้าทั่วญี่ปุ่น” ครั้งที่ 1 ที่จัดโดยสหพันธ์ข้าวหน้าทั่วประเทศญี่ปุ่น
จึงเป็นที่รู้จักทั้งในและนอกพื้นที่

ร้านอาหารที่อิ่มอร่อยได้ทั้งเดมิคัตสึด้งยอดนิยมและราเมงจีน (ชูกะโซบะ)
ร้านอาหารที่อิ่มอร่อยได้ทั้งเดมิคัตสึด้งยอดนิยมและราเมงจีน (ชูกะโซบะ)

2. คาราฟุเนะยะ CAFE สาขาซันสึเตะ โอคายามะ

“คาราฟุเนะยะ CAFE สาขาซันสึเตะ โอคายามะ (Karafuneya CAFE SUN STATION TERRACE Okayama)” เป็นสาขาที่ดำเนินการโดยเชนร้านกาแฟเก่าแก่ “คาราฟุเนะยะ โคฮีเท็น (Karafuneya Coffee)”
เป็นที่รู้จักในฐานะคาเฟ่ของหวานที่มีพาร์เฟต์ให้เลือกหลากหลาย โดยมีมากกว่า 40 แบบตลอดเวลา
เมนูซิกเนเจอร์คือ “พาร์เฟต์ทีรามิสุชานมมัสคัตจากจังหวัดโอคายามะ”

อิ่มเอมเมนูขึ้นชื่อจากผลไม้โอคายามะ! คาเฟ่สุดพรีเมียมติดสถานีโอคายามะ
อิ่มเอมเมนูขึ้นชื่อจากผลไม้โอคายามะ! คาเฟ่สุดพรีเมียมติดสถานีโอคายามะ

3. ซานูกิ โนะ โอโตโกะ อุด้ง โนเสะ สาขาโฮคังโจ

“ซานูกิ โนะ โอโตโกะ อุด้ง โนเสะ สาขาโฮคังโจ (Sanuki no Otoko Udon Nose Hokancho)” เป็นร้านอุด้งซานูกิเฉพาะทางในย่านโฮคังโจ เขตคิตะ เมืองโอคายามะ
อยู่ใกล้สถานี เดินจากทางออกฝั่งตะวันตกของสถานี JR โอคายามะ (Okayama) ประมาณ 5 นาที เหมาะทั้งมื้อกลางวันทั่วไปและการมาคนเดียว
ร้านให้ความสำคัญกับ “อุด้งซานูกิ” ที่เด่นเรื่องเส้นหนึบและลื่นคอ จึงได้รับความนิยมจากทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว

อิ่มเต็มอิ่มกับอุด้งซานูกิเส้นหนึบ และเมนูขึ้นชื่อโอคายามะอย่าง “เดมิคัตสึด้ง”
อิ่มเต็มอิ่มกับอุด้งซานูกิเส้นหนึบ และเมนูขึ้นชื่อโอคายามะอย่าง “เดมิคัตสึด้ง”

รีวิวสวนโคราคุเอน โอคายามะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสวนโคราคุเอน โอคายามะ

Q

เที่ยวสวนโคราคุเอน โอคายามะใช้เวลาประมาณกี่ชั่วโมง?

A

ถ้าเดินเที่ยวแบบสบาย ๆ แนะนำประมาณ 1–2 ชั่วโมง

Q

ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีที่สวนโคราคุเอน โอคายามะคือเมื่อไหร่?

A

ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม

Q

ไฟประดับของสวนโคราคุเอน โอคายามะเริ่มเมื่อไหร่?

A

ช่วงเวลาจัดงานจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี แต่จะจัดทั้งหมด 3 ครั้งในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง

บทสรุป

เราได้พาไปรู้จักไฮไลต์ของสวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) ที่เปลี่ยนเสน่ห์ไปตามฤดูกาล รวมถึงอีเวนต์ไฟประดับกันแล้ว
หากมาเที่ยวโอคายามะ สวนโคราคุเอน โอคายามะ (Okayama Korakuen) คือสปอตที่ควรแวะ เพราะไม่ว่าจะมาเมื่อไหร่ก็ได้พบกับทิวทัศน์ที่งดงามเสมอ
และเพราะปราสาทโอคายามะ (Okayama Castle) ที่อยู่ติดกันก็มีจุดน่าสนใจมากมาย แนะนำให้เที่ยวควบคู่กันไปด้วย
หากยังไม่รู้ว่าปราสาทโอคายามะ (Okayama Castle) เป็นสถานที่แบบไหน ลองอ่านบทความนี้ที่สรุปเสน่ห์ของปราสาทไว้ให้ด้วย