จุดเริ่มต้นของการเดินเที่ยวซัปโปโระ! คู่มือท่องเที่ยวที่จะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์และไฮไลต์ของสวนโอโดริ

จุดเริ่มต้นของการเดินเที่ยวซัปโปโระ! คู่มือท่องเที่ยวที่จะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์และไฮไลต์ของสวนโอโดริ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้านึกถึงภาพบรรยากาศของซัปโปโระ หลายคนน่าจะนึกถึงสวนผืนยาวกลางเมืองที่ชวนให้เดินเล่นได้สบาย ๆ
สวนโอโดริที่ทอดยาวอยู่ใจกลางเมืองนั้น เป็นจุดเด่นที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของซัปโปโระ โดยมีดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่งตามฤดูกาลตลอดทั้งปี
หลายคนรู้จักที่นี่จาก “หอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระ” หรืออีเวนต์ประดับไฟในฤดูหนาว แต่เสน่ห์และจุดน่าสนใจของตัวสวนโอโดริเองกลับยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์และจุดน่าสนใจของสวนโอโดริเป็นหลัก พร้อมรวบรวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นอีเวนต์ที่ควรเข้าร่วมและอาหารขึ้นชื่อ
ถ้าอยากเที่ยวซัปโปโระให้เต็มอิ่ม ลองเริ่มต้นจากสวนโอโดริกันได้เลย

สวนโอโดริเป็นสถานที่แบบไหน?

ถ้าเดินเล่นอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโระ สวนโอโดริก็เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่สังเกตเห็นได้ไม่ยาก โดยทอดยาวจากตะวันออกไปตะวันตกประมาณ 1.5 กิโลเมตร และมีพื้นที่ประมาณ 7.8 เฮกตาร์
เดิมทีในปี ค.ศ. 1871 ได้รับการพัฒนาให้เป็นแนวกันไฟเพื่อป้องกันการลุกลามของอัคคีภัย แต่เมื่อเมืองเติบโตขึ้น ที่นี่ก็ได้เปลี่ยนโฉมมาเป็นสวนสัญลักษณ์ของซัปโปโระ และกลายเป็นสถานที่พักผ่อนของทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยว
ภายในสวนแบ่งออกเป็น 5 โซนที่มีเสน่ห์แตกต่างกัน สามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพสวยงามของแปลงดอกไม้และน้ำพุตามฤดูกาล รวมถึงสัมผัสประวัติศาสตร์ของซัปโปโระได้อีกด้วย
จากจุดชมวิวของ “หอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระ” ที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกสุด คุณสามารถมองเห็นวิวเมืองซัปโปโระได้แบบพาโนรามา

อีกสิ่งที่น่าสนใจคืออีเวนต์หลากหลายที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี
โดยเฉพาะอีเวนต์ฤดูหนาวที่มีชื่อเสียงมาก เช่น “เทศกาลหิมะซัปโปโระ” ที่มีประติมากรรมหิมะและนิทรรศการแกะสลักน้ำแข็งขนาดใหญ่ รวมถึง “ซัปโปโระไวต์อิลลูมิเนชัน” ที่พอถึงช่วงจัดงาน บรรยากาศของทั้งเมืองก็จะถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟสุดโรแมนติก
การวางแผนเที่ยวให้ตรงกับช่วงอีเวนต์ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

สวนโอโดริเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟใต้ดินเทศบาลเมืองซัปโปโระ “สถานีโอโดริ” ทำให้เดินทางสะดวกมาก
บริเวณรอบ ๆ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านอาหารมากมาย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเที่ยวซัปโปโระ

สวนโอโดริในฤดูหนาว (วิวกลางคืนจากหอคอยโทรทัศน์)
สวนโอโดริในฤดูหนาว (วิวกลางคืนจากหอคอยโทรทัศน์)

การเดินทางไปสวนโอโดริ

ถ้าจะเริ่มต้นจากสถานี JR “สถานีซัปโปโระ” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางของเมือง เราได้สรุปวิธีนั่งรถไฟไปสวนโอโดริไว้ในตารางด้านล่าง
หากเดินเท้า จะใช้เวลาประมาณ 12 นาที
ถ้าใช้ทางเดินใต้ดิน “Chi-Ka-Ho” ที่เชื่อมระหว่างสถานีรถไฟใต้ดิน “สถานีซัปโปโระ” กับ “สถานีโอโดริ” ก็สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกแม้ในวันที่ฝนตกหรือหิมะตก ในฤดูหนาวมีระบบทำความร้อน และในฤดูร้อนมีเครื่องปรับอากาศ จึงเหมาะสำหรับการเดินทางในวันที่อากาศหนาวหรือร้อน

เส้นทาง
1. เดินจากสถานี JR “สถานีซัปโปโระ” ไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน “สถานีซัปโปโระ”
2. ขึ้นรถไฟสายนันโบคุหรือสายโทโฮของรถไฟใต้ดินเทศบาลเมืองซัปโปโระ แล้วลงที่ “สถานีโอโดริ”
3. เดินจากสถานีประมาณ 2 นาทีถึง
ระยะเวลา
ประมาณ 5 นาที
“สถานี JR ซัปโปโระ” เดินทางสะดวกจากสนามบินชินชิโตเสะ ประตูสู่น่านฟ้าของฮอกไกโด
“สถานี JR ซัปโปโระ” เดินทางสะดวกจากสนามบินชินชิโตเสะ ประตูสู่น่านฟ้าของฮอกไกโด

รู้ไว้แล้วเที่ยวสวนโอโดริได้สนุกยิ่งขึ้น! เสน่ห์และไฮไลต์ของ 5 โซน

สวนโอโดริแบ่งออกเป็น 5 โซน แต่ละโซนก็มีเสน่ห์และจุดน่าสนใจไม่เหมือนกัน
ถ้าอุตส่าห์มาเยือนสวนโอโดริแล้ว ลองใช้ข้อมูลต่อจากนี้เป็นแนวทาง แล้วค่อย ๆ เดินเล่นชมสวนตั้งแต่ปลายด้านหนึ่งไปอีกด้านอย่างสบาย ๆ กันดู

“โซนนานาชาติและการแลกเปลี่ยน” (นิชิ 1–2 โจเมะ) ที่ตั้งของหอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระ

“โซนนานาชาติและการแลกเปลี่ยน” เป็นพื้นที่ที่มี “หอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระ” แลนด์มาร์กของเมืองซัปโปโระตั้งตระหง่านอยู่
ภายในโซนมีอนุสรณ์สถานกระจายอยู่หลายจุด เช่น “น้ำดื่มเบนสัน” ที่ได้รับมอบจากเมืองพอร์ตแลนด์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเมืองพี่เมืองน้องของซัปโปโระ รวมถึงผลงานที่ได้รับมอบจากศิลปินและบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับเมืองซัปโปโระ
นอกจากนี้ยังมี “กำแพงน้ำพุ” ความยาว 33 เมตร สูง 1.8 เมตร ที่สร้างบรรยากาศเงียบสงบด้วยเสียงน้ำไหลเบา ๆ

ลองเดินเล่นโดยมีหอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระเป็นจุดศูนย์กลาง
ลองเดินเล่นโดยมีหอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระเป็นจุดศูนย์กลาง

“โซนน้ำและแสง” (นิชิ 3–5 โจเมะ) กับทิวทัศน์ที่เป็นสัญลักษณ์ของสวนโอโดริ

“โซนน้ำและแสง” เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์งดงาม ราวกับโอเอซิสกลางเมือง
มีประติมากรรมตั้งอยู่ประปราย และที่น้ำพุในนิชิ 3 โจเมะ มีการแสดงน้ำในธีม “พลังแห่งชีวิต” โดยหมุนเวียนเป็น 1 รอบทุก 15 นาที
การแสดงน้ำที่มีหอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระเป็นฉากหลัง ถือเป็นหนึ่งในภาพจำของสวนโอโดริ
ในโซนน้ำและแสงยังมีน้ำพุอีกแห่งที่นิชิ 4 โจเมะ
น้ำพุดีไซน์ลายกลีบดอกไม้ มีจุดเด่นอยู่ที่แอ่งน้ำอะลูมิเนียมตรงกลางซึ่งมีน้ำพุ่งเข้ามาจากทั้งสี่ด้าน
น้ำพุทั้งสองแห่งเปิดใช้งานตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงปลายเดือนตุลาคม และในเวลากลางคืนจะมีการประดับไฟ ให้คุณได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศชวนฝันจากน้ำและแสง
นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวและพื้นที่สูบบุหรี่ก็อยู่ในโซนนี้เช่นกัน

น้ำพุที่ประดับไฟโดยมีหอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระเป็นฉากหลัง สร้างทิวทัศน์ที่สวยงาม
น้ำพุที่ประดับไฟโดยมีหอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระเป็นฉากหลัง สร้างทิวทัศน์ที่สวยงาม

“โซนกิจกรรมและการเล่น” (นิชิ 6–9 โจเมะ) พื้นที่แห่งอีเวนต์และเครื่องเล่น

“โซนกิจกรรมและการเล่น” เป็นพื้นที่คึกคักที่มีอีเวนต์ตามฤดูกาลจัดขึ้นตลอดปี
มีเครื่องเล่นดีไซน์แปลกตากระจายอยู่หลายจุด เช่น สไลเดอร์ทรงบิดเกลียว “Black Slide Mantra” ที่ออกแบบโดยประติมากร อิซามุ โนกุจิ และทางลาดเล่นที่ดูคล้ายปลาวาฬกำลังว่ายน้ำ
ที่ “Information Center & Official Shop” มีเจ้าหน้าที่ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ จีน และเกาหลีประจำอยู่เสมอ หากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่แน่ใจเรื่องใด ก็แวะมาใช้บริการได้เลย

สไลเดอร์ดีไซน์โดดเด่น “Black Slide Mantra”
สไลเดอร์ดีไซน์โดดเด่น “Black Slide Mantra”

“โซนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม” (นิชิ 10–11 โจเมะ) ที่ให้สัมผัสประวัติศาสตร์การบุกเบิกฮอกไกโด

“โซนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม” ซึ่งอยู่บริเวณนิชิ 10 และ 11 โจเมะของสวนโอโดริ เป็นพื้นที่ที่มีรูปปั้นบรอนซ์ของ “คิโยทากะ คุโรดะ (Kuroda Kiyotaka)” และ “ฮอเรซ เคโปรน” ผู้มีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกฮอกไกโด จึงเป็นโซนที่ทำให้สัมผัสประวัติศาสตร์ของการพัฒนาฮอกไกโดได้อย่างชัดเจน
อีกหนึ่งจุดเด่นที่สะดุดตาคือเสาสูง 23 เมตรทาสีขาวและน้ำเงินชื่อ “ไมบาวม์” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความยินดีในฤดูใบไม้ผลิ และประดับตกแต่งด้วยลวดลายการเต้นรำพื้นบ้านและเครื่องดนตรี โดยเป็นของขวัญที่ได้รับจากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นเมืองพี่เมืองน้อง
นอกจากนี้ที่นิชิ 11 โจเมะยังมีน้ำพุ เป็นมุมพักผ่อนที่เหมาะกับการนั่งสบาย ๆ พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศทางประวัติศาสตร์

รูปปั้นของคิโยทากะ คุโรดะ และฮอเรซ เคโปรน ผู้มีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกฮอกไกโด
รูปปั้นของคิโยทากะ คุโรดะ และฮอเรซ เคโปรน ผู้มีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกฮอกไกโด

“โซนสวนซังก์” (นิชิ 12 โจเมะ) กับทิวทัศน์งดงามของดอกกุหลาบ

“โซนสวนซังก์” เป็นพื้นที่ที่มีสวนกุหลาบเป็นไฮไลต์หลัก
กุหลาบหลากสีประมาณ 60 สายพันธุ์ มากกว่า 1,100 ต้น จะบานสะพรั่งตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม สร้างความเพลิดเพลินให้ผู้มาเยือน
กลางสวนมีรางน้ำยาว 82 เมตร โดยมีจุดน้ำผุดอยู่ทั้งสองฝั่ง และมีน้ำพุอยู่ตรงกลาง
มีการปล่อยน้ำตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนถึงกลางเดือนกันยายน เวลา 10:00–19:00 ช่วยเติมบรรยากาศสดชื่นเย็นสบาย
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีผลงาน “รูปหญิงสาว” ของประติมากร ชูเรียว ซาโตะ ช่วยขับเสน่ห์ของสวนให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
ภายในโซนยังมี “พิพิธภัณฑ์เอกสารเมืองซัปโปโระ” อาคารประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1926 เดิมเป็นศาลอุทธรณ์ซัปโปโระ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ก่อด้วยหินอย่างสง่างาม
ที่นี่จึงเป็นพื้นที่ที่ผสานดอกไม้ตามฤดูกาลเข้ากับอาคารประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว เกิดเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามน่าประทับใจ

ค่อย ๆ เพลิดเพลินกับสวนสวยที่ดอกกุหลาบบานสะพรั่งอย่างเต็มที่
ค่อย ๆ เพลิดเพลินกับสวนสวยที่ดอกกุหลาบบานสะพรั่งอย่างเต็มที่

อาหารขึ้นชื่อของสวนโอโดริ “ข้าวโพดย่าง”

โดยทั่วไปตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนตุลาคม จะมี “รถขายโทคิบิวาโกน” เปิดขาย “ข้าวโพดย่าง” ที่นำข้าวโพดจากฮอกไกโดมาย่างจนหอมกรุ่น
สำหรับคนที่สนใจคำเรียกท้องถิ่น “โทคิบิ” เป็นคำเรียกข้าวโพดแบบเฉพาะของฮอกไกโด
พอได้ลองชิม ก็จะสัมผัสได้ทั้งความหวานของข้าวโพดและรสของซอสสูตรพิเศษที่เข้ากันอย่างดี
มักมีจุดขายอยู่หลายแห่งตั้งแต่นิชิ 3 โจเมะถึงนิชิ 4 โจเมะของสวนโอโดริ
ถ้าไปสวนโอโดริในช่วงเปิดขาย อย่าลืมแวะชิมข้าวโพดย่างเมนูขึ้นชื่อของที่นี่กันด้วย

“รถขายโทคิบิวาโกน” ที่เปิดให้บริการในช่วงเวลาจำกัด
“รถขายโทคิบิวาโกน” ที่เปิดให้บริการในช่วงเวลาจำกัด

อยากให้ลองไปสักครั้งแม้ต้องเปลี่ยนช่วงเที่ยว! 6 อีเวนต์ยอดนิยมของสวนโอโดริ

สวนโอโดริมีอีเวนต์ใหญ่หมุนเวียนตามฤดูกาลอยู่เสมอ
โดยเฉพาะอีเวนต์ฤดูหนาวที่ให้คุณได้สัมผัสศิลปะแห่งหิมะและน้ำแข็ง รวมถึงบรรยากาศเหนือจริงของหิมะและแสงไฟนั้นมีชื่อเสียงอย่างมาก
ฤดูกาลอื่น ๆ ก็มีอีเวนต์น่าสนใจไม่แพ้กัน ถ้ามีโอกาสอยากชวนให้ลองเข้าร่วมดูสักครั้ง

1. 【ฤดูใบไม้ผลิ】เทศกาลไลแลคซัปโปโระ

“เทศกาลไลแลคซัปโปโระ” เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1959 จากการริเริ่มของกลุ่มบุคคลทางวัฒนธรรม
ภายในงานซึ่งจัดหลัก ๆ ที่พื้นที่โอโดริซึ่งมีต้นไลแลคราว 400 ต้นบานสะพรั่ง จะมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น คอนเสิร์ตบนเวที Lilac Spring Stage การปลูกต้นไลแลค พิธีชงชาแบบกลางแจ้ง และสแตมป์แรลลี่
ในช่วงจัดงานยังมีการตั้งคาเฟ่เทอร์เรซ มุมทดลองเล่นของเล่นแบบดั้งเดิม และเวิร์กช็อปต่าง ๆ ทำให้ไม่ได้มีดีแค่การชม แต่ยังได้ขยับทั้งความคิดและร่างกายเพื่อสนุกกับงานอีกด้วย นอกจากนี้ทั้งพื้นที่โอโดริและพื้นที่คาวาชิตะยังมีการแจกต้นกล้าไลแลคฟรีในจำนวนจำกัด

งานประจำต้นฤดูร้อนของซัปโปโระที่จัดขึ้นพร้อมการบานของดอกไลแลค
งานประจำต้นฤดูร้อนของซัปโปโระที่จัดขึ้นพร้อมการบานของดอกไลแลค

2. 【ฤดูร้อน】เทศกาลฤดูร้อนซัปโปโระ

“เทศกาลฤดูร้อนซัปโปโระ” เป็นอีเวนต์ใหญ่ประจำฤดูร้อนที่โดยทั่วไปจัดขึ้นตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม
มีการจัดกิจกรรมหลากหลายที่ให้คุณได้สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมและอาหารของซัปโปโระ ในพื้นที่หลักอย่างสวนโอโดริ ถนนช้อปปิ้งทานุกิโคจิ และซูซูกิโนะ
ภายในสวนโอโดริมีการจัดเบียร์การ์เดนขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของประเทศ ให้คุณอิ่มอร่อยกับอาหารซัปโปโระและเบียร์ได้อย่างเต็มที่
“โฮกไกบงโอโดริ” ที่เปิดโอกาสให้ร่วมวงเต้นบงโอโดริซึ่งเป็นที่คุ้นเคยของคนท้องถิ่น ก็จัดขึ้นที่นิชิ 2 โจเมะของสวนโอโดริเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีงานอย่าง “เทศกาลทานุกิ” และ “เทศกาลซูซูกิโนะ” ให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีของซัปโปโระอีกมากมาย

“ซัปโปโระโอโดริเบียร์การ์เดน” ที่แต่ละโซนมีสไตล์การนั่งดื่มแตกต่างกันไป
“ซัปโปโระโอโดริเบียร์การ์เดน” ที่แต่ละโซนมีสไตล์การนั่งดื่มแตกต่างกันไป

3. 【ฤดูร้อน】เทศกาล YOSAKOI โซรัน

“เทศกาล YOSAKOI โซรัน” จัดขึ้นทุกปีในเดือนมิถุนายน
นี่คืออีเวนต์ยอดนิยมของซัปโปโระที่มีรากฐานมาจากเทศกาลโยซาโคอิของจังหวัดโคจิ และถือกำเนิดขึ้นจากการผสมผสาน “นารุโกะ” เครื่องประกอบจังหวะที่ใช้ในเทศกาลโยซาโคอิ เข้ากับเพลงพื้นบ้านของฮอกไกโด “เพลงโซรันบูชิ”
กติกาของเทศกาล YOSAKOI โซรัน มีเพียง 2 ข้อ คือ ต้องถือเครื่องนารุโกะ และในเพลงต้องมีท่อนของโซรันบูชิ นอกเหนือจากนั้นสามารถสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระ ในฐานะภาพจำของต้นฤดูร้อนแห่งฮอกไกโด อีเวนต์อันทรงพลังนี้ดึงดูดผู้ชมมากถึง 2 ล้านคน และน่าค่าแก่การไปชมด้วยตาตัวเองสักครั้ง

เทศกาลการเต้นแห่งซัปโปโระที่มีรากมาจากโยซาโคอิ และผสานกับเพลงโซรันของฮอกไกโด
เทศกาลการเต้นแห่งซัปโปโระที่มีรากมาจากโยซาโคอิ และผสานกับเพลงโซรันของฮอกไกโด

4. 【ฤดูใบไม้ร่วง】ซัปโปโระออทัมเฟสต์

“ซัปโปโระออทัมเฟสต์” ซึ่งโดยทั่วไปจัดขึ้นในเดือนกันยายน เป็นอีเวนต์ที่มีธีมหลักคือ “อาหารของฮอกไกโดและซัปโปโระ”
สวนโอโดริจะถูกแบ่งเป็น 7 โซน และมีร้านค้าประมาณ 300 ร้านมาออกบูธ
คุณสามารถลิ้มลองอาหารและของดีประจำท้องถิ่นแบบฉบับฮอกไกโดและซัปโปโระ พร้อมเครื่องดื่มอย่างสาเกท้องถิ่น ไวน์ และวิสกี้
เพราะอาหารฮอกไกโดและอาหารซัปโปโระ เช่น ราเม็งท้องถิ่นและจิงกิสข่าน มารวมไว้ในงานเดียว คนที่เดินทางมาฮอกไกโดเพื่อชิมของอร่อยจึงไม่ควรพลาด
นอกจากนี้ยังมีของฝากจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วฮอกไกโดมารวมกัน ทำให้การเลือกซื้อของฝากก็สนุกไม่แพ้กัน

ซัปโปโระออทัมเฟสต์ งานที่ให้คุณลิ้มรสอาหารฮอกไกโดและซัปโปโระได้อย่างเต็มอิ่ม
ซัปโปโระออทัมเฟสต์ งานที่ให้คุณลิ้มรสอาหารฮอกไกโดและซัปโปโระได้อย่างเต็มอิ่ม

5. 【ฤดูหนาว】ซัปโปโระไวต์อิลลูมิเนชัน

“ซัปโปโระไวต์อิลลูมิเนชัน” เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1981 ในฐานะอีเวนต์ที่แต่งแต้มค่ำคืนฤดูหนาวของซัปโปโระด้วยแสงไฟ
มีการจัดแสงประดับอย่างพิถีพิถันใน 5 พื้นที่ จนทั้งเมืองถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศสุดชวนฝัน
ที่พื้นที่โอโดริซึ่งเป็นสถานที่จัดงานหลัก มีการติดตั้งสัญลักษณ์ออบเจ็กต์ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไปในแต่ละโซน เช่น “Wish Birds” หน้าหอคอยโทรทัศน์ที่ตกแต่งด้วยปีก “Winter Blossoms” ที่ออกแบบเป็นดอกไม้ซึ่งเกี่ยวข้องกับฮอกไกโด เช่น ไลแลค ซูซูรัน และฮามานาสุ รวมถึง “Snow Fantasia” ทางเดินที่มีลวดลายเกล็ดหิมะเป็นแรงบันดาลใจ

อีเวนต์ประดับไฟฤดูหนาวครั้งใหญ่ที่ทำให้เมืองซัปโปโระสว่างไสวด้วยแสงสุดโรแมนติก
อีเวนต์ประดับไฟฤดูหนาวครั้งใหญ่ที่ทำให้เมืองซัปโปโระสว่างไสวด้วยแสงสุดโรแมนติก

6. 【ฤดูหนาว】เทศกาลหิมะซัปโปโระ

“เทศกาลหิมะซัปโปโระ” คือเทศกาลแห่งหิมะและน้ำแข็งที่ได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในสามเทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่ของโลก โดยเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1950 เมื่อกลุ่มนักเรียนมัธยมในท้องถิ่นสร้างประติมากรรมหิมะ 6 ชิ้นในสวนโอโดริ
ปัจจุบันจัดขึ้นช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ใน 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่โอโดริ พื้นที่ซูซูกิโนะ และพื้นที่สึโดมุ ได้รับความนิยมในฐานะอีเวนต์ใหญ่ประจำฤดูหนาวของซัปโปโระที่ดึงดูดผู้คนราว 2 ล้านคนจากทั้งในและต่างประเทศ
ที่พื้นที่โอโดริจะมีประติมากรรมหิมะขนาดยักษ์ใหญ่ราวกับอาคาร ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมาก อีกทั้งยังมี “ประติมากรรมหิมะของประชาชน” ที่ชาวเมืองร่วมกันสร้างในแบบสนุก ๆ และผู้เข้าชมยังสามารถร่วมโหวตได้ด้วย

อีเวนต์ใหญ่ประจำฤดูหนาวของซัปโปโระที่มีผู้มาเยือนราว 2 ล้านคนจากทั้งในและต่างประเทศ และได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในสามเทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่ของโลก
อีเวนต์ใหญ่ประจำฤดูหนาวของซัปโปโระที่มีผู้มาเยือนราว 2 ล้านคนจากทั้งในและต่างประเทศ และได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในสามเทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่ของโลก

อิ่มเอมทั้งประวัติศาสตร์และอาหารของซัปโปโระ! 5 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมรอบสวนโอโดริ

รอบสวนโอโดริยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกหลายแห่ง ที่ช่วยให้คุณสัมผัสทั้งประวัติศาสตร์และอาหารของซัปโปโระได้ครบขึ้น
หากเดินเล่นในสวนไปพร้อมกับแวะตามจุดที่แนะนำ ก็มีโอกาสได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของซัปโปโระอย่างเต็มที่

1. หอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระ

หอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1956 บริเวณนิชิ 1 โจเมะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสวนโอโดริ ได้เฝ้ามองการเติบโตของเมืองซัปโปโระมาตั้งแต่สร้างเสร็จ และเป็นแลนด์มาร์กที่ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวนิยมมาเยือน
จุดชมวิวสูงจากพื้นดินประมาณ 90 เมตร เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่มองเห็นได้ทั้งเมืองซัปโปโระ และในวันที่อากาศดี ยังมองเห็นที่ราบอิชิคาริและทะเลญี่ปุ่นได้อีกด้วย
ในฤดูหนาว ที่นี่ยังเป็นเหมือนที่นั่งชมวิวชั้นยอดสำหรับมองลงไปเห็นงานซัปโปโระไวต์อิลลูมิเนชันและเทศกาลหิมะด้านล่าง อีกทั้งหลังปิดทำการยังสามารถเช่าเหมาชมวิวได้ 30 นาที จึงได้รับความนิยมเป็นพิเศษในหมู่คู่รักและคู่สามีภรรยา (ต้องจองล่วงหน้า)

แลนด์มาร์กของซัปโปโระที่สามารถมองเห็นวิวเมืองได้แบบพาโนรามา
แลนด์มาร์กของซัปโปโระที่สามารถมองเห็นวิวเมืองได้แบบพาโนรามา

2. หอนาฬิกาเมืองซัปโปโระ

อาคารแห่งนี้เดิมเป็นหอฝึกของโรงเรียนเกษตรซัปโปโระ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อฝึกผู้นำในการบุกเบิกฮอกไกโด
ต่อมาในพิธีฉลองการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ได้มีการติดตั้งหอนาฬิกาตามการกำกับของคิโยทากะ คุโรดะ ผู้บัญชาการพัฒนาฮอกไกโดในขณะนั้น จนกลายมาเป็น “หอนาฬิกาเมืองซัปโปโระ” ที่ได้รับความรักในฐานะแลนด์มาร์กของเมืองในปัจจุบัน
มีการบูรณะและซ่อมแซมเพื่อการอนุรักษ์ครั้งใหญ่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 ถึง 1998 และปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ภายในชั้น 1 สามารถชมการจัดแสดงเกี่ยวกับทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของซัปโปโระและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหอนาฬิกาได้

ต้นแบบแลนด์มาร์กของซัปโปโระที่เปลี่ยนโฉมมาเป็นพิพิธภัณฑ์
ต้นแบบแลนด์มาร์กของซัปโปโระที่เปลี่ยนโฉมมาเป็นพิพิธภัณฑ์

3. ซัปโปโระอันเดอร์กราวด์ช้อปปิงอาเขต

แหล่งช้อปปิงใต้ดินที่ผู้คนมากมายแวะเวียนมา ในซัปโปโระซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของฮอกไกโด
สามารถเดินทางต่อไปยังเส้นทางที่เชื่อมกับสถานีรถไฟใต้ดิน “โอโดริ” “ซูซูกิโนะ” และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างหอคอยโทรทัศน์ซัปโปโระได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับอาคารแฟชั่น ห้างสรรพสินค้า และสถานที่เชิงพาณิชย์ต่าง ๆ บนพื้นดิน ทำให้ใช้งานได้สะดวกมาก
มีร้านค้ามากมายที่ตอบโจทย์หลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของใช้ที่ขาดระหว่างทริปจากร้านขายยา ร้านแฟชั่น หรือร้านของใช้จุกจิก

พื้นที่ใต้ดินอันสะดวกสบายที่อยากแวะระหว่างการเดินทาง
พื้นที่ใต้ดินอันสะดวกสบายที่อยากแวะระหว่างการเดินทาง

4. ถนนช้อปปิ้งทานุกิโคจิ

“ถนนช้อปปิ้งทานุกิโคจิ” เป็นหนึ่งในย่านการค้าที่เก่าแก่ที่สุดของฮอกไกโด โดยมีประวัติยาวนานกว่า 145 ปี
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโระ และมีร้านค้าประมาณ 200 ร้านเรียงรายตลอดระยะทางราว 900 เมตรจากตะวันออกไปตะวันตก เนื่องจากเชื่อมต่อกันด้วยหลังคาอาเขต จึงสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิง เดินเล่น และรับประทานอาหารได้แม้ในวันที่สภาพอากาศไม่ดี
ที่นี่เต็มไปด้วยบรรยากาศย้อนยุคจากร้านค้าเก่าแก่ ร้านงานฝีมือ และร้านขายของฝากที่หยั่งรากอยู่กับพื้นที่นี้มาอย่างยาวนาน

ตั้งแต่เทรนด์ใหม่ไปจนถึงของขึ้นชื่อและของพิเศษจากฮอกไกโด มีครบในย่านการค้าย้อนยุคแห่งนี้
ตั้งแต่เทรนด์ใหม่ไปจนถึงของขึ้นชื่อและของพิเศษจากฮอกไกโด มีครบในย่านการค้าย้อนยุคแห่งนี้

5. ตลาดนิโจซัปโปโระ

“ตลาดนิโจซัปโปโระ” เชื่อกันว่าเปิดขึ้นจากการที่ชาวประมงจากชายหาดอิชิคาริเริ่มนำปลาสดมาวางขายในช่วงต้นยุคเมจิ
ปัจจุบันไม่เพียงมีร้านปลาสดเท่านั้น แต่ยังมีร้านขายผักผลไม้และร้านอิซากายะรวมตัวกันอยู่มากมาย ได้รับความรักทั้งจากนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นในฐานะครัวของชาวซัปโปโระ อีกทั้งยังตั้งอยู่กลางเมือง ทำให้คึกคักตลอดวัน
ภายในตลาดยังมีร้านอาหารจำนวนมาก จุดเด่นคือมีหลายร้านที่เสิร์ฟเมนูอาหารทะเล เช่น ซูชิ ข้าวหน้าทะเล และอาหารทะเลย่าง

ใช้เวลาสุดพิเศษกับการซื้อและชิมวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่ฮอกไกโดภาคภูมิใจ ในตลาดกลางเมืองที่เกิดจากชาวประมงแห่งชายหาดอิชิคาริ
ใช้เวลาสุดพิเศษกับการซื้อและชิมวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่ฮอกไกโดภาคภูมิใจ ในตลาดกลางเมืองที่เกิดจากชาวประมงแห่งชายหาดอิชิคาริ

ร้านดังที่คนท้องถิ่นก็รัก! 3 ร้านอาหารยอดนิยมรอบสวนโอโดริ

ถ้าเดินเล่นที่สวนโอโดริแล้วเริ่มหิว ลองแวะร้านอาหารรอบ ๆ ดูได้เลย
เราได้คัดสรรร้านที่เสิร์ฟเมนูต้นตำรับของซัปโปโระและได้รับความนิยมจากคนท้องถิ่นมายาวนานมาแนะนำ
ถ้ามาถึงที่นี่แล้ว อยากให้ลองลิ้มรสอาหารแบบฉบับซัปโปโระที่หาทานได้เฉพาะที่นี่กันให้เต็มที่

1. Onigiri no Arinko สาขา Aurora Town

“Onigiri no Arinko” ได้ชื่อร้านมาจากภาพของผู้คนที่ขยับไปมาอยู่ในร้านเล็ก ๆ ขนาดเพียง 3 สึโบะในช่วงก่อตั้งกิจการ
จุดเด่นของข้าวปั้นร้าน Arinko คือไม่ใช้แม่พิมพ์ทำโอนิกิริ แต่ปั้นด้วยมือทีละชิ้น
โอนิกิริที่ปั้นสดตรงนั้นหลังรับออเดอร์ จะให้ทั้งความอุ่นและสัมผัสนุ่มฟูแบบที่หาได้เฉพาะเมนูทำสดใหม่เท่านั้น

ร้านโอนิกิริเฉพาะทางที่ให้คุณอิ่มอร่อยกับอาหารพื้นฐานเพื่อสุขภาพซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของญี่ปุ่น
ร้านโอนิกิริเฉพาะทางที่ให้คุณอิ่มอร่อยกับอาหารพื้นฐานเพื่อสุขภาพซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของญี่ปุ่น

2. ซุปแกงกะหรี่ GARAKU

“ซุปแกงกะหรี่ GARAKU” เป็นร้านดังที่ได้รับความนิยมมากจนมีคิวยาวทุกวัน และมีการแจกบัตรคิวให้ระหว่างรอ
เป็นร้านซุปแกงกะหรี่เฉพาะทางที่คนท้องถิ่นรู้จักกันอย่างกว้างขวาง
จุดเด่นที่สุดคือซุป โดยว่ากันว่าความอร่อยที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความนิยมมาจากไอเดียสร้างสรรค์ในการผสานดาชิแบบญี่ปุ่นที่เจ้าของร้านเคยเรียนรู้จากร้านอุด้งที่เคยทำงานอยู่เข้ากับเครื่องเทศ

การผสมผสานระหว่างดาชิแบบญี่ปุ่นกับเครื่องเทศ ที่ได้แรงบันดาลใจจากดาชิของอุด้ง
การผสมผสานระหว่างดาชิแบบญี่ปุ่นกับเครื่องเทศ ที่ได้แรงบันดาลใจจากดาชิของอุด้ง

3. เบียร์ฮอลล์ไลออน สาขาทานุกิโคจิ

“เบียร์ฮอลล์ไลออน สาขาทานุกิโคจิ” เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1914
เบียร์ฮอลล์ไลออนในปัจจุบันถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้ผู้คนได้เพลิดเพลินกับเบียร์ที่ถือกำเนิดในซัปโปโระ เมืองที่เป็นที่รู้จักว่าเป็นสถานที่แห่งแรกที่ชาวญี่ปุ่นผลิตเบียร์ได้สำเร็จ
บารอนไลออนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของร้านจะคอยต้อนรับอยู่ที่ระเบียงด้านหน้า ส่วนภายในตกแต่งด้วยบรรยากาศแบบไทโชโรมัน ให้ความรู้สึกคลาสสิกมีเอกลักษณ์
การได้ดื่มเบียร์สดที่รินแบบดั้งเดิมเพียงครั้งเดียวในร้านซึ่งอบอวลไปด้วยร่องรอยกาลเวลาจากผู้คนมากมายที่เคยชนแก้วกันที่นี่ ถือเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมทีเดียว

ลิ้มรสเบียร์ที่รินแบบดั้งเดิมครั้งเดียวได้ที่เบียร์ฮอลล์เก่าแก่ที่สุดในฮอกไกโด
ลิ้มรสเบียร์ที่รินแบบดั้งเดิมครั้งเดียวได้ที่เบียร์ฮอลล์เก่าแก่ที่สุดในฮอกไกโด

3 ที่พักแนะนำรอบสวนโอโดริ

จากที่พักที่กระจายตัวอยู่รอบสวนโอโดริ เราได้คัดเลือกที่พักซึ่งลงตัวทั้งเรื่องทำเลสะดวกต่อการท่องเที่ยวและความสบายในการเข้าพักมาแนะนำ
แต่ละโรงแรมมีเสน่ห์ต่างกันไป ลองเลือกให้เหมาะกับสไตล์ที่คุณชอบได้เลย

1. ONSEN RYOKAN YUEN Sapporo

สำหรับคนที่สนใจแบรนด์ที่พัก “ONSEN RYOKAN” คือแบรนด์ที่กลุ่ม UDS ดูแลและนำเสนอรูปแบบการพักผ่อนสไตล์เรียวกังในมุมมองใหม่
หลังจากเปิดให้บริการที่ชินจูกุ โตเกียว ในปี ค.ศ. 2019 ก็ได้มาเปิดที่ซัปโปโระในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 2020 ในฐานะเรียวกังน้ำพุร้อนพร้อมอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง
เพื่อให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลายห่างจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน ห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่สำหรับผู้เข้าพักใช้บริการน้ำพุร้อนคารุรุสึที่ขนส่งมาจากเมืองโนโบริเบ็ตสึในส่วนของบ่อกลางแจ้ง
น้ำพุร้อนคารุรุสึแห่งโนโบริเบ็ตสึซึ่งได้รับความนิยมในฐานะแหล่งพักฟื้นนั้น เป็นน้ำใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรส สัมผัสอ่อนโยนต่อผิว จึงเป็นการแช่ออนเซ็นที่ถูกใจผู้เข้าพักหญิงไม่น้อย

เรียวกังน้ำพุร้อนที่ให้คุณแช่น้ำพุร้อนคารุรุสึจากโนโบริเบ็ตสึได้แม้อยู่ในซัปโปโระ
เรียวกังน้ำพุร้อนที่ให้คุณแช่น้ำพุร้อนคารุรุสึจากโนโบริเบ็ตสึได้แม้อยู่ในซัปโปโระ

2. เมอร์เคียวร์ ซัปโปโระ

โรงแรมในเมืองซัปโปโระที่ดูแลโดย “ACCOR” เชนโรงแรมชื่อดังจากฝรั่งเศส
จุดเด่นของโรงแรมคือทำเลที่ตั้งยอดเยี่ยม และรูปลักษณ์ภายนอกที่ได้แรงบันดาลใจจากผังเมืองซัปโปโระที่เป็นระเบียบราวกระดานหมากรุก
เดินทางสะดวกทั้งไปย่านบันเทิงชื่อดังของฮอกไกโดอย่างซูซูกิโนะ ไปสถานีรถไฟใต้ดิน และเข้าสู่ใจกลางเมืองซัปโปโระ จึงเหมาะทั้งสำหรับท่องเที่ยวและติดต่อธุรกิจ
ตั้งแต่ล็อบบี้ชั้น 3 ที่มีแผนกต้อนรับ โถงลิฟต์ในแต่ละชั้น ไปจนถึงห้องพัก ภายในโรงแรมที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสล้วนให้บรรยากาศสไตลิช

เดิน 3 นาทีจากสถานีซูซูกิโนะ โรงแรมดีไซน์สวยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและการเดินทางที่ยอดเยี่ยม
เดิน 3 นาทีจากสถานีซูซูกิโนะ โรงแรมดีไซน์สวยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและการเดินทางที่ยอดเยี่ยม

3. โรงแรมมอนเทอเรย์ เอเดลฮอฟ ซัปโปโระ

“โรงแรมมอนเทอเรย์ เอเดลฮอฟ ซัปโปโระ” ตั้งอยู่ห่างจากสถานีซัปโปโระโดยเดินประมาณ 7 นาที และเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 2022
ชื่อโรงแรมมีความหมายในภาษาเยอรมันว่า “คฤหาสน์ของชนชั้นสูง” และคุณสามารถใช้เวลาหนึ่งวันในห้องพักที่ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากกรุงเวียนนาช่วงปลายศตวรรษที่ 19
นอกจากนี้ ชั้น 22 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด ยังเป็นพื้นที่หรูหราที่ผสานองค์ประกอบแบบญี่ปุ่นเข้ากับดีไซน์หลักได้อย่างลงตัว
ห้องอาบน้ำที่ให้บรรยากาศแบบตะวันตกใช้น้ำพุร้อนธรรมชาติ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบทั้งเจ็ตบาธ ซาวน่า บ่อกลางแจ้ง และห้องหินร้อน จึงได้รับคำชมจากผู้เข้าพักหญิงไม่น้อย

ปิดท้ายวันอย่างสง่างามในห้องพักที่ได้แรงบันดาลใจจากกรุงเวียนนาในศตวรรษที่ 19
ปิดท้ายวันอย่างสง่างามในห้องพักที่ได้แรงบันดาลใจจากกรุงเวียนนาในศตวรรษที่ 19

รีวิวของสวนโอโดริ

4.07

มีการแปลบางส่วนด้วย AI

  • Hung Tuan
    2024.02.04

    สวนโอโดริตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโระ งานเทศกาลหิมะซัปโปโระในฤดูหนาวได้รับความนิยมมาก ภายในงานก็มีร้านเล็ก ๆ หลายร้าน สามารถซื้อของฝากและของที่ระลึกจากฮอกไกโดได้

  • alim2000
    2022.09.10

    อยู่ตรงใจกลางเมืองพอดี ใกล้ห้างสรรพสินค้าและใกล้ทานุกิโคจิด้วย ด้านล่างยังมีทางเดินใต้ดินเชื่อมไปสถานีรถไฟอีก สะดวกมาก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสวนโอโดริ

Q

สถานีที่ใกล้สวนโอโดริที่สุดคือที่ไหน?

A

สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ “สถานีโอโดริ” ของรถไฟใต้ดินสายโทไซ สายนัมโบคุ และสายโทโฮ

Q

สามารถเดินจากสถานีซัปโปโระไปสวนโอโดริได้ไหม?

A

สามารถเดินจากสถานีซัปโปโระไปได้ โดยใช้เวลาประมาณ 12 นาที

บทสรุป

ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักเสน่ห์และจุดน่าสนใจของสวนโอโดริ รวมถึงอาหารขึ้นชื่อ อีเวนต์ยอดนิยม การเดินทาง ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมรอบ ๆ
ลองออกไปสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมของซัปโปโระผ่านทิวทัศน์อันสวยงามและอีเวนต์หลากหลายกันดู
หากเดินเที่ยวซัปโปโระโดยมีสวนโอโดริเป็นศูนย์กลาง คุณก็น่าจะได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของเมืองนี้อย่างเต็มที่
ถ้าไปเที่ยวซัปโปโระ อย่าลืมดูบทความนี้ที่แนะนำทั้งสถานที่ยอดนิยมและมุมลับ พร้อมตัวอย่างเส้นทางเที่ยวไว้ประกอบการวางแผนด้วย