【คู่มือเที่ยวปราสาทวากายามะ】ชมวิวสุดตระการตาที่ผสานประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของวากายามะ

【คู่มือเที่ยวปราสาทวากายามะ】ชมวิวสุดตระการตาที่ผสานประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของวากายามะ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากหาโลเคชันที่ได้ทั้งบรรยากาศเมืองปราสาทและวิวสวยๆ ของวากายามะ “ปราสาทวากายามะ (Wakayama-jo)” คือจุดที่นึกถึงได้ทันที
หอคอยปราสาทสีขาวที่ตั้งตระหง่านดูโดดเด่นมาก และยิ่งเข้ากับทิวทัศน์ธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลจนชวนมองเพลิน
ด้วยความงดงามแบบนี้ ที่นี่จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทัศนียภาพงดงามของประเทศญี่ปุ่น
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักเสน่ห์ของ “ปราสาทวากายามะ” แบบเน้นจุดไฮไลต์ที่แนะนำ เพื่อให้แม้มาเที่ยวครั้งแรกก็สนุกได้อย่างเต็มที่

ปราสาทวากายามะเป็นสถานที่แบบไหน?

ปราสาทวากายามะ (Wakayama-jo) ตั้งอยู่บนยอดเขาโทราฟุสุยามะ (Torafusuyama) อันเขียวชอุ่ม ในเมืองวากายามะ จังหวัดวากายามะ
ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทัศนียภาพงดงามของประเทศญี่ปุ่น (จุดชมวิวที่สวยงาม) และเป็นปราสาทที่ขึ้นชื่อเรื่องความงามของทิวทัศน์โดยรอบ
ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทยุคต้นสมัยใหม่ที่โทโด ทาคะโทระ (Todo Takatora) ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างปราสาท ลงมือออกแบบเป็นครั้งแรก โดยหอคอยปราสาทใหญ่สีขาว 3 ชั้นอันโดดเด่นให้บรรยากาศสง่างามเป็นพิเศษ
เสน่ห์ของปราสาทวากายามะไม่ได้มีแค่ทิวทัศน์สวยงามรอบหอคอยใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมผสานกันอย่างลงตัว
หลังพระอาทิตย์ตก อย่าพลาดชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่ถูกประดับไฟอย่างชวนฝัน
ภายในพื้นที่ยังมีสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจมากมาย เช่น ประตูโอกากุจิมง (Okaguchi-mon) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ และหอคอย (ยากุระ) เก่าแก่ต่างๆ
นอกจากนี้ยังมี “สวนตะวันตก (นิชิโนะมารุ)” และ “โคโชอัน (Kosho-an)” ให้ดื่มด่ำธรรมชาติและวัฒนธรรม รวมถึงสวนสัตว์ที่เข้าชมฟรีซึ่งมีกิจกรรมให้สัมผัสใกล้ชิด ทำให้เที่ยวได้หลากหลายสไตล์
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในพื้นที่ยังมี “นินจาแห่งการต้อนรับ” ที่คอยเล่าเรื่องประวัติและจุดน่าสนใจของปราสาทวากายามะ และพร้อมช่วยให้การเที่ยวปราสาทและการเก็บความทรงจำสนุกยิ่งขึ้น
ลองรับการต้อนรับจากนินจาที่อาจโผล่มาจากที่ไหนสักแห่งดูสักครั้ง

“วากายามะโจ ทาเกะอาการิโยะ” (Wakayama-jo Takeakariyo) ในฤดูใบไม้ร่วง
“วากายามะโจ ทาเกะอาการิโยะ” (Wakayama-jo Takeakariyo) ในฤดูใบไม้ร่วง

ประวัติของปราสาทวากายามะ

ปราสาทวากายามะ (Wakayama-jo) สร้างขึ้นโดยโทโยโทมิ ฮิเดนางะ (Toyotomi Hidenaga) น้องชายของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ตามคำสั่ง หลังจากฮิเดโยชิปราบแคว้นคิชู (Kishu: ปัจจุบันคือจังหวัดวากายามะ) ได้ในปี ค.ศ. 1585
พร้อมกับการสร้างปราสาท โทโยโทมิ ฮิเดโยชิยังเปลี่ยนชื่อพื้นที่ที่ในขณะนั้นเรียกว่า “วากายามะ” (Wakayama) จากชื่อเดิม “วากะยามะ” (Wakayama)
หลัง “ศึกเซกิงาฮาระ” สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1600 อาซาโนะ โยชินางะ (Asano Yoshinaga) ได้เป็นเจ้าเมือง และมีการเดินหน้าก่อสร้างหอคอยแบบเชื่อมต่อกัน รวมถึงพัฒนาพื้นที่ฮนมารุ (เขตชั้นใน)
ต่อมาในปี ค.ศ. 1619 โทคุงาวะ โยริโนบุ (Tokugawa Yorinobu) บุตรชายคนที่ 10 ของโทคุงาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) ได้เข้ามาประจำปราสาท และก่อตั้ง “ตระกูลโทคุงาวะแคว้นคิชู” (Kishu Tokugawa)
ตระกูลโทคุงาวะแคว้นคิชูเป็นหนึ่งใน “โทคุงาวะ โกซังเคะ” (Tokugawa Gosanke) สามตระกูลใหญ่ ซึ่งมีสถานะรองจากตระกูลโชกุนในสมัยเอโดะ
นับแต่นั้นเป็นต้นมา ปราสาทแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นปราสาทประจำตระกูลโทคุงาวะมายาวนานประมาณ 250 ปี

ทิวทัศน์สวยงามที่มีหอคอยปราสาทสีขาวเป็นศูนย์กลางคือหนึ่งในเสน่ห์ของปราสาทวากายามะ
ทิวทัศน์สวยงามที่มีหอคอยปราสาทสีขาวเป็นศูนย์กลางคือหนึ่งในเสน่ห์ของปราสาทวากายามะ

การเดินทางไปปราสาทวากายามะ

ขอแนะนำการเดินทางจากสถานี JR วากายามะ (JR Wakayama Station) ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางท่องเที่ยวในวากายามะ
ถ้าเดินเท้าจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ระหว่างทางก็เดินเล่นชมบรรยากาศเมืองไปด้วยได้

เส้นทาง
1. ขึ้นรถบัสวากายามะที่สถานี “JR วากายามะ” สาย 0 หรือสาย 25 แล้วลงที่ป้าย “หน้าปราสาทวากายามะ”
2. เดินประมาณ 1 นาทีจาก “หน้าสถานีปราสาทวากายามะ” แล้วถึง
ระยะเวลา
ประมาณ 5–6 นาที

เวลาเปิดให้บริการและค่าเข้าชมของปราสาทวากายามะ

เวลาเปิดให้บริการและค่าเข้าชมของปราสาทวากายามะจะแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่
ตารางด้านล่างสรุปเวลาเปิดให้บริการและค่าเข้าชมของจุดหลักๆ ไว้ให้เป็นข้อมูลอ้างอิง

หอคอยปราสาทวากายามะ

เวลาเปิดให้บริการ
9:00–17:30 (เข้าชมได้ถึง 17:00)
วันหยุด
29 ธันวาคม–31 ธันวาคม
ค่าเข้าชม
・ผู้ใหญ่: 410 เยน
・นักเรียนประถม–มัธยมต้น: 200 เยน

สถานที่ทัศนียภาพงดงาม: สวนนิชิโนะมารุ

เวลาเปิดให้บริการ
9:00–17:00
วันหยุด
29 ธันวาคม–31 ธันวาคม
ค่าเข้าชม
เข้าชมฟรี

ห้องชงชา โคโชอัน

เวลาเปิดให้บริการ
9:00–16:30
วันหยุด
29 ธันวาคม–3 มกราคม
ค่าเข้าชม
ชุดชาหนึ่งเสิร์ฟ (มัทฉะและขนมตามฤดูกาล): 470 เยน

สวนสัตว์

เวลาเปิดสวน
9:00–17:00
วันหยุด
วันอังคารช่วงมิถุนายน–กันยายน และช่วงธันวาคม–กุมภาพันธ์
※หากวันอังคารตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะปิดในวันธรรมดาถัดไป
ค่าเข้าชม
เข้าชมฟรี

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำสำหรับปราสาทวากายามะคือช่วงไหน?

หากวางแผนมาเที่ยว “ปราสาทวากายามะ” อยากให้ลองเล็งช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระบานเต็มที่เป็นพิเศษ
ซากุระประมาณ 600 ต้นที่ปลูกอยู่ทั่วพื้นที่ โดยมีโซเมโยชิโนะเป็นหลัก จะผลิบานพร้อมกันจนเกิดทัศนียภาพสวยงาม กลีบสีขาวและชมพูสดใสเข้ากับหอคอยปราสาทและกำแพงหินอย่างลงตัว
ตั้งแต่ช่วงพระอาทิตย์ตกจนถึงเวลา 23:00 ยังสามารถเพลิดเพลินกับซากุระยามค่ำคืนที่ถูกประดับไฟอย่างชวนฝันได้ด้วย
ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงซากุระสวยที่สุด จะมีการจัด “เทศกาลซากุระ” มีร้านแผงลอยและกิจกรรมต่างๆ ทำให้บรรยากาศคึกคัก

ทิวทัศน์ที่หอคอยปราสาทเข้ากับซากุระ ชวนให้สัมผัสเสน่ห์แบบญี่ปุ่น
ทิวทัศน์ที่หอคอยปราสาทเข้ากับซากุระ ชวนให้สัมผัสเสน่ห์แบบญี่ปุ่น
ซากุระที่บานอยู่ภายในบริเวณปราสาทวากายามะ
ซากุระที่บานอยู่ภายในบริเวณปราสาทวากายามะ

เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่เกิดจากประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ! 6 จุดไฮไลต์ของปราสาทวากายามะ

ปราสาทวากายามะ (Wakayama-jo) ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในปราสาทที่สวยเป็นพิเศษในญี่ปุ่น และได้รับการรับรองเป็นหนึ่งใน “100 ปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น”
จุดเด่นมีตั้งแต่ “หอคอยปราสาท” และ “กำแพงหิน” ที่ชวนให้สัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์ ไปจนถึงสวนและสวนสัตว์ที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ รวมถึงจุดน่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย
ครั้งนี้คัดมาให้แบบห้ามพลาด 6 จุดไฮไลต์

1. สวนชื่อดัง “สวนนิชิโนะมารุ” ที่สัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่นได้เต็มที่

“สวนนิชิโนะมารุ” ภายในสวนสาธารณะปราสาทวากายามะ เป็นหนึ่งในสวนชั้นนำของญี่ปุ่น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทัศนียภาพงดงามของประเทศ
สร้างขึ้นช่วงต้นสมัยเอโดะโดยโทคุงาวะ โยริโนบุ (Tokugawa Yorinobu) เพื่อเป็นสถานที่เพลิดเพลินกับพิธีชงชาและการแสดงโน
สวนเป็นแบบชิเซ็นไคยุชิกิ คือสวนที่เดินชมรอบบ่อน้ำขนาดใหญ่ โดยออกแบบให้ใช้ลักษณะพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ เช่น บ่อน้ำ 2 ระดับที่ใช้น้ำพุธรรมชาติและน้ำตก
เสน่ห์อีกอย่างคือศาลากลางน้ำ “เอ็นเงียวคาคุ” (Engyokaku) ที่เหมือนลอยอยู่ในคูน้ำ และทิวทัศน์ที่เกิดจากสะพานหลายแห่งที่พาดผ่านบ่อน้ำต่างๆ
ที่นี่ยังมีอีกชื่อว่า “สวนโมมิจิดานิ” ตามชื่อเรียก เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้แดงในสวนจะเปลี่ยนสีอย่างสวยงาม และภาพสะท้อนใบไม้แดงบนผิวน้ำและน้ำตกก็เป็นวิวที่ควรไปเห็นด้วยตาตัวเอง

ลองเดินเล่นช้าๆ ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบญี่ปุ่น
ลองเดินเล่นช้าๆ ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบญี่ปุ่น
ถ้าปรับช่วงเวลาได้ แนะนำให้มาในฤดูใบไม้ร่วงตอนใบไม้แดงเริ่มเปลี่ยนสี
ถ้าปรับช่วงเวลาได้ แนะนำให้มาในฤดูใบไม้ร่วงตอนใบไม้แดงเริ่มเปลี่ยนสี

2. สะพานทางเดิน “โอฮาชิโระกะ” ที่พาดเฉียงซึ่งหาชมได้ยากในญี่ปุ่น

“โอฮาชิโระกะ” (Ohashiroka) คือสะพานทางเดินที่เชื่อมระหว่าง “นิชิโนะมารุ” ซึ่งเป็นพื้นที่งานอดิเรกของเจ้าเมือง กับ “นิโนะมารุโอคุ” ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้ชีวิต
ในสมัยเอโดะ มีเพียงคนจำกัดอย่างเจ้าเมืองเท่านั้นที่ใช้ทางนี้ได้ จึงสร้างให้มีหลังคาและผนังเพื่อไม่ให้คนภายนอกมองเห็น
สะพานพาดเฉียงด้วยมุมประมาณ 11 องศา ซึ่งถือว่าแปลกและพบได้ยากในญี่ปุ่น และมีการทำพื้นเป็นขั้นๆ เพื่อกันลื่น
มีการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 2006 โดยอ้างอิงแบบแปลนสมัยเอโดะ ปัจจุบันสามารถเดินข้ามได้อย่างอิสระ ลองไปสัมผัสความชันประมาณ 11 องศาด้วยตัวเอง

น่าจะรู้สึกถึงความชันมากกว่าที่จินตนาการจากตัวเลข
น่าจะรู้สึกถึงความชันมากกว่าที่จินตนาการจากตัวเลข

3. “หอคอยปราสาท” ที่สวยทั้งมองจากด้านนอกและชมจากด้านใน

หอคอยของ “ปราสาทวากายามะ” มีจุดเด่นคือหอคอยใหญ่และหอคอยเล็กเชื่อมกันด้วยทามงยากุระ (Tamon-yagura) และยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “สามหอคอยปราสาทแบบเชื่อมต่อที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น”
จากหอคอยใหญ่สีขาว 3 ชั้นอันน่าประทับใจ จะได้ชมวิวเมืองวากายามะแบบพาโนรามา 360 องศาอย่างตระการตา
ภายในมีการจัดแสดงอาวุธและเอกสารโบราณที่เกี่ยวข้องกับตระกูลโทคุงาวะแคว้นคิชูจำนวนมาก ทำให้สัมผัสประวัติศาสตร์ของวากายามะได้
แม้จะถูกเผาทำลายในปี ค.ศ. 1945 จากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่วากายามะ แต่หอคอยในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1958 โดยคงรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนก่อนถูกโจมตี

อย่าลืมสังเกตโครงสร้างแบบ “หอคอยปราสาทเชื่อมต่อ” ที่พบได้ค่อนข้างยากทั่วประเทศ
อย่าลืมสังเกตโครงสร้างแบบ “หอคอยปราสาทเชื่อมต่อ” ที่พบได้ค่อนข้างยากทั่วประเทศ

4. เรียนรู้ไปพร้อมความสนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของวากายามะที่ “พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์วากายามะ”

“พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์วากายามะ” (Wakayama Rekishikan) เป็นศูนย์ข้อมูลและแนะนำโดยรวมของ “ปราสาทวากายามะ”
ชั้น 1 เป็นจุดข้อมูลท่องเที่ยวและศูนย์ของฝาก ส่วนชั้น 2 เป็นห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์ ให้เรียนรู้เรื่องราวและวัฒนธรรมของ “ปราสาทวากายามะ” ได้
มีการจัดแสดงเอกสารและวัสดุทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น “ตราทองคำที่สืบทอดในตระกูลโทคุงาวะแคว้นคิชู” และ “ภาพม้วนเล่าเรื่องประวัติศาสตร์วากายามะ” รวมถึงของใช้และแผนที่ภาพที่เกี่ยวข้องกับปราสาทวากายามะ
อีกจุดเด่นคือไม่ได้มีแค่ชมด้วยตา แต่ยังเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ เช่น การฉาย “ปราสาทวากายามะที่กลับมามีชีวิต” ซึ่งจำลองปราสาทในสมัยเอโดะด้วย VR และการจำลองห้องชงชา “จิสไซอัน” (Jissai-an) อย่างละเอียด

เป็นจุดที่อยากให้แวะเป็นที่แรกๆ เมื่อมาเที่ยวปราสาทวากายามะ
เป็นจุดที่อยากให้แวะเป็นที่แรกๆ เมื่อมาเที่ยวปราสาทวากายามะ

5. ลองเดินเล่นในพื้นที่พร้อมตามหาเครื่องหมายหลากหลายแบบ “รอยสลักบนกำแพงหิน”

กำแพงหินของ “ปราสาทวากายามะ” มีชื่อเสียงเรื่องรอยสลักหลากหลายรูปแบบ
มีการยืนยันรอยสลักประมาณ 170 แบบ มากกว่า 2,100 จุด และยังเป็นเอกลักษณ์ตรงที่รอยสลักไม่ได้อยู่แค่ด้านหน้า แต่พบได้ทั้งด้านบน ด้านล่าง และด้านข้าง เรียกได้ว่ามีอยู่แทบทุกพื้นผิวของก้อนหิน
ลวดลายมีหลากหลาย ตั้งแต่สัญลักษณ์ที่คล้ายวงกลมหรือสามเหลี่ยม ไปจนถึงตราประจำตระกูล ชื่อบุคคล รวมถึงสิ่งที่คาดว่าเป็นวันที่หรือทิศทาง
เหตุผลที่ทำรอยสลักมีหลายทฤษฎี เช่น ความหมายทางไสยศาสตร์หรือการแสดงความเป็นเจ้าของ แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน
ลองเดินสำรวจไปพร้อมค้นหารอยสลัก และจินตนาการความหมายที่ซ่อนอยู่ในลวดลายเหล่านั้น

ลองเดินเล่นพร้อมสังเกตกำแพงหินไปด้วย
ลองเดินเล่นพร้อมสังเกตกำแพงหินไปด้วย

6. “สวนสัตว์สวนสาธารณะปราสาทวากายามะ” เข้าชมฟรีที่ชาวเมืองรักและคุ้นเคย

สวนสัตว์แห่งนี้เป็นที่รักของชาวจังหวัดวากายามะมาตั้งแต่สมัยไทโช และยาวนานกว่า 100 ปี
ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ปราสาทวากายามะ เลี้ยงและจัดแสดงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 21 ชนิด 79 ตัว นก 26 ชนิด 83 ตัว และสัตว์เลื้อยคลาน 2 ชนิด 5 ตัว
แม้จะเป็นสวนสัตว์ขนาดเล็กที่มีกลิ่นอายย้อนยุคสมัยโชวะ แต่บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองทำให้ได้รับความนิยม ช่วงวันหยุดจะคึกคักด้วยครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่แวะมาเที่ยวปราสาทวากายามะ
อีกเหตุผลที่ทำให้เป็นที่พูดถึงคือเข้าชมฟรี

สวนสัตว์เข้าชมฟรีบรรยากาศอบอุ่น ที่ถูกรักต่อเนื่องมากว่า 100 ปี
สวนสัตว์เข้าชมฟรีบรรยากาศอบอุ่น ที่ถูกรักต่อเนื่องมากว่า 100 ปี

3 แหล่งท่องเที่ยวใกล้ปราสาทวากายามะ

หลังเที่ยว “ปราสาทวากายามะ” กันเต็มอิ่มแล้ว ลองแวะไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ได้ชมผลงานของศิลปินชาววากายามะ และพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับวากายามะกันต่อ
จุดรอบๆ ปราสาทวากายามะที่จะแนะนำต่อไปนี้ เดินทางไม่ยาก และน่าจะช่วยให้ได้สัมผัสเสน่ห์ของวากายามะมากขึ้นอีกนิด

1. พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่จังหวัดวากายามะ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่นำเสนอศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยเป็นหลัก ตั้งแต่ยุคเมจิเป็นต้นมา
มีผลงานสะสมมากกว่า 10,000 ชิ้น โดยเน้นศิลปินท้องถิ่นจากจังหวัดวากายามะ เช่น โฮดะ ริวมง (Hoda Ryumon) ศิลปินจากเมืองคิโนะคาวะ และคาวากุจิ คิงะอิ (Kawaguchi Kigai) จิตรกรสไตล์นามธรรม รวมถึงคาวาบาตะ ริวชิ (Kawabata Ryushi) จิตรกรญี่ปุ่นผู้มีชื่อเสียงในฐานะศิลปินนอกขนบ

แนะนำศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัย โดยเน้นศิลปินที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น
แนะนำศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัย โดยเน้นศิลปินที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น

2. พิพิธภัณฑ์จังหวัดวากายามะ

พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดวากายามะ
มีต้นกำเนิดจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะของจังหวัดที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1963 และอาคารปัจจุบันเปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1994 โดยออกแบบโดยคุโรกาวะ คิโช (Kurokawa Kisho)
บริเวณใกล้พิพิธภัณฑ์มีปราสาทวากายามะ และยังอยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่จังหวัดวากายามะด้วย แนะนำให้วางแผนเที่ยวควบคู่กัน

จัดแสดง資料เกี่ยวกับความเชื่อโคยะซังและคุมาโนะ รวมถึงสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับตระกูลโทคุงาวะแคว้นคิอิ
จัดแสดง資料เกี่ยวกับความเชื่อโคยะซังและคุมาโนะ รวมถึงสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับตระกูลโทคุงาวะแคว้นคิอิ

3. โอเท็นสุชายะ

ร้านขายของและร้านอาหารที่อยู่หน้าหอคอยปราสาทวากายามะ
ชื่อ “โอเท็นสุ (เท็นสุ) ชายะ” มาจากสำเนียงวากายามะที่เรียกหอคอยปราสาทว่า “โอเท็นสุ”
โซนร้านค้าจำหน่ายไอเท็มที่เหมาะกับบรรยากาศปราสาท เช่น โกโจอิน (ตราประจำปราสาท) ที่ขายเฉพาะที่ร้าน รวมถึงตรานักรบของท่านโยชิมุเนะ และการ์ดคำถามเกี่ยวกับโอดะ โนบุนางะ (Oda Nobunaga), โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi), โทคุงาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) เป็นต้น
เมนูที่แนะนำของโซนอาหาร ได้แก่ คิชูอุเมะอุด้ง (Kishu Ume Udon) อุด้งเส้นผสมบ๊วยพร้อมท็อปปิ้งบ๊วยนังคō (Nanko-ume), ข้าวหน้าเนื้อวัวคุมาโนะ (Kumano-gyu) และซอฟต์ครีมที่ใช้น้ำนมสดจากฟาร์มคุโระซาวะของวากายามะ

ร้านขายของ & ร้านอาหารที่เหมาะสำหรับพักระหว่างเดินเที่ยวปราสาทวากายามะ ภาพคือ “คิชูอุเมะอุด้ง”
ร้านขายของ & ร้านอาหารที่เหมาะสำหรับพักระหว่างเดินเที่ยวปราสาทวากายามะ ภาพคือ “คิชูอุเมะอุด้ง”

3 ร้านอาหารยอดนิยมใกล้ปราสาทวากายามะ

หลังเดินเที่ยวปราสาทวากายามะแล้ว ก็น่าจะถึงเวลาหาอะไรอร่อยๆ เติมท้อง โดยเฉพาะ “วากายามะราเมง” ที่คนท้องถิ่นรักกันมายาวนาน
ทั้งความเข้มข้นของซุปกระดูกหมูผสมโชยุ หรือรสชาติแบบราเมงจีนสไตล์ดั้งเดิม แม้จะเรียกรวมว่าวากายามะราเมงเหมือนกัน แต่แต่ละร้านก็มีเอกลักษณ์ต่างกันไป
คัดมาให้แล้วแบบเน้นร้านยอดนิยมที่แวะง่ายระหว่างเที่ยว และมีกลิ่นอายย่านเมืองปราสาท

1. มารุอิ สาขาจูนิบันโจ

“มารุอิ สาขาจูนิบันโจ” (Marui Junibancho) เป็นร้านราเมงที่เสิร์ฟวากายามะราเมง
ร้านนี้ยังเคยได้รับการแนะนำในมิชลินไกด์ วากายามะ 2022 ในหมวดมิชลินเพลตอีกด้วย
เมนูซิกเนเจอร์คือ “ชาชูเมง” (Chashumen)
เส้นตรงขนาดกลางจะเคลือบซุปกระดูกหมูผสมโชยุที่เข้มข้น ช่วยดึงทั้งสัมผัสของเส้นและรสอูมามิให้เด่นขึ้น

ร้านที่ได้รับการแนะนำในหมวดมิชลินเพลต สำหรับคนอยากชิม “วากายามะราเมง”
ร้านที่ได้รับการแนะนำในหมวดมิชลินเพลต สำหรับคนอยากชิม “วากายามะราเมง”

2. ยามาเมะโชคุโด

“ยามาเมะโชคุโด” (Yamatame Shokudo) ในย่านใจกลางเมืองวากายามะ เป็นร้านอาหารที่เสิร์ฟทั้งชูกะโซบะและอาหารชุด
ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1953 เป็นร้านเก่าแก่ที่คนท้องถิ่นคุ้นเคยกันมายาวนาน
บรรยากาศเป็นกันเองแบบบ้านๆ เหมาะกับการแวะมากินในชีวิตประจำวัน
เมนูขึ้นชื่อคือ “ชูกะโซบะ” ที่เป็นที่รู้จักในชื่อวากายามะราเมง

วากายามะราเมงจำนวนจำกัดวันละ 150 ชาม ในร้านเก่าแก่อายุ 70 ปี
วากายามะราเมงจำนวนจำกัดวันละ 150 ชาม ในร้านเก่าแก่อายุ 70 ปี

3. ร้านชูกะโซบะเฉพาะทาง อิเดะโชเท็น

วากายามะราเมงมีประวัติยาวนานตั้งแต่ก่อนสงคราม และกลายเป็นโซลฟู้ดของคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ชามหนึ่งประกอบด้วยซุปกระดูกหมูผสมโชยุเข้มข้น เส้นเล็กตรงเหนียวนุ่ม และท็อปด้วยคามาโบโกะสีสันสดใส ถือเป็นหนึ่งในราเมงท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงไปทั่วญี่ปุ่น

ต้นกำเนิดของสาย “อิเดะ” (Ide-kei)! อิ่มอร่อยกับวากายามะราเมงที่ร้านระดับตำนาน
ต้นกำเนิดของสาย “อิเดะ” (Ide-kei)! อิ่มอร่อยกับวากายามะราเมงที่ร้านระดับตำนาน

รีวิวจากผู้มาเยือนปราสาทวากายามะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปราสาทวากายามะ

Q

ซากุระของปราสาทวากายามะสวยที่สุดช่วงไหน?

A

ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน

Q

ใบไม้แดงของปราสาทวากายามะสวยที่สุดช่วงไหน?

A

ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม

บทสรุป

ได้พาแนะนำจุดไฮไลต์ของ “ปราสาทวากายามะ” ไปแล้ว รู้สึกอย่างไรกันบ้าง?
ถ้าอยากดื่มด่ำภาพงดงามที่ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมผสานกันอย่างลงตัว แนะนำให้หาโอกาสมาเยือนสักครั้ง
ภายในพื้นที่ยังมีสวน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และสวนสัตว์ จึงน่าจะเที่ยวสนุกได้ทั้งทริปครอบครัวและทริปคนเดียว
อีกอย่างคือสามารถมองเห็นวิวเมืองได้อย่างทั่วถึง “ปราสาทวากายามะ” เลยเหมาะจะใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยววากายามะด้วยเช่นกัน
ลองใช้บทความด้านล่างที่คัดสรรแหล่งท่องเที่ยวและของอร่อยในวากายามะเป็นแนวทาง แล้วออกไปเที่ยวให้เต็มอิ่มกัน