
【ไกด์คนรักออนเซ็นเพื่อความงามแนะนำ】สวยและสุขภาพดีด้วยพลังจากธรรมชาติ “9 ที่พักออนเซ็นที่ช่วยให้สวยทั้งกายและใจ”
เมื่อพูดถึงการเที่ยวญี่ปุ่น หลายคนมักนึกถึงช่วงเวลาแช่ออนเซ็นที่ช่วยเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจจากพลังของธรรมชาติ
ชาวญี่ปุ่นผูกพันกับออนเซ็นมาอย่างยาวนาน และในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนญี่ปุ่นก็นิยมออนเซ็นกันมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าออนเซ็นยังดีต่อสุขภาพและความงามอีกด้วย
ครั้งนี้เราได้พูดคุยกับคุณอิชิอิ ฮิโรโกะ (Ishii Hiroko) นักวิจัยด้านออนเซ็นบิวตี้ที่แช่ออนเซ็นทั้งในและต่างประเทศประมาณ 200 วันต่อปี เกี่ยวกับประโยชน์ที่คาดหวังได้จากออนเซ็นและวิธีแช่ออนเซ็นเพื่อความงาม
นอกจากนี้ คุณอิชิอิซึ่งมีบทบาทหลากหลายทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยและออนเซ็นซอมเมอลิเยร์ชื่อดัง ยังได้แนะนำที่พักออนเซ็นที่ช่วยให้คุณสวยขึ้นด้วย ลองอ่านไปจนจบได้เลย
ออนเซ็นคืออะไรกันแน่?
ออนเซ็นเป็นสิ่งที่คุ้นเคยและใกล้ชิดกับชาวญี่ปุ่นมาก
เมื่อมองในระดับโลก ญี่ปุ่นยังโดดเด่นทั้งด้านทรัพยากรและจำนวนสถานที่ออนเซ็น โดยมีแหล่งออนเซ็นชื่อดังอยู่ทั่วประเทศ
หลายคนน่าจะมี “ออนเซ็น” เป็นหนึ่งในจุดหมายหลักของการมาเที่ยวญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม คำจำกัดความของออนเซ็นนั้นแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละประเทศ
สำหรับญี่ปุ่น กฎหมายออนเซ็นกำหนดว่า “น้ำร้อนและน้ำแร่ที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน รวมถึงไอน้ำและก๊าซอื่น ๆ ที่มีอุณหภูมิหรือมีส่วนประกอบตามเกณฑ์ที่กำหนด” จึงจะนับเป็นออนเซ็น
โดย具体的には หากเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- อุณหภูมิอย่างน้อย 25 องศาเซลเซียส
- เป็นน้ำที่มีสารเฉพาะอย่างน้อยตามเกณฑ์ที่กำหนด ※ เช่น ไอออนเหล็ก ไอออนไฮโดรเจน และสารที่กำหนดรวม 19 ชนิด
หลายคนอาจนึกถึงแต่น้ำอุ่น แต่หากเข้าเงื่อนไข ก็รวมถึงน้ำแร่เย็นที่ต่ำกว่า 25 องศา หรือไอน้ำร้อนอุณหภูมิสูงด้วยเช่นกัน
ในบรรดาออนเซ็นทั้งหมด ยังมีแหล่งที่มีส่วนประกอบเหมาะแก่การบำบัดและผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งเรียกว่า “เรียวโยเซ็น” หรือออนเซ็นเพื่อการบำบัด
คำจำกัดความเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อการคุ้มครองและการใช้ประโยชน์จากออนเซ็น และยังช่วยในการพัฒนาแหล่งออนเซ็นรวมถึงการรักษาคุณภาพของน้ำแร่อีกด้วย

ประเภทของน้ำแร่และสรรพคุณของออนเซ็นคืออะไร?
ในบรรดาออนเซ็นทั้งหมด ออนเซ็นที่มีคุณสมบัติช่วยด้านการบำบัดเป็นพิเศษจะเรียกว่า “เรียวโยเซ็น” ซึ่งจะมีการระบุชื่อประเภทของน้ำแร่ และแต่ละประเภทก็มีข้อบ่งใช้แตกต่างกันไป
สำหรับคำว่า “ประเภทของน้ำแร่” นั้น หมายถึงการจำแนกตามส่วนประกอบหลักและส่วนประกอบรองที่อยู่ในออนเซ็น
พูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นการแบ่งชนิดของออนเซ็น (เรียวโยเซ็น) โดยสามารถแบ่งใหญ่ ๆ ได้เป็น 3 กลุ่ม 10 ประเภทดังนี้
【ออนเซ็นธรรมดา】: มีปริมาณสารเฉพาะต่ำกว่า 1 กิโลกรัม และมีอุณหภูมิอย่างน้อย 25 องศา
1. ออนเซ็นธรรมดา ※ หากมีค่า pH (ไฮโดรเจนไอออน) ตั้งแต่ 8.5 ขึ้นไป จะเรียกว่า “ออนเซ็นธรรมดาแบบด่าง”
【ออนเซ็นเกลือแร่】: มีปริมาณสารเฉพาะอย่างน้อย 1 กิโลกรัม (จำแนกตามส่วนประกอบ) โดยไม่กำหนดอุณหภูมิ
2. ออนเซ็นคลอไรด์
3. ออนเซ็นไบคาร์บอเนต
4. ออนเซ็นซัลเฟต
【ออนเซ็นที่มีส่วนประกอบพิเศษ】: มีส่วนประกอบพิเศษตามที่กำหนดอย่างน้อยตามเกณฑ์ โดยไม่กำหนดอุณหภูมิ
5. ออนเซ็นคาร์บอนไดออกไซด์
6. ออนเซ็นที่มีธาตุเหล็ก
7. ออนเซ็นกรด
8. ออนเซ็นที่มีไอโอดีน
9. ออนเซ็นกำมะถัน
10. ออนเซ็นกัมมันตรังสี
คุณสามารถตรวจสอบประเภทของน้ำแร่ได้จาก “ใบวิเคราะห์ออนเซ็น” ซึ่งมักติดไว้บริเวณทางเข้าออกห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือจากเว็บไซต์ของเรียวกังออนเซ็น โดยในเอกสารนี้จะบอกข้อมูลพื้นฐานและลักษณะเด่นของออนเซ็นนั้น ๆ
แม้ข้อมูลเหล่านี้จะค่อนข้างเฉพาะทาง แต่ออนเซ็นแต่ละแห่งก็มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป
หากลองสังเกตสี สัมผัส และกลิ่นของน้ำแร่ ก็พอจะเดาได้ในระดับหนึ่ง จึงไม่จำเป็นต้องคิดให้ซับซ้อนมากนัก
สำหรับคนที่สนใจรายละเอียด คำว่า “ข้อบ่งใช้” หมายถึงผลที่คาดหวังได้จากการแช่น้ำ โดยกำหนดตามประเภทของน้ำแร่
ออนเซ็นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จึงมีแร่ธาตุและสารต่าง ๆ หลากหลาย และแต่ละแห่งก็ไม่เหมือนกันเลย
หากมีการระบุเพียงประเภทเดียว แปลว่าสัดส่วนของสารนั้นมีมากเป็นพิเศษ แต่ถ้ามีหลายประเภทเรียงกัน ก็หมายถึงมีหลายส่วนประกอบผสมกันอย่างสมดุล ซึ่งถือเป็นเสน่ห์เฉพาะของออนเซ็นแต่ละแห่ง
ดังนั้น หากอยากได้รับประโยชน์จากออนเซ็นอย่างเต็มที่ การเลือกประเภทของน้ำแร่ให้เหมาะกับสภาพร่างกายและจุดประสงค์ของตนเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ

4 ประโยชน์ด้านความงามหลักที่ได้จากการแช่ออนเซ็น
แม้จะขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำแร่ แต่การแช่ออนเซ็นอาจช่วยเรื่องความงามได้ เช่น “ผิวสวย” “ดีท็อกซ์” “ช่วยสนับสนุนการลดน้ำหนัก” และ “ชะลอวัย”
เราได้สรุปเป้าหมายด้านความงามแบบเฉพาะเจาะจงไว้ในตารางด้านล่าง
ออนเซ็นไม่ได้มีดีแค่ทำให้ร่างกายอบอุ่นเท่านั้น ระหว่างที่แช่ไปเรื่อย ๆ ก็ยังคาดหวังผลได้หลายด้าน และเมื่อผสานกันก็ช่วยดูแลทั้งสุขภาพและความงามได้อย่างดี
- ผิวสวย
-
・ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
・ช่วยป้องกันฝ้าและผิวหมองคล้ำ
・ช่วยป้องกันและฟื้นฟูผิวอักเสบหรือผิวหยาบกร้าน
・ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวนุ่มลื่น
・ช่วยดูแลเซลล์ผิวเก่าและสนับสนุนผิวกระจ่างใส - ดีท็อกซ์
-
・ช่วยสนับสนุนการขับของเสียออกจากร่างกาย
・ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ
・ช่วยให้เหงื่อออกจากอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น
・ช่วยเรื่องอาการท้องผูก โดยส่งเสริมสมดุลในลำไส้
・ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เช่น ปัญหาสิว - ช่วยสนับสนุนการลดน้ำหนัก
-
・ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน และช่วยให้การไหลเวียนของน้ำเหลืองดีขึ้น
・ช่วยปรับสมดุลระบบประสาทอัตโนมัติ
・ช่วยลดอาการบวมน้ำ
・ช่วยคงความอบอุ่นของร่างกายได้ต่อเนื่อง - ชะลอวัย
-
・ช่วยบรรเทาความเครียด ซึ่งอาจช่วยลดปัญหาผิว
・ช่วยให้ผ่อนคลาย
・ช่วยดูแลริ้วรอยและความหย่อนคล้อย
・ช่วยฟื้นฟูความอ่อนล้า
วิธีแช่ออนเซ็นเพื่อเสริมผลลัพธ์ด้านความงาม
ถ้าอยากใช้ออนเซ็นเป็นตัวช่วยเรื่องความงามให้มากขึ้น ลองเริ่มจากการเลือกออนเซ็นและวิธีแช่ที่เหมาะกับตัวเอง
ทั้งประเภทของออนเซ็นและวิธีแช่ล้วนสำคัญ มาทำความเข้าใจวิธีแช่ให้ได้ผลกันเถอะ
เลือกออนเซ็นจาก 3 ประเภทน้ำแร่ยอดนิยมเพื่อความงาม
น้ำแร่ประเภท “ไบคาร์บอเนต” “กำมะถัน” และ “ซัลเฟต” ถูกเรียกว่าเป็น 3 ประเภทน้ำแร่ยอดนิยมเพื่อความงาม ซึ่งคุณอิชิอิ นักวิจัยออนเซ็นบิวตี้มองว่าเป็นประเภทที่ควรจับตามองเป็นพิเศษ
ต่อจากนี้เราจะพาไปรู้จักน้ำแร่ทั้ง 3 ประเภท ดังนั้นหากคุณอยากแช่ออนเซ็นเพื่อความงาม ลองใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางและเลือกออนเซ็นที่มีส่วนประกอบเหล่านี้ดู
1. ออนเซ็นไบคาร์บอเนตที่คาดหวังผลด้านการทำความสะอาดผิว
หากอยากขจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวเก่า “ออนเซ็นไบคาร์บอเนต (ออนเซ็นเบกกิ้งโซดา)” เป็นตัวเลือกที่แนะนำ
เพราะมีคุณสมบัติคล้ายสบู่ ช่วยทำความสะอาดผิวและผลัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยน
หลังแช่ จะมีการระเหยของความชื้นบนผิวมากขึ้น จึงให้ความรู้สึกผิวนุ่มลื่นและสดชื่นเป็นพิเศษ
มักกล่าวกันว่าเหมาะกับคนขี้หนาวหรือมีบาดแผลเล็ก ๆ ด้วย แต่หลังขึ้นจากน้ำควรระวังผิวแห้ง จึงควรบำรุงผิวโดยเร็วเพื่อคงความชุ่มชื้นไว้
“ออนเซ็นธรรมดาแบบด่าง (pH 8.5 ขึ้นไป)” ก็ให้ผลคล้ายกันได้เช่นกัน
ออนเซ็นธรรมดามีความอ่อนโยน ระคายเคืองต่ำ จึงเหมาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางและเด็กเล็กด้วย

2. ออนเซ็นกำมะถันที่ช่วยให้สวยจากภายใน
ออนเซ็นกำมะถันที่มีกลิ่นเฉพาะแบบออนเซ็น ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และยังมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้ร่างกายอุ่นจากแกนกลางได้ง่ายขึ้น
เพราะช่วยสนับสนุนทั้งระบบเผาผลาญของร่างกายและผิว จึงเป็นน้ำแร่ที่น่าคาดหวังเรื่องความงามสูง ทั้งด้านดีท็อกซ์และการดูแลหรือป้องกันปัญหาฝ้าและผิวหมองคล้ำ
เมื่อการไหลเวียนเลือดดีขึ้น ออกซิเจนและสารอาหารก็ถูกส่งไปทั่วร่างกายได้ดีขึ้น พร้อมช่วยขับของเสียออกจากร่างกายด้วย
ผลที่ได้คือช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ทำให้สวยจากภายใน และพาผิวไปสู่ความสวยอย่างสุขภาพดี
อีกจุดเด่นคือคุณสมบัติช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย โดยยังมีข้อบ่งใช้กับโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้และผื่นเรื้อรังอีกด้วย

3. ออนเซ็นซัลเฟตที่คาดหวังผลด้านการกักเก็บความชุ่มชื้น
เมื่อแช่ออนเซ็นซัลเฟต ส่วนประกอบของเกลือแร่จะเคลือบผิว ทำให้ผิวสูญเสียทั้งน้ำและความร้อนได้ยากขึ้น
หลังขึ้นจากออนเซ็น ผิวจะยังชุ่มชื้นอยู่และให้ความรู้สึกเหมือนมาสก์ผิว พร้อมคงความอบอุ่นไว้ได้นาน
เพราะความชุ่มชื้นจากออนเซ็นถูกส่งสู่ผิว จึงน่าจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งด้วย
นอกจากนี้ ยังเป็นประเภทน้ำแร่ที่พบมากในออนเซ็นซึ่งนักรบสมัยสงครามในอดีตนิยมใช้หลังการต่อสู้ จนมีอีกชื่อหนึ่งว่า “น้ำแร่สำหรับบาดแผล” เพราะเชื่อกันว่าช่วยปลอบประโลมและฟื้นฟูผิวได้

วิธีเลือกออนเซ็นสำหรับผู้ที่อยากคาดหวังผลจากออนเซ็นให้ได้มากที่สุด
โดยทั่วไปแล้ว ออนเซ็นที่ไม่ค่อยมีการเติมน้ำเพิ่มเข้าไป เช่น น้ำประปาหรือน้ำพุธรรมชาติ มักให้ผลของน้ำแร่ได้ชัดเจนกว่า
เหตุผลคือ ส่วนประกอบของออนเซ็นจะไม่ถูกเจือจาง ทำให้คาดหวังได้ว่าสรรพคุณดั้งเดิมของออนเซ็นนั้นยังคงอยู่ครบถ้วน
หากคุณให้ความสำคัญกับความสดใหม่ของน้ำแร่ ควรลองมองหาออนเซ็นแบบ “เก็นเซ็นคาเคนางาชิ” ที่ปล่อยน้ำจากต้นกำเนิดลงสู่บ่อโดยไม่เติมน้ำ ไม่ทำให้อุ่นเพิ่ม และไม่หมุนเวียนน้ำ หรือแบบ “อาชิโมโตะยูชุทสึ” ที่น้ำแร่จากใต้พิภพผุดขึ้นตามธรรมชาติและกลายเป็นบ่อแช่โดยตรง
เก็นเซ็นคาเคนางาชิ
สำหรับคำว่า “เก็นเซ็นคาเคนางาชิ” นั้น หมายถึงออนเซ็นที่มีการปล่อยน้ำแร่ใหม่จากต้นกำเนิดลงสู่บ่ออย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
จุดเด่นคือส่วนประกอบไม่ถูกเจือจาง ทำให้สัมผัสพลังของออนเซ็นตามธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
อีกอย่างคือไม่มีการเติมน้ำ อุ่นเพิ่ม หรือหมุนเวียนน้ำ จึงได้สัมผัสสี กลิ่น และผิวสัมผัสของออนเซ็นตามต้นฉบับอย่างแท้จริง

อาชิโมโตะยูชุทสึ
“อาชิโมโตะยูชุทสึ” คือออนเซ็นที่สามารถลงแช่ในน้ำแร่ที่ผุดขึ้นจากใต้ดินด้วยพลังธรรมชาติได้ทันที
ในญี่ปุ่นเองก็ถือว่าหายากมาก โดยมีเพียงประมาณ 20–30 แห่งทั่วประเทศเท่านั้น จึงนับเป็นประสบการณ์พิเศษอย่างยิ่ง
เพราะน้ำแร่สดใหม่ผุดขึ้นมาจากก้นบ่อ คุณจึงได้แช่ออนเซ็นที่เรียกได้ว่า “เพิ่งเกิดใหม่” อย่างแท้จริง
และด้วยอุณหภูมิและความรู้สึกของน้ำที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปจากจุดนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นสุดยอดประสบการณ์การแช่ออนเซ็นเลยทีเดียว

เพิ่มอุณหภูมิแกนกลางร่างกาย เพื่อสวยจากภายใน
เวลาแช่ออนเซ็น ควรแช่ในแบบที่ช่วยให้อุณหภูมิแกนกลางร่างกายเพิ่มขึ้น
เมื่ออุณหภูมิแกนกลางสูงขึ้น ร่างกายจะอุ่นลึกถึงภายในตามชื่อ และสภาพที่การไหลเวียนเลือดดีขึ้นก็จะคงอยู่ได้นานขึ้น
ยังช่วยปรับสมดุลระบบประสาทอัตโนมัติ สนับสนุนคุณภาพการนอน ช่วยลดอาการบวมน้ำ และช่วยการขับของเสีย ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นด้วย
เคล็ดลับคือไม่ควรแช่ครั้งเดียวเป็นเวลานาน เช่น 30 นาที แต่ควรแบ่งเป็นหลายรอบ หรือที่เรียกว่า “การแช่แบบแบ่งช่วง”
หลายคนมักเผลอแช่นานครั้งเดียวเพราะอยากซึมซับความสบายและส่วนประกอบของน้ำแร่ให้มากที่สุด แต่หากทำเช่นนั้น อุณหภูมิผิวด้านนอกจะพุ่งสูงเร็วเกินไป ขณะที่อุณหภูมิแกนกลางกลับเพิ่มได้ยาก จึงควรระวัง
ในช่วงแรก แนะนำให้ลองประมาณ 3 รอบ โดยเมื่อเริ่มมีเหงื่อที่หน้าผากให้ขึ้นจากบ่อ พักเล็กน้อย แล้วค่อยกลับลงไปแช่อีกครั้ง ทำซ้ำเป็นรอบ ๆ จะดีมาก
เวลาที่ใช้ในแต่ละรอบจะแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายและสุขภาพของแต่ละคน แต่คุณอิชิอิ นักวิจัยออนเซ็นบิวตี้แนะนำให้เริ่มจากจังหวะ 5 นาที → 8 นาที → 3 นาที แล้วค่อยปรับตามสภาพของตัวเอง
ช่วงพักจะนานหน่อยก็ได้ จะกลับไปพักที่ห้องก่อน แล้วเว้นเวลาอีกสักพักค่อยมาแช่ใหม่ก็ไม่มีปัญหา
สิ่งสำคัญคืออย่าฝืนร่างกาย และให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตัวเองเสมอ
หลังแช่ แนะนำว่าไม่ต้องล้างออกด้วยฝักบัว จะขึ้นจากน้ำเลยหรือราดน้ำออนเซ็นเบา ๆ ก็ได้ เพื่อให้สรรพคุณของออนเซ็นคงอยู่ได้นานขึ้น

ใส่ใจกับลำดับการแช่ออนเซ็น เพื่อสวยลึกจากแกนกลาง
หากอยากมีผิวสวยยิ่งขึ้น ลำดับการแช่ออนเซ็นก็สำคัญเช่นกัน
หากคุณไปพักที่เรียวกังหรือแหล่งออนเซ็นที่มี “3 ประเภทน้ำแร่ผิวสวยยอดนิยม” ลองใช้วิธีแช่ที่คุณอิชิอิ นักวิจัยออนเซ็นบิวตี้แนะนำเป็นแนวทางดู
- เริ่มจาก “ออนเซ็นไบคาร์บอเนต” ที่คาดหวังผลด้านการทำความสะอาดผิว
- ต่อด้วย “ออนเซ็นกำมะถัน” ที่คาดหวังผลช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ
- ปิดท้ายด้วย “ออนเซ็นซัลเฟต” ที่คาดหวังผลด้านการกักเก็บความชุ่มชื้น
“ออนเซ็นกำมะถัน” ที่ช่วยให้สวยจากภายใน จะอยู่ลำดับสุดท้ายหรือแช่เป็นลำดับที่สองก็ได้
เหมือนกับการดูแลผิว หลังทำความสะอาดแล้วค่อยบำรุงจะมีประสิทธิภาพมากกว่า จึงควรจำไว้
นอกจากนี้ หากดื่มน้ำให้เพียงพอและปรับสมดุลการไหลเวียนของร่างกายและจิตใจ ก็จะช่วยให้สวยลึกจากภายในได้ยิ่งขึ้น

หากไม่สะดวกแช่ออนเซ็นร่วมกับผู้อื่น แนะนำห้องอาบน้ำส่วนตัวหรือห้องพักพร้อมออนเซ็น
สำหรับหลายคน วัฒนธรรมออนเซ็นญี่ปุ่นอาจมีจุดที่ต้องทำความคุ้นเคยอยู่บ้าง เช่น “แช่แบบเปลือยกายโดยไม่ใช้ผ้าขนหนู” “โดยหลักแล้วห้ามมีรอยสักหรือรอยสักแบบญี่ปุ่น” และ “ไม่ให้เส้นผมสัมผัสผิวน้ำ” เป็นต้น
นอกเหนือจากกฎเหล่านี้ บางคนก็อาจรู้สึกไม่สะดวกใจกับการแช่ออนเซ็นร่วมกับผู้อื่นด้วย
ในกรณีแบบนี้ แนะนำให้เลือกสถานที่ที่มี “ห้องอาบน้ำส่วนตัว (ห้องอาบน้ำครอบครัว)” หรือ “ห้องพักพร้อมออนเซ็น”
- ห้องอาบน้ำส่วนตัว (ห้องอาบน้ำครอบครัว)
- สามารถใช้บ่อกลางแจ้งหรือบ่อในร่มแบบส่วนตัวได้ตามช่วงเวลาที่กำหนด
- ห้องพักพร้อมออนเซ็น
- มีบ่อกลางแจ้งหรือบ่อในร่มติดตั้งไว้ภายในห้องพัก
“ห้องอาบน้ำส่วนตัว (ห้องอาบน้ำครอบครัว)” เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว หรือเหมาะสำหรับการใช้กับครอบครัวและคู่รัก ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นอย่างเงียบสงบและสบาย ๆ
ข้อดีคือสามารถผ่อนคลายได้โดยไม่ต้องกังวลสายตาจากคนรอบข้าง และได้ใช้ช่วงเวลาแสนพิเศษอย่างเต็มที่
โดยทั่วไปมักต้องจองแยกจากการเข้าพัก และหากมีผู้ใช้บริการมาก ก็อาจไม่ได้ช่วงเวลาตามที่ต้องการ จึงควรจำไว้ด้วย

“ห้องพักพร้อมออนเซ็น” ช่วยให้คุณดื่มด่ำกับออนเซ็นได้ในพื้นที่ส่วนตัว
ข้อดีอีกอย่างคือไม่ต้องเดินไปยังห้องอาบน้ำรวม และสามารถแช่ออนเซ็นได้ทุกเมื่อที่ต้องการกี่ครั้งก็ได้
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองแบบนี้ไม่ได้มีในทุกสถานที่ออนเซ็น จึงควรตรวจสอบล่วงหน้า

นักวิจัยออนเซ็นบิวตี้คัดสรร! 9 ที่พักออนเซ็นที่ช่วยให้สวยทั้งใจและกาย
จากนี้ไป เราจะพาไปรู้จักที่พักออนเซ็นและแหล่งออนเซ็นที่คุณอิชิอิ ฮิโรโกะ แนะนำสำหรับคนที่อยากสวยขึ้น
จากสถานที่ออนเซ็นกว่า 20,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น คุณอิชิอิได้คัดเลือกออนเซ็นเด็ดมาให้ถึง 9 แห่ง
ไม่ใช่แค่พลังของออนเซ็นเท่านั้น การคัดเลือกครั้งนี้ยังมองถึงสุขภาพ ความงาม อาหาร และการผ่อนคลายจากสถานที่ทั่วประเทศด้วย
มีตั้งแต่ฮอกไกโดทางเหนือไปจนถึงจังหวัดนางาซากิทางใต้ รับรองว่าคุณน่าจะเจอสถานที่ถูกใจอย่างแน่นอน
1. “ห้างสรรพสินค้าแห่งออนเซ็นไบคาร์บอเนต” ฮอกไกโด กิงคอนยุ
“ออนเซ็นเรียวกัง กิงคอนยุ” ในเมืองยาคุโมะ เขตฟุตามิ ทางตอนใต้ของฮอกไกโด เป็นที่พักสไตล์ญี่ปุ่นแท้ที่เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 1927
สมชื่อที่ได้รับความนิยมในหมู่คู่รักที่ฉลองครบรอบแต่งงาน 25 ปีแล้ว ที่นี่ยังมีแฟน ๆ ทั้งนักเดินทางคนเดียวและผู้มาเยือนทุกวัย ให้ได้ใช้เวลาสบาย ๆ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของทั้ง 4 ฤดูกาล
เสน่ห์ของออนเซ็นแห่งนี้คือมีต้นน้ำแร่ออนเซ็นไบคาร์บอเนตหลายชนิดผุดขึ้นภายในพื้นที่ จนสามารถเรียกได้ว่าเป็น “ห้างสรรพสินค้าแห่งออนเซ็นไบคาร์บอเนต”
การได้แช่น้ำเนียนนุ่มท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ รับรองว่าจะช่วยเยียวยาผู้มาเยือนได้อย่างแน่นอน
ภายในพื้นที่กว้างขวางมีห้องอาบน้ำส่วนตัว 5 แห่ง นอกจากนี้ยังมีห้องอาบน้ำรวมและห้องอาบน้ำครอบครัว รวมทั้งหมด 11 จุด
โดยเฉพาะห้องอาบน้ำส่วนตัวที่ต้องเดินผ่านแนวต้นไม้ในป่าและสะพานแขวนเหนือแม่น้ำไปนั้น เปรียบเสมือน “บ่อน้ำลับ” ที่เต็มไปด้วยความสนุก และให้ความรู้สึกเหมือนแช่ออนเซ็นธรรมชาติกลางแจ้ง
ตัวอาคารภายในยังเป็นงานไม้ที่สว่างและสะอาดตา ห้องพักทั้งหมดเป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์การพักแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น



2. ผิวชุ่มชื้นเนียนนุ่มด้วยออนเซ็นกลิ่นผืนดิน “จังหวัดมิยางิ ฮิงาชินารุโกะออนเซ็น เรียวกังโอนุมะ”
“ฮิงาชินารุโกะออนเซ็น เรียวกังโอนุมะ” ในเมืองโอซากิ ทางเหนือสุดของจังหวัดมิยางิ เป็นออนเซ็นชื่อดังที่มีประวัติยาวนานมากกว่า 120 ปี
แหล่งน้ำแร่ของที่นี่มีออนเซ็นเบกกิ้งโซดา 2 ชนิดที่แตกต่างกันซึ่งพบได้ยากในระดับประเทศ และเนื่องจากออนเซ็นไบคาร์บอเนตมีสัดส่วนถึง 85% จึงคาดหวังผลด้านการทำความสะอาดผิวให้เนียนนุ่มได้
อีกจุดเด่นสำคัญคือน้ำแร่สีชาคล้ายชาแดงที่มีส่วนประกอบจากพืช และมีกลิ่นหอมชวนผ่อนคลายคล้ายไม้และดิน
น้ำแร่ที่อุดมด้วยแร่ธาตุช่วยให้ร่างกายอุ่นจากแกนกลาง หลังแช่จะรู้สึกชุ่มชื้นมาก และช่วยปลุกความสดใสของผิวกลับคืนมา
จุดเด่นของเรียวกังแห่งนี้คือมีห้องอาบน้ำที่มีเอกลักษณ์ถึง 8 แบบ รวมถึงบ่อกลางแจ้งส่วนตัวในสวนที่ให้ชมความงามของแต่ละฤดูกาล และทุกบ่อเป็นแบบเก็นเซ็นคาเคนางาชิ
ในจำนวนนี้ 5 บ่อสามารถใช้แบบส่วนตัวได้อย่างสบายใจ จึงเหมาะกับผู้หญิงที่เดินทางคนเดียวด้วย
ภายในอาคารยังออกแบบเป็นพื้นที่อ่อนโยนที่ใส่ใจเรื่อง “เสียง” และ “น้ำ” ทำให้ผ่อนคลายได้ทั้งกายและใจ
ด้านอาหารก็ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างพิถีพิถัน โดยเลือกได้จาก 4 คอร์ส ทั้งแผนอาหารเฮลตี้ที่ไม่หนักกระเพาะและคอร์สหรูที่มีเนื้อเซนไดวัวรวมอยู่ด้วย



3. สถานที่พักใจของคนทำงาน “จังหวัดนีงาตะ โทชิโอมาตะออนเซ็น จิไซคัง”
“โทชิโอมาตะออนเซ็น จิไซคัง” เป็นที่พักเพื่อการพักฟื้นในเมืองอุโอนุมะ จังหวัดนีงาตะ
ที่นี่มีชื่อเสียงจาก “ออนเซ็นเรเดียม (ออนเซ็นกัมมันตรังสีแบบธรรมดา)” ที่ใสไม่มีสีและมีอุณหภูมิประมาณ 35 องศา ซึ่งคาดหวังได้ว่าจะช่วยปรับสมดุลระบบประสาทอัตโนมัติและสมดุลฮอร์โมน
วิธีแช่แบบดั้งเดิมของออนเซ็นแห่งนี้คือแช่นานอย่างน้อย 30 นาที หรือประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วสลับกับการพักเป็นระยะ จึงอยากชวนให้ลองทำตามดู
เมื่อแช่น้ำอุ่นอ่อน ๆ เป็นเวลานาน ร่างกายจะเปลี่ยนสู่ภาวะพาราซิมพาเทติก ช่วยคลายความตึงเครียด นำไปสู่การผ่อนคลายอย่างลึก และช่วยให้นอนหลับสบาย
นอกจากนี้ยังถูกขนานนามว่า “น้ำแร่สารพัดโรค” โดยเรดอนที่อยู่ในออนเซ็นและอากาศช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน และส่งเสริมการเผาผลาญ จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของพลังออนเซ็นที่ได้รับความรักในฐานะแหล่งแช่บำบัดมาตั้งแต่อดีต
ด้านอาหารก็เน้นเมนูบำบัดสุขภาพแบบซุปหนึ่งอย่างกับกับข้าวสี่อย่าง โดยสามารถลิ้มลองอาหารทำมือรสอ่อนโยนที่เปลี่ยนเมนูทุกวันได้ด้วย
เพราะช่วยให้ทั้งกายและใจสงบลง ที่นี่จึงเหมาะกับคนวัยทำงานที่มีความเครียดหรือความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานเป็นอย่างยิ่ง



4. ราวกับแช่โลชั่นบำรุงผิวที่เพิ่งกำเนิด “จังหวัดกุนมะ โฮชิออนเซ็น โชจุคัง”
“โฮชิออนเซ็น โชจุคัง” คือที่พักออนเซ็นเก่าแก่ในเมืองมินาคามิ จังหวัดกุนมะ
อาคารไม้อายุมากกว่า 100 ปีของที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมรูปธรรมของประเทศ ให้บรรยากาศยุคเก่าที่งดงามและชวนให้จิตใจสงบ
ต้นน้ำแร่เป็นออนเซ็นซัลเฟตที่คาดหวังผลด้านการกักเก็บความชุ่มชื้น และสามารถเพลิดเพลินได้จากห้องอาบน้ำ 3 แห่ง โดยมี “โฮชิโนะยุ” ที่เชื่อกันว่าท่านโคโบ ไดชิเป็นผู้ค้นพบระหว่างการเดินทางเผยแผ่ธรรมะเป็นไฮไลต์สำคัญ
อีกเสน่ห์ที่ไม่ควรพลาดคือสามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นแบบ “อาชิโมโตะยูชุทสึ” ที่น้ำแร่ผุดขึ้นจากใต้เท้าได้โดยตรง
ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองว่าการแช่น้ำแร่ที่เพิ่งถือกำเนิดจากโลกนั้น ให้ความรู้สึกราวกับแช่โลชั่นบำรุงผิวสดใหม่ และค่อย ๆ เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างไร
ห้องพักยังคงเก็บกลิ่นอายของยุคที่นักเขียนและกวีชื่อดังเคยมาพักไว้ ทำให้การได้สัมผัสบรรยากาศแบบดั้งเดิมก็เป็นอีกความสุขหนึ่ง
ด้านอาหารสามารถลิ้มลองวัตถุดิบจากภูเขาและลำธาร เช่น ผักป่า ปลาแม่น้ำ รวมถึงเนื้อโจชูวากิวจากท้องถิ่นที่ให้โปรตีนได้ดี (ในแผนมาตรฐานจะเป็นหมูโจชูมูกิบูตะ)


5. ครบทั้ง 3 ประเภทน้ำแร่เพื่อผิวสวย! “จังหวัดคานางาวะ ฮาโกเนะ อาชิโนะยุ มัตสึซากายะฮอนเท็น”
“มัตสึซากายะฮอนเท็น” ตั้งอยู่ในฮาโกเนะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดคานางาวะ ซึ่งเป็นแหล่งออนเซ็นชั้นนำของญี่ปุ่น
ออนเซ็น “อาชิโนะยุ” ที่ผู้คนรักกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ระหว่างปี 1603–1868 ยังคงให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินเหมือนเดิมแม้กาลเวลาจะผ่านไป
ออนเซ็นที่สามารถใช้ได้ทั้งผู้เข้าพักและผู้มาแบบไปเช้าเย็นกลับนั้น เป็นน้ำพุร้อนชื่อดังหายากจากแหล่งน้ำแร่ของตัวเอง สีเขียวมรกตและบางวันอาจขุ่นขาว โดยมีส่วนประกอบของ 3 ประเภทน้ำแร่ผิวสวย ได้แก่ “ออนเซ็นกำมะถัน” “ออนเซ็นไบคาร์บอเนต” และ “ออนเซ็นซัลเฟต” อย่างสมดุล
น้ำแร่ที่ผุดขึ้นถึง 200 ลิตรต่อนาทีนี้เป็นแบบเก็นเซ็นคาเคนางาชิ 100% และการที่มี “3 ประเภทน้ำแร่ผิวสวย” ครบถ้วนก็นับเป็นเสน่ห์สูงสุดของมัตสึซากายะฮอนเท็น
ห้องพักที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติยิ่งใหญ่และความสงบของภูเขาฮาโกเนะ เผยเสน่ห์ต่างกันไปตามฤดูกาล พร้อมต้อนรับผู้เข้าพักด้วยความอบอุ่นแห่งประวัติศาสตร์
ด้านอาหารก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ทั้ง “ชุกุบะไคเซกิ” ที่ถ่ายทอดเมนูต้อนรับนักเดินทางในสมัยเอโดะ และ “อาหารเช้านักเดินทาง” ที่ช่วยบำรุงร่างกาย



6. โอเอซิสกลางเมืองที่ช่วยฟื้นฟูความอ่อนล้าของกายและใจ “กรุงโตเกียว โฮชิโนยะ โตเกียว”
“โฮชิโนยะ โตเกียว” เรียวกังในเมืองรูปแบบใหม่ที่พัฒนาตามยุคสมัย ตั้งอยู่ในทำเลเดินจากสถานีโตเกียว ทางออก Marunouchi North Exit ประมาณ 10 นาที จึงเดินทางสะดวกมาก
ที่นี่เป็นเรียวกังรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานองค์ประกอบของเรียวกังญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับความสบายและความประณีตแบบร่วมสมัย จึงได้รับความนิยมจากแขกทั้งในและต่างประเทศ
ไฮไลต์อยู่ที่ออนเซ็นธรรมชาติจากใต้ดินลึก 1,500 เมตร ซึ่งเป็นน้ำแร่ประเภท “น้ำทะเลฟอสซิล”
น้ำแร่เค็มเข้มข้นที่อุดมด้วยแร่ธาตุจากทะเลซึ่งถูกกักเก็บลึกอยู่ใต้ดินนี้ ช่วยบรรเทาความอ่อนล้าของร่างกายได้อย่างดี
นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมดูแลร่างกายที่น่าสนใจ เช่น การฝึกยามเช้าบนฟ้า การหายใจเพื่อสุขภาพ และบอดี้รีเมก ซึ่งไม่ควรพลาด
อีกเสน่ห์เฉพาะตัวของโฮชิโนยะ โตเกียว คือเลานจ์ห้องนั่งเล่นชงชาที่มีอยู่ทุกชั้นและเปิด 24 ชั่วโมง
ในพื้นที่กึ่งส่วนตัวที่นั่งพักได้อย่างอิสระนี้ คุณสามารถเพลิดเพลินกับชา ขนม หรือการอ่านหนังสือได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก



7. น้ำพุร้อนชื่อดังที่อุ่นลึกถึงกระดูก “จังหวัดเฮียวโงะ อาริมะออนเซ็น โทเซ็น โกโชโบ”
“อาริมะออนเซ็น” ในเมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ เป็นออนเซ็นเก่าแก่ที่นับเป็นหนึ่งในสามออนเซ็นโบราณของญี่ปุ่น
ยังมีบันทึกอยู่ในพงศาวดารเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นอย่าง นิฮงโชกิ และโคจิกิ จึงเป็นออนเซ็นที่ได้รับความรักจากบุคคลมีชื่อเสียงมากมายมาตั้งแต่อดีต
สิ่งที่โด่งดังคือ “คินเซ็น” น้ำแร่เกลือเข้มข้นผสมธาตุเหล็กสีน้ำตาล และ “กินเซ็น” น้ำแร่ใสไม่มีสี
โดยเฉพาะ “คินเซ็น” ซึ่งเกิดจากน้ำร้อนอุณหภูมิสูงที่ผุดขึ้นหลังถูกความร้อนจากแมนเทิลของโลก จัดเป็นออนเซ็นที่พิเศษแม้มองในระดับโลก และเมื่อแช่จะรู้สึกได้ว่าร่างกายอุ่นลึกจากแกนกลางอย่างชัดเจน
ความรู้สึกนี้เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของอาริมะออนเซ็นที่หาไม่ได้จากออนเซ็นแห่งอื่น ถึงขั้นให้ความรู้สึกราวกับอุ่นลึกถึงไขกระดูก และทำให้สัมผัสได้ถึงคุณภาพอันยอดเยี่ยมของน้ำแร่
อีกหนึ่งเสน่ห์ของอาริมะออนเซ็นคือบรรยากาศเมืองออนเซ็นที่รายล้อมด้วยธรรมชาติและเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกแบบดั้งเดิม
การเดินเล่นในเมืองระหว่างทางไปออนเซ็นก็สนุกไปอีกแบบ และยังมีของอร่อยให้ลองมากมาย จึงเพลิดเพลินได้แบบไม่รู้เบื่อ
แม้จะเป็นพื้นที่ที่มีเนินเขาค่อนข้างมาก แต่ถ้ามองว่าเป็นการเดินออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อความงามและสุขภาพ ก็นับว่าไม่เลวเลย
สำหรับที่พักออนเซ็นที่แนะนำในอาริมะออนเซ็นคือ “โทเซ็น โกโชโบ”
ที่นี่เป็นที่พักออนเซ็นเก่าแก่ที่สุดของอาริมะออนเซ็น ก่อตั้งในปี 1191 และใช้น้ำคินเซ็นแบบเก็นเซ็นคาเคนางาชิ อีกทั้งยังเป็นที่พักที่โดดเด่นด้านอาหารเลิศรส เช่น สเต๊กเนื้อโกเบอีกด้วย
ห้องพักแต่ละห้องมีผังและการตกแต่งต่างกันไป ตั้งแต่พรีเมียมสวีทพร้อมออนเซ็นแบบเก็นเซ็นคาเคนางาชิ ไปจนถึงห้องมาตรฐานที่มองเห็นลานกลาง และยังเคยเป็นสถานที่ทำงานเขียนของนักประพันธ์ชื่อดังในแต่ละยุคอีกด้วย



8. ผ่อนคลายไปกับน้ำแร่เนื้อนุ่ม “จังหวัดโทคุชิมะ วะโนะยาโดะ โฮเทลอิยะออนเซ็น”
“วะโนะยาโดะ โฮเทลอิยะออนเซ็น” ในเมืองมิยoshi จังหวัดโทคุชิมะ เป็นที่พักออนเซ็นที่ตั้งอยู่ในหุบเขาอิยะ หนึ่งในสามดินแดนลี้ลับของญี่ปุ่น
จุดเด่นที่ไม่ควรมองข้ามคือการได้แช่บ่อกลางแจ้งอย่างสบาย ๆ พร้อมชมทิวทัศน์ที่รายล้อมด้วยความเงียบสงบของหุบเขาและธรรมชาติ
การไปยังบ่อกลางแจ้งต้องนั่งเคเบิลคาร์ประมาณ 5 นาที ระหว่างทางก็มีทั้งทิวทัศน์และเสียงลำธารให้ค่อย ๆ ดื่มด่ำไปด้วย
น้ำแร่แบบเก็นเซ็นคาเคนางาชิของที่นี่เป็น “ออนเซ็นกำมะถันแบบธรรมดาและเป็นด่าง” ที่ไม่มีการเติมน้ำและไม่หมุนเวียน ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
จุดเด่นคืออุณหภูมิใกล้เคียงผิวกาย และความรู้สึกลื่นนุ่มทันทีที่ลงแช่
อีกลักษณะเฉพาะของออนเซ็นแห่งนี้คือ หากอยู่นิ่ง ๆ หลังแช่ประมาณ 5 นาที จะมีฟองเล็ก ๆ เกาะบนผิว และเมื่อสัมผัส ฟองนั้นจะละลายหายไปราวกับเวทมนตร์
แม้จะไม่ได้มีคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนประกอบ แต่เพราะมีต้นน้ำแร่สดใหม่ผุดอยู่ใกล้ ๆ อากาศที่ถูกกักไว้ในน้ำแร่ใต้ดินจึงกลายเป็นฟองเมื่อไหลออกมา นี่จึงเป็นเสน่ห์ที่สัมผัสได้เฉพาะออนเซ็นธรรมชาติเท่านั้น
ตัวที่พักตั้งอยู่ในทำเลราวกับมองลงมายังหุบเขาอิยะจากท้องฟ้า และมีห้องพักหลายประเภทที่มองเห็นวิวสวยงามให้เลือกตามชอบ


9. สวยจากภายในด้วย “นางาซากิ อุนเซ็นออนเซ็น ฟุกุดะยะ”
“อุนเซ็นออนเซ็น อุนเซ็นฟุกุดะยะ” เป็นเรียวกังสไตล์มินเงโมเดิร์นที่ตั้งอยู่ในเมืองอุนเซ็น จังหวัดนางาซากิ
ที่นี่มีทั้งบ่อกลางแจ้งโปร่งสบาย บ่อในร่มพร้อมซาวน่า และห้องอาบน้ำส่วนตัวที่มีเอกลักษณ์ ให้คุณเพลิดเพลินกับน้ำแร่แบบเก็นเซ็นคาเคนางาชิตามจุดประสงค์ จึงน่าจะเป็นสถานที่ที่ไปกับใครก็พึงพอใจได้
ออนเซ็นของที่นี่เป็นน้ำแร่กำมะถัน จึงคาดหวังได้ทั้งผลด้านดีท็อกซ์ การกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และการช่วยขับของเสีย
ยังช่วยสนับสนุนการผลัดเปลี่ยนของผิว จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น “น้ำแร่ผิวกระจ่างใส” ที่ช่วยดูแลปัญหาฝ้าและผิวหมองคล้ำด้วย
ลองใช้เวลาไปกับการชมทิวทัศน์แต่ละฤดูกาลจากห้องพัก 7 คอนเซ็ปต์ และดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่ได้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของอุนเซ็น
อีกหนึ่งจุดที่น่ายินดีคือการได้ลิ้มลองผักพื้นเมืองและผักดั้งเดิมของอุนเซ็นที่มีกลิ่นและรสชาติลุ่มลึก ให้พลังจากธรรมชาติอย่างเต็มเปี่ยม
โดยเฉพาะเทมปุระที่ดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ละคำให้สัมผัสที่เปลี่ยนไปอย่างน่าประทับใจ เป็นเมนูอร่อยที่อยากให้ลองเมื่อมาเยือน



บทสรุป
บทความนี้พาคุณไปรู้จักออนเซ็นที่คาดหวังผลด้านความงามได้ พร้อมแนะนำที่พักออนเซ็นน่าสนใจ 9 แห่งจากเหนือจรดใต้ของญี่ปุ่น
เราได้อธิบายทั้งลำดับและระยะเวลาในการแช่ แต่จริง ๆ แล้วแค่ออนเซ็นเพียงครั้งเดียวก็อาจทำให้รู้สึกถึงประโยชน์ได้ ดังนั้นคนที่ไม่ถนัดแช่หลายรอบก็สบายใจได้
สิ่งสำคัญคือเริ่มจากการเพลิดเพลินในจังหวะของตัวเอง แล้วค่อย ๆ เปิดใจให้ชอบออนเซ็นมากขึ้น
เสน่ห์ของออนเซ็นและที่พักออนเซ็นไม่ได้อยู่แค่เรื่องความงามหรือสุขภาพ แต่ยังเป็นโอกาสให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นและบรรยากาศแบบวะอันเป็นเอกลักษณ์ด้วย
อีกหนึ่งความน่าสนใจคือ คุณสามารถเพลิดเพลินกับประวัติศาสตร์ อาหารท้องถิ่น และบรรยากาศเมืองของแต่ละพื้นที่ไปพร้อมกับออนเซ็นได้
ถ้ามาเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที ลองใส่ออนเซ็นไว้ในแผนการเดินทางดู แล้วค่อยไปสนุกให้เต็มที่กัน
ผู้ตรวจสอบ
ผู้เชี่ยวชาญด้านออนเซ็นบิวตี้®
Hiroko Ishii
ลองใส่ออนเซ็นไว้ในแผนการเดินทาง แล้วไปเพลิดเพลินกันให้เต็มที่!
