
【คู่มือท่องเที่ยวหอนาฬิกาซัปโปโร】แลนด์มาร์กที่เฝ้ามองการเติบโตของซัปโปโรมาตลอด
กลางเมืองซัปโปโรมีมุมหนึ่งที่บรรยากาศดูคลาสสิกและชวนให้หลายคนอยากแวะไปเห็นด้วยตาตัวเอง
นั่นก็คือ “หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร” ที่โดดเด่นด้วยภายนอกสไตล์เรโทร ผนังสีขาว และหลังคาสามเหลี่ยมสีแดง รวมถึงนาฬิกาที่เดินต่อเนื่องมากว่า 140 ปี
เสียงระฆังใสกังวานที่ยังคงดังก้องอยู่ในเมืองซัปโปโรจนถึงทุกวันนี้ สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองไปแล้ว
ในบทความนี้ เราจะพาไปรู้จักข้อมูลพื้นฐานของ “หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร” พร้อมแนะนำฤดูกาลที่เหมาะกับการเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวรอบ ๆ
หากอ่านบทความนี้ คุณน่าจะเข้าใจเสน่ห์ของ “หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร” และข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเดินทางได้มากขึ้น
หอนาฬิกาเมืองซัปโปโรเป็นสถานที่แบบไหน?
“หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร” อยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร และเดินจากสถานีซัปโปโรประมาณ 10 นาที
แม้ในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตก ก็ยังสามารถเดินทางผ่านทางเดินใต้ดินที่เชื่อมต่อจากสถานีซัปโปโรได้
เดินทางมาได้ไม่ยาก และที่นี่ยังมีชื่อเสียงมากจนถูกพูดกันว่า “ถ้าพูดถึงซัปโปโร ก็ต้องหอนาฬิกา” เป็นแลนด์มาร์กที่ผู้คนรักมาอย่างยาวนานกว่า 140 ปี
เสน่ห์สำคัญที่สุดคือความงดงามของตัวอาคาร ผนังสีขาว หลังคาสามเหลี่ยมสีแดง และหน้าปัดนาฬิกา
ทั้งหมดนี้กลมกลืนกับทิวทัศน์ในแต่ละฤดูกาล ทำให้ที่นี่เป็นจุดโรแมนติกที่ทำให้สัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์ของซัปโปโร
เสียงระฆังใสกังวานที่บอกเวลาทุก 1 ชั่วโมงก็เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรพลาด หลังช่วงเย็นยังมีการเปิดไฟประดับ ยิ่งเพิ่มบรรยากาศสง่างามขึ้นไปอีก
ภายในหอนาฬิกาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของซัปโปโรและเรื่องราวของนาฬิกา มีสิ่งให้ชมอย่างจุใจ
เดิมทีอาคารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1878 ตามข้อเสนอของดร.คลาร์ก ในฐานะหอฝึกของโรงเรียนเกษตรซัปโปโรเดิม ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของมหาวิทยาลัยฮอกไกโด
ต่อมาในปี ค.ศ. 1881 ได้สร้างหอ時計และติดตั้งนาฬิกาลูกตุ้มจากบริษัทฮาวเวิร์ดของสหรัฐอเมริกา และในปี ค.ศ. 1970 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ

การเดินทางไปหอนาฬิกาเมืองซัปโปโร
ถ้าเริ่มต้นจาก “สนามบินนิวชิโตเสะ” ประตูสู่ท้องฟ้าของฮอกไกโด การเดินทางไป “หอนาฬิกาซัปโปโร” ก็ถือว่าสะดวกพอสมควร สนามบินนิวชิโตเสะเป็นสนามบินนานาชาติและถือเป็นประตูสู่ภาคเหนือของญี่ปุ่น
การเดินทางก็ง่ายมาก จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่มุ่งหน้าไป “หอนาฬิกาซัปโปโร” เป็นจุดแรกของการเที่ยวฮอกไกโดหลังจากมาถึงสนามบินนิวชิโตเสะ
รถไฟ JR ขบวนด่วนพิเศษ Airport Rapid มีปลายทางทั้ง “ซัปโปโร” และ “เทอิเนะ” แต่ไม่ว่าจะขึ้นขบวนไหนก็ไปถึง “สถานีซัปโปโร” ได้ จึงเดินทางได้อย่างสบายใจ
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถไฟ JR ขบวนด่วนพิเศษ Airport Rapid ที่ “สนามบินนิวชิโตเสะ” และลงที่ “สถานีซัปโปโร”
2. เดินประมาณ 7 นาทีจากทางออกฝั่งใต้ถนนตะวันออกของ “สถานีซัปโปโร” ก็จะถึง - ระยะเวลาเดินทาง
- ประมาณ 1 ชั่วโมง
ค่าเข้าชมและเวลาเปิดทำการของหอนาฬิกาเมืองซัปโปโร
สำหรับใครที่วางแผนจะแวะชม “หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร” เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมมีดังนี้
ช่วงต้นปีจะปิดทำการ จึงควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
- เวลาเปิด
- 8:45–17:10
- ราคา
-
ผู้ใหญ่ 350 เยน, นักศึกษามหาวิทยาลัย (แสดงบัตรนักศึกษา) 150 เยน,
นักเรียนมัธยมปลายและมัธยมต้นหรือต่ำกว่า (แสดงบัตรนักศึกษา) เข้าฟรี
ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำสำหรับหอนาฬิกาเมืองซัปโปโรคือช่วงไหน?
หอนาฬิกาเมืองซัปโปโรมีเสน่ห์ต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล แต่ถ้าให้เลือกช่วงที่แนะนำเป็นพิเศษก็คือฤดูหนาวและฤดูร้อน
ฤดูหนาวนั้นงดงามด้วยภาพของหอนาฬิกาที่ประดับไฟคู่กับหิมะ
แม้ซัปโปโรจะมีอากาศหนาวจัด แต่ในบรรยากาศเย็นใสที่นิ่งสงบ คุณจะได้ชมภาพอันสง่างามของไฟ LED ที่ขับให้ผนังสีขาวโดดเด่นยิ่งขึ้น
เรียกได้ว่าเป็นภาพโรแมนติกแบบซัปโปโรที่ชวนให้ประทับใจแน่นอน
สำหรับคนที่ไม่ชอบอากาศหนาว ฤดูร้อนก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก ฤดูร้อนของฮอกไกโดอากาศแห้งสบาย อยู่เที่ยวได้อย่างเพลิดเพลิน และบรรยากาศคึกคักของเมืองซัปโปโรก็ให้ความรู้สึกสนุกต่างจากฤดูหนาว
ผนังสีขาวที่สะท้อนแสงแดดสดใสของฤดูร้อนตัดกับสีเขียวเข้มของต้นไม้ที่หนาแน่นอย่างสดชื่น


3 วิธีเที่ยวให้เต็มอิ่มกับเสน่ห์ของหอนาฬิกาเมืองซัปโปโร
เสน่ห์ของหอนาฬิกาเมืองซัปโปโรไม่ได้หยุดอยู่แค่รูปลักษณ์ภายนอก
ภายในหอนาฬิกาเป็นพิพิธภัณฑ์ จึงสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากนิทรรศการ ฟังเสียงระฆังบอกเวลา และถ่ายภาพสวย ๆ ลงโซเชียลได้
ถ้าอยากสัมผัสเสน่ห์ของหอนาฬิกาอย่างเต็มที่ ลองเที่ยวตามวิธีที่จะแนะนำต่อไปนี้ได้เลย
1. เรียนรู้ประวัติและกลไกของหอนาฬิกาเมืองซัปโปโรผ่านนิทรรศการ
ชั้น 1 ของหอนาฬิกาเมืองซัปโปโรเป็นห้องจัดแสดงที่เล่าเรื่องประวัติการบุกเบิกฮอกไกโดและการก่อสร้างหอนาฬิกา ผ่านเอกสารดั้งเดิมและไดโอรามา
ชั้น 2 คือ “หอฝึก” ที่ยังคงสภาพเดิมจากอดีต เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีเพดานสูงและเสียงก้องกังวานอย่างน่าประทับใจ
บริเวณทางเข้าของ “หอฝึก” มีอนุสาวรีย์ดร.คลาร์กนั่งอยู่บนม้านั่ง สามารถนั่งถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกับท่านได้ และในบางช่วงเวลาก็ได้รับความนิยมจนมีคนต่อคิวถ่ายรูป
ด้านในของหอฝึกยังมีการจัดแสดงนาฬิกาหอคอยรุ่นพี่น้องของนาฬิกาหอนาฬิกา ซึ่งผลิตโดยบริษัทฮาวเวิร์ดจากสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1928
ขนาดที่ใหญ่เกินคาด รวมถึงโครงสร้างที่ขับเคลื่อนด้วยตุ้มน้ำหนักโดยไม่ใช้ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ แสดงให้เห็นทั้งความเรียบง่ายและความประณีตอย่างน่าทึ่ง
นอกจากนี้ ยังเป็นของล้ำค่าระดับโลก เพราะชิ้นส่วนส่วนใหญ่ยังคงเป็นของเดิม ยกเว้นเพียงอุปกรณ์สิ้นเปลืองอย่างลวดสลิงและสกรู

2. เพลิดเพลินกับเสียงระฆังอันไพเราะ
นาฬิกาของหอนาฬิกาเมืองซัปโปโรยังคงเดินต่อไปโดยไม่หยุดพัก แม้เวลาจะผ่านมากว่า 140 ปีแล้วก็ตาม
ระฆังจะดังทุกชั่วโมง ตามจำนวนเวลา เช่น 1 นาฬิกาดัง 1 ครั้ง 2 นาฬิกาดัง 2 ครั้ง 3 นาฬิกาดัง 3 ครั้ง เป็นต้น
เวลา 12:00 เป็นช่วงที่ระฆังดังมากที่สุด จึงแนะนำให้มาเยือนก่อนเที่ยงเล็กน้อย จะได้ฟังเสียงระฆังได้อย่างเต็มอิ่มและชัดเจน
เสียงระฆังใสกังวานนี้ยังถูกกล่าวขานว่าเป็นเสียงที่เป็นสัญลักษณ์ของซัปโปโร
ว่ากันว่าเมื่อกว่า 100 ปีก่อน ในยุคที่ยังไม่มีรถยนต์และตึกสูง เสียงนี้สามารถดังก้องไปได้ไกลหลายกิโลเมตร
ลองหยุดฟังอย่างตั้งใจพร้อมนึกถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ก็น่าจะเป็นอีกประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

3. ถ่ายภาพที่ระลึกกับหอนาฬิกาเมืองซัปโปโรอันงดงาม
ถ้าคิดว่า “อยากถ่ายภาพที่ระลึกโดยมีหอนาฬิกาอันงดงาม สัญลักษณ์ของซัปโปโรเป็นฉากหลัง” ที่นี่ก็มีจุดถ่ายภาพยอดนิยมอยู่หลายแห่ง
บริเวณด้านขวาของอาคารเมื่อหันหน้าเข้าหาอาคาร ใกล้กับสี่แยก มีแท่นสำหรับถ่ายภาพติดตั้งไว้ สามารถขึ้นไปโพสท่าถ่ายรูปพร้อมกันได้
แต่ในกรณีนี้ มุมภาพจะเป็นลักษณะเงยขึ้นจากด้านเฉียงของอาคาร
หากอยากถ่ายภาพด้านหน้าทั้งอาคารจากมุมตรง แนะนำให้ไปที่ “Clock Tower Photo Plaza” ซึ่งอยู่ในอาคาร MN ฝั่งตรงข้ามถนนด้านหน้าหอนาฬิกา
ที่นี่เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม เพราะสามารถถ่ายภาพจากด้านหน้าตรงของหอนาฬิกาได้พอดี

3 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร
รอบ ๆ หอนาฬิกาเมืองซัปโปโรยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกหลายแห่ง
มีทั้งสวนสาธารณะที่เดินเล่นได้สบาย ๆ แม้อยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร จุดชมวิวที่เปิดมุมมองกว้างไกล และตลาดที่รวมของทะเลจากฮอกไกโดไว้มากมาย
ทั้งหมดนี้เดินทางต่อจากหอนาฬิกาได้ไม่ยาก อยากชวนให้คุณลองแวะไปเที่ยวกัน
1. สวนโอโดริ
“สวนโอโดริ” ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร รายล้อมด้วยต้นไม้ประมาณ 4,700 ต้น จาก 92 สายพันธุ์ เช่น ไลแลกและเอล์มญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีสนามหญ้าและน้ำพุไว้เป็นมุมพักผ่อน ทำให้เป็นสถานที่พักใจของทั้งนักท่องเที่ยวและชาวเมืองในย่านออฟฟิศ
แปลงดอกไม้ของสวนโอโดริเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1875 เมื่อหน่วยงานบุกเบิกฮอกไกโดปลูกดอกไม้ตะวันตก และในปัจจุบันสมาคมส่งเสริมแปลงดอกไม้เมืองซัปโปโรเป็นผู้ดูแลการจัดแปลงดอกไม้
ที่นี่มีการจัดประกวดแปลงดอกไม้ โดยบริษัทสมาชิกต่างร่วมแข่งขันกันสร้างสรรค์แปลงดอกไม้ที่สวยงาม

2. หอทีวีซัปโปโร
“หอทีวีซัปโปโร” ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1956 บริเวณนิชิ 1 โจเมะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสวนโอโดริ หลังจากสร้างเสร็จแล้วก็ทำหน้าที่เป็นแลนด์มาร์กที่เฝ้ามองการพัฒนาของซัปโปโร และเป็นสถานที่ที่ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวนิยมมาเยือน
จุดชมวิวที่ระดับความสูงประมาณ 90 เมตรจากพื้นดิน เป็นจุดชมทิวทัศน์อันยอดเยี่ยมที่มองเห็นทั้งตัวเมืองซัปโปโร และในวันที่อากาศดี ยังมองเห็นที่ราบอิชิคาริและทะเลญี่ปุ่นได้อีกด้วย

3. ตลาดนิโจ ซัปโปโร
“ตลาดนิโจ ซัปโปโร” เชื่อกันว่าเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นยุคเมจิ เมื่อชาวประมงจากชายหาดอิชิคาริเริ่มนำปลาสดมาจำหน่าย
ภายในตลาดมีร้านขายอาหารทะเลสดประมาณ 20 ร้านเรียงรายกันอยู่ สมกับเป็นแหล่งรวมของดีจากทะเล โดยมีอาหารทะเลสดใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาในวันนั้นวางขายหน้าร้าน
ไม่ว่าจะเป็นปู ฮอกเกะ หอยเชลล์ รวมถึงของทะเลจากฮอกไกโดชนิดต่าง ๆ ตลอดจนปลาแห้งและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทะเล ก็มีให้เลือกหลากหลาย
ในตลาดยังมีร้านอาหารอยู่มากมาย โดยเฉพาะร้านที่สามารถลิ้มลองซูชิ ข้าวหน้าซีฟู้ด และเมนูย่างต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่

3 ร้านอาหารยอดนิยมใกล้หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร
บริเวณรอบหอนาฬิกาเมืองซัปโปโรมีร้านอาหารหลายแห่งที่แม้อยู่ใจกลางเมืองก็ยังให้บรรยากาศสบาย ๆ เหมาะแก่การแวะมานั่งทานระหว่างเที่ยว
มีให้เลือกตั้งแต่ร้านที่ลิ้มลองรสชาติแบบซัปโปโรได้ง่าย ๆ ไปจนถึงร้านขนมหวานยอดนิยม จึงเป็นไลน์อัปที่เลือกได้ไม่ยากไม่ว่าคุณจะอยู่ในอารมณ์แบบไหน
ถ้าหลังเที่ยวหอนาฬิกาเมืองซัปโปโรแล้วเริ่มหิว อยากชวนให้ลองแวะร้านที่จะแนะนำต่อไปนี้
1. ฮามัคโกะ สาขาโทเกได
อิซากายะซีฟู้ดที่ตั้งอยู่ในทำเลดีเยี่ยม ใกล้กับหอนาฬิกาเมืองซัปโปโรซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ให้คุณเพลิดเพลินกับอาหารทะเลจากฮอกไกโดได้แบบสบาย ๆ
จุดเด่นคือเปิดให้บริการต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ว่าจะมาเวลาไหนก็สามารถลิ้มลองข้าวหน้าซีฟู้ดสดใหม่ได้ จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวมาก
เมนูขึ้นชื่ออย่าง “คากิเด็งกาคุ” คือหอยนางรมจากอักเกชิที่จับคู่กับมิโซะเด็งกาคุแล้วนำไปย่างจนหอม เป็นเมนูที่ถ้ามาถึงแล้วไม่ควรพลาด

2. เดอะ มีต ช็อป
ร้านอาหารเนื้อเฉพาะทางบนถนนหน้าสถานีซัปโปโร ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอนาฬิกาเมืองซัปโปโร สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
ร้านนี้คัดสรรเนื้ออย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อบ่มหรือเนื้อวากิวแบรนด์ต่าง ๆ และเสิร์ฟในสภาพที่ดีที่สุด จนได้รับความนิยมตั้งแต่เปิดร้านในปี ค.ศ. 2015
ภายในร้านที่ได้แรงบันดาลใจจากนิวยอร์ก คุณจะได้ลิ้มลองเนื้อหลากหลายชนิด ทั้งเนื้อวัว หมู ไก่ รวมถึงเนื้อเกมอย่างกวางเอโซะและหมูป่าที่ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

3. ยูคิจิรุชิ พาร์เลอร์ สาขาใหญ่ซัปโปโร
“ยูคิจิรุชิ พาร์เลอร์ สาขาใหญ่ซัปโปโร” ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1961 เป็นร้านขนมหวานเก่าแก่ของซัปโปโรที่มีประวัติยาวนานกว่า 50 ปี
ภายในร้าน คุณสามารถลิ้มลองไอศกรีมที่เคยทำขึ้นเพื่อจักรพรรดิโชวะและจักรพรรดินี พาร์เฟต์มากกว่า 30 ชนิด และเมนูอาหารต่าง ๆ ส่วนบริเวณร้านขายของหน้าทางเข้า ก็สามารถซื้อของฝากและซอฟต์ครีมได้เช่นกัน
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็คือไอศกรีม ไอศกรีมที่ใช้ชื่อว่า “Snow Royal” เป็นไอศกรีมที่ทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับจักรพรรดิโชวะและจักรพรรดินี เมื่อครั้งเสด็จมาร่วมพิธีฉลองครบรอบ 100 ปีของฮอกไกโดในปี ค.ศ. 1968

3 ที่พักแนะนำใกล้หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร
ถ้าอยากสนุกกับทริปฮอกไกโดทั้งครอบครัว การเข้าพักในย่านหอนาฬิกาเมืองซัปโปโรซึ่งสะดวกทั้งเที่ยวและเดินทางก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
บริเวณนี้มีโรงแรมที่ให้ความสบายใจแม้เดินทางพร้อมเด็ก ๆ และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้ช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวสนุกยิ่งขึ้นกระจายอยู่หลายแห่ง
ต่อจากนี้ เราจะขอแนะนำโรงแรมที่โดดเด่นด้วยห้องพักกว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และการบริการที่อบอุ่น
1. ชาโตเรเซ่ กาโต คิงดอม ซัปโปโร
รีสอร์ตโฮเทลที่ตั้งอยู่ชานเมืองซัปโปโร
ได้รับความนิยมจากสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัวที่ครบครัน เช่น สปาและสระว่ายน้ำ มีทั้งบ่อออนเซ็นกลางแจ้ง ห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ที่มีบ่อแช่ 7 แบบ และซาวน่า 3 แบบไว้บริการ
สระว่ายน้ำในร่มใช้ได้ตลอดทั้งปี ส่วนในฤดูร้อนก็มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งเปิดให้บริการด้วย

2. ลา เจนต์ สเตย์ ซัปโปโร โอโดริ
“ลา เจนต์ สเตย์ ซัปโปโร โอโดริ” ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดิน “โอโดริ” โดยเดิน 5 นาที
บรรยากาศภายในตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์น ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย
ห้องพักได้รับการออกแบบให้เรียบง่ายและใช้งานสะดวก พร้อมมีห้องหลายประเภทให้เลือกตามจุดประสงค์ของการเดินทาง

3. โฮเทล มายสเตย์ส พรีเมียร์ ซัปโปโร พาร์ค
ซิตี้โฮเทลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร เดินทางสะดวกไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างหอนาฬิกาซัปโปโรและซูซูกิโนะ
ทั้งสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดและป้ายรถบัสไปสนามบินต่างก็อยู่ในระยะเดินถึง เหมาะเป็นฐานสำหรับการท่องเที่ยวอย่างมาก
อีกหนึ่งจุดเด่นยอดนิยมคือห้องอาบน้ำรวมออนเซ็นธรรมชาติ พร้อมเจ็ตบาธและซาวน่าครบครัน ได้รับคำชมว่าสามารถชำระความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและช่วยให้รู้สึกสดชื่นได้ดี

รีวิวหอนาฬิกาเมืองซัปโปโร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหอนาฬิกาเมืองซัปโปโร
Q
หอนาฬิกาเมืองซัปโปโรเปิดกี่โมง?
สามารถเดินเล่นรอบบริเวณได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่เข้าชมภายในได้เวลา 8:45–17:10 (เข้าชมได้ถึง 17:00)
Q
ค่าเข้าชมหอนาฬิกาเมืองซัปโปโรเท่าไร?
ผู้ใหญ่ 350 เยน, นักศึกษามหาวิทยาลัย (แสดงบัตรนักศึกษา) 150 เยน, นักเรียนมัธยมปลายและมัธยมต้นหรือต่ำกว่า (แสดงบัตรนักศึกษา) เข้าฟรี
บทสรุป
บทความนี้พาไปรู้จักเสน่ห์และประวัติของ “หอนาฬิกาซัปโปโร” รวมถึงฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำ และสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่น่าแวะไปพร้อมกัน
รูปลักษณ์คลาสสิกและเสียงระฆังของหอนาฬิกาที่บอกเวลามายาวนานกว่า 140 ปี คือเสน่ห์สำคัญที่ช่วยเติมความงดงามให้การเที่ยวซัปโปโร
ถ้าไปเที่ยวซัปโปโร ลองใช้ “หอนาฬิกาซัปโปโร” เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางดูได้ และในบทความด้านล่างนี้ เรายังคัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในซัปโปโรมาแนะนำไว้ด้วย
ลองใช้เป็นข้อมูลประกอบ แล้วออกไปสนุกกับการเที่ยวฮอกไกโดกันได้เลย