ไม่ได้มีแค่นาโกย่า! คู่มือท่องเที่ยวที่จะพาคุณไปสัมผัสเสน่ห์ของไอจิอย่างเต็มอิ่ม

ไม่ได้มีแค่นาโกย่า! คู่มือท่องเที่ยวที่จะพาคุณไปสัมผัสเสน่ห์ของไอจิอย่างเต็มอิ่ม

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

พูดถึงไอจิเมื่อไร หลายคนน่าจะนึกถึง “นาโกย่า” เมืองใหญ่ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นและแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมขึ้นมาก่อน
แต่จริง ๆ แล้ว พอค่อย ๆ มองออกไปจากนาโกย่า ไอจิก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย
สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นกับเสน่ห์ของไอจิ บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนทริปไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นจุดเด่นและสถานที่น่าสนใจในแต่ละโซนท่องเที่ยว ข้อมูลการเดินทาง และอาหารท้องถิ่น
ยังมีตัวอย่างเส้นทางเที่ยวสถานที่ยอดนิยมแบบคลาสสิกให้ด้วย จึงนับว่าเป็นบทความที่ควรอ่านก่อนเดินทางไปเที่ยวไอจิครั้งแรก

ไอจิ จังหวัดที่มีนาโกย่า หนึ่งในสามมหานครของญี่ปุ่น

ไอจิตั้งอยู่ในภูมิภาคตอนกลางของญี่ปุ่น ด้านตะวันตกไปจนถึงตอนใต้เป็นพื้นที่ราบกว้าง ส่วนด้านเหนือถึงตะวันออกเป็นเนินเขาและแนวภูเขา
ทางตอนใต้มีคาบสมุทร 2 แห่งที่ยื่นออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ได้แก่ คาบสมุทรชิตะและคาบสมุทรอัตสึมิ และมีอ่าวมิคาวะอยู่ระหว่างกลาง
หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวของไอจิ หลายคนน่าจะนึกถึง “เมืองนาโกย่า (Nagoya)” ซึ่งไม่เพียงมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย แต่ยังเป็นมหานครที่มีประชากรราว 1 ใน 3 ของจังหวัดอาศัยอยู่
มีทั้งสวนสนุก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ตลอดจนศูนย์การค้าที่สามารถเพลิดเพลินกับอาหารและช้อปปิ้งได้อย่างครบครัน
นอกจากนี้ยังเป็นบ้านเกิดของขุนศึกผู้มีชื่อเสียงในยุคเซ็นโกคุ ค.ศ. 1467–1590 ได้แก่ โอดะ โนบุนางะ (Oda Nobunaga), โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) และโทคุงาวะ อิเอยาสึ (Tokugawa Ieyasu) จึงมีสถานที่ที่เกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์อยู่มากมาย
อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในฐานะที่ตั้งสำนักงานใหญ่และโรงงานของบริษัทโตโยต้า ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของญี่ปุ่น
เมื่อมาเที่ยวไอจิ อย่าลืมเพลิดเพลินกับอาหารท้องถิ่นหลากหลายไปพร้อมกับสถานที่ท่องเที่ยวอันมีเสน่ห์

ทิวทัศน์เมืองนาโกย่า มหานครสำคัญของไอจิรองจากโตเกียวและโอซาก้า
ทิวทัศน์เมืองนาโกย่า มหานครสำคัญของไอจิรองจากโตเกียวและโอซาก้า

อุณหภูมิเฉลี่ยและตัวอย่างการแต่งกายในไอจิ

โดยรวมแล้วไอจิมีอากาศค่อนข้างอบอุ่นตลอดทั้งปี โดยพื้นที่คาบสมุทรทางตอนใต้ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำคุโรชิโอะ จึงอุ่นกว่าพื้นที่อื่น
ส่วนพื้นที่ภูเขาทางเหนือและตะวันออกมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่าพื้นที่ราบ และในฤดูหนาวบางครั้งก็มีหิมะตก

อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของไอจิ

- มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม
อุณหภูมิเฉลี่ย (องศา) 4.8 5.5 9.2 14.6 19.4 23.0 26.9 28.2 24.5 18.6 12.6 7.2

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของไอจิ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): แจ็กเก็ตบางหรือเสื้อสเวตเตอร์บาง
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางสบาย เช่น เสื้อแขนสั้น
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือโค้ต
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต ชุดสูทผ้าวูล รวมถึงเสื้อสเวตเตอร์หรือแจ็กเก็ตหนา

การเดินทางไปไอจิ

จากโตเกียวไปไอจิใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาทีโดยชินคันเซ็น และถ้าเดินทางโดยเครื่องบินจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนจากโอซาก้าใช้เวลาประมาณ 50 นาทีโดยชินคันเซ็น
สนามบินนานาชาติชูบุของไอจิมีเที่ยวบินระหว่างประเทศ จึงสามารถเดินทางตรงจากไต้หวัน ฮ่องกง และพื้นที่อื่น ๆ ได้

“สนามบินนานาชาติชูบุ” ประตูสู่ท้องฟ้าของไอจิ
“สนามบินนานาชาติชูบุ” ประตูสู่ท้องฟ้าของไอจิ

การเดินทางจากสนามบินนานาชาติชูบุไปยังสถานีหลัก

ต่อไปนี้จะขอแนะนำวิธีเดินทางจากสนามบินนานาชาติชูบุไปยัง “สถานี JR นาโกย่า”
สถานีนาโกย่าเป็นสถานีศูนย์กลางของไอจิ และเป็นหนึ่งในฐานสำคัญสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว

เส้นทาง
1. ขึ้นรถด่วนสายเมเท็ตสึโทะโกนาเมะ/สายสนามบินจากสนามบินนานาชาติชูบุ แล้วลงที่ “สถานีเมเท็ตสึนาโกย่า”
2. เดินประมาณ 6 นาทีจากสถานีเมเท็ตสึนาโกย่า ก็จะถึงสถานี JR นาโกย่า
ระยะเวลา
ประมาณ 45 นาที

วิธีเดินทางหลักในไอจิ

ไอจิมีระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกสบาย จึงสามารถเที่ยวจุดท่องเที่ยวหลัก ๆ ได้ด้วยรถไฟและรถบัส
หากระยะทางระหว่างสถานที่ไม่ไกลมาก การใช้จักรยานเช่าก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ
น่าจะช่วยให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศเมืองของไอจิอย่างใกล้ชิดมากกว่าการใช้ขนส่งสาธารณะเพียงอย่างเดียว

มีระบบขนส่งสาธารณะครบครัน จึงไม่น่ากังวลเรื่องการเดินทาง
มีระบบขนส่งสาธารณะครบครัน จึงไม่น่ากังวลเรื่องการเดินทาง

บัตรโดยสารสุดคุ้มที่ควรใช้เมื่อเที่ยวไอจิ “โดนิจิเอโกะคิปปุ”

หากวางแผนเที่ยวนาโกย่า ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวไอจิ ขอแนะนำ “โดนิจิเอโกะคิปปุ”
สำหรับคนที่สนใจบัตรประเภทนี้ “โดนิจิเอโกะคิปปุ” เป็นบัตรโดยสารที่ใช้ได้ไม่อั้นบนรถไฟใต้ดิน รถเมะกุรุ และรถบัสประจำเมืองทุกสายภายในนาโกย่า ในวันเสาร์ วันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันที่ 8 ของทุกเดือน
ราคาอยู่ที่ผู้ใหญ่ 620 เยน เด็ก 310 เยน
หากคุณตั้งใจเที่ยวในนาโกย่าและอยากเก็บสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้มากใน 1 วัน หรืออยากหลีกเลี่ยงการเดินเท้าให้มากที่สุด บัตรนี้ก็นับว่าคุ้มมาก

หากมีแผนเที่ยวในเมืองนาโกย่า บัตรโดนิจิเอโกะคิปปุเป็นตัวเลือกที่ควรใช้
หากมีแผนเที่ยวในเมืองนาโกย่า บัตรโดนิจิเอโกะคิปปุเป็นตัวเลือกที่ควรใช้

เสน่ห์ของ 7 พื้นที่ที่ควรรู้ก่อนเที่ยวไอจิ

เมื่อพูดถึงไอจิ หลายคนอาจนึกถึงนาโกย่าเป็นหลัก แต่ที่จริงยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมาก
ต่อจากนี้เราจะพาไปรู้จักเสน่ห์และจุดเด่นของทั้ง 7 พื้นที่ในไอจิ
แต่ละพื้นที่มีบรรยากาศและสถานที่ท่องเที่ยวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงอยากชวนให้ลองออกไปสัมผัสโซนอื่นของไอจิด้วย ไม่ได้มีแค่นาโกย่าเท่านั้น

“พื้นที่นาโกย่า” ศูนย์กลางของไอจิที่มีเสน่ห์หลากหลายมิติ

“พื้นที่นาโกย่า” ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของไอจิ ตามชื่อก็คือครอบคลุมนครนาโกย่าและบริเวณโดยรอบ
มีทั้ง “ปราสาทนาโกย่า” หนึ่งใน “3 ปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น” และเป็นสัญลักษณ์ของนาโกย่า
“พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์เทคโนโลยีอุตสาหกรรมและโตโยต้า” ที่ให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์เทคโนโลยีของเครื่องจักรสิ่งทอ ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นอย่างโตโยต้า รวมถึงเทคโนโลยียานยนต์
ยังมี “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนาโกย่าพอร์ต” และ “ย่านการค้โอสึ” ที่รวมร้านค้าและร้านอาหารจำนวนมาก เป็นพื้นที่ที่มีจุดท่องเที่ยวหลากหลายประเภท
ไม่ว่าจะเป็นย่านใจกลางเมืองที่คึกคัก ย่านเก่าแก่ที่ยังคงกลิ่นอายชุมชนดั้งเดิม หรือย่านรอบปราสาทนาโกย่าที่เต็มไปด้วยบรรยากาศประวัติศาสตร์ ล้วนทำให้พื้นที่นี้มีเสน่ห์หลายด้าน จึงสนุกไม่น้อยหากเลือกธีมในการเที่ยว
ระบบขนส่งสาธารณะก็สะดวกมาก ทำให้การเดินทางระหว่างจุดท่องเที่ยวเป็นเรื่องสบาย

ปราสาทนาโกย่า สัญลักษณ์สำคัญของเมืองนาโกย่า
ปราสาทนาโกย่า สัญลักษณ์สำคัญของเมืองนาโกย่า
เรียนรู้ประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมและพัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์เทคโนโลยีอุตสาหกรรมและโตโยต้า” *ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น
เรียนรู้ประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมและพัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์เทคโนโลยีอุตสาหกรรมและโตโยต้า” *ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น
“พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนาโกย่าพอร์ต” เที่ยวได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
“พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนาโกย่าพอร์ต” เที่ยวได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

“พื้นที่โอวาริตอนเหนือ” ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และมีจุดน่าสนใจมากมาย

“พื้นที่โอวาริตอนเหนือ” อยู่ติดกับด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่นาโกย่า
เสน่ห์ของพื้นที่นี้คือธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งแนวภูเขาที่เปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาลและแม่น้ำต่าง ๆ โดยมีแม่น้ำคิโซะเป็นแกนหลัก
จุดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษคือ “ปราสาทอินุยามะ”
หอคอยหลักของที่นี่มีลักษณะเด่นของหอคอยแบบโบโรยุคต้น ซึ่งเชื่อกันว่าเก่าแก่ที่สุดที่ยังคงเหลืออยู่ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ
อีกแห่งที่อยากแนะนำคือ “สวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ” จุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม ภายในมีพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ของงานมหกรรมโลกที่จัดขึ้นในปี ค.ศ. 2005
และภายในสวนยังมี “จิบลิพาร์ก” ที่ให้คุณสัมผัสโลกของสตูดิโอจิบลิได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

ปราสาทอินุยามะ โดดเด่นด้วยหอคอยหลักที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ
ปราสาทอินุยามะ โดดเด่นด้วยหอคอยหลักที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ
“สวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ” พื้นที่ธรรมชาติอันกว้างใหญ่บนอดีตสถานที่จัดงานเอ็กซ์โป
“สวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ” พื้นที่ธรรมชาติอันกว้างใหญ่บนอดีตสถานที่จัดงานเอ็กซ์โป
“จิบลิพาร์ก” ที่เปิดให้บริการในปี 2022
“จิบลิพาร์ก” ที่เปิดให้บริการในปี 2022

“พื้นที่โอวาริตอนตะวันตก” สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดั้งเดิมได้อย่างใกล้ชิด

“พื้นที่โอวาริตอนตะวันตก” อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของพื้นที่นาโกย่า ติดกับกิฟุและมิเอะ
พื้นที่นี้เต็มไปด้วยวัดและศาลเจ้า อีกทั้งยังมีสถานที่ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ จึงเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
สถานที่ที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษคือ “ปราสาทคิโยสุ” จุดเริ่มต้นที่โอดะ โนบุนางะออกเดินหน้าสู่การรวมแผ่นดิน และยังเป็นสถานที่จัด “การประชุมคิโยสุ” เพื่อกำหนดผู้สืบทอดหลังเหตุการณ์สงครามอีกด้วย
อีกหนึ่งเสน่ห์คือมีเทศกาลดังระดับประเทศหลายงาน เช่น “เทศกาลโคโนะมิยะฮาดากะมัตสึริ” และ “เทศกาลทานาบาตะอิจิโนะมิยะ” ที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี
หากจังหวะตรงกัน ลองเข้าร่วมเทศกาลสักงานเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดก็น่าจะดีไม่น้อย

“ปราสาทคิโยสุ” สถานที่ที่เกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับโอดะ โนบุนางะ
“ปราสาทคิโยสุ” สถานที่ที่เกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับโอดะ โนบุนางะ
เทศกาลโคโนะมิยะฮาดากะมัตสึริ ที่ชายหนุ่มสวมผ้าคาดตัวเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด
เทศกาลโคโนะมิยะฮาดากะมัตสึริ ที่ชายหนุ่มสวมผ้าคาดตัวเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด
เทศกาลทานาบาตะอิจิโนะมิยะ ที่สะดุดตาด้วยการประดับตกแต่งอันงดงาม
เทศกาลทานาบาตะอิจิโนะมิยะ ที่สะดุดตาด้วยการประดับตกแต่งอันงดงาม

“พื้นที่ชิตะ” ครบทั้งเสน่ห์ของไอจิและทะเล

คาบสมุทรชิตะทางตะวันตกเฉียงใต้ของไอจิ มักเรียกรวมว่า “พื้นที่ชิตะ”
เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ “สนามบินนานาชาติชูบุ” จึงถือเป็นประตูสู่ไอจิสำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
เพราะเป็นคาบสมุทร จึงเพลิดเพลินกับเสน่ห์ของทะเลได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นน้ำทะเล ลิ้มรสอาหารทะเลสด ๆ หรือชมวิวทะเลอันสวยงาม
“ประภาคารโนะมะซากิ” ในเมืองมิฮามะเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษ สามารถมองเห็นอ่าวอิเสะได้แบบพาโนรามา และช่วงพระอาทิตย์ตกที่ลับขอบฟ้าก็งดงามเป็นพิเศษ
อีกจุดยอดนิยมคือ “มินามิชิตะบีชแลนด์ & มินามิชิตะโอะโมะจะโอคุ”
ที่นี่คุณจะได้ชมสัตว์น้ำในอ่าวอิเสะในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงธรรมชาติ และยังได้ใกล้ชิดกับสัตว์ทะเลอย่างสิงโตทะเลและแมวน้ำ
ยังมีโอะโมะจะโอคุที่มีของเล่นประมาณ 600 ชนิดให้เล่นอยู่ภายในเดียวกัน จึงน่าจะเป็นพื้นที่ในฝันสำหรับเด็ก ๆ

“ประภาคารโนะมะซากิ” ประภาคารเก่าแก่ที่สุดของไอจิ สูง 18 เมตร
“ประภาคารโนะมะซากิ” ประภาคารเก่าแก่ที่สุดของไอจิ สูง 18 เมตร
“มินามิชิตะบีชแลนด์ & โอะโมะจะโอคุ” สนุกได้ทั้งครอบครัว
“มินามิชิตะบีชแลนด์ & โอะโมะจะโอคุ” สนุกได้ทั้งครอบครัว

“พื้นที่นิชิมิคาวะ” เต็มไปด้วยสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับโทคุงาวะ อิเอยาสึ

“พื้นที่นิชิมิคาวะ” ซึ่งครอบคลุมตอนกลางของไอจิ มีชื่อเสียงในฐานะบ้านเกิดของขุนศึก “โทคุงาวะ อิเอยาสึ” ผู้รวมแผ่นดินในยุคเซ็นโกคุได้สำเร็จ
มีทั้ง “ปราสาทโอคาซากิ” สถานที่เกิดของโทคุงาวะ อิเอยาสึ ถนนเมืองเก่าที่หลงเหลือจากย่านรอบปราสาท และร่องรอยของเมืองพักแรมที่เคยรุ่งเรืองในสมัยเอโดะ ทำให้พื้นที่นี้เต็มไปด้วยจุดที่เกี่ยวข้องกับอิเอยาสึและบรรยากาศประวัติศาสตร์
ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ก็เป็นอีกเสน่ห์หนึ่ง โดยเฉพาะ “โครังเค” ที่มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสี
เมื่อถึงช่วงไลต์อัป ทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีที่สว่างไสวขึ้นมายิ่งสวยงามน่าประทับใจ

“ปราสาทโอคาซากิ” สถานที่เกิดของโทคุงาวะ อิเอยาสึที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน
“ปราสาทโอคาซากิ” สถานที่เกิดของโทคุงาวะ อิเอยาสึที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน
“โครังเค” หนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของไอจิ
“โครังเค” หนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของไอจิ

“พื้นที่ฮิกาชิมิคาวะ” ชมวิวสวยงามได้ตลอด 4 ฤดูกาล

พื้นที่ฮิกาชิมิคาวะทางตอนใต้ของไอจิซึ่งมีคาบสมุทรอัตสึมิ มีแนวชายฝั่งมากและมีอากาศอบอุ่น จึงให้บรรยากาศคล้ายเมืองชายทะเลทางตอนใต้
ที่นี่มีจุดชมวิวตามฤดูกาลมากมาย เช่น “ประภาคารแหลมอิราโกะ” ที่ปลายคาบสมุทรอัตสึมิ ซึ่งขึ้นชื่อว่าสามารถชมทะเลสวยและทางช้างเผือกได้, “สวนดอกนาโนะฮานะแห่งอิราโกะ” ที่เต็มไปด้วยดอกนาโนะฮานะและดอกทานตะวัน, “ซากุระคาวาสึริมแม่น้ำเม็มเมะดะ” สำหรับชมซากุระเร็ว และ “วัดโชออนจิ” ที่ดอกวิสทีเรียบานสะพรั่ง
นอกจากนี้ยังมี “ลากูน่าเท็นบอส” ศูนย์รวมความบันเทิงขนาดใหญ่ที่มีทั้งธีมพาร์ก สปา และเอาต์เล็ตมอลล์
รวมถึง “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทาเคชิมะ” ที่มีเสน่ห์จากความต่างระหว่างการจัดแสดงแบบจริงจังกับคำอธิบายและป้าย POP ที่มีเอกลักษณ์ ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกมากมาย

“ประภาคารแหลมอิราโกะ” ที่ได้รับคำชมว่ามองเห็นทางช้างเผือกได้อย่างสวยงาม
“ประภาคารแหลมอิราโกะ” ที่ได้รับคำชมว่ามองเห็นทางช้างเผือกได้อย่างสวยงาม
“สวนดอกนาโนะฮานะแห่งอิราโกะ” ที่ดอกไม้สีเหลืองบานเต็มทุ่ง
“สวนดอกนาโนะฮานะแห่งอิราโกะ” ที่ดอกไม้สีเหลืองบานเต็มทุ่ง
งานไฟประดับของ “ลากูน่าเท็นบอส” ก็ไม่ควรพลาด
งานไฟประดับของ “ลากูน่าเท็นบอส” ก็ไม่ควรพลาด

“พื้นที่โอคุมิคาวะ” จุดหมายที่ควรไปหากอยากชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่

“พื้นที่โอคุมิคาวะ” ทางตะวันออกของไอจิ เต็มไปด้วยภูมิทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
สถานที่ที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษคือ “โยสึยะโนะเซ็มไมดะ” นาขั้นบันไดสวยงามบนไหล่เขา
จุดเด่นคือทิวทัศน์สีเขียวอันโล่งกว้างและสดชื่น และปัจจุบันก็ยังมีเกษตรกรทำการเพาะปลูกอยู่จริง
“สวนซากุระบุจิ” ที่ทอดยาวตามหุบเขาริมแม่น้ำโทโยะก็ได้รับความนิยมในฐานะแหล่งชมซากุระ
ซากุระที่กลมกลืนกับความงามของหุบเขานั้นงดงามมาก ขณะเดียวกันใบไม้เปลี่ยนสีส้มและแดงก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์
อีกจุดที่แนะนำคือ “ที่ราบสูงชะอุสึยามะ” ซึ่งสามารถนั่งลิฟต์ชมทุ่งดอกไม้ที่แผ่กว้างสุดสายตาได้

โยสึยะโนะเซ็มไมดะ ทิวทัศน์ชนบทดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ยังคงงดงาม
โยสึยะโนะเซ็มไมดะ ทิวทัศน์ชนบทดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ยังคงงดงาม
สวนซากุระบุจิ ที่งดงามด้วยซากุระบานเต็มที่และความสวยของหุบเขา
สวนซากุระบุจิ ที่งดงามด้วยซากุระบานเต็มที่และความสวยของหุบเขา
“ที่ราบสูงชะอุสึยามะ” โดดเด่นด้วยทุ่งชิบะซากุระที่ปกคลุมทั่วบริเวณ
“ที่ราบสูงชะอุสึยามะ” โดดเด่นด้วยทุ่งชิบะซากุระที่ปกคลุมทั่วบริเวณ

จำนวนวันที่เหมาะสำหรับเที่ยวไอจิให้เต็มอิ่ม

เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวหลักกระจุกตัวอยู่ในนาโกย่า หากเป็นแผนเที่ยวนาโกย่าและพื้นที่ใกล้เคียง ก็สามารถสนุกได้อย่างเต็มที่แม้จะเป็นทริป 2 วัน 1 คืน
แต่ถ้าต้องการไปคาบสมุทรชิตะหรือคาบสมุทรอัตสึมิด้วย ควรมีเวลาอย่างน้อย 2 คืนขึ้นไป

ลองเผื่อเวลาให้ยาวขึ้นอีกนิด แล้วออกไปเที่ยวโซนอื่นนอกเหนือจากนาโกย่าด้วย
ลองเผื่อเวลาให้ยาวขึ้นอีกนิด แล้วออกไปเที่ยวโซนอื่นนอกเหนือจากนาโกย่าด้วย

ตัวอย่างแพลน 2 วัน 1 คืน เที่ยวจุดยอดนิยมของไอจิ

ถ้ายังนึกภาพทริปไม่ออก ลองดูตัวอย่างเส้นทางเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน ที่เน้นนาโกย่า หนึ่งในจุดหมายยอดนิยมที่สุดของไอจิ พร้อมแวะสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังและคลาสสิก
เส้นทางนี้จะพาคุณไปสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านปราสาทและสวนญี่ปุ่น พร้อมเที่ยวพิพิธภัณฑ์ศิลปะ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และแหล่งช้อปปิ้ง
หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวไอจิเป็นครั้งแรก ลองใช้แพลนนี้เป็นแนวทางได้เลย

วันที่ 1: เที่ยวจุดยอดนิยมในนาโกย่า

วันแรกจะพาไปเที่ยวในเมืองนาโกย่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในไอจิ
เริ่มตั้งแต่ปราสาทนาโกย่าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ไปจนถึงศาลเจ้า ย่านการค้า พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ให้คุณได้สนุกกับสถานที่ยอดนิยมที่หลากหลาย
ด้วยเสน่ห์อันหลากหลายของนาโกย่า คุณน่าจะเที่ยวได้เพลินแบบไม่เบื่อตลอดทั้งวัน

08:30 เริ่มต้นจากสถานี JR นาโกย่า

เริ่มต้นวันแรกที่สถานี JR นาโกย่า
จากนั้นนั่งรถไฟใต้ดินไปยังสถานีปราสาทนาโกย่า JR แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที ก็จะถึงจุดแรก “ปราสาทนาโกย่า”

เริ่มต้นการเดินทางที่ “สถานี JR นาโกย่า”
เริ่มต้นการเดินทางที่ “สถานี JR นาโกย่า”

09:00 เดินเล่นที่ “ปราสาทนาโกย่า” สัญลักษณ์ของเมืองนาโกย่า

ปราสาทขนาดใหญ่ระดับแถวหน้าของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในช่วงต้นสมัยเอโดะตามคำสั่งของโทคุงาวะ อิเอยาสึ ผู้ก่อตั้งรัฐบาลโชกุนเอโดะ
บนยอดหอคอยปราสาทที่มีหลังคา 5 ชั้น ประดับด้วยชาจิทองคำตัวผู้และตัวเมีย 2 ตัวอันส่องประกาย จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของนาโกย่า
ลองเดินชมภายในปราสาท โดยมีไฮไลต์คือหอคอยปราสาทที่มีชาจิทองคำ 2 ตัวส่องประกาย และพระราชวังฮมมารุอันสง่างามที่ประดับด้วยภาพวาดบนฉากกั้น

หอคอยปราสาทที่มีชาจิทองคำ 2 ตัวส่องประกาย และพระราชวังฮมมารุอันโอ่อ่าที่ประดับด้วยภาพวาดบนฉากกั้น
หอคอยปราสาทที่มีชาจิทองคำ 2 ตัวส่องประกาย และพระราชวังฮมมารุอันโอ่อ่าที่ประดับด้วยภาพวาดบนฉากกั้น

10:35 ชมสมบัติล้ำค่าของขุนศึกผู้รวมแผ่นดินที่ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะโทคุงาวะ”

จากป้ายรถบัสใกล้ปราสาทนาโกย่า นั่งรถบัสไปยังป้าย “โทคุงาวะเอ็น・พิพิธภัณฑ์ศิลปะโทคุงาวะ・โฮสะบุนโกะ”
เมื่อลงรถก็จะถึง “พิพิธภัณฑ์ศิลปะโทคุงาวะ” ทันที
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เก็บรักษาและเปิดแสดงสมบัติล้ำค่าที่สืบทอดกันมาของตระกูลโอวาริโทคุงาวะ โดยโทคุงาวะ โยชิจิกะ เจ้าแห่งตระกูลรุ่นที่ 19 ได้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1935 เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมของไดเมียวให้คนรุ่นหลัง
ภายในมีทั้งดาบ อาวุธ ชุดพิธีชา และอุปกรณ์ละครโนที่โทคุงาวะ อิเอยาสึมอบให้แก่ตระกูลโอวาริโทคุงาวะ
รวมถึงของใช้ส่วนตัวที่เจ้าแห่งตระกูลและภรรยาแต่ละรุ่นเก็บรักษาไว้ ทำให้ที่นี่มีคอลเลกชันเครื่องใช้ของไดเมียวและงานศิลปะมากกว่า 10,000 รายการให้ชม

จัดแสดงผลงานชั้นเยี่ยมที่ถ่ายทอดศักดิ์ศรีและความสง่างามของตระกูลโอวาริโทคุงาวะ ผู้นำแห่งโกะซังเกะ
จัดแสดงผลงานชั้นเยี่ยมที่ถ่ายทอดศักดิ์ศรีและความสง่างามของตระกูลโอวาริโทคุงาวะ ผู้นำแห่งโกะซังเกะ

12:10 ช้อปปิ้งและอิ่มอร่อยที่ “ย่านการค้าโอสึ”

หลังชมงานศิลปะแล้ว ให้นั่งรถบัสต่อจากป้าย “โทคุงาวะเอ็นชินเดคิ” ไปลงที่ “คามิมาเอะสึ”
ลงรถแล้วก็จะถึง “ย่านการค้าโอสึ” ย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดของนาโกย่าทันที
ที่นี่มีร้านค้าและสถานที่ต่าง ๆ ราว 1,200 แห่งอัดแน่นอยู่ด้วยกัน ทั้งร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้ามือสอง ร้านของจุกจิก ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า และอีกหลากหลายประเภท จนเกิดเป็นบรรยากาศเฉพาะตัว
ระหว่างเดินช้อปปิ้ง ลองแวะร้านที่สะดุดตาเพื่อทานมื้อกลางวันดูได้เลย

ย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดในนาโกย่า ซึ่งมีทั้งร้านเก่าแก่และร้านสไตล์โอตาคุปะปนกันอย่างมีเสน่ห์
ย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดในนาโกย่า ซึ่งมีทั้งร้านเก่าแก่และร้านสไตล์โอตาคุปะปนกันอย่างมีเสน่ห์

14:00 สักการะ “ศาลเจ้าอัตสึตะ” จุดพลังศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังของไอจิ

หลังทานมื้อกลางวันแล้ว ให้เดินไปยังสถานีคามิมาเอะสึของรถไฟใต้ดินเทศบาลนาโกย่าสายเมโจ
เมื่อนั่งรถไฟใต้ดินแล้ว ให้ลงที่สถานีอัตสึตะจิงงูนิชิ จากนั้นเดินต่อประมาณ 7 นาทีจะถึง “ศาลเจ้าอัตสึตะ (Atsuta Jingu)”
ภายในมีศาลเจ้ารวมทั้งหมด 45 แห่ง ทั้งศาลหลัก ศาลรอง และศาลย่อย เช่น คามิชิกามะจินจะ ที่มีการถวายเอะมะขอพรเรื่องสอบผ่านและความสำเร็จด้านการเรียน รวมถึงคุสึโนะมิซากิฉะที่ผู้หญิงศรัทธาในฐานะเทพแห่งการคลอดบุตรอย่างปลอดภัย
ลองไปสักการะหนึ่งในจุดพลังศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่นที่สุด ไม่เฉพาะในนาโกย่าแต่รวมถึงทั้งไอจิ

ศาลเจ้าที่ประดิษฐานดาบศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งปรากฏในโคจิกิและนิฮงโชกิ
ศาลเจ้าที่ประดิษฐานดาบศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งปรากฏในโคจิกิและนิฮงโชกิ

15:10 สนุกกับการแสดงสุดตื่นตาที่ “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนาโกย่าพอร์ต”

หลังสักการะเสร็จ ให้เดินประมาณ 3 นาทีไปยังสถานีเมเท็ตสึ “จิงงูมาเอะ”
ต่อรถไฟไปลงที่สถานีนาโกย่าพอร์ต ของรถไฟใต้ดินเทศบาลนาโกย่าสายนาโกะ แล้วเดินอีกประมาณ 5 นาที ก็จะถึง “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนาโกย่าพอร์ต”
ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ ประกอบด้วยอาคารเหนือที่สามารถชมโลมา เบลูกา และวาฬเพชฌฆาต และอาคารใต้ที่มีตู้จัดแสดงหลากหลายรวมถึงตู้ปะการังมีชีวิต ไฮไลต์คือการแสดงโลมาและการฝึกวาฬเพชฌฆาตแบบเปิดเผยต่อสาธารณะในสระขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น กว้าง 60 เมตร ลึก 30 เมตร และลึกสูงสุด 12 เมตร ซึ่งน่าตื่นตาตื่นใจมาก
นอกจากนี้ยังมีจุดน่าสนใจอีกมากมาย ลองใช้เวลาเพลิดเพลินกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ให้เต็มที่

โลมาและวาฬเพชฌฆาตแสดงพลังอย่างเต็มที่บนเวทีสระน้ำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น!
โลมาและวาฬเพชฌฆาตแสดงพลังอย่างเต็มที่บนเวทีสระน้ำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น!

18:00 ผ่อนคลายกับวิวชั้นเยี่ยมที่ “โรงแรมนาโกย่า แมริออท แอสโซเชีย”

หลังเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอย่างเต็มอิ่มแล้ว ให้กลับไปยังสถานีใกล้ที่สุดและมุ่งหน้าไปสถานีนาโกย่า
ที่พักคืนแรกคือ “โรงแรมนาโกย่า แมริออท แอสโซเชีย” ซึ่งเชื่อมตรงกับสถานีนาโกย่า
โรงแรมตั้งอยู่ภายใน JR เซ็นทรัลทาวเวอร์ส โดยห้องพักและร้านอาหารที่อยู่บนชั้น 15–52 สามารถมองเห็นวิวเมืองนาโกย่าได้แบบกว้างไกล
อีกหนึ่งจุดเด่นคือมีร้านอาหารและบาร์รวม 8 แห่ง ครอบคลุมหลากหลายประเภท ทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารฝรั่งเศส และเทปันยากิ

พักผ่อนอย่างเหนือระดับในโรงแรมทำเลเยี่ยมที่มองเห็นวิวเมืองนาโกย่าได้ทั่วทั้งผืน
พักผ่อนอย่างเหนือระดับในโรงแรมทำเลเยี่ยมที่มองเห็นวิวเมืองนาโกย่าได้ทั่วทั้งผืน

วันที่ 2: ตระเวนจุดท่องเที่ยวที่สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของนาโกย่าและพื้นที่รอบ ๆ

วันที่ 2 จะพาไปสัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นผ่านสวน ปราสาท และวัด
มื้อกลางวันก็อย่าลืมลองอาหารท้องถิ่น เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของไอจิผ่านรสชาติไปพร้อมกัน
เมื่อรวมกับแผนของวันแรกแล้ว คุณน่าจะได้เพลิดเพลินกับเสน่ห์ของไอจิอย่างครบถ้วน

08:05 เริ่มต้นจากสถานีเมเท็ตสึนาโกย่า

วันที่ 2 เริ่มต้นด้วยการขึ้นรถไฟจากสถานีเมเท็ตสึนาโกย่าไปยัง “สถานีอินุยามะ”
จากสถานีเดินประมาณ 20 นาที ก็จะถึง “ปราสาทอินุยามะ”

จุดเริ่มต้นของวันที่ 2 “สถานีเมเท็ตสึนาโกย่า”
จุดเริ่มต้นของวันที่ 2 “สถานีเมเท็ตสึนาโกย่า”

09:10 ชมวิวทั่วนาโกย่าและพื้นที่โดยรอบจากหอคอย “ปราสาทอินุยามะ”

หอคอยหลักของที่นี่เป็น 1 ใน 5 หอคอยของญี่ปุ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ และมีชื่อเสียงว่าเป็นหอคอยที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงอยู่ พร้อมลักษณะเด่นของหอคอยแบบโบโรยุคต้น
เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1537 สมัยมุโรมาจิ โดยโอดะ โนบุยาสุ ลุงของโอดะ โนบุนางะ
ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินสูง โดยมีแม่น้ำคิโซะคอยป้องกันอยู่ด้านหลัง จึงถูกเรียกว่าเป็น “ปราสาทที่มั่นคงจากด้านหลัง”
ลองเดินชมปราสาทชื่อดังแห่งนี้ซึ่งเติบโตไปพร้อมกับเมืองรอบปราสาท และเคยเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการค้า การเมือง และเศรษฐกิจ

หนึ่งใน 5 ปราสาทสมบัติแห่งชาติ ปราสาทไม้โบราณที่ตั้งตระหง่านบนหน้าผา
หนึ่งใน 5 ปราสาทสมบัติแห่งชาติ ปราสาทไม้โบราณที่ตั้งตระหง่านบนหน้าผา

10:10 สัมผัสพิธีชงชาและความงดงามแบบญี่ปุ่นที่ “อุระคุเอ็น”

หลังจากเดินชมปราสาทอินุยามะแล้ว ให้เดินประมาณ 5 นาทีไปยัง “อุระคุเอ็น”
สำหรับคนที่สนใจสถานที่แห่งนี้ อุระคุเอ็นเป็นสวนญี่ปุ่นที่มีห้องชงชาหลายหลัง รวมถึง “โจอัน (Joan)” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ
ที่ห้องชงชาชื่อ “โคอัน” คุณสามารถลองชิมขนมญี่ปุ่นและชาได้จริง จึงเหมาะสำหรับสัมผัสพิธีชงชาและเสน่ห์แบบญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
ลองพักผ่อนสักครู่พร้อมชมสวนสวยสีเขียวชอุ่ม เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางก็น่าจะดีมาก

ลองมาสัมผัสความงามและวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นที่หาได้เฉพาะที่นี่
ลองมาสัมผัสความงามและวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นที่หาได้เฉพาะที่นี่

12:50 ย้อนนึกถึงชีวิตของโทคุงาวะ อิเอยาสึที่ “ปราสาทโอคาซากิ”

หลังเที่ยวอุระคุเอ็นเสร็จแล้ว ให้กลับไปที่สถานีอินุยามะและมุ่งหน้าไปยัง “สถานีฮิงาชิโอคาซากิ”
เดินจากสถานีประมาณ 15 นาที ก็จะถึงปราสาทชื่อดังที่เกี่ยวข้องกับโทคุงาวะ อิเอยาสึ นั่นคือปราสาทโอคาซากิ
ที่นี่เป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่เกิดของโทคุงาวะ อิเอยาสึ ซึ่งได้รับการขนานนามร่วมกับโอดะ โนบุนางะ (Oda Nobunaga) และโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ว่าเป็น 3 วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ และยังมีอีกชื่อว่า “ปราสาทมังกร”
“ปราสาทโอคาซากิ” ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 ปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น และได้รับการประเมินว่าสำคัญอย่างยิ่งทั้งในด้านประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรม
แม้จะไม่ได้มีความรู้เรื่องปราสาทหรือประวัติศาสตร์มากนัก ก็ยังมีจุดน่าสนใจให้เพลิดเพลินได้มากมาย ลองใช้เวลาเดินชมอย่างเต็มที่

“ปราสาทโอคาซากิ” ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในเมืองโอคาซากิ จังหวัดไอจิ คือสถานที่เกิดของโทคุงาวะ อิเอยาสึ
“ปราสาทโอคาซากิ” ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในเมืองโอคาซากิ จังหวัดไอจิ คือสถานที่เกิดของโทคุงาวะ อิเอยาสึ

13:50 รับประทานมื้อกลางวันกับรสชาติดั้งเดิมที่ “โอคาซากิ คาคุคิว ฮัตโจมูระ”

หลังดื่มด่ำกับเสน่ห์ของปราสาทแล้ว ให้เดินต่อประมาณ 3 นาทีไปยังโอคาซากิ คาคุคิว ฮัตโจมูระ
ที่ “โอคาซากิ คาคุคิว ฮัตโจมูระ” คุณสามารถเข้าชมโกดังและพิพิธภัณฑ์ที่ผลิตฮัตโจมิโสะได้
สำหรับคนที่อยากรู้จักอาหารพื้นถิ่น ฮัตโจมิโสะเป็นมิโสะที่มีต้นกำเนิดจากเมืองโอคาซากิ
ภายในยังมีร้านอาหารให้บริการ และมีเมนูอุด้งมิโสะที่ใช้ฮัตโจมิโสะ จึงเหมาะสำหรับแวะทานมื้อกลางวัน
อย่าพลาดลิ้มลองฮัตโจมิโสะที่มีกลิ่นหอมและรสชาติลุ่มลึก

ลองชมกระบวนการผลิตฮัตโจมิโสะที่ยังคงรักษารสชาติดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน
ลองชมกระบวนการผลิตฮัตโจมิโสะที่ยังคงรักษารสชาติดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน

14:50 เดินชมบรรยากาศอันสงบขรึมของ “วัดไดจูจิ”

เดินไปยังสถานีนากาโอกาซากิของรถไฟไอจิคันโจ แล้วนั่งต่อไปยัง “สถานีไดมง”
จากสถานีเดินประมาณ 10 นาที ก็จะถึง “วัดไดจูจิ”
เมื่อผ่านประตูวัดอันสง่างามเข้าไปในบริเวณวัด จะพบกับอาคารหลัก เจดีย์ทาโฮโตะซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ และหอระฆัง
ภายในวัดยังมีธรรมชาติอยู่มาก จึงน่าจะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความกลมกลืนอันงดงามระหว่างสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์กับธรรมชาติ

ประตูวัดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของจังหวัดไอจิ
ประตูวัดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของจังหวัดไอจิ

จุดหมายใหม่ที่ควรรู้ก่อนเที่ยวไอจิ “จิบลิพาร์ก”

“จิบลิพาร์ก” เปิดให้บริการในปี 2022 และในปี 2024 ก็ได้เปิดโซนใหม่ “หุบเขาแม่มด” เพิ่มขึ้น
จุดท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความสนใจแห่งนี้ตั้งอยู่ภายใน “สวนอนุสรณ์งานเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ” และให้คุณได้ดื่มด่ำกับโลกของผลงานจากสตูดิโอจิบลิ จึงอยากชวนให้ลองพิจารณาเพิ่มไว้ในแผนทริปด้วย
จิบลิพาร์กประกอบด้วย 5 โซน ได้แก่ “โกดังใหญ่ของจิบลิ” “เนินแห่งวัยเยาว์” “ป่าดงดงโกะ” “หมู่บ้านโมโนะโนะเกะ” และ “หุบเขาแม่มด”
“โกดังใหญ่ของจิบลิ” เป็นพื้นที่ที่อัดแน่นไปด้วยเสน่ห์ของ “จิบลิ” ทั้งห้องฉายภาพ นิทรรศการพิเศษ ร้านค้า และคาเฟ่
ส่วนโซนอื่น ๆ ก็เปิดโอกาสให้คุณได้ดื่มด่ำกับโลกของผลงานจิบลิอย่างเต็มที่เช่นกัน

โลกแห่งผลงานของสตูดิโอจิบลิ 펼 펼อยู่ตรงหน้า
โลกแห่งผลงานของสตูดิโอจิบลิ 펼 펼อยู่ตรงหน้า

3 เมนูอาหารท้องถิ่นที่ห้ามพลาดเมื่อเที่ยวไอจิ

ต่อจากนี้ เราจะคัดเมนูแนะนำเป็นพิเศษจากบรรดาอาหารท้องถิ่นมากมายของไอจิมาแนะนำให้รู้จัก
มาเที่ยวไอจิทั้งที ถ้าไม่ได้ลองอาหารท้องถิ่นก็น่าเสียดายไม่น้อย เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีแค่สถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น

1. ฮิตสึมาบุชิ

“ฮิตสึมาบุชิ” เป็นอาหารต้นตำรับของไอจิ โดยนำปลาไหลย่างวางบนข้าว แล้วตักแบ่งใส่ถ้วยเล็กเพื่อรับประทาน
จุดเด่นของฮิตสึมาบุชิคือวิธีกินที่มีเอกลักษณ์เล็กน้อย
ถ้วยแรกให้ลองกินแบบตรง ๆ เพื่อรับรสปลาไหลอย่างเต็มคำ ถ้วยที่ 2 เติมเครื่องเคียงอย่างต้นหอมหรือวาซาบิ เพื่อเพิ่มกลิ่นและรสสัมผัส
ส่วนถ้วยที่ 3 ให้ราดน้ำซุปหรือชาลงไปพร้อมเครื่องเคียง แล้วรับประทานแบบโอจะสึเกะ
เสน่ห์ของฮิตสึมาบุชิคือการได้ลิ้มลอง 3 รสชาติที่แตกต่างกันในจานเดียว

ฮิตสึมาบุชิมีเสน่ห์ทั้งกลิ่นหอมของปลาไหลย่างและเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน
ฮิตสึมาบุชิมีเสน่ห์ทั้งกลิ่นหอมของปลาไหลย่างและเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน

2. มิโสะคัตสึ

มิโสะคัตสึเชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดจากนาโกย่า และถือเป็นอาหารท้องถิ่นที่แทบจะเป็นสัญลักษณ์ของไอจิ
วิธีรับประทานคือราดหมูทอดทงคัตสึด้วยซอสรสหวานที่ทำจากฮัตโจมิโสะ ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของไอจิ
ซอสมักเติมน้ำซุปคัตสึโอะลงไปด้วย จึงให้รสชาติที่หอมและลุ่มลึก
ความหวานนุ่มนวลที่ต่างจากซอสทั่วไปทำให้กินง่ายกว่าที่หน้าตาอาจดูเข้มข้น
ร้านที่เสิร์ฟมิโสะคัตสึก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ร้านเชนราคาย่อมเยาไปจนถึงร้านระดับพรีเมียม ทำให้มีโอกาสได้ลองชิมอยู่บ่อยครั้ง

มิโสะคัตสึที่โดดเด่นด้วยซอสสูตรอะคะมิโสะ
มิโสะคัตสึที่โดดเด่นด้วยซอสสูตรอะคะมิโสะ

3. คิชิเม็ง

สำหรับเมนูนี้ คิชิเม็งเป็นอุด้งเส้นแบน ซึ่งมักเสิร์ฟคู่กับน้ำซุปเข้มข้นที่เคี่ยวจากวัตถุดิบทะเล
เพราะมีพื้นที่ผิวมากกว่าอุด้งทั่วไป น้ำซุปจึงซึมเข้าเส้นได้ง่าย
ทำให้รับรู้รสชาติของน้ำซุปได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
คิชิเม็งมีสัมผัสลื่นคอ กินง่าย แม้ความเหนียวหนึบจะน้อยกว่าอุด้งทั่วไป จึงเหมาะกับทั้งผู้สูงอายุและเด็ก
เดิมทีเชื่อกันว่าคิชิเม็งมีรากมาจากอุด้งเส้นแบนที่เรียกว่า “ฮิโมคาวะ” ของเมืองคาริยะ และปัจจุบันก็กลายเป็นอาหารประจำใจที่ได้รับความนิยมทั่วทั้งไอจิ

ลองสัมผัสรสชาติที่แตกต่างจากอุด้งแบบทั่วไปดู
ลองสัมผัสรสชาติที่แตกต่างจากอุด้งแบบทั่วไปดู

จุดชมซากุระที่ควรไปในทริปไอจิช่วงฤดูใบไม้ผลิ

แม้ไอจิจะมีภาพจำเรื่องมหานครอย่างนาโกย่า แต่ก็มีพื้นที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์อยู่มาก
จึงมีจุดชมดอกไม้มากมาย และถ้าไปเที่ยวไอจิในฤดูใบไม้ผลิ ก็ควรเพิ่มจุดชมซากุระไว้ในแผนทริปด้วย
“สวนสึรุไม” ซึ่งเป็น 1 ใน “100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น” คือแหล่งชมซากุระตัวแทนของไอจิ
คุณสามารถเดินเล่นในพื้นที่เปิดโล่งที่มีซากุระบานสะพรั่งประมาณ 750 ต้น
“สวนโอคาซากิ” ก็เป็นหนึ่งใน “100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น” เช่นกัน โดยมีซากุระประมาณ 800 ต้นแต่งแต้มบรรยากาศรอบปราสาทโอคาซากิ
ส่วน “ปราสาทอินุยามะ” ซึ่งเป็นหนึ่งในสมบัติแห่งชาติ ก็ได้รับความนิยมในฐานะจุดชมซากุระ โดยมีซากุระประมาณ 400 ต้นบานอยู่ใกล้แม่น้ำคิโซะ
สำหรับวันเริ่มบาน วันบานเต็มที่ และช่วงเวลาชมซากุระที่ดีที่สุดในแต่ละปี สามารถดูได้จากตารางด้านล่าง
อย่างไรก็ตาม วันเริ่มบาน วันบานเต็มที่ และช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมอาจแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละสถานที่ จึงควรตรวจสอบล่วงหน้า

วันเริ่มบาน
24 มีนาคม
วันบานเต็มที่
2 เมษายน
ช่วงชมซากุระที่ดีที่สุด
2 เมษายน–8 เมษายน
สวนสึรุไม ที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับความตัดกันของสีชมพูซากุระและท้องฟ้าสีฟ้า
สวนสึรุไม ที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับความตัดกันของสีชมพูซากุระและท้องฟ้าสีฟ้า
สวนโอคาซากิ ที่สามารถเดินชมซากุระบานเต็มที่เคียงคู่ปราสาทชื่อดังได้อย่างเพลิดเพลิน
สวนโอคาซากิ ที่สามารถเดินชมซากุระบานเต็มที่เคียงคู่ปราสาทชื่อดังได้อย่างเพลิดเพลิน
ปราสาทอินุยามะ กับทิวทัศน์เปี่ยมเสน่ห์ของปราสาทและซากุระ
ปราสาทอินุยามะ กับทิวทัศน์เปี่ยมเสน่ห์ของปราสาทและซากุระ

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวย ๆ ในไอจิช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ไอจิมีแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่หลายแห่ง จึงอยากแนะนำให้เพิ่มไว้ในแผนทริปหากมาในฤดูใบไม้ร่วง
จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ “โครังเค”
เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ประมาณ 4,000 ต้นจะเปลี่ยนเป็นสีสันสดใส
ในงาน “เทศกาลใบไม้แดงโครังเค” ที่มักจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ยังมีการไลต์อัปช่วงกลางคืน ทำให้ได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีในบรรยากาศชวนฝัน
อีกแห่งที่แนะนำคือ “สวนพฤกษศาสตร์และสวนสัตว์ฮิงาชิยามะแห่งนาโกย่า” ซึ่งมีไม้ใบกว้างประมาณ 500 ต้นแต่งแต้มสวนด้วยสีแดงและเหลือง ไฮไลต์คือภาพใบไม้ที่สะท้อนบนผิวน้ำของสระ เหมาะสำหรับถ่ายรูปมาก
ส่วน “วัดจักโคอิน อินุยามะ (Jakkoin)” ที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีเคียงคู่สถาปัตยกรรมอันสง่างามก็ไม่ควรพลาด
ลองเดินชมบริเวณวัดที่ถูกแต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสีสดใสราว 1,000 ต้นดูสักครั้ง
โดยทั่วไป แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีในไอจิมักอยู่ในช่วงที่สวยที่สุดราวต้นเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมอาจเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละสถานที่ จึงควรตรวจสอบล่วงหน้า

ทิวทัศน์ที่ภูเขาทั้งลูกของโครังเคถูกปกคลุมด้วยใบไม้เปลี่ยนสีนั้นงดงามน่าประทับใจ
ทิวทัศน์ที่ภูเขาทั้งลูกของโครังเคถูกปกคลุมด้วยใบไม้เปลี่ยนสีนั้นงดงามน่าประทับใจ
ใบไม้เปลี่ยนสีอันสวยงามรอบสระในสวนพฤกษศาสตร์และสวนสัตว์ฮิงาชิยามะแห่งนาโกย่า
ใบไม้เปลี่ยนสีอันสวยงามรอบสระในสวนพฤกษศาสตร์และสวนสัตว์ฮิงาชิยามะแห่งนาโกย่า
วัดจักโคอิน อินุยามะ ที่มีอีกชื่อว่า “วัดใบไม้แดงแห่งโอวาริ”
วัดจักโคอิน อินุยามะ ที่มีอีกชื่อว่า “วัดใบไม้แดงแห่งโอวาริ”

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวไอจิ

Q

ฤดูไหนเหมาะสำหรับเที่ยวไอจิมากที่สุด?

A

แนะนำฤดูใบไม้ร่วง เพราะมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ

Q

มีสถานที่ท่องเที่ยวในไอจิที่แนะนำสำหรับทริปพ่อแม่ลูกไหม?

A

แนะนำพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนาโกย่าพอร์ต และสวนพฤกษศาสตร์และสวนสัตว์ฮิงาชิยามะแห่งนาโกย่า

บทสรุป

ก่อนออกเดินทางไปไอจิ ลองใช้บทความนี้เป็นตัวช่วยวางแผนได้ ทั้งข้อมูลการเดินทาง อาหารท้องถิ่น เสน่ห์และจุดเด่นของแต่ละโซนท่องเที่ยว รวมถึงตัวอย่างเส้นทางเที่ยวสถานที่ยอดนิยม
หากวางแผนทริปโดยอ้างอิงจากบทความนี้ คุณก็น่าจะได้สัมผัสเสน่ห์ของไอจิอย่างเต็มที่แบบไม่พลาดไฮไลต์สำคัญ
บทความด้านล่างนี้จะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสสิกและยอดนิยมของไอจิให้ลึกขึ้นอีกหน่อย
ตอนวางแผนทริป อย่าลืมเปิดอ่านควบคู่กันไว้ก็น่าจะช่วยให้เที่ยวได้สนุกยิ่งขึ้น