
เที่ยวให้คุ้มกับเสน่ห์หลากหลายของเมืองใหญ่! 19 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในชิบูยะ
ถ้าพูดถึงย่านที่เต็มไปด้วยพลังและความเปลี่ยนแปลงของโตเกียว “ชิบูยะ” มักเป็นชื่อที่หลายคนนึกถึง
ที่นี่มีชื่อเสียงทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศในฐานะแหล่งส่งต่อเทรนด์ล้ำสมัย และยังมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่กระตุ้นทุกประสาทสัมผัส
ขณะเดียวกัน บางพื้นที่ก็ยังคงมีกลิ่นอายญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมหลงเหลืออยู่
บทความนี้จะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่อยากแนะนำใน “ชิบูยะ”
ยังมีจุดแวะชิมอาหารและแหล่งช้อปปิ้งน่าสนใจมาฝากด้วย ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทางแล้วออกไปเที่ยว “ชิบูยะ” กันได้เลย
ชิบูยะเป็นสถานที่แบบไหน?
หากมองในภาพรวม ชิบูยะวอร์ดตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของ 23 เขตในกรุงโตเกียว
คำว่า “ชิบูยะ” อาจหมายถึงหลายพื้นที่ ขึ้นอยู่กับบริบท โดยบางครั้งอาจหมายถึงทั้งเขตชิบูยะ บางครั้งหมายถึงย่านที่ชื่อชิบูยะ หรืออาจหมายถึงบริเวณรอบสถานีชิบูยะก็ได้
ภายในเขตชิบูยะยังมีย่านที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น ฮาราจูกุ โอโมเตะซันโด และไดคันยามะ
“ย่านฮาราจูกุ” เป็นศูนย์กลางของเทรนด์ที่รวบรวมวัยรุ่นจำนวนมาก รวมถึงแบรนด์และไอเท็มล้ำสมัย
“ย่านโอโมเตะซันโด” โดดเด่นด้วยบรรยากาศหรูหรา มีภาพลักษณ์ทันสมัยและดูมีระดับ
“ย่านไดคันยามะ” ก็เป็นอีกพื้นที่ที่ผสมผสานถนนหนทางอันหรูหรากับความเขียวขจีได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกสงบผ่อนคลาย
ในบทความนี้จะใช้คำว่า “ชิบูยะ” เพื่อหมายถึงบริเวณรอบ “สถานีชิบูยะ” ที่มีทางแยกชิบูยะแบบสแครมเบิลและถนนชิบูยะเซ็นเตอร์ไก พร้อมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร และแหล่งช้อปปิ้งต่าง ๆ
บริเวณรอบ “สถานีชิบูยะ” เป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมวัยรุ่นเช่นเดียวกับ “ย่านฮาราจูกุ” และเต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารมากมาย
เดินไปอีกหน่อย คุณจะพบทั้งร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูดั้งเดิม และกิจกรรมที่ให้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมอีกด้วย
มาสัมผัสเสน่ห์ของ “ชิบูยะ” ที่รวมทั้งเทรนด์ล้ำสมัย ทัศนียภาพเมืองอันทันสมัยที่ยังเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และบรรยากาศแบบวันวานไว้ในที่เดียวกัน

ฤดูกาลที่เหมาะกับการเที่ยวชิบูยะคือช่วงไหน?
ชิบูยะเป็นย่านที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะมีศูนย์การค้าและร้านมากมายให้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและอาหาร
หากจะเลือกช่วงที่แนะนำเป็นพิเศษ ขอแนะนำฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง
เนื่องจากการเที่ยวใน “ชิบูยะ” ส่วนใหญ่จะเดินเป็นหลัก ช่วงอากาศสบายและเคลื่อนไหวสะดวกจึงน่าจะทำให้เที่ยวได้สนุกยิ่งขึ้น
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของชิบูยะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เสื้อไหมพรมบาง ๆ ฮู้ดดี้ หรือคาร์ดิแกน
- หน้าร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาและเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): เสื้อยืดแขนยาว แจ็กเก็ต หรือเสื้อคลุมบาง
- ช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
เดินทางไปชิบูยะอย่างไร?
วิธีเดินทางและเวลาโดยประมาณจากสถานีหลักต่าง ๆ ในโตเกียวไปยังสถานีฮาราจูกุมีดังนี้
- จากสถานี JR Tokyo
- เปลี่ยนจากสาย Tokyo Metro Marunouchi ไปสาย Tokyo Metro Ginza ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
- จากสถานี JR Shinjuku
- โดยสาย JR Shonan-Shinjuku ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
- จากสถานี JR Ueno
- โดยสาย Tokyo Metro Ginza ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
- จากสถานี JR Shinagawa
- โดยสาย JR Yamanote ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวชิบูยะ
สถานที่ท่องเที่ยว จุดชิมอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งรอบสถานีชิบูยะสามารถเดินเที่ยวได้ทั้งหมด
หากต้องการเดินทางไปฮาราจูกุและไดคันยามะซึ่งอยู่ในเขตชิบูยะเช่นกัน โปรดดูข้อมูลด้านล่าง
- จากสถานีชิบูยะไปสถานีฮาราจูกุ
- โดยสาย JR Yamanote ใช้เวลาประมาณ 3 นาที
- จากสถานีชิบูยะไปสถานีไดคันยามะ
- โดยสาย Tokyu Toyoko ใช้เวลาประมาณ 3 นาที
สัมผัสประสบการณ์แบบมหานคร! 7 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในชิบูยะ
ถ้าอยากเห็นบรรยากาศแบบ “ชิบูยะ” ให้ชัดขึ้น การเริ่มจากสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมก็น่าสนุกไม่น้อย
ย่านนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะมีทั้งเทรนด์ล้ำสมัยและประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นไม่เหมือนใคร
หากมาเที่ยว “ชิบูยะ” อยากให้ลองแวะสถานที่ที่จะแนะนำต่อไปนี้ดูสักแห่ง
1. ชิบูยะเซ็นเตอร์ไก
ย่านการค้าที่ตั้งอยู่เพียงข้ามทางแยกสแครมเบิลจากทางออกฮาจิโกะของสถานี JR Shibuya ซึ่งเป็นที่ตั้งของรูปปั้นสุนัขอาคิตะชื่อดัง “ฮาจิโกะผู้ซื่อสัตย์” โดยชื่ออย่างเป็นทางการคือ “ชิบูยะเซ็นเตอร์โชเท็งไก”
เรียงรายไปด้วยร้านแฟชั่น ร้านอาหาร ร้านคาราโอเกะ และเกมเซ็นเตอร์หลากหลายประเภทที่ตามทันเทรนด์ จนเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งส่งต่อข้อมูลวัฒนธรรมวัยรุ่นของโตเกียว

2. ทางแยกชิบูยะแบบสแครมเบิล
ทางแยกสแครมเบิลที่อยู่หน้าสถานีชิบูยะ ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นทางแยกที่พลุกพล่านที่สุดในโลก และกลายเป็นภาพจำของโตเกียวไปแล้ว
จากสะพานทางเชื่อมระหว่างสาย JR Yamanote และสาย Keio Inokashira สามารถมองเห็นภาพผู้คนเดินสวนกันบนทางแยกจากมุมสูงเฉียงได้
เมื่อสัญญาณไฟคนเดินเปลี่ยนเป็นสีเขียว ผู้คนจะหลั่งไหลออกมาพร้อมกัน และในช่วงที่หนาแน่นมากอาจมีคนสัญจรราว 3,000 คนต่อหนึ่งรอบไฟเขียว

3. คอสโมแพลเนทาเรียม ชิบูยะ
ท้องฟ้าจำลองภายใน “ศูนย์วัฒนธรรมครบวงจรโอวาดะแห่งเขตชิบูยะ” เดินจากทางออกตะวันตกของสถานี JR Shibuya ประมาณ 5 นาที
ภายในโดมเส้นผ่านศูนย์กลาง 17 เมตร มีการฉายภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนอันสวยงามและภาพอวกาศที่ให้ความรู้สึกสมจริง
แม้จะเป็นท้องฟ้าจำลองที่มีอุปกรณ์ครบครันใจกลางเมือง แต่ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 1 คนอยู่ที่เพียง 600 เยนในราคาที่เข้าถึงได้
ท้องฟ้าดวงดาวถูกถ่ายทอดด้วยสเกลยิ่งใหญ่ ทั้งดาวฤกษ์ทั่วไป 15,000 ดวง และทางช้างเผือก 250,000 ดวง

4. SHIBUYA SKY
จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์กรุงโตเกียวได้แบบ 360 องศาจากความสูงประมาณ 230 เมตรเหนือพื้นดิน
ตั้งอยู่ในอาคารที่สูงที่สุดในย่านชิบูยะอย่าง Shibuya Scramble Square ครอบคลุมชั้น 14, 45, 46 และดาดฟ้า โดยแบ่งเป็น 3 โซนคือ “SKY GATE”, “SKY STAGE” และ “SKY GALLERY”
“SKY STAGE” มีพื้นที่ชมวิวกว้างถึงประมาณ 2,500 ตารางเมตร เป็นพื้นที่เปิดโล่งที่มองเห็นวิวพาโนรามา 360 องศา
ในมุมมองตรงหน้า จะเห็นทั้ง Tokyo Tower และ Tokyo Skytree ส่วนวันที่อากาศดีอาจมองเห็นไปถึงภูเขาไฟฟูจิได้ด้วย

5. MIYASHITA PARK
แลนด์มาร์กของชิบูยะ “MIYASHITA PARK” เป็นคอมเพล็กซ์ที่รวมศูนย์การค้า สวนบนดาดฟ้า และโรงแรมไว้ด้วยกัน
เป็นจุดรวมวัฒนธรรมที่เปิดให้สนุกได้อย่างอิสระ ทั้งช้อปปิ้ง อาหาร กีฬา ดนตรียามค่ำคืน และการเข้าพัก
บนดาดฟ้ามี “สวนมิยาชิตะแห่งเขตชิบูยะ” ที่มีทั้งลานสนามหญ้าสำหรับพักผ่อน รวมถึงกำแพงโบลเดอริงแบบมีค่าใช้จ่าย ลานสเก็ต และพื้นที่ออกกำลังกายอเนกประสงค์

6. พิพิธภัณฑ์ศิลปะโชโตแห่งเขตชิบูยะ
พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ออกแบบในช่วงบั้นปลายชีวิตโดย ชิราอิ เซอิจิ สถาปนิกชั้นนำของญี่ปุ่นผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “สถาปนิกแห่งปรัชญา” และมีบทบาทโดดเด่นในยุคโชวะ
ภายในอาคารยังเต็มไปด้วยรายละเอียดที่สะท้อนพรสวรรค์ของเขา ไม่ว่าจะเป็นสะพานที่พาดผ่านโถงกลางแบบเปิดทะลุ 4 ชั้น ซึ่งมองขึ้นไปเห็นท้องฟ้ารูปวงรี และมองลงไปเห็นน้ำพุ ให้บรรยากาศราวกับอยู่อีกโลกหนึ่ง บันไดวนที่ให้ความสำคัญกับเส้นโค้ง และเพดานส่องแสงบริเวณทางเข้าที่ใช้หินธรรมชาติโอนิกซ์ก็ล้วนไม่ควรพลาด
มีผู้มาเยือนจำนวนมากที่ตั้งใจมาชมงานสถาปัตยกรรมของอาคารโดยเฉพาะ และที่นี่ยังจัดทัวร์สถาปัตยกรรมพร้อมภัณฑารักษ์เป็นประจำ

7. d47 MUSEUM
ดีไซน์มิวเซียมบนชั้น 8 ของ Shibuya Hikarie โดย d มาจากคำว่า “design” และ 47 หมายถึงจำนวนจังหวัดของญี่ปุ่น
นิทรรศการจะจัดแสดงไอเท็มหลากหลายที่รวบรวมมาจากทั้ง 47 จังหวัด โดยอิงตามธีมที่กำหนดในแต่ละช่วงเวลา
ธีมครอบคลุมทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม งานหัตถกรรม อาหาร แฟชั่น หรือสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ
ส่วนเนื้อหาการจัดแสดงก็หลากหลาย ตั้งแต่งานสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ หัตถกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ไปจนถึงการท่องเที่ยวและดีไซน์การเดินทางท้องถิ่น

ตั้งแต่อาหารโฮมเมดไปจนถึงของกินล้ำสมัย! 5 ร้านอาหารและจุดแวะชิมยอดนิยมในชิบูยะ
เรื่องกินก็เป็นอีกเหตุผลที่หลายคนอยากแวะมา “ชิบูยะ”
ในย่านนี้มีทั้งร้านที่ให้ลิ้มลองอาหารโฮมเมดแบบญี่ปุ่นและอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม ร้านที่เสิร์ฟเมนูล้ำสมัยในบรรยากาศมีสไตล์ รวมถึงร้านนั่งจิบเครื่องดื่มแบบสบาย ๆ
หากมาเที่ยว “ชิบูยะ” อยากชวนให้ลองแวะจุดชิมอาหารและร้านอาหารที่จะแนะนำต่อไปนี้
1. ชิบูยะ นมเบเอะ โยโกโจ
ตรอกเล็ก ๆ ริมทางรถไฟใกล้สถานีชิบูยะที่มีร้านอิซากายะขนาดกะทัดรัดแต่บรรยากาศอบอุ่นเรียงรายอยู่เกือบ 40 ร้าน
มีตั้งแต่ร้านที่เสิร์ฟอาหารโฮมเมดและอาหารพื้นบ้านแบบญี่ปุ่น ไปจนถึงไวน์บาร์และบิสโทร
เวลาเปิดทำการแตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน แต่โดยทั่วไปคือ 18:00–24:00

2. THE ROOF SHIBUYA SKY
รูฟท็อปบาร์ที่ให้คุณใช้เวลาสุดพิเศษไปกับวิวสวยตระการตาของกลุ่มตึกสูงชื่อดังในโตเกียว เช่น Tokyo Tower และ Tokyo Skytree®
คุณสามารถนั่งชมวิวโตเกียวที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากยามเย็นสู่ยามค่ำคืนอย่างผ่อนคลาย พร้อมดนตรีเพราะ ๆ และเครื่องดื่มแก้วโปรด
หากซื้อตั๋วผ่านเว็บไซต์ สามารถจองที่นั่งโซฟาล่วงหน้าได้

3. เม็งยะมูซาชิ บูโกสึไกเด็น
ร้านที่สืบทอดแนวทางของร้านราเม็งยอดนิยม “เม็งยะมูซาชิ” พร้อมนำเสนอราเม็งแนวสร้างสรรค์ที่หารับประทานไม่ได้จากสาขาอื่น
เป็นร้านสึเคเม็งที่เสิร์ฟน้ำซุปและเส้นแยกจานกัน
มีน้ำซุปให้เลือก 2 แบบ คือซุปพื้นฐานที่ผสานไก่ หมู กระดูกหมู ปู และปลาซาร์ดีนแห้ง กับซุปเข้มข้นที่เพิ่มรสคัตสึโอะบุชิลงในซุปพื้นฐานนั้น

4. ยากินิกุ กิวคูโจ
ร้านยากินิกุที่ได้รับความสนใจตั้งแต่ก่อนเปิดตัว เพราะมี ฮิโรยูกิ มิยาซาโกะ เป็นเจ้าของ และมียูทูบเบอร์ชื่อดัง ฮิคารุ ซึ่งสนิทกับเจ้าตัว ช่วยดูแลด้านการประชาสัมพันธ์
นับตั้งแต่เปิดในย่านคึกคักของชิบูยะเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2022 ร้านนี้ก็ได้รับความนิยมในฐานะ “ร้านที่เป็นกระแสมากที่สุดในญี่ปุ่น” จากทั้งคุณภาพของเมนูและกระแสพูดถึงจากคนดังกับยูทูบเบอร์
เนื้อที่ใช้เสิร์ฟทั้งวากิวและเนื้อผสมคัดสรรโดยช่างผู้ชำนาญด้านการเลือกเนื้อ

5. ทาวเวอร์สบาร์ “เบลโลวิสโต”
บาร์ “เบลโลวิสโต” ตั้งอยู่บนชั้น 40 ของโรงแรม Cerulean Tower Tokyu Hotel ใจกลางชิบูยะที่เต็มไปด้วยบรรยากาศนานาชาติ
เสน่ห์ของที่นี่คือการได้ชมทิวทัศน์เมืองชิบูยะที่สวยงามและค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป จากความสูง 150 เมตรบนชั้นบนสุดของโรงแรม
ที่นี่คุณจะได้ลิ้มลองค็อกเทลจากบาร์เทนเดอร์ระดับโลก รวมถึงวิสกี้ญี่ปุ่น สุราชื่อดังจากทั่วโลก และของว่างตามฤดูกาล

ช้อปอย่างเดียวก็สนุกได้ทั้งวัน! 7 แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตในชิบูยะ
ถ้าอยากใช้เวลาเดินดูของเพลิน ๆ “ชิบูยะ” ก็มีตัวเลือกเยอะมาก
ในบรรดาทั้งหมด เราได้คัดเลือกแหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตที่ถือเป็นตัวเลือกคลาสสิกมาแนะนำ
ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น ขนมหวาน หรือของใช้จุกจิก ที่นี่มีไอเท็มครบหลากหลายจนคุณอาจสนุกกับการช้อปได้ทั้งวัน
เสน่ห์เฉพาะของชิบูยะคือการได้พบทั้งไอเท็มที่สะท้อนเทรนด์ล่าสุดและของแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร
1. ชิบูยะ สแครมเบิล สแควร์
คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่เปิดให้บริการเชื่อมตรงและตั้งอยู่เหนือสถานีชิบูยะ ซึ่งมี 3 ผู้ให้บริการหลักคือ Tokyu, JR East และ Tokyo Metro
เป็นแลนด์มาร์กใหม่ของชิบูยะ และเป็นอาคารที่สูงที่สุดในย่านนี้ ด้วยความสูงตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 7 ชั้นจนถึงชั้นเหนือดิน 47 ชั้น
ภายในมีทั้งโซนศูนย์การค้าชั้นใต้ดิน 2 ถึงชั้น 14 ที่รวมร้านขนมหวาน แฟชั่น ของใช้ และร้านอาหารไว้หลากหลาย รวมถึงพื้นที่สร้างสรรค์ร่วม “SHIBUYA QWS” และออฟฟิศเกรดสูงอีกด้วย

2. ชิบูยะ ฮิคาริเอะ
อาคารสูงอเนกประสงค์ที่ไม่ได้มีดีแค่ช้อปปิ้งและรับประทานอาหาร แต่ยังเต็มไปด้วยวิธีสนุกและจุดน่าสนใจมากมาย
ตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 3 ถึงชั้น 5 เป็นโซนช้อปปิ้ง “ShinQs” ที่รวมร้านค้ามีเอกลักษณ์ไว้ในบรรยากาศนุ่มนวลด้วยโทนสีขาวและสีไม้

3. ชิบูยะ สตรีม
อาคารสูง 35 ชั้นที่สร้างขึ้นจากการพัฒนาพื้นที่เดิมของชานชาลาสถานีชิบูยะสายโทโยโกะ รางรถไฟเก่า และบริเวณรอบแม่น้ำชิบูยะใหม่ในปี 2018 โดยภายในเปิดให้บริการทั้งออฟฟิศและศูนย์การค้า
ชั้นบนเป็นออฟฟิศ ส่วนชั้นล่างมีโรงแรม อีเวนต์ฮอลล์ แอคทิวิตี้คอร์ตสำหรับเล่นกีฬา รวมถึงร้านค้าและร้านอาหาร

4. SHIBUYA109 สาขาชิบูยะ
อาคารช้อปปิ้งยอดนิยมที่ครองใจวัยรุ่นผู้ตามเทรนด์มาอย่างยาวนาน มีเสื้อผ้าแฟชั่นเทรนด์ล่าสุดให้เลือกอย่างหลากหลาย และเป็นสถานที่ที่ได้รับความสนใจไม่เฉพาะในญี่ปุ่นแต่รวมถึงต่างประเทศด้วย
มักได้รับการนำเสนอผ่านสื่ออย่างโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และเว็บไซต์ จนกลายเป็นหนึ่งในผู้นำเทรนด์แฟชั่นของคนหลายเจเนอเรชัน

5. ชิบูยะ โมดี
ศูนย์การค้าที่เดินจากสถานี JR “ชิบูยะ” ประมาณ 2 นาที เดินทางสะดวก และเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งส่งต่อแฟชั่นและวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมหลากหลายไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นหรือดนตรี
ลูกค้ามากกว่า 80% เป็นผู้หญิง และในจำนวนนั้นมากกว่า 70% อยู่ในช่วงวัย 10–30 ปี จึงมีร้านค้าที่รวบรวมคอนเทนต์ล่าสุดซึ่งเน้นกลุ่มวัยรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของชิบูยะ

6. LABI สาขาชิบูยะ
LABI สาขาชิบูยะ เดินจากสถานีชิบูยะประมาณ 5 นาที เดินทางสะดวกมาก
ภายในร้านตั้งแต่ชั้น B1F ถึง 6F รวบรวมเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่หลากหลายประเภทไว้ครบครัน และสินค้าหลายรายการสามารถทดลองใช้งานจริงได้ ไม่ว่าจะเป็นไดร์เป่าผมหรือเครื่องดูแลผิวหน้า สามารถลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อได้ จึงเป็นร้านแนวทดลองสัมผัสสินค้า นอกจากนี้ยังมีของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างยาย้อมผม เครื่องสำอาง ยา ตลอดจนอาหารอย่างมัตฉะและขนมต่าง ๆ จึงเหมาะเป็นแหล่งซื้อของฝากด้วย

7. ชิบูยะ มาร์กซิตี
พื้นที่ที่มุ่งมอบความ “ลงตัวพอดี” สำหรับทั้งการนัดพบ การช้อปปิ้ง และการใช้งานในหลายโอกาส โดยตั้งเป้าเติมเต็มชีวิตประจำวันของผู้มาเยือนให้สะดวกสบายและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมมอบบรรยากาศที่ใคร ๆ ก็รู้สึกสบายใจ
อาคารแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ EAST Mall และ WEST Mall โดยตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 1 ถึงชั้น 3 มีร้านค้าที่เปี่ยมเอกลักษณ์ ส่วนชั้น 4 เป็นโซน Shopping & Restaurant Avenue ที่เรียงรายด้วยร้านอาหารหลากหลายแนว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวชิบูยะ
Q
ถ้ามีเวลาสั้น ๆ และอยากเที่ยวชิบูยะให้คุ้ม ควรไปที่ไหน?
ขอแนะนำ “ชิบูยะเซ็นเตอร์ไก” เพราะอยู่ใกล้สถานีและมีร้านค้าหลากหลายประเภทเรียงรายอยู่มากมาย
Q
สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในชิบูยะมีที่ไหนบ้าง?
ตัวอย่างเช่น “ชิบูยะเซ็นเตอร์ไก” “ทางแยกชิบูยะแบบสแครมเบิล” และ “SHIBUYA109 สาขาชิบูยะ” เป็นต้น
บทสรุป
ถ้าอยากเที่ยวโตเกียวในมุมที่ทั้งคึกคักและมีหลายบรรยากาศให้สัมผัส “ชิบูยะ” ก็เป็นย่านที่น่าแวะมากแห่งหนึ่ง
บทความนี้ได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใน “ชิบูยะ” เป็นหลัก พร้อมทั้งจุดเด่นด้านช้อปปิ้งและอาหารที่น่าแวะ
เสน่ห์ของที่นี่คือคุณจะได้สัมผัสทั้งเทรนด์ล้ำสมัยและวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมไปพร้อมกัน
หากได้ตามรอยสถานที่ที่แนะนำในบทความนี้ คุณน่าจะได้พบประสบการณ์น่าตื่นเต้นท่ามกลางบรรยากาศเมืองที่มีสไตล์และทันสมัย
เที่ยว “ชิบูยะ” จนจุใจแล้ว จะลองแวะ “ฮาราจูกุ” ที่อยู่ในเขตชิบูยะเหมือนกันต่อก็ได้
จาก “ชิบูยะ” ไป “ฮาราจูกุ” ใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟเพียง 3 นาที จึงแวะไปได้ไม่ยาก
ลองดูบทความนี้เพิ่มเติมเพื่อทำความรู้จักเสน่ห์และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของฮาราจูกุได้เลย