ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ระดับโลกแห่งนี้สูง 112.5 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 เมตร ใช้เวลาหมุนครบ 1 รอบประมาณ 15 นาที ในวันที่อากาศแจ่มใส สามารถชมวิวได้ไกลถึงภูเขาอิโคมะ (Mount Ikoma) ในจังหวัดนาระ (Nara) ทางทิศตะวันออก สะพานอาคาชิไคเคียว (Akashi Kaikyo Bridge) ในจังหวัดเฮียวโกะ (Hyogo) ทางทิศตะวันตก สนามบินนานาชาติคันไซ (Kansai International Airport) ทางทิศใต้ และบริเวณภูเขาร็อกโกะ (Mount Rokko) ทางทิศเหนือ ให้ความรู้สึกราวกับได้เที่ยวชมทั่วภูมิภาคคันไซ (Kansai) ทั้งที่ยังอยู่ในโอซาก้า (Osaka) ระหว่างโดยสารจะมีเสียงบรรยายเกี่ยวกับทิวทัศน์ภายในกระเช้าเป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ
จากกระเช้าทั้งหมด 60 กระเช้า มี 3 กระเช้าที่ออกแบบให้ผู้ใช้วีลแชร์สามารถขึ้นโดยสารได้โดยตรง อีก 8 กระเช้าเป็นแบบซีทรู โปร่งใสรอบทิศทางตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ให้สัมผัสเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากทดสอบความกล้า!
ยามค่ำคืน ชิงช้าสวรรค์จะส่องประกายด้วยการประดับไฟซึ่งใช้เทคนิคที่นำมาใช้กับชิงช้าสวรรค์เป็นครั้งแรกของโลก และได้รับรางวัล Good Design Award ประจำปีงบประมาณ 2015 แสงไฟ LED เนรมิตทั้งลวดลายดอกไม้ไฟขนาดใหญ่และศิลปะคาไลโดสโคปยักษ์สีสันสดใส พร้อมแสดงพยากรณ์อากาศของวันถัดไปในรูปแบบแอนิเมชัน ทำให้ชิงช้าสวรรค์เปลี่ยนโฉมเป็นภาพอันชวนฝัน เมื่อขึ้นโดยสารก็จะได้เพลิดเพลินกับการเดินเล่นกลางอากาศแสนโรแมนติก จึงเป็นสถานที่เหมาะสำหรับสร้างความทรงจำ
บริเวณด้านข้างยังมีสถานที่ต่าง ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Kaiyukan) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เท็มโปซังมาร์เก็ตเพลส (Tempozan Marketplace) ซึ่งมีทั้งร้านค้าและศูนย์อาหาร รวมถึงสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (Starbucks Coffee) หลังขึ้นชิงช้าสวรรค์แล้ว ลองแวะเที่ยวรอบ ๆ กันต่อได้
จุดเด่น
-
ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ระดับโลก สูง 112.5 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 เมตร
-
ชมทิวทัศน์เมืองโอซาก้าได้ทั่วจากบนฟ้า
-
ยามค่ำคืนจะได้สัมผัสบรรยากาศชวนฝันจากการประดับไฟ