• ที่นี่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมทำงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิม และสัมผัสเทศกาลญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมได้ด้วย

    เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หายากและมีคุณค่ามาก ช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมของเมืองฟุจูได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

  • ชอบสถานที่แบบนี้ที่มีทั้งโซนกิจกรรมให้ลองและมีต้นบ๊วยเยอะ ๆ จนบรรยากาศเหมือนสวนสาธารณะ

    หลังจากเดินชมเสร็จก็ยังออกมาเดินเล่นถ่ายรูปข้างนอกต่อได้ด้วย

    แนะนำว่าถ้ามาที่นี่ ควรเผื่อเวลาช่วงบ่ายไว้ครึ่งวัน

  • บ้านโบราณที่นี่มีเอกลักษณ์มาก เหมาะกับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติและประวัติศาสตร์

  • ดอกไม้ที่นี่ก็สวยมากเช่นกัน ตลอดทางเดินบานเต็มไปด้วยดอกบ๊วย

  • ในสวนมีดอกไฮเดรนเยียเยอะมากและสวยมาก แถมค่าเข้าชมก็ถูกมากด้วย

  • เป็นจุดชมดอกไฮเดรนเยียที่ต้องไปทุกหน้าร้อนของทุกปี

    ไม่ใช่แค่ดอกไม้สวย อากาศก็ดี แถมคนน้อยด้วย แนะนำมากเลย~

  • มาเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเพราะมีดอกไม้หลายชนิดให้ชม

    ช่วงดอกบ๊วยบานกับเทศกาลไฮเดรนเยียเป็นไฮไลต์ที่สุด

    ป่ากว้างทั้งผืนเหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์เลย

  • ที่นี่นักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วไปยังไม่ค่อยเยอะ ถือเป็นเหมือนสถานที่ลับๆ ส่วนตัว

    ช่วงเดือน 2 ถึง 3 ชมดอกบ๊วยได้ เดือน 4 ชมซากุระได้ และเดือน 6 มีเทศกาลไฮเดรนเยีย

    ไฮเดรนเยียกว่าหมื่นต้นบานพร้อมกัน สวยมาก

  • เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยมาก จุดเด่นคือในเขตพิพิธภัณฑ์มีลานสนามหญ้าและสวนบ๊วย ช่วงหน้าร้อนก็ยังมีบ่อน้ำให้เล่นได้ด้วย