
21 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ควรไปเยือนในคันโต
ถ้าพูดถึงภูมิภาคที่เที่ยวได้หลากหลายแบบในญี่ปุ่น คันโตมักเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง
ที่นี่มีทั้งโตเกียว เมืองหลวงของประเทศ พร้อมด้วยอีก 1 มหานครและ 6 จังหวัด
คุณจะเจอทั้งจุดท่องเที่ยวที่สะท้อนเทรนด์ญี่ปุ่น ธีมพาร์กชื่อดัง ไปจนถึงสถานที่ที่พาไปรู้จักประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่น แหล่งออนเซ็นระดับประเทศ และจุดชมวิวสวย ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาค จึงเลือกเที่ยวได้หลายสไตล์
การเดินทางก็สะดวกมาก ทำให้สามารถวางแผนเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวไปยังหลายพื้นที่ได้
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวสุดน่าสนใจของคันโต แยกแนะนำตามแต่ละจังหวัด
คันโตเป็นสถานที่แบบไหน?
ถ้ามองแผนที่ญี่ปุ่น คันโตจะอยู่ทางตะวันออกของเกาะฮนชู และประกอบด้วยจังหวัดอิบารากิ โทจิงิ กุนมะ ไซตามะ ชิบะ มหานครโตเกียว และคานางาวะ
พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่บน “ที่ราบคันโต” ซึ่งเป็นที่ราบที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และยังมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน เช่น แม่น้ำโทเนะที่มีลุ่มน้ำใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และแม่น้ำทามะ นับเป็นลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น
4 พื้นที่ริมฝั่งตะวันออกของคันโต ได้แก่ อิบารากิ ชิบะ โตเกียว และคานางาวะ หันหน้าออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก จึงสามารถเพลิดเพลินกับอาหารทะเลสดจากท่าเรือและวิวทะเลอันสวยงามได้
โตเกียวซึ่งเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น มีประชากรราว 1 ใน 3 ของประเทศอาศัยอยู่รวมกัน ขณะที่จังหวัดอื่น ๆ ในคันโตก็มีประชากรจำนวนมากและมีเมืองใหญ่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาค
ระบบคมนาคมก็พัฒนาอย่างดี ทำให้เที่ยวได้สะดวกแม้ใช้เพียงขนส่งสาธารณะ
เสน่ห์ของคันโตไม่ได้มีแค่เมืองใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ที่เดินทางสะดวกและเข้าถึงธรรมชาติได้ง่ายอีกด้วย
โตเกียวและพื้นที่รอบ ๆ ซึ่งเป็นศูนย์กลางมาตั้งแต่สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) ยังมีโบราณสถาน ศาลเจ้า และวัดจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เช่น โรงปั่นไหมโทมิโอกะ และศาลเจ้านิกโก้โทโชกู
แม้แค่ในโตเกียวก็สามารถลิ้มลองอาหารเลิศรสจากทั่วประเทศได้หลากหลาย แต่หากเดินทางออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ ก็ยังได้อิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันในแต่ละแห่ง
อีกจุดเด่นที่น่าสนใจคือ หากใช้โตเกียวเป็นฐานท่องเที่ยว คุณก็สามารถออกไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับในพื้นที่ต่าง ๆ ของคันโตได้อย่างสะดวก

ประวัติศาสตร์ของคันโตที่ควรรู้ก่อนเที่ยว
ตั้งแต่สมัยเอโดะ เมื่อโทกุงาวะ อิเอยาสึ (Tokugawa Ieyasu) เปิดรัฐบาลโชกุนเอโดะที่เอโดะ ซึ่งก็คือโตเกียวในปัจจุบัน โตเกียวก็เจริญรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางการเมือง วัฒนธรรม และเศรษฐกิจมาโดยตลอด
ก่อนหน้านั้นในสมัยคามาคุระ (ค.ศ. 1185–1333) เคยมีรัฐบาลโชกุนที่คามาคุระ แต่ทั้งก่อนและหลังช่วงเวลานั้น เมืองหลวงตั้งอยู่ที่นาราหรือเกียวโตซึ่งอยู่ในภูมิภาคคันไซ ทำให้ภูมิภาคคันโตพัฒนาช้ากว่า
อย่างไรก็ตาม ในสมัยเอโดะ พื้นที่ที่เป็นคันโตในปัจจุบันซึ่งอยู่รอบเอโดะก็เริ่มเจริญขึ้นทีละน้อย
ปลายสมัยรัฐบาลโชกุนเอโดะ ได้เกิดเหตุการณ์คืนอำนาจการปกครองจากโชกุนสู่จักรพรรดิ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้ในปี ค.ศ. 1868 จักรพรรดิและรัฐบาลย้ายจากเกียวโตมายังเอโดะ และปราสาทของตระกูลโทกุงาวะก็กลายเป็นพระราชวังของจักรพรรดิ
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น “เอโดะ” ก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “โตเกียว” และเมืองหลวงก็ย้ายจากเกียวโตมายังโตเกียว
แม้จะมีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เมืองหลวงย้ายมาโตเกียวอย่างเป็นทางการ แต่โดยทั่วไปมักถือกันว่าเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1868
ด้วยประวัติศาสตร์เช่นนี้ คามาคุระและโตเกียวซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของรัฐบาลโชกุน จึงยังคงมีโบราณสถาน เมืองเก่า ศาลเจ้า และวัดจากยุคนั้นหลงเหลืออยู่
หากรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ก่อน ก็จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับสถานที่ทางประวัติศาสตร์ในคันโตได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำในคันโตคือช่วงไหน?
คันโตมีเขตเมืองจำนวนมาก และเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวในร่ม เช่น ศูนย์การค้าและธีมพาร์ก จึงสามารถเที่ยวได้สนุกในทุกฤดูกาล
ดังนั้นควรเลือกช่วงเวลาเดินทางให้เหมาะกับสไตล์ที่คุณชอบ
นอกจากนี้ยังมีทั้งจุดชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีหลายแห่ง ทำให้ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงท่องเที่ยวที่แนะนำเช่นกัน
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของคันโต
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางสบายหรือเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือเสื้อโค้ตก็ได้
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมเสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
เดินทางไปคันโตได้อย่างไร?
คันโตมีสนามบินนาริตะ สนามบินฮาเนดะ และสนามบินอิบารากิ ซึ่งมีเที่ยวบินระหว่างประเทศให้บริการด้วย
นอกจากนี้ยังมีสถานีรถไฟชินคันเซ็นในทุกจังหวัดและมหานครยกเว้นจังหวัดอิบารากิ จึงเป็นพื้นที่ที่เดินทางสะดวกทั้งจากภายในญี่ปุ่นและจากต่างประเทศ
ระบบคมนาคมหลักสำหรับเที่ยวคันโต
การเดินทางหลักในคันโตคือรถไฟและรถบัส
โดยพื้นฐานแล้วทุกจังหวัดมีระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก จึงสามารถท่องเที่ยวได้อย่างสบาย
อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่ของกุนมะ โทจิงิ และอิบารากิ อาจเดินทางเที่ยวได้ยากหากใช้เพียงขนส่งสาธารณะ การเช่ารถ ใช้แท็กซี่ หรือรถบัสท่องเที่ยวจะช่วยให้เที่ยวได้สะดวกกว่า
3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโตเกียวที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของเมืองหลวงได้เต็มที่
จากตรงนี้ เราจะพาไปดูสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมจังหวัดละ 3 แห่งในภูมิภาคคันโต
เริ่มกันที่ “โตเกียว” เมืองหลวงซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของภูมิภาคคันโต
เสน่ห์ของที่นี่คือคุณจะได้สัมผัสทั้งความหลากหลายของผู้คนและวัฒนธรรมจากทั่วโลกและทั่วญี่ปุ่น เทรนด์สมัยใหม่ของญี่ปุ่น ตลอดจนวัฒนธรรมดั้งเดิมและประวัติศาสตร์ได้ในที่เดียว
เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายกระจายอยู่ทั่วเมือง จึงอาจทำให้ลังเลว่าจะวางแผนเที่ยวแบบไหนดี
หากยังตัดสินใจไม่ได้ ลองใช้สถานที่ยอดนิยมของโตเกียวที่เรากำลังจะแนะนำต่อไปนี้เป็นแกนหลักในการจัดทริปดู
1. ศาลเจ้าเมจิ
ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1920 เพื่ออุทิศแด่จักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีโชเค็น
พื้นที่แห่งนี้ประกอบด้วยเขตในซึ่งเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ มีอาคารหลักและสวน รวมถึงเขตนอกที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาชั้นเยี่ยมหลายแห่ง เช่น หอภาพวาดอนุสรณ์เซโตกุ และยังมีเมจิคิเน็นคังซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานครบวงจร
ป่าที่ปลูกขึ้นโดยใช้ต้นไม้ประมาณ 100,000 ต้นจากทั่วญี่ปุ่นซึ่งนำมาถวายนั้น ได้กลายเป็นผืนป่าอุดมสมบูรณ์อย่างน่าอัศจรรย์จนแทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ใจกลางเมือง และยังมีบรรยากาศลึกลับน่าค้นหา อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในฐานะพาวเวอร์สปอตด้วย

2. วัดเซ็นโซจิ
สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังประจำย่านอาซากุสะแห่งนี้ มีผู้มาสักการะมากกว่า 30 ล้านคนต่อปี เป็นวัดตัวแทนของกรุงโตเกียวที่มีงานประเพณีตลอดปี เช่น การไหว้พระปีใหม่และเทศกาลเซ็ตสึบุน
ประตูคามินาริมงซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของอาซากุสะ มีโคมแดงขนาดใหญ่แขวนอยู่ พร้อมรูปปั้นเทพแห่งลมและเทพแห่งสายฟ้าอยู่สองข้าง

3. โตเกียวสกายทรี
โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) เป็นทั้งหอส่งสัญญาณและสถานที่ท่องเที่ยว ตั้งอยู่ที่โอชิอาเกะ เขตสุมิดะ กรุงโตเกียว
ที่นี่เป็นแลนด์มาร์กของโตเกียวคู่กับโตเกียวทาวเวอร์ และเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยม
โตเกียวสกายทรีมีความสูง 634 เมตรเหนือพื้นดิน และได้รับการรับรองจากกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดให้เป็นหอคอยที่สูงที่สุดในโลก จุดเด่นที่สุดคือชั้นชมวิวที่สามารถมองเห็นที่ราบคันโตได้แบบพาโนรามา

3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ควรไปเยือนในคานางาวะ เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลาย
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากโตเกียวแบบเดินทางไม่ไกล “คานางาวะ” ก็เป็นอีกจังหวัดที่น่าแวะมาก
ที่นี่อยู่ทางใต้ของโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น
ไม่ว่าจะเป็นโยโกฮามะ เมืองท่าที่มีกลิ่นอายต่างประเทศ ฮาโกเนะที่มีทั้งธรรมชาติและออนเซ็น หรือคามาคุระที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ต่างก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และเที่ยวได้หลายสไตล์
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดในคานางาวะ ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลาย
1. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเอโนะชิมะแห่งใหม่
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ริมอ่าวซางามิ และใช้ประโยชน์จากทำเลที่ยอดเยี่ยมซึ่งมองเห็นทั้งภูเขาฟูจิและเอโนะชิมะได้อย่างชัดเจน
นิทรรศการและการแสดงต่าง ๆ จัดขึ้นโดยมีอ่าวซางามิ มหาสมุทรแปซิฟิก และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ที่นั่นเป็นธีมหลัก
ที่ “สนามแสดงโลมา” คุณสามารถชมการแสดงอันน่าประทับใจของโลมาและสิงโตทะเล โดยมีทิวทัศน์สวยงามของเอโนะชิมะและภูเขาฟูจิเป็นฉากหลัง
นอกจากนี้ยังได้พบกับสัตว์ทะเลน่ารักมากมาย เช่น โลมา เต่าทะเล เพนกวิน และแมวน้ำ

2. ศาลเจ้าฮาโกเนะ
ศาลเจ้าฮาโกเนะ (Hakone Jinja) ตั้งอยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบอาชิ ใกล้กับจุดชมวิวชื่อดังของฮาโกเนะอย่างโอวาคุดานิและโทเง็นได เป็นศาลเจ้าชั้นนำแห่งหนึ่งของคันโตที่ประดิษฐานเทพฮาโกเนะโอกามิ
ศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติย้อนกลับไปมากกว่า 1,260 ปี ตั้งแต่ช่วงต้นสมัยนารา และได้รับความเคารพศรัทธาอย่างสูงจากเหล่านักรบผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ เช่น มินาโมโตะ โนะ โยริโทโมะ และโทกุงาวะ อิเอยาสึ

3. ซังเคเอ็น
สวนญี่ปุ่นแห่งนี้สร้างขึ้นโดยฮาระ ซังเค ผู้เป็นทั้งนักธุรกิจและผู้มีความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม
ภายในพื้นที่กว้าง 175,000 ตารางเมตร มีการจัดวางอาคารสถาปัตยกรรมอย่างประณีต รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติซึ่งย้ายมาจากเกียวโตและคามาคุระ
ภายในสวนมีดอกไม้นานาชนิดผลิบานตามฤดูกาล และมีการจัดกิจกรรมชมดอกไม้เหล่านี้อยู่เสมอ

เดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และบรรยากาศเมืองเก่า! 3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในไซตามะ
“ไซตามะ” อยู่บริเวณตอนกลางของคันโต และเป็นจังหวัดที่เดินทางจากโตเกียวได้สะดวกมาก
แม้อยู่ใกล้เมืองหลวง แต่ก็ยังมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ให้เพลิดเพลิน
ที่นี่มีทั้งย่านเมืองเก่าที่หลงเหลืออาคารจากอดีต ศาลเจ้าและวัดเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน รวมถึงสถานที่ด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย จึงสามารถวางแผนเที่ยวได้หลายแบบโดยมีธรรมชาติเป็นไฮไลต์หลัก
ลองใช้สถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำต่อไปนี้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วออกไปสัมผัสธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของไซตามะกัน
1. หอระฆังแห่งกาลเวลา
คาวาโกเอะเป็นเมืองที่อยู่ห่างจากใจกลางกรุงเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ยังคงมีบรรยากาศเมืองเก่าอันมีเสน่ห์ให้ได้เดินชม
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองก็คือหอระฆังแห่งกาลเวลา
หอระฆังนี้โดดเด่นเป็นแลนด์มาร์กท่ามกลางถนนที่เรียงรายด้วยอาคารโกดังแบบดั้งเดิม
ตัวหอเป็นโครงสร้างไม้ 3 ชั้น สูงประมาณ 16 เมตร และจะตีบอกเวลา 4 ครั้งต่อวัน เวลา 06:00 น., 12:00 น., 15:00 น. และ 18:00 น.

2. ศาลเจ้ามิตสึมิเนะ
ศาลเจ้ามิตสึมิเนะ (Mitsumine Jinja) เชื่อกันว่าก่อตั้งขึ้นโดยยามาโตะ ทาเครุโนะมิโคโตะ เพื่ออธิษฐานขอความสงบสุขให้แก่แผ่นดิน และภายในบริเวณศาลเจ้ายังมีรูปปั้นขนาดใหญ่ของยามาโตะ ทาเครุโนะมิโคโตะอยู่ด้วย
หมาป่าซึ่งเป็นผู้รับใช้ของเทพประจำศาลเจ้ามิตสึมิเนะ เชื่อกันว่าสามารถปัดเป่าภัยต่าง ๆ ได้ จึงมักปรากฏอยู่บนเครื่องรางและของสักการะต่าง ๆ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่แปลกตาและได้รับความนิยม

3. สวนฮิตสึจิยามะ
เนินชิบะซากุระภายในสวนฮิตสึจิยามะ ตั้งอยู่เชิงเขาบูโคะซังซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจิจิบุ ระหว่างเมืองจิจิบุและโยโกเสะ
ที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวเด่นประจำฤดูใบไม้ผลิของจิจิบุ โดยช่วงชมดอกไม้สวยที่สุดอยู่ราวกลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม
ชิบะซากุระหลากสีถูกปลูกเป็นลวดลายราวกับพรมดอกไม้ เกิดเป็นทางเดินชมดอกไม้ที่ไล่เฉดสีอย่างตระการตา บริเวณตรงกลางเป็นแอ่งต่ำ ทำให้สามารถชมภาพรวมจากที่สูง หรือมองขึ้นจากด้านล่างเพื่อสัมผัสวิวที่แตกต่างกันได้

ที่เที่ยวสำหรับครอบครัวมีให้เลือกมากมาย! 3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในชิบะ
“ชิบะ” อยู่ติดกับด้านตะวันออกของโตเกียว และครอบคลุมคาบสมุทรโบโซ
ด้วยความที่มีทะเลล้อมถึง 3 ด้าน จึงมีแนวชายฝั่งยาวมาก
อีกเสน่ห์หนึ่งคือมีท่าเรือโชชิซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในท่าเรือที่มีปริมาณสัตว์น้ำมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ทำให้ได้ลิ้มลองอาหารทะเลหลากหลาย
ตั้งแต่โตเกียวดิสนีย์แลนด์ไปจนถึงธีมพาร์กระดับประเทศ สวนธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และฟาร์มที่ได้ใกล้ชิดกับสัตว์นานาชนิด ชิบะจึงเต็มไปด้วยสถานที่ที่เหมาะสำหรับเที่ยวกับครอบครัว
1. คามางาวะ ซีเวิลด์
คามางาวะ ซีเวิลด์ ในเมืองคามางาวะ จังหวัดชิบะ เป็นธีมพาร์กพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำภายใต้แนวคิด “การพบพานกับโลกแห่งท้องทะเล” โดยมีสัตว์ทะเลและปลาประมาณ 800 ชนิด รวม 11,000 ตัวจัดแสดงและเลี้ยงดูอยู่ที่นี่
ไฮไลต์ยอดนิยมของคามางาวะ ซีเวิลด์คือการแสดงสุดตื่นตาของวาฬเพชฌฆาต ราชาแห่งท้องทะเล
การแสดงจัดขึ้นที่ “โอเชียนสเตเดียม” โดยมีมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นฉากหลัง และท่วงท่าทรงพลังงดงามของวาฬขนาดใหญ่ยาวถึง 5 เมตรก็สร้างความประทับใจให้ผู้ชมอย่างมาก

2. โตเกียวดิสนีย์แลนด์
ธีมพาร์กขนาดใหญ่ที่ได้รับความรักภายใต้สโลแกน “อาณาจักรแห่งความฝันและเวทมนตร์” อยู่ห่างจากสถานีโตเกียวโดยรถไฟประมาณ 15 นาที
เครื่องเล่นยอดนิยมอย่าง Splash Mountain และ It's a Small World เป็นจุดที่หลายคนตั้งใจไปเยือน ส่วนความบันเทิงอย่างขบวนพาเหรดก็ไม่ควรพลาด
โดยเฉพาะ “Tokyo Disneyland Electrical Parade Dreamlights” ที่จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งความฝันด้วยแสงไฟและเสียงเพลง ถือเป็นโชว์ที่ควรชมสักครั้ง

3. มาเธอร์ฟาร์ม
“มาเธอร์ฟาร์ม” มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 250 เฮกตาร์
ที่นี่มีสัตว์นานาชนิดคอยต้อนรับ ไม่ว่าจะเป็นแกะ อัลปากา คาปิบารา และนกกระจอกเทศ
มาเที่ยวที่นี่ คุณจะได้ทั้งชมสัตว์ ให้อาหาร รีดนมวัว ขี่ม้า รวมถึงชมการแสดงต่าง ๆ เช่น “ขบวนพาเหรดแกะ” ที่ฝูงแกะประมาณ 150 ตัววิ่งไปทั่วทุ่งหญ้า (งดจัดในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม) และ “การแสดงแกะ” ที่สามารถชมการตัดขนแกะได้อย่างใกล้ชิด

ผ่อนคลายกับธรรมชาติและออนเซ็น! 3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในกุนมะ
ถ้าอยากออกไปพักสายตาจากเมืองใหญ่ “กุนมะ” ก็เป็นตัวเลือกที่ชวนให้ผ่อนจังหวะการเที่ยวลงได้ดี
จังหวัดนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของคันโต และอุดมไปด้วยธรรมชาติจนมีอุทยานแห่งชาติและกึ่งอุทยานแห่งชาติถึง 4 แห่ง
ที่นี่เต็มไปด้วยภูมิทัศน์ธรรมชาติหลากหลาย เช่น หุบเขา พื้นที่ชุ่มน้ำ ภูเขา และลำธาร รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติ
อีกเสน่ห์สำคัญคือการมีแหล่งออนเซ็นจำนวนมาก
คุณสามารถใช้เวลาอย่างผ่อนคลายในเมืองออนเซ็นชื่อดัง เช่น คุซัตสึออนเซ็น ซึ่งเป็นหนึ่งในสามออนเซ็นมีชื่อที่สุดของญี่ปุ่น
หากอยากเติมพลังด้วยธรรมชาติและออนเซ็น ลองแวะมาเยือนกุนมะดูสักครั้ง
1. น้ำตกฟุคิวาเระ
โดยทั่วไปแล้ว เมื่อนึกถึงสถานที่ชมน้ำตก เรามักมองขึ้นไปเพื่อสัมผัสพลังอันยิ่งใหญ่ของน้ำตก
แต่น้ำตกฟุคิวาเระแตกต่างออกไป เพราะเป็นจุดชมวิวหายากที่ให้คุณมองลงไปยังน้ำตกพร้อมสัมผัสพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ
น้ำตกแห่งนี้สูง 7 เมตร และกว้างประมาณ 30 เมตร จนได้รับฉายาว่า “ไนแองการาแห่งตะวันออก”

2. คุซัตสึออนเซ็น
คุซัตสึออนเซ็นเป็นหนึ่งในสามออนเซ็นมีชื่อที่สุดของญี่ปุ่น มีปริมาณน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นเองตามธรรมชาติมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยมากกว่า 32,300 ลิตรต่อนาที และยังขึ้นชื่อว่าน้ำแร่มีความเป็นกรดสูงและมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อที่ดีเยี่ยม
ในย่านออนเซ็นมีที่พักบรรยากาศดีเรียงรายอยู่มากมาย รอบ ๆ ยังมีคาเฟ่ที่เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่น และร้านขายของฝากสไตล์ย้อนวันวานให้เลือกอย่างครบครัน ลองเดินเล่นตามสบายแล้วค้นหามุมที่คุณชอบดู

3. ศาลเจ้าฮารุนะ
ศาลเจ้าฮารุนะตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาด้านตะวันตกเฉียงใต้ของภูเขาฮารุนะ
เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 6 และมีชื่อเสียงในเรื่องการขอพรให้โชคดี การค้าเจริญรุ่งเรือง รวมถึงในช่วงหลังยังได้รับความนิยมในฐานะพาวเวอร์สปอตด้านความรักด้วย
เมื่อผ่านประตูซุยจินมงเข้าสู่บริเวณศาลเจ้าและเดินขึ้นตามทาง จะพบอาคารเก่าแก่ทรงขรึมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ รูปปั้นเทพแห่งโชคลาภทั้งเจ็ด หุบเขาเกียวจะซึ่งเป็นสถานที่ฝึกบำเพ็ญของนักพรต และต้นสนยาตาเตะที่เล่ากันว่าทาเคดะ ชินเง็นเคยยิงธนูอธิษฐานชัยชนะไว้ ก่อนจะผ่านประตูโซริวมงและไปถึงศาลเจ้าหลัก

ตื่นตากับวิวสวยหลากหลายรูปแบบ! 3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอิบารากิ
สำหรับคนที่อยากชมธรรมชาติในหลายบรรยากาศ “อิบารากิ” เป็นจังหวัดที่น่าสนใจไม่น้อย
ที่นี่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของคันโต
อิบารากิอุดมไปด้วยธรรมชาติหลากหลาย ทั้งแนวชายฝั่งยาวประมาณ 190 กิโลเมตร ภูเขายามิโซะที่มีความสูงอย่างน้อย 1,000 เมตร ภูเขาสึคุบะสูง 877 เมตร และทะเลสาบคาสุมิกาอุระซึ่งกว้างเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น
หากมาเยือนอิบารากิ อยากแนะนำให้คุณลองเพลิดเพลินกับวิวสวยจากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ให้เต็มที่
ที่นี่ยังมีแหล่งพักผ่อนและสถานที่ทางวัฒนธรรมมากมาย จึงเหมาะกับการท่องเที่ยวแบบครอบครัวเช่นกัน
1. สวนริมทะเลฮิตาจิแห่งชาติ
สวนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่เปิดให้บริการประมาณ 215 เฮกตาร์
ในฤดูใบไม้ผลิจะได้ชมดอกนาร์ซิสซัส ทิวลิป และเนโมฟีลา ช่วงต้นฤดูร้อนมีดอกกุหลาบ ฤดูร้อนมีดอกซินเนียและทานตะวัน ฤดูใบไม้ร่วงมีโคเคียและคอสมอส ส่วนฤดูหนาวมีไอซ์ทิวลิป ให้ชมดอกไม้หลากหลายตลอดทั้ง 4 ฤดู
โดยเฉพาะเนโมฟีลาที่บานในช่วงกลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งทำให้ทิวทัศน์ของดอกไม้ ท้องฟ้า และทะเลกลายเป็นสีฟ้าทั้งผืน จนได้รับการยกย่องอย่างสูง

2. น้ำตกฟุคุโรดะ
น้ำตกฟุคุโรดะคือสถานที่ท่องเที่ยวตัวแทนของจังหวัดอิบารากิ ตั้งอยู่บนแม่น้ำทาคิงาวะ ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำคุจิในพื้นที่โอคุคุจิ
น้ำตกขนาดใหญ่แห่งนี้สูง 120 เมตร กว้าง 73 เมตร และได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในสามน้ำตกชื่อดังของญี่ปุ่น ร่วมกับน้ำตกเคงอนในจังหวัดโทจิงิ และน้ำตกนาจิในจังหวัดวากายามะ อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 น้ำตกที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น
กระแสน้ำตกไหลลดหลั่นลงมาตามหน้าผาหินขนาดใหญ่เป็น 4 ชั้น จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “น้ำตกสี่ยก” และยังมีเรื่องเล่าว่า พระไซเงียวเคยมาเยือนแล้วกล่าวชื่นชมว่า “น้ำตกแห่งนี้ต้องมาในแต่ละฤดูสักครั้งจึงจะสัมผัสเสน่ห์ที่แท้จริงได้”

3. สวนไคระคุเอ็น
สวนแห่งนี้สร้างขึ้นโดยโทกุงาวะ นาริอากิ เจ้าแคว้นรุ่นที่ 9 แห่งแคว้นมิโตะ
นับเป็นหนึ่งในสามสวนชื่อดังที่สุดของญี่ปุ่น ร่วมกับเค็นโรคุเอ็นแห่งคานาซาวะ และโคราคุเอ็นแห่งโอคายามะ
ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ต้นบ๊วยประมาณ 3,000 ต้นจากราว 100 สายพันธุ์จะบานสะพรั่งเต็มที่ และทุกปีตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงปลายเดือนมีนาคมจะมีการจัด “เทศกาลบ๊วยมิโตะ”

ธรรมชาติยิ่งใหญ่และมรดกโลกคือเสน่ห์สำคัญ! 3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโทจิงิ
ถ้าอยากเที่ยวคันโตในมุมที่ได้ทั้งธรรมชาติและมรดกโลก “โทจิงิ” เป็นอีกจังหวัดที่น่าจดไว้ในแผน
จังหวัดนี้ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของคันโต และมีเสน่ห์สำคัญอยู่ที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่กับ “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก้” ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
โดยเฉพาะทะเลสาบชูเซ็นจิและน้ำตกเคงอน รวมถึงจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังอีกหลายแห่ง ทำให้โทจิงิเป็นตัวเลือกที่แนะนำหากอยากชมใบไม้เปลี่ยนสีในภูมิภาคคันโต
ลองออกเดินทางท่ามกลางธรรมชาติและประวัติศาสตร์วัฒนธรรม โดยมี “นาสุ” รีสอร์ตที่ราบสูงยอดนิยมเป็นศูนย์กลางดู
1. ทะเลสาบชูเซ็นจิ
เชื่อกันว่าทะเลสาบแห่งนี้มีรูปร่างดั้งเดิมเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 20,000 ปีก่อน จากลาวาที่ไหลมาปิดกั้นหุบเขาเพราะการปะทุของภูเขานันไต
ทะเลสาบตั้งอยู่ที่ระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,269 เมตร จัดเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่อยู่สูงที่สุดของญี่ปุ่น จากริมทะเลสาบอันเงียบสงบที่เชิงภูเขานันไต คุณจะได้ชมทิวทัศน์สวยงามแตกต่างกันไปตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูร้อนที่ดอกอาซาเลียบาน และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

2. ศาลเจ้านิกโก้โทโชกู
ศาลเจ้านิกโก้โทโชกูเป็นศาลเจ้าที่อุทิศแด่โทกุงาวะ อิเอยาสึ โชกุนคนแรกแห่งรัฐบาลโชกุนเอโดะ
ที่นี่ถือเป็นจุดหลักของการเดินชมมรดกโลก “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก้” โดยสามารถชมกลุ่มอาคารศาลเจ้าอันวิจิตรตระการตารวม 55 หลัง ซึ่งรวมถึงสมบัติแห่งชาติ 8 หลัง และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ 34 หลัง
อาคารต่าง ๆ ถูกประดับด้วยงานแกะสลักสีสันสดใสจำนวนมหาศาลจนกล่าวกันว่าชมได้ทั้งวันไม่รู้เบื่อ โดยเฉพาะประตูโยเมมงที่มีฉายาว่า “ประตูที่มองจนมืดก็ยังไม่เบื่อ” และยังมีจุดน่าสนใจอีกมากมาย

3. น้ำตกเคงอน
แม้นิกโก้จะมีน้ำตกมากมาย แต่ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งก็คือน้ำตกเคงอน
น้ำจากทะเลสาบชูเซ็นจิไหลตกลงจากหน้าผาสูง 97 เมตรในคราวเดียว เกิดเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ให้คุณสัมผัสทั้งพลังของธรรมชาติและความงามของรูปร่างสายน้ำ
จากจุดชมวิวใกล้อ่างรับน้ำตกซึ่งลงไปได้ด้วยลิฟต์ คุณจะได้สัมผัสเสียงคำรามและละอองน้ำของน้ำตกอย่างใกล้ชิด

อาหารท้องถิ่นคันโตที่ไม่ควรพลาดควบคู่กับการท่องเที่ยว
นอกจากการเที่ยวแล้ว เรื่องกินก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้ทริปคันโตสนุกขึ้นมาก
แม้ในโตเกียวจะมีอาหารจากทั่วญี่ปุ่นให้เลือกชิมมากมาย แต่ถ้ามาแล้วก็อยากแนะนำให้ลองลิ้มรสอาหารที่สะท้อนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของคันโตด้วย
ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลจากอ่าวโตเกียวที่เรียกว่า “เอโดะมาเอะ” ผักและข้าวสาลีจากไร่นาบนที่ราบกว้างใหญ่ หรือผักป่าจากภูเขา วัตถุดิบหลากหลายเหล่านี้ได้สืบทอดเป็นอาหารท้องถิ่นประจำพื้นที่ต่าง ๆ
หากพูดถึงอาหารของโตเกียว ขอแนะนำเป็นพิเศษคือซูชิเอโดะมาเอะ ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การปรุงหน้าอย่างพิถีพิถัน ไม่ได้มีแค่การปั้นปลาสดแบบตรงไปตรงมา แต่ยังมีการต้ม หมักน้ำส้มสายชู และเทคนิคอื่น ๆ อีกด้วย
โตเกียวยังมีอาหารยอดนิยมที่เป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้นในช่วงหลัง เช่น เทมปุระ และสุกี้ยากี้
ถ้าออกจากโตเกียวไปอีกหน่อย ก็จะได้เจอกับอาหารท้องถิ่นที่ใช้วัตถุดิบเด่นของแต่ละพื้นที่ เช่น อังโกะนาเบะของอิบารากิ เกี๊ยวซ่าอุสึโนะมิยะของโทจิงิ และอุด้งคาวาบะฮาบะของโคโนะสุในไซตามะ
หากคุณสนใจอาหารท้องถิ่นของคันโต ลองอ่านบทความด้านล่างต่อได้เลย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวคันโต
Q
ถ้าเที่ยวภูมิภาคคันโตเป็นครั้งแรก ควรไปที่ไหน?
แนะนำโตเกียว เพราะมีเสน่ห์หลากหลายทั้งการท่องเที่ยว อาหาร และการช้อปปิ้ง
Q
จุดชมวิวสวยที่แนะนำในภูมิภาคคันโตมีที่ไหนบ้าง?
แนะนำสวนริมทะเลฮิตาจิแห่งชาติที่เต็มไปด้วยดอกไม้ตามฤดูกาล และสวนดอกไม้อาชิคางะซึ่งมีทิวทัศน์งดงามราวกับความฝันจากดอกวิสทีเรีย
บทสรุป
ตอนนี้เราก็พาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของแต่ละจังหวัดในภูมิภาคคันโตกันพอสมควรแล้ว
แน่นอนว่ายังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากที่ไม่สามารถแนะนำได้ครบในบทความนี้ หากอยากดูรายละเอียดเพิ่มเติม ลองอ่านบทความของแต่ละจังหวัดประกอบได้
ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าจะไปเที่ยวที่ไหน และอยากรู้เสน่ห์ของภูมิภาคอื่น ๆ ในญี่ปุ่นด้วย ลองอ่านบทความด้านล่างที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวและอาหารยอดนิยมของญี่ปุ่นไว้ต่อได้เลย

