เดินเล่นตรอกและซอยบรรยากาศมีเสน่ห์! 12 จุดที่ไม่ควรพลาดเมื่อเที่ยวคางุระซากะ

เดินเล่นตรอกและซอยบรรยากาศมีเสน่ห์! 12 จุดที่ไม่ควรพลาดเมื่อเที่ยวคางุระซากะ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากเดินเล่นในโตเกียวแบบได้บรรยากาศสงบ ๆ และมีมุมให้ค้นพบไปเรื่อย ๆ “คางุระซากะ (Kagurazaka)” เป็นย่านที่น่าสนใจมาก
แม้อยู่ในเมืองใหญ่ แต่ก็ยังอบอวลด้วยบรรยากาศชวนให้นึกถึงวันวานและให้ความรู้สึกสงบ
ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากที่อื่น ทำให้ที่นี่ได้รับความสนใจในฐานะย่านที่มาเยือนกี่ครั้งก็ยังพบความประทับใจและสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ
บทความนี้จะพาไปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านอาหารน่าสนใจใน “คางุระซากะ” เป็นหลัก
ไม่ว่าคุณจะมาเป็นครั้งแรกหรือเคยมาแล้ว หากใช้เนื้อหานี้เป็นแนวทางในการเที่ยว ก็จะช่วยให้คุณสนุกกับ “คางุระซากะ” ได้อย่างเต็มที่ ลองอ่านต่อจนจบนะ

คางุระซากะเป็นสถานที่แบบไหน?

ถ้าเริ่มทำความรู้จักย่านนี้กันก่อน “คางุระซากะ” ตั้งอยู่ในเขตชินจูกุ กรุงโตเกียว โดยเป็นพื้นที่ที่ขยายตัวรอบถนนวาเซดะโดริ หรือที่เรียกกันว่าถนนคางุระซากะ
บริเวณนี้มีเนินตั้งแต่คางุระซากะ 1 โจเมะ ถึง 6 โจเมะ โดยจุดตัดกับถนนโอคุโบะโดริเรียกว่าเนินด้านบน และจุดตัดกับถนนโซโตโบริโดริเรียกว่าเนินด้านล่าง
อีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญคือระบบเดินรถทางเดียวแบบกลับทิศ ซึ่งหาได้ยากในญี่ปุ่น โดยทิศทางการเดินรถจะเปลี่ยนตามช่วงเวลา
“คางุระซากะ” เคยรุ่งเรืองในฐานะย่านโรงน้ำชาตั้งแต่ยุคเอโดะ ระหว่างปี ค.ศ. 1603–1868 จนถึงยุคไทโช ระหว่างปี ค.ศ. 1912–1926 และพัฒนาเป็นเมืองที่คึกคักซึ่งมีเกอิชามากมายสัญจรไปมา
ภาพบรรยากาศในอดีตยังคงสัมผัสได้จากร้านอาหารดั้งเดิม ร้านเรียวเท และซอยปูหิน
เสน่ห์ของ “คางุระซากะ” คือการอยู่ร่วมกันอย่างลงตัวระหว่างพื้นที่ที่ยังคงกลิ่นอายแบบเอโดะกับบรรยากาศอันประณีตทันสมัย
โดยเฉพาะภาพของตรอกและซอยเล็ก ๆ ที่น่าประทับใจ เมื่อได้เดินเล่นท่ามกลางทิวทัศน์เมืองเก่า ก็ให้ความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไป
ขณะเดียวกันก็มีร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าสุดเก๋กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ซึ่งความกลมกลืนระหว่างของเก่าและใหม่ก็เป็นเสน่ห์เฉพาะของ “คางุระซากะ” เช่นกัน
นอกจากนี้ ชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยยังมองว่าที่นี่เป็นย่านสำหรับผู้ใหญ่ที่บรรยากาศสงบ และเป็นย่านอาหารรสเลิศอีกด้วย

ถนนคางุระซากะ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของย่านคางุระซากะ
ถนนคางุระซากะ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของย่านคางุระซากะ

ฤดูกาลไหนเหมาะกับการเที่ยวคางุระซากะ?

คางุระซากะเป็นย่านที่เปี่ยมเสน่ห์ในโตเกียวและเที่ยวได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู แต่ช่วงที่แนะนำเป็นพิเศษคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระรอบศาลเจ้าอาคางิจะบานสะพรั่งอย่างสวยงาม เหมาะกับการชมดอกไม้เป็นอย่างยิ่ง
ในย่านการค้าก็จะคึกคักไปด้วยอีเวนต์ต่าง ๆ เช่น งานจับรางวัลช้อปปิ้งคางุระซากะ และงานเทศกาลอาโอซาระ
ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง ต้นเคยากิตามถนนคางุระซากะ ซอยเล็ก ๆ และศาลเจ้าหรือวัดต่าง ๆ จะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ทำให้บรรยากาศของเมืองยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้น หากได้ออกมาเดินเล่นก็น่าจะได้ความทรงจำที่น่าประทับใจกลับไป
ทั้งสองฤดูกาลยังมีอากาศอบอุ่นกำลังดี ใช้เวลาเที่ยวได้อย่างสบาย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการท่องเที่ยว

ตัวอย่างการแต่งกายตามฤดูกาลในคางุระซากะ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (เดือน 3 - เดือน 5): เลือกแจ็กเก็ตบางหรือสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • ฤดูร้อน (เดือน 6 - เดือน 8): เสื้อผ้าบางเบาอย่างเสื้อแขนสั้นกำลังเหมาะ
  • ฤดูใบไม้ร่วง (เดือน 9 - เดือน 11): แจ็กเก็ตบาง หรือจะใส่เสื้อโค้ตก็ได้
  • ฤดูหนาว (เดือน 12 - เดือน 2): เสื้อโค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ตอุ่น ๆ

การเดินทางไปคางุระซากะ

สถานีที่อยู่ใกล้ “คางุระซากะ” มากที่สุดมีหลัก ๆ 3 แห่ง ได้แก่ สถานีคางุระซากะ ทางออกคางุระซากะ ของรถไฟโตเกียวเมโทรสายโทไซ, สถานีอุชิโกเมะคางุระซากะ ทางออก A3 ของรถไฟใต้ดินโทเอสายโอเอโดะ และสถานีอิดาบาชิ ทางออกตะวันตก ของรถไฟ JR สายโซบุ
จากทางออกที่เกี่ยวข้อง เดินเพียงไม่กี่นาทีก็ถึง จึงสามารถเลือกวิธีเดินทางที่สะดวกจากจุดเริ่มต้นของคุณได้เลย
วิธีเดินทางและระยะเวลาโดยประมาณจากสถานีหลักต่าง ๆ ในโตเกียวมายังคางุระซากะ สรุปไว้ในตารางด้านล่าง
อย่างที่เห็น ทุกเส้นทางใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที การเดินทางที่สะดวกจึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ “คางุระซากะ” ได้รับความนิยม

จาก JR “สถานีโตเกียว”
นั่ง JR สายชูโอแบบด่วนพิเศษไปยังสถานีโอจะโนะมิซุ จากนั้นเปลี่ยนเป็น JR สายโซบุ ลงที่สถานีอิดาบาชิ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
จาก JR “สถานีชินจูกุ”
นั่ง JR สายโซบุ แล้วลงที่สถานีอิดาบาชิ ใช้เวลาประมาณ 11 นาที
จากสายกินซ่า “สถานีอุเอโนะ”
นั่งโตเกียวเมโทรสายกินซ่าไปยังสถานีนิฮงบาชิ จากนั้นเปลี่ยนเป็นโตเกียวเมโทรสายโทไซ ลงที่สถานีคางุระซากะ ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
จาก JR “สถานีชินางาวะ”
นั่ง JR สายยามาโนเตะวนด้านในไปยังสถานีอากิฮาบาระ จากนั้นเปลี่ยนเป็น JR สายโซบุ ลงที่สถานีอิดาบาชิ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
จาก JR “สถานีชิบูย่า”
นั่ง JR สายยามาโนเตะวนด้านนอกไปยังสถานีโยโยงิ จากนั้นเปลี่ยนเป็น JR สายโซบุ ลงที่สถานีอิดาบาชิ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวคางุระซากะ

สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารยอดนิยม และย่านการค้ารอบคางุระซากะสามารถเดินถึงได้ทั้งหมด
ยิ่งไปกว่านั้น ภาพบรรยากาศที่พบได้เพราะการเดินเท้า เช่น ถนนสายหลักที่คึกคักและตรอกด้านหลังที่ชวนให้รู้สึกถึงเสน่ห์ของย่าน เป็นสิ่งที่ทำให้การเดินเล่นอย่างสบาย ๆ น่าประทับใจยิ่งขึ้น
ยังมีร้านค้าที่มีเอกลักษณ์และจุดลับบรรยากาศดีอีกมากมาย จึงน่าจะได้พบสถานที่โปรดของตัวเองอย่างแน่นอน
หากมีเวลาครึ่งวัน ประมาณ 3–4 ชั่วโมง ก็สามารถเที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม และยังเหมาะทั้งสำหรับเที่ยวคนเดียว เดต หรือทริปครอบครัวอีกด้วย

5 สถานที่ยอดนิยมที่ควรไปเมื่อเที่ยวคางุระซากะ

รอบ ๆ คางุระซากะมีทั้งทิวทัศน์เมืองเก่าและร้านสมัยใหม่สลับกันไปมา เสน่ห์แบบนี้เองที่ทำให้อยากเดินสำรวจต่อเรื่อย ๆ
ที่นี่เราจะขอแนะนำ 5 จุดที่อยากให้คุณแวะไปเมื่อมาเที่ยว
ทั้งหมดล้วนเป็นสถานที่ยอดนิยมที่พลาดไม่ได้ใน “คางุระซากะ” รับรองว่าเลือกไปแล้วสนุกแน่นอน
แต่ละแห่งอยู่ไม่ไกลจากถนนคางุระซากะ จึงลองวางแผนเที่ยวรวมกันดูได้เลย

1. ศาลเจ้าอาคางิ

ศาลเจ้าอาคางิ (Akagi Jinja) เชื่อกันว่ามีจุดเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1300 จากการอัญเชิญดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์แยกมาจากศาลเจ้าอาคางิที่เชิงเขาอาคางิ จังหวัดกุนมะมาประดิษฐานไว้
ที่นี่ประดิษฐานเทพอิวะสึสึโอโนะมิโคโตะ เทพแห่งการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และเทพอาคางิฮิเมะโนะมิโคโตะ เทพที่เชื่อกันว่าช่วยให้คำอธิษฐานของผู้หญิงเป็นจริง จึงมีความเชื่อเรื่องพรด้านความรัก การคลอดบุตรอย่างปลอดภัย และชีวิตคู่ที่ราบรื่น ทำให้มีผู้หญิงจำนวนมากมาเยือน
อาคารศาลเจ้าดีไซน์โมเดิร์นผนังกระจกแห่งนี้ได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 2010 โดยคุณคุมะ เคนโงะ สถาปนิกชื่อดัง และยังได้รับความสนใจในฐานะศาลเจ้าสุดทันสมัยอีกด้วย

เสน่ห์อีกอย่างคืออาคารศาลเจ้าแบบโมเดิร์น เป็นศาลเจ้าที่มีผู้หญิงและคนในวงการบันเทิงมาไหว้จำนวนมาก
เสน่ห์อีกอย่างคืออาคารศาลเจ้าแบบโมเดิร์น เป็นศาลเจ้าที่มีผู้หญิงและคนในวงการบันเทิงมาไหว้จำนวนมาก

2. วัดบิชามอนเท็น เซ็นโกคุจิ

วัดเซ็นโกคุจิ ตั้งอยู่บริเวณกลางย่านคางุระซากะ และสะดุดตาด้วยประตูสีแดงสด
วัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1595 โดยโทกุงาวะ อิเอยาสุ เดิมสร้างขึ้นที่นิฮงบาชิ ก่อนจะย้ายที่ตั้ง 2 ครั้ง และมาประดิษฐานอยู่ ณ คางุระซากะในปัจจุบันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1792
บิชามอนเท็นที่ผู้คนในคางุระซากะเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า “บิชามอนซามะ” เป็นเทพนักรบในชุดเกราะ ถือเจดีย์สมบัติไว้ในมือขวา และถือกระบองสมบัติไว้ในมือซ้าย
ผู้คนศรัทธาว่าช่วยเสริมโชค ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และมอบความมั่งคั่ง ปกติจะมีม่านบังไว้ แต่ในวันเสือของเดือน 1 เดือน 5 และเดือน 9 จะมีการเปิดให้สักการะได้โดยตรง

วัดของบิชามอนซามะ ผู้มอบโชคลาภและความเป็นสิริมงคล
วัดของบิชามอนซามะ ผู้มอบโชคลาภและความเป็นสิริมงคล

3. เฮียวโกะโยโกโจ

เฮียวโกะโยโกโจ (Hyogo Yokocho) เป็นตรอกเล็กที่เรียงรายไปด้วยร้านเรียวเทเก่าแก่ ร้านอาหารสไตล์หลบมุม และร้านอาหารญี่ปุ่นในบ้านโบราณ ท่ามกลางทางเดินแคบที่ล้อมรอบด้วยพื้นหินและรั้วสีดำ
ซอยที่เปี่ยมกลิ่นอายญี่ปุ่นแห่งนี้เป็นพื้นที่พิเศษที่มักถูกใช้ถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์อยู่บ่อยครั้ง
ทางเข้าตรอกอยู่ที่ซอยแคบฝั่งตรงข้ามถนนคางุระซากะจากด้านหน้าของบิชามอนเท็น
ช่วงแรกแคบจนแทบเดินสวนกันลำบาก แต่เมื่อเข้าไปด้านในจะกว้างขึ้นเล็กน้อย
ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่กว้างพอให้รถผ่านได้ แนะนำให้ค่อย ๆ เดินชมพื้นหิน รั้วบ้านสองข้างทาง และความเขียวขจีของต้นไม้ไปอย่างเพลิดเพลิน

ตรอกปูหินที่ภาพเมืองเก่าและปัจจุบันมาบรรจบกัน
ตรอกปูหินที่ภาพเมืองเก่าและปัจจุบันมาบรรจบกัน

4. คาคุเรนโบะโยโกโจ

“คางุระซากะ” ซึ่งมีถนนคางุระซากะที่เชื่อมระหว่างสถานีคางุระซากะและสถานีอิดาบาชิเป็นศูนย์กลาง เป็นย่านยอดนิยมที่มีเสน่ห์ลึกลับและโดดเด่นแตกต่างจากส่วนอื่นของชินจูกุ
เมื่อเลี้ยวจากถนนสายหลักเข้าสู่ “โยโกโจ” จะพบกับร้านเรียวเทที่ล้อมด้วยพื้นหินและรั้วสีดำ รวมถึงบ้านโบราณแบบญี่ปุ่น ท่ามกลางบรรยากาศดั้งเดิม พร้อมด้วยร้านดังหลากหลายแนวทั้งอาหารญี่ปุ่น อิตาเลียน ฝรั่งเศส และจีนกระจายอยู่ทั่วพื้นที่
ที่นี่จึงเป็นพื้นที่น่าพิศวงที่มีทั้งอารยธรรมสมัยใหม่ในยุคเปิดประเทศ ความโมเดิร์นร่วมสมัย วัฒนธรรมญี่ปุ่น และวัฒนธรรมนานาชาติ อยู่ร่วมกันภายใต้ผังเมืองที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ

ซอยด้านหลังที่ยังคงกลิ่นอายงดงามของโลกเกอิชา และมีร้านอาหารชื่อดังกระจายอยู่ทั่ว
ซอยด้านหลังที่ยังคงกลิ่นอายงดงามของโลกเกอิชา และมีร้านอาหารชื่อดังกระจายอยู่ทั่ว

5. ถนนเกอิชา

“ถนนเกอิชา” ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของถนนคางุระซากะ เป็นทางเชื่อมระหว่างมิมบังโยโกโจกับถนนโอกุริ โดยมีที่มาจากในอดีตที่เกอิชาจำนวนมากใช้เส้นทางนี้เดินจากสำนักงานที่เรียกว่า “มิมบัง” ไปยังงานเลี้ยงรับรอง
ซอยแคบที่เต็มไปด้วยบันไดคดเคี้ยวนี้ยังถูกเรียกว่า “บันไดอาตามิยู” ตามชื่อโรงอาบน้ำสาธารณะใกล้เคียงที่ชื่อว่าอาตามิยู
ตลอดทางเดินความยาวเพียงประมาณ 20–30 เมตร มีร้านอาหารชื่อดังตั้งอยู่ประปราย

ตรอกลับตาแห่งคางุระซากะที่ในอดีตเคยมีเหล่าเกอิชาเดินผ่านมากมาย
ตรอกลับตาแห่งคางุระซากะที่ในอดีตเคยมีเหล่าเกอิชาเดินผ่านมากมาย

ไม่ใช่แค่อร่อย! 5 ร้านอาหารยอดนิยมในคางุระซากะสำหรับช่วงเวลาพิเศษ

ถ้าอยากใช้เวลามื้อพิเศษในคางุระซากะ ย่านนี้ก็มีตัวเลือกให้เลือกเยอะพอสมควร
เมื่อเดินแถวถนนคางุระซากะ คุณจะพบร้านเด่น ๆ ปรากฏต่อเนื่อง ทั้งร้านอาหารยอดนิยมและคาเฟ่สุดเก๋
เหมาะทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น และน่าจะได้พบกับเมนูอร่อยถูกใจแน่นอน
ที่นี่เราคัด 5 ร้านระดับพรีเมียมสำหรับผู้ที่อยากใช้เวลาพิเศษมาแนะนำ
ในแต่ละร้านไม่ได้มีดีแค่เรื่องรสชาติ บรรยากาศทั้งภายนอกและภายในก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ลองเลือกแวะตามงบประมาณและสไตล์ที่ชอบได้เลย

1. คางุระซากะ ยูเมจิ

“คางุระซากะ ยูเมจิ (Yumeji)” เป็นร้านคัปโปในบ้านเดี่ยวที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบในซอยด้านหลังบิชามอนเท็น
ภายในร้านอบอวลด้วยบรรยากาศย้อนยุคที่ชวนให้นึกถึงโรแมนติกแห่งยุคไทโช พาผู้มาเยือนเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่เหมือนชีวิตประจำวัน
การตกแต่งภายใน เช่น โคมไฟและพรม ก็เลือกใช้ของสไตล์แอนทีคอย่างกลมกลืน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้นั่งได้อย่างสบายใจ
เมนูมีเฉพาะคอร์สไคเซกิเท่านั้น แต่ไม่มีการจำกัดเวลา จึงค่อย ๆ รับประทานได้ตามจังหวะของตัวเอง
เมนูยอดนิยมอันดับ 1 คือ “คอร์สคางุระ” ที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาล
แต่ละจานนำเสนอด้วยความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานของเทคนิคอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
เนื้อหาของคอร์สจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล จึงเพลิดเพลินกับรสชาติแห่งฤดูกาลได้ทุกครั้งที่มาเยือน
นอกจากนี้ยังมีสาเกญี่ปุ่นและไวน์ที่คัดสรรมาอย่างดีไว้ให้เลือกมากมาย จึงเหมาะกับคนที่ชอบดื่มด้วยเช่นกัน

ร้านคัปโปบ้านเดี่ยวบรรยากาศโรแมนติกยุคไทโชที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยของคางุระซากะ
ร้านคัปโปบ้านเดี่ยวบรรยากาศโรแมนติกยุคไทโชที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยของคางุระซากะ

2. คางุระซากะ อิชิคาวะ

“คางุระซากะ อิชิคาวะ” ที่ล้อมรอบด้วยรั้วสีดำ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังที่หลายคนรู้จักกันดี
ร้านชั้นนำแห่งนี้คว้ามิชลินไกด์ 3 ดาวต่อเนื่องยาวนาน 15 ปีตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 และเป็นร้านดังที่จองยากมาก
เมื่อเดินผ่านทางหินที่พรมน้ำไว้เข้าสู่ร้าน จะพบกับพื้นที่อบอุ่น สงบ และสง่างามที่ตกแต่งด้วยไม้สีอ่อน
เมนูมีเพียง “โอมากาเสะคอร์ส” ราคาเริ่มต้น 49,500 เยน บวกค่าบริการ แม้จะไม่ใช่ราคาย่อมเยา แต่ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการสูงมาก
เหตุผลสำคัญคือฝีมือของเชฟเจ้าของร้าน คุณอิชิคาวะ ฮิเดกิ ผู้รู้ลึกถึงวิธีดึงศักยภาพของวัตถุดิบชั้นยอดออกมาให้ดีที่สุด
อาหารที่เสิร์ฟไม่เน้นความหวือหวา แต่แสวงหารสชาติอันบริสุทธิ์ลึกซึ้งที่ทำให้เสน่ห์ของวัตถุดิบโดดเด่นอย่างชัดเจน
หากมีโอกาส อยากชวนให้คุณสัมผัสแก่นแท้ของอาหารญี่ปุ่นผ่านมื้ออาหารที่ทำให้รู้สึกถึงความงดงามของทั้ง 4 ฤดู

เพลิดเพลินกับอาหารญี่ปุ่นที่ดึงเสน่ห์ของวัตถุดิบชั้นยอดออกมาอย่างเต็มที่ (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)
เพลิดเพลินกับอาหารญี่ปุ่นที่ดึงเสน่ห์ของวัตถุดิบชั้นยอดออกมาอย่างเต็มที่ (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)

3. ริสโตรันเต ลาสทริกาโต

“ริสโตรันเต ลาสทริกาโต” เป็นร้านอาหารอิตาเลียนแบบต้นตำรับที่ตั้งอยู่ริมทางปูหินของเฮียวโกะโยโกโจ
เมื่อขึ้นบันไดไปยังชั้น 2 ภายในร้านจะอบอวลด้วยบรรยากาศสงบในสไตล์แอนทีค
ด้วยบรรยากาศที่นั่งรับประทานได้อย่างสบาย ๆ ที่นี่จึงเหมาะมากสำหรับเดต วันครบรอบสำคัญ หรือมื้อพิเศษ
ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นจะเสิร์ฟในรูปแบบ “เชฟโอมากาเสะคอร์ส”
สมชื่อด้วยการใช้วัตถุดิบที่เชฟคัดสรรด้วยตนเอง และใส่ใจพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ทำให้ได้ลิ้มลองอาหารประมาณ 10 จาน
รสชาติแบบอิตาเลียนดั้งเดิมถูกนำมาปรับอย่างร่วมสมัย โดยเฉพาะเมนูโฮมเมดอย่างพาสต้าและริซอตโตที่อร่อยจนยากจะลืม
ยังมีไวน์ให้เลือกอย่างหลากหลาย พร้อมซอมเมอลิเยร์ช่วยแนะนำไวน์ที่เข้ากับอาหารอีกด้วย

ริสโตรันเต ลาสทริกาโต ภูมิใจนำเสนอทั้งอาหารและไวน์ (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)
ริสโตรันเต ลาสทริกาโต ภูมิใจนำเสนอทั้งอาหารและไวน์ (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)

4. เอจิโกะ ชุโบ ฮักไกซัง สาขาคางุระซากะ

“เอจิโกะ ชุโบ ฮักไกซัง สาขาคางุระซากะ” เป็นอิซากายะอาหารญี่ปุ่นแท้แบบห้องส่วนตัวทั้งหมด ที่กลมกลืนไปกับบรรยากาศของย่านคางุระซากะ
ตามชื่อร้าน ที่นี่ร่วมมือกับ “ฮักไกซัง” สาเกชื่อดังตัวแทนของจังหวัดนีงาตะ จึงมีสาเกญี่ปุ่นให้เลือกอย่างหลากหลาย
ยังมีอาหารท้องถิ่นของนีงาตะที่เข้ากับสาเกได้อย่างยอดเยี่ยมอีกมาก เช่น อิตะโอะอาเกะ เต้าหู้ทอดแผ่นใหญ่ และโมจิบุตะฮาริฮาริดาชิชาบู ทำให้เพลิดเพลินได้ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม
เมนูที่อยากแนะนำเป็นพิเศษคือ “ปลาสดรวมประจำวัน 7 ชนิด” ที่เรียงรายด้วยปลาสดใหม่ และ “เบคอนย่างหมักชูโตจากฮักไกซัง” ที่มีรสเข้มข้นกลมกล่อม
ปิดท้ายด้วย “เฮงิโซบะ” โซบะสีเขียวที่ใช้สาหร่ายเป็นส่วนผสมให้ได้สัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี ก็ถือว่าสมบูรณ์แบบ

เพลิดเพลินกับกับแกล้มรสเยี่ยมและสาเกขึ้นชื่อของนีงาตะได้อย่างเต็มที่ (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)
เพลิดเพลินกับกับแกล้มรสเยี่ยมและสาเกขึ้นชื่อของนีงาตะได้อย่างเต็มที่ (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)

5. คางุระซากะ เทปันยากิ ฮิมาวาริ

“คางุระซากะ เทปันยากิ ฮิมาวาริ (Himawari)” นำเสนอเทปันยากิคุณภาพสูงด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดีและฝีมืออันแม่นยำของเชฟผู้ชำนาญ
การบริการที่อบอุ่นสมกับชื่อร้าน และภายในที่ผสานความนุ่มนวลของงานไม้ ช่วยโอบล้อมผู้มาเยือนได้อย่างสบายใจ
รายละเอียดที่ใส่ใจ เช่น โต๊ะที่สลักลายดอกทานตะวัน และเคาน์เตอร์ที่ใช้หินธรรมชาติ ก็เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ
เมนูมีคอร์สให้เลือก 3 แบบตามงบประมาณและโอกาส แต่คอร์สที่แนะนำคือ “คอร์สฮิมาวาริพร้อมเครื่องดื่ม 3 แก้ว” ซึ่งเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่สุด
คุณจะได้อิ่มเอมกับอาหารทั้งหมด 13 รายการ โดยมีสเต๊กสันนอกวากิวขนดำญี่ปุ่นระดับ A5 เป็นจานหลัก พร้อมอาหารทะเล ผัก และของหวาน
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ได้รับคำชมคือการนำวัตถุดิบมาโชว์ก่อนปรุง ซึ่งยิ่งช่วยเพิ่มความตื่นเต้นก่อนลิ้มลองอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น

ลองชิมสเต๊กสันนอกวากิวขนดำญี่ปุ่นระดับ A5 ที่ย่างบนกระทะร้อนดูสักครั้ง
ลองชิมสเต๊กสันนอกวากิวขนดำญี่ปุ่นระดับ A5 ที่ย่างบนกระทะร้อนดูสักครั้ง

2 แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในคางุระซากะที่ควรใส่ไว้ในแพลนเที่ยว

ปิดท้ายกันด้วย 2 แหล่งช้อปปิ้งตัวแทนของคางุระซากะ ได้แก่ “ย่านการค้าถนนคางุระซากะ” และ “ปอร์ต้า คางุระซากะ”
ทั้งสองแห่งมีเสน่ห์และจุดเด่นต่างกันไป
น่าจะได้เจอร้านหรือไอเท็มที่ถูกใจแน่นอน ลองใช้ข้อมูลนี้ประกอบการตัดสินใจแล้วแวะไปกันได้

1. ย่านการค้าถนนคางุระซากะ

ย่านการค้าแห่งนี้ตั้งอยู่ตลอดแนวถนนสายหลักของคางุระซากะ ตั้งแต่แยกคางุระซากะชิตะไปจนถึงแยกเนินด้านบนของถนนโอคุโบะโดริ เป็นพื้นที่ช้อปปิ้งที่ผสานประเพณียาวนานเข้ากับความทันสมัยอย่างลงตัว
ริมถนนมีสัญลักษณ์สำคัญอย่างวัดบิชามอนเท็น เซ็นโกคุจิ ตั้งอยู่ และตลอดสองข้างทางก็มีทั้งร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ ร้านขายของฝาก คาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านค้าหลากหลายขนาดเรียงรายอยู่มากมาย
ยังมีสินค้าและไอเท็มลิมิเต็ดที่หาไม่ได้จากย่านอื่น จึงเหมาะทั้งสำหรับเลือกของฝากและมองหาของขวัญ
อีกเสน่ห์หนึ่งคือสามารถสนุกได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเดินชิมอาหารหรือแวะชมร้านเก๋ ๆ
นอกจากนี้ยังมีการจัดอีเวนต์ประจำปี เช่น เทศกาลคางุระซากะ และเทศกาลทานาบาตะ
ด้วยบรรยากาศที่คึกคักและเปิดโอกาสให้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่น จึงเป็นประสบการณ์ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมาก

ถนนสายหลักของคางุระซากะที่เรียงรายด้วยร้านค้าหลากหลาย
ถนนสายหลักของคางุระซากะที่เรียงรายด้วยร้านค้าหลากหลาย

2. ปอร์ต้า คางุระซากะ

อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของการเริ่มขึ้นถนนคางุระซากะจากบริเวณคางุระซากะชิตะ ใกล้ฝั่งทางออกตะวันตกของสถานีอิดาบาชิ JR ใช้เวลาเดินประมาณ 1–2 นาที
ชั้นบนเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์โตเกียว ส่วนชั้น 1 และชั้น 2 มีร้านค้าต่าง ๆ โดยเน้นร้านอาหารเป็นหลัก
ยังมีทั้งร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่และร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยม ให้คุณสัมผัสบรรยากาศสงบแบบญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของคางุระซากะได้

อาคารริมถนนคางุระซากะที่รวมร้านค้าต่าง ๆ โดยมีร้านอาหารเป็นหลัก
อาคารริมถนนคางุระซากะที่รวมร้านค้าต่าง ๆ โดยมีร้านอาหารเป็นหลัก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวคางุระซากะ

Q

ทำไมคางุระซากะถึงได้รับความนิยม?

A

เพราะเป็นย่านที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ขณะเดียวกันก็มีร้านอาหารและร้านขายของจุกจิกที่มีเอกลักษณ์ซึ่งผสมผสานวัฒนธรรมเก่าและใหม่ไว้ในทิวทัศน์เมือง อีกทั้งยังเดินทางสะดวกจากใจกลางเมือง จึงได้รับความนิยมอย่างมาก

Q

ควรเผื่อเวลาเที่ยวคางุระซากะประมาณเท่าไร?

A

ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่อยากไปและสไตล์การท่องเที่ยวของแต่ละคน แต่หากเผื่อไว้ประมาณ 3–4 ชั่วโมง ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการเที่ยวอย่างเต็มอิ่ม

บทสรุป

ตลอดบทความนี้ เราได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารที่น่าสนใจใน “คางุระซากะ” ย่านที่ผสานเสน่ห์ของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว
ยังมีร้านดังมีเอกลักษณ์และซอยเล็ก ๆ อีกมากมายกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ทำให้มีจุดน่าสนใจให้แวะชมได้แทบทุกมุม
อีกวิธีเที่ยวที่น่าสนใจก็คือการเดินเล่นแบบไม่ต้องกำหนดจุดหมาย ปล่อยใจไปตามบรรยากาศของย่าน
คางุระซากะมีทั้งเนินและทางปูหินจำนวนมาก จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูงและเลือกใส่รองเท้าที่เดินสบาย
อีกทั้งยังเดินทางสะดวกจากสถานีหลักต่าง ๆ ใจกลางเมือง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ลองอ่านบทความนี้ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยว ของฝาก และอีเวนต์ต่าง ๆ ในโตเกียวไว้อย่างครบถ้วน เพื่อช่วยวางแผนทริปโตเกียวที่ดีที่สุดสำหรับคุณ