เที่ยว ช้อป และกินให้อิ่มใจตลอดแนวแม่น้ำเมกุโระ! 9 จุดเที่ยวยอดนิยมในเมกุโระ

เที่ยว ช้อป และกินให้อิ่มใจตลอดแนวแม่น้ำเมกุโระ! 9 จุดเที่ยวยอดนิยมในเมกุโระ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากโตเกียวฝั่งที่คึกคัก ลองมองมาทางเมกุโระกันดู
ย่านนี้มีร้านค้าและร้านอาหารสไตล์ดีอยู่รวมกัน โดยมีแม่น้ำเมกุโระซึ่งเป็นจุดชมซากุระชื่อดังเป็นแกนกลาง
ต่างจากย่านคึกคักอย่างชินจูกุหรือชิบูย่า ที่นี่คุณจะได้เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวในบรรยากาศเงียบสงบ
ยังมีพิพิธภัณฑ์ ศาลเจ้า และวัดอยู่มากมาย จึงเหมาะสำหรับการสัมผัสประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะของโตเกียว
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์ของเมกุโระ โดยเน้นทั้งจุดท่องเที่ยวยอดนิยม ร้านค้า และร้านอาหาร
เดินทางจากชิบูย่าได้ภายในไม่เกิน 5 นาที จะลองใช้บทความนี้เป็นไกด์แล้วแวะมาเที่ยวเมกุโระกันก็ได้

เมกุโระเป็นสถานที่แบบไหน?

เขตเมกุโระตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว โดยมีชิบูย่าอยู่ทางเหนือและชินากาวะอยู่ทางตะวันออก
เป็นย่านที่เต็มไปด้วยร้านอาหารยอดนิยม ร้านค้าล้ำสมัย และร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้บรรยากาศหรูหราและมีรสนิยม
ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะพื้นที่ที่มีแม่น้ำเมกุโระไหลผ่าน ซึ่งเป็นจุดชมดอกไม้ยอดนิยมเช่นกัน
ในย่านเดียวกันยังมีสถานที่ทางวัฒนธรรมอย่างพิพิธภัณฑ์และพิพิธภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน รวมถึงศาลเจ้าและวัดอยู่หลายแห่ง จึงมีจุดให้สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอยู่ไม่น้อย
แม้จะเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมหลากหลายและให้สัมผัสถึงเทรนด์ล้ำสมัย แต่บริเวณริมแม่น้ำเมกุโระก็ยังมีธรรมชาติให้เพลิดเพลิน จึงแนะนำให้ค่อย ๆ เดินเล่นเลียบแม่น้ำ แล้วแวะร้านอาหาร ร้านค้า และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ ย่านจิยูกาโอกะก็อยู่ในเขตเมกุโระเช่นกัน แม้จะอยู่ห่างจากริมแม่น้ำเมกุโระออกไปเล็กน้อย แต่ก็มีทั้งถนนช้อปปิ้งท้องถิ่น ร้านค้า และร้านอาหารยอดนิยม จึงน่าแวะไปเที่ยวควบคู่กัน
เมกุโระเดินทางสะดวกจากฝั่งชิบูย่าและโยโกฮามะ จึงใส่ไว้ในแพลนเที่ยวโตเกียวได้ง่าย

บรรยากาศเมืองบริเวณรอบสถานีเมกุโระ
บรรยากาศเมืองบริเวณรอบสถานีเมกุโระ

ฤดูกาลที่แนะนำสำหรับการเที่ยวเมกุโระคือช่วงไหน?

หากมาเที่ยวเมกุโระ อยากแนะนำให้มาในฤดูใบไม้ผลิซึ่งเป็นช่วงที่ซากุระบานสวยที่สุด
ริมแม่น้ำเมกุโระซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระชื่อดังของโตเกียว มีต้นซากุระประมาณ 800 ต้นทอดยาวตลอดระยะทางประมาณ 4 กม.
ช่วงกลางคืนยังมีการประดับไฟซากุระ และมีร้านแผงลอยเรียงรายตามริมน้ำมากมาย มาเที่ยวเมกุโระพร้อมเพลิดเพลินกับการชมดอกไม้กันได้เลย

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของเมกุโระ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบาง ๆ และสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาอย่างเสื้อแขนสั้น
  • ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน): จะเป็นแจ็กเก็ตเบา ๆ หรือโค้ตก็ได้
  • ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์): โค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ตอุ่น ๆ

เดินทางไปเมกุโระอย่างไร?

เราได้สรุปวิธีเดินทางและเวลาโดยประมาณจากสถานีหลักต่าง ๆ ในโตเกียวไปยังสถานีนากะเมกุโระไว้ในตารางด้านล่าง
แม้ในเมกุโระจะมีหลายสถานี แต่ถ้าต้องการเที่ยวโดยมีแม่น้ำเมกุโระเป็นศูนย์กลาง แนะนำสถานีนากะเมกุโระมากที่สุด
จากสถานีโยโกฮามะก็ใช้เวลาประมาณ 35 นาที จึงเดินทางจากฝั่งโยโกฮามะได้สะดวกเช่นกัน

จากสถานีโตเกียว
ต่อรถระหว่างสายโตเกียวเมโทรมารุโนะอุจิและสายฮิบิยะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
จากสถานีชินจูกุ
ต่อรถระหว่างสาย JR ไซเคียวและสายโทคิวโทโยโกะ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
จากสถานีอุเอโนะ
โดยสายโตเกียวเมโทรกินซ่า ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
จากสถานีชินากาวะ
ต่อรถระหว่างสาย JR ยามาโนเตะและสายโตเกียวเมโทรฮิบิยะ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
จากสถานีชิบูย่า
โดยสายโทคิวโทโยโกะ ใช้เวลาประมาณ 5 นาที

วิธีเดินทางหลักสำหรับการเที่ยวเมกุโระ

หากเที่ยวในเมกุโระ วิธีเดินทางหลักคือรถไฟและการเดินเท้า
พื้นที่อย่างนากะเมกุโระและจิยูกาโอกะซึ่งมีร้านอาหารและร้านค้ามากมาย เหมาะกับการเดินเที่ยวภายในย่าน ส่วนการย้ายระหว่างแต่ละย่าน นิยมใช้รถไฟ

ออกเดินทางสัมผัสประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะของโตเกียว! 9 จุดเที่ยวยอดนิยมในเมกุโระ

ภาพจำของเมกุโระสำหรับชาวญี่ปุ่นมักเป็นย่านเก๋ มีระดับ และดูทันสมัย แต่จริง ๆ แล้วก็มีศาลเจ้าและวัดเก่าแก่อยู่มากมาย
ระหว่างเดินเล่น คุณยังจะเจอสถานที่ทางวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งเปิดมุมให้สัมผัสประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะของโตเกียวได้อย่างเต็มที่
เมื่อมาเดินเล่นแถวริมแม่น้ำเมกุโระ อย่าลืมแวะไปยังจุดท่องเที่ยวที่จะแนะนำต่อไปนี้ด้วย

1. แม่น้ำเมกุโระ

แม่น้ำเมกุโระเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านเขตเซตากายะ เขตเมกุโระ และเขตชินากาวะของโตเกียว ก่อนจะไหลลงสู่อ่าวโตเกียว
ริมแม่น้ำตั้งแต่บริเวณใกล้สถานีอิเคจิริโอฮาชิบนสายโทคิวเด็นเอ็นโทชิ ไปจนถึงย่านชิโมะเมกุโระ เป็นแนวต้นซากุระโซเมโยชิโนะประมาณ 800 ต้นทอดยาวราว 4 กม.
สองฝั่งแม่น้ำเต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านอาหารมีเอกลักษณ์ จนเป็นหนึ่งในย่านสุดชิคของโตเกียว

จุดชมซากุระชื่อดังในโตเกียว กับแนวต้นซากุระยาวประมาณ 4 กม.
จุดชมซากุระชื่อดังในโตเกียว กับแนวต้นซากุระยาวประมาณ 4 กม.

2. พิพิธภัณฑ์ปรสิตเมกุโระ

พิพิธภัณฑ์วิจัยที่เชี่ยวชาญด้านปรสิตโดยเฉพาะ ซึ่งหาได้ยากมากในระดับโลก
ก่อตั้งโดย ดร. ซาโตชิ คาเมกายะ เพื่อการวิจัยเกี่ยวกับปรสิต รวมถึงการให้ความรู้และรณรงค์ป้องกันโรคจากปรสิต
ภายในอาคารชั้น 1–2 เป็นพื้นที่จัดแสดง มีตัวอย่างแช่ในของเหลวและเอกสารที่เกี่ยวข้องจัดแสดงประมาณ 300 ชิ้น
มีทั้งนิทรรศการถาวร นิทรรศการพิเศษ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อถ่ายทอดความน่าสนใจและความมหัศจรรย์ของปรสิต

พิพิธภัณฑ์เฉพาะทางด้านปรสิตที่หาชมได้ยากในระดับโลก
พิพิธภัณฑ์เฉพาะทางด้านปรสิตที่หาชมได้ยากในระดับโลก

3. ศาลเจ้าโอโทริ

ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในเขตเมกุโระ โตเกียว มีประวัติยาวนานประมาณ 1,200 ปี และก่อตั้งขึ้นในสมัยเฮอัน
ศาลเจ้าแห่งนี้ยังถูกบันทึกไว้ในแผนที่เอโดะที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งวาดขึ้นในสมัยมุโรมาจิ และจากการที่มีเพียง 9 ศาลเจ้าเท่านั้นที่ปรากฏในแผนที่ฉบับนี้ จึงถูกนับรวมเป็นหนึ่งใน “เอโดะคิวฉะ” หรือ 9 ศาลเจ้าแห่งเอโดะ
นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงจากเทศกาล “โทริโนะอิจิ” ที่จัดขึ้นในวันไก่ของเดือนพฤศจิกายน เพื่อขอพรเรื่องการค้าเจริญรุ่งเรืองและโชคลาภ โดยมีต้นกำเนิดย้อนกลับไปถึงสมัยเอโดะเช่นเดียวกับโทริโนะอิจิที่อาซากุสะ

ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในเขตเมกุโระ โด่งดังจากเทศกาลโทริโนะอิจิที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ
ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในเขตเมกุโระ โด่งดังจากเทศกาลโทริโนะอิจิที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ

4. พิพิธภัณฑ์ศิลปะสวนโตเกียว

คฤหาสน์อาซากะโนะมิยะที่สร้างขึ้นในปี 1933 ในรูปแบบอาร์ตเดโค ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะในปี 1983
ในปี 2015 อาคารหลัก ประตูหน้า และเรือนชงชา เป็นต้น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
ภายในมีจุดน่าชมมากมาย เช่น ทางเข้าหลักที่มีประตูนูนแก้วโดยเรอเน ลาลีก ช่างศิลป์แก้วชาวฝรั่งเศส และห้องโถงใหญ่ที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศสงบนิ่งและความโอ่อ่าหนักแน่น

พิพิธภัณฑ์ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับคฤหาสน์อาซากะโนะมิยะเดิมในสไตล์อาร์ตเดโค พร้อมสวนและเรือนชงชา
พิพิธภัณฑ์ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับคฤหาสน์อาซากะโนะมิยะเดิมในสไตล์อาร์ตเดโค พร้อมสวนและเรือนชงชา

5. วัดริวเซ็นจิ หรือ เมกุโระฟุโดซง

วัดริวเซ็นจิที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในปี 808 เป็นที่รู้จักกันในชื่อเมกุโระฟุโดซง และมีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี
น้ำที่ผุดขึ้นจากจุดซึ่งเล่ากันว่าเป็นสถานที่ที่พระจิคากุไดชิโยนเครื่องประกอบพิธีเพื่อกำหนดตำแหน่งสร้างอาคารหลัก ปัจจุบันยังสามารถชมได้ในบริเวณวัดในชื่อ “น้ำตกโดกโกะ”
ด้านหน้าประตูนิโอของเมกุโระฟุโดซงมีร้านทากิมิชายะ ซึ่งมีทั้งที่นั่งแบบโต๊ะ ที่นั่งระเบียง และมุมเสื่อทาทามิยกพื้น ให้ได้นั่งพักพร้อมลิ้มรสมัทฉะ พุดดิ้ง หรือมันหวานย่าง

หนึ่งในโกะชิกิฟุโดที่คอยคุ้มครองปราสาทเอโดะ และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ฟุโดที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคคันโต
หนึ่งในโกะชิกิฟุโดที่คอยคุ้มครองปราสาทเอโดะ และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ฟุโดที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคคันโต

6. วัดโกะเฮียคุราคังจิ

วัดโกะเฮียคุราคังจิเป็นวัดที่ผู้คนคุ้นเคยกันดีในชื่อ “ราคังซังแห่งเมกุโระ” สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1695 ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือเขตโคโตะ ต่อมาย้ายไปเขตสุมิดะในปี 1887 และย้ายมายังสถานที่ปัจจุบันในปี 1908
ว่ากันว่าเดิมมีรูปพระอรหันต์มากกว่า 500 องค์ ซึ่งแกะสลักโดยพระเซนโชอุงเง็งเค ผู้เป็นทั้งพระและช่างแกะสลัก โดยใช้เงินบริจาคที่ออกบิณฑบาตรวบรวมจากผู้คนในเมืองเอโดะ ตลอดช่วงเวลาหลายสิบปี
ปัจจุบันยังคงเหลืออยู่ 305 องค์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทจับต้องได้ของกรุงโตเกียว ร่วมกับพระพุทธรูปไม้ศากยมุนีสามองค์

วัดที่ประดิษฐานกลุ่มพระพุทธรูปซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทจับต้องได้ของกรุงโตเกียว
วัดที่ประดิษฐานกลุ่มพระพุทธรูปซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทจับต้องได้ของกรุงโตเกียว

7. พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโตเกียว

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดอย่างเต็มรูปแบบในปี 1995 ในฐานะพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของญี่ปุ่นที่ว่าด้วยภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว โดยตั้งอยู่ในส่วนหนึ่งของคอมเพล็กซ์ “เอบิสึการ์เดนเพลส”
นิทรรศการส่วนใหญ่เป็นนิทรรศการจากคอลเลกชันและนิทรรศการพิเศษ โดยจัดแสดงผลงานภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวจากทั้งญี่ปุ่นและต่างประเทศในห้องจัดแสดง 3 ห้องและฮอลล์
มีผลงานในครอบครองมากกว่า 37,000 ชิ้น ครอบคลุมอย่างเป็นระบบตั้งแต่งานที่ถ่ายทอดยุคเริ่มต้นของภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว ไปจนถึงผลงานล่าสุดของศิลปินร่วมสมัย

พิพิธภัณฑ์เฉพาะทางด้านภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวที่หาได้ยากในระดับโลก
พิพิธภัณฑ์เฉพาะทางด้านภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวที่หาได้ยากในระดับโลก

8. ศาลเจ้าคุมาโนะ

ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับความศรัทธาอย่างลึกซึ้งมาแต่โบราณในฐานะศาลเจ้าประจำท้องถิ่นของย่านจิยูกาโอกะอันเปี่ยมด้วยแฟชั่น
ในสมัยคามาคุระ การจาริกแสวงบุญไปยังคุมาโนะซันซังในวากายามะ ได้แก่ คุมาโนะฮงกูไทฉะ คุมาโนะฮายาทามะไทฉะ และคุมาโนะนาจิไทฉะ ได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนทั่วไป และมีการค้นพบบันทึกการจาริกจากพื้นที่เมกุโระด้วย จึงกล่าวกันว่าต้นกำเนิดของศาลเจ้าแห่งนี้มาจากการอัญเชิญดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์จากทั้งสามศาลเจ้ามาประดิษฐาน

ศาลเจ้าที่ได้รับความรักมาอย่างยาวนานในฐานะศาลเจ้าประจำท้องถิ่นของจิยูกาโอกะ และยังเป็นจุดพลังงานยอดนิยม
ศาลเจ้าที่ได้รับความรักมาอย่างยาวนานในฐานะศาลเจ้าประจำท้องถิ่นของจิยูกาโอกะ และยังเป็นจุดพลังงานยอดนิยม

9. สวนลอยฟ้าเมกุโระ

สวนลอยฟ้ารูปวงกลมสุดแปลกใหม่ มีเส้นรอบวง 400 ม. สร้างขึ้นเป็นสวนสาธารณะของเขต โดยใช้พื้นที่บนหลังคาของทางด่วนมหานครบริเวณโอฮาชิจังก์ชัน
ภายในสวนซึ่งออกแบบเป็นทางวนตามรูปทรงของจังก์ชัน มีระดับความสูงต่างกันตั้งแต่ 11–35 ม. และสามารถเข้าได้จากหลายจุดหลายวิธี ทั้งจากพื้นดิน สะพานลอย และลิฟต์
มีหลายโซนที่มีธีมแตกต่างกัน เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินเล็ก ๆ พร้อมทิวทัศน์ที่ทำให้แทบลืมไปว่าอยู่ใจกลางเมือง

โอเอซิสใจกลางเมืองที่เขียวชอุ่ม บนพื้นที่หลังคาของจุดเชื่อมทางด่วน
โอเอซิสใจกลางเมืองที่เขียวชอุ่ม บนพื้นที่หลังคาของจุดเชื่อมทางด่วน

ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่บรรยากาศก็ยอดเยี่ยม! 5 ร้านอาหารยอดนิยมในเมกุโระ

ถ้าเดินเที่ยวเมกุโระไปเรื่อย ๆ จะเจอร้านอาหารที่ทั้งมีเอกลักษณ์และมีสไตล์อยู่ไม่น้อย ต่อไปนี้คือร้านยอดนิยมที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ
คุณจะได้ลิ้มรสอาหารชั้นเยี่ยมจากวัตถุดิบที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันไปพร้อมกับบรรยากาศการรับประทานอาหารที่แตกต่างกันในแต่ละร้าน
เรายังมีคาเฟ่ที่เหมาะสำหรับแวะพักระหว่างเดินเล่นในเมกุโระแบบสบาย ๆ มาแนะนำด้วย
ถ้ามาเที่ยวเมกุโระ อย่าลืมแวะร้านที่เราเลือกมาฝากกัน

1. นากะเมกุโระ ยากินิกุ โทกิวมง

ร้านยากินิกุสไตล์ทันสมัยที่เปิดในเดือนพฤศจิกายน ปี 2023 อยู่ห่างจากสถานีนากะเมกุโระโดยเดิน 2 นาที
เพื่อถ่ายทอดความอร่อยแท้จริงของเนื้อวากิวออกมาให้ได้มากที่สุด ทางร้านจึงให้บริการเฉพาะคอร์สที่คิดมาอย่างพิถีพิถันเท่านั้น
คอร์สเด่นประกอบด้วยทั้งหมด 11 รายการ ให้คุณได้ลิ้มรสความหรูหราที่คัดสรรมาอย่างดี เช่น ลิ้นวัวชั้นดีปรุงเกลือ สเต๊กฟิเลต์เนื้อคุโรเกะวากิวหั่นหนา และริบโรส

ร้านยากินิกุแบบจองล่วงหน้าเท่านั้น ที่ให้คุณลิ้มรสวากิวคัดพิเศษ
ร้านยากินิกุแบบจองล่วงหน้าเท่านั้น ที่ให้คุณลิ้มรสวากิวคัดพิเศษ

2. โทริชิกิ

“โทริชิกิ” เป็นร้านยากิโทริที่เปิดในปี 2007 โดยโยชิเทรุ อิเคกาวะ ตัวแทนช่างฝีมือของ “โทริชิกิ ICHIMON” ร้านนี้มีชื่อเสียงมากจนได้รับการนำเสนอในสื่อมากมาย และคว้ารางวัลมิชลิน 1 ดาวต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี อีกทั้งยังถูกขนานนามว่าเป็น “ร้านยากิโทริที่จองยากที่สุดในญี่ปุ่น”
สิ่งแรกที่สะดุดตาคือรูปลักษณ์ภายนอกของร้าน ซึ่งต้อนรับผู้มาเยือนด้วยบรรยากาศมีเสน่ห์จนแทบไม่เหมือนร้านยากิโทริทั่วไป

เสิร์ฟยากิโทริระดับพรีเมียมที่ใครได้ลองก็ต้องประทับใจ
เสิร์ฟยากิโทริระดับพรีเมียมที่ใครได้ลองก็ต้องประทับใจ

3. ristorante scintilla

ไฟน์ไดนิ่งบรรยากาศราวกับร้านลับแห่งนี้ตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน 1 ของคอมเพล็กซ์ “the GARDEN” ซึ่งรวมร้านคาแรกเตอร์โดดเด่นหลากหลายประเภท ทั้งร้านดอกไม้รสนิยมดีและร้านหนังสือธีมแปลกใหม่
ภายในเป็นพื้นที่โทนบลูเกรย์ที่เรียบคมและชิค ลดทอนข้อมูลทางสายตาให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อให้ผู้มาเยือนได้โฟกัสกับอาหารผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ที่นี่คุณจะได้ลิ้มลองอาหารโมเดิร์นที่ประณีตและงดงามโดยเชฟยูอิจิ มุคาซะ

อาหารอิตาเลียนอันประณีตที่ผสานความโมเดิร์นและดั้งเดิม ในบรรยากาศราวกับร้านลับ
อาหารอิตาเลียนอันประณีตที่ผสานความโมเดิร์นและดั้งเดิม ในบรรยากาศราวกับร้านลับ

4. ONIBUS COFFEE จิยูกาโอกะ

ร้านกาแฟสเปเชียลตี้ที่มีสาขาในโอคุซาวะ ยาคุโมะ และนากะเมกุโระด้วย
ร้านนี้ได้รับความนิยมจากรสชาติกาแฟที่ชงโดยบาริสต้า โดยใช้เมล็ดกาแฟที่คัดซื้อโดยตรงจากเกษตรกรในแหล่งผลิตอย่างโคลอมเบียและเอธิโอเปีย แล้วนำมาคั่วเอง
สาขานี้เปิดในเดือนเมษายน ปี 2022 ริมถนนจิยูกาโอกะกรีนโรด โดดเด่นด้วยสไตล์ธรรมชาติที่อบอวลด้วยความอบอุ่นของไม้ และบรรยากาศสงบในแบบฉบับจิยูกาโอกะ

คาเฟ่ยอดนิยมที่คนต่อคิวไม่ขาดสาย พร้อมกาแฟสเปเชียลตี้ อาหารจริงจัง และอาเช็ตเดเซิร์ต
คาเฟ่ยอดนิยมที่คนต่อคิวไม่ขาดสาย พร้อมกาแฟสเปเชียลตี้ อาหารจริงจัง และอาเช็ตเดเซิร์ต

5. ปังโตะเอสเปรสโซะโตะ จิยูเกตะ

ร้านพี่น้องของคาเฟ่และเบเกอรียอดนิยม “ปังโตะเอสเปรสโซะโตะ” จากโอโมเตะซันโด ภายในร้านโดดเด่นด้วยผนังโค้งลื่นไหลที่ได้แรงบันดาลใจจากก้อนเมฆ พร้อมที่นั่งโต๊ะไม้บรรยากาศอบอุ่นและที่นั่งเทอร์เรสโปร่งสบาย ให้ความรู้สึกน่านั่งพักผ่อน
เมนูยอดนิยมของที่นี่คือของหวานหลากหลายที่ทำจากขนมปังก้อนทรงลูกบาศก์ “มู” ซึ่งเป็นสินค้าซิกเนเจอร์ของร้าน คุณจะได้ลิ้มรสความเข้มข้นจากการใช้เนยอย่างจุใจ ออกมาเป็นเฟรนช์โทสต์เนื้อนุ่มฟู หรือทีรามิสุที่ทำจากส่วนขอบขนมปัง

คาเฟ่และเบเกอรีที่เหมาะกับการนั่งพักในบรรยากาศสบาย ๆ พร้อมของหวานและเครื่องดื่มหลากหลาย
คาเฟ่และเบเกอรีที่เหมาะกับการนั่งพักในบรรยากาศสบาย ๆ พร้อมของหวานและเครื่องดื่มหลากหลาย

4 แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในเมกุโระที่คุณจะได้พบไอเท็มคุณภาพ

ถ้าอยากเดินดูร้านเพลิน ๆ ในเมกุโระ ลองเริ่มจากรอบสถานีนากะเมกุโระและสถานีจิยูกาโอกะ ซึ่งเป็นสองพื้นที่ที่มีร้านค้ารวมตัวกันมากที่สุด
นากะเมกุโระมีร้านค้าที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศทันสมัยมีรสนิยม ส่วนจิยูกาโอกะมีร้านที่ยังคงความเก๋แต่ให้บรรยากาศผ่อนคลายมากกว่า
สถานีนากะเมกุโระและสถานีจิยูกาโอกะเดินทางถึงกันได้ภายในไม่เกิน 10 นาที จึงแนะนำให้สนุกกับการช้อปทั้งสองย่านไปพร้อมกัน

1. ทราเวลเลอร์สแฟคทอรี นากะเมกุโระ

“ทราเวลเลอร์สคัมปะนี” คือแบรนด์ผู้สร้าง “ทราเวลเลอร์สโน้ต” สมุดโน้ตที่ชวนให้อยากถือออกเดินทางไปด้วยทุกครั้งที่ท่องเที่ยว
“ทราเวลเลอร์สแฟคทอรี” ที่ตั้งอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ของนากะเมกุโระ โตเกียว ได้รับการรีโนเวตจากอาคารซึ่งเคยเป็นโรงงานแปรรูปกระดาษมาก่อน และเปิดขึ้นในปี 2011 ในฐานะร้านแฟลกชิปของทราเวลเลอร์สโน้ต

ร้านที่รวบรวมสมุดโน้ตและสินค้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อเก็บบันทึกและความทรงจำของการเดินทางไว้ในเล่มเดียว
ร้านที่รวบรวมสมุดโน้ตและสินค้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อเก็บบันทึกและความทรงจำของการเดินทางไว้ในเล่มเดียว

2. นากะเมกุโระ สึตายะ บุ๊กส์

ร้านหนังสือในคอมเมอร์เชียลคอมเพล็กซ์ “นากะเมกุโระโคกะชิตะ” ที่เปิดในปี 2016 ภายในร้านแบ่งออกเป็น 4 โซนที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน
โซน “Meet” ซึ่งอยู่ใกล้สถานีที่สุด มีทั้งนิตยสาร เครื่องสำอาง ของใช้จุกจิก และของขวัญให้เลือกมากมาย ที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ซึ่งเหมาะสำหรับใช้นัดพบยังมีพอร์ตชาร์จ USB ติดตั้งไว้พร้อม

ร้านหนังสือสไตล์โมเดิร์นที่ให้คุณได้พบกับหนังสือและของใช้จุกจิกซึ่งช่วยเติมเต็มชีวิตประจำวันให้ดียิ่งขึ้น
ร้านหนังสือสไตล์โมเดิร์นที่ให้คุณได้พบกับหนังสือและของใช้จุกจิกซึ่งช่วยเติมเต็มชีวิตประจำวันให้ดียิ่งขึ้น

3. JIYUGAOKA de aone

ศูนย์การค้าที่เปิดในเดือนตุลาคม ปี 2023 ริมถนนกาคุเอ็นโดริในจิยูกาโอกะ เป็นโมลล์ในเมืองตามแนวคิดใหม่ที่แตกต่างจากโมลล์ชานเมืองแบบดั้งเดิมที่อิออนมอลล์เคยพัฒนามา
ภายในอาคารสูง 4 ชั้นเหนือดินและ 2 ชั้นใต้ดิน มีร้านทั้งหมด 27 ร้าน ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายอาหาร ของใช้จุกจิก และของตกแต่งบ้าน ที่ช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้มีคุณภาพมากขึ้น

โมลล์ในเมืองของจิยูกาโอกะที่เปิดในปี 2023 เต็มไปด้วยความอบอุ่นจากสีเขียวและเนื้อไม้
โมลล์ในเมืองของจิยูกาโอกะที่เปิดในปี 2023 เต็มไปด้วยความอบอุ่นจากสีเขียวและเนื้อไม้

4. TODAY'S SPECIAL Jiyugaoka

ร้านอินทีเรียร์และของใช้จุกจิกภายใต้ธีม “DIY ด้านอาหารและการใช้ชีวิต” ตั้งอยู่ริมถนนกาคุเอ็นโดริที่ทอดยาวขึ้นไปทางเหนือจากสถานีจิยูกาโอกะ เป็นร้านยอดนิยมที่มีสาขาหลายแห่งในโตเกียว เช่น ชิบูย่า ชินจูกุ และฟุตาโกะทามากาวะ รวมถึงเกียวโตและโกเบด้วย
ร้านมี 2 ชั้น ได้แก่ชั้น 1 และชั้น 2 จำหน่ายไอเท็มคุณภาพที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นภาชนะ เครื่องครัว อาหาร เสื้อผ้า และเครื่องเขียน

ร้านของใช้จุกจิกในจิยูกาโอกะที่รวมไอเท็มพิเศษไว้ครบ เพื่อเติมเต็มชีวิตประจำวันให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ร้านของใช้จุกจิกในจิยูกาโอกะที่รวมไอเท็มพิเศษไว้ครบ เพื่อเติมเต็มชีวิตประจำวันให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ถ้าจะพักที่เมกุโระ ต้องที่นี่! 2 ที่พักแนะนำ

เมกุโระอยู่ไม่ไกลจากย่านคึกคักของโตเกียว แต่บรรยากาศยังคงสงบสบายอยู่พอสมควร
หากคุณไม่ชอบความวุ่นวายของย่านใจกลางเมือง การใช้เมกุโระเป็นฐานเที่ยวโตเกียวก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ถ้ากำลังคิดจะพักในย่านนี้ ลองดูที่พักที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ได้เลย

1. โรงแรมกะโจเอ็น โตเกียว

โรงแรมกะโจเอ็น โตเกียว ถือกำเนิดขึ้นในปี 2017 จากการรีแบรนด์เมกุโระกะโจเอ็น
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ภายในอาคาร คุณจะสะดุดตากับภาพวาดญี่ปุ่นและงานหัตถศิลป์อันหรูหราที่จัดวางอยู่ทั่วทุกมุม ถ่ายทอดความงดงามของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ได้อย่างโดดเด่น
ห้องพักทั้ง 60 ห้องล้วนเป็นห้องสวีตที่มีขนาดอย่างน้อย 80 ตร.ม. ในบรรยากาศเงียบสงบและมีระดับที่นำแนวคิดวาบิและซาบิมาผสานกัน พร้อมห้องอบไอน้ำและอ่างเจ็ตบาธครบครัน ช่วยให้ทั้งร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่

มิวเซียมโฮเทลที่ประดับประดาด้วยภาพวาดญี่ปุ่นและศิลปหัตถกรรม
มิวเซียมโฮเทลที่ประดับประดาด้วยภาพวาดญี่ปุ่นและศิลปหัตถกรรม

2. โรงแรมมิดอิน เมกุโระ เอกิมาเอะ

โรงแรมทำเลดี เดินจากสถานีเมกุโระ 3 นาทีตามถนนกงโนะสุเกะซากะ เหมาะสำหรับการเที่ยวในโตเกียวอย่างสะดวกสบาย จากสถานีเมกุโระสามารถนั่งรถไฟไปยังจุดยอดนิยมอย่างรปปงงิ ชิบูย่า และฮาราจูกุได้ภายในไม่เกิน 10 นาที
ในเขตเมกุโระที่ตั้งของโรงแรมมีศาลเจ้าและวัดอยู่มากมาย ทั้งเส้นทาง “เมกุโระชิจิฟุกุจินเมกุริ” โบสถ์คาทอลิกฮิมงยะ หรือซาเลซิโอเชิร์ช สวนลอยฟ้าเมกุโระ และแม่น้ำเมกุโระซึ่งในฤดูใบไม้ผลิถือเป็นหนึ่งในจุดชมดอกไม้ชื่อดังของโตเกียว เรียกได้ว่ารอบโรงแรมมีสถานที่น่าแวะชมอยู่มากทีเดียว

ที่พักเหมาะสำหรับเที่ยวโตเกียวทั้งมุมร่วมสมัยและมุมประวัติศาสตร์
ที่พักเหมาะสำหรับเที่ยวโตเกียวทั้งมุมร่วมสมัยและมุมประวัติศาสตร์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเมกุโระ

Q

ถ้ามีเวลาไม่นาน แต่อยากเที่ยวเมกุโระให้คุ้ม ควรไปที่ไหนดี?

A

แนะนำบริเวณริมแม่น้ำเมกุโระ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้ามีสไตล์และร้านอาหารยอดนิยม

Q

เดินทางจากสถานีนากะเมกุโระไปสถานีจิยูกาโอกะใช้เวลานานแค่ไหน?

A

โดยรถไฟใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที

Q

เดินทางจากนากะเมกุโระไปไดคันยามะใช้เวลานานแค่ไหน?

A

โดยรถไฟใช้เวลาประมาณ 2 นาที

บทสรุป

บทความนี้พาคุณไปรู้จักเสน่ห์ของเมกุโระ พร้อมข้อมูลที่ควรรู้สำหรับการเที่ยว โดยเน้นทั้งจุดท่องเที่ยวยอดนิยม ร้านอาหาร และร้านค้า
ถ้ามีโอกาส ลองออกไปเดินเล่นในย่านที่บรรยากาศสงบและมีรสนิยม เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและอาหารอร่อย พร้อมสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโตเกียวกันดู
หากกำลังวางแผนเที่ยวโตเกียว บทความด้านล่างนี้ก็มีข้อมูลสำคัญที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน อย่าลืมเปิดอ่านเพิ่มเติม