
เพลิดเพลินกับเมืองเก่าสุดคลาสสิกและวิวสวยตระการตาของช่องแคบคันมง! 11 ที่เที่ยวดังในโมจิโกะ
หากนึกถึงเมืองท่าที่ยังคงบรรยากาศวันวานไว้ได้อย่างมีเสน่ห์ โมจิโกะ (Mojiko) ทางเหนือสุดของคิวชูในเมืองคิตะคิวชู คือจุดหมายที่ชวนให้แวะมาเดินเล่นไม่น้อย
ที่นี่ยังมีอาคารจากยุคเมจิและไทโชหลงเหลืออยู่จนถึงทุกวันนี้ พร้อมเสน่ห์หลากหลายทั้งบรรยากาศเมืองเก่าอันเปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ วิวงดงามของช่องแคบคันมง และอาหารรสเลิศ
ในบทความนี้ เราจะพาไปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งที่ทำให้คุณเพลิดเพลินกับเสน่ห์ของที่นี่ได้อย่างเต็มที่
โมจิโกะเป็นสถานที่แบบไหน?
โมจิโกะอยู่ในเมืองคิตะคิวชู จังหวัดฟุกุโอกะ ทางเหนือสุดของคิวชู โดยเป็นเมืองท่าที่หันหน้าออกสู่ช่องแคบคันมงซึ่งคั่นระหว่างฮอนชูกับคิวชู ฝั่งตรงข้ามคือเมืองชิโมโนะเซกิ จังหวัดยามากุจิ และสามารถเดินทางข้ามไปมาได้ทางสะพานคันมงและอุโมงค์คันมง
ช่วงยุคเมจิ (ค.ศ. 1868–1912) ถึงยุคไทโช (ค.ศ. 1912–1926) ที่นี่รุ่งเรืองในฐานะท่าเรือการค้าระหว่างประเทศ มีเรือต่างชาติเข้าออกเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม บทบาทของท่าเรือค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลาและซบเซาไป
จากความพยายามในการอนุรักษ์และนำอาคารประวัติศาสตร์กลับมาใช้ประโยชน์เพื่อฟื้นฟูเมือง จึงได้เกิดเป็นย่าน “โมจิโกะเรโทร”
เริ่มมีการพัฒนาในปี ค.ศ. 1995 และปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่ผสมผสานอาคารสไตล์ย้อนยุคเข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว
เดินเล่นชมเมืองเก่าก็เพลิน ระหว่างทางยังมีจุดชมวิวสวยของช่องแคบคันมง พิพิธภัณฑ์ และแหล่งช้อปปิ้งให้แวะอีกมากมาย
อีกอย่างหนึ่ง โมจิโกะยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งกำเนิดของ “ยากิคะเระ” หรือแกงกะหรี่อบชีส ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาชิมแกงกะหรี่ร้อนๆ ชีสเยิ้ม
ที่นี่จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ครบทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอาหารในที่เดียว

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของโมจิโกะคือช่วงไหน?
หากจะไปเที่ยวโมจิโกะ ขอแนะนำฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
ทั้งสองช่วงอากาศค่อนข้างอบอุ่นสบาย เหมาะกับการเดินเล่นชมเมืองเก่าอย่างชิลๆ
ลองค่อยๆ สัมผัสวิวสวยของช่องแคบคันมงและอาคารประวัติศาสตร์ พร้อมรับลมสบายๆ ดูสักครั้ง
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของโมจิโกะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (เดือน 3 - เดือน 5): แจ็กเก็ตบางหรือคาร์ดิแกน
- ช่วงฤดูร้อน (เดือน 6 - เดือน 8): เสื้อผ้าบางเบาและเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (เดือน 9 - เดือน 11): แจ็กเก็ตหรือโค้ตแบบบาง
- หน้าหนาว (เดือน 12 - เดือน 2): โค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
เดินทางไปโมจิโกะอย่างไร?
นักท่องเที่ยวจำนวนมากมักเดินทางไปโมจิโกะจากตัวเมืองฟุกุโอกะ
จาก “สถานีฮากาตะ” ซึ่งเป็นสถานีหลักของเมืองฟุกุโอกะ สามารถนั่งรถไฟ JR สายคาโงชิมะโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที
หากเดินทางจากสนามบินฟุกุโอกะ ให้นั่งรถไฟใต้ดินสายสนามบินไปยังสถานีฮากาตะ แล้วต่อรถไฟ JR ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 35 นาที
นอกจากนี้ยังเดินทางจากสนามบินคิตะคิวชูได้สะดวก โดยใช้รถบัสสนามบินคิตะคิวชูและรถไฟ JR จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
| จุดออกเดินทาง | ระยะเวลาเดินทาง | เส้นทาง |
|---|---|---|
| สถานีฮากาตะ | ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที | นั่งรถไฟ JR สายคาโงชิมะ และลงที่ “สถานีโมจิโกะ” |
| สนามบินฟุกุโอกะ | ประมาณ 1 ชั่วโมง 35 นาที |
1. นั่งรถไฟใต้ดินสายสนามบินและลงที่ “สถานีฮากาตะ” 2. เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟ JR สายคาโงชิมะ และลงที่ “สถานีโมจิโกะ” |
| สนามบินคิตะคิวชู | ประมาณ 1 ชั่วโมง |
1. นั่งรถบัสสนามบินคิตะคิวชูสาย “ไปสถานีโคคุระ” และลงที่ “ทางออกชินคันเซ็นสถานีโคคุระ” (ใช้เวลาประมาณ 33 นาที) 2. เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟ JR สายคาโงชิมะ และลงที่ “สถานีโมจิโกะ” (ใช้เวลาประมาณ 15 นาที) |
การเดินทางหลักสำหรับท่องเที่ยวในโมจิโกะ
ย่านท่องเที่ยวของโมจิโกะมีขนาดกะทัดรัด และหลายจุดสามารถเดินถึงกันได้สะดวก
วิธีเที่ยวหลักคือการเดินชมเมืองเก่าระหว่างทาง แต่หากต้องการความคล่องตัวก็สามารถใช้บริการจักรยานเช่าได้เช่นกัน
สามารถเช่าได้ที่บริเวณหน้าสถานีหรือศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว จึงเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพอากาศและกำลังของตัวเองได้
ใจเต้นไปกับบรรยากาศเมืองเก่า! 11 ที่เที่ยวยอดนิยมในโมจิโกะ
พอมาเดินในโมจิโกะ จะเจอจุดท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่หลายแบบ ทั้งสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ทิวทัศน์แบบเมืองท่า และแหล่งวัฒนธรรมต่างๆ
แต่ละแห่งช่วยให้สัมผัสเสน่ห์ของโมจิโกะได้อย่างเต็มที่ และยังแวะเที่ยวได้ง่ายระหว่างเดินเล่นในเมือง
หากคุณมาเที่ยวโมจิโกะครั้งแรก อยากชวนให้ลองแวะสถานที่ยอดนิยมเหล่านี้ดู
1. อดีตศุลกากรโมจิ
อดีตศุลกากรโมจิ โดดเด่นด้วยอาคารอิฐแดงสวยงามที่ตั้งหันหน้าไปทางช่องแคบคันมง
ตั้งอยู่ในย่านโมจิโกะเรโทร และเป็นหนึ่งในทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่ประกอบกันเป็นมรดกญี่ปุ่น “ช่องแคบคันมงอันชวนให้นึกถึงวันวาน”
อาคารนี้ออกแบบภายใต้การกำกับของสึมะกิ โยรินากะ สถาปนิกผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสามปรมาจารย์แห่งวงการสถาปัตยกรรมยุคเมจิ ผู้มีผลงานออกแบบหลายแห่ง เช่น อาคารสำนักงานใหญ่เดิมของธนาคารโยโกฮามะโชคิน โดยอาคารสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1912 และใช้งานเป็นอาคารศุลกากรจนถึงการย้ายที่ทำการในปี ค.ศ. 1927

2. จุดชมวิวโมจิโกะเรโทร
หนึ่งในจุดชมวิวที่ดีที่สุดของโมจิโกะ อาคารคอนโดมิเนียมสูงที่สะดุดตาริมท่าเรือแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยคิโช คุโระคาวะ สถาปนิกชื่อดังของญี่ปุ่น
บนชั้นบนสุดมีห้องชมวิวกระจกใสที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้จากความสูง 103 เมตรเหนือพื้นดิน
เมื่อขึ้นลิฟต์ตรงไปยังห้องชมวิวบนชั้น 31 จะได้ชมทัศนียภาพแบบพาโนรามาของบริเวณช่องแคบคันมง ทั้งสะพานคันมง เรือที่แล่นผ่านช่องแคบ และเมืองเก่าแก่ของโมจิโกะ

3. พิพิธภัณฑ์รถไฟคิวชู
พิพิธภัณฑ์รถไฟที่ดัดแปลงมาจากอาคารอิฐแดงยุคเมจิ ซึ่งเคยเป็นสำนักงานใหญ่เดิมของการรถไฟคิวชู
มีการจัดแสดงขบวนรถไฟที่เคยใช้งานจริง ชุดพนักงานสถานีในแต่ละยุค และอุปกรณ์รถไฟต่างๆ จึงเหมาะทั้งสำหรับแฟนรถไฟและครอบครัว
ภายในอาคารหลักมีการเล่าประวัติศาสตร์รถไฟของคิวชู พร้อมจำลองตู้โดยสารยุคเมจิ โดยใช้หุ่นผู้โดยสาร พนักงานประจำรถ และเอฟเฟกต์เสียงเพื่อถ่ายทอดบรรยากาศในสมัยนั้น

4. อดีตโมจิมิตซุยคลับ
อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1921 เพื่อใช้เป็นสโมสรสังคมของบริษัทมิตซุยบุตสึซัง
ตัวอาคารใช้เทคนิคสถาปัตยกรรมไม้แบบดั้งเดิมของยุโรปที่เรียกว่า Half-Timber ซึ่งเผยให้เห็นโครงสร้างอย่างเสาและคานไม้ด้านนอก ความตัดกันระหว่างไม้สีน้ำตาลเข้มที่เน้นเส้นแนวตั้งและแนวนอนกับกรอบหน้าต่างสีขาว ทำให้ภายนอกอาคารมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ซับซ้อน

5. สถานี JR โมจิโกะ
สถานี JR โมจิโกะ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองโมจิริมช่องแคบคันมง เป็นสถานีต้นทางของรถไฟ JR สายคาโงชิมะ
ตัวอาคารสถานีไม้สองชั้นสไตล์นีโอเรอเนซองส์ มีจุดเด่นที่รูปลักษณ์สมมาตรซึ่งกล่าวกันว่าได้แรงบันดาลใจจากภาพของ “ประตู” และเป็นแลนด์มาร์กคู่เมืองโมจิโกะมาอย่างยาวนาน
อาคารสถานีปัจจุบันสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1914 ก่อนการเปิดใช้อุโมงค์คันมง ที่นี่เคยเป็นประตูสู่คิวชูทางรถไฟและมีผู้โดยสารใช้บริการจำนวนมาก

6. บลูวิงโมจิ
สะพานยกสำหรับคนเดินเท้าแห่งนี้มีความยาวประมาณ 108 เมตร และถือเป็นหนึ่งในสะพานประเภทนี้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
สะพานทอดข้ามอ่าวท่าเรือที่หนึ่งของโมจิโกะ และจะเปิด-ปิดวันละ 6 ครั้งตามการเดินเรือ โดยภาพของสะพานที่ยกขึ้นทำมุม 60 องศากับผิวน้ำเป็นภาพที่ไม่ควรพลาด
บริเวณนี้ยังเป็นทำเลเยี่ยมสำหรับชมช่องแคบคันมงและสะพานคันมง อีกทั้งรอบๆ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอย่างโมจิโกะเรโทรกระจายอยู่หลายแห่ง

7. หอรำลึกมิตรภาพต้าเหลียน
เมืองคิตะคิวชูและเมืองต้าเหลียนของจีน มีความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนกันอย่างคึกคักมาแต่เดิมผ่านเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ
อาคาร “หอรำลึกมิตรภาพต้าเหลียน” แห่งนี้ (เดิมชื่อหอสมุดรำลึกมิตรภาพนานาชาติ) ถูกสร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 15 ปีของการเป็นเมืองพี่เมืองน้องระหว่างทั้งสองเมือง
อาคาร 3 ชั้นเหนือพื้นดินที่โดดเด่นด้วยความงามของคอนทราสต์ระหว่างกระเบื้องสีน้ำตาลและสีขาว เป็นการจำลองอย่างซื่อสัตย์จาก “สำนักงานเรือกลไฟรถไฟตงชิง” ที่จักรวรรดิรัสเซียสร้างขึ้นในเมืองต้าเหลียนเมื่อปี ค.ศ. 1902
ปล่องไฟและหน้าต่างตกแต่งบนหลังคาที่ชวนให้นึกถึงรูปแบบสถาปัตยกรรมในยุคนั้นก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของอาคาร

8. อดีตโอซากะโชเซ็น
อาคารสไตล์ตะวันตกแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1917 เพื่อใช้เป็นสาขาโมจิของบริษัทเดินเรือ “โอซากะโชเซ็น”
ในยุคไทโชซึ่งโมจิโกะเป็นศูนย์กลางเส้นทางเดินเรือสู่แผ่นดินใหญ่ ชั้น 1 ถูกใช้เป็นห้องรับรอง ส่วนชั้น 2 ใช้เป็นสำนักงาน เป็นต้น และเคยมีผู้คนใช้บริการจำนวนมากในฐานะเทอร์มินัลที่เชื่อมท่าเรือกับต่างประเทศ
ภายนอกอาคารที่ผสมผสานกระเบื้องสีส้มกับหินแกรนิตสีขาวสะดุดตา อีกทั้งยังใช้เทคนิคสถาปัตยกรรมล้ำสมัยในยุคไทโชตามจุดต่างๆ เช่น ราวตกแต่งบริเวณหลังคาและหน้าต่างเล็ก

10. พิพิธภัณฑ์ช่องแคบคันมง
พิพิธภัณฑ์ที่แนะนำประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของช่องแคบคันมง โดยในปี ค.ศ. 2019 ได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ จนกลายเป็นสถานที่เรียนรู้แบบมีส่วนร่วมที่อัดแน่นด้วยนิทรรศการให้สัมผัสและเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า
ภายในมีนิทรรศการน่าสนใจมากมาย เช่น “โซนสัมผัสช่องแคบ” ที่ให้ลองประสบการณ์ตรวจการณ์และจำลองการบังคับเรือในช่องแคบเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนที่ผูกพันกับทะเล และ “ถนนเรโทรช่องแคบ” ที่จำลองบรรยากาศเมืองในยุคไทโช

11. พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิเดมิตสึ
พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่จัดแสดงคอลเลกชันงานศิลป์ซึ่งอิเดมิตสึ ซาโซ ผู้ก่อตั้งบริษัทอิเดมิตสึโคซันสะสมไว้ในช่วงชีวิตของเขาเป็นหลัก
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในโมจิซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับซาโซ ทั้งในฐานะสถานที่ที่เขาก่อตั้ง “อิเดมิตสึโชไค” และเคยดำรงตำแหน่งประธานหอการค้า โดยตัวอาคารภายนอกมีลักษณะคล้ายอิฐและกลมกลืนกับบรรยากาศของย่านโมจิโกะเรโทรได้อย่างดี
ผลงานจัดแสดงหลักคือภาพเขียนและลายพู่กันของญี่ปุ่น รวมถึงเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องเคลือบจากจีนและญี่ปุ่น

12. ถนนช้อปปิ้งซาคาเอะมาจิกินเท็งไก โมจิโกะ
ย่านการค้าที่มีประวัติยาวนานในเขตโมจิ เมืองคิตะคิวชู จังหวัดฟุกุโอกะ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1957
ถนนช้อปปิ้งแห่งนี้โดดเด่นด้วยทางเดินมีหลังคายาวประมาณ 300 เมตรซึ่งสร้างเสร็จในปีเดียวกัน โดยสองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านค้าที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นและร้านสไตล์เฉพาะตัวมากมาย
ที่นี่ยังมีของขึ้นชื่อท้องถิ่นหลายอย่าง เช่น “เมคาริมันจู” จากร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคเมจิ รวมถึงสาเก “ซารุกุอิ 1757 โทกุเบ็ตสึจุนไม” และโชจูมันหวาน “จิอิโมะ” ที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่น

3 ร้านอาหารยอดนิยมในโมจิโกะที่อยากแวะระหว่างเที่ยว
นอกจากบรรยากาศเมืองเก่าแล้ว โมจิโกะยังมีร้านอาหารหลากหลายสไตล์ที่เข้ากับเสน่ห์ย้อนยุคของเมืองได้อย่างดี
เมนูขึ้นชื่ออย่างยากิคะเระก็ห้ามพลาด และยังมีอาหารอร่อยที่หาชิมได้เฉพาะที่นี่อีกหลายอย่าง
ระหว่างเที่ยว อย่าลืมแวะชิมแล้วสัมผัสเสน่ห์ของโมจิโกะผ่านรสชาติอาหารดูด้วย
1. คะรีฮนโป สาขาโมจิโกะเรโทร
ร้านแกงกะหรี่อบชีสชื่อดังที่ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมโมจิโกะ ณ จุดเหนือสุดของคิวชู
สำหรับคนที่สนใจอาหารท้องถิ่นของที่นี่ ยากิคะเระคือเมนูที่มีต้นกำเนิดจากโมจิโกะ โดยนำแกงกะหรี่ราดบนข้าว เติมท็อปปิ้งอย่างชีสหรือไข่ แล้วนำไปอบในเตา
ว่ากันว่าการใส่ชีสเป็นท็อปปิ้งซึ่งปัจจุบันกลายเป็นมาตรฐานนั้น เริ่มต้นจากคุณมัตสึอิ เจ้าของร้าน ที่นำชีสมาคลุมไว้เพื่อไม่ให้ไข่แดงแตก

2. มิลก์ฮอลล์ โมจิโกะ
สำหรับคนที่สนใจบรรยากาศร้านอาหารแบบย้อนยุค “มิลก์ฮอลล์” คือร้านอาหารยอดนิยมในช่วงยุคเมจิถึงไทโช ซึ่งเสิร์ฟนมและอาหารเบาๆ คล้ายต้นแบบของคาเฟ่ในปัจจุบัน
ร้านนี้ตั้งอยู่ในย่านโมจิโกะที่เต็มไปด้วยบรรยากาศย้อนยุคและสามารถมองเห็นช่องแคบคันมง โดยมีเสน่ห์อยู่ที่เมนูต่างๆ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากยุคไทโช
เมนูขึ้นชื่ออย่าง “พุดดิ้งโมจิโกะ” ซึ่งผ่านการปรับปรุงสูตรมาอย่างต่อเนื่อง มีเนื้อสัมผัสแน่นหอมกลิ่นไข่ แต่ยังคงความเนียนนุ่มละมุนลิ้นอย่างพิถีพิถัน

3. โอซามะโนะทามาโกะ
“โอซามะโนะทามาโกะ” ร้านอาหารสไตล์ตะวันตกที่อยู่ห่างจากสถานีโมจิโกะเดินเพียง 2 นาที เป็นอีกแห่งที่คุณจะได้ลิ้มลองยากิคะเระเมนูขึ้นชื่อของโมจิโกะ
“ยากิคะเระของราชา” ที่อบพร้อมชีสและไข่บนแกงกะหรี่สูตรพิเศษ เป็นเมนูเด่นที่มาพร้อมความร้อนฉ่าและรสสัมผัสเยิ้มละมุน
ส่วน “ข้าวห่อไข่ซอสเดมิกลาสของราชา” ที่โดดเด่นด้วยไข่นุ่มฟูก็เป็นเมนูยอดนิยมเช่นกัน
บรรยากาศในร้านเงียบสบาย และที่นั่งเทอเรซสามารถพาสัตว์เลี้ยงเข้าได้

เหมาะกับการหาของฝาก! 2 แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตในโมจิโกะ
ถ้าอยากหาของฝากกลับบ้าน โมจิโกะก็มีร้านให้แวะเลือกได้เพลินพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นขนมกล้วย สินค้าที่เกี่ยวกับยากิคะเระ เบียร์ท้องถิ่น และอาหารแปรรูปขึ้นชื่อ
1. โอมิยาเกะไคโด สาขาไคเคียวพลาซ่า
ร้านขายของฝากเฉพาะทางที่ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าครบวงจร “ไคเคียวพลาซ่า” ในย่านโมจิโกะเรโทรอันเปี่ยมด้วยบรรยากาศชวนหวนคิดถึง
ภายในร้านมีของฝากจากย่านโมจิโกะให้เลือกมากมาย ทั้งขนมกล้วยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโมจิโกะที่เชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดการเร่ขายกล้วยแบบเคาะเรียกลูกค้า และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาหารขึ้นชื่ออย่างยากิคะเระ

2. ศูนย์สินค้าท่องเที่ยวโมจิโกะเรโทร “มินาโตะเฮาส์”
ภายในมีทั้ง “ศูนย์ของฝากคิตะคิวชู” และ “ตลาดไคมง” ที่รวบรวมสินค้าท้องถิ่นไว้มากมาย เช่น ขนมที่ใช้กล้วยเป็นส่วนผสมซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวการ “ขายกล้วยแบบเคาะเรียก” ที่เคยคึกคักในท่าเรือ รวมถึงเบียร์ท้องถิ่นจากโรงเบียร์ที่เก่าแก่ที่สุดในคิวชู
ยังมีของดีจากพื้นที่รอบๆ ให้เลือกครบ ทั้งขนมขึ้นชื่อของโคคุระ และอาหารแปรรูปจากปลาปักเป้าของชิโมโนะเซกิ

แผนที่ท่องเที่ยวโมจิโกะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวโมจิโกะ
Q
ถ้ามีเวลาไม่นานและอยากเที่ยวโมจิโกะให้คุ้ม ควรไปที่ไหน?
ขอแนะนำให้เดินเที่ยวรอบย่านโมจิโกะเรโทร เพราะสามารถเก็บจุดสำคัญต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q
อาหารดังของโมจิโกะคืออะไร?
“ยากิคะเระ” หรือแกงกะหรี่ที่โรยชีสและไข่แล้วนำไปอบ เป็นอาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงมาก
บทสรุป
โมจิโกะเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของการเดินเที่ยวในเมือง ทั้งบรรยากาศย้อนยุค วิวของช่องแคบคันมง และรสชาติอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของโมจิโกะ
หากอยากสัมผัสโมจิโกะอย่างเต็มที่ ลองตามรอยสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมที่แนะนำไว้ในบทความนี้ได้เลย
ถ้าเริ่มจากโมจิโกะแล้วอยากขยับไปเที่ยวต่อ เมืองคิตะคิวชูก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมาก บทความด้านล่างนี้น่าจะช่วยวางแผนเที่ยวได้เช่นกัน