
จุดเริ่มต้นของการเดินเที่ยวซัปโปโระ! คู่มือท่องเที่ยวที่จะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์และไฮไลต์ของสวนโอโดริ
ถ้านึกถึงภาพบรรยากาศของซัปโปโระ หลายคนน่าจะนึกถึงสวนผืนยาวกลางเมืองที่ชวนให้เดินเล่นได้สบาย ๆ
สวนโอโดริที่ทอดยาวอยู่ใจกลางเมืองนั้น เป็นจุดเด่นที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของซัปโปโระ โดยมีดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่งตามฤดูกาลตลอดทั้งปี
หลายคนรู้จักที่นี่จาก “หอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระ” หรืออีเวนต์ประดับไฟในฤดูหนาว แต่เสน่ห์และจุดน่าสนใจของตัวสวนโอโดริเองกลับยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์และจุดน่าสนใจของสวนโอโดริเป็นหลัก พร้อมรวบรวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นอีเวนต์ที่ควรเข้าร่วมและอาหารขึ้นชื่อ
ถ้าอยากเที่ยวซัปโปโระให้เต็มอิ่ม ลองเริ่มต้นจากสวนโอโดริกันได้เลย
สวนโอโดริเป็นสถานที่แบบไหน?
ถ้าเดินเล่นอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโระ สวนโอโดริก็เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่สังเกตเห็นได้ไม่ยาก โดยทอดยาวจากตะวันออกไปตะวันตกประมาณ 1.5 กิโลเมตร และมีพื้นที่ประมาณ 7.8 เฮกตาร์
เดิมทีในปี ค.ศ. 1871 ได้รับการพัฒนาให้เป็นแนวกันไฟเพื่อป้องกันการลุกลามของอัคคีภัย แต่เมื่อเมืองเติบโตขึ้น ที่นี่ก็ได้เปลี่ยนโฉมมาเป็นสวนสัญลักษณ์ของซัปโปโระ และกลายเป็นสถานที่พักผ่อนของทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยว
ภายในสวนแบ่งออกเป็น 5 โซนที่มีเสน่ห์แตกต่างกัน สามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพสวยงามของแปลงดอกไม้และน้ำพุตามฤดูกาล รวมถึงสัมผัสประวัติศาสตร์ของซัปโปโระได้อีกด้วย
จากจุดชมวิวของ “หอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระ” ที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกสุด คุณสามารถมองเห็นวิวเมืองซัปโปโระได้แบบพาโนรามา
อีกสิ่งที่น่าสนใจคืออีเวนต์หลากหลายที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี
โดยเฉพาะอีเวนต์ฤดูหนาวที่มีชื่อเสียงมาก เช่น “เทศกาลหิมะซัปโปโระ” ที่มีประติมากรรมหิมะและนิทรรศการแกะสลักน้ำแข็งขนาดใหญ่ รวมถึง “ซัปโปโระไวต์อิลลูมิเนชัน” ที่พอถึงช่วงจัดงาน บรรยากาศของทั้งเมืองก็จะถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟสุดโรแมนติก
การวางแผนเที่ยวให้ตรงกับช่วงอีเวนต์ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
สวนโอโดริเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟใต้ดินเทศบาลเมืองซัปโปโระ “สถานีโอโดริ” ทำให้เดินทางสะดวกมาก
บริเวณรอบ ๆ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านอาหารมากมาย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเที่ยวซัปโปโระ

การเดินทางไปสวนโอโดริ
ถ้าจะเริ่มต้นจากสถานี JR “สถานีซัปโปโระ” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางของเมือง เราได้สรุปวิธีนั่งรถไฟไปสวนโอโดริไว้ในตารางด้านล่าง
หากเดินเท้า จะใช้เวลาประมาณ 12 นาที
ถ้าใช้ทางเดินใต้ดิน “Chi-Ka-Ho” ที่เชื่อมระหว่างสถานีรถไฟใต้ดิน “สถานีซัปโปโระ” กับ “สถานีโอโดริ” ก็สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกแม้ในวันที่ฝนตกหรือหิมะตก ในฤดูหนาวมีระบบทำความร้อน และในฤดูร้อนมีเครื่องปรับอากาศ จึงเหมาะสำหรับการเดินทางในวันที่อากาศหนาวหรือร้อน
- เส้นทาง
-
1. เดินจากสถานี JR “สถานีซัปโปโระ” ไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน “สถานีซัปโปโระ”
2. ขึ้นรถไฟสายนันโบคุหรือสายโทโฮของรถไฟใต้ดินเทศบาลเมืองซัปโปโระ แล้วลงที่ “สถานีโอโดริ”
3. เดินจากสถานีประมาณ 2 นาทีถึง - ระยะเวลา
- ประมาณ 5 นาที

รู้ไว้แล้วเที่ยวสวนโอโดริได้สนุกยิ่งขึ้น! เสน่ห์และไฮไลต์ของ 5 โซน
สวนโอโดริแบ่งออกเป็น 5 โซน แต่ละโซนก็มีเสน่ห์และจุดน่าสนใจไม่เหมือนกัน
ถ้าอุตส่าห์มาเยือนสวนโอโดริแล้ว ลองใช้ข้อมูลต่อจากนี้เป็นแนวทาง แล้วค่อย ๆ เดินเล่นชมสวนตั้งแต่ปลายด้านหนึ่งไปอีกด้านอย่างสบาย ๆ กันดู
“โซนนานาชาติและการแลกเปลี่ยน” (นิชิ 1–2 โจเมะ) ที่ตั้งของหอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระ
“โซนนานาชาติและการแลกเปลี่ยน” เป็นพื้นที่ที่มี “หอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระ” แลนด์มาร์กของเมืองซัปโปโระตั้งตระหง่านอยู่
ภายในโซนมีอนุสรณ์สถานกระจายอยู่หลายจุด เช่น “น้ำดื่มเบนสัน” ที่ได้รับมอบจากเมืองพอร์ตแลนด์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเมืองพี่เมืองน้องของซัปโปโระ รวมถึงผลงานที่ได้รับมอบจากศิลปินและบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับเมืองซัปโปโระ
นอกจากนี้ยังมี “กำแพงน้ำพุ” ความยาว 33 เมตร สูง 1.8 เมตร ที่สร้างบรรยากาศเงียบสงบด้วยเสียงน้ำไหลเบา ๆ

“โซนน้ำและแสง” (นิชิ 3–5 โจเมะ) กับทิวทัศน์ที่เป็นสัญลักษณ์ของสวนโอโดริ
“โซนน้ำและแสง” เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์งดงาม ราวกับโอเอซิสกลางเมือง
มีประติมากรรมตั้งอยู่ประปราย และที่น้ำพุในนิชิ 3 โจเมะ มีการแสดงน้ำในธีม “พลังแห่งชีวิต” โดยหมุนเวียนเป็น 1 รอบทุก 15 นาที
การแสดงน้ำที่มีหอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระเป็นฉากหลัง ถือเป็นหนึ่งในภาพจำของสวนโอโดริ
ในโซนน้ำและแสงยังมีน้ำพุอีกแห่งที่นิชิ 4 โจเมะ
น้ำพุดีไซน์ลายกลีบดอกไม้ มีจุดเด่นอยู่ที่แอ่งน้ำอะลูมิเนียมตรงกลางซึ่งมีน้ำพุ่งเข้ามาจากทั้งสี่ด้าน
น้ำพุทั้งสองแห่งเปิดใช้งานตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงปลายเดือนตุลาคม และในเวลากลางคืนจะมีการประดับไฟ ให้คุณได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศชวนฝันจากน้ำและแสง
นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวและพื้นที่สูบบุหรี่ก็อยู่ในโซนนี้เช่นกัน

“โซนกิจกรรมและการเล่น” (นิชิ 6–9 โจเมะ) พื้นที่แห่งอีเวนต์และเครื่องเล่น
“โซนกิจกรรมและการเล่น” เป็นพื้นที่คึกคักที่มีอีเวนต์ตามฤดูกาลจัดขึ้นตลอดปี
มีเครื่องเล่นดีไซน์แปลกตากระจายอยู่หลายจุด เช่น สไลเดอร์ทรงบิดเกลียว “Black Slide Mantra” ที่ออกแบบโดยประติมากร อิซามุ โนกุจิ และทางลาดเล่นที่ดูคล้ายปลาวาฬกำลังว่ายน้ำ
ที่ “Information Center & Official Shop” มีเจ้าหน้าที่ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ จีน และเกาหลีประจำอยู่เสมอ หากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่แน่ใจเรื่องใด ก็แวะมาใช้บริการได้เลย

“โซนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม” (นิชิ 10–11 โจเมะ) ที่ให้สัมผัสประวัติศาสตร์การบุกเบิกฮอกไกโด
“โซนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม” ซึ่งอยู่บริเวณนิชิ 10 และ 11 โจเมะของสวนโอโดริ เป็นพื้นที่ที่มีรูปปั้นบรอนซ์ของ “คิโยทากะ คุโรดะ (Kuroda Kiyotaka)” และ “ฮอเรซ เคโปรน” ผู้มีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกฮอกไกโด จึงเป็นโซนที่ทำให้สัมผัสประวัติศาสตร์ของการพัฒนาฮอกไกโดได้อย่างชัดเจน
อีกหนึ่งจุดเด่นที่สะดุดตาคือเสาสูง 23 เมตรทาสีขาวและน้ำเงินชื่อ “ไมบาวม์” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความยินดีในฤดูใบไม้ผลิ และประดับตกแต่งด้วยลวดลายการเต้นรำพื้นบ้านและเครื่องดนตรี โดยเป็นของขวัญที่ได้รับจากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นเมืองพี่เมืองน้อง
นอกจากนี้ที่นิชิ 11 โจเมะยังมีน้ำพุ เป็นมุมพักผ่อนที่เหมาะกับการนั่งสบาย ๆ พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศทางประวัติศาสตร์

“โซนสวนซังก์” (นิชิ 12 โจเมะ) กับทิวทัศน์งดงามของดอกกุหลาบ
“โซนสวนซังก์” เป็นพื้นที่ที่มีสวนกุหลาบเป็นไฮไลต์หลัก
กุหลาบหลากสีประมาณ 60 สายพันธุ์ มากกว่า 1,100 ต้น จะบานสะพรั่งตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม สร้างความเพลิดเพลินให้ผู้มาเยือน
กลางสวนมีรางน้ำยาว 82 เมตร โดยมีจุดน้ำผุดอยู่ทั้งสองฝั่ง และมีน้ำพุอยู่ตรงกลาง
มีการปล่อยน้ำตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนถึงกลางเดือนกันยายน เวลา 10:00–19:00 ช่วยเติมบรรยากาศสดชื่นเย็นสบาย
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีผลงาน “รูปหญิงสาว” ของประติมากร ชูเรียว ซาโตะ ช่วยขับเสน่ห์ของสวนให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
ภายในโซนยังมี “พิพิธภัณฑ์เอกสารเมืองซัปโปโระ” อาคารประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1926 เดิมเป็นศาลอุทธรณ์ซัปโปโระ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ก่อด้วยหินอย่างสง่างาม
ที่นี่จึงเป็นพื้นที่ที่ผสานดอกไม้ตามฤดูกาลเข้ากับอาคารประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว เกิดเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามน่าประทับใจ

อาหารขึ้นชื่อของสวนโอโดริ “ข้าวโพดย่าง”
โดยทั่วไปตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนตุลาคม จะมี “รถขายโทคิบิวาโกน” เปิดขาย “ข้าวโพดย่าง” ที่นำข้าวโพดจากฮอกไกโดมาย่างจนหอมกรุ่น
สำหรับคนที่สนใจคำเรียกท้องถิ่น “โทคิบิ” เป็นคำเรียกข้าวโพดแบบเฉพาะของฮอกไกโด
พอได้ลองชิม ก็จะสัมผัสได้ทั้งความหวานของข้าวโพดและรสของซอสสูตรพิเศษที่เข้ากันอย่างดี
มักมีจุดขายอยู่หลายแห่งตั้งแต่นิชิ 3 โจเมะถึงนิชิ 4 โจเมะของสวนโอโดริ
ถ้าไปสวนโอโดริในช่วงเปิดขาย อย่าลืมแวะชิมข้าวโพดย่างเมนูขึ้นชื่อของที่นี่กันด้วย

อยากให้ลองไปสักครั้งแม้ต้องเปลี่ยนช่วงเที่ยว! 6 อีเวนต์ยอดนิยมของสวนโอโดริ
สวนโอโดริมีอีเวนต์ใหญ่หมุนเวียนตามฤดูกาลอยู่เสมอ
โดยเฉพาะอีเวนต์ฤดูหนาวที่ให้คุณได้สัมผัสศิลปะแห่งหิมะและน้ำแข็ง รวมถึงบรรยากาศเหนือจริงของหิมะและแสงไฟนั้นมีชื่อเสียงอย่างมาก
ฤดูกาลอื่น ๆ ก็มีอีเวนต์น่าสนใจไม่แพ้กัน ถ้ามีโอกาสอยากชวนให้ลองเข้าร่วมดูสักครั้ง
1. 【ฤดูใบไม้ผลิ】เทศกาลไลแลคซัปโปโระ
“เทศกาลไลแลคซัปโปโระ” เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1959 จากการริเริ่มของกลุ่มบุคคลทางวัฒนธรรม
ภายในงานซึ่งจัดหลัก ๆ ที่พื้นที่โอโดริซึ่งมีต้นไลแลคราว 400 ต้นบานสะพรั่ง จะมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น คอนเสิร์ตบนเวที Lilac Spring Stage การปลูกต้นไลแลค พิธีชงชาแบบกลางแจ้ง และสแตมป์แรลลี่
ในช่วงจัดงานยังมีการตั้งคาเฟ่เทอร์เรซ มุมทดลองเล่นของเล่นแบบดั้งเดิม และเวิร์กช็อปต่าง ๆ ทำให้ไม่ได้มีดีแค่การชม แต่ยังได้ขยับทั้งความคิดและร่างกายเพื่อสนุกกับงานอีกด้วย นอกจากนี้ทั้งพื้นที่โอโดริและพื้นที่คาวาชิตะยังมีการแจกต้นกล้าไลแลคฟรีในจำนวนจำกัด

2. 【ฤดูร้อน】เทศกาลฤดูร้อนซัปโปโระ
“เทศกาลฤดูร้อนซัปโปโระ” เป็นอีเวนต์ใหญ่ประจำฤดูร้อนที่โดยทั่วไปจัดขึ้นตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม
มีการจัดกิจกรรมหลากหลายที่ให้คุณได้สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมและอาหารของซัปโปโระ ในพื้นที่หลักอย่างสวนโอโดริ ถนนช้อปปิ้งทานุกิโคจิ และซูซูกิโนะ
ภายในสวนโอโดริมีการจัดเบียร์การ์เดนขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของประเทศ ให้คุณอิ่มอร่อยกับอาหารซัปโปโระและเบียร์ได้อย่างเต็มที่
“โฮกไกบงโอโดริ” ที่เปิดโอกาสให้ร่วมวงเต้นบงโอโดริซึ่งเป็นที่คุ้นเคยของคนท้องถิ่น ก็จัดขึ้นที่นิชิ 2 โจเมะของสวนโอโดริเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีงานอย่าง “เทศกาลทานุกิ” และ “เทศกาลซูซูกิโนะ” ให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีของซัปโปโระอีกมากมาย

3. 【ฤดูร้อน】เทศกาล YOSAKOI โซรัน
“เทศกาล YOSAKOI โซรัน” จัดขึ้นทุกปีในเดือนมิถุนายน
นี่คืออีเวนต์ยอดนิยมของซัปโปโระที่มีรากฐานมาจากเทศกาลโยซาโคอิของจังหวัดโคจิ และถือกำเนิดขึ้นจากการผสมผสาน “นารุโกะ” เครื่องประกอบจังหวะที่ใช้ในเทศกาลโยซาโคอิ เข้ากับเพลงพื้นบ้านของฮอกไกโด “เพลงโซรันบูชิ”
กติกาของเทศกาล YOSAKOI โซรัน มีเพียง 2 ข้อ คือ ต้องถือเครื่องนารุโกะ และในเพลงต้องมีท่อนของโซรันบูชิ นอกเหนือจากนั้นสามารถสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระ ในฐานะภาพจำของต้นฤดูร้อนแห่งฮอกไกโด อีเวนต์อันทรงพลังนี้ดึงดูดผู้ชมมากถึง 2 ล้านคน และน่าค่าแก่การไปชมด้วยตาตัวเองสักครั้ง

4. 【ฤดูใบไม้ร่วง】ซัปโปโระออทัมเฟสต์
“ซัปโปโระออทัมเฟสต์” ซึ่งโดยทั่วไปจัดขึ้นในเดือนกันยายน เป็นอีเวนต์ที่มีธีมหลักคือ “อาหารของฮอกไกโดและซัปโปโระ”
สวนโอโดริจะถูกแบ่งเป็น 7 โซน และมีร้านค้าประมาณ 300 ร้านมาออกบูธ
คุณสามารถลิ้มลองอาหารและของดีประจำท้องถิ่นแบบฉบับฮอกไกโดและซัปโปโระ พร้อมเครื่องดื่มอย่างสาเกท้องถิ่น ไวน์ และวิสกี้
เพราะอาหารฮอกไกโดและอาหารซัปโปโระ เช่น ราเม็งท้องถิ่นและจิงกิสข่าน มารวมไว้ในงานเดียว คนที่เดินทางมาฮอกไกโดเพื่อชิมของอร่อยจึงไม่ควรพลาด
นอกจากนี้ยังมีของฝากจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วฮอกไกโดมารวมกัน ทำให้การเลือกซื้อของฝากก็สนุกไม่แพ้กัน

5. 【ฤดูหนาว】ซัปโปโระไวต์อิลลูมิเนชัน
“ซัปโปโระไวต์อิลลูมิเนชัน” เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1981 ในฐานะอีเวนต์ที่แต่งแต้มค่ำคืนฤดูหนาวของซัปโปโระด้วยแสงไฟ
มีการจัดแสงประดับอย่างพิถีพิถันใน 5 พื้นที่ จนทั้งเมืองถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศสุดชวนฝัน
ที่พื้นที่โอโดริซึ่งเป็นสถานที่จัดงานหลัก มีการติดตั้งสัญลักษณ์ออบเจ็กต์ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไปในแต่ละโซน เช่น “Wish Birds” หน้าหอคอยโทรทัศน์ที่ตกแต่งด้วยปีก “Winter Blossoms” ที่ออกแบบเป็นดอกไม้ซึ่งเกี่ยวข้องกับฮอกไกโด เช่น ไลแลค ซูซูรัน และฮามานาสุ รวมถึง “Snow Fantasia” ทางเดินที่มีลวดลายเกล็ดหิมะเป็นแรงบันดาลใจ

6. 【ฤดูหนาว】เทศกาลหิมะซัปโปโระ
“เทศกาลหิมะซัปโปโระ” คือเทศกาลแห่งหิมะและน้ำแข็งที่ได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในสามเทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่ของโลก โดยเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1950 เมื่อกลุ่มนักเรียนมัธยมในท้องถิ่นสร้างประติมากรรมหิมะ 6 ชิ้นในสวนโอโดริ
ปัจจุบันจัดขึ้นช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ใน 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่โอโดริ พื้นที่ซูซูกิโนะ และพื้นที่สึโดมุ ได้รับความนิยมในฐานะอีเวนต์ใหญ่ประจำฤดูหนาวของซัปโปโระที่ดึงดูดผู้คนราว 2 ล้านคนจากทั้งในและต่างประเทศ
ที่พื้นที่โอโดริจะมีประติมากรรมหิมะขนาดยักษ์ใหญ่ราวกับอาคาร ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมาก อีกทั้งยังมี “ประติมากรรมหิมะของประชาชน” ที่ชาวเมืองร่วมกันสร้างในแบบสนุก ๆ และผู้เข้าชมยังสามารถร่วมโหวตได้ด้วย

อิ่มเอมทั้งประวัติศาสตร์และอาหารของซัปโปโระ! 5 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมรอบสวนโอโดริ
รอบสวนโอโดริยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกหลายแห่ง ที่ช่วยให้คุณสัมผัสทั้งประวัติศาสตร์และอาหารของซัปโปโระได้ครบขึ้น
หากเดินเล่นในสวนไปพร้อมกับแวะตามจุดที่แนะนำ ก็มีโอกาสได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของซัปโปโระอย่างเต็มที่
1. หอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระ
หอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1956 บริเวณนิชิ 1 โจเมะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสวนโอโดริ ได้เฝ้ามองการเติบโตของเมืองซัปโปโระมาตั้งแต่สร้างเสร็จ และเป็นแลนด์มาร์กที่ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวนิยมมาเยือน
จุดชมวิวสูงจากพื้นดินประมาณ 90 เมตร เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่มองเห็นได้ทั้งเมืองซัปโปโระ และในวันที่อากาศดี ยังมองเห็นที่ราบอิชิคาริและทะเลญี่ปุ่นได้อีกด้วย
ในฤดูหนาว ที่นี่ยังเป็นเหมือนที่นั่งชมวิวชั้นยอดสำหรับมองลงไปเห็นงานซัปโปโระไวต์อิลลูมิเนชันและเทศกาลหิมะด้านล่าง อีกทั้งหลังปิดทำการยังสามารถเช่าเหมาชมวิวได้ 30 นาที จึงได้รับความนิยมเป็นพิเศษในหมู่คู่รักและคู่สามีภรรยา (ต้องจองล่วงหน้า)

2. หอนาฬิกาเมืองซัปโปโระ
อาคารแห่งนี้เดิมเป็นหอฝึกของโรงเรียนเกษตรซัปโปโระ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อฝึกผู้นำในการบุกเบิกฮอกไกโด
ต่อมาในพิธีฉลองการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ได้มีการติดตั้งหอนาฬิกาตามการกำกับของคิโยทากะ คุโรดะ ผู้บัญชาการพัฒนาฮอกไกโดในขณะนั้น จนกลายมาเป็น “หอนาฬิกาเมืองซัปโปโระ” ที่ได้รับความรักในฐานะแลนด์มาร์กของเมืองในปัจจุบัน
มีการบูรณะและซ่อมแซมเพื่อการอนุรักษ์ครั้งใหญ่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 ถึง 1998 และปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ภายในชั้น 1 สามารถชมการจัดแสดงเกี่ยวกับทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของซัปโปโระและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหอนาฬิกาได้

3. ซัปโปโระอันเดอร์กราวด์ช้อปปิงอาเขต
แหล่งช้อปปิงใต้ดินที่ผู้คนมากมายแวะเวียนมา ในซัปโปโระซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของฮอกไกโด
สามารถเดินทางต่อไปยังเส้นทางที่เชื่อมกับสถานีรถไฟใต้ดิน “โอโดริ” “ซูซูกิโนะ” และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างหอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับอาคารแฟชั่น ห้างสรรพสินค้า และสถานที่เชิงพาณิชย์ต่าง ๆ บนพื้นดิน ทำให้ใช้งานได้สะดวกมาก
มีร้านค้ามากมายที่ตอบโจทย์หลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของใช้ที่ขาดระหว่างทริปจากร้านขายยา ร้านแฟชั่น หรือร้านของใช้จุกจิก

4. ถนนช้อปปิ้งทานุกิโคจิ
“ถนนช้อปปิ้งทานุกิโคจิ” เป็นหนึ่งในย่านการค้าที่เก่าแก่ที่สุดของฮอกไกโด โดยมีประวัติยาวนานกว่า 145 ปี
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโระ และมีร้านค้าประมาณ 200 ร้านเรียงรายตลอดระยะทางราว 900 เมตรจากตะวันออกไปตะวันตก เนื่องจากเชื่อมต่อกันด้วยหลังคาอาเขต จึงสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิง เดินเล่น และรับประทานอาหารได้แม้ในวันที่สภาพอากาศไม่ดี
ที่นี่เต็มไปด้วยบรรยากาศย้อนยุคจากร้านค้าเก่าแก่ ร้านงานฝีมือ และร้านขายของฝากที่หยั่งรากอยู่กับพื้นที่นี้มาอย่างยาวนาน

5. ตลาดนิโจซัปโปโระ
“ตลาดนิโจซัปโปโระ” เชื่อกันว่าเปิดขึ้นจากการที่ชาวประมงจากชายหาดอิชิคาริเริ่มนำปลาสดมาวางขายในช่วงต้นยุคเมจิ
ปัจจุบันไม่เพียงมีร้านปลาสดเท่านั้น แต่ยังมีร้านขายผักผลไม้และร้านอิซากายะรวมตัวกันอยู่มากมาย ได้รับความรักทั้งจากนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นในฐานะครัวของชาวซัปโปโระ อีกทั้งยังตั้งอยู่กลางเมือง ทำให้คึกคักตลอดวัน
ภายในตลาดยังมีร้านอาหารจำนวนมาก จุดเด่นคือมีหลายร้านที่เสิร์ฟเมนูอาหารทะเล เช่น ซูชิ ข้าวหน้าทะเล และอาหารทะเลย่าง

ร้านดังที่คนท้องถิ่นก็รัก! 3 ร้านอาหารยอดนิยมรอบสวนโอโดริ
ถ้าเดินเล่นที่สวนโอโดริแล้วเริ่มหิว ลองแวะร้านอาหารรอบ ๆ ดูได้เลย
เราได้คัดสรรร้านที่เสิร์ฟเมนูต้นตำรับของซัปโปโระและได้รับความนิยมจากคนท้องถิ่นมายาวนานมาแนะนำ
ถ้ามาถึงที่นี่แล้ว อยากให้ลองลิ้มรสอาหารแบบฉบับซัปโปโระที่หาทานได้เฉพาะที่นี่กันให้เต็มที่
1. Onigiri no Arinko สาขา Aurora Town
“Onigiri no Arinko” ได้ชื่อร้านมาจากภาพของผู้คนที่ขยับไปมาอยู่ในร้านเล็ก ๆ ขนาดเพียง 3 สึโบะในช่วงก่อตั้งกิจการ
จุดเด่นของข้าวปั้นร้าน Arinko คือไม่ใช้แม่พิมพ์ทำโอนิกิริ แต่ปั้นด้วยมือทีละชิ้น
โอนิกิริที่ปั้นสดตรงนั้นหลังรับออเดอร์ จะให้ทั้งความอุ่นและสัมผัสนุ่มฟูแบบที่หาได้เฉพาะเมนูทำสดใหม่เท่านั้น

2. ซุปแกงกะหรี่ GARAKU
“ซุปแกงกะหรี่ GARAKU” เป็นร้านดังที่ได้รับความนิยมมากจนมีคิวยาวทุกวัน และมีการแจกบัตรคิวให้ระหว่างรอ
เป็นร้านซุปแกงกะหรี่เฉพาะทางที่คนท้องถิ่นรู้จักกันอย่างกว้างขวาง
จุดเด่นที่สุดคือซุป โดยว่ากันว่าความอร่อยที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความนิยมมาจากไอเดียสร้างสรรค์ในการผสานดาชิแบบญี่ปุ่นที่เจ้าของร้านเคยเรียนรู้จากร้านอุด้งที่เคยทำงานอยู่เข้ากับเครื่องเทศ

3. เบียร์ฮอลล์ไลออน สาขาทานุกิโคจิ
“เบียร์ฮอลล์ไลออน สาขาทานุกิโคจิ” เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1914
เบียร์ฮอลล์ไลออนในปัจจุบันถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้ผู้คนได้เพลิดเพลินกับเบียร์ที่ถือกำเนิดในซัปโปโระ เมืองที่เป็นที่รู้จักว่าเป็นสถานที่แห่งแรกที่ชาวญี่ปุ่นผลิตเบียร์ได้สำเร็จ
บารอนไลออนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของร้านจะคอยต้อนรับอยู่ที่ระเบียงด้านหน้า ส่วนภายในตกแต่งด้วยบรรยากาศแบบไทโชโรมัน ให้ความรู้สึกคลาสสิกมีเอกลักษณ์
การได้ดื่มเบียร์สดที่รินแบบดั้งเดิมเพียงครั้งเดียวในร้านซึ่งอบอวลไปด้วยร่องรอยกาลเวลาจากผู้คนมากมายที่เคยชนแก้วกันที่นี่ ถือเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมทีเดียว

3 ที่พักแนะนำรอบสวนโอโดริ
จากที่พักที่กระจายตัวอยู่รอบสวนโอโดริ เราได้คัดเลือกที่พักซึ่งลงตัวทั้งเรื่องทำเลสะดวกต่อการท่องเที่ยวและความสบายในการเข้าพักมาแนะนำ
แต่ละโรงแรมมีเสน่ห์ต่างกันไป ลองเลือกให้เหมาะกับสไตล์ที่คุณชอบได้เลย
1. ONSEN RYOKAN YUEN Sapporo
สำหรับคนที่สนใจแบรนด์ที่พัก “ONSEN RYOKAN” คือแบรนด์ที่กลุ่ม UDS ดูแลและนำเสนอรูปแบบการพักผ่อนสไตล์เรียวกังในมุมมองใหม่
หลังจากเปิดให้บริการที่ชินจูกุ โตเกียว ในปี ค.ศ. 2019 ก็ได้มาเปิดที่ซัปโปโระในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 2020 ในฐานะเรียวกังน้ำพุร้อนพร้อมอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง
เพื่อให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลายห่างจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน ห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่สำหรับผู้เข้าพักใช้บริการน้ำพุร้อนคารุรุสึที่ขนส่งมาจากเมืองโนโบริเบ็ตสึในส่วนของบ่อกลางแจ้ง
น้ำพุร้อนคารุรุสึแห่งโนโบริเบ็ตสึซึ่งได้รับความนิยมในฐานะแหล่งพักฟื้นนั้น เป็นน้ำใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรส สัมผัสอ่อนโยนต่อผิว จึงเป็นการแช่ออนเซ็นที่ถูกใจผู้เข้าพักหญิงไม่น้อย

2. เมอร์เคียวร์ ซัปโปโระ
โรงแรมในเมืองซัปโปโระที่ดูแลโดย “ACCOR” เชนโรงแรมชื่อดังจากฝรั่งเศส
จุดเด่นของโรงแรมคือทำเลที่ตั้งยอดเยี่ยม และรูปลักษณ์ภายนอกที่ได้แรงบันดาลใจจากผังเมืองซัปโปโระที่เป็นระเบียบราวกระดานหมากรุก
เดินทางสะดวกทั้งไปย่านบันเทิงชื่อดังของฮอกไกโดอย่างซูซูกิโนะ ไปสถานีรถไฟใต้ดิน และเข้าสู่ใจกลางเมืองซัปโปโระ จึงเหมาะทั้งสำหรับท่องเที่ยวและติดต่อธุรกิจ
ตั้งแต่ล็อบบี้ชั้น 3 ที่มีแผนกต้อนรับ โถงลิฟต์ในแต่ละชั้น ไปจนถึงห้องพัก ภายในโรงแรมที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสล้วนให้บรรยากาศสไตลิช

3. โรงแรมมอนเทอเรย์ เอเดลฮอฟ ซัปโปโระ
“โรงแรมมอนเทอเรย์ เอเดลฮอฟ ซัปโปโระ” ตั้งอยู่ห่างจากสถานีซัปโปโระโดยเดินประมาณ 7 นาที และเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 2022
ชื่อโรงแรมมีความหมายในภาษาเยอรมันว่า “คฤหาสน์ของชนชั้นสูง” และคุณสามารถใช้เวลาหนึ่งวันในห้องพักที่ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากกรุงเวียนนาช่วงปลายศตวรรษที่ 19
นอกจากนี้ ชั้น 22 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด ยังเป็นพื้นที่หรูหราที่ผสานองค์ประกอบแบบญี่ปุ่นเข้ากับดีไซน์หลักได้อย่างลงตัว
ห้องอาบน้ำที่ให้บรรยากาศแบบตะวันตกใช้น้ำพุร้อนธรรมชาติ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบทั้งเจ็ตบาธ ซาวน่า บ่อกลางแจ้ง และห้องหินร้อน จึงได้รับคำชมจากผู้เข้าพักหญิงไม่น้อย

รีวิวของสวนโอโดริ
มีการแปลบางส่วนด้วย AI
-
สวนโอโดริตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโระ งานเทศกาลหิมะซัปโปโระในฤดูหนาวได้รับความนิยมมาก ภายในงานก็มีร้านเล็ก ๆ หลายร้าน สามารถซื้อของฝากและของที่ระลึกจากฮอกไกโดได้
-
อยู่ตรงใจกลางเมืองพอดี ใกล้ห้างสรรพสินค้าและใกล้ทานุกิโคจิด้วย ด้านล่างยังมีทางเดินใต้ดินเชื่อมไปสถานีรถไฟอีก สะดวกมาก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสวนโอโดริ
Q
สถานีที่ใกล้สวนโอโดริที่สุดคือที่ไหน?
สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ “สถานีโอโดริ” ของรถไฟใต้ดินสายโทไซ สายนัมโบคุ และสายโทโฮ
Q
สามารถเดินจากสถานีซัปโปโระไปสวนโอโดริได้ไหม?
สามารถเดินจากสถานีซัปโปโระไปได้ โดยใช้เวลาประมาณ 12 นาที
บทสรุป
ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักเสน่ห์และจุดน่าสนใจของสวนโอโดริ รวมถึงอาหารขึ้นชื่อ อีเวนต์ยอดนิยม การเดินทาง ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมรอบ ๆ
ลองออกไปสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมของซัปโปโระผ่านทิวทัศน์อันสวยงามและอีเวนต์หลากหลายกันดู
หากเดินเที่ยวซัปโปโระโดยมีสวนโอโดริเป็นศูนย์กลาง คุณก็น่าจะได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของเมืองนี้อย่างเต็มที่
ถ้าไปเที่ยวซัปโปโระ อย่าลืมดูบทความนี้ที่แนะนำทั้งสถานที่ยอดนิยมและมุมลับ พร้อมตัวอย่างเส้นทางเที่ยวไว้ประกอบการวางแผนด้วย
