ถ้าเอ่ยถึงศาลเจ้าฮาจิมันที่ผู้คนศรัทธาและเรียกกันว่า “ฮาจิมันซามะ” ทั่วญี่ปุ่น มีมากกว่า 40,000 แห่งเลยทีเดียว และถือว่าเป็นประเภทศาลเจ้าที่มีจำนวนมากที่สุด ในบรรดานั้น ศาลเจ้าหลักสูงสุดคือศาลเจ้าอุสะจิงู (Usa Jingu) ก่อตั้งขึ้นในปีที่ 2 แห่งรัชศกจิงกิ (ค.ศ. 725) ในฐานะศาสนสถานลำดับที่ 2 รองจากศาลเจ้าอิเสะ จิงูกู จึงได้รับความเคารพนับถือจากราชสำนักด้วย
บริเวณศาลเจ้าชั้นบน (คามิมิยะ) มีประตูทูตจักรพรรดิ “โชคุชิมง” ที่ทาด้วยสีแดงชาดสดใสซึ่งเปรียบเสมือนหน้าตาของศาลเจ้าอุสะจิงู อาคารหลักที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติอยู่ด้านในของประตูนี้ โดยศาลที่หนึ่งประดิษฐานจักรพรรดิโอจิน (ฮาจิมันโอกามิ), ศาลที่สองประดิษฐานฮิเมโอกามิ และศาลที่สามประดิษฐานจักรพรรดินีจิงงู ผู้เป็นพระมารดาของจักรพรรดิโอจิน ฮาจิมันโอกามิเป็นเทพที่ได้รับความศรัทธาอย่างกว้างขวางทั่วญี่ปุ่น และเชื่อกันว่าด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์อันเข้มแข็งจะมอบพรให้ในหลากหลายด้าน ศาลเจ้าชั้นล่าง (ชิโมมิยะ) ก็ประดิษฐานเทพเจ้าองค์เดียวกันด้วย แนะนำให้แวะสักการะให้ครบทั้งสองฝั่งนะ พิธีสักการะคือ “คำนับ 2 ครั้ง ตบมือ 4 ครั้ง คำนับ 1 ครั้ง” ซึ่งต่างจากแบบทั่วไปที่ตบมือ 2 ครั้ง โดยธรรมเนียมดั้งเดิมของที่นี่คือตบมือ 4 ครั้ง
สะพานคุเระบาชิที่มีหลังคาคลุมซึ่งทอดข้ามทางด้านตะวันตกของศาลเจ้า มีมาตั้งแต่ก่อนยุคคามาคุระ และเคยเป็นเส้นทางที่ทูตจักรพรรดิ (ผู้แทนของจักรพรรดิ) ใช้สัญจร ปัจจุบันประตูของสะพานแห่งนี้จะเปิดเฉพาะช่วงเทศกาลโชคุชิไซซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 10 ปีเท่านั้น
จุดเด่น
-
ศาลเจ้าหลักสูงสุดของศาลเจ้าฮาจิมันที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และเป็นพาวเวอร์สปอตตัวแทนของจังหวัดโออิตะ
-
ตัวอาคารหลักได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติ
-
พิธีสักการะของที่นี่ใช้ “คำนับ 2 ครั้ง ตบมือ 4 ครั้ง คำนับ 1 ครั้ง” ไม่ใช่แบบทั่วไป “คำนับ 2 ครั้ง ตบมือ 2 ครั้ง คำนับ 1 ครั้ง”
-
สะพานคุเระบาชิที่มีมาตั้งแต่ก่อนยุคคามาคุระ เปิดให้ผ่านได้เฉพาะช่วงเทศกาลโชคุชิไซที่จัดขึ้นทุกๆ 10 ปีเท่านั้น