【คู่มือฉบับสมบูรณ์สถานีฮากาตะ】ช้อปปิ้ง อาหาร และเที่ยวชม ครบจบในย่านรอบสถานี!

【คู่มือฉบับสมบูรณ์สถานีฮากาตะ】ช้อปปิ้ง อาหาร และเที่ยวชม ครบจบในย่านรอบสถานี!

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าแพลนมาเที่ยวคิวชูหรือฟุกุโอกะ ยังไงก็มักได้แวะ JR “สถานีฮากาตะ” กันสักครั้ง
ย่านนี้คึกคักมาก ทั้งในแง่การเดินทาง ช้อปปิ้ง และของกินท้องถิ่นขึ้นชื่อที่หาได้ง่ายในจุดเดียว
ภายในสถานีและอาคารสถานีมีจุดให้แวะมากมายสำหรับช้อปปิ้งและลิ้มลองอาหารท้องถิ่น
บทความนี้จะพาไปรู้จักศูนย์การค้าขนาดใหญ่และโซนอาหารยอดนิยมรอบสถานีเป็นหลัก
อ่านจนจบแล้ว คุณน่าจะเห็นภาพว่าสถานีฮากาตะมีจุดน่าเที่ยวแบบไหนบ้าง และอาจเจอวิธีเที่ยวที่เหมาะกับสไตล์ของตัวเองได้ด้วย

สถานีฮากาตะเป็นสถานที่แบบไหน?

ถ้าพูดถึงจุดศูนย์กลางการเดินทางของคิวชู ชื่อของ “สถานีฮากาตะ” มักถูกนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ
สถานีแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ฮากาตะเอกิชูโอไก เขตฮากาตะ เมืองฟุกุโอกะ จังหวัดฟุกุโอกะ และเป็นสถานีปลายทางขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของคิวชู
มีรถไฟท้องถิ่น 3 สายและชินคันเซ็น 2 สายวิ่งผ่าน ทำให้มีผู้คนจำนวนมากใช้บริการทุกวันในหลากหลายวัตถุประสงค์

  • JR คาโกชิมะเมนไลน์
  • สาย JR ฮากาตะมินามิ
  • เส้นทาง JR ฟุคุโฮคุยูทากะ (สายซาซางุริ)
  • JR ซันโยชินคันเซ็น
  • คิวชูชินคันเซ็นของ JR

JR “สถานีฮากาตะ” แบ่งทางออกหลักเป็น 2 ฝั่ง ได้แก่ “ทางออกฮากาตะ” ทางตะวันตกซึ่งสะดวกสำหรับใช้เป็นฐานท่องเที่ยว และ “ทางออกชิคุชิ” ทางตะวันออกซึ่งอยู่ใกล้ชินคันเซ็นและจุดขึ้นรถบัสลิมูซีนสนามบิน
สำหรับการท่องเที่ยว คนส่วนใหญ่มักออกทาง “ทางออกฮากาตะ” เพราะเดินทางไปยังร้านอาหารและโรงแรมหลัก ๆ ได้สะดวก
นอกจากนี้ ตัวสถานียังคึกคักในฐานะคอมเพล็กซ์ที่เชื่อมต่อโดยตรงกับศูนย์การค้าขนาดใหญ่และช้อปปิ้งมอลล์หลายแห่ง

บรรยากาศรอบสถานีฮากาตะที่รายล้อมด้วยศูนย์การค้า
บรรยากาศรอบสถานีฮากาตะที่รายล้อมด้วยศูนย์การค้า

การเดินทางจากสนามบินฟุกุโอกะไปสถานีฮากาตะ

การเดินทางจาก “สนามบินฟุกุโอกะ” ซึ่งเป็นประตูทางอากาศของคิวชู ไปยัง JR “สถานีฮากาตะ” มีดังนี้
หากออกเดินทางจากสนามบิน จะเป็นเส้นทางผ่านรถไฟใต้ดิน ใช้เพียง 2 สถานี และประมาณ 5 นาทีเท่านั้น
รถไฟใต้ดินให้บริการตั้งแต่เช้าถึงค่ำ และมีความถี่ประมาณ 1 ขบวนทุก 5–7 นาที จึงเดินทางได้สบายไม่ค่อยต้องรอนาน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าระยะจากรถไฟใต้ดิน “สถานีฮากาตะ” ไปยัง JR “สถานีฮากาตะ” จะใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที แต่เส้นทางค่อนข้างเข้าใจยากเล็กน้อย ควรระวังไว้ด้วย

เส้นทาง
1. เดินจาก “สนามบินฟุกุโอกะ” ไป “สถานีสนามบินฟุกุโอกะ”
2. ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินเมืองฟุกุโอกะ สายคูโกะ จาก “สถานีสนามบินฟุกุโอกะ” แล้วลงที่ “สถานีฮากาตะ”
3. เดินจากรถไฟใต้ดิน “สถานีฮากาตะ” ไปยัง JR “สถานีฮากาตะ” แล้วถึงจุดหมาย
ระยะเวลา
ประมาณ 15 นาที

JR Hakata City ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เชื่อมตรงกับสถานีฮากาตะ

พอออกจากสถานีฮากาตะมา พื้นที่ที่สะดุดตาเป็นพิเศษก็คือ “JR Hakata City”
ที่นี่เป็นคอมเพล็กซ์อาคารสถานีและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในคิวชู โดยมี JR “สถานีฮากาตะ” เป็นศูนย์กลาง
จุดเด่นคือมีการออกแบบให้เป็นฮับด้านการเดินทาง การค้า และวัฒนธรรม โดยเชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสารรถบัสและอาคารสำนักงานผ่านทางเดินลอยฟ้าและทางเดินใต้ดินที่ต่อกับสถานีโดยตรง
ตัวอาคารมีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 200,000 ตารางเมตร ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 3 ชั้นถึงเหนือดิน 10 ชั้น และมีร้านค้าประมาณ 230 ร้าน
ภายในครบครันทั้งแฟชั่น อาหาร และความบันเทิง จนกำลังก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางการพบปะแห่งใหม่ของคิวชู” ที่รองรับผู้มาเยือนได้หลายแสนคนต่อวัน
ต่อไปนี้คือศูนย์การค้าใน “JR Hakata City” ที่ถ้ามาถึงฮากาตะแล้วอยากแนะนำให้ลองแวะ

ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เชื่อมตรงกับสถานี รวมครบทั้งอาหาร แฟชั่น และโรงภาพยนตร์
ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เชื่อมตรงกับสถานี รวมครบทั้งอาหาร แฟชั่น และโรงภาพยนตร์

Amu Plaza Hakata ศูนย์การค้าหลักของ JR Hakata City

“อามุพลาซ่า ฮากาตะ (Amu Plaza Hakata)” คือศูนย์การค้าหลักของ JR Hakata City เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยชั้นใต้ดิน 1 ชั้น ถึงชั้น 10 และดาดฟ้า
ตั้งอยู่ใกล้ทันทีเมื่อเดินผ่านทางเดินลอยฟ้าที่เชื่อมตรงกับสถานีฮากาตะ โดยใช้เวลาเดินจากทางออกฮากาตะประมาณ 1 นาที และชั้นใต้ดินกับชั้น 1 ยังเชื่อมกับชั้นประตูตรวจตั๋วอีกด้วย จึงเดินทางสะดวกมาก
ภายในมีร้านค้าราว 200 ร้าน ครอบคลุมตั้งแต่แฟชั่น ของใช้เบ็ดเตล็ด ไปจนถึงเครื่องสำอางในหลากหลายหมวดหมู่
มีจุดน่าสนใจมากมาย เช่น โซนร้านอาหารขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น “City Dining Kuuten”, ร้านหนังสือขนาดใหญ่ และโรงภาพยนตร์ “T-Joy Hakata”
ไม่ว่าจะเป็นการตระเวนชิมร้านดังของคิวชูหรือช้อปปิ้งในร้านที่อัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ ก็เพลิดเพลินได้ทั้งวันแบบไม่เบื่อ
นอกจากนี้ ยังมี 3 จุดแนะนำภายใน “อามุพลาซ่า ฮากาตะ” ที่อยากแนะนำต่อไป

1. Hands สาขาฮากาตะ

“Hands สาขาฮากาตะ” คือร้านไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 5 ภายในอามุพลาซ่า ฮากาตะ
แต่ละชั้นแบ่งธีมชัดเจน เช่น บิวตี้และสุขภาพ อุปกรณ์ครัว เครื่องเขียน และงานคราฟต์ ทำให้หาสินค้าที่ต้องการได้ง่าย
อีกจุดที่น่าประทับใจคือมีสินค้าให้เลือกมากมาย ทั้งไอเท็มตามเทรนด์ล่าสุดและสินค้าที่น่าสนใจตามฤดูกาล
ยังมีโซนทดลองสินค้าจำนวนมาก ให้หยิบจับและลองใช้จริงก่อนตัดสินใจซื้อได้ด้วย
ด้วยคำอธิบายจากพนักงานและการสาธิตวิธีใช้ คุณจึงสามารถรับคำแนะนำเชิงลึกและช้อปได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีบริการค้นหาสินค้า “Dokoaruno” และเคาน์เตอร์ปลอดภาษี ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้งานได้สะดวก

มีสินค้าหลากหลายที่นำไปใช้ได้กับไลฟ์สไตล์หลายแบบ (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)
มีสินค้าหลากหลายที่นำไปใช้ได้กับไลฟ์สไตล์หลายแบบ (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)

2. Tsubame no Mori Hiroba

“สึบาเมะโนะโมริ ฮิโรบะ (Tsubame no Mori Hiroba)” คือสวนลอยฟ้าบนชั้นดาดฟ้าของอามุพลาซ่า ฮากาตะ ที่ออกแบบโดยมีสี่ฤดูเป็นธีมหลัก
พื้นที่ทั้งหมดให้ความรู้สึกโปร่งโล่งคล้ายสวนสาธารณะ และโดดเด่นด้วยบรรยากาศธรรมชาติที่รายล้อมด้วยดอกไม้และต้นไม้เขียวขจี
ที่นี่เป็นจุดยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะแม้อยู่กลางเมืองก็ยังให้ประสบการณ์ผ่อนคลายที่แตกต่างจากชีวิตประจำวัน
มีทั้งม้านั่งและโต๊ะ จะซื้อเบนโตะมานั่งพักแบบปิกนิกก็ได้เช่นกัน
ภายในยังมีจุดน่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น “ศาลเจ้ารถไฟ” สำหรับขอพรให้เดินทางปลอดภัย และ “พื้นที่ชมรถไฟ” ที่สามารถมองเห็นขบวนรถเข้าออกสถานีฮากาตะได้
โดยเฉพาะจากจุดชมวิว คุณจะได้ชมทิวทัศน์สวยงามของฟุกุโอกะแบบ 360 องศา รวมถึงตัวเมืองและ Mizuho PayPay Dome Fukuoka
ทั้งกลางวันและกลางคืนให้บรรยากาศต่างกัน จึงเป็นอีกเสน่ห์ที่ทำให้มาเวลาไหนก็ได้อารมณ์ไม่เหมือนกัน

ศาลเจ้ารถไฟภายในสึบาเมะโนะโมริ ฮิโรบะ
ศาลเจ้ารถไฟภายในสึบาเมะโนะโมริ ฮิโรบะ

3. Ippin Dori

“อิปปินโดริ (Ippin Dori)” คือถนนสายอาหารในคอนคอร์สชั้น 1 ของอามุพลาซ่า ฮากาตะ
อยู่ใกล้มากเมื่อเดินผ่านทางเชื่อมตรงจากประตูตรวจตั๋วกลาง และยังเชื่อมถึงทั้งฝั่งทางออกฮากาตะและทางออกชิคุชิ จึงแวะได้สะดวกระหว่างทริป
ภายในโซนมีร้านทั้งหมด 20 ร้าน ที่รวบรวมของดีจากทั่วญี่ปุ่นและฟุกุโอกะ รวมถึงอาหารยอดนิยมที่คัดสรรมาอย่างดี
ตัวอย่างเช่น “Ito King” ที่มีขนมหวานสตรอว์เบอร์รีอาเมา, “Mikadukiya” ที่ดังเรื่องครัวซองต์ และร้านข้าวปั้นเฉพาะทาง “Itoshima Omusubi Fuchigami” ที่ใช้วัตถุดิบจากอิโตชิมะเป็นหลัก เป็นต้น
แต่ละร้านมีจุดเด่นคือความสะดวกแบบร้านในสถานี แต่ยังคงรสชาติจริงจังคุณภาพดี
เหมาะมากสำหรับแวะกินรองท้องระหว่างทางไปชานชาลา หรือใช้เวลารอรถไฟมาสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารแบบสั้น ๆ

จุดที่สามารถอิ่มอร่อยกับของหวานและอาหารหลากหลาย (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)
จุดที่สามารถอิ่มอร่อยกับของหวานและอาหารหลากหลาย (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)

Amu Est แหล่งช้อปปิ้งที่เดินเลือกของได้เพลินในเวลาสั้น ๆ

“อามุเอสต์ (Amu Est)” ตั้งอยู่ฝั่งทางออกชิคุชิของ JR Hakata City เป็นโซนช้อปปิ้งขนาดกะทัดรัดที่มี 2 ชั้น คือชั้นใต้ดิน 1 ชั้นและชั้น 1
เมื่อออกจากประตูตรวจตั๋วฝั่งชิคุชิแล้วเดินไปทางซ้ายก็จะถึงภายในไม่กี่นาที และยังเดินไปมาระหว่างที่นี่กับอามุพลาซ่า ฮากาตะฝั่งตรงข้ามได้อย่างสะดวก
จุดเด่นคือแทบไม่มีผนังหรือฉากกั้นแบบศูนย์การค้าทั่วไป ให้ความรู้สึกเปิดโล่งเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของทางเดินในสถานี
ภายในมีร้านเกือบ 50 ร้าน ครอบคลุมแฟชั่น ของใช้ เครื่องสำอาง คาเฟ่ และร้านดรักสโตร์ เหมาะทั้งการใช้ในชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่นและการเลือกซื้อของฝาก
ด้วยความที่มีร้านสไตล์แคชชวลและตามเทรนด์อยู่มาก จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากช้อปแบบใช้เวลาไม่นาน
นอกจากนี้ ยังมีอีเวนต์ตามฤดูกาล ร้านป๊อปอัป และแฟร์สินค้าท้องถิ่นจัดเป็นประจำ ทำให้มาเมื่อไรก็มักมีอะไรใหม่ให้ค้นพบ

มีร้านเครื่องสำอางและแฟชั่นสำหรับผู้หญิงอยู่หลายร้าน
มีร้านเครื่องสำอางและแฟชั่นสำหรับผู้หญิงอยู่หลายร้าน

Hakata Deitos เสน่ห์ของการจัดโซนแต่ละชั้นที่มีเอกลักษณ์

“ฮากาตะ เดโตส (Hakata Deitos)” ตั้งอยู่ฝั่งทางออกชิคุชิของ JR Hakata City เป็นโซนช้อปปิ้งและอาหารที่ขยายตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 1 ถึงชั้น 2
แม้อยู่ในอาคารสถานี แต่ก็โดดเด่นด้วยการจัดชั้นที่คึกคักและมองเห็นคอนเซ็ปต์ได้ชัดเจน โดยแบ่งออกเป็น 4 โซนแตกต่างกัน
ชั้นใต้ดิน 1 มี “Hakata no Gohandokoro Nomidokoro” ที่รวมร้านอาหารหลายประเภท, ชั้น 1 มี “Miyagemon Ichiba” ที่รวมของฝากฮากาตะไว้ในที่เดียว และ “Hakata Horoyoi Dori” ที่รวมร้านกินดื่มบรรยากาศสบาย ๆ
จุดเด่นคือสามารถทั้งกินอาหารอร่อยและซื้อสินค้าคลาสสิกอย่าง Hakata Torimon หรือเมนไทโกะได้ในที่เดียว
เมื่อขึ้นไปชั้น 2 จะพบกับ “Hakata Men Kaido” ที่รวมร้านเมนูเส้นจากทั่วคิวชูไว้อย่างคึกคัก
ที่นี่จึงเป็นโซนที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวซึ่งอยาก “กินอีกสักมื้อก่อนกลับ” หรือ “ซื้อของฝากยอดนิยม” ได้อย่างลงตัว

ศูนย์การค้าที่รวมของขึ้นชื่อของฮากาตะ ทั้งอาหาร ขนมหวาน และของฝาก เชื่อมตรงกับสถานี
ศูนย์การค้าที่รวมของขึ้นชื่อของฮากาตะ ทั้งอาหาร ขนมหวาน และของฝาก เชื่อมตรงกับสถานี

Ming แหล่งของฝากที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคิวชู

“ไมอิง (Ming)” คือแหล่งของฝากขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของคิวชู ตั้งอยู่ชั้น 1 ภายใน JR สถานีฮากาตะ และเชื่อมตรงจากประตูตรวจตั๋วของสถานี
เป็นจุดที่สะดวกมากสำหรับแวะเดินแบบสบาย ๆ ระหว่างท่องเที่ยวหรือทริปทำงาน
ภายในมีทั้งหมด 92 ร้าน แบ่งเป็น 6 บล็อก พร้อมไลน์อัปสินค้าหลากหลายครอบคลุมทั้งขนมขึ้นชื่อ สินค้าพื้นเมือง และอาหารพร้อมรับประทาน
ระหว่างเดินดูของ จะเจอทั้งเมนไทโกะหลากหลายแบบ ร้านดังอย่าง Ishimura Manseido ขนมแบบลิมิเต็ด และสินค้ากระแสแรงให้เลือกมากมาย รวมถึงมีมุมชิมสินค้าหลายจุดด้วย
อีกทั้งในเดือนมีนาคม ปี 2025 โซนขนมตะวันตกยังได้รับการรีโนเวตครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบประมาณ 10 ปี
ส่วน “POP UP SPACE” ที่มีร้านแบบจำกัดเวลาหมุนเวียนมาเปิดเรื่อย ๆ ก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด

อย่าลืมเช็ก POP UP SPACE ที่มีร้านหลากหลายผลัดเปลี่ยนมาเปิดแบบจำกัดเวลา
อย่าลืมเช็ก POP UP SPACE ที่มีร้านหลากหลายผลัดเปลี่ยนมาเปิดแบบจำกัดเวลา

Hakata Hankyu ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่เชื่อมตรงกับทางออกฮากาตะ

“ฮากาตะ ฮังคิว (Hakata Hankyu)” ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ชั้นนำของคิวชู ตั้งอยู่ในทำเลสะดวก เชื่อมตรงกับทางออกฮากาตะของ JR สถานีฮากาตะ และเดินจากในสถานีประมาณ 2 นาที
ตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 1 ถึงชั้น 8 มีร้านเฉพาะทางสไตล์ห้างสรรพสินค้าครบครัน ทั้งแบรนด์หรู แฟชั่นล่าสุด เครื่องสำอาง และร้านอาหาร
โดยเฉพาะโซนอาหารชั้นใต้ดิน 1 “Umachika!” เป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด
เดินดูไปเรื่อย ๆ ก็จะเจอทั้งขนมดังจากทั่วญี่ปุ่นและสินค้าพื้นเมืองของฟุกุโอกะอย่างครบครัน รวมถึงสินค้าลิมิเต็ดที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่จำนวนมาก
นอกจากเลือกซื้อของฝากแล้ว ยังแนะนำให้ลองชิมอาหารสไตล์เดปาจิกะในฟู้ดคอร์ตด้วย

ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เดินจากภายในสถานีประมาณ 2 นาที
ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เดินจากภายในสถานีประมาณ 2 นาที

KITTE Hakata ศูนย์การค้าขนาดใหญ่เชื่อมตรงกับสถานีที่มี Hakata Marui

ถ้าอยากแวะห้างที่เชื่อมกับสถานีแบบตรง ๆ อีกแห่ง “KITTE Hakata” ก็เป็นตัวเลือกที่เดินถึงง่ายมาก
ที่นี่เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในทำเลสะดวก และเป็นหนึ่งในแบรนด์ “KITTE” ที่ดำเนินการโดย Japan Post
อาคารสูง 11 ชั้นพร้อมชั้นใต้ดิน 1 ชั้น มีพื้นที่ร้านค้าประมาณ 30,800 ตารางเมตร และรวบรวมร้านหลากหลายทั้งอาหารและช้อปปิ้ง
ชั้น 1 ถึงชั้น 7 มี Hakata Marui เปิดให้บริการ โดยมีทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต เครื่องสำอาง และของใช้เบ็ดเตล็ดที่ตอบโจทย์ของจำเป็นในชีวิตประจำวันได้ครบ

ศูนย์การค้าขนาดใหญ่เชื่อมตรงกับสถานีฮากาตะ ภายใต้การดำเนินงานของ Japan Post
ศูนย์การค้าขนาดใหญ่เชื่อมตรงกับสถานีฮากาตะ ภายใต้การดำเนินงานของ Japan Post

เดินจากสถานี JR ฮากาตะไป Canal City Hakata ได้

ถ้ามีเวลาเพิ่มจากการเดินเล่นรอบสถานี JR สถานีฮากาตะ เดินต่ออีกราว 10 นาทีก็ไปถึง “Canal City” ได้
ที่นี่เป็นศูนย์การค้ายอดนิยมมากแห่งหนึ่งของฟุกุโอกะ และเป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่บนพื้นที่ประมาณ 43,500 ตารางเมตร ที่รวมช้อปปิ้งมอลล์ โรงภาพยนตร์ โรงละคร ความบันเทิง และโรงแรม 2 แห่งไว้ด้วยกัน
สัญลักษณ์ของที่นี่คือคลองยาวประมาณ 180 เมตรที่ไหลผ่านกลางพื้นที่ซึ่งรายล้อมด้วยอาคารสีสันสดใส
เดินอยู่ในพื้นที่ก็เพลินไม่น้อย เพราะบรรยากาศของ Canal City Hakata เองก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นนอกเหนือจากการช้อปปิ้งและความบันเทิง
ถ้าอยากขยับจากย่านรอบสถานีออกมาอีกหน่อย ที่นี่ก็น่าแวะเหมือนกัน

เอนเตอร์เทนเมนต์ซิตี้ที่รวมช้อปปิ้ง อาหาร และโรงแรมไว้ด้วยกัน
เอนเตอร์เทนเมนต์ซิตี้ที่รวมช้อปปิ้ง อาหาร และโรงแรมไว้ด้วยกัน

ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นได้ง่าย ๆ ! 3 จุดแนะนำด้านอาหารรอบสถานีฮากาตะ

เรื่องกินถือเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่หลายคนอยากแวะย่านสถานีฮากาตะ
รอบสถานีมีจุดให้ตามหาเมนูขึ้นชื่อของฮากาตะได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นฮากาตะราเมง โมตสึนาเบะ หรือยากิโทริ
ต่อจากนี้ เราจะพาไปรู้จักจุดแวะกินที่น่าสนใจเป็นพิเศษ 3 แห่งกัน

1. Hakata Station Ichibangai

“ฮากาตะเอกิ อิจิบังไก (Hakata Station Ichibangai)” คือโซนร้านอาหารที่ชั้นใต้ดิน 1 ของ JR สถานีฮากาตะ
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เพลิดเพลินกับอาหารฮากาตะแบบสบาย ๆ” มีร้านรวมทั้งหมด 14 ร้าน ให้ลิ้มลองอาหารหลากหลายตั้งแต่ร้านดังท้องถิ่นไปจนถึงร้านที่มาเปิดในคิวชูเป็นครั้งแรก
มีทั้งเมนูขึ้นชื่อของฮากาตะอย่างฮากาตะราเมง โมตสึนาเบะ และเทนจินฮอร์โมน รวมถึงอาหารทะเล อาหารเอเชีย และโมเดิร์นบาร์ ให้เลือกได้ตามอารมณ์และความชอบ
เสน่ห์ที่สุดคือแม้มีเวลาไม่มาก ก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับอาหารคิวชูหลากหลายแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังเปิดทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่ 07:00–23:00 จึงเหมาะกับการใช้งานในหลายช่วงเวลา ทั้งอาหารเช้า มื้อกลางวัน และมื้อค่ำ
ใครที่อยากชิมรสชาติท้องถิ่นแบบง่าย ๆ แต่มีเวลาจำกัด ที่นี่นับว่าเหมาะมาก

จุดที่สามารถลิ้มลองอาหารฮากาตะอย่างโมตสึนาเบะได้ในเวลาสั้น ๆ
จุดที่สามารถลิ้มลองอาหารฮากาตะอย่างโมตสึนาเบะได้ในเวลาสั้น ๆ

2. Hakata Men Kaido

ตามที่กล่าวไปข้างต้น “ฮากาตะ เม็งไคโด (Hakata Men Kaido)” คือโซนเฉพาะทางด้านราเมงและเมนูเส้นที่อยู่ชั้น 2 ของ Hakata Deitos ภายในอามุพลาซ่า ฮากาตะ
ที่นี่รวมร้านทั้งหมด 12 ร้าน โดยมีฮากาตะราเมงเป็นหลัก พร้อมด้วยคุรุเมะราเมง สึเคเม็ง และเมนูอื่น ๆ
บรรยากาศภายในเรียงรายด้วยผ้าม่านโนเรนและป้ายร้านที่ชวนให้นึกถึงแผงลอย ทำให้สัมผัสบรรยากาศย่านยาไตได้แบบจำลองภายในสถานี
มีการคัดเลือกร้านราเมงฝีมือดีมาอย่างมั่นใจ เช่น ร้านคิวยาว “Hakata Ramen Shin-Shin”, ร้านเก่าแก่ “Hakata Ikkousha” และ “Ramen Unari” ที่กำลังมาแรง จึงเข้าไปร้านไหนก็น่าจะไม่ผิดหวัง
อีกเสน่ห์คือสามารถชิมเปรียบเทียบราเมงหลายแบบได้สะดวก ทั้งน้ำซุป เส้น และท็อปปิ้งที่แตกต่างกัน
ถ้าคุณชอบราเมง หรืออยากกินอาหารจริงจังในเวลาจำกัด ที่นี่เป็นอีกจุดที่อยากให้ลองแวะ

จุดที่สามารถชิมเปรียบเทียบราเมงท้องถิ่นของฟุกุโอกะได้อย่างสะดวก
จุดที่สามารถชิมเปรียบเทียบราเมงท้องถิ่นของฟุกุโอกะได้อย่างสะดวก

3. Eki Kara Sanbyakuppo Yokocho

“เอกิคาระ ซัมเบียคุโปะ โยโกโจ (Eki Kara Sanbyakuppo Yokocho)” คือจุดรวมร้านอาหารที่อยู่ชั้นใต้ดิน 1 ของอาคาร JRJP Hakata ฝั่งทางออกฮากาตะของ JR สถานีฮากาตะ
จากสถานีเดินตามทางใต้ดินประมาณ 4 นาที หรือระยะราว “300 ก้าว” ตามชื่อ จึงเดินทางได้สะดวกโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ
เสน่ห์ที่สุดคือการถอดบรรยากาศ “โยโกโจ” แบบแผงลอยท้องถิ่นมาไว้ภายในบริเวณสถานีแทบ 그대로
ตามทางเดินบรรยากาศชวนคลาสสิกมีร้านทั้งหมด 10 ร้าน ครอบคลุมหลายแนว เช่น โมตสึนาเบะ เกี๊ยวซ่า ลิ้นวัว และอาหารอิตาเลียน
หลายร้านออกแบบให้เปิดโล่งโดยใช้ผนังน้อย และเมื่อถึงช่วงค่ำ บรรยากาศคึกคักก็ยิ่งต้อนรับผู้มาเยือนได้ดี
ที่นั่งส่วนใหญ่เป็นเคาน์เตอร์และโต๊ะเล็ก จึงเข้าได้ง่ายทั้งคนเดียวและมาเป็นกลุ่ม
เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากแชร์อาหารจานเล็กกับเพื่อนร่วมทริป หรือคนที่อยากดื่มคนเดียวพร้อมชิมอาหารพื้นเมืองของฟุกุโอกะ

จุดแนะนำสำหรับคนที่อยากทั้งชิมอาหารฟุกุโอกะและตระเวนดื่มไปด้วย
จุดแนะนำสำหรับคนที่อยากทั้งชิมอาหารฟุกุโอกะและตระเวนดื่มไปด้วย

ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเที่ยวรอบสถานีฮากาตะที่ไหนดี แวะไปที่ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองฟุกุโอกะ

ถ้ายังจัดแพลนไม่ลงตัวหลังมาถึงสถานีฮากาตะ ลองแวะ “ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองฟุกุโอกะ (จุดข้อมูลรวมสถานีฮากาตะ)” ก่อนได้
ที่นี่เป็นเคาน์เตอร์ข้อมูลท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการที่ตั้งอยู่ในคอนคอร์สกลางภายใน JR สถานีฮากาตะ
เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด เวลา 08:00–19:00 และให้ข้อมูลท่องเที่ยวไม่เพียงแค่เมืองฟุกุโอกะ แต่รวมถึงพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วคิวชูด้วย
มีเจ้าหน้าที่ที่รองรับหลายภาษา ได้แก่ ภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ จีน และเกาหลีประจำอยู่ อีกทั้งยังสามารถค้นหาข้อมูลล่าสุดด้วยแท็บเล็ตได้ด้วยตนเอง จึงเป็นสภาพแวดล้อมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้งานได้อย่างสบายใจ
เสน่ห์คือสามารถรับทั้งข้อมูลและบริการที่จำเป็นต่อการเดินทางได้แบบครบจุดเดียว ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำคอร์สท่องเที่ยว การเดินทาง หรือข้อมูลที่พัก
หากมาแล้วไม่แน่ใจว่าจะไปต่ออย่างไรที่สถานีฮากาตะ ลองแวะมาปรึกษาเจ้าหน้าที่มืออาชีพ เพื่อให้ทริปฟุกุโอกะและฮากาตะของคุณสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ถ้าไม่แน่ใจเรื่องสถานีฮากาตะหรือการเที่ยวฟุกุโอกะ ลองแวะมาที่นี่ได้ (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)
ถ้าไม่แน่ใจเรื่องสถานีฮากาตะหรือการเที่ยวฟุกุโอกะ ลองแวะมาที่นี่ได้ (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)

5 จุดท่องเที่ยวรอบสถานีฮากาตะที่ใส่ง่ายในแพลน

ถ้าอยากพักจากการช้อปหรือหามุมเดินเล่นเพิ่ม รอบสถานีฮากาตะก็ยังมีจุดแวะอีกหลายแบบ
คราวนี้เราจะพาไปรู้จักสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมถึงศาลเจ้าและวัดที่เดินทางต่อได้ไม่ยาก
แต่ละแห่งเป็นจุดยอดนิยมที่สัมผัสเสน่ห์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้ จึงเหมาะจะใส่ไว้คู่กับแพลนศูนย์การค้าที่แนะนำไปก่อนหน้า

1. Rakusuien

สวนญี่ปุ่นแห่งนี้ซ่อนตัวอย่างเงียบสงบอยู่ท่ามกลางย่านออฟฟิศใกล้สถานีฮากาตะ
เดิมเป็นพื้นที่วิลล่าของชิโมซาวะ เซ็นเอมอน ชิกามาสะ พ่อค้าฮากาตะผู้มีบทบาทต่อการพัฒนาฟุกุโอกะและฮากาตะ ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1906 สวนที่แผ่กว้างอยู่ด้านหน้าห้องชงชาคือสวนแบบเดินชมรอบสระน้ำที่ให้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์เขียวขจีโดยมีสระเป็นศูนย์กลาง
ทั้งซากุระกิ่งย้อยในฤดูใบไม้ผลิและใบเมเปิลในฤดูใบไม้ร่วงช่วยถ่ายทอดความงามของฤดูกาลที่เปลี่ยนไป ทำให้มาเมื่อไรก็สัมผัสเสน่ห์ลุ่มลึกได้เสมอ

สวนญี่ปุ่นพร้อมห้องชงชา ที่ให้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ทั้งสี่ฤดูท่ามกลางย่านออฟฟิศ
สวนญี่ปุ่นพร้อมห้องชงชา ที่ให้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ทั้งสี่ฤดูท่ามกลางย่านออฟฟิศ

2. ศาลเจ้าสุมิโยชิ แห่งชิคุเซ็นอิจิโนะมิยะ

มีศาลเจ้าที่บูชาเทพสุมิโยชิอยู่ทั่วญี่ปุ่นทั้งหมด 2,129 แห่ง และเชื่อกันว่าที่นี่คือศาลเจ้าแรกสุดในบรรดาศาลเจ้าเหล่านั้น
เทพประธานของศาลเจ้าแห่งนี้ปรากฏชื่อใน “โคจิกิ” และสถานที่แห่งนี้ยังมีประวัติยาวนานกว่า 1,800 ปี ในฐานะศาลเจ้าชั้นสูงและอิจิโนะมิยะของแคว้นชิคุเซ็น
ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 8,107 สึโบะ มีจุดน่าสนใจมากมายทั้งสถาปัตยกรรมล้ำค่าและต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ อาคารศาลเจ้าที่สร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมเฉพาะที่เรียกว่า “สุมิโยชิสึคุริ” ซึ่งกล่าวกันว่าเก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมศาลเจ้า ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ

ศาลเจ้าโบราณขนาดใหญ่ เดินจากสถานีฮากาตะประมาณ 8 นาที
ศาลเจ้าโบราณขนาดใหญ่ เดินจากสถานีฮากาตะประมาณ 8 นาที

3. ศาลเจ้าคูชิดะ

ศาลเจ้าประจำเมืองฮากาตะที่เล่ากันว่าสร้างขึ้นในสมัยนารา และเป็นที่รู้จักในหมู่คนท้องถิ่นด้วยชื่อเล่นว่า “โอคุชิดะซัง”
ที่นี่เป็นศาลเจ้าที่ใช้ประกอบพิธีถวาย “ฮากาตะกิองยามากาสะ” เทศกาลที่จัดขึ้นทุกปีในเดือนกรกฎาคมและเป็นสัญญาณบอกการมาถึงของฤดูร้อนในฮากาตะ โดยภายในบริเวณศาลเจ้าสามารถชม “คาซาริยามากาสะ” อันยิ่งใหญ่ได้ตลอดทั้งปี (ยกเว้นเดือนมิถุนายน)
นอกจากนี้ ภายในยังมี “พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฮากาตะ” ที่จัดแสดงเอกสารสำคัญของฮากาตะ เช่น ตราประทับจดหมายจากโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และหน้ากากเก่าแก่ของมัตสึบายาชิจากสมัยมุโรมาจิ

ศาลเจ้าประจำเมืองฮากาตะ “โอคุชิดะซัง” สถานที่ถวายเทศกาลฮากาตะกิองยามากาสะ
ศาลเจ้าประจำเมืองฮากาตะ “โอคุชิดะซัง” สถานที่ถวายเทศกาลฮากาตะกิองยามากาสะ

4. วัดโทโชจิ

วัดโทโชจิในเขตฮากาตะ เมืองฟุกุโอกะ เป็นวัดในนิกายชินงอนที่เชื่อกันว่าพระคูไค (โคโบไดชิ) พระภิกษุผู้มีชื่อเสียง ได้ก่อตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกหลังเดินทางกลับจากการศึกษาที่ราชวงศ์ถัง
ชื่ออย่างเป็นทางการคือ “โทโชมิตสึจิ” โดยคูไคเป็นผู้ตั้งชื่อด้วยความหมายว่า “ขอให้พุทธศาสนาฝ่ายลึกลับสืบทอดไปทางทิศตะวันออกอย่างยาวนาน”
จุดเด่นคือพระพุทธรูปไม้ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “ไดบุตสึฟุกุโอกะ” มีความสูง 10.8 เมตร อันสื่อถึงกิเลส 108 ประการของมนุษย์ และนับเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปนั่งไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

วัดเก่าแก่ที่คูไคเป็นผู้ก่อตั้ง และมีชื่อเสียงจาก “ไดบุตสึฟุกุโอกะ” ขนาดใหญ่
วัดเก่าแก่ที่คูไคเป็นผู้ก่อตั้ง และมีชื่อเสียงจาก “ไดบุตสึฟุกุโอกะ” ขนาดใหญ่

5. Hakata Machiya Furusatokan

“ฮากาตะมาจิยะ ฟุรุซาโตะคัง (Hakata Machiya Furusatokan)” ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าคูชิดะซึ่งมีชื่อเสียงจากเทศกาลฮากาตะกิองยามากาสะ เป็นสถานที่ที่ให้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมฮากาตะแบบชวนคิดถึง ผ่านเทศกาลและงานหัตถกรรมดั้งเดิม
ตัวอาคารประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ อาคารนิทรรศการ อาคารมาจิยะ และร้านขายของฝาก โดยอาคารนิทรรศการจะใช้ภาพวิดีโอและโมเดลจัดแสดงตามธีมต่าง ๆ เพื่อแนะนำประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของฮากาตะ
ส่วนเวิร์กช็อปสืบสานงานฝีมือที่ชั้น 2 มีการสาธิตและกิจกรรมหมุนเวียนรายวัน เช่น ตุ๊กตาฮากาตะ ฮากาตะฮาริโกะ การระบายสี และการทำฮากาตะมะเกะโมโนะ

แนะนำวัฒนธรรมฮากาตะอันงดงามผ่านนิทรรศการล้ำค่าและกิจกรรมงานฝีมือดั้งเดิม
แนะนำวัฒนธรรมฮากาตะอันงดงามผ่านนิทรรศการล้ำค่าและกิจกรรมงานฝีมือดั้งเดิม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานีฮากาตะ

Q

มีสถานีที่ชื่อว่า “สถานีฟุกุโอกะ” อยู่จริงไหม?

A

มีสถานี “ฟุกุโอกะ” ของสาย Ainokaze Toyama Railway อยู่ที่เมืองทาคาโอกะ จังหวัดโทยามะ ส่วนที่อยู่ในจังหวัดฟุกุโอกะคือสถานี “นิชิเท็ตสึฟุกุโอกะ (เท็นจิน)” ของสาย Nishitetsu Tenjin Omuta

Q

ชินคันเซ็นสายใดบ้างที่วิ่งเข้าสถานีฮากาตะ?

A

มี 2 สาย ได้แก่ “ซันโยชินคันเซ็น” ที่เชื่อมระหว่างสถานีชินโอซากะกับสถานีฮากาตะ และ “คิวชูชินคันเซ็น” ที่เชื่อมระหว่างสถานีฮากาตะกับสถานีคาโกชิมะ โดยมีการให้บริการวิ่งตรงเชื่อมต่อกัน

บทสรุป

รอบ JR “สถานีฮากาตะ” มีทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่ จุดกินยอดนิยม และสถานที่ที่แวะเที่ยวต่อได้สะดวก
จะช้อปในร้านที่อัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ ลองอาหารและความบันเทิงแบบฟุกุโอกะ–ฮากาตะ หรือหาของฝากกลับบ้าน ก็รวมอยู่ในย่านนี้แทบทั้งหมด
ด้วยจำนวนร้านค้าและประเภทที่มีให้เลือกมากมาย ลองวางแผนเที่ยวหลายแห่งให้ทั่ว แล้วค่อย ๆ สัมผัสเสน่ห์ของย่านนี้ในแบบที่เข้ากับสไตล์ของตัวเอง
ถ้าอยากเก็บข้อมูลให้ครบยิ่งขึ้น ลองดูบทความนี้ต่อ ซึ่งรวบรวมจุดท่องเที่ยวยอดนิยมและย่านช้อปปิ้งชื่อดังที่ช่วยให้คุณเที่ยวฮากาตะได้สนุกยิ่งกว่าเดิม