【แผนเที่ยวอาคิตะ 2 วัน 1 คืน】ทริปถ่ายรูปสุดประทับใจ สัมผัสวิวสวยและวัฒนธรรมดั้งเดิม

【แผนเที่ยวอาคิตะ 2 วัน 1 คืน】ทริปถ่ายรูปสุดประทับใจ สัมผัสวิวสวยและวัฒนธรรมดั้งเดิม

Last update :
Written by :  mizutama_renga
Supervised by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากออกไปเจอทั้งวิวกว้างๆ และเสน่ห์ของวัฒนธรรมท้องถิ่น อาคิตะก็เป็นอีกจังหวัดที่น่าแวะไม่น้อย
จังหวัดอาคิตะอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ ริมฝั่งทะเลญี่ปุ่น และมีธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ให้ได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นมรดกโลก “เทือกเขาชิราคามิ” ที่ครอบคลุมพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดอาคิตะไปจนถึงตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดอาโอโมริ
ที่นี่ยังเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนมรดกวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ที่สำคัญมากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น “นามาฮาเงะแห่งโอกะ” และ “คันโตแห่งอาคิตะ” ครั้งนี้เราจะพาออกเดินทางจากเมืองอาคิตะไปขับรถเที่ยวคาบสมุทรโอกะกัน!

Day1|เที่ยวในเมืองอาคิตะแล้วมุ่งหน้าสู่คาบสมุทรโอกะ

ทริปครั้งนี้เริ่มต้นกันที่สถานี JR อาคิตะ สถานีที่รถไฟชินคันเซ็นจอดด้วย
วันแรกขอใช้เวลาเที่ยวในเมืองอาคิตะกันก่อน

สถานีอาคิตะ ซึ่งเป็นสถานีปลายทางของรถไฟชินคันเซ็นสายอาคิตะด้วย
สถานีอาคิตะ ซึ่งเป็นสถานีปลายทางของรถไฟชินคันเซ็นสายอาคิตะด้วย

สัมผัสศิลปะการแสดงพื้นบ้านอันหลากหลายของอาคิตะที่ “พิพิธภัณฑ์สืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านเมืองอาคิตะและบ้านเก่าตระกูลคาเนโกะ”

สถานที่แรกที่จะแวะคือ พิพิธภัณฑ์สืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านเมืองอาคิตะและบ้านเก่าตระกูลคาเนโกะ (Akita-shi Minzoku Geino Densho-kan / Kyu Kaneko-ke Jutaku) ซึ่งอยู่ห่างจากสถานี JR อาคิตะโดยเดินประมาณ 15 นาที

พิพิธภัณฑ์สืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านเมืองอาคิตะเปิดขึ้นเพื่ออนุรักษ์และถ่ายทอดงานประเพณีพื้นบ้านและศิลปะการแสดงดั้งเดิมของอาคิตะ รวมถึง “เทศกาลคันโตอาคิตะ” หนึ่งในเทศกาลสำคัญ 3 แห่งของภูมิภาคโทโฮคุ ภายในมีการจัดแสดงคันโตของจริงให้ชมอย่างใกล้ชิด ความอลังการนั้นน่าประทับใจมาก
จากนั้นแวะชม “บ้านเก่าตระกูลคาเนโกะ” ที่อยู่ติดกัน ซึ่งเคยเป็นทั้งร้านค้าและบ้านพักของพ่อค้าผู้มั่งคั่งในอดีต และสามารถเข้าชมภายในได้ ตัวอาคารยังคงลักษณะเด่นของบ้านทาวน์เฮาส์ยุคปลายสมัยเอโดะไว้อย่างชัดเจน พร้อมจุดน่าสนใจมากมาย เช่น โกดังดินที่สร้างขึ้นในช่วงปลายยุคบาคุมัตสึ

พิพิธภัณฑ์สืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านเมืองอาคิตะ แนะนำประเพณีและศิลปะการแสดงดั้งเดิมของเมืองอาคิตะ รวมถึงเทศกาลคันโตอาคิตะ
พิพิธภัณฑ์สืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านเมืองอาคิตะ แนะนำประเพณีและศิลปะการแสดงดั้งเดิมของเมืองอาคิตะ รวมถึงเทศกาลคันโตอาคิตะ
บ้านเก่าตระกูลคาเนโกะที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมไว้
บ้านเก่าตระกูลคาเนโกะที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมไว้

ชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น “พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นอาคารอิฐแดงเมืองอาคิตะ” ซึ่งใช้อาคารทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ

เดินจากพิพิธภัณฑ์สืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านเมืองอาคิตะและบ้านเก่าตระกูลคาเนโกะประมาณ 5 นาที จุดต่อไปคือพิพิธภัณฑ์อาคารอิฐแดงเมืองอาคิตะ ซึ่งใช้อาคารสำนักงานใหญ่เดิมของธนาคารอาคิตะที่สร้างเสร็จในปี 1912

ห้องโถงรับรองลูกค้าที่เป็นศูนย์กลางของตัวอาคารภายใน โดดเด่นด้วยพื้นที่เปิดโล่งแบบโถงสูงกว้างขวาง เดิมเคยใช้ต้อนรับลูกค้าในสมัยที่ยังเป็นธนาคาร บรรยากาศสวยสะดุดตาราวกับอยู่ในฉากภาพยนตร์ย้อนยุค ระหว่างเดินชมก็จะได้สัมผัสบรรยากาศของช่วงเวลาที่อาคารแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นธนาคารไปด้วย และในอาคารส่วนใหม่ยังมีนิทรรศการพิเศษเกี่ยวกับอาคิตะอีกด้วย

อาคารที่สร้างขึ้นเป็นธนาคารในช่วงปลายสมัยเมจิ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
อาคารที่สร้างขึ้นเป็นธนาคารในช่วงปลายสมัยเมจิ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ

รวมของอร่อยตามฤดูกาลของอาคิตะไว้ครบ! พักเที่ยงที่ “ตลาดประชาชนอาคิตะ”

เริ่มหิวกันแล้วก็ถึงเวลามื้อกลางวันที่รอคอย! มุ่งหน้าไปยังตลาดประชาชนอาคิตะซึ่งอยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์อาคารอิฐแดงเมืองอาคิตะโดยเดินประมาณ 15 นาที เป็นแหล่งรวมวัตถุดิบสดใหม่จากทั่วอาคิตะ และยังมีร้านค้าที่เชฟมืออาชีพมาเลือกซื้อของกันด้วย

ภายในตลาดมีร้านอาหารหลากหลาย ทั้งซูชิสายพานและราเมง จึงเลือกมื้อกลางวันได้ตามชอบ ครั้งนี้เราจะลอง “นกเกะด้ง” โดยซื้อข้าวแล้วไปเลือกหน้าปลาดิบจากร้านอาหารทะเลในตลาดมาจัดเป็นข้าวหน้าทะเลในแบบของตัวเอง

รวมความอร่อยของอาคิตะไว้ที่นี่! หลังมื้ออาหารยังสนุกกับการเลือกซื้อของฝากได้อีกด้วย
รวมความอร่อยของอาคิตะไว้ที่นี่! หลังมื้ออาหารยังสนุกกับการเลือกซื้อของฝากได้อีกด้วย

อิ่มอร่อยกับอาหารตามฤดูกาลของอาคิตะแล้ว เดินกลับสถานีอาคิตะอีกประมาณ 10 นาที
รับรถจากร้านเช่ารถบริเวณรอบสถานี แล้วเริ่มต้นขับรถเที่ยวสู่คาบสมุทรโอกะ!

แวะระหว่างทางที่ “มิจิโนะเอกิ ท่าเรืออาคิตะ พอร์ตทาวเวอร์ เซลิออน”

ระหว่างทางไปคาบสมุทรโอกะ ลองแวะที่มิจิโนะเอกิ ท่าเรืออาคิตะ พอร์ตทาวเวอร์ เซลิออน แลนด์มาร์กประจำท่าเรืออาคิตะ

หอคอยกระจกทั้งหลังสูง 143 เมตรแห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแวะพักระหว่างขับรถ ภายในชั้น 1 มีร้านสินค้าท้องถิ่น “เซลิออนการ์เดน” และที่ความสูง 96 เมตรมีคาเฟ่วิวสวย “เซลิออนคาเฟ่” จากจุดชมวิวฟรีที่ความสูง 100 เมตร สามารถมองเห็นคาบสมุทรโอกะที่กำลังจะไปเยือน รวมถึงทะเลญี่ปุ่นและตัวเมืองอาคิตะได้แบบพาโนรามา เป็นอีกช่วงที่ชวนให้หยุดมองวิวเพลินๆ

หอคอยสูง 143 เมตร ที่เป็นสัญลักษณ์ของท่าเรืออาคิตะ
หอคอยสูง 143 เมตร ที่เป็นสัญลักษณ์ของท่าเรืออาคิตะ
จุดชมวิวฟรีที่ความสูง 100 เมตร มีม้านั่งสำหรับคู่รักด้วย
จุดชมวิวฟรีที่ความสูง 100 เมตร มีม้านั่งสำหรับคู่รักด้วย

มุ่งหน้าสู่คาบสมุทรโอกะ ดินแดนที่มีชื่อเสียงจาก “นามาฮาเงะ” มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้!

ออกจากมิจิโนะเอกิ ท่าเรืออาคิตะ พอร์ตทาวเวอร์ เซลิออน แล้วมุ่งหน้าไปยังคาบสมุทรโอกะ คาบสมุทรที่อุดมด้วยธรรมชาติทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดอาคิตะ ที่นี่มีชื่อเสียงจากพิธี “นามาฮาเงะแห่งโอกะ” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกด้วย

คาบสมุทรโอกะมีทะเลล้อมรอบถึงสามด้าน และยังขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของทิวทัศน์ที่ต่อเนื่องจากภูเขาสู่ทะเล มีทั้งวิวสวยและสถานที่ท่องเที่ยวให้แวะระหว่างทางหลายจุด ครั้งนี้เราจะพักค้างคืนที่ย่านออนเซ็นโอกะ เพื่อค่อยๆ ดื่มด่ำกับการขับรถเที่ยวรอบคาบสมุทรอย่างเต็มที่

รายล้อมด้วยทะเลญี่ปุ่น ทิวทัศน์อันงดงามชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย
รายล้อมด้วยทะเลญี่ปุ่น ทิวทัศน์อันงดงามชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย

เดินเล่นที่จุดชมวิวสวย “ชายฝั่งอุโนะซากิ” ซึ่งได้รับฉายาว่า “อุยูนีแห่งอาคิตะ”!

ขับรถจากมิจิโนะเอกิ ท่าเรืออาคิตะ พอร์ตทาวเวอร์ เซลิออนประมาณ 40 นาที ก็ถึงชายฝั่งอุโนะซากิ จุดชมวิวสวยทางตอนใต้ของคาบสมุทรโอกะ!

ชายฝั่งยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตรแห่งนี้เป็นจุดที่โด่งดังจากทิวทัศน์สวยงาม จนได้รับการขนานนามว่า “อุยูนีแห่งอาคิตะ” บนผิวน้ำตื้นจะสะท้อนภาพท้องฟ้าสีครามและแสงอาทิตย์ยามเย็นอย่างน่าประทับใจ หากเป็นช่วงน้ำลง ยังสามารถเดินออกไปกลางทะเลได้ประมาณ 200 เมตร ถ้ามาถูกจังหวะก็อยากชวนให้ลองเดินเล่นดู

เก็บภาพวิวสวยสะดุดตาไว้ในความทรงจำให้เต็มที่
เก็บภาพวิวสวยสะดุดตาไว้ในความทรงจำให้เต็มที่

พักค้างคืนที่ “โอกะออนเซ็นเคียว” ย่านออนเซ็นที่เต็มไปด้วยบรรยากาศนามาฮาเงะ

หลังประทับใจกับวิวสวยแล้ว ก็ถึงเวลาเดินทางสู่ที่พักของวันนี้ มุ่งหน้าไปยังโอกะออนเซ็นเคียวโดยรถยนต์ประมาณ 30 นาที

โอกะออนเซ็นเคียวซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของคาบสมุทรโอกะ เป็นย่านออนเซ็นที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุร้อนเพื่อผิวสวย เหมาะสำหรับแช่ออนเซ็นชิลๆ เพื่อคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ที่ “โอกะออนเซ็นโคเรียวคัง โกฟู” ซึ่งอยู่ภายในย่านออนเซ็น ยังมีการแสดง “กลองนามาฮาเงะ” ที่ผสานนามาฮาเงะเข้ากับการตีกลองวาโกะอย่างน่าตื่นตา และได้รับความนิยมมาก ถ้ามีเวลาก็อยากให้ลองแวะชมกัน

มีรูปปั้นนามาฮาเงะคอยต้อนรับ
เครดิตภาพ: Oga Navi มีรูปปั้นนามาฮาเงะคอยต้อนรับ
“โอกะออนเซ็นโคเรียวคัง โกฟู” ที่สามารถชมการแสดงกลองวาโกะโดยนามาฮาเงะได้
“โอกะออนเซ็นโคเรียวคัง โกฟู” ที่สามารถชมการแสดงกลองวาโกะโดยนามาฮาเงะได้

Day2|วันที่ 2 เที่ยวคาบสมุทรโอกะให้เต็มอิ่ม!

หลังพักผ่อนเต็มที่ที่โอกะออนเซ็นเคียว เช้าวันที่ 2 ก็ได้เวลาออกไปเที่ยวคาบสมุทรโอกะกันต่อแบบเต็มอิ่ม!

มุ่งหน้าไปยัง “วัดอุนโชจิ” วัดชื่อดังที่โด่งดังเรื่องดอกไฮเดรนเยีย

สถานที่แรกของวันที่ 2 คือ “วัดอุนโชจิ” วัดนิกายโซโตะที่อยู่ห่างจากที่พักโดยรถยนต์ประมาณ 10 นาที

วัดเก่าแก่แห่งนี้เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในปี 1624 และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้กลายเป็นสถานที่ชมดอกไฮเดรนเยียยอดนิยม หลังใช้เวลากว่า 15 ปีในการดูแล ปัจจุบันมีดอกไฮเดรนเยียมากกว่า 2,000 ต้น แต่งแต้มบริเวณวัดจนเกิดเป็นทิวทัศน์สุดตระการตา ฤดูกาลชมดอกไม้โดยทั่วไปอยู่ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม สามารถเพลิดเพลินกับภาพงดงามที่ย้อมพื้นที่รอบๆ ให้เป็นสีฟ้าได้ ถ้ามาเที่ยวช่วงนี้แล้วจัดแผนทริปให้ตรงเวลาก็น่าสนใจไม่น้อย!

อาคารหลักที่สร้างขึ้นในสมัยเอโดะ ประดิษฐานพระศากยมุนีซึ่งเป็นพระประธาน
อาคารหลักที่สร้างขึ้นในสมัยเอโดะ ประดิษฐานพระศากยมุนีซึ่งเป็นพระประธาน
ดอกไฮเดรนเยียมากกว่า 2,000 ต้น เปลี่ยนบรรยากาศในวัดให้ราวกับอีกโลกหนึ่ง! โดยทั่วไปช่วงบานเต็มที่คือปลายเดือนมิถุนายน
ดอกไฮเดรนเยียมากกว่า 2,000 ต้น เปลี่ยนบรรยากาศในวัดให้ราวกับอีกโลกหนึ่ง! โดยทั่วไปช่วงบานเต็มที่คือปลายเดือนมิถุนายน

สัมผัสพิธีนามาฮาเงะที่ “พิพิธภัณฑ์สืบทอดชินซังโอกะและพิพิธภัณฑ์นามาฮาเงะ”!

ขับรถจากวัดอุนโชจิประมาณ 7 นาที จุดต่อไปคือพิพิธภัณฑ์สืบทอดชินซังโอกะและพิพิธภัณฑ์นามาฮาเงะ ที่นี่คุณจะได้สัมผัสพิธี “นามาฮาเงะ” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก!

ที่พิพิธภัณฑ์สืบทอดชินซังโอกะ สามารถชมลำดับพิธี “นามาฮาเงะ” ซึ่งจัดขึ้นในคืนส่งท้ายปีเก่าได้อย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นค่อยไปต่อที่ “พิพิธภัณฑ์นามาฮาเงะ” ที่อยู่ติดกัน เพื่อชมหน้ากากและชุดแต่งกายจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วคาบสมุทรโอกะ แล้วทำความรู้จักนามาฮาเงะให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

สามารถสัมผัสประเพณีนามาฮาเงะที่สืบทอดในย่านชินซังได้อย่างใกล้ชิด
สามารถสัมผัสประเพณีนามาฮาเงะที่สืบทอดในย่านชินซังได้อย่างใกล้ชิด
ร้านขายของที่ระลึกในพิพิธภัณฑ์นามาฮาเงะมีสินค้าธีมนามาฮาเงะที่หาซื้อได้ที่นี่เท่านั้น จึงน่าแวะมาก
ร้านขายของที่ระลึกในพิพิธภัณฑ์นามาฮาเงะมีสินค้าธีมนามาฮาเงะที่หาซื้อได้ที่นี่เท่านั้น จึงน่าแวะมาก

สะดุดตาด้วยอาคารสีแดงสด! พักเที่ยงที่ “วังนามาฮาเงะแห่งเนียวโดซากิ (นิวฮาตะคาเนะ)”

ได้เวลาอาหารกลางวันพอดี มื้อเที่ยงวันนี้ขับรถต่อประมาณ 14 นาที ไปยังร้านอาหารที่แหลมเนียวโดซากิ ปลายตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรโอกะ ซึ่งมีทิวทัศน์งดงามน่าประทับใจ!

“วังนามาฮาเงะแห่งเนียวโดซากิ (นิวฮาตะคาเนะ)” เป็นร้านอาหารที่โดดเด่นด้วยอาคารภายนอกสีแดงสดในรูปใบหน้านามาฮาเงะ ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็น “ต้นกำเนิดข้าวหน้าทะเล” เมนูที่ไม่ควรพลาดแน่นอนคือ “ข้าวหน้าทะเล” ที่อัดแน่นด้วยอาหารทะเลสดจากโอกะ อีกทั้งยังมีตัวเลือกหลากหลาย เช่น เมนูซิกเนเจอร์ “ข้าวหน้าทะเลข้ามกาลเวลา” เรียกได้ว่าเลือกเพลินจนตัดสินใจยากแน่นอน!
หลังมื้ออาหารยังสามารถแวะเลือกซื้อของฝากที่มุมของฝากซึ่งอยู่ชั้น 1 ได้อีกด้วย

มีตุ๊กตานามาฮาเงะยืนต้อนรับอยู่หน้าร้าน
มีตุ๊กตานามาฮาเงะยืนต้อนรับอยู่หน้าร้าน
“ข้าวหน้าทะเลข้ามกาลเวลา” ข้าวหน้าทะเลทุกเมนูเสิร์ฟพร้อมซุปมิโสะและผักดอง
“ข้าวหน้าทะเลข้ามกาลเวลา” ข้าวหน้าทะเลทุกเมนูเสิร์ฟพร้อมซุปมิโสะและผักดอง

ชมวิวสุดอลังการของทะเลญี่ปุ่นจาก “เนียวโดซากิ” จุดเหนือสุดของคาบสมุทรโอกะ!

อิ่มอร่อยกับข้าวหน้าทะเลแล้ว ออกเดินเล่นย่อยอาหารที่เนียวโดซากิกันต่อ

เนียวโดซากิเป็นจุดชมวิวที่มีลานหญ้าโล่งทอดยาวไปสู่หน้าผาสูง 30 เมตร และทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของทะเลญี่ปุ่น สัญลักษณ์ของที่นี่คือ “ประภาคารเนียวโดซากิ” ลายขาวดำ ซึ่งเป็นหนึ่งในประภาคารไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นที่สามารถขึ้นไปด้านบนได้ จากประภาคารสูงประมาณ 28 เมตรแห่งนี้ คุณจะได้ชมวิวพาโนรามาของคาบสมุทรโอกะและทะเลญี่ปุ่นแบบเต็มตา

ความตัดกันของผืนดินสีเขียว ท้องฟ้าสีฟ้า และทะเลญี่ปุ่นที่กว้างไกลนั้นงดงามอย่างมาก
ความตัดกันของผืนดินสีเขียว ท้องฟ้าสีฟ้า และทะเลญี่ปุ่นที่กว้างไกลนั้นงดงามอย่างมาก

ชมวิวรอบทิศแบบเต็มตาที่ “หอชมวิวหมุนคัมปูซัง” จุดชมวิวหมุนได้ 360 องศา

หลังจากดื่มด่ำกับวิวสวยของเนียวโดซากิแล้ว ขับรถต่อประมาณ 30 นาทีไปยังจุดหมายสุดท้ายของทริปนี้ “หอชมวิวหมุนคัมปูซัง”

หอชมวิวหมุนคัมปูซังตั้งอยู่บนยอดเขาคัมปูซังที่มีความสูง 355 เมตร บริเวณคอคอดของคาบสมุทรโอกะ โดยชั้น 4 เป็นจุดชมวิวทรงกลมที่หมุนได้ครบ 1 รอบในเวลาประมาณ 13 นาที! จึงสามารถเพลิดเพลินกับวิวพาโนรามา 360 องศาแบบไม่มีอะไรมาบดบัง ที่นี่มีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของฝาก และโถงชมวิวในแต่ละชั้นด้วย ถ้ามีเวลาก็อย่าลืมแวะเดินชมให้ทั่ว

เดินขึ้นทางลาดจากลานจอดรถไปยังจุดชมวิว
เดินขึ้นทางลาดจากลานจอดรถไปยังจุดชมวิว
มองเห็นวิวสวยของคาบสมุทรโอกะที่เที่ยวมาตลอดทริปได้แบบรอบด้าน!
มองเห็นวิวสวยของคาบสมุทรโอกะที่เที่ยวมาตลอดทริปได้แบบรอบด้าน!

ตารางทริปแผนเที่ยวอาคิตะ 2 วัน 1 คืน

Day1

9:25
สถานี JR อาคิตะ
...
เดินประมาณ 15 นาที
10:15
พิพิธภัณฑ์สืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านเมืองอาคิตะและบ้านเก่าตระกูลคาเนโกะ
...
เดินประมาณ 5 นาที
11:00
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นอาคารอิฐแดงเมืองอาคิตะ
...
เดินประมาณ 15 นาที
11:45
ตลาดประชาชนอาคิตะ
...
เดินประมาณ 10 นาที
13:50
รับรถเช่าที่สถานี JR อาคิตะ แล้วขับรถเที่ยวสู่คาบสมุทรโอกะ!
...
ขับรถจากสถานีประมาณ 16 นาที
14:30
มิจิโนะเอกิ ท่าเรืออาคิตะ พอร์ตทาวเวอร์ เซลิออน
...
ขับรถประมาณ 43 นาที
15:30
ชายฝั่งอุโนะซากิ
...
ขับรถประมาณ 30 นาที
17:00
โอกะออนเซ็นเคียว

Day2

แผนที่แผนเที่ยวอาคิตะ 2 วัน 1 คืน

บทสรุป

ทริปถ่ายรูปที่ได้สัมผัสทั้งวิวสวยและวัฒนธรรมดั้งเดิมของจังหวัดอาคิตะ เป็นทริปแบบที่คุณชอบไหม?
ครั้งนี้เราได้แนะนำเส้นทางขับรถจากเมืองอาคิตะไปยังคาบสมุทรโอกะ แต่จริงๆ แล้วในจังหวัดอาคิตะยังมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมากมาย เช่น คาคุโนะดาเตะที่ได้รับฉายาว่า “เกียวโตน้อยแห่งมิจิโนะคุ” และนิวโตะออนเซ็นที่มีชื่อเสียงเรื่องออนเซ็นลับ
ถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวจังหวัดอาคิตะ ลองอ่านบทความด้านล่างเพิ่มเติมไว้เป็นไอเดียกันต่อได้เลย

Author