ชาวญี่ปุ่นสนุกกับคริสต์มาสอย่างไร? คู่มือการใช้เวลาช่วงคริสต์มาสในญี่ปุ่น

ชาวญี่ปุ่นสนุกกับคริสต์มาสอย่างไร? คู่มือการใช้เวลาช่วงคริสต์มาสในญี่ปุ่น

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงคริสต์มาส ช่วงเวลานี้มีสีสันในแบบที่ต่างออกไปไม่น้อย
บทความนี้จะพาไปรู้จักวิธีฉลองแบบชาวญี่ปุ่น พร้อมแนะนำงานประดับไฟชื่อดังและตลาดคริสต์มาสยอดนิยม
คริสต์มาสในญี่ปุ่นมีความเกี่ยวข้องทางศาสนาไม่มากนัก และมีเสน่ห์ตรงบรรยากาศโรแมนติกที่เต็มไปด้วยความสุข
ถ้าคุณจะได้ฉลองคริสต์มาสในญี่ปุ่นทั้งที ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทาง แล้วไปใช้เวลาสไตล์ “คริสต์มาสแบบญี่ปุ่น” กันให้เต็มอิ่ม

สำหรับชาวญี่ปุ่น คริสต์มาสคือวันแบบไหน?

สำหรับที่ญี่ปุ่น คริสต์มาสไม่ได้มีความหมายทางศาสนาเข้มข้นเหมือนในยุโรปหรืออเมริกา แต่เป็นอีเวนต์ใหญ่ของฤดูหนาวที่ผู้คนคุ้นเคยกันอย่างกว้างขวาง
โดยทั่วไปคืนคริสต์มาสอีฟมักคึกคักกว่าวันคริสต์มาส และเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนใช้เวลาอบอุ่นร่วมกับคนรัก ครอบครัว หรือเพื่อนฝูง
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน เมืองทั้งเมืองจะเริ่มเปล่งประกายด้วยไฟประดับและแสงไฟตกแต่ง กลายเป็นบรรยากาศคริสต์มาสเต็มรูปแบบ
ตามศูนย์การค้าและธีมพาร์กก็จะมีการตกแต่งเฉพาะเทศกาล ขณะที่ร้านค้าและร้านอาหารต่างนำเสนอเมนูและขนมคริสต์มาสแบบลิมิเต็ด เพื่อสร้างอารมณ์แห่งฤดูกาล

เมืองที่สว่างไสวด้วยไฟประดับเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข
เมืองที่สว่างไสวด้วยไฟประดับเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข

วิธีใช้เวลาช่วงคริสต์มาสของชาวญี่ปุ่น

สำหรับชาวญี่ปุ่น คริสต์มาสมักเป็นช่วงเวลาที่ได้ใช้ “ร่วมกับใครสักคน”
ถึงขั้นมีคำว่า “คริโบจจิ” ที่ใช้เรียกการอยู่คนเดียวในวันคริสต์มาส สะท้อนให้เห็นว่าการฉลองกับคนอื่นเป็นวัฒนธรรมที่หยั่งรากในญี่ปุ่น
ต่อจากนี้ เราจะพาไปดูวิธีใช้เวลายอดนิยมตามแต่ละสถานการณ์

คริสต์มาสของคู่รักกับช่วงเวลาแสนโรแมนติก

ในญี่ปุ่น ภาพจำของคริสต์มาสคือวันสำหรับคู่รักที่จะได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างโรแมนติก
หลายคนเลือกไปเดตตามงานประดับไฟหรือธีมพาร์กที่จัดอีเวนต์คริสต์มาส หรือไปรับประทานดินเนอร์มื้อพิเศษที่ร้านอาหารหรู
การแลกของขวัญกันระหว่างมื้อค่ำก็ถือเป็นธรรมเนียมยอดนิยมเช่นกัน

การออกเดตสุดโรแมนติกกับคนรักเป็นรูปแบบยอดนิยม
การออกเดตสุดโรแมนติกกับคนรักเป็นรูปแบบยอดนิยม

ใช้เวลาจัดโฮมปาร์ตี้กับทั้งครอบครัว

บ้านที่มีเด็กเล็กมักนิยมจัดโฮมปาร์ตี้ในคืนคริสต์มาสอีฟหรือคืนวันคริสต์มาส
ภายในบ้านจะประดับต้นคริสต์มาสและเพิ่มของตกแต่งตามฤดูกาล เพื่อสร้างบรรยากาศคริสต์มาสให้เต็มที่
ในงานโฮมปาร์ตี้ หลายบ้านนิยมทานอาหารตะวันตกอย่างไก่ทอด KFC หรือพิซซ่า รวมถึงเค้ก
นอกจากนี้ ของขวัญจากซานตาคลอสสำหรับเด็กในญี่ปุ่นมักวางไว้ข้างหมอน ไม่ได้วางใต้ต้นคริสต์มาสเหมือนในหลายประเทศ

เพลิดเพลินกับโฮมปาร์ตี้ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของครอบครัว
เพลิดเพลินกับโฮมปาร์ตี้ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของครอบครัว

สนุกกับปาร์ตี้คริสต์มาสกับเพื่อน

อีกสไตล์ที่พบได้ทั่วไปคือการรวมตัวกันหลายคนอย่างครึกครื้น ไม่ว่าจะเป็นไปสังสรรค์ จัดปาร์ตี้คริสต์มาสที่บ้าน หรือออกไปโบว์ลิ่งและคาราโอเกะกับเพื่อน
บางกลุ่มก็สนุกกับการแต่งคอสเพลย์ธีมคริสต์มาส เช่น ซานตาหรือกวางเรนเดียร์ด้วย

หลายคนก็นิยมรวมตัวกับเพื่อนเพื่อจัดปาร์ตี้คริสต์มาส
หลายคนก็นิยมรวมตัวกับเพื่อนเพื่อจัดปาร์ตี้คริสต์มาส

ชาวญี่ปุ่นกินอะไรกันในวันคริสต์มาส?

สิ่งที่ขาดไม่ได้ในปาร์ตี้คริสต์มาสของชาวญี่ปุ่นคือ “คริสต์มาสเค้ก” ที่ตกแต่งด้วยซานตาคลอส กวางเรนเดียร์ หรือต้นสนให้เข้ากับเทศกาล
แบบที่ได้รับความนิยมที่สุดคือชอร์ตเค้กสตรอว์เบอร์รีกับครีมสด แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ก็มีคนจำนวนมากที่ชื่นชอบชโตลเลน ขนมปังหวานสไตล์เยอรมันเช่นกัน
ธรรมเนียมการกิน “ไก่ทอด” โดยเฉพาะ KFC ก็แพร่หลายมากในญี่ปุ่น และชุดเค้กกับไก่ทอดก็กลายเป็นเมนูคลาสสิกประจำคริสต์มาสไปแล้ว
นอกจากนี้ อาหารที่แบ่งกันกินง่ายอย่างพิซซ่า โรสต์บีฟ สตูว์ ออร์เดิร์ฟ และคีช ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

“คริสต์มาสเค้ก” คือของที่ขาดไม่ได้ในปาร์ตี้คริสต์มาสของชาวญี่ปุ่น
“คริสต์มาสเค้ก” คือของที่ขาดไม่ได้ในปาร์ตี้คริสต์มาสของชาวญี่ปุ่น
ไก่ทอดของ KFC ได้รับความนิยมมากจนมีคนต่อคิวในวันคริสต์มาสและวันก่อนหน้า
ไก่ทอดของ KFC ได้รับความนิยมมากจนมีคนต่อคิวในวันคริสต์มาสและวันก่อนหน้า

สภาพอากาศและแนวทางการแต่งตัวในช่วงคริสต์มาสของญี่ปุ่น

ในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนธันวาคมอยู่ที่เลขตัวเดียว จึงควรแต่งตัวประมาณนี้เพื่อความสบาย

  • โค้ตหรือเสื้อแจ็กเก็ตขนเป็ดสำหรับกันลมหนาว
  • เสื้อสเวตเตอร์หนา
  • ผ้าพันคอไว้เพิ่มความอบอุ่น
  • ถุงมือก็ควรเตรียมไว้

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ตอนเหนืออย่างฮอกไกโดและภูมิภาคโทโฮคุมักมีอุณหภูมิลดลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง จึงจำเป็นต้องมีเสื้อขนเป็ด
อีกทั้งยังมีหิมะตกบ่อย การเลือกแจ็กเก็ตหรือโค้ตที่กันน้ำได้จะช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น
ในทางกลับกัน ทางตอนใต้ของคิวชูและโอกินาวะ บางวันอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า 10 องศาเซลเซียส จึงสวมโค้ตบาง แจ็กเก็ต หรือคาร์ดิแกนก็เพียงพอ

หากจะไปอีเวนต์กลางแจ้ง อย่าลืมเตรียมตัวกันหนาวให้พร้อม
หากจะไปอีเวนต์กลางแจ้ง อย่าลืมเตรียมตัวกันหนาวให้พร้อม

งานประดับไฟในญี่ปุ่นที่ให้คุณดื่มด่ำบรรยากาศคริสต์มาสได้เต็มที่

ถ้ามาเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงคริสต์มาส หลายคนน่าจะอยากแวะไปสัมผัสงานประดับไฟสักครั้ง
ไฟประดับของญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นในแบบเฉพาะตัวเมื่อเทียบกับที่อื่นในโลก ทำให้ได้สัมผัสทั้งความประณีต ความงดงาม ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีที่โดดเด่น
แต่ละพื้นที่ยังดึงธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของตนเองมาใช้ จึงมีเอกลักษณ์ต่างกันไป และไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ได้พบภาพและเรื่องราวที่ต่างออกไป
ต่อจากนี้ เราจะคัดงานประดับไฟที่น่าสนใจในพื้นที่ที่มีอีเวนต์ขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมาฝากกัน

3 งานประดับไฟยอดนิยมในฮอกไกโดที่แต่งแต้มไวต์คริสต์มาส

เสน่ห์สูงสุดของงานประดับไฟในฮอกไกโดคือความตัดกันอย่างงดงามระหว่างหิมะกับแสงไฟ
แสงที่สะท้อนบนลานหิมะและกำแพงหิมะช่วยสร้างมิติ ทำให้ได้บรรยากาศ “เปล่งประกายนุ่มนวล” ที่ต่างจากในเมืองใหญ่
แต่ละพื้นที่และแต่ละสถานที่ยังมีการจัดแสดงที่เล่าเรื่องราวเฉพาะตัว อีกทั้งยังสามารถเที่ยวควบคู่กับอาหารจากร้านแผงลอย การเดินเล่น และออนเซ็นได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์แบบฮอกไกโดโดยเฉพาะ
เพราะระยะเวลาจัดงานค่อนข้างยาว จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสไวต์คริสต์มาส
หากคุณมีแผนจะเที่ยวฮอกไกโดในช่วงคริสต์มาส อยากชวนให้ลองไปเยือนงานประดับไฟที่จะแนะนำต่อไปนี้

1. ซัปโปโรไวต์อิลลูมิเนชัน

“ซัปโปโรไวต์อิลลูมิเนชัน” เป็นอีเวนต์ที่เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1981 เพื่อแต่งแต้มค่ำคืนฤดูหนาวของซัปโปโร และในปี ค.ศ. 2025 จะจัดเป็นครั้งที่ 45
มีการประดับไฟอย่างพิถีพิถันใน 5 สถานที่ ทำให้ทั้งเมืองอบอวลไปด้วยบรรยากาศชวนฝัน
ในแต่ละโซนจะมีวัตถุสัญลักษณ์ที่มีเอกลักษณ์ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณถนนหน้าสถานีหรือถนนมินามิอิจิโจที่ต้นไม้ริมทางถูกตกแต่งอย่างสวยงาม แต่ละจุดล้วนคุ้มค่าแก่การไปชม

ช่วงเวลาจัดงาน
สถานที่โอโดริ: 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
สถานที่ถนนหน้าสถานี: 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026
สถานที่ถนนมินามิอิจิโจ, ลานซัปโปโรคิตะ 3 โจ พลาซา (Akapla) และลานหน้าทางออกทิศใต้สถานีซัปโปโร: 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 14 มีนาคม ค.ศ. 2026
งานประดับไฟฤดูหนาวครั้งใหญ่ที่แต่งแต้มเมืองซัปโปโรด้วยแสงอันชวนฝัน
งานประดับไฟฤดูหนาวครั้งใหญ่ที่แต่งแต้มเมืองซัปโปโรด้วยแสงอันชวนฝัน

2. คลองสีฟ้าแห่งโอตารุ

“คลองสีฟ้า” เป็นงานประดับไฟที่จัดขึ้นที่คลองโอตารุในเมืองโอตารุ
ริม “คลองโอตารุ” เรียงรายไปด้วยร้านอาหารอาคารหิน และยังสามารถล่องเรือชมวิวได้ด้วย
ในงาน “คลองสีฟ้า” จะมีการตกแต่งสะพานและเสาไฟเป็นหลักด้วยหลอดไฟ LED สีฟ้า จำนวนรวมถึง 10,000 ดวง
การตกแต่งที่ชวนให้นึกถึงทะเลให้บรรยากาศทั้งโรแมนติกและแฟนตาซี โดยเฉพาะแสงสีน้ำเงินที่สะท้อนบนผิวน้ำคลองนั้นสวยงามมาก
ในช่วงจัดงาน เรือท่องเที่ยวก็จะถูกประดับไฟสีน้ำเงินเช่นกัน ถ้ามีโอกาสอยากแนะนำให้ลองนั่งดูสักครั้ง

ช่วงเวลาจัดงาน
1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 31 มกราคม ค.ศ. 2026
คลองโอตารุแสนโรแมนติกกับแสงสีน้ำเงินที่สะท้อนบนผิวน้ำอย่างงดงาม
คลองโอตารุแสนโรแมนติกกับแสงสีน้ำเงินที่สะท้อนบนผิวน้ำอย่างงดงาม

3. ฮาโกดาเตะอิลลูมิเนชัน

“ฮาโกดาเตะอิลลูมิเนชัน” คืออีเวนต์ที่แต่งแต้มเชิงเขาฮาโกดาเตะด้วยแสงไฟสดใส
ระหว่างช่วงจัดงาน ต้นไม้ริมถนนในจุดต่างๆ เช่น ฮาจิมังซากะ นิจุคเก็นซากะ และไคโคโดริที่เชื่อมสถานีฮาโกดาเตะกับย่านอ่าว จะส่องประกายด้วยแสงอบอุ่นงดงาม
ทิวทัศน์เมืองที่มีกลิ่นอายต่างประเทศและปกคลุมด้วยหิมะ โดยมีแสงไฟจากต้นไม้ริมทางช่วยขับเน้นความสวยงามนั้น เป็นภาพที่เห็นได้เฉพาะในฮาโกดาเตะแห่งฮอกไกโด

ช่วงเวลาจัดงาน
・นิจุคเก็นซากะ: 1 ธันวาคม ค.ศ. 2025 – 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026
・ฮาจิมังซากะ: 1 ธันวาคม ค.ศ. 2025 – 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026
・ไคโคโดริ: 1 ธันวาคม ค.ศ. 2025 – 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026
ฮาจิมังซากะในช่วงจัดงานฮาโกดาเตะอิลลูมิเนชัน
ฮาจิมังซากะในช่วงจัดงานฮาโกดาเตะอิลลูมิเนชัน

3 งานประดับไฟยอดนิยมในโตเกียวที่อยากชวนไปช่วงคริสต์มาส

งานประดับไฟในโตเกียวโดดเด่นด้วยการใช้พื้นที่เมืองเป็นเวทีอย่างยิ่งใหญ่
กลุ่มตึกสูงและถนนที่มีต้นไม้เรียงรายถูกแต่งแต้มด้วยไฟ LED โทนสีหรูหรา ให้บรรยากาศชิคและเป็นผู้ใหญ่ที่กลมกลืนกับย่านธุรกิจและแหล่งช้อปปิ้ง
ยังมีลูกเล่นเชิงศิลปะและจุดถ่ายรูปสวยๆ มากมาย จนการเดินเล่นในเมืองเองก็กลายเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวได้
ในโตเกียวมีอีเวนต์ลักษณะนี้เกือบ 150 แห่ง โดยแต่ละย่านก็มีเสน่ห์ต่างกัน เช่น โอโมเตะซันโดและชิบูย่าที่เต็มไปด้วยความทันสมัย ส่วนรปปงงิและอาคาซากะให้ความหรูหรา
ที่นี่เราคัดงานประดับไฟยอดนิยมในโตเกียวมา 3 งาน อยากชวนให้คุณลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง

1. Baccarat ETERNAL LIGHTS

เอะบิสุ การ์เดนเพลส (Ebisu Garden Place) เป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว ภายในมีร้านอาหาร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้าที่รวมแบรนด์ดัง โรงภาพยนตร์ และพิพิธภัณฑ์กระจายอยู่ทั่วบริเวณ
มีตัวเลือกร้านอาหารหลากหลายตั้งแต่คาเฟ่สบายๆ ไปจนถึงร้านชั้นนำระดับพรีเมียม
ทั้งภายนอกอาคารและทางเดินล้วนสวยงาม เหมาะกับการช้อปปิ้งและเดินเล่นในบรรยากาศสงบแบบผู้ใหญ่
เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ที่นี่จะจัดงานประดับไฟ “Baccarat ETERNAL LIGHTS” เป็นประจำทุกปี โดยมีไฮไลต์เป็นโคมระย้าบาคารัตที่สร้างจากคริสตัลกว่า 8,000 ชิ้นและไฟกว่า 250 ดวง
ลองมาเดินเล่นในพื้นที่หรูหราที่โอบล้อมด้วยคริสตัลและแสงไฟ แล้วดื่มด่ำกับช่วงเวลาแสนสง่างามดูได้
ยังมีการจัดแสดงต้นคริสต์มาสด้วย จึงเหมาะสำหรับการซึมซับบรรยากาศคริสต์มาสอย่างเต็มที่

ช่วงเวลาจัดงาน
8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 12 มกราคม ค.ศ. 2026
ค่ำคืนแห่งเอะบิสุสว่างไสวด้วยโคมระย้าขนาดใหญ่ระดับโลก
ค่ำคืนแห่งเอะบิสุสว่างไสวด้วยโคมระย้าขนาดใหญ่ระดับโลก

2. อาโอะโนะโดคุตสึ SHIBUYA

“อาโอะโนะโดคุตสึ” เป็นงานประดับไฟสีน้ำเงินแสนโรแมนติกที่ทอดยาวประมาณ 900 เมตร ตั้งแต่ถนนโคเอ็นโดริในชิบูย่าไปจนถึงแนวต้นเคยากิของสวนโยโยงิในช่วงคริสต์มาส
พื้นที่สีน้ำเงินล้วนที่เกิดจากดวงไฟประมาณ 600,000 ดวงนั้นชวนฝันไม่แพ้ถ้ำจริง
บริเวณจัดงานซึ่งประกอบด้วยต้นไม้ 67 ต้นบนถนนชิบูย่าโคเอ็นโดริ และ 60 ต้นที่แนวต้นเคยากิสวนโยโยงิ โดยแต่ละต้นติดไฟ 5,000 ดวง ถือว่าสวยตระการตามาก

ช่วงเวลาจัดงาน
4 ธันวาคม ค.ศ. 2025 – 25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
งานประดับไฟที่แต่งแต้มชิบูย่าให้สวยงาม
งานประดับไฟที่แต่งแต้มชิบูย่าให้สวยงาม

3. มารุโนะอุจิอิลลูมิเนชัน

“มารุโนะอุจิอิลลูมิเนชัน” เป็นสัญลักษณ์ของฤดูหนาวในย่านมารุโนะอุจิที่จัดต่อเนื่องมากว่า 20 ปี
ศูนย์กลางของงานคือถนนมารุโนะอุจิ นากะโดริ ซึ่งเป็นถนนสายหลักของย่านมารุโนะอุจิที่มีร้านแบรนด์ยอดนิยมเรียงรายตลอดระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร
ต้นไม้ริมทางประมาณ 286 ต้นในพื้นที่มารุโนะอุจิ ตั้งแต่ Tokyo Kotsu Kaikan หน้า สถานียูราคุโจ ไปจนถึงโอเทมาจิ นากะโดริ จะถูกประดับด้วยหลอดไฟ LED ราว 820,000 ดวงและเปิดพร้อมกัน
ระหว่างช่วงจัดงาน ทั้งถนนและบรรยากาศของย่านจะส่องประกายด้วยสีแชมเปญโกลด์อย่างน่าหลงใหล

ช่วงเวลาจัดงาน
13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026
ภาพคุ้นตาฤดูหนาวที่ทำให้มารุโนะอุจิส่องประกายด้วยสีแชมเปญโกลด์
ภาพคุ้นตาฤดูหนาวที่ทำให้มารุโนะอุจิส่องประกายด้วยสีแชมเปญโกลด์

3 งานประดับไฟยอดนิยมในโอซาก้าและโกเบที่ควรใส่ไว้ในแพลนเที่ยวคันไซ

งานประดับไฟในโอซาก้าและโกเบมีจุดเด่นที่การผสานแสงไฟเข้ากับทรัพยากรท้องถิ่น เช่น แม่น้ำ ทะเล อาคารประวัติศาสตร์ และศูนย์การค้า จึงให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่อลังการ
โอซาก้ามีความบันเทิงสูง พื้นที่ทั้งย่านกลายเป็นโซนท่องเที่ยวแสงไฟ เหมาะสำหรับคนที่อยากเพลิดเพลินกับประกายเมืองใหญ่ควบคู่กับช้อปปิ้งและอาหารอร่อย
ส่วนโกเบมีเสน่ห์จากความโรแมนติกและความสง่างามที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างเมืองท่ากับบรรยากาศต่างประเทศ เหมาะกับคนที่อยากค่อยๆ ซึมซับภาพแสงไฟที่มีอารมณ์และเรื่องราว
ที่นี่เราจะคัดงานประดับไฟตัวแทนมาแนะนำ 3 งาน
เพราะแต่ละงานมีรูปแบบและการจัดแสดงต่างกัน คุณจึงเลือกให้เหมาะกับความชอบหรือผู้ร่วมทริปได้เลย

1. Osaka Hikari no Kyoen Midosuji Illumination

“Osaka Hikari no Kyoen” เป็นอีเวนต์ที่ทำให้ค่ำคืนของโอซาก้าส่องประกายอย่างสวยงามและชวนฝัน โดยมี 2 โปรแกรมหลักคือ “Midosuji Illumination” ที่จัดบนถนนมิโดสุจิซึ่งเป็นถนนสายหลักของโอซาก้า และ “OSAKA Hikari Renaissance” ที่จัดบนเกาะนากาโนะชิมะ สัญลักษณ์ของมหานครแห่งสายน้ำโอซาก้า
Midosuji Illumination ใช้ธีม “ถนนสัญลักษณ์แห่งแสงที่เชื่อมไปสู่อนาคตอันเปล่งประกาย” และแต่งแต้มระยะทางยาวประมาณ 4 กิโลเมตรจากอุเมดะถึงนัมบะด้วยแสงไฟอันตระการตา

ช่วงเวลาจัดงาน
3 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 31 มกราคม ค.ศ. 2026
ถนนสัญลักษณ์แห่งแสงที่เชื่อมไปสู่อนาคตอันเปล่งประกาย
ถนนสัญลักษณ์แห่งแสงที่เชื่อมไปสู่อนาคตอันเปล่งประกาย

2. UMEDA SKY BUILDING Christmas

อุเมดะสกายบิลดิ้ง (Umeda Sky Building) ในเขตคิตะ เมืองโอซาก้า เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่สูง 173 เมตร
จุดเด่นอย่างหนึ่งคือหอชมวิวสวนลอยฟ้าและย่าน Takimi Koji ที่มีกลิ่นอายย้อนยุค
โดยเฉพาะวิวกลางคืนจากจุดชมวิวถือว่าน่าประทับใจมาก เพราะสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองโอซาก้าที่สว่างไสวอยู่เบื้องล่างได้อย่างเต็มตา
งานประดับไฟที่จัดขึ้นที่ “อุเมดะสกายบิลดิ้ง” คือ “UMEDA SKY BUILDING Christmas”
ไฮไลต์สำคัญคือต้นไม้สัญลักษณ์สูงประมาณ 25 เมตรที่ประดับด้วยไฟ LED ราว 130,000 ดวง ซึ่งแสงและเสียงจะเปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงเวลา ความอลังการทั้งด้านสีสันและขนาดคือเสน่ห์สำคัญของงานนี้

ช่วงเวลาจัดงาน
・Wonder Square: 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
・หอชมวิวสวนลอยฟ้า: 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
・Takimi Koji: 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
ภาพตัวอย่างของ Wonder Square Christmas
ภาพตัวอย่างของ Wonder Square Christmas

3. โกเบอิลลูมินาจ

“โกเบอิลลูมินาจ” เป็นงานประดับไฟขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น จัดที่สถานีริมทาง “Kobe Fruit & Flower Park Ozo” ในเขตคิตะ เมืองโกเบ
อาคารสไตล์ยุโรปและสวนกว้างทั้งหมดจะถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟ ทำให้เพลิดเพลินกับค่ำคืนฤดูหนาวในบรรยากาศเหนือความธรรมดา
ในปี ค.ศ. 2025 ซึ่งครบรอบ 15 ปี งานนี้มาในธีม “Garden Dream” ที่จะพาผู้มาเยือนไปสู่สวนแห่งความฝันแสนโรแมนติก
โซนยอดนิยมอย่าง “Pink Palace” ที่ส่องประกายงดงาม และ “Ice Palace” ที่ได้แรงบันดาลใจจากโลกน้ำแข็ง ถูกรีโนเวตขึ้นใหม่ ขณะเดียวกันก็มี “เรือสำราญหรูแห่งแสง” เปิดตัวเป็นครั้งแรกด้วย
ภายในงานยังเต็มไปด้วยจุดถ่ายรูปสวยและกิจกรรมชวนตื่นเต้น จึงเหมาะทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

ช่วงเวลาจัดงาน
24 ตุลาคม ค.ศ. 2025 – 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026
※1 เวลาเปิดงาน 17:00–22:00 (เปิดไฟ 17:30–21:30)
※2 มีค่าเข้าชม (ตั้งแต่ 2,000 เยน)
งานประดับไฟที่ทำให้อาคารสไตล์ยุโรปและสวนกว้างทั้งพื้นที่สว่างไสวไปด้วยแสง
งานประดับไฟที่ทำให้อาคารสไตล์ยุโรปและสวนกว้างทั้งพื้นที่สว่างไสวไปด้วยแสง

ในช่วงคริสต์มาส มีงานประดับไฟจัดขึ้นทั่วญี่ปุ่น!

ช่วงคริสต์มาสในญี่ปุ่นยังมีงานประดับไฟอีกมากมายให้แวะชม นอกเหนือจากพื้นที่และอีเวนต์ที่แนะนำมาข้างต้น
ไม่ว่าจะเป็น “3 งานประดับไฟยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น” หรือเทศกาลแสงไฟที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น ต่างมอบประสบการณ์พิเศษที่หาได้เฉพาะฤดูหนาวแก่ผู้มาเยือน
ตั้งแต่ฮอกไกโดไปจนถึงโอกินาวะ อย่าพลาดอ่านบทความด้านล่างที่รวบรวมงานประดับไฟชื่อดังทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้ทริปญี่ปุ่นหน้าหนาวของคุณสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
จะวางแผนตระเวนชมหลายงานในแต่ละพื้นที่ หรือเที่ยวควบคู่กับสถานที่ท่องเที่ยวและออนเซ็นก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจ

ออกไปสนุกกับงานประดับไฟทั่วญี่ปุ่นกัน
ออกไปสนุกกับงานประดับไฟทั่วญี่ปุ่นกัน

5 ตลาดคริสต์มาสชื่อดังที่จัดขึ้นในญี่ปุ่น

ตลาดคริสต์มาสเป็นเทศกาลดั้งเดิมที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคกลางในยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี
ตามลานกว้างในเมืองจะประดับตกแต่งในธีมคริสต์มาสและมีร้านแผงลอยเรียงรายมากมาย ผู้คนออกมาเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและของว่างท่ามกลางอากาศหนาว ถือเป็นภาพประจำฤดูหนาว
ปัจจุบันเทศกาลนี้แพร่หลายไปทั่วโลก และกลายเป็นอีเวนต์ยอดนิยมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยการตกแต่งตามท้องถิ่นและการประดับไฟสมัยใหม่
ต่อจากนี้ เราจะคัดตลาดคริสต์มาสชื่อดังในญี่ปุ่นมาแนะนำ 5 แห่ง
ถ้าได้ไปชมงานประดับไฟแล้ว ก็อย่าลืมแวะสนุกกับตลาดคริสต์มาสด้วย

1. [จังหวัดคานากาวะ] Christmas Market in Yokohama Red Brick Warehouse

อีเวนต์ยอดนิยมที่จำลองตลาดคริสต์มาสแบบดั้งเดิมของเยอรมนีอย่างเต็มรูปแบบ
ในปี ค.ศ. 2025 ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 16 งานนี้มาในธีม “Time” และจัดขึ้น 3 จุด ได้แก่ ลานอีเวนต์ของ Yokohama Red Brick Warehouse, Red Brick Park และ Shinko Chuo Hiroba
บริเวณหลักซึ่งมีร้านค้าร่วมออกบูธ 61 ร้าน จะเรียงรายด้วยกระท่อมไม้แบบฮึตเทอ และโลเคชันริมทะเลแสนโรแมนติกช่วยเพิ่มบรรยากาศคริสต์มาสได้อย่างดี
มีทั้งอาหารต้นตำรับอย่างกลือไวน์หรือฮอตไวน์ และไส้กรอก รวมถึงร้านขายของจุกจิกดีไซน์น่ารัก ทำให้เพลิดเพลินกับการชิมอาหารและช้อปปิ้งไปพร้อมกันได้
ไฮไลต์อยู่ที่ต้นคริสต์มาสยักษ์สูง 12 เมตร ซึ่งเป็นขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และใช้ต้นสนจริง
การประดับด้วยไฟ LED มากกว่า 20,000 ดวงร่วมกับเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ทำให้เกิดแสงหลากหลายรูปแบบที่น่าตื่นตาตื่นใจ

ช่วงเวลาจัดงาน
21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
※1 เปิดไฟ 16:00–22:00
※2 มีค่าเข้าชม (ตั้งแต่ 500 เยน) และมีบางโซนเข้าชมฟรี
ดื่มด่ำบรรยากาศเยอรมันแท้พร้อมวิวสวยของโยโกฮามะ
ดื่มด่ำบรรยากาศเยอรมันแท้พร้อมวิวสวยของโยโกฮามะ

2. [โตเกียว] Tokyo Christmas Market

อีเวนต์ขนาดใหญ่ที่ได้รับคำชมมาตั้งแต่เริ่มจัดครั้งแรกในปี ค.ศ. 2015 ว่าสามารถสัมผัสตลาดคริสต์มาสแบบเยอรมันแท้ๆ ได้ในโตเกียว
ในปี ค.ศ. 2025 งานจะจัดขึ้น 2 แห่ง คือ เมจิจิงูไกเอ็น และลานหน้า สถานีโอนาริมง สวนชิบะ
พื้นที่เมจิจิงูไกเอ็นมาในธีมนิทานกริมม์และเรื่องเล่าจากยุโรป สร้างบรรยากาศชวนฝันที่ทั้งเมืองถูกโอบล้อมด้วยแสงสีและเสียงดนตรี
ยังมีเครื่องดื่มและอาหารหน้าตาน่ารักมากมาย ชวนให้ผู้มาเยือนรู้สึกราวกับอยู่ในโลกคริสต์มาสแห่งความฝัน
ส่วนพื้นที่สวนชิบะจะจำลองบรรยากาศของเดรสเดิน เมืองเอกของรัฐในเยอรมนีตะวันออก โดยมีกระท่อมไม้ตั้งเรียงรายล้อมรอบพีระมิดคริสต์มาสความยาว 14 เมตร
อีกหนึ่งไฮไลต์ยอดนิยมคือการถ่ายรูปโดยมีโตเกียวทาวเวอร์อยู่เป็นฉากหลัง

ช่วงเวลาจัดงาน
・พื้นที่เมจิจิงูไกเอ็น: 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 25 ธันวาคม ค.ศ. 2025 (เข้าได้ถึง 20:30)
・พื้นที่หน้า สถานีโอนาริมง สวนชิบะ: 5 ธันวาคม ค.ศ. 2025 – 25 ธันวาคม ค.ศ. 2025 (เข้าได้ถึง 21:00)
※มีค่าเข้าชม (ตั้งแต่ 1,000 เยน)
สัมผัสคริสต์มาสได้อย่างเต็มอิ่มในงานขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น
สัมผัสคริสต์มาสได้อย่างเต็มอิ่มในงานขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น

3. [ฮอกไกโด] Munich Christmas Market in Sapporo

ตลาดคริสต์มาสแท้ๆ ที่สืบทอดธรรมเนียมจากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับซัปโปโร
จัดขึ้นที่พื้นที่พิเศษในสวนโอโดริ โซน 2 ใกล้สถานีโอโดริ ของรถไฟใต้ดินสายนัมโบกุ โทโฮ และโทไซ
เนื่องจากอยู่ติดกับสถานที่โอโดริของ “ซัปโปโรไวต์อิลลูมิเนชัน” ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ จึงแนะนำให้แวะชมทั้งสองงานพร้อมกัน
เสน่ห์อยู่ที่บรรยากาศโรแมนติกจากทิวทัศน์หิมะและกระท่อมไม้ ทำให้รู้สึกราวกับอยู่ในยุโรปจริง
ภายในงานยังมีไฮไลต์หลากหลาย เช่น การเปิดไฟวัตถุสัญลักษณ์ตรงกลาง การประดับไฟเชือก และกิจกรรมทักทายซานตาคลอส
ด้านอาหารก็จัดเต็ม ทั้งไส้กรอกเยอรมัน เพรทเซล และอัลมอนด์คั่ว จึงเป็นงานที่ครบทั้งดู ชิม และสัมผัสประสบการณ์ในที่เดียว
อีกข้อดีคือเข้าชมฟรี

ช่วงเวลาจัดงาน
21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
ตลาดที่เต็มไปด้วยสินค้าเบ็ดเตล็ดเฉพาะเทศกาลคริสต์มาส
ตลาดที่เต็มไปด้วยสินค้าเบ็ดเตล็ดเฉพาะเทศกาลคริสต์มาส

4. [จังหวัดฟุกุโอกะ] Christmas Advent

อีเวนต์ขนาดใหญ่ที่รวมงานประดับไฟและตลาดคริสต์มาส จัดขึ้นใน 12 สถานที่ทั่วเมืองฟุกุโอกะและเมืองคิตะคิวชู
เริ่มต้นในปี ค.ศ. 2013 และดึงดูดผู้เข้าชมสะสมประมาณ 12 ล้านคน จนกลายเป็นภาพประจำฤดูหนาวของฟุกุโอกะ
ภายใต้ธีม “Five Senses Christmas - คริสต์มาสที่สัมผัสได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า -” พื้นที่ทั้งเมืองถูกเชื่อมด้วยแถบแสงไฟ และสามารถเพลิดเพลินกับศิลปะ อาหาร และดนตรีได้อย่างเต็มที่
ไฮไลต์ไม่ได้มีแค่ไฟประดับเท่านั้น ยังรวมถึง “Fukuoka Classical Music Festival” และ “KBC FESTA de SANTA” ที่รวมซานตาคลอสประมาณ 130 ตัวด้วย

ช่วงเวลาจัดงาน
・ลานหน้าสถานี JR ฮากาตะ: 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025–25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
・ลาน Fureai Hiroba ฝั่งตะวันตกศาลาว่าการเมืองฟุกุโอกะ: 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025–25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
・สวน Tenjin Chuo ของจังหวัด: 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025–25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
・ลานหน้าคิฮิงคัง: 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025–25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
・ลาน Fukuoka Daimyo Garden City: 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025–25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
・Fukuoka Daimaru Elgara, Passage Hiroba: 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025–25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
・ลานทางเดินสีเขียวหน้าฟุกุโอกะทาวเวอร์: 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025–28 ธันวาคม ค.ศ. 2025
・เขตโคคุราคิตะ เมืองคิตะคิวชู / Murasakigawa Shinsui Hiroba และ Funaba Hiroba: 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025–25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
・Aeon Mall Kashiihama: 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025–25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
ตลาดคริสต์มาสที่สนุกได้ครบทั้งศิลปะ อาหาร และดนตรีในครั้งเดียว
ตลาดคริสต์มาสที่สนุกได้ครบทั้งศิลปะ อาหาร และดนตรีในครั้งเดียว

5. [จังหวัดเฮียวโงะ] Kobe Christmas Market - Christmas at the Old Castle -

ตลาดคริสต์มาสประจำปีที่จัดขึ้นที่สวนสมุนไพรโกเบนูโนะบิกิ ในย่านคิตาโนะโจ เขตชูโอ เมืองโกเบ
พื้นที่รอบปราสาทโบราณบนความสูงประมาณ 400 เมตรจะถูกย้อมด้วยบรรยากาศคริสต์มาส และยังมองเห็นวิวเมืองโกเบกับทะเลเบื้องล่างในทำเลที่ยอดเยี่ยม
ในปี ค.ศ. 2025 งานมาในธีม “Botanical Christmas” โดยมีจุดจัดแสดงอบอุ่นหัวใจที่ใช้ธรรมชาติเป็นองค์ประกอบกระจายอยู่ทั่วสวน
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ “ต้นคริสต์มาสแห่งผืนป่า” ที่ตั้งอยู่ในโซนการ์เดน
ต้นเมตาเซควาญาสูง 25 เมตรถูกประดับด้วยหลอดไฟประมาณ 1,600 ดวง เกิดเป็นภาพชวนฝันจากการผสานกันของไฟประดับ การไลต์อัปใบไม้เปลี่ยนสี และวิวกลางคืน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของที่นี่
การเดินทางไปงานสามารถนั่งกระเช้า Kobe Nunobiki Ropeway ประมาณ 10 นาทีไปยังสถานียอดเขา แล้วเดินต่ออีกไม่กี่นาที

ช่วงเวลาจัดงาน
8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
※1 เวลาเปิดไฟ: 16:00–17:15 (รอบกลางคืนเปิดถึง 21:00)
※2 มีค่าเข้าชม (2,800 เยน รวมตั๋วกระเช้าไป-กลับ)
ต้นไม้สัญลักษณ์ของตลาดคริสต์มาสโกเบ
ต้นไม้สัญลักษณ์ของตลาดคริสต์มาสโกเบ

แนะนำให้ลองร่วมงานคริสต์มาสในธีมพาร์กด้วย

ถ้าอยากดื่มด่ำบรรยากาศคริสต์มาสให้มากขึ้น ธีมพาร์กในญี่ปุ่นก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ
ทุกแห่งล้วนตกแต่งภายในพาร์กด้วยไฟประดับอย่างสวยงาม และใช้การแสดงเฉพาะตัวพาผู้มาเยือนไปสู่โลกแห่งแสงอันชวนฝัน
เหมาะกับผู้คนหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะมาครอบครัว คู่รัก หรือเพื่อนฝูง จึงเป็นสถานที่ที่ช่วยสร้างความทรงจำหน้าหนาวได้ดี
ยังมีสินค้าและเมนูลิมิเต็ดให้เลือกสนุกอีกด้วย น่าจะช่วยให้คุณดื่มด่ำกับบรรยากาศโรแมนติกได้ทั้งทางสายตาและความรู้สึก
ต่อจากนี้ เราจะพาไปดูอีเวนต์คริสต์มาส 5 งานที่จัดขึ้นในธีมพาร์กของญี่ปุ่น

1. โตเกียวดิสนีย์แลนด์ “Disney Christmas”

โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland) ในเมืองอุรายาสุ จังหวัดชิบะ คือธีมพาร์กระดับโลกที่ได้รับฉายาว่า “อาณาจักรแห่งความฝันและเวทมนตร์” ที่พาคุณหลุดจากชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่
“Disney Christmas” เป็นชื่อเรียกรวมของอีเวนต์พิเศษช่วงฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยความคึกคักตลอดทั้งวันจากการแสดงหลากหลายรูปแบบ
ไฮไลต์ของปี ค.ศ. 2025 ที่พลาดไม่ได้คือขบวนพาเหรดกลางวันใหม่ “Toys Wondrous Christmas!” ที่ปรับโฉมเนื้อหาใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
การได้ชมเหล่าตัวละครดิสนีย์และของเล่นที่ถือกำเนิดจาก Toy Factory ของซานตาคลอส ร่วมกันสร้างช่วงเวลามหัศจรรย์นั้นน่าประทับใจมาก
ยามค่ำคืนยังมี “Electrical Parade Dreamlights” เวอร์ชันคริสต์มาส และดอกไม้ไฟ “Starlight Christmas” ที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมเพลงคริสต์มาสให้เพลิดเพลินอีกด้วย

ช่วงเวลาจัดงาน
11 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
มาสนุกกับคริสต์มาสท่ามกลางโลกของดิสนีย์กัน (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)
©Disney มาสนุกกับคริสต์มาสท่ามกลางโลกของดิสนีย์กัน (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)

2. โตเกียวดิสนีย์ซี “Disney Christmas”

โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo DisneySea) เป็นธีมพาร์กระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นเคียงคู่กับโตเกียวดิสนีย์แลนด์
ภายในแบ่งเป็น 7 พอร์ตที่มีท้องทะเลเป็นคอนเซปต์หลัก โดดเด่นด้วยโลกทัศน์เฉพาะตัวและบรรยากาศสงบที่ผู้ใหญ่ก็เพลิดเพลินได้
“Disney Christmas” คืออีเวนต์พิเศษเฉพาะฤดูหนาว
หนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ “Disney Christmas Greeting” ที่จัดขึ้นใน Mediterranean Harbor
มิกกี้เมาส์ ดัฟฟี่ และผองเพื่อน พร้อมซานตาคลอส จะปรากฏตัวบนเรือธีมคริสต์มาสและโชว์การเต้นน่ารักตามจังหวะเพลง
นอกจากนี้ยังมีต้นคริสต์มาสยักษ์สูงประมาณ 15 เมตรที่ตั้งตระหง่านใน American Waterfront รวมถึงจุดถ่ายรูปพิเศษ สินค้าลิมิเต็ด และอาหารพิเศษที่ล้วนเป็นไฮไลต์น่าสนใจ

ช่วงเวลาจัดงาน
11 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 25 ธันวาคม ค.ศ. 2025
เพลิดเพลินกับทิวทัศน์และการทักทายเฉพาะฤดูคริสต์มาส (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)
©Disney เพลิดเพลินกับทิวทัศน์และการทักทายเฉพาะฤดูคริสต์มาส (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)

3. ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน “Universal Christmas Joy”

ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน (Universal Studios Japan: USJ) ในเขตโคโนฮานะ เมืองโอซาก้า เป็นธีมพาร์กความบันเทิงระดับโลก
จุดเด่นคือเครื่องเล่นและประสบการณ์แบบอินเทอร์แอ็กทีฟที่อิงจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดและคาแรกเตอร์ยอดนิยม
“Universal Christmas Joy” ที่จัดเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2025 คืออีเวนต์คริสต์มาสใหม่ที่มาแทน “NO LIMIT ! Christmas” ของช่วงปี ค.ศ. 2022–2024
คอนเซปต์ของการจัดครั้งแรกคือ “วันนี้ฉันจะเป็นคนตกแต่งเอง” เพื่อนำเสนอรูปแบบการใช้เวลาช่วงคริสต์มาสแบบใหม่ที่ให้แต่ละคนเลือกความสุขด้วยตัวเอง
แม้จะมีไฮไลต์มากมาย แต่โชว์กลางคืน “Light Up the Night – Christmas Celebration –” ที่จัดใน Gramercy Park ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ไม่ควรพลาด
อยากชวนให้คุณไปสัมผัสเรื่องราวอบอุ่นหัวใจที่สร้างขึ้นจากแสงไฟ ดนตรี และเอฟเฟกต์หิมะด้วยตัวเอง

ช่วงเวลาจัดงาน
19 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 4 มกราคม ค.ศ. 2026
Light Up the Night – Christmas Celebration –
Light Up the Night – Christmas Celebration –

4. เฮาส์เทนบอช “European Holy Christmas”

“อาณาจักรแห่งแสง” ของเฮาส์เทนบอชเป็นหนึ่งใน 3 งานประดับไฟยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น
ที่ “อาณาจักรแห่งแสง” แห่งนี้ สามารถชมไฟประดับได้ตลอด 365 วัน และยังมีอีเวนต์ตามฤดูกาลอีกด้วย
หนึ่งในนั้นคือ “European Holy Christmas” ที่จัดขึ้นในฤดูหนาว
ปีนี้ใน “Christmas Square” ที่ตั้งอยู่ใน Amsterdam City ซึ่งเป็นโซนศูนย์กลางของเฮาส์เทนบอช ทิวทัศน์เมืองยุโรปจะถูกตกแต่งด้วยเครื่องประดับคริสต์มาสแบบ 360 องศาอีกครั้ง
สิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน “Christmas Square” คือ “Grand Chandelier Tree” ต้นไม้ดีไซน์แปลกใหม่ที่ผสานแสงนับไม่ถ้วนกับคริสตัลจนเกิดประกายอันทรงพลัง
ต้นไม้ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมระย้าต้นนี้จะโอบล้อมเมืองด้วยความเปล่งประกายงดงามและชวนฝัน
นอกจากนี้ Christmas Town ที่มีตลาดคริสต์มาสเปิดให้บริการ ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของงานเช่นกัน

ช่วงเวลาจัดงาน
7 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 – 5 มกราคม ค.ศ. 2026
Grand Chandelier Tree ที่เพิ่มเข้ามาใหม่
Grand Chandelier Tree ที่เพิ่มเข้ามาใหม่

5. โยมิอุริแลนด์ “Jewellumination”

โยมิอุริแลนด์เป็นสวนสนุกเก่าแก่ตัวแทนของโตเกียว ตั้งอยู่ในพื้นที่คร่อมระหว่างเมืองอินางิของโตเกียวและเมืองคาวาซากิของจังหวัดคานากาวะ
งานประดับไฟ “Jewellumination” จัดขึ้นทุกปีตั้งแต่ฤดูหนาวไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิ
แม้ในโตเกียวจะมีงานประดับไฟมากมาย แต่งานนี้ก็ยังโดดเด่นทั้งด้านความนิยมและขนาด
ภายในสวนจะส่องประกายด้วยไฟ LED ที่ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากสีของอัญมณีเป็นแห่งแรกของโลก ทำให้เกิดพื้นที่ราวกับในความฝัน และยังมีกิจกรรมหลากหลายให้สนุกอีกด้วย ไฮไลต์อีกอย่างคือโชว์น้ำพุสุดอลังการที่ผสานเลเซอร์และเปลวไฟ

ช่วงเวลาจัดงาน
23 ตุลาคม ค.ศ. 2025–5 เมษายน ค.ศ. 2026
งานประดับไฟขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของภูมิภาคคันโต
งานประดับไฟขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของภูมิภาคคันโต

3 ข้อควรระวังเมื่อเที่ยวช่วงคริสต์มาส

ก่อนออกเดินทาง ลองเช็กจุดที่ควรระวังในช่วงคริสต์มาสเอาไว้สักหน่อยจะช่วยได้มาก
แม้งานไฟประดับและอีเวนต์พิเศษจะน่าดึงดูดมาก แต่ถ้าอยากสนุกได้เต็มที่ก็ควรเตรียมตัวล่วงหน้าให้ดี
ทุกข้อเป็นข้อมูลที่รู้ไว้แล้วมีประโยชน์ ลองเก็บไว้ใช้วางแผนการเดินทางของคุณได้เลย

1. จองร้านอาหารและโรงแรมล่วงหน้าให้เร็ว

การท่องเที่ยวช่วงคริสต์มาสได้รับความนิยมทั่วญี่ปุ่น ทำให้การจองร้านอาหารและโรงแรมในช่วงใกล้วันจริงทำได้ยากมาก
โดยทั่วไปการรับจองมักเริ่มตั้งแต่ประมาณ 2–3 เดือนล่วงหน้า และเมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ตัวเลือกสำหรับช่วงพีกระหว่าง 23–25 ธันวาคมจะเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ
โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ บริเวณใกล้ธีมพาร์ก หรือแพ็กเกจที่พักพร้อมดินเนอร์คริสต์มาสแบบลิมิเต็ด บางครั้งก็ขายหมดทันทีที่เปิดจอง
ดังนั้น หากอยากใช้เวลาคริสต์มาสในสถานที่หรือแพลนที่ตรงใจ ควรรีบกำหนดวันเดินทางและจุดหมาย แล้วจองให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

ถ้าอยากใช้เวลาพิเศษที่ร้านอาหารหรือโรงแรม ควรจองล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ
ถ้าอยากใช้เวลาพิเศษที่ร้านอาหารหรือโรงแรม ควรจองล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ

2. ระบบขนส่งสาธารณะจะแน่น ควรวางตารางแบบเผื่อเวลา

ในช่วงคริสต์มาส โดยเฉพาะวันที่ 24 และ 25 ธันวาคม ระบบขนส่งสาธารณะจะหนาแน่นมาก
ตามสถานีรอบเขตเมืองใหญ่ พื้นที่จัดงานประดับไฟ และบริเวณธีมพาร์ก มักมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้ทั้งขาไปและขากลับคนแน่นมากเป็นพิเศษ
ช่วงเวลาที่ความแออัดพุ่งสูงราว 16:00–20:00 ยังทับกับช่วงคนเลิกงาน จึงมีโอกาสเกิดการจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้หรือความล่าช้าครั้งใหญ่ได้ง่าย
นอกจากนี้ ชินคันเซ็นและเครื่องบินก็หาตั๋วยาก ส่วนรถบัสก็ต้องระวังการจราจรติดขัดทั้งบนทางด่วนและถนนทั่วไป
การเดินทางมักใช้เวลานานกว่าปกติ จึงควรจัดตารางแบบเผื่อเวลาไว้เสมอ

ช่วงคริสต์มาส ระบบขนส่งสาธารณะจะแน่นกว่าปกติ
ช่วงคริสต์มาส ระบบขนส่งสาธารณะจะแน่นกว่าปกติ

3. เตรียมเสื้อผ้ากันหนาวสำหรับอากาศเย็นจัดตอนกลางคืน

ไม่ว่าจะเดินทางไปพื้นที่ไหน ช่วงกลางคืนในฤดูคริสต์มาสมักหนาวกว่าที่คิด
งานประดับไฟและตลาดคริสต์มาสส่วนใหญ่มักต้องเดินกลางแจ้งเป็นเวลานาน จึงอย่าลืมเตรียมตัวกันหนาวให้พร้อม
โดยเฉพาะฮอกไกโดและภูมิภาคโทโฮคุที่หนาวจัด จำเป็นต้องมีอุปกรณ์กันหนาวอย่างโค้ตหนา ผ้าพันคอ ถุงมือ หมวก ที่ปิดหู รองเท้าบูต และแผ่นให้ความร้อนแบบพกพา
ส่วนภูมิภาคคิวชูและโอกินาวะที่อากาศค่อนข้างอบอุ่น หากมีเสื้อขนเป็ดบางหรือโค้ตเบาติดตัวไว้ก็น่าจะเพียงพอ
อีกทั้งอุณหภูมิระหว่างในอาคารกับนอกอาคารต่างกันมาก จึงแนะนำการแต่งตัวแบบเลเยอร์ที่ถอดใส่ง่าย
วิธีนี้จะช่วยให้คุณปรับอุณหภูมิร่างกายตามสถานการณ์ได้ง่ายและใช้เวลาเที่ยวได้สบายขึ้น

อย่าลืมเตรียมตัวกันหนาว หากอยากสนุกกับอีเวนต์กลางแจ้งยามค่ำคืน
อย่าลืมเตรียมตัวกันหนาว หากอยากสนุกกับอีเวนต์กลางแจ้งยามค่ำคืน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคริสต์มาสในญี่ปุ่น

Q

คริสต์มาสในญี่ปุ่นเป็นวันหยุดราชการไหม?

A

ในญี่ปุ่น ทั้งวันที่ 24 ธันวาคมและ 25 ธันวาคมไม่ใช่วันหยุดราชการ หากไม่ตรงกับวันเสาร์อาทิตย์ หลายคนมักไปสนุกกับคริสต์มาสหลังเลิกเรียนหรือเลิกงาน

Q

โดยทั่วไปชาวญี่ปุ่นใช้เวลาคริสต์มาสกับใคร?

A

ต่างจากยุโรปและอเมริกา คริสต์มาสในญี่ปุ่นมีลักษณะเป็นอีเวนต์มากกว่า จึงมีความหลากหลายทั้งกับคนรัก เพื่อน ครอบครัว หรือแม้อยู่คนเดียว ขึ้นอยู่กับอายุและสถานการณ์ของแต่ละคน

Q

ตลาดคริสต์มาสเริ่มจัดตั้งแต่เมื่อไร?

A

ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ แต่โดยทั่วไปมักเริ่มตั้งแต่ช่วงกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึง 25 ธันวาคม

Q

ถ้าอยากใช้เวลาไวต์คริสต์มาสในญี่ปุ่น ควรไปภูมิภาคไหน?

A

แนะนำฮอกไกโด เช่น ซัปโปโร ฮาโกดาเตะ และโอตารุ รวมถึงบริเวณรอบเซนไดและนากาโนะ เพราะมีหิมะตกมากและสามารถชมไฟประดับพร้อมหิมะได้

บทสรุป

คริสต์มาสในญี่ปุ่นมีบรรยากาศเฉพาะตัวที่ต่างจากหลายประเทศอยู่พอสมควร
เราได้แนะนำทั้งวิธีที่ชาวญี่ปุ่นซึ่งไม่ได้เน้นความหมายทางศาสนามากนักใช้เวลาฉลองคริสต์มาส รวมถึงงานประดับไฟยอดนิยมและอีเวนต์พิเศษในธีมพาร์กไปแล้ว
สำหรับญี่ปุ่น คริสต์มาสมักเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัว คนรัก หรือเพื่อน พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารพิเศษและใช้เวลาอบอุ่นร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์
ทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยการตกแต่งและแสงไฟ จนเกิดบรรยากาศเฉพาะตัวที่อบอวลด้วยความสุข ซึ่งอยากชวนให้คุณไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
และถ้าอยากรู้จักวิธีสนุกกับฤดูหนาวแบบชาวญี่ปุ่นเพิ่มเติม ทั้งเทศกาลหิมะ วันสิ้นปี และช่วงปีใหม่ ก็อย่าพลาดบทความด้านล่างนี้ด้วย