
คอร์สขับรถเที่ยวคาบสมุทรมิอุระแบบไปเช้าเย็นกลับ|เดินทางชมเมืองท่าที่มีเอกลักษณ์อย่างมิซากิและโยโกสุกะ
เดินเล่นพร้อมชมวิวชายฝั่งอันสวยงาม ลิ้มรสเมนูทูน่าสดใหม่ และเที่ยวชมย่านเมืองที่มีกลิ่นอายต่างประเทศพร้อมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ บนคาบสมุทรมิอุระ (Miura Peninsula) มีคอร์สขับรถเที่ยวที่ให้เพลิดเพลินกับเสน่ห์หลากหลายได้ใน 1 วัน
บทความนี้จะแนะนำคอร์สขับรถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ ผ่านมิซากิ (Misaki) เมืองท่าที่อุดมด้วยธรรมชาติ และโยโกสุกะ (Yokosuka) เมืองทหารเรือที่หล่อหลอมวัฒนธรรมเฉพาะตัวขึ้นมา
มาสัมผัสเสน่ห์หลากหลายของคาบสมุทรมิอุระตลอดทั้งวัน ตั้งแต่วิวชายฝั่งอันงดงามที่มีเฉพาะที่นี่ อาหารเมืองท่า ไปจนถึงสถานที่ทางประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งไฮไลต์และวิธีเพลิดเพลินของแต่ละจุดกันเถอะ
พื้นที่มิซากิ・โยโกสุกะเป็นสถานที่แบบไหน?
พื้นที่มิซากิ・โยโกสุกะตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรมิอุระ เป็นย่านที่รวมเมืองท่ามีเอกลักษณ์ ซึ่งเติบโตมาพร้อมกับทะเล
มิซากิเป็นที่รู้จักในฐานะท่าเรือขึ้นปลาทูน่า และเป็นเมืองท่าที่รายล้อมด้วยธรรมชาติพร้อมทิวทัศน์สวยงาม
ส่วนโยโกสุกะพัฒนาในฐานะเมืองทหารเรือ มีเสน่ห์อยู่ที่ย่านเมืองซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่างชาติ
แม้จะเป็นเมืองริมทะเลเหมือนกัน แต่การได้สัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่างกันคือเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่นี้


ออกเดินทางขับรถเที่ยวไปพบกับ 2 เมืองท่าที่เปี่ยมเอกลักษณ์จนน่าประทับใจ!
ทริปขับรถครั้งนี้เป็นเส้นทางเที่ยวเมืองท่าจากมิซากิไปยังโยโกสุกะ
ช่วงเช้าเดินเล่นที่สวนโจงาชิมะ (Jogashima Park) พร้อมรับลมทะเล แล้วเพลิดเพลินกับเมนูทูน่าและคาเฟ่ในแบบมิซากิ
ช่วงบ่ายมุ่งหน้าไปโยโกสุกะ เพื่อสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่างชาติที่ “เรืออนุสรณ์มิคาสะ (Memorial Ship Mikasa)” และถนนโดบุอิตะ (Dobuita Street)
ลองสนุกกับการพบเจอทิวทัศน์และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละเมืองท่า
10:00|เดินเล่นยามเช้าที่ “สวนโจงาชิมะ” พร้อมผ่อนคลายไปกับวิวสวยและเสียงทะเล
จุดแรกที่อยากให้แวะคือ “สวนโจงาชิมะ” ซึ่งตั้งอยู่ปลายใต้สุดของคาบสมุทรมิอุระ
เมื่อได้ยินว่าปลายใต้สุด อาจรู้สึกว่าเดินทางลำบาก แต่ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่ไปได้สบายและช่วยให้รีเฟรชได้เต็มที่
เมื่อเดินจากลานจอดรถไปเรื่อยๆ จะเข้าสู่เส้นทางไฮกิ้ง
แม้จะเรียกว่าไฮกิ้ง แต่ทางเดินปูอย่างดีและค่อนข้างราบ จึงไม่ต้องกังวลแม้ไม่มีรองเท้าพิเศษ
พอเดินผ่านอุโมงค์สีเขียว ก็จะได้ยินเสียงคลื่น เป็นช่วงเวลาเดินเล่นยามเช้าที่สดชื่นมาก

เมื่อเดินไปประมาณ 10 นาที แล้วทิวทัศน์เปิดกว้างขึ้นตรงหน้า ภาพที่เห็นเรียกได้ว่าสวยงามมาก
ทะเลสีฟ้าสดกับชั้นหินที่ซ้อนทับกันงดงามราวกับงานศิลปะ
สิ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษที่นี่คือ “อุมะโนะเซะโดมง (Umanose Domon)” ซึ่งถูกคลื่นกัดเซาะมาเป็นเวลายาวนาน
ว่ากันว่าชื่อนี้มาจากรูขนาดใหญ่ที่เปิดอยู่ในโขดหินและหินรูปโค้งที่เหลืออยู่ด้านบน ซึ่งดูคล้ายหลังม้า
มาดื่มด่ำกับทิวทัศน์งดงามของโจงาชิมะที่เกิดจากพลังธรรมชาติและการสะสมของกาลเวลากันเถอะ



12:00|รสชาติแบบเมืองท่า! ลิ้มลองทูน่าหายากให้อิ่มใจ
มิซากิเป็นที่รู้จักในฐานะ “เมืองทูน่า” ชั้นนำของญี่ปุ่น
ด้วยการประมงทูน่าที่เฟื่องฟูมาตั้งแต่ช่วงต้นยุคโชวะ (ปี 1926–1930) ปัจจุบันจึงเป็นท่าเรือที่ขึ้นปลาได้ในปริมาณระดับแนวหน้าของประเทศ และมีทูน่าหลากหลายชนิดจากทั่วโลกมารวมกัน
เมื่อมาเยือนมิซากิแล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดย่อมเป็นเมนูทูน่า
รอบท่าเรือมี “ย่านการค้ามิซากิชิตะมาจิ (Misaki Shitamachi Shopping Street)” ที่ยังคงบรรยากาศยุคโชวะไว้ชัดเจน เรียงรายด้วยร้านอาหารที่ให้ลิ้มลองส่วนหายากในแบบเมืองทูน่า เช่น ซาชิมิหัวใจทูน่าที่มีสัมผัสกรุบกรอบ และเนื้อแก้มทูน่า
ลองเดินเล่นในเมืองไปพร้อมกับค้นหาร้านที่ถูกใจสักร้าน

ถ้าอยากช้อปปิ้ง แนะนำให้ไปที่ “อุราริ มาร์เช่ (Urari Marche)” ซึ่งอยู่ติดกับท่าเรือมิซากิ
ที่นี่รวมร้านหลากสไตล์ ตั้งแต่ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านทูน่า อาหารทะเลมากมาย ผักท้องถิ่นสดใหม่ที่ได้รับความนิยมในชื่อผักมิอุระ ไปจนถึงร้านที่จำหน่ายกับข้าวสำเร็จรูปซึ่งใช้วัตถุดิบเหล่านั้น
เจ้าของร้านยังบอกวิธีกินให้อร่อยและวิธีปรุงให้ด้วย การพูดคุยแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความสนุกในแบบตลาด

- ที่อยู่
- บริเวณมิซากิ เมืองมิอุระ จังหวัดคานากาวะ
13:00|พักสักครู่กับโดนัทนุ่มฟูและพื้นที่เรโทรที่ “มิซากิโดนัท สาขาหลักมิซากิ”
หลังจากอิ่มอร่อยกับทูน่าแล้ว ก็ยังอยากสนุกกับของหวานต่อ
ในเวลาแบบนี้ ขอแนะนำ “มิซากิโดนัท สาขาหลักมิซากิ (Misaki Donuts Misaki Main Store)” ซึ่งปรับปรุงจากร้านนาฬิกาเดิมเมื่อปี 2012

ที่นี่เป็นร้านโดนัทเฉพาะทางที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้ได้ลิ้มลอง
ในตู้โชว์มีโดนัทสีสันสดใสประมาณ 15–20 ชนิดวางเรียงอยู่เสมอ ตั้งแต่เมนูมาตรฐานไปจนถึงเมนูจำกัดช่วงฤดูกาล
เป็นไลน์อัปที่ทำให้สนุกกับการเลือก
โดนัททรงกลมน่ารักให้สัมผัสนุ่มฟูทันทีเมื่อหยิบขึ้นมา เป็นจุดที่น่าประทับใจ
หลายคนกลายเป็นแฟนของสัมผัสเบาๆ ที่เกิดจากการผสมถั่วเหลืองลงในแป้ง แล้วนำไปทอดในเวลาสั้นๆ
ไม่ใช่แค่การตกแต่งบนผิวหน้าเท่านั้น ด้านในยังมีไส้ที่ใช้ผลไม้ท้องถิ่น เป็นต้น
ทุกคำที่กัด รสชาติของวัตถุดิบจะแผ่เต็มปาก และเข้ากับเนื้อแป้งได้อย่างยอดเยี่ยม
อยากให้ลองคู่กับกาแฟออริจินัลรสชาติสดชื่น ที่เบลนด์มาเพื่อช่วยขับความหวานให้เด่นขึ้น
เมนูแนะนำคือ “เลมอนครีมชีส” รสยอดนิยมมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้าน
ให้สัมผัสทั้งรสชีสเข้มข้นและกลิ่นเลมอนชัดเจนในเวลาเดียวกัน
ความลับอยู่ที่เปลือกเลมอนสับละเอียด เมื่อผสานกับครีมชีสเนียนนุ่ม จึงให้ความสดชื่นโดดเด่น



- ที่อยู่
- 3-3-4 มิซากิ เมืองมิอุระ จังหวัดคานากาวะ
- เวลาเปิด
- 11:00–17:00, วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10:00–18:00
- วันหยุด
- วันพุธ
- เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการ (ภาษาญี่ปุ่น)
13:30|ขับรถจากมิซากิไปยังเมืองท่าโยโกสุกะ
หลังจากกินโดนัทที่ “มิซากิโดนัท สาขาหลักมิซากิ” แล้ว ก็ออกเดินทางไปยังท่าเรือถัดไป
เพลิดเพลินกับการขับรถเลียบทะเลประมาณ 50 นาที มุ่งหน้าไปโยโกสุกะ
ระหว่างทางถ้ามีทิวทัศน์ที่ถูกใจ จะแวะจอดชมก็ได้
อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่ห้ามจอดหรือหยุดรถ จึงอย่าลืมปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

14:30|สัมผัสประวัติศาสตร์และความทรงพลังที่ “เรืออนุสรณ์มิคาสะ” สัญลักษณ์ของโยโกสุกะ
เมื่อมาถึงท่าเรือโยโกสุกะ จุดแรกที่อยากให้แวะคือ “เรืออนุสรณ์มิคาสะ” ที่โดดเด่นสะดุดตา
เป็นเรือรบที่มีบทบาทในสมัยเมจิ และเป็นหนึ่งใน “3 เรืออนุสรณ์สำคัญของโลก” เคียงคู่กับ “Victory” ของอังกฤษและ “Constitution” ของสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังเป็นเรือเหล็กที่เก่าแก่ที่สุดในโลกซึ่งยังคงเหลืออยู่
ปัจจุบันถูกตรึงและอนุรักษ์ไว้ภายในสวนมิคาสะ สามารถขึ้นไปบนเรือจริงและสัมผัสประวัติศาสตร์ได้อย่างใกล้ชิด

บริเวณดาดฟ้ามีปืนใหญ่ที่บูรณะในขนาดเท่าของจริงและหอบังคับการจัดแสดงในระยะที่สามารถเอื้อมมือสัมผัสได้ ให้ความรู้สึกน่าตื่นตาตื่นใจ
นอกจากนี้ยังได้เห็นเทคโนโลยีล้ำสมัยในยุคนั้น เช่น การสื่อสารไร้สาย รวมถึงได้มองเห็นส่วนหนึ่งของชีวิตทหารมากกว่า 900 นาย
ส่วนชั้นใต้ดินยังคงสภาพในสมัยนั้นไว้ และมีนิทรรศการแบบมีส่วนร่วมมากมาย ทั้งเครื่องแบบทหารและเหรียญตราของจริง รวมถึง VR และเครื่องจำลองการบังคับเรือ
เสน่ห์คือแม้ไม่เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ก็สนุกได้
ยังมีสมาร์ตโฟนไกด์รองรับภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ จีน และเกาหลี จึงเรียนรู้ได้ตามจังหวะของตัวเอง
วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ยังมีไกด์ทัวร์แบบไม่ต้องจองล่วงหน้าด้วย
เหมาะสำหรับผู้ที่อยากรู้ให้ลึกยิ่งขึ้น
ลองมองเข้าไปสัมผัสประวัติศาสตร์ที่รู้สึกได้เฉพาะในโยโกสุกะ เมืองที่เติบโตมาในฐานะเมืองทหารเรือ


- ที่อยู่
- ภายในสวนมิคาสะ 82-19 อินาโอกะโจ เมืองโยโกสุกะ จังหวัดคานากาวะ
- เวลาเปิด
- 9:30–17:30
- วันหยุด
- วันหยุดไม่แน่นอน
15:30|เดินเล่นสบายๆ ที่ย่านการค้า “ถนนโดบุอิตะ”
หลังจากชม “เรืออนุสรณ์มิคาสะ” แล้ว ไปต่อที่ “ถนนโดบุอิตะ” ซึ่งให้สัมผัสวัฒนธรรมในแบบโยโกสุกะ
เป็นย่านการค้าที่เติบโตขึ้นในฐานะย่านหน้าประตูฐานทัพเรือสหรัฐฯ โยโกสุกะ มีร้านอาหารที่ติดป้ายภาษาอังกฤษ ร้านขายของจิปาถะ และร้านเฉพาะทางสกาจังเรียงรายอยู่สองข้างทาง
เมื่อเดินไปตามถนน จะได้สัมผัสบรรยากาศเฉพาะตัวที่วัฒนธรรมญี่ปุ่นและอเมริกันผสมผสานกัน
โดยเฉพาะสกาจังซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของโยโกสุกะนั้นควรชมเป็นพิเศษ
ลองสัมผัสวัฒนธรรมเฉพาะของโยโกสุกะไปพร้อมกับเพลิดเพลินกับย่านเมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายต่างประเทศ

16:30|ทำความรู้จักความคลาสสิกของอเมริกันไดเนอร์ผ่านเมนูจานเดียวของร้านเก่าแก่ “HONEY BEE”
“HONEY BEE” ตั้งอยู่ตรงหัวมุมที่ออกจากถนนสายหลักของถนนโดบุอิตะไปทางถนนทางหลวงหมายเลข 16
ที่นี่คืออเมริกันไดเนอร์ที่ให้เพลิดเพลินกับรสชาติคลาสสิกซึ่งไม่เปลี่ยนไปตั้งแต่เปิดร้านในปี 1968

เมนูที่ได้ชิมที่นี่คือ “BREAK FAST” ซึ่งมีชื่อว่าอาหารเช้า
ไม่ว่าจะเป็นเวลาใด อาหารมื้อแรกที่กินในวันนั้นเรียกว่า “BREAK FAST” และเป็นหนึ่งในเมนูตัวแทนของ “HONEY BEE”
ที่ “HONEY BEE” สามารถสั่งได้ทุกช่วงเวลา
แม้จะรู้สึกอยากลองเนวีเบอร์เกอร์ซึ่งเป็นเมนูเด่นของร้าน แต่ BREAK FAST จานนี้เป็นเพลตยอดเยี่ยมที่ยิ่งกินก็ยิ่งอยากกลายเป็นลูกค้าประจำของร้าน
เบคอนที่ร้านหั่นด้วยมือเองผ่านการรมควัน มีความหนากำลังดีแต่ไขมันให้รสท้ายสะอาดสดชื่น เป็นเมนูหรูหราที่เสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์และไข่ดาวถึง 2 ฟอง
ในโยโกสุกะ เมืองที่หลากหลายวัฒนธรรมผสมผสานกัน รสชาติธรรมดาแบบนี้ทำให้รู้สึกจากใจว่าอยากให้คงอยู่คู่เมืองนี้ต่อไป



- ที่อยู่
- 2-1 ฮนโจ เมืองโยโกสุกะ จังหวัดคานากาวะ
- เวลาเปิด
- 11:30–23:00
- วันหยุด
- ไม่มีวันหยุด
- เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการ (ภาษาญี่ปุ่น)
18:00|ปิดท้ายทริปเที่ยวท่าเรือที่ “สวนมิคาสะ” ซึ่งประดับไฟยามค่ำ
ช่วงสุดท้ายของทริปขับรถ กลับไปที่ “สวนมิคาสะ” อีกครั้ง
“เรืออนุสรณ์มิคาสะ” ที่สว่างไสวด้วยแสงไฟอ่อนๆ ให้บรรยากาศแตกต่างจากความหนักแน่นและทรงพลังที่รู้สึกได้ในเวลากลางวัน
ภายในสวนมีม้านั่งตั้งอยู่มากมาย ช่วงเวลาที่ได้นั่งพักอย่างสบายๆ พร้อมรับลมทะเลก็ให้ความรู้สึกดี
เมื่อถึงกลางคืน น้ำพุในสวนจะถูกประดับไฟหลากสี
อยากให้ลองไปสัมผัสทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศชวนฝันด้วยตัวเอง

บทสรุป
ทั้งวิวชายฝั่งอันงดงาม อาหารเมืองท่า การพบเจอประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่างชาติ การเที่ยวมิซากิและโยโกสุกะทำให้เพลิดเพลินกับเสน่ห์หลากหลายของคาบสมุทรมิอุระได้ครบใน 1 วัน
เมื่อได้ไปเยือน 2 เมืองท่าที่แม้จะเป็นเมืองริมทะเลเหมือนกัน แต่มีสีสันแตกต่างกัน ก็น่าจะได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ
ลองออกไปขับรถเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์กันดูไหม
ผู้เขียน
นักแสดง・ผู้สื่อข่าวท่องเที่ยว
มิซึกิ ซายาโกะ (Mizuki Sayako)
ผู้สื่อข่าวท่องเที่ยวที่อยากส่งต่อการเดินทางที่ตรึงใจ
