
11 เมนูอาหารท้องถิ่นคันโตที่อยากชวนให้ลองชิมเมื่อมาเยือนภูมิภาคคันโต
ถ้าพูดถึงภูมิภาคคันโต หลายคนน่าจะนึกถึงโตเกียวเป็นอย่างแรก แต่เมื่อค่อย ๆ มองลึกลงไปใน 1 มหานครและอีก 6 จังหวัดของภูมิภาคนี้ ก็จะเจออาหารท้องถิ่นที่ทำจากวัตถุดิบขึ้นชื่อของแต่ละพื้นที่อยู่มากมาย ตั้งแต่เมนูจากอาหารทะเลที่จับได้แถบอ่าวโตเกียวซึ่งในอดีตเรียกว่า “เอโดะมาเอะ” ไปจนถึงเมนูจากข้าวสาลีที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในพื้นที่ตอนใน ทุกวันนี้ เมนูที่กลายเป็นตัวแทนของอาหารญี่ปุ่นอย่างซูชิและเทมปุระเอง ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากฟาสต์ฟู้ดที่ขายตามแผงลอยในเอโดะหรือโตเกียว
จากอาหารท้องถิ่นมากมายของคันโต เราขอคัด 11 เมนูเด่นมาแนะนำ เผื่อจะช่วยให้คุณวางแผนทริปกินอร่อยได้ง่ายขึ้น
11 เมนูอาหารท้องถิ่นของคันโต
1. ซูชิเอโดะมาเอะ (โตเกียว)

ในบรรดาอาหารดั้งเดิมของญี่ปุ่น “ซูชิ” เป็นเมนูที่คนคุ้นเคยกันมาก และต้นแบบของนิกิริซูชิที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คือซูชิเอโดะมาเอะซึ่งถือกำเนิดในเอโดะ (Tokyo) จุดเด่นของซูชิเอโดะมาเอะไม่ได้อยู่แค่การปั้นปลาสดบนข้าวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรุงหน้าซูชิอย่างพิถีพิถัน เช่น การต้ม หรือการดองด้วยน้ำส้มสายชูอีกด้วย
2. สุกี้ยากี้ (โตเกียว)

ถ้าพูดถึงเมนูเนื้อวัวของญี่ปุ่น สุกี้ยากี้ก็มักเป็นจานที่หลายคนนึกถึง สุกี้ยากี้สไตล์คันโตจะใช้เครื่องปรุงที่เรียกว่า “วาริชิตะ” ซึ่งทำจากโชยุ น้ำตาล และสาเกเป็นหลัก แล้วใส่เนื้อวัว ต้นหอมญี่ปุ่น ชุงกิคุ และเต้าหู้ย่างลงไปเคี่ยวรวมกัน รสหวานเค็มของวาริชิตะเข้ากันได้ดีกับเนื้อวากิวลายสวย จนเป็นเมนูหรูที่น่าลองชิมสักครั้ง
3. เทมปุระ (โตเกียว)

เทมปุระที่นำอาหารทะเลหรือผักมาชุบแป้งแล้วทอดให้กรอบฟู นับเป็นหนึ่งในอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของโตเกียว เมนูนี้ถือกำเนิดขึ้นในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1600–1868) ในฐานะอาหารแผงลอยที่กินได้รวดเร็วและราคาเข้าถึงง่าย รสชาติของเทมปุระนั้นขึ้นอยู่กับฝีมือช่างอย่างมาก ทั้งสัดส่วนของแป้งชุบทอดที่ทำจากน้ำ แป้ง และไข่ รวมถึงการกะอุณหภูมิน้ำมันให้เหมาะกับวัตถุดิบแต่ละชนิด
4. เกี๊ยวซ่าอุสึโนะมิยะ (โทจิงิ)

เกี๊ยวซ่าอุสึโนะมิยะ (Utsunomiya Gyoza) มีจุดเด่นที่ใช้ผักเป็นไส้ในปริมาณมาก ให้รสหวานอ่อน ๆ และกินง่ายแบบเฮลท์ตี้ ในหลายพื้นที่ เกี๊ยวซ่ามักกินกับน้ำส้มสายชู โชยุ และน้ำมันพริก แต่เกี๊ยวซ่าอุสึโนะมิยะนิยมกินกับน้ำส้มสายชูและน้ำมันพริกเป็นหลัก ที่นี่ยังมีธีมพาร์กเกี่ยวกับเกี๊ยวซ่าซึ่งรวมร้านดังไว้มากมาย และปัจจุบันมีผู้คนเดินทางมาอุสึโนะมิยะเพื่อตามชิมเกี๊ยวซ่ามากถึงปีละ 800,000 คน
5. ซันมะเม็ง (คานากาวะ)

ซันมะเม็ง (Sanma Men) เป็นเมนูเส้นที่มีต้นกำเนิดในโยโกฮามะ เมืองที่มีไชน่าทาวน์ชื่อดัง โดยนำผักอย่างถั่วงอก ผักกาดขาว และเห็ดหูหนูที่ผัดพอสุกกรุบ รวมถึงเนื้อหมู มาปรุงเป็นราดหน้าข้นแล้วโปะบนราเม็งเส้นเล็ก เพราะเป็นเมนูร้อน กินได้นานไม่ค่อยเย็นและให้ปริมาณจุใจ จึงค่อย ๆ ได้รับความนิยมและเติบโตเป็นอาหารท้องถิ่นที่มีเสิร์ฟตามร้านอาหารจีนทั่วจังหวัด
6. สตามินะ ฮิยาชิ ราเม็ง (อิบารากิ)

สตามินะ ฮิยาชิ ราเม็ง เป็นราเม็งที่นำเส้นหนานุ่มหนึบไปลวกแล้วแช่น้ำเย็นให้เส้นกระชับ ก่อนราดด้วยน้ำข้นร้อน ๆ ด้านบน ในราดหน้านั้นมีทั้งตับ ฟักทอง กุยช่าย และแครอตซึ่งเป็นผักสีเขียวและเหลืองอย่างเต็มที่ ปรุงรสด้วยโชยุหวานเค็ม เป็นอาหารท้องถิ่นที่ได้สนุกกับทั้งความหนึบของเส้นและสัมผัสหลากหลายของเครื่อง
7. หม้อไฟปลาอังโค (อิบารากิ)

8. คัตสึอุระ ทันตัมเม็ง (ชิบะ)

คัตสึอุระ ทันตัมเม็ง (Katsuura Tantanmen) ถือกำเนิดขึ้นในพื้นที่คัตสึอุระ จังหวัดชิบะ เมืองที่มีผู้คนทำอาชีพประมงอาศัยอยู่มาก ว่ากันว่าเมนูนี้ถูกคิดขึ้นเพื่อช่วยให้ชาวประมงและนักดำน้ำเก็บหอยอบอุ่นร่างกายในฤดูหนาว จุดที่ต่างจากตันตันเม็งทั่วไปคือการใช้ซุปไก่ใสซึ่งมีน้ำมันพริกลอยอยู่มากจนเป็นสีแดงสด แล้วเติมเครื่องอย่างหัวหอม เนื้อบด กุยช่าย และต้นหอมลงไป
9. โคโนะสุ คาวาฮาบะ อุด้ง (ไซตามะ)

จุดเด่นของโคโนะสุ คาวาฮาบะ อุด้ง (Konosu Kawahaba Udon) คือเส้นทำมือหน้ากว้างถึง 8–10 ซม. หรือประมาณ 3 นิ้ว มองดูคล้ายสายน้ำไหล ซึ่งก็สมชื่อ เพราะเมนูท้องถิ่นสุดยูนีคนี้ถือกำเนิดขึ้นโดยอ้างอิงจากความกว้างของแม่น้ำอารากาวะที่ไหลผ่านเมืองโคโนะสุและได้ชื่อว่ากว้างที่สุดในญี่ปุ่น แม้ความกว้าง รูปร่าง และรสชาติของเส้นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน แต่ความน่าจดจำหลังได้ลองชิมนั้นเหมือนกันทุกแห่ง
10. วาราจิคัตสึด้ง (ไซตามะ)

วาราจิคัตสึด้งเป็นข้าวหน้าหมูทอดที่ให้ปริมาณแน่นจนหมูทอดล้นออกมาจากชาม เป็นอาหารท้องถิ่นของจิจิบุในจังหวัดไซตามะ และตามชื่อของมัน มาตรฐานคือวางทงคัตสึชิ้นใหญ่บางยาวคล้ายรองเท้าฟางจำนวน 2 ชิ้นลงบนข้าวร้อน ๆ ก่อนเสิร์ฟจะนำไปชุบซอสรสหวานเค็มสูตรเฉพาะของแต่ละร้านแบบเร็ว ๆ ทำให้อร่อยแบบเรียบง่ายแต่เต็มอิ่ม
11. มิซุซาวะอุด้ง (กุมมะ)

จังหวัดกุมมะเป็นแหล่งผลิตข้าวสาลีสำคัญมาแต่โบราณ จึงขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง และในบรรดาอุด้งเหล่านั้น มิซุซาวะอุด้งเป็นเมนูที่มีประวัติยาวนานถึงประมาณ 400 ปี เส้นที่ค่อนข้างหนาและมีความใส ทำจากข้าวสาลีท้องถิ่น เกลือ และน้ำจากมิซุซาวะเท่านั้น จุดเด่นคือสัมผัสลื่นคอ บริเวณหน้าประตูวัดมิซุซาวะยังเรียงรายไปด้วยร้านเฉพาะทางอย่างคึกคัก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ถนนมิซุซาวะอุด้ง”
บทสรุป
เป็นอย่างไรกันบ้าง?
ในภูมิภาคคันโตมีอาหารท้องถิ่นหลากหลายแบบที่ผู้คนรักและผูกพัน บางเมนูหยั่งรากมาจากประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของท้องถิ่น บางเมนูใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล และบางเมนูก็พัฒนาขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของเมือง
ถ้าอยากสัมผัสความอร่อยที่มีให้ลิ้มลองเฉพาะในแต่ละพื้นที่ ลองวางแผนทริปโดยมีอาหารเป็นจุดหมายหลักดูก็น่าสนุกไม่น้อย