
【คู่มือเที่ยวชินโอคุโบะ】รวมจุดเช็กอิน ร้านอร่อย และร้านช้อปยอดฮิต!
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศคึกคักที่มีสีสันไม่เหมือนย่านอื่นในโตเกียว “ชินโอคุโบะ” เป็นจุดที่หลายคนนึกถึงอยู่เสมอ
ทั้งย่านเต็มไปด้วยพลังและความหลากหลาย โดยมีวัฒนธรรมและอาหารเกาหลีฝังรากลึกอย่างชัดเจน จึงได้รับความนิยมสูงเป็นพิเศษในหมู่คนรุ่นใหม่และแฟนคลื่นเกาหลี
บทความนี้จะแนะนำจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของชินโอคุโบะ ควบคู่ไปกับแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารแนะนำ เพื่อให้แม้แต่มือใหม่ที่มาเที่ยวครั้งแรกก็เพลิดเพลินได้อย่างเต็มที่
อ่านจบแล้วก็น่าจะเอาไปใช้วางแผนเที่ยวได้คุ้มและง่ายขึ้นพอสมควร
ชินโอคุโบะเป็นสถานที่แบบไหน?
ย่านนี้อยู่ในเขตชินจูกุ กรุงโตเกียว และเป็นโคเรียนทาวน์ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น
เดินไปตามถนนจะเห็นวัฒนธรรมเกาหลีผสานกับวัฒนธรรมจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้บรรยากาศทั้งย่านมีเสน่ห์แบบต่างประเทศและค่อนข้างเป็นสากล
สองข้างทางมีทั้งป้ายภาษาเกาหลี ร้านอาหารที่ชวนให้นึกถึงสตรีทฟู้ดในเกาหลี และร้านขายสินค้าศิลปิน K-POP จึงสามารถสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีหลากหลายรูปแบบได้ในคราวเดียว
นอกจากช้อปปิ้งและของกินแล้ว จุดถ่ายรูปสวย ๆ และสถานที่แนวประสบการณ์ก็เป็นเสน่ห์เฉพาะของชินโอคุโบะเช่นกัน
โดยเฉพาะตู้ถ่ายรูปสไตล์เกาหลี บริการเช่าชุดนักเรียน และร้านขนมสวย ๆ ที่เหมาะกับการถ่ายภาพ ได้รับความนิยมมากในหมู่วัยรุ่น
จากกระแสเกาหลีฟีเวอร์ ทำให้ในสายตาคนญี่ปุ่น ที่นี่มีภาพลักษณ์เป็น “ศูนย์รวมวัฒนธรรมเกาหลี” และ “แหล่งรวมของกินกับเครื่องสำอาง” จึงครองใจคนรุ่นใหม่และแฟน K-POP อย่างมาก
ตามตรอกซอกซอยยังมีร้านดังของเมนูยอดนิยมอย่างชีสทักคาลบี ต็อกบกกี และซัมกย็อปซัลเรียงรายอยู่มากมาย เหมาะกับการเดินชิมไปเรื่อย ๆ

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของชินโอคุโบะคือช่วงไหน?
ฤดูกาลที่แนะนำสำหรับการเที่ยวชินโอคุโบะคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งอากาศสบายและสภาพอากาศค่อนข้างคงที่
ทิวทัศน์ของเมืองก็สวยงามยิ่งขึ้นด้วยต้นไม้เขียวสดในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ทำให้เดินร้านเครื่องสำอาง คาเฟ่ ช้อปปิ้ง หรือชิมสตรีทฟู้ดได้อย่างสบาย
โดยเฉพาะฤดูใบไม้ผลิ มักมีเมนูและขนมเฉพาะฤดูกาลออกมาให้ลอง เสน่ห์อยู่ที่การได้ถ่ายรูปสวย ๆ ลงโซเชียลพร้อมเพลิดเพลินกับอาหารท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก
ส่วนฤดูใบไม้ร่วงมักมีการเปิดตัวเครื่องสำอางและแฟชั่นเกาหลีคอลเลกชันใหม่ ๆ จึงเหมาะมากสำหรับคนที่ตามเทรนด์
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของชินโอคุโบะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและสเวตเตอร์เนื้อบาง
- หน้าร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางสบายกับเสื้อแขนสั้นกำลังพอดี
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): มักใส่แจ็กเก็ตบางหรือโค้ต
- ช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ตหนา
เดินทางไปชินโอคุโบะอย่างไร?
สถานีที่ใกล้ชินโอคุโบะที่สุดคือสถานี “ชินโอคุโบะ” ของสาย JR ยามาโนเตะ
สถานีนี้อยู่ถัดจากสถานีชินจูกุ โดยช่วงเวลาเดินรถคือ 05:00–00:00 และในช่วงกลางวันมีรถไฟเข้าออกประมาณ 10–15 ขบวนต่อชั่วโมง จึงเดินทางสะดวกมาก
ทางออกมีเพียง 1 จุด เมื่อออกจากประตูตรวจตั๋วแล้วเลี้ยวขวาไปทางทิศตะวันออก จะเชื่อมต่อไปยังย่านท่องเที่ยวหลักที่อยู่ระหว่างถนนโอคุโบะโดริและโชกุอันโดริ
ถนนอิเคเม็งโดริและสวนสาธารณะนิชิโอคุโบะก็อยู่ใกล้เช่นกัน ดังนั้นโดยทั่วไปควรมุ่งหน้าไปทางนี้
นอกจากนี้ สถานี “โอคุโบะ” ของสาย JR จูโอ-โซบุ และสถานี “ฮิงาชิชินจูกุ” ของโตเกียวเมโทรสายฟุคุโตชินกับสายโทเอโอเอโดะ ก็อยู่ในระยะเดินได้เช่นกัน
วิธีการเดินทางและเวลาโดยประมาณจากสถานีหลักต่าง ๆ ในโตเกียวมายังสถานี “ชินโอคุโบะ” ดูได้จากตารางด้านล่าง
- จากสถานี JR “โตเกียว”
- นั่ง JR สายจูโอแบบรวดเร็วไปยังสถานีชินจูกุ จากนั้นเปลี่ยนเป็น JR สายยามาโนเตะ วงนอก ลงที่สถานีชินโอคุโบะ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
- จากสถานี JR “ชินจูกุ”
- นั่ง JR สายยามาโนเตะ วงนอก ลงที่สถานีชินโอคุโบะ ใช้เวลาประมาณ 2 นาที
- จากสถานี JR “อุเอโนะ”
- นั่ง JR สายยามาโนเตะ วงใน ลงที่สถานีชินโอคุโบะ ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
- จากสถานี JR “ชินางาวะ”
- นั่ง JR สายยามาโนเตะ วงนอก ลงที่สถานีชินโอคุโบะ ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
- จากสถานี JR “ชิบูยะ”
- นั่ง JR สายยามาโนเตะ วงนอก ลงที่สถานีชินโอคุโบะ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
วิธีเดินทางหลักในการเที่ยวชินโอคุโบะ
ย่านชินโอคุโบะมีจุดท่องเที่ยว ร้านอาหาร และร้านค้ากระจุกตัวอยู่รอบถนนโอคุโบะโดริและโชกุอันโดริ ดังนั้นการเดินเท้าจึงสะดวกและมีประสิทธิภาพที่สุด
สถานที่น่าสนใจต่าง ๆ อยู่ในระยะที่เดินจากสถานีได้ และการเดินสำรวจตรอกซอยเองก็ถือเป็นกิจกรรมที่สนุกอย่างหนึ่ง
จะเที่ยวแบบสั้น ๆ ภายใน 1–2 ชั่วโมงก็ได้ จุดเด่นคือสามารถสัมผัสประสบการณ์หลากหลายได้ในเวลาไม่นาน
อีกทั้งยังมีร้านจำนวนมากเปิดตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ทำให้จัดตารางเที่ยวได้ง่าย
สัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีได้เต็มที่! 3 จุดท่องเที่ยวยอดนิยมในชินโอคุโบะ
ถ้าอยากเริ่มจากจุดฮิตก่อน ลองดู 3 แห่งนี้ได้เลย
แต่ละแห่งออกแบบพื้นที่ให้สัมผัสเทรนด์และไลฟ์สไตล์เกาหลีแท้ ๆ ได้แม้อยู่ในญี่ปุ่น จึงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เพลิดเพลินกับบรรยากาศและวัฒนธรรมล่าสุดได้อย่างใกล้ชิด
หากสนใจ ลองแวะไปตามรอยกันได้เลย
1. จินเซ 4 คัต ชินโอคุโบะ (Jinsei 4 Cut)
“จินเซ 4 คัต ชินโอคุโบะ (Jinsei 4 Cut)” เป็นจุดเช็กอินสำหรับสนุกกับตู้ถ่ายรูปสไตล์เกาหลีที่มีเอกลักษณ์เป็นภาพ 4 ช่องเรียงแนวตั้ง
ภายในร้านมีตู้ถ่ายภาพทั้งหมด 6 เครื่องที่มีรูปแบบต่างกัน พร้อมกระจกติดไฟสไตล์ดาราและกระจกบานใหญ่ สร้างบรรยากาศที่ถูกใจสาว ๆ
ความต่างจากตู้ถ่ายรูปญี่ปุ่นคือไม่มีฟังก์ชันแต่งภาพหรือขีดเขียนเพิ่ม ภาพที่ถ่ายจะถูกพิมพ์ออกมาตรง ๆ แบบเรียบง่าย
การได้เก็บภาพตัวเองในแบบจริงและเป็นธรรมชาตินี่เองกลับกลายเป็นความสดใหม่และดูมีสไตล์ จนได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่และแฟน K-POP
นอกจากนี้ยังมีบริการให้เช่าพร็อพสวมศีรษะ และมีกรอบภาพที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้ถ่ายกับศิลปิน K-POP ทำให้ทั้งขั้นตอนการถ่ายและประสบการณ์ทั้งหมดกลายเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ

2. sepurish
“sepurish” เป็นสถานบันเทิงที่เน้นตู้ถ่ายรูปโดยเฉพาะ
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สถานที่ที่สาว ๆ อยากไปที่สุดในตอนนี้” ที่นี่มีร้านเช่าชุดนักเรียนเกาหลีแท้ ๆ อยู่ในตัว โดยมีแบรนด์ยอดนิยมอย่าง NUGUNA เป็นไฮไลต์
ภายในมีจุดถ่ายรูปธีมโรงเรียนมากมาย เช่น ห้องเรียน ห้องล็อกเกอร์ และสระว่ายน้ำ พร้อมคอร์สให้เลือกหลายแบบตามวัตถุประสงค์ ทั้งถ่ายภาพและเดินเล่น
จุดเด่นคือการได้ดื่มด่ำกับโลกของชีวิตนักเรียนเกาหลี ราวกับได้ไปเที่ยวเกาหลีจริง ๆ
ภาพถ่ายในชุดนักเรียนในฝันให้ความรู้สึกเหมือนมิวสิกวิดีโอของศิลปิน K-POP จึงเหมาะมากสำหรับการเก็บความทรงจำ
ยังมีโต๊ะเครื่องแป้งและอุปกรณ์จัดแต่งทรงผมให้ใช้ฟรี ทำให้สนุกกับการถ่ายภาพในสไตล์ที่ชอบได้อย่างเต็มที่

3. ชินโอคุโบะคังโกกุโยโกโจ
“ชินโอคุโบะคังโกกุโยโกโจ (Shin-Okubo Kankoku Yokocho)” เป็นคอมเพล็กซ์ที่จำลองบรรยากาศหมู่ร้านอาหารข้างทางของเกาหลี
ในตรอกแคบยาวประมาณ 60 เมตร มีร้านอาหารเกาหลีเฉพาะทางราว 10 ร้านเรียงรายราวกับตลาดในเกาหลีจริง ๆ ทั้งชิจิมิ เครื่องในย่าง และตีนหมู
เสน่ห์ของที่นี่คือป้ายสีสันสดใส ภาพวาดสไตล์เรโทร และหน้าร้านที่เต็มไปด้วยอักษรเกาหลี ทำให้สัมผัสบรรยากาศตลาดกลางคืนของเกาหลีในญี่ปุ่นได้อย่างสบาย ๆ
อาหารในโยโกโจสามารถซื้อกลับบ้านหรือถือเข้าไปกินในร้านอื่นได้อย่างอิสระ จึงเหมาะกับคนที่มาเป็นครั้งแรกและอยากลองเปรียบเทียบหลายร้าน
ชั้น 2 ยังมีคาราโอเกะ บาร์ปาเป้า และฟรีสเปซ จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ที่นี่ได้รับความนิยมด้านความบันเทิงด้วย

7 ร้านอาหารดังในชินโอคุโบะที่กำลังเป็นกระแสในญี่ปุ่น
ถัดมาเป็นร้านอาหารที่กำลังได้รับความสนใจในชินโอคุโบะ
แต่ละร้านมีจุดเด่นตรงที่ได้ลิ้มลองทั้งอาหารเกาหลีแท้ ๆ และขนมหวานสุดล้ำ พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีอย่างใกล้ชิด
หลายร้านยังใส่ใจทั้งหน้าร้าน การตกแต่งภายใน และการจัดจาน จึงถ่ายรูปสวยลงโซเชียลได้ด้วย
1. THE COOKIE 594 ชินโอคุโบะ
“THE COOKIE 594” เป็นร้านคุกกี้อเมริกันสไตล์เกาหลีชิ้นใหญ่เต็มคำ
คาเฟ่ลับ ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน ตกแต่งด้วยโทนสีเทาและไม้ ให้บรรยากาศเกาหลีสุดเก๋
จุดเด่นคือได้ลิ้มลองคุกกี้อเมริกันขนาดประมาณ 100 กรัม ซึ่งเป็นเทรนด์ฮิตในเกาหลีมาหลายปี
เนื้อสัมผัสชุ่มนุ่มแต่กรุบเล็กน้อย กินง่ายแม้ชิ้นใหญ่ เพราะหวานไม่จัดเกินไป
เมนูมีให้เลือกตลอดเวลาประมาณ 15 แบบ ตั้งแต่ช็อกโกแลตชิปและดับเบิลสตรอว์เบอร์รียอดนิยม
ในบรรดาเมนูทั้งหมด “ฟรุตคุกกี้” เฉพาะสาขาชินโอคุโบะ และ “โอรีโอส'more” ที่รวมโอรีโอกับมาร์ชเมลโลว์ไว้ด้วยกัน เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมสูงมาก

2. 111 CHURROS
“111 CHURROS” ที่เปิดในปี 2023 เป็นร้านชูร์โรสจากเกาหลีที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศมินิมอลเท่ ๆ แบบเรียบเฉียบ
จุดเด่นที่สุดคือสไตล์การทำที่เริ่มจากรับออร์เดอร์ก่อน แล้วจึงตัดแป้งสดด้วยเครื่องและทอดในน้ำมันใหม่ ทำให้ได้ชูร์โรสร้อน ๆ กรอบอร่อยเสมอ
ตัวชูร์โรสคลุกน้ำตาลอบเชยมาแบบจัดเต็ม ด้านนอกกรอบ ด้านในหนึบหนับพอดี จนหลายคนติดใจในสัมผัสที่ลงตัวนี้
จะกินเปล่า ๆ ก็อร่อย แต่ยังสนุกกับการเปลี่ยนรสชาติได้ด้วยดิปซอส โดยเลือกได้จากช็อกโกแลต เราร์ชีส หรือชิลลีโยเกิร์ต
เซ็ตมาตรฐานคือชูร์โรส 4 ชิ้นพร้อมดิปซอส และการเลือกซอสโปรดมาจับคู่ก็เป็นวิธีกินยอดนิยม

3. คังโฮดงชิคเก้น 678 สาขาชินจูกุ
“คังโฮดงชิคเก้น 678 (Kang Ho Dong Chicken 678)” เป็นร้านไก่ทอดเกาหลีที่โปรดิวซ์โดยคังโฮดง พิธีกรและคนดังชื่อดังของเกาหลี
ทางร้านใช้ไก่ในประเทศและทอดด้วยน้ำมันคาโนลา จุดขายคือความกรอบแบบไม่มันเลี่ยนมาก
ไก่รสชาติเข้มข้นที่คงความเป็นเกาหลีไว้ได้อย่างซื่อตรง พร้อมปรับให้เข้ากับรสนิยมของคนญี่ปุ่น กินคู่กับไฮบอลหรือมักกอลลีก็เข้ากันมาก
เมนูยอดนิยมคือ “คาริคาริคริสปี้ชิคเก้น” ที่โดดเด่นด้วยความชุ่มฉ่ำ และ “ไก่ซอสปรุงรสอร่อยมาก” ซึ่งใช้ซอสโคชูจังหวานเผ็ดสไตล์เกาหลี
อีกตัวเลือกที่แนะนำคือสั่งแบบฮาล์ฟแอนด์ฮาล์ฟเพื่ออร่อยกับไก่ 2 รสในคราวเดียว

4. SNOWY VILLAGE ชินโอคุโบะ
“SNOWY VILLAGE ชินโอคุโบะ” ร้านบิงซูยอดนิยมจากเกาหลี เป็นร้านขนมสำหรับซื้อกลับบ้านโดยเฉพาะ
ตัวร้านโดดเด่นด้วยภายนอกสีฟ้าและป้ายใหญ่คำว่า “ช็อกโก้ชูร์โรส” จนกลายเป็นจุดยอดนิยมที่มีคนโพสต์ลงโซเชียลจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงวัยรุ่น
เสน่ห์ของร้านนี้คือการจับคู่กันอย่างลงตัวระหว่างชูร์โรสทอดร้อน ๆ กับซอฟต์ครีม
เมนูแนะนำเป็นพิเศษคือ “ช็อกโก้ชูร์โรส โอรีโอวานิลลา” ซึ่งความต่างระหว่างชูร์โรสร้อนกับไอศกรีมเย็นนี่เองคือเคล็ดลับความนิยม
ชูร์โรสไม่หวานเกินไป และมีขนาดพอดีสำหรับถือกินระหว่างเดิน จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองขนมสไตล์เกาหลีแบบสบาย ๆ

5. โอปป้าบุนชิก
“โอปป้าบุนชิก (Oppa Bunsik)” เป็นร้านซื้อกลับบ้านสไตล์สตรีทฟู้ดเกาหลีสำหรับเดินกิน
สังเกตได้จากป้าย “KOREAN SNACK oppa” บนถนนโอคุโบะโดริ และกำลังได้รับความนิยมในฐานะจุดแวะชิมอาหารเกาหลีจานฮิตได้แบบง่าย ๆ ในบรรยากาศทันสมัย
เมนูส่วนใหญ่เป็นของกินร้อน ๆ ที่ถือกินได้ด้วยมือเดียว โดยการเสิร์ฟแบบใส่ถ้วยและท็อปปิงที่ถ่ายรูปสวยก็ได้รับเสียงชื่นชมจากลูกค้า
เมนูที่คนสั่งกันมากเป็นพิเศษ ได้แก่ “โอมุกทอด” ต้นตำรับจากปูซานที่กลายเป็นรสชาติแปลกใหม่ชวนพูดถึง และ “ชีสทักคังจอง” หรือไก่ทอดซอสหวานเผ็ดสไตล์เกาหลีที่เข้ากันดีมาก

6. HELLO! DONUTS
“HELLO! DONUTS” เป็นร้านโดนัทเกาหลีที่ตั้งอยู่ชั้น 1 ของคอมเพล็กซ์ “โซลทาวน์” เดินจากสถานีชินโอคุโบะเพียงไม่กี่นาที
ภายในร้านตกแต่งอย่างป๊อปและมีสีสัน จึงดึงดูดทั้งคนรุ่นใหม่และอินฟลูเอนเซอร์ที่มองหาทั้งความอร่อยและมุมถ่ายรูปลงโซเชียล
โดนัทของที่นี่ทำแป้งเองตั้งแต่ขั้นตอนผสมแป้ง และสอดไส้ครีมแน่น ๆ จุดเด่นคือเนื้อสัมผัสเบา แม้จะเพิ่งทอดใหม่ก็ไม่รู้สึกหนักเกินไป
ในตู้โชว์มีโดนัทหลากหลายทั้งหน้าตาและรสชาติประมาณ 15 ชนิด พร้อมสินค้าเฉพาะฤดูกาลและเครื่องดื่มให้เลือกอย่างครบครัน
เมนูยอดนิยมอันดับ 1 คือ “อูยูครีมโดนัท” ที่โดดเด่นด้วยครีมนมเข้มข้นนุ่มละมุน

7. 2D Cafe
“2D Café” เป็นคาเฟ่คอนเซ็ปต์สุดแปลกในธีม “คาเฟ่ในภาพวาด”
ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนขาวดำทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผนัง พื้น เฟอร์นิเจอร์ ม่าน หรือหมอนอิง ทุกอย่างถูกวาดด้วยเส้นแบบสองมิติ จนดูเหมือนทั้งร้านแบนราบ
เสน่ห์ที่สุดคือการได้สัมผัสพื้นที่เหนือจริงราวกับหลุดเข้าไปในหนังสือนิทานแฟนตาซี
นอกจากความโดดเด่นทางสายตาแล้ว ของหวานสีสันสดใสที่ตัดกับอินทีเรียร์โมโนโทนก็ได้รับความนิยมเช่นกัน และช่วยสร้างบรรยากาศถ่ายรูปสวยที่ดึงดูดลูกค้าได้ดี
เมนูยอดนิยมอันดับ 1 คือ “เค้ก 2D (ชอร์ตเค้ก)” ที่ตกแต่งด้วยเส้นขอบจนชวนให้ตาเกิดภาพลวง เป็นเมนูเฉพาะตัวของร้านที่เห็นแล้วต้องสะดุดตา

ไอเทมเทรนด์เกาหลีหาซื้อได้ที่นี่! 5 แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในชินโอคุโบะ
ถ้าเน้นช้อปปิ้งเป็นหลัก ย่านนี้ก็มีร้านที่น่าแวะอยู่ไม่น้อย
แต่ละร้านเป็นร้านเฉพาะทางที่ให้คุณสัมผัสสินค้าและวัฒนธรรมจากเกาหลีได้อย่างจริงจัง โดยมีจุดเด่นที่สินค้าหลากหลาย พร้อมทั้งอัปเดตของใหม่และสินค้าลิมิเต็ดได้อย่างรวดเร็ว
อีกจุดที่น่าสนใจคือดีไซน์ร้านสไตล์ป๊อปและการจัดมุมถ่ายรูป ทำให้การเดินช้อปเองก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเที่ยวหรือกิจกรรมตามศิลปินที่ชอบ
หากมาเยือนชินโอคุโบะ อยากชวนให้ลองแวะไปสัมผัสบรรยากาศเกาหลีเหล่านี้กัน
1. ฮันรยูคัง โซลอิจิบะ
“ฮันรยูคัง โซลอิจิบะ (Hanryukan Seoul Ichiba)” ที่ตั้งอยู่ใจกลางชินโอคุโบะ เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเฉพาะทางด้านวัตถุดิบเกาหลี
จุดขายคือมีสินค้าให้เลือกครบเหมือนอยู่เกาหลีจริง ๆ ตั้งแต่อาหารยอดนิยม เครื่องปรุงหายาก อาหารสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง ขนม เครื่องดื่ม ไปจนถึงเครื่องสำอางและของใช้จุกจิกจากเกาหลี
ร้านเปิดทุกวันตลอดปีและเปิดทำการเป็นเวลานาน จึงสะดวกมาก สำหรับคนที่ชอบเกาหลี ที่นี่จึงเปรียบเหมือนฐานประจำสำหรับสัมผัสรสชาติและวัฒนธรรมเกาหลีได้ง่าย ๆ
การจัดโซนสินค้าเข้าใจง่ายสำหรับนักท่องเที่ยว และการมีสินค้าอาหารเทรนด์ล่าสุดก็ได้รับคำชมอย่างมาก เรียกได้ว่าหากมาที่นี่ก็แทบหาซื้อสินค้ายอดนิยมจากเกาหลีได้เกือบครบ
ยังมีมุมขายแบบสตรีทฟู้ดให้เพลิดเพลินกับการเดินกินหรือหาอะไรรองท้องได้ทันทีอีกด้วย

2. สกินการ์เดน
“สกินการ์เดน (Skin Garden)” เป็นร้านเครื่องสำอางเกาหลีขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น
พื้นที่ขายแบบ 2 ชั้นกว้างขวาง มีจุดเด่นที่สินค้าหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่สกินแคร์ เมกอัป และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ไปจนถึงอาหารและของใช้จุกจิก
ความสามารถในการอัปเดตเทรนด์เครื่องสำอางเกาหลีล่าสุดอย่างรวดเร็วก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
เพราะสามารถหาซื้อไอเทมล้ำสมัยที่ร้านอื่นอาจหาได้ยากในที่เดียว จึงสะดวกทั้งสำหรับการซื้อครั้งละมาก ๆ และการเลือกของขวัญ
นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ให้เลือกตลอดเวลาจำนวนมาก รวมถึง “KAHI” ที่โด่งดังจากซีรีส์ และยังมีสินค้าที่ใส่ใจเรื่องกลิ่นอย่างแฮนด์ครีม ทำให้สนุกกับการเลือกซื้อได้ผ่านหลายประสาทสัมผัส
ร้านนี้ยังได้รับความนิยมในหมู่แฟน K-POP และภายในร้านก็ให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินสำรวจร้านรวงลึก ๆ ในเกาหลีจริง

3. fwee agit tokyo
“fwee Agit Tokyo” ที่เปิดในปี 2024 เป็นแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในญี่ปุ่นของแบรนด์เครื่องสำอางจากเกาหลี “fwee”
ภายนอกร้านโทนสีน้ำเงินและชมพูสะดุดตา ส่วนภายในก็เป็นพื้นที่น่ารักที่ชวนให้นึกถึงย่านซองซูในเกาหลี
ด้วยการออกแบบที่ถ่ายรูปขึ้นทั้งร้าน เพียงแค่มาเยือนก็น่าจะสนุกแล้ว
ร้านมีทั้งหมด 3 ชั้น โดยชั้น 1 และ 2 เป็นโซนเครื่องสำอาง ส่วนชั้น 3 เป็นโซนสินค้ากูดส์ อีกทั้งยังมีเทสเตอร์ให้ลองได้อย่างอิสระจำนวนมาก
จึงเลือกสีและทดลองเนื้อสัมผัสได้ง่าย พร้อมสัมผัสเครื่องสำอางยอดนิยมจริง ๆ เช่น ลิปแบบกระปุกซึ่งเป็นไอเทมเด่นของแบรนด์ และ 3D Voluming Gloss ทำให้ช้อปได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

4. K-foods ร้านสะดวกซื้อเกาหลี สาขาชินโอคุโบะ
“K-foods ร้านสะดวกซื้อเกาหลี” เป็นร้านสะดวกซื้อสไตล์เกาหลีรูปแบบใหม่ ที่ให้สัมผัสวัฒนธรรมการกินของเกาหลีได้ใกล้ตัว
ภายในร้านมีสินค้ายอดนิยมมากมายวางเรียงแน่น ทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสเผ็ดจัดอย่างชินรามยอนและซีรีส์บูลดัก ไปจนถึงเครื่องปรุง กิมจิ เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และอาหารแช่แข็ง
สินค้าที่สะท้อนเทรนด์เกาหลีล่าสุด ของหายากที่มักหาได้เฉพาะในเกาหลี และไอเทมที่เพิ่งเข้าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ล้วนเพิ่มความตื่นเต้นให้กับการค้นหาของใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งยังมีขนมแพ็กเกจลิมิเต็ดและขนมนำเข้าที่เหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝากจำนวนมาก จึงแนะนำเป็นจุดเลือกซื้อของฝากด้วย

5. มย็องดงคอสเม
“มย็องดงคอสเม (Myongdong Cosme)” เป็นร้านเฉพาะทางด้านเครื่องสำอางเกาหลี แอ็กเซสซอรี และสินค้าคลื่นเกาหลี
ภายในร้านกว้างขวาง มีทั้งเซรั่ม แพ็ก แผ่นมาสก์ และบีบีครีม รวมถึงสินค้าสกินแคร์และเมกอัปอย่างครบครัน อีกทั้งยังมีเทสเตอร์จำนวนมาก จึงสนุกกับการดู ลอง และเลือกซื้อได้เต็มที่
พนักงานมีความรู้เรื่องเครื่องสำอางเกาหลีเป็นอย่างดี แม้เป็นมือใหม่ก็สามารถปรึกษาและทดลองสินค้าได้อย่างสบายใจ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ร้านยังเพิ่มมุมสินค้าทางการของศิลปิน K-POP ทำให้สามารถซื้อทั้งเครื่องสำอางและกูดส์ของศิลปินที่ชอบได้ในที่เดียว ซึ่งเป็นอีกเสน่ห์สำคัญ
การจัดวางสินค้าที่แยกตามหมวดหมู่ช่วยให้หาของที่ต้องการได้ง่าย และราคาที่เข้าถึงได้ของแบรนด์ยอดนิยมตามเทรนด์ก็เป็นอีกจุดที่น่าประทับใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวชินโอคุโบะ
Q
ถ้ามีเวลาไม่มากและอยากเที่ยวชินโอคุโบะให้คุ้ม ควรไปที่ไหนดี?
ถ้าอยากชิมอาหาร แนะนำ “ชินโอคุโบะคังโกกุโยโกโจ” ถ้าอยากซื้อเครื่องสำอาง แนะนำ “สกินการ์เดน” ถ้าอยากเก็บความทรงจำ แนะนำ “จินเซ 4 คัต” และถ้าอยากหาของฝากหรือช้อปปิ้ง แนะนำ “ฮันรยูคัง โซลอิจิบะ”
Q
เมนูขึ้นชื่อของชินโอคุโบะคืออะไร?
เมนูดังที่ขึ้นชื่อคืออาหารเกาหลีแท้ ๆ อย่างซัมกย็อปซัล ชีสทักคาลบี และฮ็อตต็อกสไตล์เกาหลี
บทสรุป
ชินโอคุโบะเป็นย่านที่เดินแล้วสัมผัสได้ทันทีถึงความคึกคักและความหลากหลายของวัฒนธรรม
เราได้พาคุณไปรู้จักทั้งร้านอาหารแนะนำ จุดน่าสนใจต่าง ๆ และบรรยากาศของ “ชินโอคุโบะ” โคเรียนทาวน์ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น
ไม่ว่าจะเป็นของกิน เครื่องสำอาง มุมถ่ายรูปลงโซเชียล หรือการช้อปปิ้ง ก็มีตัวเลือกให้สนุกได้หลากหลาย และแต่ละจุดก็อยู่ไม่ไกลกันมาก จึงสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีได้แม้มีเวลาจำกัด
ถ้าวางแผนตามความชอบของตัวเองหรือคนที่ไปด้วย ก็น่าจะได้ทริปที่ลงตัวมากขึ้น
หากกำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติม ลองอ่านบทความนี้ต่อเพื่อเช็กจุดท่องเที่ยวห้ามพลาดในโตเกียวและข้อมูลที่รู้ไว้แล้วจะช่วยให้เที่ยวสะดวกขึ้น