อะลินามิน EX Plus
อะลินามิน EX Plus ช่วยบรรเทาอาการทรมานของคนยุคใหม่ที่แม้นอนแล้วก็ยังไม่หาย เช่น อาการล้าของดวงตา ปวดตึงไหล่ และปวดเอว แบรนด์อะลินามินถือกำเนิดมาแล้ว 65 ปี
ยาที่ผู้ใหญ่รีเควสต์โดยเฉพาะ
อะลินามิน EX Plus
อะลินามิน EX Plus ช่วยบรรเทาอาการทรมานของคนยุคใหม่ที่แม้นอนแล้วก็ยังไม่หาย เช่น อาการล้าของดวงตา ปวดตึงไหล่ และปวดเอว แบรนด์อะลินามินถือกำเนิดมาแล้ว 65 ปี

ยาที่ผู้ใหญ่รีเควสต์โดยเฉพาะ
ริวคาคุซัง ไดเร็กต์
“ริวคาคุซัง” ยาอมและยาสำหรับคอที่ใช้ในญี่ปุ่นมานานกว่า 200 ปี สำหรับอาการไอ เสมหะ และระคายคอ จากแบรนด์ “ริวคาคุซัง” มีทั้งแบบผงแกรนูล “ริวคาคุซัง ไดเร็กต์ สติ๊ก” และแบบเม็ดอม “ริวคาคุซัง ไดเร็กต์ โทรช” แบบสติ๊กมีรสมินต์และรสพีช

ยาดีสำหรับคอ เป็นของที่ต้องมีในกล่องยา
จาการิโกะ
ขนมมันฝรั่งยอดนิยมที่มีเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ เป็นขนมแท่งในถ้วย พกพาสะดวก รสคลาสสิก ได้แก่ สลัด ชีส มันฝรั่งเนย และทาราโกะเนย รสสลัดซึ่งได้รับความนิยมที่สุดมีแครอทและพาร์สลีย์ผสมอยู่ นอกจากนี้ยังมีรสชาติแบบจำกัดช่วงเวลาและจำกัดเฉพาะภูมิภาคด้วย

ของที่ต้องซื้อทุกครั้งเวลาไปร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น รสลิมิเต็ดก็อร่อยเหมือนเดิม
หมู่บ้านหัตถกรรมดั้งเดิมคากะ ยูโนะคุนิ โนะ โมริ
ภายในพื้นที่สีเขียวร่มรื่น มี “เรือน” สำหรับทำกิจกรรมหัตถกรรมดั้งเดิมของจังหวัดอิชิคาวะกระจายอยู่ทั้งหมด 11 หลัง มีคอร์สมากกว่า 50 แบบ เช่น ย้อมลายสเตนซิลแบบยูเซ็น เครื่องเขินวาจิมะ ติดแผ่นทอง ทำแก้วเป่า และปั้นด้วยมือ ให้ลองสัมผัสหัตถกรรมดั้งเดิมหลากหลายของจังหวัดอิชิคาวะได้อย่างง่ายๆ นอกจากนี้ยังมีห้องชงชา ร้านอาหารที่ได้ลิ้มรสอาหารท้องถิ่น และร้านของฝากที่มีขนมขึ้นชื่อ สาเกท้องถิ่น สินค้าพิเศษประจำถิ่น และงานหัตถกรรมดั้งเดิม จึงเหมาะกับการใช้เวลาสบายๆ ได้ตลอดทั้งวัน ฤดูใบไม้ผลิมีซากุระ ส่วนฤดูใบไม้ร่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็สวยงาม เดินเล่นในป่าก็เพลินไม่แพ้กัน



มีกิจกรรม DIY งานหัตถกรรมดั้งเดิมให้เลือกเยอะมาก
โทจินโบ
โทจินโบเป็นหน้าผาสูงชันที่ถูกคลื่นกัดเซาะจนเกิดพื้นผิวขรุขระและดูดุดัน ได้รับการยกย่องเป็นสถานที่ทิวทัศน์งดงามมาตั้งแต่โบราณ หน้าผาหินที่ยิ่งใหญ่และขรุขระทอดยาวประมาณ 1 กม. และว่ากันว่าลักษณะรอยแตกแบบเสาหิน (columnar joints) ที่โดดเด่นเช่นนี้ มีอยู่เพียง 3 แห่งในโลก รวมถึงโทจินโบด้วย จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งทิวทัศน์งดงามแห่งชาติและอนุสรณ์ธรรมชาติของประเทศ



จิบกาแฟไป รับลมทะเลไป ถนนช้อปปิ้งก็คึกคักมาก อาหารทะเลสดและหวานอร่อย
ชิราคาวาโกะ (หมู่บ้านกัสโชสึคุริ)
“ชิราคาวาโกะ” เป็นพื้นที่งดงามที่ยังคงรักษาทิวทัศน์ชนบทดั้งเดิมของญี่ปุ่นเอาไว้ได้จนถึงปัจจุบัน ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ยังคงมีอาคารสไตล์กัสโชสึคุริหลงเหลืออยู่มากที่สุด โดยปัจจุบันมีมากกว่า 100 หลัง ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ (ค.ศ. 2016) นับเป็นหมู่บ้านกัสโชที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และได้รับการคัดเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมที่สำคัญของประเทศ





หมู่บ้านกัสโชไม่ได้มีแค่บ้านน่ารักเหมือนในนิทานเท่านั้น ยังมีร่องรอยการปรากฏตัวของหมีในธรรมชาติด้วย แต่สะพานเล็กและสายน้ำในชนบทก็ยังคงสงบเรียบง่าย เตือนให้รู้ว่าพลังของธรรมชาติกับความงามอันเงียบสงบสามารถอยู่ร่วมกันได้จริง
ย่านเมืองเก่าฮิดะทาคายามะ
ย่านเมืองเก่าฮิดะทาคายามะที่ยังคงบรรยากาศเมืองตั้งแต่สมัยเอโดะไว้จนถึงปัจจุบัน เต็มไปด้วยบ้านมาจิยะอันมีเสน่ห์และม่านร้านเก่าแก่ที่เรียงต่อเนื่องกัน จนได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่ยังคงภาพทิวทัศน์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นไว้ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของฮิดะ โดยมีบ้านมาจิยะแบบลูกกรงไม้ยื่นเรียงราย ให้สัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีโรงต้มสาเก คาเฟ่ที่ดัดแปลงจากบ้านโบราณ และร้านขายของจุกจิกให้เดินชมได้อย่างเพลิดเพลิน



ร้านค้าที่ผสมผสานความเก่าและใหม่ทำให้บ้านเก่าเหล่านี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ถนนสายเก่าไม่ได้เป็นแค่ความทรงจำอีกต่อไป แต่มีอะไรใหม่ๆ เติมเข้ามา
เดินอยู่ที่นี่แล้วเหมือนได้ข้ามผ่านกาลเวลา และในขณะเดียวกันก็เหมือนได้มองไปสู่มุมมองใหม่ของอนาคต
วัดเอเฮจิ
วัดหลักของนิกายโซโต เซนในญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในปีคันเง็นที่ 2 (ค.ศ. 1244) โดยท่านโดเก็นเซนจิ (Dogen) ในฐานะสำนักฝึกปฏิบัติซาเซ็น บนพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 330,000 ตร.ม. มีอาคารและศาลารวมมากกว่า 70 หลัง จัดวางโดยมี “ชิชิโด การัน” เป็นศูนย์กลาง และมีพระผู้ฝึกปฏิบัติมากกว่า 100 รูปมุ่งมั่นกับการปฏิบัติในทุกวัน



ต้นไม้เก่าแก่สูงตระหง่านราวกับกำลังต้อนรับผู้มาเยือน
เมื่อเราเดินเข้าสู่เอเฮจิ บรรยากาศอันเงียบสงบรอบด้านค่อย ๆ ทำให้กายและใจสงบนิ่ง ความผ่อนคลายเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ปราสาทกุโจฮาจิมัง
ปราสาทที่ตั้งอยู่บนยอดเขาฮาจิมัง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของย่านตัวเมืองกุโจฮาจิมัง จุดเริ่มต้นมาจากการที่เอ็นโด โมริคาซุ สร้างป้อมปราการเพื่อการศึกในปีเอโรคุที่ 2 (ค.ศ. 1559) หอคอยหลักในปัจจุบันเป็นอาคารไม้ที่สร้างขึ้นใหม่ในปีโชวะที่ 8 (ค.ศ. 1933) โดยอ้างอิงแบบจากปราสาทโองากิ และถือเป็นปราสาทไม้ที่สร้างขึ้นใหม่ซึ่งเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ยังคงอยู่

ไม่แออัดเหมือนปราสาทเก่าอื่นๆ เป็นปราสาทเก่าที่มีบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ เหมือนกำลังรอให้เราไปเยี่ยมชม
พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์อดีตศาลาว่าการกุโจฮาจิมัง
ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวแบบครบวงจรในอาคารสไตล์เรโทร ตั้งอยู่ที่กุโจฮาจิมัง เมืองปราสาทที่ยังคงบรรยากาศของย่านเก่าเอาไว้ อาคารสถาปัตยกรรมตะวันตกโครงสร้างไม้ 2 ชั้น สร้างขึ้นในปี 1936 มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 800 ตารางเมตร ดีไซน์กลมกลืนด้วยผนังไม้ตีซ้อนและหน้าต่างทรงยาว โครงหลังคาใช้โครงถักแบบทรัสที่นิยมในโรงยิมหรือหอประชุม จึงนับเป็นอาคารที่นำเทคโนโลยีล้ำสมัยในยุคนั้นมาใช้


พิพิธภัณฑ์แบบอินเทอร์แอ็กทีฟที่ทำให้ทุกคนสัมผัสได้ถึงความคึกคักของเทศกาล
สมกับฉายาโคโตะน้อย เป็นที่ที่เหมาะมากสำหรับเดินเล่นชิล ๆ บนเส้นทางเงียบสงบ