• อดีตสถานกงสุลอังกฤษประจำเมืองฮาโกดาเตะตั้งอยู่ในบริเวณสวนสาธารณะโมโตมาจิเช่นกัน หลังจากเที่ยวชมหอประชุมสาธารณะเก่าของเขตฮาโกดาเตะแล้วก็สามารถแวะเข้าชมต่อได้เลย สถานที่ท่องเที่ยวรอบ ๆ อยู่รวมกัน ทำให้เดินเที่ยวได้ค่อนข้างสะดวก พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ในย่านโมโตมาจิยังมีบัตรเข้าชมแบบรวมที่ใช้เข้าชมสถานที่หลายแห่งได้ในครั้งเดียว ซึ่งคุ้มค่ากว่าในด้านราคา เมื่อเข้าไปแล้ว จุดแรกที่เห็นคือร้านจำหน่ายของที่ระลึก ภายในมีสินค้าน่ารักมากมายในสไตล์อังกฤษที่ใช้ดอกไม้และพรรณไม้ในชนบทเป็นองค์ประกอบ ซึ่งไม่ค่อยพบเห็นในญี่ปุ่น

    ส่วนพื้นที่จัดแสดงภายในอาคารทำให้ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของฮาโกดาเตะและสถานกงสุลอังกฤษ ทั้งพื้นที่ทำงานและบรรยากาศการใช้ชีวิตของสถานกงสุลในสมัยนั้น ตลอดจนการจัดแสดงโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้อง การจัดวางสิ่งของในห้องต่าง ๆ ช่วยให้สัมผัสบรรยากาศการใช้ชีวิตในยุคนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สนุกกว่าที่คาดไว้เสียอีก〜

  • เดินจากสวนโมโตมาจิประมาณ 1 นาทีก็ถึง ตั้งอยู่ทางขวามือของเนินโมโตอิซากะเมื่อมุ่งหน้าไปยังท่าเรือฮาโกดาเตะ สถานกงสุลแห่งนี้เคยประสบเหตุไฟไหม้สองครั้ง ก่อนจะสร้างขึ้นใหม่จนแล้วเสร็จในสมัยโชวะ ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของเมืองฮาโกดาเตะ

    เดิมคิดว่าสถานกงสุลคงให้ความรู้สึกเคร่งขรึมแบบสถานที่ราชการ แต่พอเดินเข้าไปใกล้จริง ๆ กลับดูคล้ายคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีสวนสไตล์ยุโรป ด้านหน้ามีประตูบานคู่ เมื่อเดินเข้าไปในลานก็มีสวนตกแต่งแบบเรียบง่าย โดยรวมดูมีเอกลักษณ์มาก จุดที่ดึงดูดที่สุดของอาคารนี้คือหลังคา ซึ่งใช้กระเบื้องหลังคาแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ผสมกับโทนสีฟ้าและขาว จึงให้บรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนอย่างคาดไม่ถึง แตกต่างจากอาคารเก่าแก่ของญี่ปุ่นในภาพจำทั่วไปมาก

    เราแวะอยู่ที่นี่สักพักและถ่ายรูป ก่อนจะเดินเล่นต่อไปยังโกดังอิฐแดงคาเนโมริ〜ถ้าค่อย ๆ เดินเที่ยวไปตามย่านโมโตมาจิของฮาโกดาเตะ จะพบว่าอาคารแต่ละหลังมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เหมาะมากกับการเดินชม ถ่ายรูป และเที่ยวไปเรื่อย ๆ

  • ข้างในอดีตกงสุลอังกฤษมีคาเฟ่ด้วย แวะมานั่งจิบน้ำชายามบ่ายและชิมชาอังกฤษได้ ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ยุโรป

    ก่อนกลับยังแวะซื้อชุดน้ำชาหรือของฝากจากร้านได้อีกด้วย