อยากขอพรให้เดินทางปลอดภัยและสมหวังเรื่องความรัก ต้องที่นี่! คู่มือเที่ยวศาลเจ้าอิคุตะ

อยากขอพรให้เดินทางปลอดภัยและสมหวังเรื่องความรัก ต้องที่นี่! คู่มือเที่ยวศาลเจ้าอิคุตะ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

กลางเมืองโกเบมีมุมสงบ ๆ ที่คนแวะมาไหว้ขอพรอยู่เสมอ—นั่นคือ “ศาลเจ้าอิคุตะ” ซึ่งมีประวัติยาวนานติดอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น และถือเป็นศาลเจ้าตัวแทนของเมืองนี้ด้วย
ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นพาวเวอร์สปอตด้านการขอคู่ จึงมีผู้คนจำนวนมากมาอธิษฐานให้ความรักสมหวังและได้พบความสัมพันธ์ที่ดี
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักจุดน่าสนใจ ประวัติ การเดินทาง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวรอบ ๆ “ศาลเจ้าอิคุตะ” แบบครบถ้วน เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม

ศาลเจ้าอิคุตะเป็นสถานที่แบบไหน?

“ศาลเจ้าอิคุตะ” ตั้งอยู่ในเขตชูโอ เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีประวัติมากกว่า 1,800 ปี
ศาลเจ้าอิคุตะประดิษฐานเทพเจ้าหลักคือ วากาฮิรุเมะโนะมิโคโตะ (Wakahirume-no-Mikoto) เทพีแห่งดวงอาทิตย์ และมีชื่อเสียงเรื่องพรด้านการขอคู่
ภายในบริเวณยังมีศาลย่อยจำนวนมากที่ประดิษฐานเทพเจ้าที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าหลัก รวมถึงเทพเจ้าที่เคยได้รับการบูชามาตั้งแต่เดิมในพื้นที่นี้ จึงเชื่อกันว่ายังให้พรด้านคลอดปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง อายุยืน และความปลอดภัยในการเดินทางด้วย
เครื่องรางและกำไลเสริมดวงเรื่องความรัก รวมถึงแผ่นเอมะรูปหัวใจ เป็นที่นิยมมากในหมู่ผู้หญิงที่กำลังมีความรัก
“มิสุ-มิคุจิ” ที่ขึ้นชื่อว่าแม่นมาก ก็เป็นเซียมซีทำนายเรื่องความรักเช่นกัน
อีกจุดที่อยากให้แวะเดินเล่นคือ “ป่าอิคุตะ” ที่แผ่กว้างทางฝั่งเหนือของบริเวณศาลเจ้า
และอย่าลืมรู้ไว้ว่า ที่มาของชื่อ “โกเบ” ก็เกี่ยวข้องกับศาลเจ้าอิคุตะด้วย
ว่ากันว่าในปี ค.ศ. 806 ได้จัดตั้งครัวเรือน 44 หลังที่ทำหน้าที่ดูแลเทพเจ้าของศาลเจ้าอิคุตะ เรียกว่า “คันเบะ (Kanbe)” และต่อมาจึงกลายเป็นที่มาของชื่อสถานที่ “โกเบ (Kobe)”

กำเนิดและประวัติของศาลเจ้าอิคุตะ

ศาลเจ้าอิคุตะสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 201 จากการได้รับเทพบัญชาของวากาฮิรุเมะโนะมิโคโตะ (Wakahirume-no-Mikoto)
หลังสร้างเสร็จ ช่วงหนึ่งเคยประดิษฐานอยู่ที่ “อิซาโกยามะ (Isagoyama)” ในเมืองโกเบ แต่เนื่องจากได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม จึงย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันในปี ค.ศ. 799
ด้วยประวัติอันยาวนาน ป่าอิคุตะภายในบริเวณศาลเจ้าเคยเป็นสมรภูมิของ “สงครามเก็มเป (Genpei War)” ที่เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1180–1185
สงครามเก็มเปคือสงครามที่ตระกูลมินาโมโตะ (Genji) ซึ่งรวมกลุ่มซามูไร ได้โค่นล้มตระกูลไทระ (Heike) ที่กุมอำนาจอยู่ในขณะนั้น
เมื่อไทระล่มสลาย ก็เป็นจุดเริ่มต้นของยุคคามาคุระ (ค.ศ. 1185–1333)
แม้จะเผชิญความเสียหายจากแผ่นดินไหว น้ำท่วม และสงครามหลายครั้ง แต่ก็ฟื้นฟูขึ้นมาได้ทุกครั้ง จึงได้รับการศรัทธาในฐานะ “ศาลเจ้าที่ฟื้นคืนชีพ” ด้วย

“ศาลเจ้าอิคุตะ” ที่เฝ้ามองเมืองโกเบมากว่า 1,800 ปี
“ศาลเจ้าอิคุตะ” ที่เฝ้ามองเมืองโกเบมากว่า 1,800 ปี
“ป่าอิคุตะ” ที่ทำให้สัมผัสประวัติศาสตร์ได้อย่างใกล้ชิด
“ป่าอิคุตะ” ที่ทำให้สัมผัสประวัติศาสตร์ได้อย่างใกล้ชิด

การเดินทางไปศาลเจ้าอิคุตะ

ศาลเจ้าอิคุตะอยู่ในทำเลเดินทางสะดวก จาก “สถานีโกเบ” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางท่องเที่ยวในเมือง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
จาก “สถานีโกเบ” ขึ้นรถไฟสาย JR โทไคโด-ซันโย (JR Tokaido Sanyo Line) แล้วลงที่ “สถานีซันโนะมิยะ (Sannomiya)”
จากสถานีเดินต่อประมาณ 10 นาที

เวลาเข้าสักการะและค่าเข้าชมของศาลเจ้าอิคุตะ

เวลาเข้สักการะของศาลเจ้าอิคุตะ โปรดดูตารางด้านล่าง
ค่าเข้าชมฟรี

เวลาเข้สักการะ
07:00–17:00
※เฉพาะฤดูร้อน เวลาปิดประตูเป็น 18:00
เวลารับเครื่องราง/รับตราประทับโกะชูอิน
09:00–17:00

ฤดูกาลที่แนะนำสำหรับการเที่ยวศาลเจ้าอิคุตะคือช่วงไหน?

ถ้าพูดถึงฤดูกาลที่แนะนำของศาลเจ้าอิคุตะ หลายคนจะนึกถึงช่วงไปไหว้ขอพรปีใหม่ (ฮัตสึโมเดะ) ในเดือนมกราคม
มีงานและกิจกรรมเฉพาะช่วงต้นปี บรรยากาศคึกคัก และยังมีร้านแผงลอยให้เดินเพลิน ๆ
หากไม่ชอบคนเยอะ แนะนำช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน
คุณน่าจะได้เดินเล่นในบริเวณศาลเจ้าท่ามกลางสีเขียวสดของฤดูใบไม้ผลิ พร้อมความรู้สึกสดชื่นสบายใจ

ช่วงฮัตสึโมเดะที่คึกคักไปด้วยผู้คน
ช่วงฮัตสึโมเดะที่คึกคักไปด้วยผู้คน

5 ไฮไลต์ห้ามพลาดของศาลเจ้าอิคุตะ

แม้ “ป่าอิคุตะ” จะโด่งดังในฐานะพาวเวอร์สปอตด้านการขอคู่ แต่เสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้มีแค่นั้น
อยากให้คุณได้เพลิดเพลินกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของศาลเจ้าอิคุตะ และพื้นที่ที่อบอวลด้วยบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ด้วย
ต่อไปนี้คือจุดไฮไลต์ที่คัดมาแล้วว่าไปถึงศาลเจ้าอิคุตะต้องแวะชม

1. “โรมง” ประตูทางเข้าด้านหน้าที่โดดเด่นราวเป็นหน้าศาลเจ้าอิคุตะ

“โรมง” คือประตูทางเข้าด้านหน้าของศาลเจ้าอิคุตะ และเป็นจุดแรกที่ต้อนรับผู้มาสักการะ
เป็นประตูสองชั้นที่มีหลังคาด้านบน โดดเด่นด้วยสีแดงชูอินสดสะดุดตา
ศาลเจ้าอิคุตะยังเป็นจุดฮัตสึโมเดะยอดนิยม โดยมีธรรมเนียมเปิดประตูในเวลา 00:00 ของวันที่ 1 มกราคมของทุกปี และตีกลองบนโรมงเพื่อต้อนรับปีใหม่
ถ้ามาเที่ยวโกเบช่วงปีใหม่ ลองมาสัมผัสบรรยากาศต้อนรับปีใหม่แบบญี่ปุ่นดูก็น่าสนใจ

“โรมง” สีแดงชูอินสดสวยสะดุดตา
“โรมง” สีแดงชูอินสดสวยสะดุดตา

2. “ชะเด็น” สักการะเทพเจ้าท่ามกลางพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

“ชะเด็น” ที่ประดิษฐานเทพเจ้าหลัก เป็นจุดที่ไม่ควรพลาดหากมาสักการะศาลเจ้าอิคุตะ
สำหรับคนที่สงสัยว่า “ชะเด็น” คืออะไร คำนี้หมายถึงส่วนที่รวม “ฮอนเด็น” (อาคารหลัก) และ “ไฮเด็น” (ศาลาสักการะ) เข้าด้วยกัน โดยเมื่อเข้าไปยังไฮเด็นจะเป็นลานปูหินแบบโปร่งโล่ง ใช้ประกอบพิธีกรรมอย่างสง่างาม
เมื่อเดินผ่านไฮเด็นไป จะมองเห็นฮอนเด็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ฮอนเด็นที่ตกแต่งด้วยสีแดงและสีทองงดงาม จนอดไม่ได้ที่จะละสายตา
อยากให้ค่อย ๆ ใช้เวลาเพื่อซึมซับบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ของทั้งไฮเด็นและฮอนเด็น พร้อมสักการะอย่างตั้งใจ
และอย่าลืมสังเกตโคมะอินุสองตัวหน้ากำยำที่ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าไฮเด็นด้วย

ซึมซับบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์อย่างช้า ๆ ที่ไฮเด็นซึ่งใช้ประกอบพิธี
ซึมซับบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์อย่างช้า ๆ ที่ไฮเด็นซึ่งใช้ประกอบพิธี

3. “มิสุ-มิคุจิ” เซียมซีทำนายดวงความรักที่ขึ้นชื่อว่าแม่น

ในบรรดาจุดขอพรความรักและเครื่องรางต่าง ๆ ของศาลเจ้าอิคุตะ “มิสุ-มิคุจิ” เป็นหนึ่งในสิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ
เป็น “โอ-มิคุจิ” สำหรับทำนายดวงความรัก และมีชื่อเสียงว่าแม่นมาก
โอ-มิคุจิหมายถึงการอธิษฐานต่อเทพเจ้าแล้วเสี่ยงทายผลดี-ร้าย
สามารถซื้อ “มิสุ-มิคุจิ” ได้ที่ร้านขายของข้าง ๆ โรมง
หลังซื้อแล้ว ให้นำไปที่ “คินริวเซ็น (Kinryusen)” ในป่าอิคุตะ แล้วแช่ลงในน้ำ
จากนั้นผลทำนายจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น เป็นเซียมซีที่ชวนให้รู้สึกมหัศจรรย์ทีเดียว

สระสำหรับทำมิสุ-มิคุจิ
สระสำหรับทำมิสุ-มิคุจิ

4. “ป่าอิคุตะ” สถานที่ที่เต็มไปด้วยประวัติยาวนานและความเขียวชอุ่ม

“ป่าอิคุตะ” เป็นจุดที่ใช้ดูผลของมิสุ-มิคุจิด้วย
ในอดีตเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่ทิวทัศน์งดงาม และเคยเป็นผืนป่าที่กว้างกว่าปัจจุบัน แต่บางส่วนถูกไฟไหม้จากการโจมตีทางอากาศ
ปัจจุบันเหลือเพียงผืนป่าทางฝั่งเหนือของบริเวณศาลเจ้าอิคุตะเท่านั้น
เช่นเดียวกับศาลเจ้าอิคุตะ ป่าอิคุตะก็มีประวัติยาวนาน เป็นพื้นที่ที่เคยเกิดสงครามเก็มเป และยังมีตำนานเล่าขานหลากหลาย
ลองเดินเล่นท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุหลายร้อยปี แล้วปล่อยใจย้อนนึกถึงเรื่องราวในอดีตก็น่าสนุกไม่น้อย
ในป่าอิคุตะยังมี “ศาลเจ้าอิคุตะโมริ-นิ-มะสุ-ชะ (Ikutamoriniimasu-sha)” ที่ประดิษฐานเทพเจ้าด้านการคลอดปลอดภัยและการเติบโตด้วย อย่าลืมแวะสักการะ

“ป่าอิคุตะ” ที่เขียวชอุ่มจนแทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ใจกลางเมืองโกเบ
“ป่าอิคุตะ” ที่เขียวชอุ่มจนแทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ใจกลางเมืองโกเบ

5. “ศาลเจ้าโออุมิ” ขอพรความปลอดภัยทางทะเลและความปลอดภัยในการเดินทาง

“ศาลเจ้าโออุมิ” เป็นศาลย่อยที่ตั้งอยู่ทางฝั่งใต้ของบริเวณศาลเจ้า
ประดิษฐานซารุตาฮิโคะโนะมิโคโตะ เทพเจ้าแห่งการเดินเรือ เชื่อกันว่าให้พรด้านความปลอดภัยทางทะเลและความปลอดภัยในการเดินทาง
จุดสังเกตคือมีอนุสาวรีย์ลวดลายเรืออยู่ข้างโทริอิ
เนื่องจากเชื่อว่าช่วยคุ้มครองความปลอดภัยทางทะเล จึงเป็นที่รู้จักว่ามีการถวายของจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรือและทะเลเป็นจำนวนมาก
ลองแวะมาสักการะเพื่อขอให้การเดินทางปลอดภัยก็น่าจะดีไม่น้อย

ศาลเจ้าโออุมิอยู่ฝั่งใต้ของบริเวณศาลเจ้า ระวังอย่ามองข้าม
ศาลเจ้าโออุมิอยู่ฝั่งใต้ของบริเวณศาลเจ้า ระวังอย่ามองข้าม

ความเชื่อ/เรื่องเล่าของศาลเจ้าอิคุตะ

ที่จริงแล้ว ศาลเจ้าอิคุตะมีเรื่องเล่าว่า “คู่รักที่เพิ่งคบกันใหม่ถ้ามาแล้วจะเลิกกัน” ทั้งที่ขึ้นชื่อเรื่องการขอคู่
ว่ากันว่าเพราะวากาฮิรุเมะโนะมิโคโตะ (Wakahirume-no-Mikoto) เป็นเทพี เมื่อคู่รักมาด้วยกันแล้วจะหึงหวงจนทำให้แยกจากกัน
เหตุผลที่เรื่องนี้แพร่หลาย เริ่มจากมีคนดังที่จัดพิธีแต่งงานที่ศาลเจ้าอิคุตะแล้วภายหลังหย่ากัน
ศาลเจ้าที่ประดิษฐานเทพเจ้าแห่งการขอคู่ มักมีเรื่องเล่าทำนองนี้อยู่ไม่น้อย
เพราะเทพเจ้าแห่งการขอคู่คือผู้ที่ “ผูกความสัมพันธ์กับคนที่เหมาะสม”
กลับกันจึงหมายความว่า “จะไม่ผูกความสัมพันธ์กับคนที่ไม่เหมาะสม” ทำให้ความสัมพันธ์กับคนที่ไม่ใช่อาจจบลงไป
นี่จึงอาจเป็นที่มาของความเชื่อว่าคู่รักไปแล้วจะเลิกกัน

3 แหล่งท่องเที่ยวใกล้ศาลเจ้าอิคุตะ

โกเบเป็นเมืองที่การค้าระหว่างประเทศคึกคักมาตั้งแต่เดิม จึงรับอิทธิพลวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามามากมาย
ด้วยเหตุนี้ เมืองโกเบยังคงมีกลิ่นอายต่างประเทศ และทำให้สัมผัสวัฒนธรรมจากยุคนั้นได้
หลังเที่ยวศาลเจ้าอิคุตะแล้ว ลองแวะไปเที่ยวจุดท่องเที่ยวใกล้เคียงที่จะแนะนำต่อไปนี้กัน

1. ย่านคิตาโนะอิจินคัง โกเบ

“ย่านคิตาโนะอิจินคัง โกเบ” เติบโตขึ้นในฐานะเขตที่พักอาศัยของชาวต่างชาติช่วงเปิดท่าเรือโกเบในปี ค.ศ. 1868
เป็นย่านบนเนินที่มองลงไปเห็นทะเล มีทิวทัศน์เมืองที่เป็นเอกลักษณ์จากการผสมผสานอาคารสไตล์ตะวันตกและสไตล์ญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน
มีอาคารสไตล์ตะวันตกประมาณ 30 หลังคงสภาพในยุคนั้นไว้ และในจำนวนนี้ 16 หลังเปิดให้เข้าชมภายในสำหรับบุคคลทั่วไป
แต่ละหลังมีดีไซน์ต่างกัน เช่น “คะซะมิโดริโนะยากาตะ” ที่มีรูปไก่ลมเป็นสัญลักษณ์ของย่าน “โมเอะงิโนะยากาตะ” ที่ผนังภายนอกสีเขียวอมเหลืองสวยงามแบบเดิมตั้งแต่สร้าง และ “อุโระโคโนะอิเอะ” ที่ผนังภายนอกปูหินธรรมชาติกว่า 3,000 แผ่น ดูคล้ายเกล็ดปลา
ย่านสุดชิคที่ให้ความรู้สึกเหมือนสวนสนุก น่าจะทำให้คุณเดินเล่นได้อย่างเพลิดเพลิน

ย่านบนเนินที่มองลงไปเห็นทะเล และสัมผัสวัฒนธรรมต่างชาติพร้อมประวัติศาสตร์ได้
ย่านบนเนินที่มองลงไปเห็นทะเล และสัมผัสวัฒนธรรมต่างชาติพร้อมประวัติศาสตร์ได้

2. ย่านไคกัน-คิวเรียวจิ (เขตที่พักชาวต่างชาติเดิม) โกเบ

โกเบเปิดท่าเรือในปี ค.ศ. 1868 และเป็นฐานการค้ากับต่างประเทศ
ในเวลานั้น โกเบโมโตมาจิซึ่งกำหนดเป็นย่านที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ มีอาคารสไตล์ตะวันตกยุคใหม่ที่สง่างามเรียงราย ทำให้ได้บรรยากาศแบบยุโรปตะวันตกทั้งที่ยังอยู่ในญี่ปุ่น
มีอาคารเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ร้านแบรนด์หรู และร้านคาแรกเตอร์โดดเด่นจากต่างประเทศกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ รวมถึงคาเฟ่และร้านขายของกระจุกกระจิกจำนวนมาก ตอนกลางคืนมีการประดับไฟจนบรรยากาศของเมืองเปลี่ยนไปอย่างสวยงาม อีกทั้งยังอยู่ใกล้ทะเล ทำให้เป็นย่านที่ชวนดื่มด่ำความโรแมนติก

ทิวทัศน์เมืองเรโทรแสนโรแมนติก ที่ตะวันออกและตะวันตก รวมถึงอดีตและปัจจุบันมาบรรจบกัน
ทิวทัศน์เมืองเรโทรแสนโรแมนติก ที่ตะวันออกและตะวันตก รวมถึงอดีตและปัจจุบันมาบรรจบกัน

3. หนานจิงมาจิ

“หนานจิงมาจิ” ของโกเบ ถูกนับเป็นหนึ่งในไชน่าทาวน์ 3 อันดับใหญ่ของญี่ปุ่น ร่วมกับไชน่าทาวน์โยโกฮามะและไชน่าทาวน์ชินจิ นางาซากิ
มีร้านอาหารจีนมากกว่า 100 ร้าน รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่นและตะวันตก ร้านขายวัตถุดิบ และร้านขายของจุกจิกเรียงรายให้บรรยากาศคึกคัก พร้อมเพลิดเพลินกับการเดินกินอาหารจีนแท้ ๆ อย่างซาลาเปา ฟินฉลาม เสี่ยวหลงเปาทอด และเป็ดปักกิ่ง
ที่ “ลานหนานจิงมาจิ” ซึ่งอยู่ใจกลางย่าน มีศาลาจีนสูง 6.8 เมตรตั้งอยู่ และรอบ ๆ มีรูปปั้นหิน 13 องค์
นอกจากนี้ยังมีซุ้มประตูชื่อ “ฉางอันเหมิน” ทางทิศตะวันออก “ซีอันเหมิน” ทางทิศตะวันตก และ “ไห่หรงเหมิน” ทางทิศใต้ โดยแต่ละจุดตกแต่งสไตล์จีนอย่างสวยงาม

ย่านคึกคักที่รวมของอร่อยไว้เพียบ! ไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคันไซตะวันตก
ย่านคึกคักที่รวมของอร่อยไว้เพียบ! ไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคันไซตะวันตก

3 ร้านอาหารยอดนิยมใกล้ศาลเจ้าอิคุตะ

หลังสักการะศาลเจ้าอิคุตะแล้ว อยากให้คุณต่อด้วยการแวะร้านอาหารหลากสไตล์ พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศการเดินเที่ยวในเมืองต่อไป
มีทั้งร้านอาหารโกเบบีฟแบบเก่าแก่ และร้านอาหารตะวันตกที่เสิร์ฟเมนูพิเศษที่หาได้เฉพาะที่นี่
ระหว่างความสงบของศาลเจ้ากับความคึกคักของเมือง ลองเติมความทรงจำด้วยประสบการณ์อาหารดี ๆ กัน

1. โกเบกิวสเต๊ก ฮานะโฮบิ

“โกเบกิวสเต๊ก ฮานะโฮบิ” เป็นร้านเทปปันยากิเฉพาะทางในย่านซันโนะมิยะ เขตชูโอ เมืองโกเบ
ร้านนี้ดูแลโดยเชฟมากประสบการณ์ 2 คนที่เคยเป็นหัวหน้าเชฟโรงแรม และเสิร์ฟคอร์สอาหารที่เน้น “โกเบบีฟ” เป็นหลัก
ที่นั่งทั้งหมดเป็นเคาน์เตอร์ จุดเด่นคือได้ชมการทำเทปปันยากิแบบสด ๆ ตรงหน้าอย่างเต็มอรรถรส

ร้านเทปปันยากิที่อิ่มอร่อยกับโกเบบีฟและซีฟู้ดตามฤดูกาล
ร้านเทปปันยากิที่อิ่มอร่อยกับโกเบบีฟและซีฟู้ดตามฤดูกาล

2. มิมาซากะ สาขาโกเบซันโนะมิยะ

ร้านโอโคโนมิยากิที่อยู่ใกล้ทางออกสถานีรถไฟใต้ดินซันโนะมิยะ
ก่อตั้งในปีโชวะ 47 (ค.ศ. 1972) โดยรสชาติแบบ “อาหารฝีมือแม่” ถูกส่งต่อมาถึงเจ้าของร้านคนปัจจุบันซึ่งเป็นลูกชาย
เมนูซิกเนเจอร์คือ “เนื้อสึจิ” ที่ชาวโกเบย่านชิตะมาจิคุ้นเคยกันมายาวนานในฐานะรสชาติแบบบ้าน ๆ

ร้านโอโคโนมิยากิที่ภูมิใจกับ “เนื้อสึจิ” ของขึ้นชื่อของโกเบ
ร้านโอโคโนมิยากิที่ภูมิใจกับ “เนื้อสึจิ” ของขึ้นชื่อของโกเบ

3. อาหารยุโรป มง

ร้านอาหารตะวันตกเก่าแก่ที่ก่อตั้งในปีโชวะ 11 (ค.ศ. 1936) มีชื่อเสียงมากจนแทบไม่มีใครในโกเบที่ไม่รู้จัก
เจ้าของรุ่นแรกเปิดร้านที่ชินไคจิโดยคิดว่า “ต่อไปจะเป็นยุคของอาหารตะวันตก” และหลังสงครามโลกครั้งที่สองจึงย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบัน
เมื่อเปิดประตูไม้เข้าไป ภายในร้านตกแต่งด้วยอินทีเรียร์สไตล์แอนทีค ให้บรรยากาศกลิ่นอายต่างชาติ

ร้านอาหารตะวันตกเก่าแก่คู่เมืองโกเบ เมนูเด่นคือโอมุไรซ์และบิฟคัตสึ
ร้านอาหารตะวันตกเก่าแก่คู่เมืองโกเบ เมนูเด่นคือโอมุไรซ์และบิฟคัตสึ

3 ที่พักแนะนำใกล้ศาลเจ้าอิคุตะ

ศาลเจ้าอิคุตะเป็นที่รู้จักในฐานะศาลเจ้าด้านการขอคู่ ตั้งอยู่ใจกลางซันโนะมิยะ และยังเป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมสำหรับเที่ยวโกเบอีกด้วย
รอบ ๆ และบริเวณท่าเรือมีที่พักให้เลือกมากมาย ตั้งแต่โรงแรมเก่าแก่ ไปจนถึงที่พักบรรยากาศรีสอร์ตที่มองเห็นทะเล ให้คุณได้สัมผัสการพักผ่อนสไตล์โกเบ
ต่อไปนี้คือโรงแรมที่คัดมาแล้วว่าทั้งคุณภาพดีและพักสบาย ใช้งานสะดวก

1. โรงแรมโกเบคิตาโนะ

โอแบร์ฌแบบเมืองที่ตั้งอยู่ริมถนนโทอะโรดในย่านอิจินคังของคิตาโนะ
อาคารอิฐแดงดูหรูหรา มีห้องพัก 30 ห้องที่แต่ละห้องตกแต่งต่างบรรยากาศกัน ด้วยดีไซน์สไตล์อังกฤษอย่างพิถีพิถัน
เป็นสมาชิกของ “เรอแลและชาโต (Relais & Châteaux)” องค์กรสมาชิกไม่แสวงกำไรที่โรงแรมและร้านอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกเท่านั้นจึงจะเข้าร่วมได้

โอแบร์ฌแบบเมืองที่สืบทอดจิตวิญญาณของแบร์นาร์ โลวาซอ พร้อมอาหารเช้าระดับโลก
โอแบร์ฌแบบเมืองที่สืบทอดจิตวิญญาณของแบร์นาร์ โลวาซอ พร้อมอาหารเช้าระดับโลก

2. โรงแรมลา สวีท โกเบ ฮาร์เบอร์แลนด์

โรงแรมบูติกลักชัวรีในย่านฮาร์เบอร์แลนด์ที่มองเห็นท่าเรือโกเบ โดดเด่นด้วยห้องพักวิวทะเลที่ทุกห้องมีเทอร์เรซ
มีเพียง 70 ห้องเท่านั้น ออกแบบพื้นที่อย่างหรูหรา โดยทุกห้องมีขนาดอย่างน้อย 70 ตร.ม. และจากเทอร์เรซสามารถชมวิวกลางคืนของเมืองท่าอย่างโกเบได้แบบพาโนรามา

ทุกห้องวิวทะเล พร้อมอ่างจากุซซี่ ในบรรยากาศสุดลักชัวรี
ทุกห้องวิวทะเล พร้อมอ่างจากุซซี่ ในบรรยากาศสุดลักชัวรี

3. โรงแรมโกเบเมริเคนพาร์ก โอเรียนทัล

โรงแรมที่สะดุดตาเป็นพิเศษในย่านอ่าวโกเบ ด้วยดีไซน์เส้นโค้งชวนให้นึกถึงคลื่นสีขาว
ตั้งอยู่ที่นากัตสึเท เทียบเรือในท่าเรือโกเบ โรงแรมที่ถูกโอบล้อมด้วยทะเลรอบทิศ 270 องศา โดดเด่นด้วยวิว 4 ทิศที่แตกต่างกัน
มีห้องพักหลากหลายตั้งแต่สแตนดาร์ดไปจนถึงสวีท ทุกห้องมีระเบียงไม้ (Wood Deck Balcony) ให้คุณเพลิดเพลินกับการพักผ่อนอย่างสง่างามราวกับทริปล่องเรือ

เพลิดเพลินกับการเข้าพักราวทริปล่องเรือในโรงแรมรีสอร์ตที่รายล้อมด้วยทะเล
เพลิดเพลินกับการเข้าพักราวทริปล่องเรือในโรงแรมรีสอร์ตที่รายล้อมด้วยทะเล

รีวิวศาลเจ้าอิคุตะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศาลเจ้าอิคุตะ

Q

เทพเจ้าที่ประดิษฐานอยู่ที่ศาลเจ้าอิคุตะคือใคร?

A

ประดิษฐานเทพีวากาฮิรุเมะโนะมิโคโตะ (Wakahirume-no-Mikoto)

Q

ศาลเจ้าอิคุตะให้พรด้านไหนบ้าง?

A

เชื่อกันว่าให้พรด้านการขอคู่ ความรักสมหวัง คลอดปลอดภัย และสุขภาพแข็งแรงอายุยืน เป็นต้น

Q

ขอทราบความเชื่อ/เรื่องเล่าของศาลเจ้าอิคุตะ

A

มีเรื่องเล่าว่า หากคู่รักที่เพิ่งคบกันใหม่มาเยือน เทพีจะหึงหวงและทำให้เลิกรากัน

บทสรุป

ศาลเจ้าอิคุตะมีประวัติยาวนานกว่า 1,800 ปี นับว่าเก่าแก่ระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น
คุณน่าจะสัมผัสได้ถึงเรื่องราวอันยาวนานนี้จากหลายจุดทั่วบริเวณศาลเจ้า
แม้ไม่ได้สนใจประวัติศาสตร์มากนัก แต่ถ้าคุณอยากขอให้ความรักสมหวังหรือได้พบความสัมพันธ์ที่ดี ก็อยากให้ลองมาเยือนสักครั้ง
ลองทำนายความรักด้วย “มิสุ-มิคุจิ” ไหว้ขอพรที่ฮอนเด็น แล้วเลือกซื้อ “โอะมาโมริ” เพื่อขอให้ได้ผูกดวงกับคนที่ใช่ในแบบที่คุณหวัง
ที่นี่ยังเดินทางมาได้ง่ายจากสถานีโกเบ จึงเหมาะจะแวะมาขอพรให้การเดินทางปลอดภัยด้วยเช่นกัน
ส่วนใครมีเวลา หลังไหว้ขอพรแล้วค่อยไปเดินต่อแถวจุดท่องเที่ยวใกล้ ๆ ที่แนะนำไว้ก็ลงตัว และโกเบยังมีที่น่าเที่ยวอีกมาก ลองใช้บทความด้านล่างเป็นแนวทางแล้วออกไปสนุกกับโกเบให้เต็มที่