บนเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ เรื่องราวของไข่มุกและผู้คนที่เกี่ยวข้องถูกถ่ายทอดให้ชมอย่างใกล้ชิด ที่นี่คือเกาะไข่มุกมิกิโมโตะ (Mikimoto Pearl Island) สถานที่ที่มิกิโมโตะ โคคิจิ (Mikimoto Kokichi) ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงไข่มุกเป็นครั้งแรกของโลกในปี 1893 ภายในเกาะสามารถชมพิพิธภัณฑ์ไข่มุก พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์มิกิโมโตะ โคคิจิ และการสาธิตดำน้ำของอามะ
ภายในพิพิธภัณฑ์ไข่มุกมีทั้งเครื่องประดับโบราณจากยุคไข่มุกธรรมชาติ และงานศิลปหัตถกรรมที่ใช้ไข่มุกจัดแสดง นอกจากนี้ยังมีมุมที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญอธิบายกลไกการเกิดไข่มุกโดยใช้ของจริง ตัวอย่างจัดแสดง และวิดีโอประกอบอย่างเข้าใจง่าย
พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์มิกิโมโตะ โคคิจิ เป็นสถานที่ที่สามารถติดตามชีวิตของโคคิจิ ผู้เกิดในครอบครัวร้านอุด้งที่เมืองโทบะ ก้าวสู่ความสำเร็จในฐานะราชาไข่มุก และมีชีวิตจนถึงอายุ 96 ปี ตามลำดับเวลา ทิวทัศน์จาก “ชินจูคาคุ” (Shinjukaku) บ้านที่โคคิจิใช้ชีวิตในบั้นปลายก็งดงามมากเช่นกัน
ในอดีต อามะหรือนักดำน้ำหญิงมีบทบาทสำคัญในการเพาะเลี้ยงไข่มุกด้วย ที่นี่สามารถชมการสาธิตที่อามะดำน้ำตัวเปล่าลงไปลึก 5–6 เมตรเพื่อเก็บหอยได้
ภายในเกาะที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียวยังมีจุดเสริมพลังหลายแห่ง ด้านหน้า “ทามะโนะมิยะ” (Tama no Miya) ซึ่งกล่าวกันว่ามิกิโมโตะ โคคิจิเคยมาสักการะอยู่เป็นประจำ มีบ่อน้ำเก่าแก่ที่เรียกว่า “บ่อแห่งคำอธิษฐาน” โดยมีตำนานเล่าว่า หากเขียนคำอธิษฐานลงบนหอยอะโกยะข้างบ่อแล้วโยนลงไป สักวันหนึ่งคำขอนั้นจะเป็นจริง อีกจุดที่น่าสนใจคือขอบหินรูปหัวใจที่พบโดยบังเอิญ และมีชื่อเล่นว่า “หินเลิฟเลิฟ”
จุดเด่น
-
นิทรรศการหลากหลาย ช่วยให้เรียนรู้เรื่องไข่มุกได้อย่างครบถ้วน
-
มีทั้งร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องประดับไข่มุกคุณภาพสูงและร้านอาหาร
-
ของฝากยอดนิยมอันดับ 1 คือมาเดอลีนสูตรดั้งเดิมที่ผสมแคลเซียมจากไข่มุก