【คู่มือเที่ยวชินโอคุโบะ】รวมจุดเช็กอิน ร้านอร่อย และร้านช้อปยอดฮิต!

【คู่มือเที่ยวชินโอคุโบะ】รวมจุดเช็กอิน ร้านอร่อย และร้านช้อปยอดฮิต!

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศคึกคักที่มีสีสันไม่เหมือนย่านอื่นในโตเกียว “ชินโอคุโบะ” เป็นจุดที่หลายคนนึกถึงอยู่เสมอ
ทั้งย่านเต็มไปด้วยพลังและความหลากหลาย โดยมีวัฒนธรรมและอาหารเกาหลีฝังรากลึกอย่างชัดเจน จึงได้รับความนิยมสูงเป็นพิเศษในหมู่คนรุ่นใหม่และแฟนคลื่นเกาหลี
บทความนี้จะแนะนำจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของชินโอคุโบะ ควบคู่ไปกับแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารแนะนำ เพื่อให้แม้แต่มือใหม่ที่มาเที่ยวครั้งแรกก็เพลิดเพลินได้อย่างเต็มที่
อ่านจบแล้วก็น่าจะเอาไปใช้วางแผนเที่ยวได้คุ้มและง่ายขึ้นพอสมควร

ชินโอคุโบะเป็นสถานที่แบบไหน?

ย่านนี้อยู่ในเขตชินจูกุ กรุงโตเกียว และเป็นโคเรียนทาวน์ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น
เดินไปตามถนนจะเห็นวัฒนธรรมเกาหลีผสานกับวัฒนธรรมจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้บรรยากาศทั้งย่านมีเสน่ห์แบบต่างประเทศและค่อนข้างเป็นสากล
สองข้างทางมีทั้งป้ายภาษาเกาหลี ร้านอาหารที่ชวนให้นึกถึงสตรีทฟู้ดในเกาหลี และร้านขายสินค้าศิลปิน K-POP จึงสามารถสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีหลากหลายรูปแบบได้ในคราวเดียว
นอกจากช้อปปิ้งและของกินแล้ว จุดถ่ายรูปสวย ๆ และสถานที่แนวประสบการณ์ก็เป็นเสน่ห์เฉพาะของชินโอคุโบะเช่นกัน
โดยเฉพาะตู้ถ่ายรูปสไตล์เกาหลี บริการเช่าชุดนักเรียน และร้านขนมสวย ๆ ที่เหมาะกับการถ่ายภาพ ได้รับความนิยมมากในหมู่วัยรุ่น
จากกระแสเกาหลีฟีเวอร์ ทำให้ในสายตาคนญี่ปุ่น ที่นี่มีภาพลักษณ์เป็น “ศูนย์รวมวัฒนธรรมเกาหลี” และ “แหล่งรวมของกินกับเครื่องสำอาง” จึงครองใจคนรุ่นใหม่และแฟน K-POP อย่างมาก
ตามตรอกซอกซอยยังมีร้านดังของเมนูยอดนิยมอย่างชีสทักคาลบี ต็อกบกกี และซัมกย็อปซัลเรียงรายอยู่มากมาย เหมาะกับการเดินชิมไปเรื่อย ๆ

บรรยากาศย่านชินโอคุโบะที่เต็มไปด้วยร้านค้าหลากหลายแน่นขนัด
บรรยากาศย่านชินโอคุโบะที่เต็มไปด้วยร้านค้าหลากหลายแน่นขนัด

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของชินโอคุโบะคือช่วงไหน?

ฤดูกาลที่แนะนำสำหรับการเที่ยวชินโอคุโบะคือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งอากาศสบายและสภาพอากาศค่อนข้างคงที่
ทิวทัศน์ของเมืองก็สวยงามยิ่งขึ้นด้วยต้นไม้เขียวสดในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ทำให้เดินร้านเครื่องสำอาง คาเฟ่ ช้อปปิ้ง หรือชิมสตรีทฟู้ดได้อย่างสบาย
โดยเฉพาะฤดูใบไม้ผลิ มักมีเมนูและขนมเฉพาะฤดูกาลออกมาให้ลอง เสน่ห์อยู่ที่การได้ถ่ายรูปสวย ๆ ลงโซเชียลพร้อมเพลิดเพลินกับอาหารท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก
ส่วนฤดูใบไม้ร่วงมักมีการเปิดตัวเครื่องสำอางและแฟชั่นเกาหลีคอลเลกชันใหม่ ๆ จึงเหมาะมากสำหรับคนที่ตามเทรนด์

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของชินโอคุโบะ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • หน้าร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางสบายกับเสื้อแขนสั้นกำลังพอดี
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): มักใส่แจ็กเก็ตบางหรือโค้ต
  • ช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ตหนา

เดินทางไปชินโอคุโบะอย่างไร?

สถานีที่ใกล้ชินโอคุโบะที่สุดคือสถานี “ชินโอคุโบะ” ของสาย JR ยามาโนเตะ
สถานีนี้อยู่ถัดจากสถานีชินจูกุ โดยช่วงเวลาเดินรถคือ 05:00–00:00 และในช่วงกลางวันมีรถไฟเข้าออกประมาณ 10–15 ขบวนต่อชั่วโมง จึงเดินทางสะดวกมาก
ทางออกมีเพียง 1 จุด เมื่อออกจากประตูตรวจตั๋วแล้วเลี้ยวขวาไปทางทิศตะวันออก จะเชื่อมต่อไปยังย่านท่องเที่ยวหลักที่อยู่ระหว่างถนนโอคุโบะโดริและโชกุอันโดริ
ถนนอิเคเม็งโดริและสวนสาธารณะนิชิโอคุโบะก็อยู่ใกล้เช่นกัน ดังนั้นโดยทั่วไปควรมุ่งหน้าไปทางนี้
นอกจากนี้ สถานี “โอคุโบะ” ของสาย JR จูโอ-โซบุ และสถานี “ฮิงาชิชินจูกุ” ของโตเกียวเมโทรสายฟุคุโตชินกับสายโทเอโอเอโดะ ก็อยู่ในระยะเดินได้เช่นกัน
วิธีการเดินทางและเวลาโดยประมาณจากสถานีหลักต่าง ๆ ในโตเกียวมายังสถานี “ชินโอคุโบะ” ดูได้จากตารางด้านล่าง

จากสถานี JR “โตเกียว”
นั่ง JR สายจูโอแบบรวดเร็วไปยังสถานีชินจูกุ จากนั้นเปลี่ยนเป็น JR สายยามาโนเตะ วงนอก ลงที่สถานีชินโอคุโบะ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
จากสถานี JR “ชินจูกุ”
นั่ง JR สายยามาโนเตะ วงนอก ลงที่สถานีชินโอคุโบะ ใช้เวลาประมาณ 2 นาที
จากสถานี JR “อุเอโนะ”
นั่ง JR สายยามาโนเตะ วงใน ลงที่สถานีชินโอคุโบะ ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
จากสถานี JR “ชินางาวะ”
นั่ง JR สายยามาโนเตะ วงนอก ลงที่สถานีชินโอคุโบะ ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
จากสถานี JR “ชิบูยะ”
นั่ง JR สายยามาโนเตะ วงนอก ลงที่สถานีชินโอคุโบะ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

วิธีเดินทางหลักในการเที่ยวชินโอคุโบะ

ย่านชินโอคุโบะมีจุดท่องเที่ยว ร้านอาหาร และร้านค้ากระจุกตัวอยู่รอบถนนโอคุโบะโดริและโชกุอันโดริ ดังนั้นการเดินเท้าจึงสะดวกและมีประสิทธิภาพที่สุด
สถานที่น่าสนใจต่าง ๆ อยู่ในระยะที่เดินจากสถานีได้ และการเดินสำรวจตรอกซอยเองก็ถือเป็นกิจกรรมที่สนุกอย่างหนึ่ง
จะเที่ยวแบบสั้น ๆ ภายใน 1–2 ชั่วโมงก็ได้ จุดเด่นคือสามารถสัมผัสประสบการณ์หลากหลายได้ในเวลาไม่นาน
อีกทั้งยังมีร้านจำนวนมากเปิดตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ทำให้จัดตารางเที่ยวได้ง่าย

สัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีได้เต็มที่! 3 จุดท่องเที่ยวยอดนิยมในชินโอคุโบะ

ถ้าอยากเริ่มจากจุดฮิตก่อน ลองดู 3 แห่งนี้ได้เลย
แต่ละแห่งออกแบบพื้นที่ให้สัมผัสเทรนด์และไลฟ์สไตล์เกาหลีแท้ ๆ ได้แม้อยู่ในญี่ปุ่น จึงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เพลิดเพลินกับบรรยากาศและวัฒนธรรมล่าสุดได้อย่างใกล้ชิด
หากสนใจ ลองแวะไปตามรอยกันได้เลย

1. จินเซ 4 คัต ชินโอคุโบะ (Jinsei 4 Cut)

“จินเซ 4 คัต ชินโอคุโบะ (Jinsei 4 Cut)” เป็นจุดเช็กอินสำหรับสนุกกับตู้ถ่ายรูปสไตล์เกาหลีที่มีเอกลักษณ์เป็นภาพ 4 ช่องเรียงแนวตั้ง
ภายในร้านมีตู้ถ่ายภาพทั้งหมด 6 เครื่องที่มีรูปแบบต่างกัน พร้อมกระจกติดไฟสไตล์ดาราและกระจกบานใหญ่ สร้างบรรยากาศที่ถูกใจสาว ๆ
ความต่างจากตู้ถ่ายรูปญี่ปุ่นคือไม่มีฟังก์ชันแต่งภาพหรือขีดเขียนเพิ่ม ภาพที่ถ่ายจะถูกพิมพ์ออกมาตรง ๆ แบบเรียบง่าย
การได้เก็บภาพตัวเองในแบบจริงและเป็นธรรมชาตินี่เองกลับกลายเป็นความสดใหม่และดูมีสไตล์ จนได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่และแฟน K-POP
นอกจากนี้ยังมีบริการให้เช่าพร็อพสวมศีรษะ และมีกรอบภาพที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้ถ่ายกับศิลปิน K-POP ทำให้ทั้งขั้นตอนการถ่ายและประสบการณ์ทั้งหมดกลายเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ

จุดเช็กอินที่ให้คุณสนุกกับตู้ถ่ายรูปสไตล์เกาหลีซึ่งแตกต่างจากตู้ถ่ายรูปญี่ปุ่น (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)
จุดเช็กอินที่ให้คุณสนุกกับตู้ถ่ายรูปสไตล์เกาหลีซึ่งแตกต่างจากตู้ถ่ายรูปญี่ปุ่น (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)

2. sepurish

“sepurish” เป็นสถานบันเทิงที่เน้นตู้ถ่ายรูปโดยเฉพาะ
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สถานที่ที่สาว ๆ อยากไปที่สุดในตอนนี้” ที่นี่มีร้านเช่าชุดนักเรียนเกาหลีแท้ ๆ อยู่ในตัว โดยมีแบรนด์ยอดนิยมอย่าง NUGUNA เป็นไฮไลต์
ภายในมีจุดถ่ายรูปธีมโรงเรียนมากมาย เช่น ห้องเรียน ห้องล็อกเกอร์ และสระว่ายน้ำ พร้อมคอร์สให้เลือกหลายแบบตามวัตถุประสงค์ ทั้งถ่ายภาพและเดินเล่น
จุดเด่นคือการได้ดื่มด่ำกับโลกของชีวิตนักเรียนเกาหลี ราวกับได้ไปเที่ยวเกาหลีจริง ๆ
ภาพถ่ายในชุดนักเรียนในฝันให้ความรู้สึกเหมือนมิวสิกวิดีโอของศิลปิน K-POP จึงเหมาะมากสำหรับการเก็บความทรงจำ
ยังมีโต๊ะเครื่องแป้งและอุปกรณ์จัดแต่งทรงผมให้ใช้ฟรี ทำให้สนุกกับการถ่ายภาพในสไตล์ที่ชอบได้อย่างเต็มที่

สถานที่ที่เต็มไปด้วยจุดถ่ายรูปสไตล์ป๊อป เหมาะกับการลงโซเชียล
สถานที่ที่เต็มไปด้วยจุดถ่ายรูปสไตล์ป๊อป เหมาะกับการลงโซเชียล

3. ชินโอคุโบะคังโกกุโยโกโจ

“ชินโอคุโบะคังโกกุโยโกโจ (Shin-Okubo Kankoku Yokocho)” เป็นคอมเพล็กซ์ที่จำลองบรรยากาศหมู่ร้านอาหารข้างทางของเกาหลี
ในตรอกแคบยาวประมาณ 60 เมตร มีร้านอาหารเกาหลีเฉพาะทางราว 10 ร้านเรียงรายราวกับตลาดในเกาหลีจริง ๆ ทั้งชิจิมิ เครื่องในย่าง และตีนหมู
เสน่ห์ของที่นี่คือป้ายสีสันสดใส ภาพวาดสไตล์เรโทร และหน้าร้านที่เต็มไปด้วยอักษรเกาหลี ทำให้สัมผัสบรรยากาศตลาดกลางคืนของเกาหลีในญี่ปุ่นได้อย่างสบาย ๆ
อาหารในโยโกโจสามารถซื้อกลับบ้านหรือถือเข้าไปกินในร้านอื่นได้อย่างอิสระ จึงเหมาะกับคนที่มาเป็นครั้งแรกและอยากลองเปรียบเทียบหลายร้าน
ชั้น 2 ยังมีคาราโอเกะ บาร์ปาเป้า และฟรีสเปซ จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ที่นี่ได้รับความนิยมด้านความบันเทิงด้วย

คอมเพล็กซ์ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับบรรยากาศหมู่ร้านอาหารข้างทางของเกาหลี พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม
คอมเพล็กซ์ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับบรรยากาศหมู่ร้านอาหารข้างทางของเกาหลี พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม

7 ร้านอาหารดังในชินโอคุโบะที่กำลังเป็นกระแสในญี่ปุ่น

ถัดมาเป็นร้านอาหารที่กำลังได้รับความสนใจในชินโอคุโบะ
แต่ละร้านมีจุดเด่นตรงที่ได้ลิ้มลองทั้งอาหารเกาหลีแท้ ๆ และขนมหวานสุดล้ำ พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีอย่างใกล้ชิด
หลายร้านยังใส่ใจทั้งหน้าร้าน การตกแต่งภายใน และการจัดจาน จึงถ่ายรูปสวยลงโซเชียลได้ด้วย

1. THE COOKIE 594 ชินโอคุโบะ

“THE COOKIE 594” เป็นร้านคุกกี้อเมริกันสไตล์เกาหลีชิ้นใหญ่เต็มคำ
คาเฟ่ลับ ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน ตกแต่งด้วยโทนสีเทาและไม้ ให้บรรยากาศเกาหลีสุดเก๋
จุดเด่นคือได้ลิ้มลองคุกกี้อเมริกันขนาดประมาณ 100 กรัม ซึ่งเป็นเทรนด์ฮิตในเกาหลีมาหลายปี
เนื้อสัมผัสชุ่มนุ่มแต่กรุบเล็กน้อย กินง่ายแม้ชิ้นใหญ่ เพราะหวานไม่จัดเกินไป
เมนูมีให้เลือกตลอดเวลาประมาณ 15 แบบ ตั้งแต่ช็อกโกแลตชิปและดับเบิลสตรอว์เบอร์รียอดนิยม
ในบรรดาเมนูทั้งหมด “ฟรุตคุกกี้” เฉพาะสาขาชินโอคุโบะ และ “โอรีโอส'more” ที่รวมโอรีโอกับมาร์ชเมลโลว์ไว้ด้วยกัน เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมสูงมาก

คุกกี้หน้าตาน่ารักเรียงรายชวนเลือกชิม (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)
คุกกี้หน้าตาน่ารักเรียงรายชวนเลือกชิม (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)

2. 111 CHURROS

“111 CHURROS” ที่เปิดในปี 2023 เป็นร้านชูร์โรสจากเกาหลีที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศมินิมอลเท่ ๆ แบบเรียบเฉียบ
จุดเด่นที่สุดคือสไตล์การทำที่เริ่มจากรับออร์เดอร์ก่อน แล้วจึงตัดแป้งสดด้วยเครื่องและทอดในน้ำมันใหม่ ทำให้ได้ชูร์โรสร้อน ๆ กรอบอร่อยเสมอ
ตัวชูร์โรสคลุกน้ำตาลอบเชยมาแบบจัดเต็ม ด้านนอกกรอบ ด้านในหนึบหนับพอดี จนหลายคนติดใจในสัมผัสที่ลงตัวนี้
จะกินเปล่า ๆ ก็อร่อย แต่ยังสนุกกับการเปลี่ยนรสชาติได้ด้วยดิปซอส โดยเลือกได้จากช็อกโกแลต เราร์ชีส หรือชิลลีโยเกิร์ต
เซ็ตมาตรฐานคือชูร์โรส 4 ชิ้นพร้อมดิปซอส และการเลือกซอสโปรดมาจับคู่ก็เป็นวิธีกินยอดนิยม

ร้านชูร์โรสที่ให้คุณเพลิดเพลินกับเนื้อสัมผัสอันลงตัว (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)
ร้านชูร์โรสที่ให้คุณเพลิดเพลินกับเนื้อสัมผัสอันลงตัว (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)

3. คังโฮดงชิคเก้น 678 สาขาชินจูกุ

“คังโฮดงชิคเก้น 678 (Kang Ho Dong Chicken 678)” เป็นร้านไก่ทอดเกาหลีที่โปรดิวซ์โดยคังโฮดง พิธีกรและคนดังชื่อดังของเกาหลี
ทางร้านใช้ไก่ในประเทศและทอดด้วยน้ำมันคาโนลา จุดขายคือความกรอบแบบไม่มันเลี่ยนมาก
ไก่รสชาติเข้มข้นที่คงความเป็นเกาหลีไว้ได้อย่างซื่อตรง พร้อมปรับให้เข้ากับรสนิยมของคนญี่ปุ่น กินคู่กับไฮบอลหรือมักกอลลีก็เข้ากันมาก
เมนูยอดนิยมคือ “คาริคาริคริสปี้ชิคเก้น” ที่โดดเด่นด้วยความชุ่มฉ่ำ และ “ไก่ซอสปรุงรสอร่อยมาก” ซึ่งใช้ซอสโคชูจังหวานเผ็ดสไตล์เกาหลี
อีกตัวเลือกที่แนะนำคือสั่งแบบฮาล์ฟแอนด์ฮาล์ฟเพื่ออร่อยกับไก่ 2 รสในคราวเดียว

ไก่ทอดที่เข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างยอดเยี่ยม (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)
ไก่ทอดที่เข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างยอดเยี่ยม (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)

4. SNOWY VILLAGE ชินโอคุโบะ

“SNOWY VILLAGE ชินโอคุโบะ” ร้านบิงซูยอดนิยมจากเกาหลี เป็นร้านขนมสำหรับซื้อกลับบ้านโดยเฉพาะ
ตัวร้านโดดเด่นด้วยภายนอกสีฟ้าและป้ายใหญ่คำว่า “ช็อกโก้ชูร์โรส” จนกลายเป็นจุดยอดนิยมที่มีคนโพสต์ลงโซเชียลจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงวัยรุ่น
เสน่ห์ของร้านนี้คือการจับคู่กันอย่างลงตัวระหว่างชูร์โรสทอดร้อน ๆ กับซอฟต์ครีม
เมนูแนะนำเป็นพิเศษคือ “ช็อกโก้ชูร์โรส โอรีโอวานิลลา” ซึ่งความต่างระหว่างชูร์โรสร้อนกับไอศกรีมเย็นนี่เองคือเคล็ดลับความนิยม
ชูร์โรสไม่หวานเกินไป และมีขนาดพอดีสำหรับถือกินระหว่างเดิน จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองขนมสไตล์เกาหลีแบบสบาย ๆ

บิงซูผลไม้แน่น ๆ ก็เป็นอีกเมนูที่อยากให้ลองเช่นกัน (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)
บิงซูผลไม้แน่น ๆ ก็เป็นอีกเมนูที่อยากให้ลองเช่นกัน (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)

5. โอปป้าบุนชิก

“โอปป้าบุนชิก (Oppa Bunsik)” เป็นร้านซื้อกลับบ้านสไตล์สตรีทฟู้ดเกาหลีสำหรับเดินกิน
สังเกตได้จากป้าย “KOREAN SNACK oppa” บนถนนโอคุโบะโดริ และกำลังได้รับความนิยมในฐานะจุดแวะชิมอาหารเกาหลีจานฮิตได้แบบง่าย ๆ ในบรรยากาศทันสมัย
เมนูส่วนใหญ่เป็นของกินร้อน ๆ ที่ถือกินได้ด้วยมือเดียว โดยการเสิร์ฟแบบใส่ถ้วยและท็อปปิงที่ถ่ายรูปสวยก็ได้รับเสียงชื่นชมจากลูกค้า
เมนูที่คนสั่งกันมากเป็นพิเศษ ได้แก่ “โอมุกทอด” ต้นตำรับจากปูซานที่กลายเป็นรสชาติแปลกใหม่ชวนพูดถึง และ “ชีสทักคังจอง” หรือไก่ทอดซอสหวานเผ็ดสไตล์เกาหลีที่เข้ากันดีมาก

อิ่มอร่อยกับเมนูที่เหมาะกับการเดินกิน เช่น โอเด้งเกาหลี (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)
อิ่มอร่อยกับเมนูที่เหมาะกับการเดินกิน เช่น โอเด้งเกาหลี (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)

6. HELLO! DONUTS

“HELLO! DONUTS” เป็นร้านโดนัทเกาหลีที่ตั้งอยู่ชั้น 1 ของคอมเพล็กซ์ “โซลทาวน์” เดินจากสถานีชินโอคุโบะเพียงไม่กี่นาที
ภายในร้านตกแต่งอย่างป๊อปและมีสีสัน จึงดึงดูดทั้งคนรุ่นใหม่และอินฟลูเอนเซอร์ที่มองหาทั้งความอร่อยและมุมถ่ายรูปลงโซเชียล
โดนัทของที่นี่ทำแป้งเองตั้งแต่ขั้นตอนผสมแป้ง และสอดไส้ครีมแน่น ๆ จุดเด่นคือเนื้อสัมผัสเบา แม้จะเพิ่งทอดใหม่ก็ไม่รู้สึกหนักเกินไป
ในตู้โชว์มีโดนัทหลากหลายทั้งหน้าตาและรสชาติประมาณ 15 ชนิด พร้อมสินค้าเฉพาะฤดูกาลและเครื่องดื่มให้เลือกอย่างครบครัน
เมนูยอดนิยมอันดับ 1 คือ “อูยูครีมโดนัท” ที่โดดเด่นด้วยครีมนมเข้มข้นนุ่มละมุน

ร้านโดนัทเกาหลีที่หน้าตาสวยจนกลายเป็นกระแสในโซเชียล
ร้านโดนัทเกาหลีที่หน้าตาสวยจนกลายเป็นกระแสในโซเชียล

7. 2D Cafe

“2D Café” เป็นคาเฟ่คอนเซ็ปต์สุดแปลกในธีม “คาเฟ่ในภาพวาด”
ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนขาวดำทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผนัง พื้น เฟอร์นิเจอร์ ม่าน หรือหมอนอิง ทุกอย่างถูกวาดด้วยเส้นแบบสองมิติ จนดูเหมือนทั้งร้านแบนราบ
เสน่ห์ที่สุดคือการได้สัมผัสพื้นที่เหนือจริงราวกับหลุดเข้าไปในหนังสือนิทานแฟนตาซี
นอกจากความโดดเด่นทางสายตาแล้ว ของหวานสีสันสดใสที่ตัดกับอินทีเรียร์โมโนโทนก็ได้รับความนิยมเช่นกัน และช่วยสร้างบรรยากาศถ่ายรูปสวยที่ดึงดูดลูกค้าได้ดี
เมนูยอดนิยมอันดับ 1 คือ “เค้ก 2D (ชอร์ตเค้ก)” ที่ตกแต่งด้วยเส้นขอบจนชวนให้ตาเกิดภาพลวง เป็นเมนูเฉพาะตัวของร้านที่เห็นแล้วต้องสะดุดตา

คาเฟ่ที่เต็มไปด้วยพื้นที่แปลกตา ราวกับถูกวาดด้วยเส้นสองมิติ
คาเฟ่ที่เต็มไปด้วยพื้นที่แปลกตา ราวกับถูกวาดด้วยเส้นสองมิติ

ไอเทมเทรนด์เกาหลีหาซื้อได้ที่นี่! 5 แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในชินโอคุโบะ

ถ้าเน้นช้อปปิ้งเป็นหลัก ย่านนี้ก็มีร้านที่น่าแวะอยู่ไม่น้อย
แต่ละร้านเป็นร้านเฉพาะทางที่ให้คุณสัมผัสสินค้าและวัฒนธรรมจากเกาหลีได้อย่างจริงจัง โดยมีจุดเด่นที่สินค้าหลากหลาย พร้อมทั้งอัปเดตของใหม่และสินค้าลิมิเต็ดได้อย่างรวดเร็ว
อีกจุดที่น่าสนใจคือดีไซน์ร้านสไตล์ป๊อปและการจัดมุมถ่ายรูป ทำให้การเดินช้อปเองก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเที่ยวหรือกิจกรรมตามศิลปินที่ชอบ
หากมาเยือนชินโอคุโบะ อยากชวนให้ลองแวะไปสัมผัสบรรยากาศเกาหลีเหล่านี้กัน

1. ฮันรยูคัง โซลอิจิบะ

“ฮันรยูคัง โซลอิจิบะ (Hanryukan Seoul Ichiba)” ที่ตั้งอยู่ใจกลางชินโอคุโบะ เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเฉพาะทางด้านวัตถุดิบเกาหลี
จุดขายคือมีสินค้าให้เลือกครบเหมือนอยู่เกาหลีจริง ๆ ตั้งแต่อาหารยอดนิยม เครื่องปรุงหายาก อาหารสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง ขนม เครื่องดื่ม ไปจนถึงเครื่องสำอางและของใช้จุกจิกจากเกาหลี
ร้านเปิดทุกวันตลอดปีและเปิดทำการเป็นเวลานาน จึงสะดวกมาก สำหรับคนที่ชอบเกาหลี ที่นี่จึงเปรียบเหมือนฐานประจำสำหรับสัมผัสรสชาติและวัฒนธรรมเกาหลีได้ง่าย ๆ
การจัดโซนสินค้าเข้าใจง่ายสำหรับนักท่องเที่ยว และการมีสินค้าอาหารเทรนด์ล่าสุดก็ได้รับคำชมอย่างมาก เรียกได้ว่าหากมาที่นี่ก็แทบหาซื้อสินค้ายอดนิยมจากเกาหลีได้เกือบครบ
ยังมีมุมขายแบบสตรีทฟู้ดให้เพลิดเพลินกับการเดินกินหรือหาอะไรรองท้องได้ทันทีอีกด้วย

ซูเปอร์มาร์เก็ตที่รวบรวมวัตถุดิบเกาหลีไว้มากมาย
ซูเปอร์มาร์เก็ตที่รวบรวมวัตถุดิบเกาหลีไว้มากมาย

2. สกินการ์เดน

“สกินการ์เดน (Skin Garden)” เป็นร้านเครื่องสำอางเกาหลีขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น
พื้นที่ขายแบบ 2 ชั้นกว้างขวาง มีจุดเด่นที่สินค้าหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่สกินแคร์ เมกอัป และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ไปจนถึงอาหารและของใช้จุกจิก
ความสามารถในการอัปเดตเทรนด์เครื่องสำอางเกาหลีล่าสุดอย่างรวดเร็วก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
เพราะสามารถหาซื้อไอเทมล้ำสมัยที่ร้านอื่นอาจหาได้ยากในที่เดียว จึงสะดวกทั้งสำหรับการซื้อครั้งละมาก ๆ และการเลือกของขวัญ
นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ให้เลือกตลอดเวลาจำนวนมาก รวมถึง “KAHI” ที่โด่งดังจากซีรีส์ และยังมีสินค้าที่ใส่ใจเรื่องกลิ่นอย่างแฮนด์ครีม ทำให้สนุกกับการเลือกซื้อได้ผ่านหลายประสาทสัมผัส
ร้านนี้ยังได้รับความนิยมในหมู่แฟน K-POP และภายในร้านก็ให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินสำรวจร้านรวงลึก ๆ ในเกาหลีจริง

ร้านที่ให้คุณเพลิดเพลินกับเครื่องสำอางเกาหลีได้อย่างเต็มที่ (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)
ร้านที่ให้คุณเพลิดเพลินกับเครื่องสำอางเกาหลีได้อย่างเต็มที่ (ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น)

3. fwee agit tokyo

“fwee Agit Tokyo” ที่เปิดในปี 2024 เป็นแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในญี่ปุ่นของแบรนด์เครื่องสำอางจากเกาหลี “fwee”
ภายนอกร้านโทนสีน้ำเงินและชมพูสะดุดตา ส่วนภายในก็เป็นพื้นที่น่ารักที่ชวนให้นึกถึงย่านซองซูในเกาหลี
ด้วยการออกแบบที่ถ่ายรูปขึ้นทั้งร้าน เพียงแค่มาเยือนก็น่าจะสนุกแล้ว
ร้านมีทั้งหมด 3 ชั้น โดยชั้น 1 และ 2 เป็นโซนเครื่องสำอาง ส่วนชั้น 3 เป็นโซนสินค้ากูดส์ อีกทั้งยังมีเทสเตอร์ให้ลองได้อย่างอิสระจำนวนมาก
จึงเลือกสีและทดลองเนื้อสัมผัสได้ง่าย พร้อมสัมผัสเครื่องสำอางยอดนิยมจริง ๆ เช่น ลิปแบบกระปุกซึ่งเป็นไอเทมเด่นของแบรนด์ และ 3D Voluming Gloss ทำให้ช้อปได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

แฟลกชิปสโตร์ของแบรนด์เครื่องสำอาง “fwee”
แฟลกชิปสโตร์ของแบรนด์เครื่องสำอาง “fwee”

4. K-foods ร้านสะดวกซื้อเกาหลี สาขาชินโอคุโบะ

“K-foods ร้านสะดวกซื้อเกาหลี” เป็นร้านสะดวกซื้อสไตล์เกาหลีรูปแบบใหม่ ที่ให้สัมผัสวัฒนธรรมการกินของเกาหลีได้ใกล้ตัว
ภายในร้านมีสินค้ายอดนิยมมากมายวางเรียงแน่น ทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสเผ็ดจัดอย่างชินรามยอนและซีรีส์บูลดัก ไปจนถึงเครื่องปรุง กิมจิ เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และอาหารแช่แข็ง
สินค้าที่สะท้อนเทรนด์เกาหลีล่าสุด ของหายากที่มักหาได้เฉพาะในเกาหลี และไอเทมที่เพิ่งเข้าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ล้วนเพิ่มความตื่นเต้นให้กับการค้นหาของใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งยังมีขนมแพ็กเกจลิมิเต็ดและขนมนำเข้าที่เหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝากจำนวนมาก จึงแนะนำเป็นจุดเลือกซื้อของฝากด้วย

ร้านสะดวกซื้อที่มีอาหารสำเร็จรูปยอดนิยมของเกาหลีให้เลือกมากมาย
ร้านสะดวกซื้อที่มีอาหารสำเร็จรูปยอดนิยมของเกาหลีให้เลือกมากมาย

5. มย็องดงคอสเม

“มย็องดงคอสเม (Myongdong Cosme)” เป็นร้านเฉพาะทางด้านเครื่องสำอางเกาหลี แอ็กเซสซอรี และสินค้าคลื่นเกาหลี
ภายในร้านกว้างขวาง มีทั้งเซรั่ม แพ็ก แผ่นมาสก์ และบีบีครีม รวมถึงสินค้าสกินแคร์และเมกอัปอย่างครบครัน อีกทั้งยังมีเทสเตอร์จำนวนมาก จึงสนุกกับการดู ลอง และเลือกซื้อได้เต็มที่
พนักงานมีความรู้เรื่องเครื่องสำอางเกาหลีเป็นอย่างดี แม้เป็นมือใหม่ก็สามารถปรึกษาและทดลองสินค้าได้อย่างสบายใจ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ร้านยังเพิ่มมุมสินค้าทางการของศิลปิน K-POP ทำให้สามารถซื้อทั้งเครื่องสำอางและกูดส์ของศิลปินที่ชอบได้ในที่เดียว ซึ่งเป็นอีกเสน่ห์สำคัญ
การจัดวางสินค้าที่แยกตามหมวดหมู่ช่วยให้หาของที่ต้องการได้ง่าย และราคาที่เข้าถึงได้ของแบรนด์ยอดนิยมตามเทรนด์ก็เป็นอีกจุดที่น่าประทับใจ

ร้านที่รวมทั้งกูดส์ศิลปิน K-POP และเครื่องสำอางไว้ครบ
ร้านที่รวมทั้งกูดส์ศิลปิน K-POP และเครื่องสำอางไว้ครบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวชินโอคุโบะ

Q

ถ้ามีเวลาไม่มากและอยากเที่ยวชินโอคุโบะให้คุ้ม ควรไปที่ไหนดี?

A

ถ้าอยากชิมอาหาร แนะนำ “ชินโอคุโบะคังโกกุโยโกโจ” ถ้าอยากซื้อเครื่องสำอาง แนะนำ “สกินการ์เดน” ถ้าอยากเก็บความทรงจำ แนะนำ “จินเซ 4 คัต” และถ้าอยากหาของฝากหรือช้อปปิ้ง แนะนำ “ฮันรยูคัง โซลอิจิบะ”

Q

เมนูขึ้นชื่อของชินโอคุโบะคืออะไร?

A

เมนูดังที่ขึ้นชื่อคืออาหารเกาหลีแท้ ๆ อย่างซัมกย็อปซัล ชีสทักคาลบี และฮ็อตต็อกสไตล์เกาหลี

บทสรุป

ชินโอคุโบะเป็นย่านที่เดินแล้วสัมผัสได้ทันทีถึงความคึกคักและความหลากหลายของวัฒนธรรม
เราได้พาคุณไปรู้จักทั้งร้านอาหารแนะนำ จุดน่าสนใจต่าง ๆ และบรรยากาศของ “ชินโอคุโบะ” โคเรียนทาวน์ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น
ไม่ว่าจะเป็นของกิน เครื่องสำอาง มุมถ่ายรูปลงโซเชียล หรือการช้อปปิ้ง ก็มีตัวเลือกให้สนุกได้หลากหลาย และแต่ละจุดก็อยู่ไม่ไกลกันมาก จึงสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีได้แม้มีเวลาจำกัด
ถ้าวางแผนตามความชอบของตัวเองหรือคนที่ไปด้วย ก็น่าจะได้ทริปที่ลงตัวมากขึ้น
หากกำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติม ลองอ่านบทความนี้ต่อเพื่อเช็กจุดท่องเที่ยวห้ามพลาดในโตเกียวและข้อมูลที่รู้ไว้แล้วจะช่วยให้เที่ยวสะดวกขึ้น