รีเฟรชร่างกายและจิตใจด้วยวิธีอาบน้ำสุดยูนีกและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์! 8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอิบุสึกิ

รีเฟรชร่างกายและจิตใจด้วยวิธีอาบน้ำสุดยูนีกและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์! 8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอิบุสึกิ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ปลายใต้ของจังหวัดคาโงชิมะมีเมืองบรรยากาศผ่อนคลายอย่างอิบุสึกิ (Ibusuki) อยู่
ที่นี่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษจากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอันงดงาม เช่น ภูเขาไคมอนดาเกะ (Kaimondake) และออนเซ็นทรายที่ขึ้นชื่อเรื่องวิธีอาบน้ำอันเป็นเอกลักษณ์
ยังมีจุดที่เกี่ยวข้องกับตำนานพื้นบ้านญี่ปุ่นเรื่องอุราชิมะ ทาโร่ กระจายอยู่หลายแห่ง ให้ได้เพลิดเพลินกับทั้งวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
บทความนี้จะพาไปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของอิบุสึกิ รวมถึงออนเซ็นที่ควรหาโอกาสไปเยือน
หากได้ตระเวนเที่ยวตามจุดเด่นต่างๆ ของอิบุสึกิ คุณน่าจะได้สัมผัสทริปที่ช่วยเยียวยาทั้งกายและใจ

อิบุสึกิเป็นสถานที่แบบไหน?

อิบุสึกิตั้งอยู่ทางใต้สุดของคาบสมุทรซัตสึมะ ในจังหวัดคาโงชิมะ ภูมิภาคคิวชู
เมื่อพูดถึงอิบุสึกิ สิ่งที่โด่งดังที่สุดคือ “ออนเซ็นทราย” ซึ่งหาได้ยากแม้ในระดับโลก
ที่นี่รุ่งเรืองในฐานะแหล่งพักฟื้นด้วยน้ำพุร้อนมาตั้งแต่อดีต และมีแหล่งน้ำพุร้อนกระจายอยู่ทั่วเมือง
การแช่อาบแบบนี้เป็นการฝังร่างทั้งตัวลงในทรายที่ถูกทำให้อุ่นด้วยน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นตามชายฝั่ง เพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและกระตุ้นการขับเหงื่อ
เชื่อว่าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและช่วยดีท็อกซ์ ทำให้รู้สึกสดชื่นลึกถึงภายในร่างกาย
นอกจากนี้ยังมีออนเซ็นทั่วไปอีกมากมาย ทั้งบ่อกลางแจ้งวิวสวย ออนเซ็นไปเช้าเย็นกลับ และบ่อแช่เท้า ให้เลือกตามสไตล์ที่ชอบ
แน่นอนว่าเสน่ห์ของอิบุสึกิไม่ได้มีแค่นั้น เมืองนี้ล้อมรอบด้วยทะเลถึงสามด้าน และยังมีธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้งทะเลสาบอิเคดะ ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในคิวชู และภูเขาไคมอนดาเกะ (Kaimondake) สัญลักษณ์ของอิบุสึกิ ที่ตั้งตระหง่านอย่างงดงาม
อาหารท้องถิ่นของอิบุสึกิก็เป็นอีกหนึ่งความสนุกของการเดินทาง
อย่าพลาดเมนูรสชาติเข้มข้นที่หาได้เฉพาะที่นี่ เช่น ชาบูชาบูหมูดำที่ปรุงด้วยไอน้ำพุร้อน รวมถึงของขึ้นชื่อของคาโงชิมะอย่างซัตสึมะอาเกะและเหล้ามันหวานโชจู

ทิวทัศน์เมืองอิบุสึกิโดยมีภูเขาไคมอนดาเกะเป็นฉากหลัง
ทิวทัศน์เมืองอิบุสึกิโดยมีภูเขาไคมอนดาเกะเป็นฉากหลัง

ฤดูกาลที่เหมาะกับการเที่ยวอิบุสึกิมากที่สุดคือช่วงไหน?

ฤดูกาลที่เหมาะที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวอิบุสึกิคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งมีอากาศสบายและได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอย่างเต็มที่
ในฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระและดอกไม้นานาพันธุ์จะบานสะพรั่ง เหมาะกับการท่องเที่ยวและทำกิจกรรมกลางแจ้งแบบเต็มอิ่ม
ส่วนฤดูใบไม้ร่วง ภูเขาต่างๆ จะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ให้ได้ชมธรรมชาติที่งดงามอย่างจุใจ
ในช่วงที่อากาศเริ่มเย็น หากได้แช่ออนเซ็นหรือออนเซ็นทรายเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นลึกถึงข้างใน ก็น่าจะยิ่งรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของอิบุสึกิ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): แจ็กเก็ตบาง หรือสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • หน้าร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาและเสื้อแขนสั้น
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือโค้ต
  • ช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต

เดินทางไปอิบุสึกิอย่างไร?

เนื่องจากอิบุสึกิอยู่ทางใต้สุดของคาโงชิมะ จึงต้องใช้เวลาเดินทางจากสนามบินคาโงชิมะพอสมควร
จากโตเกียว (สนามบินฮาเนดะ) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที และจากโอซาก้า (สนามบินอิตามิหรือสนามบินคันไซ) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที เพื่อไปถึงสนามบินคาโงชิมะ
จากสนามบินคาโงชิมะไปอิบุสึกิ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที–2 ชั่วโมง 30 นาที
ดูรายละเอียดวิธีเดินทางและระยะเวลาจากสนามบินคาโงชิมะไปอิบุสึกิได้จากตารางด้านล่าง

เส้นทาง
1. ขึ้นรถบัสลีมูซีนจากสนามบิน แล้วลงที่สถานีคาโงชิมะชูโอ
2. เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟ JR สายอิบุสึกิ-มาคุระซากิ แล้วลงที่สถานีอิบุสึกิ
(หากใช้รถด่วนพิเศษ “อิบุสึกิ โนะ ทามาเตบาโกะ” จะใช้เวลาประมาณ 50 นาทีและช่วยย่นเวลาได้)
ระยะเวลา
ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที–2 ชั่วโมง 33 นาที

หากเดินทางจากฟุกุโอกะ (สถานีฮากาตะ) สามารถใช้รถไฟชินคันเซ็นคิวชูไปยังสถานีคาโงชิมะชูโอ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 19 นาที ซึ่งสะดวกและรวดเร็ว
นอกจากนี้ แม้เที่ยวบินระหว่างประเทศของสนามบินคาโงชิมะจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่ก็เดินทางได้สะดวกจากหลายประเทศในเอเชีย เช่น ไต้หวันและเกาหลีใต้

การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวอิบุสึกิ

การเดินทางหลักสำหรับท่องเที่ยวในอิบุสึกิคือรถบัสและแท็กซี่
ขอแนะนำรถบัส “นตตาริ โอริตาริ มายแพลน” ที่ออกจากสถานี JR อิบุสึกิ โดยให้บริการวันธรรมดา 3 เที่ยวไป-กลับ และวันเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ 2 เที่ยวไป-กลับ
หากซื้อบัตรโดยสารแบบ 1 วันซึ่งขึ้นลงได้ไม่จำกัด ก็สามารถเที่ยวสถานที่สำคัญต่างๆ ของอิบุสึกิได้สะดวก
นอกจากนี้ยังมีรถบัสวนในเมืองให้บริการด้วย ลองเลือกใช้ให้เหมาะกับจุดหมายและแผนการท่องเที่ยวของคุณ
ถ้าอยากเที่ยวหลายจุดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลารถบัส แนะนำให้ใช้บริการ “แท็กซี่นำเที่ยวอิบุสึกิ” แบบราคาเหมาจ่าย
ข้อดีอีกอย่างของแท็กซี่นำเที่ยวคือสามารถเลือกคอร์สท่องเที่ยวได้หลากหลาย
และหากอยากเที่ยวแบบอิสระตามจังหวะของตัวเอง การเช่ารถก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอิบุสึกิที่สัมผัสได้ทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม

ถ้าอยากค่อยๆ ทำความรู้จักอิบุสึกิ เมืองนี้ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวให้แวะหลายแบบ ทั้งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตอยู่
ทิวทัศน์ของภูเขา ทะเลสาบ และดอกไม้ตามฤดูกาล ช่วยมอบความผ่อนคลายและเติมเต็มความรู้สึกให้กับผู้มาเยือน
อีกทั้งยังมีสถานที่ที่ให้สัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีของคาโงชิมะและอิบุสึกิได้อย่างใกล้ชิด
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่รวบรวมเสน่ห์ของอิบุสึกิไว้อย่างครบถ้วน ลองเลือกใส่ในแผนเที่ยวของคุณได้เลย

1. ทะเลสาบอิเคดะ

ทะเลสาบอิเคดะตั้งอยู่ใจกลางอิบุสึกิ เป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในคิวชู มีความยาวรอบทะเลสาบประมาณ 15 กิโลเมตร และลึกที่สุด 233 เมตร
บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยดอกไม้ตามฤดูกาล พร้อมทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบและภูเขาไคมอนดาเกะที่ได้รับฉายาว่า “ฟูจิแห่งซัตสึมะ”
ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะทะเลสาบลึกลับ มีปลาไหลยักษ์ขนาดลำตัวยาว 1.8 เมตร รอบอก 60 เซนติเมตร และน้ำหนัก 20 กิโลกรัมอาศัยอยู่จำนวนมาก อีกทั้งยังมีเรื่องเล่าว่าสิ่งมีชีวิตลึกลับยักษ์ชื่อ “อิชชี่” อาศัยอยู่ที่นี่ด้วย
ด้วยความงามที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล รวมถึงกิจกรรมตกปลาเรนโบว์เทราต์และพายเรือ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวตัวแทนของอิบุสึกิ

จุดชมวิวชื่อดังของอิบุสึกิที่เผยเสน่ห์แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล
จุดชมวิวชื่อดังของอิบุสึกิที่เผยเสน่ห์แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล

2. ภูเขาไคมอนดาเกะ

ภูเขาไคมอนดาเกะที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางใต้สุดของคาบสมุทรซัตสึมะ เป็นภูเขาไฟมีความสูง 924 เมตร และได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในภูเขาชื่อดังของญี่ปุ่น
ด้วยรูปทรงกรวยที่สวยสมบูรณ์จนสามารถมองเห็นได้จากพื้นที่ส่วนใหญ่ของมินามิซัตสึมะ จึงได้รับฉายาว่า “ฟูจิแห่งซัตสึมะ” และเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้คนรักของอิบุสึกิ
เส้นทางเดินเขาถูกจัดไว้อย่างดีในลักษณะค่อยๆ ไต่ระดับเป็นแนวเกลียว สามารถเดินขึ้นสู่ยอดเขาระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตรได้ในเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวทุกวัย

“ฟูจิแห่งซัตสึมะ” อันงดงาม ที่สามารถชมวิวพาโนรามาของจุดเด่นในคาโงชิมะจากยอดเขาได้
“ฟูจิแห่งซัตสึมะ” อันงดงาม ที่สามารถชมวิวพาโนรามาของจุดเด่นในคาโงชิมะจากยอดเขาได้

3. เกาะจิรริงาชิมะ

เกาะร้างขนาดเล็กในอ่าวคาโงชิมะที่อิบุสึกิหันหน้าออกสู่ทะเล มีเส้นรอบเกาะ 3 กิโลเมตร และพื้นที่ 60 เฮกตาร์
จุดเด่นคือ “ทางทราย” หรือสันดอนทรายยาวประมาณ 800 เมตร ที่จะปรากฏขึ้นในช่วงน้ำลง
ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง ในช่วงน้ำลงของวันน้ำเกิดหรือน้ำกลาง ทางทรายนี้จะโผล่ขึ้นมาและสามารถเดินข้ามไปยังเกาะได้
สามารถตรวจสอบตารางน้ำขึ้นน้ำลงพร้อมเวลาได้จากเว็บไซต์ทางการของเกาะจิรริงาชิมะ แนะนำให้เช็กไว้ล่วงหน้า
ทางทรายนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “จิริรินโรด” และเพราะเป็นเส้นทางที่เชื่อมเกาะกับแผ่นดิน จึงได้รับความนิยมในฐานะจุดพลังงานด้านความรักหรือ “เส้นทางแห่งพรหมลิขิตและความรัก”
ภายในเกาะสามารถเดินเล่นแบบไฮกิ้ง และชมวิวทะเลอันสวยงามพร้อมภูเขาไคมอนดาเกะจากจุดชมวิวได้

ได้ชื่อว่าเป็น “เกาะแห่งการผูกดวง” เพราะมีสันดอนทรายเชื่อมเกาะกับแผ่นดิน
ได้ชื่อว่าเป็น “เกาะแห่งการผูกดวง” เพราะมีสันดอนทรายเชื่อมเกาะกับแผ่นดิน

4. นางาซากิบานะ

นางาซากิบานะ (Nagasakibana) ตั้งอยู่ทางใต้สุดของคาบสมุทรซัตสึมะ
ปลายแหลมที่ยื่นออกไปในมหาสมุทรแปซิฟิกมีประภาคารสีขาวตั้งเด่น เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลอันสวยงามและภูเขาไคมอนดาเกะได้อย่างใกล้ชิด
ที่นี่ยังตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติคิริชิมะคิงโควัน ซึ่งมีภูมิทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่เกิดจากกลุ่มปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ และยังพลาดไม่ได้กับวิวทะเลและพระอาทิตย์ตกที่งดงามน่าประทับใจ
ตามตำนานพื้นบ้านเรื่องอุราชิมะ ทาโร่ เชื่อกันว่านี่คือสถานที่ที่ตัวเอกออกเดินทางไปยังวังมังกร จึงมีอีกชื่อว่า “ริวงูบานะ”
บริเวณใกล้เคียงยังมีศาลเจ้าริวกู สถานที่ยอดนิยมที่สักการะเทพแห่งท้องทะเล “โทโยทามะฮิเมะโนะมิโคโตะ” และเป็นที่รู้จักในเรื่องพรด้านความรัก

ประภาคารสีขาวแห่งนางาซากิบานะและภูเขาไคมอนดาเกะ
ประภาคารสีขาวแห่งนางาซากิบานะและภูเขาไคมอนดาเกะ

5. พิพิธภัณฑ์ซัตสึมะเด็นโชคัง

พิพิธภัณฑ์ซัตสึมะเด็นโชคังเป็นสถานที่ทางวัฒนธรรมที่จัดแสดงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของซัตสึมะ หรือคาโงชิมะในปัจจุบัน รวมถึงงานศิลปะต่างๆ เช่น เครื่องเคลือบดินเผาจีน
ตัวอาคารเองก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ โดยสร้างขึ้นโดยอ้างอิงจากหอฟีนิกซ์ของวัดเบียวโดอินในเกียวโต ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
สวนโดยรอบที่ผสานธรรมชาติตามฤดูกาลไว้อย่างงดงามก็น่าเดินชมเช่นกัน โดยเฉพาะต้นวิสทีเรียเบียวโดอินที่นำกิ่งมาขยายพันธุ์จากวัดเบียวโดอิน ถือเป็นจุดที่น่าชมมาก
ภายในยังมีร้านอาหารที่เน้นแนวคิดการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น และสามารถลิ้มลองอาหารอิตาเลียนแบบจริงจังได้
นอกจากนี้ยังเลือกซื้อของฝากที่เหมาะทั้งสำหรับเก็บเป็นความทรงจำและมอบเป็นของขวัญได้ เช่น เครื่องปั้นซัตสึมะและสินค้าพิเศษจากท้องถิ่น
เดินทางสะดวกจากสถานี JR อิบุสึกิ ใช้เวลาเพียง 7 นาทีโดยแท็กซี่หรือรถยนต์ จึงแวะเที่ยวระหว่างทริปได้สบาย

ภายนอกของพิพิธภัณฑ์ซัตสึมะเด็นโชคัง ซึ่งออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากหอฟีนิกซ์ของวัดเบียวโดอิน
ภายนอกของพิพิธภัณฑ์ซัตสึมะเด็นโชคัง ซึ่งออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากหอฟีนิกซ์ของวัดเบียวโดอิน

6. ศาลเจ้าฮิรากิกิ

ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากสถานี JR ไคมอนโดยเดินประมาณ 10 นาที
มาแต่โบราณ ที่นี่สักการะเทพ 8 องค์ รวมถึงเทพแห่งท้องทะเล “ไคมอนจิน” และได้รับความศรัทธาอย่างมากในฐานะเทพผู้คุ้มครองการเดินทาง ความปลอดภัยในการเดินเรือ และการประมง
อาคารหลักของศาลเจ้าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัดคาโงชิมะ ส่วน “กล่องหวีลายรดน้ำสนและบ๊วย” ที่เก็บรักษาอยู่ในหอเก็บสมบัติ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของประเทศ
ยังมีวัตถุล้ำค่าอื่นๆ ให้ชมอีกมาก เช่น แผ่นป้ายที่ถ่ายทอดมาจากริวกิวหรือโอกินาวาในปัจจุบัน และเอกสารโบราณที่เกี่ยวข้องกับตระกูลนักรบชิมะสึ
“ทามาเตบาโกะ” ที่ปรากฏในตำนานอุราชิมะ ทาโร่ หรือกล่องที่เรียกว่า “อาเคซุโนะฮาโกะ” ซึ่งหมายถึงกล่องหวีลายรดน้ำสนและบ๊วย ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่สะท้อนเอกลักษณ์ของอิบุสึกิ เมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับตำนานวังมังกรอย่างลึกซึ้ง

อาคารศาลเจ้าสีชาดที่งดงามและเปี่ยมด้วยบรรยากาศสง่า
อาคารศาลเจ้าสีชาดที่งดงามและเปี่ยมด้วยบรรยากาศสง่า

7. ภูเขาอุโอมิดาเกะ

ภูเขาอุโอมิดาเกะ (Uomidake) อยู่ทางตอนเหนือของอิบุสึกิ เป็นภูเขาสูง 215 เมตรที่มีรูปร่างคล้ายไดมอนด์เฮดของฮาวาย
จากสถานี JR อิบุสึกิ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์หรือแท็กซี่ถึงยอดเขาประมาณ 20 นาที จึงเหมาะจะใส่ไว้เป็นจุดแรกของแผนท่องเที่ยว
ชื่อ “อุโอมิ” มีที่มาจากการที่ชาวประมงเคยขึ้นมาบนภูเขานี้เพื่อมองหาฝูงปลาในทะเล
จุดชมวิวบนยอดเขาเป็นจุดชมทิวทัศน์ชั้นเยี่ยม มองเห็นตัวเมือง เกาะจิรริงาชิมะ ภูเขาไคมอนดาเกะ และไกลออกไปถึงซากุระจิมะได้ ส่วนช่วงกลางคืนก็สามารถชมท้องฟ้าเต็มไปด้วยดาวและวิวเมืองยามค่ำได้เช่นกัน
ในฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่ยังเป็นจุดชมซากุระชื่อดัง โดยมีต้นโซเมอิโยชิโนะประมาณ 600 ต้น

วิวพระอาทิตย์ยามเย็นเหนืออ่าวคาโงชิมะและซากุระจิมะจากจุดชมวิว
วิวพระอาทิตย์ยามเย็นเหนืออ่าวคาโงชิมะและซากุระจิมะจากจุดชมวิว

8. ฟลาวเวอร์พาร์กคาโงชิมะ

สวนสนุกแนวพฤกษศาสตร์และดอกไม้แห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองอิบุสึกิ
ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด มีการปลูกพืชกึ่งเขตร้อนและพืชเขตอบอุ่นจากแอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และอีกหลายพื้นที่
จุดน่าสนใจในสวน ได้แก่ ลานดอกไม้ที่มีภูเขาไคมอนดาเกะเป็นฉากหลัง ทางเดินชมวิวที่มองเห็นทะเลได้กว้างไกล และสวนหลากหลายรูปแบบที่ออกแบบอย่างสร้างสรรค์
มีทั้งสวนสวยและเส้นทางเดินเล่นที่จัดไว้อย่างดี ให้คุณใช้เวลาช้าๆ พร้อมชมดอกไม้ได้อย่างเพลิดเพลิน
ในร้านค้าภายในสวนยังมีต้นกล้าดอกไม้ ไม้ประดับ ของใช้เกี่ยวกับดอกไม้ และสินค้าออริจินัลให้เลือกช้อปอีกด้วย

ทิวลิปสวยงามที่บานสะพรั่งภายในสวนในร่ม
ทิวลิปสวยงามที่บานสะพรั่งภายในสวนในร่ม

3 ออนเซ็นที่ควรไปเยือนเมื่อเที่ยวอิบุสึกิ

มาเที่ยวอิบุสึกิทั้งที เรื่องออนเซ็นก็มักเป็นสิ่งที่หลายคนนึกถึงก่อน เพราะที่นี่มีแหล่งน้ำพุร้อนอุดมสมบูรณ์และมีสถานที่แช่ออนเซ็นกระจายอยู่ทั่วเมือง
ตั้งแต่บ่อกลางแจ้งวิวสวยท่ามกลางธรรมชาติ โรงอาบน้ำสาธารณะ ออนเซ็นไปเช้าเย็นกลับ ไปจนถึงบ่อแช่เท้า ล้วนมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป
โดยเฉพาะ “ออนเซ็นทราย” ที่ให้คุณได้ถูกห่อหุ้มด้วยทรายอุ่นจากพลังความร้อนของน้ำพุร้อนนั้น ถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
ลองเลือกไปสัมผัสแหล่งออนเซ็นและสถานที่ต่างๆ ที่จะแนะนำต่อไปนี้ แล้วดื่มด่ำกับวัฒนธรรมออนเซ็นและช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายของอิบุสึกิให้เต็มที่

1. อิบุสึกิออนเซ็น

ทางใต้สุดของคาบสมุทรซัตสึมะในจังหวัดคาโงชิมะมีเมืองอิบุสึกิ (Ibusuki) ซึ่งเป็นแหล่งออนเซ็นที่มีปริมาณน้ำพุร้อนอุดมสมบูรณ์ โดยกล่าวกันว่ามีบ่อน้ำพุร้อนมากกว่า 1,000 แห่งในเมือง อันเกิดจากภูมิประเทศเฉพาะตัวที่สร้างขึ้นจากการปะทุของภูเขาไฟ
อีกจุดเด่นสำคัญคือ ที่นี่ไม่ได้มีแค่ออนเซ็นแบบแช่น้ำทั่วไป แต่ยังสามารถสัมผัส “ออนเซ็นทราย” ซึ่งหาได้ยากในระดับโลกอีกด้วย

สัมผัส “อิบุสึกิซึนะมุชิออนเซ็น” ออนเซ็นทรายขึ้นชื่อที่หาได้ยากในระดับโลก ณ แหล่งออนเซ็นที่มีบ่อน้ำพุร้อนมากกว่า 1,000 แห่ง
สัมผัส “อิบุสึกิซึนะมุชิออนเซ็น” ออนเซ็นทรายขึ้นชื่อที่หาได้ยากในระดับโลก ณ แหล่งออนเซ็นที่มีบ่อน้ำพุร้อนมากกว่า 1,000 แห่ง

2. เฮลซีแลนด์ ทามาเตบาโกะออนเซ็น

เมืองอิบุสึกิ จังหวัดคาโงชิมะ เต็มไปด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่เกิดจากกิจกรรมภูเขาไฟ เช่น ภูเขาไคมอนดาเกะ ทะเลสาบอิเคดะ และทะเลสาบอุนางิ ภายในสถานที่แช่ออนเซ็น “เฮลซีแลนด์” ที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งฟุชิเมะในย่านยามากาวะนั้น “ทามาเตบาโกะออนเซ็น” ซึ่งเป็นบ่อกลางแจ้งแบบไปเช้าเย็นกลับ ได้รับความนิยมอย่างมากจากวิวสุดตระการตา
บ่อกลางแจ้งสไตล์ญี่ปุ่นมองเห็นภูเขาไคมอนดาเกะอันสง่างามที่มีฉายาว่า “ฟูจิแห่งซัตสึมะ” ส่วนบ่อกลางแจ้งสไตล์ตะวันตกสามารถมองเห็นภูเขาทาเคยามะที่มีอีกชื่อว่า “ภูเขาสนูปปี้” ได้ในทำเลที่ยอดเยี่ยม

เปิดโล่งและสบายอย่างที่สุด! บ่อกลางแจ้งวิวสวยของอิบุสึกิที่ควรลองสักครั้ง
เปิดโล่งและสบายอย่างที่สุด! บ่อกลางแจ้งวิวสวยของอิบุสึกิที่ควรลองสักครั้ง

3. ซึนะมุชิไคคัง ซาราคุ

สำหรับคนที่สนใจออนเซ็นแบบท้องถิ่น “ซึนะมุชิ” เป็นวิธีอาบน้ำโดยลงไปอยู่ในทรายร้อนที่ถูกทำให้อุ่นด้วยน้ำพุร้อนซึ่งผุดขึ้นตามธรรมชาติบริเวณชายฝั่ง วิธีนี้สืบต่อกันมาประมาณ 300 ปี และเป็นที่คุ้นเคยในหมู่คนท้องถิ่นในฐานะซาวน่าสไตล์ญี่ปุ่น
อุณหภูมิของทรายสูงประมาณ 55 องศา และเพียงประมาณ 10 นาที เหงื่อก็จะออกทั่วทั้งร่างกาย
การได้ผ่อนคลายท่ามกลางเสียงคลื่นอย่างมีเสน่ห์ถือเป็นช่วงเวลาที่สบายอย่างยิ่ง และน่าจะช่วยให้คุณดีท็อกซ์ได้อย่างเต็มที่จากภายใน

ดีท็อกซ์อย่างสดชื่นด้วยการแช่ทรายแบบซึนะมุชิ ซึ่งพบได้ยากแม้ในระดับโลก
ดีท็อกซ์อย่างสดชื่นด้วยการแช่ทรายแบบซึนะมุชิ ซึ่งพบได้ยากแม้ในระดับโลก

ดื่มด่ำกับบรรยากาศชั้นเยี่ยมและวิวสวยจากหน้าต่างรถไฟ! รถด่วนพิเศษ อิบุสึกิ โนะ ทามาเตบาโกะ

ถ้าอยากให้การเดินทางไปอิบุสึกิเป็นส่วนหนึ่งของความเพลิดเพลิน รถขบวนนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย
นี่คือรถด่วนพิเศษยอดนิยมที่วิ่งเชื่อมระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ระหว่างสถานีคาโงชิมะชูโอกับสถานีอิบุสึกิ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
จุดเด่นคือการออกแบบและตกแต่งภายในที่ได้แรงบันดาลใจจาก “ตำนานวังมังกร” ในเรื่องพื้นบ้านอุราชิมะ ทาโร่ พร้อมรายละเอียดที่ใส่ใจอย่างพิถีพิถันในทุกมุม
ภายนอกรถไฟสีขาวและดำที่ดูโดดเด่นนั้น สื่อถึงเรื่องราวที่ว่า “อุราชิมะ ทาโร่ซึ่งมีผมดำ เมื่อเปิดกล่องทามาเตะบาโกะแล้วก็กลายเป็นผมขาว”
เมื่อประตูรถไฟเปิดออก จะมีเอฟเฟกต์ควันสีขาวหรือหมอกลอยออกมา เพื่อจำลองควันที่พวยพุ่งขึ้นในฉากที่อุราชิมะ ทาโร่เปิดกล่องทามาเตะบาโกะ
ภายในตกแต่งด้วยที่นั่งแบบม้านั่งซึ่งใช้ไม้ซีดาร์จากจังหวัดคาโงชิมะ และที่นั่งสไตล์ญี่ปุ่น ให้บรรยากาศสงบผ่อนคลาย
จากหน้าต่างบานใหญ่ที่ให้ความรู้สึกเปิดโล่ง คุณจะได้ชมทิวทัศน์สวยงามของแนวชายฝั่งอ่าวซัตสึมะ (อ่าวคิงโค) ซากุระจิมะ ภูเขาไคมอนดาเกะ และภาพชนบทระหว่างทาง
ถ้าอยากนั่งชมวิวสวยๆ ระหว่างเดินทางในบรรยากาศคุณภาพดี รถไฟขบวนนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด

รถด่วนพิเศษ อิบุสึกิ โนะ ทามาเตบาโกะ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกสีขาวและดำที่สะดุดตา
รถด่วนพิเศษ อิบุสึกิ โนะ ทามาเตบาโกะ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกสีขาวและดำที่สะดุดตา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอิบุสึกิ

Q

หากมีเวลาน้อยและอยากเที่ยวอิบุสึกิให้คุ้ม ควรไปที่ไหนดี?

A

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ทั้งออนเซ็นและธรรมชาติอันน่าตื่นตา เช่น ซาราคุ ออนเซ็นทรายใกล้สถานีอิบุสึกิ และนางาซากิบานะ

Q

อาหารขึ้นชื่อของอิบุสึกิคืออะไร?

A

แนะนำอาหารท้องถิ่น เช่น เมนูหมูดำและซัตสึมะอาเกะ

บทสรุป

บทความนี้ได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของอิบุสึกิ รวมถึงสถานที่ที่ให้คุณสัมผัสวัฒนธรรมออนเซ็นได้อย่างเต็มที่
หวังว่าบทความนี้จะช่วยเป็นแนวทางในการไปเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ออนเซ็นสุดยูนีก รวมถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของคาโงชิมะกับอิบุสึกิ
คาโงชิมะยังมีสถานที่ท่องเที่ยว อาหารอร่อย และออนเซ็นที่น่าสนใจอีกมากมายให้ตามไปค้นพบต่อ
ลองดูบทความด้านล่างเพิ่มเติม แล้ววางแผนทริปเที่ยวคาโงชิมะในแบบที่คุณชอบได้เลย