
ควรอ่านก่อนเดินทางครั้งแรก! คู่มือเที่ยวโทจิงิที่ช่วยให้รู้จักวิธีเที่ยวได้หลากหลาย
ถ้าอยากออกจากโตเกียวไปเจอทั้งธรรมชาติยิ่งใหญ่และบรรยากาศประวัติศาสตร์ โทจิงิก็เป็นจุดหมายที่ไปได้สะดวก
ที่นี่มีชื่อเสียงจากมรดกโลก และยังมีรีสอร์ตที่ครอบครัวเที่ยวกันได้อย่างสนุก ทำให้วางแผนทริปได้หลายแบบ
บทความนี้จะพาผู้ที่ยังไม่รู้จักเสน่ห์ของโทจิงิไปรู้จักข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน ทั้งจุดเด่นและสถานที่น่าสนใจของแต่ละพื้นที่ ข้อมูลการเดินทาง และตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยว
พบกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์อันงดงามใน “โทจิงิ”
เมื่อขยับขึ้นมาจากโตเกียวทางตอนเหนือของภูมิภาคคันโต คุณจะเจอกับโทจิงิ จังหวัดที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันนี้
แม้จะเป็นจังหวัดที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่ทางตะวันตกและตะวันออกมีแนวภูเขาสูงตระหง่าน ส่วนตอนกลางถึงตอนใต้เป็นที่ตั้งของที่ราบคันโต ซึ่งเป็นที่ราบที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น
เพราะฉะนั้น หากมาเที่ยวโทจิงิ คุณน่าจะได้พบกับทิวทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แน่นอน
ทะเลสาบชูเซ็นจิ และน้ำตกเคงง เป็นสถานที่ยอดนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสี
ศาลเจ้านิกโกโทโชกู วัดนิกโกซังรินโนจิ และศาลเจ้านิกโกฟุตาระซัง ซึ่งมีเสน่ห์จากอาคารประวัติศาสตร์ที่กลมกลืนกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับกลุ่มอาคารและโบราณสถานที่เกี่ยวข้อง
ส่วนคินุกาวะออนเซ็น เมืองน้ำพุร้อนที่สามารถดื่มด่ำกับความงามของหุบเขา ก็มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาจากโตเกียวเพื่อมาพักผ่อนเช่นกัน
ถ้าอยากสัมผัสทั้งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ลองออกเดินทางไปเที่ยวโทจิงิดูสักครั้ง

อุณหภูมิเฉลี่ยและตัวอย่างการแต่งกายในโทจิงิ
ก่อนจัดกระเป๋าไปโทจิงิ อยากให้เผื่อเรื่องอากาศไว้สักนิด เพราะสภาพอากาศของพื้นที่ราบและพื้นที่ภูเขาแตกต่างกันมาก โดยพื้นที่ราบค่อนข้างอบอุ่น
ส่วนพื้นที่ภูเขามีอุณหภูมิต่ำกว่าพื้นที่ราบ และในฤดูร้อนมักเกิดพายุฝนฟ้าคะนองบ่อย
ปริมาณน้ำฝนในช่วงเดือน 8–9 มากกว่าช่วงฤดูฝนในเดือน 6–7
ฤดูหนาวมีความต่างของอุณหภูมิระหว่างเช้าและกลางคืนค่อนข้างมาก และมีลมแรง จึงควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม
อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของโทจิงิ
| - | มกราคม | กุมภาพันธ์ | มีนาคม | เมษายน | พฤษภาคม | มิถุนายน | กรกฎาคม | สิงหาคม | กันยายน | ตุลาคม | พฤศจิกายน | ธันวาคม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| อุณหภูมิเฉลี่ย (องศา) | 2.8 | 3.8 | 7.4 | 12.8 | 17.8 | 21.2 | 24.8 | 26.0 | 22.4 | 16.7 | 10.6 | 5.1 |
ตัวอย่างการแต่งกายตามฤดูกาลในโทจิงิ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตและสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เลือกเสื้อผ้าบางเบาและเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบางหรือโค้ตกำลังพอดี
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมโค้ต สูทขนสัตว์ สเวตเตอร์หรือแจ็กเก็ตหนา
การเดินทางไปโทจิงิ
หากเดินทางจากเมืองใหญ่ ก็ไปโทจิงิได้ไม่ยาก จากโตเกียวใช้ชินคันเซ็นประมาณ 50 นาที
หากออกเดินทางจากโอซาก้า จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที โดยต่อชินคันเซ็นที่โตเกียว
เนื่องจากโทจิงิไม่มีสนามบิน หากเดินทางมาจากต่างประเทศ จำเป็นต้องต่อผ่านสนามบินฮาเนดะ

การเดินทางจากสนามบินฮาเนดะไปยังสถานีหลัก
สำหรับคนที่วางแผนเข้าโทจิงิหลังลงเครื่อง ต่อจากนี้จะขอแนะนำการเดินทางจากสนามบินฮาเนดะไปยังสถานีอุตสึโนะมิยะ ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการเดินทางท่องเที่ยวโทจิงิ
สนามบินฮาเนดะถือเป็นประตูสู่ภูมิภาคคันโตสำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ และมักถูกใช้เมื่อเดินทางต่อจากการเที่ยวโตเกียวมายังโทจิงิ
ทั้งนี้ หากใช้ชินคันเซ็น แม้จำนวนครั้งในการเปลี่ยนขบวนและค่าเดินทางจะเพิ่มขึ้น แต่จะช่วยประหยัดเวลาได้ประมาณ 40 นาที เมื่อเทียบกับเส้นทางด้านล่าง
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถไฟด่วนสายเคคิวสนามบินที่อาคารผู้โดยสาร 1 หรือ 2 ของสนามบินฮาเนดะ และลงที่สถานีชินางาวะ
2. ที่สถานีชินางาวะ เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย JR อุเอโนะโตเกียวไลน์ และลงที่สถานีอุตสึโนะมิยะ - ระยะเวลาเดินทาง
- ประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที
วิธีการเดินทางหลักในโทจิงิ
เมื่อเดินทางมาถึงแล้ว การเที่ยวในโทจิงิก็ถือว่าค่อนข้างสะดวก เพราะมีระบบขนส่งสาธารณะที่ใช้งานได้ดี จึงน่าจะเที่ยวได้สบายแม้ใช้เพียงรถไฟและรถบัส
อย่างไรก็ตาม บางเส้นทางมีจำนวนเที่ยววิ่งไม่มาก จึงควรตรวจสอบล่วงหน้าให้ดีก่อนวางแผนการเดินทาง
นอกจากนี้ พื้นที่นิกโกและพื้นที่นาสุทางตอนเหนือมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทำให้การเดินทางด้วยรถไฟหรือรถบัสเพียงอย่างเดียวอาจไม่สะดวกนัก
หากต้องการเที่ยวทั้ง 2 พื้นที่ ก็ควรพิจารณาเช่ารถด้วย

เสน่ห์ของ 5 พื้นที่ที่ควรรู้ก่อนเที่ยวโทจิงิ
ถ้ากำลังคิดว่าจะเริ่มเที่ยวจากตรงไหนดี ลองมาดูภาพรวมของโทจิงิกันก่อน เพราะพื้นที่ท่องเที่ยวแบ่งออกได้เป็น 5 โซน และแต่ละแห่งก็มีเสน่ห์ต่างกันไป
การเลือกโฟกัสพื้นที่ที่จะเที่ยวจะช่วยให้เดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวได้มากขึ้น
หวังว่าการรู้จักเสน่ห์และจุดเด่นของแต่ละพื้นที่จะช่วยให้คุณวางแผนทริปได้ง่ายขึ้น
“พื้นที่นาสุ” แหล่งพักตากอากาศและรีสอร์ตที่มีชื่อเสียง
ถ้าอยากได้บรรยากาศพักผ่อนสบายๆ พื้นที่นาสุที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของโทจิงิก็น่าสนใจมาก
บริเวณนี้มีธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แผ่กว้าง โดยมีเทือกเขานาสุซึ่งมีภูเขานาสุเป็นยอดหลักอยู่ตรงกลาง ทำให้สามารถชมทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลได้
โดยเฉพาะที่ราบสูงนาสุทางเชิงเขาด้านใต้ของภูเขานาสุนั้นมีชื่อเสียงมาก และถือเป็นหนึ่งในแหล่งพักตากอากาศชั้นนำของญี่ปุ่น
มีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสันทนาการหลากหลาย ฟาร์มต่างๆ และนาสุออนเซ็นเคียวซึ่งเป็นแหล่งรีสอร์ต เหมาะกับทริปครอบครัวอย่างมาก
อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่คนชื่นชอบน้ำพุร้อนน่าจะถูกใจ เพราะมีออนเซ็นลับกระจายอยู่หลายแห่ง



“พื้นที่นิกโก” ที่รวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโทจิงิไว้มากมาย
ถ้าพูดถึงโซนยอดนิยมของโทจิงิ หลายคนน่าจะนึกถึงพื้นที่นิกโกทางตะวันตกเฉียงเหนือเป็นอันดับแรก
พื้นที่นิกโกซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโทจิงิ มีชื่อเสียงเป็นพิเศษจาก “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก” ซึ่งเป็นมรดกโลก
ศาลเจ้านิกโกโทโชกูเป็นสถานที่ยอดฮิตประจำทริปโทจิงิ โดยอาคารศาลเจ้าที่ประดับด้วยงานแกะสลักประณีตและสีสันสดใส ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ
ทะเลสาบชูเซ็นจิและน้ำตกเคงง ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมเช่นกัน ก็อยู่ในพื้นที่นิกโก
แม้จะมีวิวสวยแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล แต่ทะเลสาบชูเซ็นจิและน้ำตกเคงงในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนั้นงดงามเป็นพิเศษ
หากไปทะเลสาบชูเซ็นจิ ลองขึ้นเรือท่องเที่ยวเพื่อชมวิวสีสันสดใสจากบนเรือดู
ถ้าจะเที่ยวพื้นที่นิกโก ฐานที่พักที่เหมาะก็คือคินุกาวะออนเซ็น เพราะนอกจากจะได้ผ่อนคลายในออนเซ็นแล้ว ยังได้ดื่มด่ำกับความงามของหุบเขาและเสน่ห์อันมีเอกลักษณ์ของพื้นที่อีกด้วย



“พื้นที่ตอนกลางของจังหวัด” ที่มีเสน่ห์หลากหลายจากการอยู่ร่วมกันของเมืองและธรรมชาติ
ถ้าอยากเที่ยวแบบมีทั้งความสะดวกของเมืองและบรรยากาศผ่อนคลายไปพร้อมกัน พื้นที่ตอนกลางของจังหวัดก็น่าสนใจไม่น้อย
พื้นที่ตอนกลางของจังหวัดแผ่กว้างอยู่บริเวณตอนกลางของโทจิงิ และเป็นที่ตั้งของเมืองหลักอย่างอุตสึโนะมิยะ
ที่นี่เป็นพื้นที่ที่เมืองและธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว จึงมีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร สถานที่ทางวัฒนธรรม และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
ที่พิพิธภัณฑ์โอยะ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของพื้นที่นี้ มีเหมืองใต้ดินขนาดใหญ่ที่เปิดไฟประดับอย่างสวยงาม ทำให้ได้สัมผัสทั้งบรรยากาศและทิวทัศน์อันน่าหลงใหล
วากาทาเกะโนะโมริ ฟาร์มวากายามะ ก็เป็นอีกแห่งที่ได้รับความนิยม
ภายในพื้นที่ประมาณ 24 เฮกตาร์ มีป่าไผ่แผ่กว้าง และแสงแดดที่ส่องผ่านใบไผ่สร้างภาพบรรยากาศชวนฝันและงดงาม
ด้วยพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกหลุดออกจากชีวิตประจำวัน จึงน่าจะช่วยให้คุณผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าและความเครียดได้เป็นอย่างดี



“พื้นที่ตะวันออกของจังหวัด” ที่คุณจะได้สัมผัสงานหัตถกรรมดั้งเดิมของโทจิงิ
ใครที่สนใจงานฝีมือท้องถิ่น ลองมองไปที่พื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของโทจิงิดูได้เลย
พื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของโทจิงิ มีเสน่ห์จากผลผลิตทางการเกษตรอันอุดมสมบูรณ์และทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม
ที่นี่ยังมีสถานที่ทางวัฒนธรรมจำนวนมาก และเป็นที่ตั้งของเมืองมาชิโกะที่มีชื่อเสียงจากเครื่องปั้นดินเผามาชิโกะ ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมดั้งเด่นของโทจิงิ
เครื่องปั้นดินเผามาชิโกะเป็นเครื่องเคลือบชนิดหนึ่ง มีจุดเด่นที่ความหนาให้ความรู้สึกมั่นคงและผิวสัมผัสดินที่รับรู้ได้ด้วยมือ
ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเซรามิกมาชิโกะ มีนิทรรศการที่ช่วยให้เข้าใจประวัติและเสน่ห์ของเครื่องปั้นดินเผามาชิโกะ อีกทั้งในร้านค้าที่อยู่ภายในยังสามารถซื้อภาชนะและของใช้ต่างๆ ได้จริง
อีกหนึ่งสถานที่ที่อยากแนะนำคืออิการาชิรีสอร์ต
ภายใน 5 โซนของที่นี่ คุณจะสนุกได้หลายแบบทั้งเครื่องเล่นแนวผจญภัย สระว่ายน้ำ และออนเซ็น อีกทั้งในบางช่วงฤดูกาลยังสามารถเก็บสตรอว์เบอร์รีได้ด้วย
โทจิงิมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งผลิตสตรอว์เบอร์รีชั้นนำ และภายในเวลาที่กำหนดคุณสามารถกินสตรอว์เบอร์รีสุกเต็มที่ได้ไม่อั้น



“พื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด” ที่เที่ยวก็ได้ ช้อปปิ้งก็ดี อาหารก็โดดเด่น
ถ้าอยากรวมทั้งเที่ยว กิน และช้อปไว้ในทริปเดียว พื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
พื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดทางตะวันตกเฉียงใต้ของโทจิงิ เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งสถานที่ทางวัฒนธรรม สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และศาลเจ้าวัดวาอาราม
ในบรรดาสถานที่ทั้งหมด อาชิคางะฟลาวเวอร์พาร์ก ซึ่งมีดอกไม้ตามฤดูกาลให้ชมในพื้นที่กว้างใหญ่ ได้รับความนิยมอย่างมาก
โดยเฉพาะซุ้มดอกวิสทีเรียสีสันสดใสที่สวยที่สุดในช่วงเดือน 4–5 นั้นมีชื่อเสียงมาก และในตอนกลางคืนยังมีการประดับไฟอีกด้วย
หากมาเยือนพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด อยากให้ลองแวะโรงเรียนอาชิคางะ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ
อาคารและสวนที่กระจายอยู่ภายในพื้นที่จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอย่างเต็มที่
เมืองซาโนะก็มีจุดน่าสนใจมากมาย และยังขึ้นชื่อเรื่องราเม็งท้องถิ่นอย่างซาโนะราเม็ง
อีกสถานที่ยอดนิยมคือซาโนะพรีเมียมเอาท์เล็ต ซึ่งมีร้านค้าประมาณ 180 ร้านเรียงราย ทั้งหมวดกีฬาและเอาต์ดอร์ รองเท้า ของใช้ในบ้าน และแฟชั่นเด็ก
อีกหนึ่งเสน่ห์ของพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดคือการเดินทางสะดวกจากโตเกียว โดยนั่งรถไฟด่วนพิเศษประมาณ 70 นาที



ควรใช้เวลากี่วันจึงจะเที่ยวโทจิงิได้อย่างเต็มอิ่ม
เรื่องจำนวนวันก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่อยากแวะเป็นหลัก หากโฟกัสเฉพาะนิกโกที่รวมจุดท่องเที่ยวยอดนิยมไว้มากมาย ก็สามารถเที่ยวแบบ 1 วันได้ แต่ถ้าต้องการไปพื้นที่อื่นด้วย อย่างน้อยควรมี 2 วัน 1 คืน
หากวางแผนจะเที่ยวพื้นที่นาสุในวันที่ 2 ก็ควรพิจารณาเช่ารถ
เพราะหากใช้เพียงระบบขนส่งสาธารณะ อาจไปเที่ยวได้ไม่ครบหลายจุด

เส้นทางเที่ยวตัวอย่าง 1 วัน ตะลุยนิกโก พื้นที่ยอดนิยมของโทจิงิ
ถ้ายังนึกภาพไม่ออกว่าจะเที่ยวโทจิงิแบบไหนดี ลองดูเส้นทางตัวอย่าง 1 วันในนิกโกนี้เป็นไอเดียได้
คุณจะได้สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านศาลเจ้า วัด และมรดกโลก พร้อมดื่มด่ำกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ไปพร้อมกัน
หากยังลังเลว่าจะวางแผนเที่ยวโทจิงิอย่างไร ลองใช้เส้นทางตัวอย่างนี้เป็นแนวทางได้
เส้นทางนี้เที่ยวโทจิงิได้อย่างเต็มอิ่มโดยไม่ต้องใช้รถยนต์ จึงน่าจะเดินทางตามได้ไม่ยาก
หากสามารถเช่ารถได้ ลองค้างคืนสัก 1 คืนแล้วเที่ยวทั้งนิกโกและนาสุ ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ยอดนิยมของจังหวัดก็น่าสนใจไม่น้อย
8:50 เริ่มต้นจากสถานีโทบุนิกโก
วันแรกของเส้นทางตัวอย่างเริ่มต้นที่สถานีโทบุนิกโก
จากสถานีให้นั่งรถบัสและลงที่ป้าย “โชโดโชนินโซมาเอะ”
จากนั้นเดินเพียงไม่นานก็จะถึงจุดเที่ยวแรกคือวัดนิกโกซังรินโนจิ

9:00 เดินชม “วัดนิกโกซังรินโนจิ” หนึ่งในศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก
วัดนิกโกซังรินโนจิเป็นวัดที่เชื่อกันว่าเริ่มต้นจากการที่โชโดโชนิน ผู้ก่อตั้งนิกโก ได้สร้างวัดชิฮงริวจิขึ้น
สำหรับชื่อ “นิกโกซังรินโนจิ” นั้น เป็นชื่อเรียกรวมของอาคารหลัก เจดีย์ และวัดสาขาทั้งหมด
จุดเด่นอยู่ที่ซันบุตสึโด อาคารไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของภูเขานิกโก ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูป 3 องค์ ได้แก่ พระเซ็นจูคันนง พระอมิตาภะตถาคต และพระบาทูคันนง
ภายในบริเวณวัดยังมีจุดน่าสนใจอีกมากมาย ลองเดินชมให้ทั่วกัน

10:10 ขอพรเรื่องความรักที่ “ศาลเจ้านิกโกฟุตาระซัง”
หลังเดินชมวัดนิกโกซังรินโนจิแล้ว ให้เดินต่อประมาณ 10 นาทีไปยังศาลเจ้านิกโกฟุตาระซัง
ศาลเจ้านิกโกฟุตาระซังเป็นศาลเจ้าที่บูชาภูเขานิกโกสามลูก ซึ่งเป็นยอดหลักของเทือกเขานิกโก ในฐานะภูเขาศักดิ์สิทธิ์
ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในเรื่องพรด้านโชคลาภและความสัมพันธ์อีกด้วย
ลองเดินข้ามสะพานไม้ทาสีแดงชาดอันงดงามอย่างชินเคียว ซึ่งเป็นดั่งประตูสู่เขตภูเขานิกโก แล้วชมสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์สวยงามอย่างประตูโรมงและอาคารไหว้พระ

11:50 ชมอาคารศาลเจ้าอันงดงามของ “ศาลเจ้านิกโกโทโชกู”
ถัดจากศาลเจ้านิกโกฟุตาระซัง ให้เดินประมาณ 5 นาทีไปยังศาลเจ้านิกโกโทโชกู
ที่นี่เป็นศาลเจ้าที่ประดิษฐานโทกุงาวะ อิเอยาสุ โชกุนคนแรกแห่งรัฐบาลโชกุนเอโดะ และมีหมู่อาคารศาลเจ้าสุดหรูหรารวม 55 หลัง ซึ่งรวมถึงสมบัติแห่งชาติ 8 หลัง และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ 34 หลัง
ช่างฝีมือชั้นเยี่ยมจากทั่วญี่ปุ่นได้ร่วมกันตกแต่งอาคารด้วยแลกเกอร์ สีสันสดใส และงานแกะสลักจำนวนมากตามเสาและส่วนต่างๆ
ลองเดินชมบริเวณศาลเจ้าที่ผสานความงดงามอลังการของสถาปัตยกรรมเข้ากับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์อย่างลงตัว

13:00 ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นที่ “Nikko Yuba Maki Zen”
หลังออกจากศาลเจ้านิกโกโทโชกู ลองเดินมาตามถนนนิกโกไคโดเพื่อแวะรับประทานมื้อกลางวันที่ “นิกโกยูบะมากิ เซ็น (Nikko Yuba Maki Zen)”
เมนูเด่นของร้านคือข้าวห่อยูบะนิกโก ซึ่งใช้ยูบะของขึ้นชื่อจากเมืองนิกโก จังหวัดโทจิงิ มาม้วนกับข้าวและวัตถุดิบท้องถิ่น
เชฟเจ้าของร้านหนุ่มอย่างนาโอกิ ไซโตะ ผู้สั่งสมประสบการณ์จากร้านอาหารฝรั่งเศสและอาหารญี่ปุ่น จะคัดสรรวัตถุดิบด้วยสายตาอันเชี่ยวชาญของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นวัววาเกียวเซ็นนิกโกโคเก็น วัววาเกียวโทจิงิ และผักท้องถิ่นตามฤดูกาล เพื่อนำมาจับคู่กับยูบะนิกโกอย่างลงตัว

15:10 สัมผัสพลังของธรรมชาติอย่างใกล้ชิดที่ “น้ำตกเคงง”
หลังรับประทานอาหารกลางวันแล้ว ให้กลับไปที่สถานีโทบุนิกโกและขึ้นรถบัสไปลงที่ป้าย “ชูเซ็นจิออนเซ็น”
จากป้ายรถบัส เดินประมาณ 5 นาทีจะถึงน้ำตกเคงง
แม้ในนิกโกจะมีน้ำตกอยู่มากมาย แต่น้ำตกเคงงถือว่ามีชื่อเสียงที่สุด
นี่คือน้ำตกขนาดใหญ่ที่น้ำจากทะเลสาบชูเซ็นจิไหลตกลงจากหน้าผาสูง 97 เมตรในคราวเดียว ให้คุณได้สัมผัสทั้งพลังของธรรมชาติและความงามของรูปทรงน้ำตก
สามารถลงลิฟต์ไปยังจุดชมวิวใกล้อ่างน้ำตกได้ จึงลองไปฟังเสียงน้ำตกและสัมผัสละอองน้ำอย่างใกล้ชิดกันดู

15:50 เดินเล่นที่ “สวนอนุสรณ์วิลล่าสถานทูตอิตาลี” กับทิวทัศน์แสนงดงาม
หลังสัมผัสพลังของธรรมชาติที่น้ำตกเคงงแล้ว ให้เดินต่อประมาณ 10 นาทีไปยังสวนอนุสรณ์วิลล่าสถานทูตอิตาลี
วิลล่าสถานทูตอิตาลีแห่งนี้สร้างขึ้นริมทะเลสาบชูเซ็นจิ ซึ่งเคยเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติในฐานะแหล่งพักตากอากาศตั้งแต่สมัยเมจิจนถึงต้นสมัยโชวะ
อาคารนี้ออกแบบโดยอันโตนิน เรย์มอนด์ สถาปนิกและนักการทูต โดยมีความงดงามของผนังทั้งภายในและภายนอกที่ประกอบด้วยเปลือกสนซีดาร์เรียงเป็นลายตาหมากรุก
ตัวอาคารมีบรรยากาศที่กลมกลืนราวกับหลอมรวมกับทะเลสาบชูเซ็นจิ และจากระเบียงกว้างก็สามารถชมวิวทะเลสาบอันยิ่งใหญ่ได้อย่างเต็มตา

18:00 รับประทานอาหารฝรั่งเศสจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ “Chez Hoshino”
จากสวนอนุสรณ์วิลล่าสถานทูตอิตาลี ให้นั่งแท็กซี่ไปยัง “เช โฮชิโนะ (Chez Hoshino)” ร้านอาหารสไตล์ตะวันตกที่มีบรรยากาศเข้ากับริมทะเลสาบชูเซ็นจิได้อย่างลงตัว
ร้านนี้เน้นเมนูคอร์สที่ให้รสชาติแบบต้นตำรับในราคาสมเหตุสมผล โดยเฉพาะเมนูหลักที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ปลาเรนโบว์เทราต์ ปลายาชิโอะมาสุ และเนื้อหมูแบรนด์ดังจากจังหวัดโทจิงิ ซึ่งได้รับความนิยมมาก
ปิดท้ายทริปโทจิงิแบบไปเช้าเย็นกลับด้วยมื้อค่ำอาหารฝรั่งเศสที่ใช้วัตถุดิบจากโทจิงิกันอย่างอิ่มเอม

3 เมนูอาหารท้องถิ่นที่ห้ามพลาดเมื่อเที่ยวโทจิงิ
นอกจากที่เที่ยวแล้ว เรื่องกินก็เป็นอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อมาโทจิงิ
จากตรงนี้จะขอคัดสรรอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของโทจิงิมาแนะนำ
โดยเฉพาะนิกโกและเมืองซาโนะที่มีอาหารท้องถิ่นอยู่มาก จึงอย่าลืมเผื่อเวลาในแผนทริปไว้สำหรับมื้ออร่อยด้วย
1. อิโมะฟราย
อิโมะฟรายเป็นเมนูมันฝรั่งนึ่งเสียบไม้ ชุบแป้งแล้วนำไปทอด
วิธีกินแบบคลาสสิกคือราดซอส และหลายร้านก็มักใช้ซอสสูตรเฉพาะของตัวเอง
เมนูนี้ยังเป็นของว่างที่คนท้องถิ่นคุ้นเคยมาก ถึงขั้นมีวางขายในโซนอาหารพร้อมทานของซูเปอร์มาร์เก็ต
ความหวานของมันฝรั่งนึ่ง เนื้อสัมผัสนุ่มฟู และความเข้ากันได้ดีกับซอสหวานไม่จัดคือเสน่ห์ของเมนูนี้
เพราะเป็นของกินที่เหมาะกับการเดินกินระหว่างเที่ยว หากมาโทจิงิ อยากให้ลองชิมสักครั้ง

2. ซาโนะราเม็ง
ซาโนะราเม็งเป็นราเม็งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเมืองซาโนะและพื้นที่ใกล้เคียง
แม้จะเป็นโชยุราเม็งรสค่อนข้างเบา แต่ความกลมกล่อมและอูมามิจะแตกต่างกันไปตามน้ำซุปที่ใช้ จึงทำให้แต่ละร้านมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์
น้ำซุปมักทำจากกระดูกไก่หรือกระดูกหมู
ความหนาและรูปทรงของเส้นแตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน แต่จุดเด่นสำคัญของซาโนะราเม็งคือการทำเส้นด้วยไม้ไผ่สีเขียว
เส้นที่ทำด้วยวิธีนี้จะมีขนาดไม่สม่ำเสมอ ทำให้ได้สัมผัสที่ต่างกันในแต่ละคำ
อีกหนึ่งลักษณะเด่นคือเส้นของซาโนะราเม็งนำความร้อนได้ดี จึงใช้เวลาต้มค่อนข้างสั้น
คุณน่าจะได้สัมผัสทั้งความหนึบแน่นและกลิ่นหอมของแป้งสาลีอย่างชัดเจน

3. นิกโกยูบะ
นิกโกยูบะ ซึ่งได้ลิ้มลองในเส้นทางตัวอย่างด้วย ก็เป็นอาหารท้องถิ่นชื่อดังของโทจิงิเช่นกัน
สำหรับคนที่ไม่คุ้นกับเมนูนี้ ยูบะเป็นอาหารจากถั่วเหลืองชนิดหนึ่ง โดยนำแผ่นฟิล์มที่เกิดขึ้นบนผิวเมื่อต้ม นมถั่วเหลือง มายกขึ้นมารับประทาน
วิธีกินที่นิยมคือรับประทานแบบซาชิมิ โดยจิ้มโชยุหรือพอนสึ ซึ่งให้รสสัมผัสเข้มข้นหอมมันแบบครีมมี่ของนมถั่วเหลืองเต็มคำ
แม้เกียวโตจะเป็นแหล่งผลิตยูบะที่มีชื่อเสียงเช่นกัน แต่ยูบะของนิกโกต่างจากของเกียวโตทั้งวิธีทำและตัวอักษรที่ใช้เขียน
ยูบะของเกียวโตเป็นแผ่นชั้นเดียว ส่วนนิกโกยูบะจะยกขึ้นแบบพับ ทำให้เป็นสองชั้น
นอกจากนี้ นิกโกจะใช้คำว่า “ยูบะ” แบบหนึ่ง ส่วนเกียวโตจะใช้การเขียนอีกแบบหนึ่ง จึงเป็นจุดที่น่าสังเกตด้วย
นิกโกยูบะแบบสองชั้นจะมีนมถั่วเหลืองแทรกอยู่ระหว่างชั้น ทำให้ได้รสชาตินมถั่วเหลืองที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

จุดชมซากุระชื่อดังในโทจิงิที่ได้พบวิวสวยในฤดูใบไม้ผลิ
ถ้าเดินทางมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โทจิงิก็มีอีกบรรยากาศให้ได้ชมต่างจากฤดูใบไม้ร่วง
โทจิงิไม่ได้มีแค่จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี แต่ยังมีจุดชมซากุระชื่อดังอยู่มากมาย
หากจะมาเที่ยวโทจิงิในฤดูใบไม้ผลิ ลองเพิ่มแผนชมดอกไม้เข้าไปในทริปด้วย
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะไปที่ไหนดี ขอแนะนำให้เริ่มพิจารณา “แนวต้นซากุระถนนนิกโกไคโด” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น
ต้นซากุระประมาณ 1,500 ต้น จะเปลี่ยนถนนยาวประมาณ 16 กิโลเมตรให้กลายเป็นอุโมงค์ซากุระ
สวนเซ็นจูซัง ซึ่งมีซากุระประมาณ 300 ต้น และดอกอาซาเลียมากกว่า 1,000 ต้นบานสะพรั่ง ก็เป็นอีกแห่งที่น่าแนะนำ
ภายในสวนยังมีสวนสนุกขนาดเล็ก และสามารถชมซากุระจากชิงช้าสวรรค์ได้ด้วย
ส่วนสวนฮาจิมังยามะในเมืองอุตสึโนะมิยะ เมืองหลักของโทจิงิ ก็เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระยอดนิยมเช่นกัน
ลองเดินเล่นในสวนที่แต่งแต้มด้วยซากุระประมาณ 800 ต้นดูสักครั้ง
สำหรับช่วงวันเริ่มบาน วันบานเต็มที่ และช่วงชมซากุระที่สวยที่สุดโดยปกติของโทจิงิ สามารถดูได้จากตารางด้านล่าง
อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าช่วงเวลาดังกล่าวอาจแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละสถานที่ในแต่ละปี
- วันเริ่มบาน
- 30 มีนาคม
- วันบานเต็มที่
- 6 เมษายน
- ช่วงชมซากุระสวยที่สุด
- 6 เมษายน–12 เมษายน
อ้างอิง: กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น สถานะการเริ่มบานของซากุระ
อ้างอิง: กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น สถานะการบานเต็มที่ของซากุระ



จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในโทจิงิที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แต่งแต้มอย่างงดงาม
พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ภาพของโทจิงิก็เปลี่ยนไปอีกแบบและน่าดูมาก
ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นเสน่ห์ของโทจิงิ จะเปลี่ยนบรรยากาศไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง
ความงามของภูเขาและหุบเขาที่แต่งแต้มด้วยสีแดงและสีทองนั้นโดดเด่นเป็นพิเศษ
พื้นที่นิกโกมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่มากเป็นพิเศษ
ทั้งทะเลสาบชูเซ็นจิที่โอบล้อมด้วยขุนเขาสีสันดุจผ้าแพร และถนนอิโรฮะซากะที่สามารถชมต้นไม้หลากสีจากหน้าต่างรถได้
ส่วนน้ำตกริวซู ก็เป็นอีกจุดที่คุณน่าจะได้พบกับวิวสวยของต้นไม้สีแดงและสีทองที่กลมกลืนกับสายน้ำตก
หากอยากดื่มด่ำกับธรรมชาติของโทจิงิอย่างเต็มที่ แนะนำให้ลองมาเที่ยวในฤดูใบไม้ร่วง
อีกข้อดีคือสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ยาวนานตั้งแต่ปลายเดือน 9 ถึงเดือน 11
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่สวยที่สุดอาจแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละสถานที่ในแต่ละปี



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวโทจิงิ
Q
ฤดูกาลไหนเหมาะสำหรับการเที่ยวโทจิงิ?
แนะนำฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี
Q
ถ้าไปเที่ยวโทจิงิแบบครอบครัว ควรแนะนำพื้นที่ไหน?
พื้นที่นาสุซึ่งเป็นแหล่งรีสอร์ต มีสถานที่พักผ่อนและกิจกรรมมากมาย ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สนุกได้อย่างเต็มที่
บทสรุป
บทความนี้ได้พาไปรู้จักทั้งเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ในโทจิงิ ข้อมูลการเดินทางที่ควรรู้ และเส้นทางเที่ยวตัวอย่าง 1 วัน
หากใช้ข้อมูลในบทความนี้เป็นแนวทาง คุณน่าจะได้พบกับเสน่ห์หลากหลายของโทจิงิ ทั้งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และมรดกโลก
หากอยากรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวของโทจิงิให้มากขึ้น ลองดูบทความด้านล่างเพิ่มเติมได้
แล้วคุณอาจรู้สึกว่าอยากขยายทริปจากแบบไปเช้าเย็นกลับ เป็นพัก 1 คืนหรือ 2 คืนก็ได้