ริมทะเลสาบบิวะทางตะวันตกเฉียงเหนือ มีศาลเจ้าเก่าแก่แห่งหนึ่งของแคว้นโอมิที่เชื่อกันว่ามีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปี ภายในทะเลสาบฝั่งตรงข้ามถนนหลวงหมายเลข 161 มีเสาโทริอิขนาดใหญ่ทาสีแดงชาดตั้งอยู่ ภาพทิวทัศน์ชวนให้นึกถึงศาลเจ้าอิสึกุชิมะในมิยาจิมะ จังหวัดฮิโรชิมะ จนที่นี่ได้รับฉายาว่า “อิสึกุชิมะแห่งโอมิ”
ที่นี่เป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าชิราฮิเกะที่มีอยู่มากมายทั่วญี่ปุ่น โดยประดิษฐานเทพซารุตาฮิโกะโนะมิโคโตะ (Sarutahiko no Mikoto) ตามชื่อ “ชิราฮิเกะ” ซึ่งหมายถึงหนวดเคราสีขาว ศาลเจ้าแห่งนี้จึงได้รับความศรัทธามาแต่โบราณในฐานะเทพแห่งอายุยืน และเชื่อกันว่าช่วยเสริมสิริมงคลด้านอายุยาว ยังมีผู้คนเดินทางมาขอพรเรื่องความรัก โชคลาภ และความสำเร็จในการเรียน อีกทั้งยังได้รับการนับถือทั่วประเทศในฐานะ “เทพแห่งการชี้นำ” สำหรับการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงานต่าง ๆ ของผู้คน
ศาลาหลักที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1603 จากการอุทิศทรัพย์ของฮิเดโยริ บุตรของโทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ตามคำสั่งเสียของบิดา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ อีกทั้งยังมีโคมไฟหินถาวรที่สลักข้อความว่าก่อสร้างในเดือน 8 ปีเท็มโปที่ 4 (ค.ศ. 1833) ให้ชมด้วย ภายในบริเวณยังมีแผ่นศิลาจารึกบทกวีของกวีชื่อดังมากมาย เช่น มุราซากิ ชิคิบุ มัตสึโอะ บาโช และโยซาโนะ เท็กคัง กับ อากิโกะ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ลองเดินเล่นอย่างสบาย ๆ แล้วซึมซับบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับชมจุดน่าสนใจต่าง ๆ กัน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทิวทัศน์ลึกลับงดงามของเสาโทริอิใหญ่ที่ดูเหมือนลอยอยู่บนทะเลสาบบิวะ กลายเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย ทำให้มีนักท่องเที่ยววัยรุ่นจำนวนมากเดินทางมาเยือนในฐานะจุดพลังและจุดชมวิวสุดประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นพระอาทิตย์ขึ้นที่มองผ่านเสาโทริอิ ความตัดกันของท้องฟ้าสีฟ้ากับสีแดงชาด หรือภาพยามค่ำคืนที่มีแสงไฟของเกาะและดวงจันทร์เป็นฉากหลัง เสาโทริอิแห่งนี้มีเสน่ห์หลากหลายมุมที่อยากให้ลองมาชมด้วยตัวเอง
จุดเด่น
-
สัญลักษณ์เด่นของที่นี่คือเสาโทริอิขนาดใหญ่ทาสีแดงชาดที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบบิวะ
-
เป็นทั้งจุดพลังและจุดชมวิวสวยที่ดึงดูดนักท่องเที่ยววัยรุ่นจำนวนมากให้มาเยี่ยมชมและสักการะ
-
มีความเชื่อว่าสามารถขอพรได้หลายด้าน ทั้งเรื่องอายุยืน ความรัก และโชคลาภ
-
ภายในมีจุดน่าสนใจหลายแห่ง เช่น ศาลาหลักที่เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ และแผ่นศิลาจารึกบทกวีของกวีชื่อดัง
-
ทิวทัศน์อันลึกลับของเสาโทริอิใหญ่ถูกพูดถึงอย่างมากในโซเชียลมีเดีย