
9 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฟูจิโยชิดะ ออกเดินทางไปพบวิวสวยตระการตาหลากหลายของภูเขาไฟฟูจิ
ถ้าอยากชมภูเขาไฟฟูจิในหลากหลายมุมแบบใกล้ชิด “ฟูจิโยชิดะ” เป็นเมืองที่ชวนให้แวะมาเยือนสักครั้ง
ทั่วทั้งเมืองมีจุดชมวิวสวยๆ กระจายอยู่มากมาย และมองเห็นภูเขาอันยิ่งใหญ่ได้จากหลายแห่ง
ระหว่างเที่ยว คุณยังจะได้สัมผัสศาลเจ้าที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ความศรัทธาต่อภูเขาไฟฟูจิ และทิวทัศน์เมืองที่ยังคงกลิ่นอายของเมืองพักแรมในอดีตเอาไว้
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์ของฟูจิโยชิดะ ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่น่าแวะเมื่อมาเยือนที่นี่
ฟูจิโยชิดะเป็นสถานที่แบบไหน?
หากนึกถึงเมืองเชิงภูเขาไฟฟูจิที่มองเห็นวิวได้กว้างแบบเต็มตา ฟูจิโยชิดะก็เป็นชื่อที่มักถูกพูดถึงอยู่เสมอ
เมืองนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดยามานาชิ และอยู่เชิงภูเขาไฟฟูจิ
ด้วยระดับความสูงประมาณ 750 เมตรและอากาศที่ปลอดโปร่ง จึงสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิอันยิ่งใหญ่ได้จากแทบทุกมุมของเมือง
ทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดใจผู้มาเยือนได้เสมอ
ที่นี่รุ่งเรืองมาแต่โบราณในฐานะดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความศรัทธาต่อภูเขาไฟฟูจิ และในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) มีผู้คนจำนวนมากที่เป็น “โอชิ” ซึ่งเป็นผู้นำทางการขึ้นภูเขาไฟฟูจิ อาศัยอยู่ และเมืองก็พัฒนาเป็นฐานสำหรับการพักแรมและการสักการะ
ภายในเมืองยังมีจุดต่างๆ ที่คงบรรยากาศในอดีตไว้ เช่น ศาลเจ้าคิตะงุจิฮงกู ฟูจิเซ็นเก็น (Kitaguchi Hongu Fuji Sengen Jinja) ที่มีประวัติยาวนานมากกว่า 1,900 ปี
เมืองนี้ยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งผลิตผ้าทอที่มีประวัติมากกว่า 1,000 ปี และยังสามารถเพลิดเพลินกับการชมโรงงานหรือทดลองทอผ้าด้วยมือได้
สิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นในเมืองแห่งผ้าทอนี้ก็คือ “โยชิดะอุด้ง” อุด้งที่ว่ากันว่าเหนียวและแข็งที่สุดในญี่ปุ่น
จุดเริ่มต้นมาจากผู้ชายในท้องถิ่นที่นวดอุด้งให้อิ่มท้องแทนผู้หญิงซึ่งยุ่งกับงานทอผ้า
ปัจจุบัน โยชิดะอุด้งกลายเป็นอาหารขึ้นชื่อประจำฟูจิโยชิดะที่ได้รับความนิยมจากผู้คนมากมาย ถ้าคุณมาเที่ยวที่นี่ก็น่าลองชิมสักครั้ง

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำสำหรับฟูจิโยชิดะคือช่วงไหน?
หากจะมาเที่ยวฟูจิโยชิดะ ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงถือว่าแนะนำเป็นพิเศษ
ในฤดูใบไม้ผลิ คุณจะได้ชมวิวสุดประทับใจของภูเขาไฟฟูจิ โดยมีซากุระประมาณ 650 ต้นในสวนอาราคุระยามะเซ็นเก็น และเจดีย์ห้าชั้นเป็นฉากหน้า
ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เปลี่ยนสีอย่างสวยงาม และทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิคู่กับใบไม้แดงก็ชวนให้ผู้มาเยือนหลงใหล
ไม่ว่าคุณจะมาในช่วงไหน ก็มีโอกาสได้พบกับวิวสวยที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอย่างแน่นอน
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของฟูจิโยชิดะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบา หรือเสื้อแขนสั้นก็สบาย
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือจะใส่โค้ตก็ได้
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ตอุ่นๆ
เดินทางไปฟูจิโยชิดะอย่างไร?
จากสถานีโตเกียวไปฟูจิโยชิดะ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงโดยรถบัสด่วน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรถบัสด่วนมีจำนวนเที่ยววิ่งไม่มาก การเดินทางด้วยรถไฟจึงวางแผนตารางได้ง่ายกว่า
หากเดินทางด้วยรถไฟ ให้นั่ง JR จากสถานีโตเกียวไปสถานีชินจูกุ แล้วต่อรถด่วนพิเศษ “ฟูจิไคยู” ที่วิ่งตรงกับรถไฟฟูจิคิว ก็จะถึงได้ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
นอกจากนี้ จากสถานีโคฟุซึ่งเป็นสถานีหลักของจังหวัดยามานาชิ ใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
วิธีเดินทางหลักสำหรับเที่ยวฟูจิโยชิดะ
เมื่อเที่ยวในฟูจิโยชิดะ รถบัสถือเป็นวิธีเดินทางหลัก
หากใช้รถบัสวนรอบเมือง “ทาวน์สนีกเกอร์” ก็สามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น สวนอาราคุระยามะเซ็นเก็น และศาลเจ้าคิตะงุจิฮงกู ฟูจิเซ็นเก็น ได้
สำหรับสถานที่ที่เข้าถึงด้วยรถบัสได้ยาก แนะนำให้ใช้แท็กซี่
หากต้องการเดินทางได้สะดวกและคล่องตัวมากขึ้น การเช่ารถก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ
อิ่มเอมทั้งวิวสวยและประวัติศาสตร์วัฒนธรรม! 9 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฟูจิโยชิดะ
ถ้าอยากสัมผัสทั้งวิวภูเขาไฟฟูจิและเรื่องราวทางวัฒนธรรมของพื้นที่ ลองเริ่มจากสถานที่เหล่านี้ได้เลย
ระหว่างเที่ยว คุณจะค่อยๆ เจอทั้งมุมชมวิวสวยและร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ยังคงอยู่ในเมือง ใช้รายชื่อที่แนะนำนี้เป็นไอเดียสำหรับวางแผนทริปได้ตามสบาย
1. ศาลเจ้าอาราคุระฟูจิเซ็นเก็น
ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่บนไหล่เขาของภูเขาอาราคุระ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 705 ในฐานะศาลเจ้าประจำท้องถิ่นของหมู่บ้านอาราคุระโก อำเภอยัตสึชิโระ แคว้นไค ซึ่งตรงกับพื้นที่เขตอาราคุระในปัจจุบัน
ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิ โดยเฉพาะจากจุดชมวิวที่อยู่ด้านบนหลังผ่านเสาโทริอิใหญ่ขึ้นไป จะสามารถมองเห็นเจดีย์ชูเรโตะ เจดีย์ห้าชั้น ทิวทัศน์เมืองฟูจิโยชิดะ และภูเขาไฟฟูจิได้ในมุมเดียว จึงเป็นจุดถ่ายภาพยอดเยี่ยม

2. ฟูจิคิวไฮแลนด์
ฟูจิคิวไฮแลนด์เป็นสวนสนุกที่มีตั้งแต่เครื่องเล่นหวาดเสียวระดับโลกไปจนถึงธีมพาร์กของตัวละครต่างๆ
มีเครื่องเล่นสุดมันมากมาย เช่น “FUJIYAMA” ที่ได้ฉายาว่าเป็นราชาแห่งรถไฟเหาะ ด้วยความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ “เอะเอะจาไนกะ” รถไฟเหาะสุดเร้าใจที่หมุนรวมได้ถึง 14 รอบ

3. ศาลเจ้าคิตะงุจิฮงกู ฟูจิเซ็นเก็น
ศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีประวัติมากกว่า 1,900 ปี และเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของมรดกโลก “ภูเขาไฟฟูจิ”
มีการเล่าต่อกันมาว่า จุดเริ่มต้นของศาลเจ้าแห่งนี้มาจากยามาโตะทาเครุที่กำหนดให้ที่นี่เป็นสถานที่สักการะภูเขาไฟฟูจิจากระยะไกล และยังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางปีนเขาฝั่งโยชิดะกุจิด้วย
เมื่อเดินไปตามทางเข้าสู่ศาลเจ้าที่เต็มไปด้วยต้นสนซีดาร์และโคมหินเรียงรายในบรรยากาศสง่างาม ก็จะพบกับ “ฟูจิซังโอโทริอิ” เสาโทริอิไม้ขนาดใหญ่ระดับต้นๆ ของญี่ปุ่น

เทศกาลไฟโยชิดะ (เทศกาลชินกะไซ)
เทศกาลนี้เป็นพิธีของศาลเจ้าคิตะงุจิฮงกู ฟูจิเซ็นเก็น และศาลเจ้าสุวะซึ่งเป็นศาลเจ้าย่อย จึงถูกเรียกว่า “ชินกะไซ” ด้วย โดยว่ากันว่ามีรากมาจากเรื่องเล่าที่เทพเจ้าประจำศาลเจ้าให้กำเนิดบุตรท่ามกลางเปลวเพลิง และเชื่อว่าเป็นพิธีเพื่อสงบการปะทุของภูเขาไฟฟูจิ
เทศกาลที่มีการจุดคบเพลิงขนาดใหญ่ทั่วทั้งเมืองนี้ ยังถูกนับเป็นหนึ่งในสามเทศกาลสุดแปลกของญี่ปุ่น ร่วมกับเทศกาลโอบิมัตสึริแห่งชิมาดะ จังหวัดชิซุโอกะ และเทศกาลฮาดากะมัตสึริแห่งโคโนะมิยะ จังหวัดไอจิ อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ของจังหวัดยามานาชิ
เทศกาลจัดต่อเนื่อง 2 วัน โดยในช่วงบ่ายของวันที่ 26 จะเริ่มพิธีที่ศาลเจ้าเซ็นเก็น และเมื่อถึงช่วงเย็นหลังเสร็จพิธี เหล่าผู้แบกศาลเจ้าและชาวท้องถิ่นจะช่วยกันตั้งคบเพลิงขนาดใหญ่ขึ้นทีละต้น

4. มิจิโนเอกิ ฟูจิโยชิดะ
จุดพักรถริมทางยอดนิยมที่ติดอันดับต้นๆ อยู่เสมอใน “การจัดอันดับมิจิโนเอกิของภูมิภาคคันโต” และยังเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิอยู่ตรงหน้าอย่างสวยงาม
ภายในพื้นที่เดียวกันยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก เช่น “พิพิธภัณฑ์โดมเรดาร์ภูเขาไฟฟูจิ” ซึ่งเป็นสถานที่เรียนรู้เชิงประสบการณ์เกี่ยวกับการสังเกตการณ์อุตุนิยมวิทยา “ฟูจิซังอารีนา” ที่มีสนามเด็กเล่นในร่ม และ “ด็อกรัน” สำหรับให้สุนัขวิ่งเล่นได้ฟรี

5. สวนอาราคุระยามะเซ็นเก็น
สวนอาราคุระยามะเซ็นเก็นมีชื่อเสียงจากวิวสวยของ “ภูเขาไฟฟูจิ” คู่กับเจดีย์ห้าชั้น “ชูเรโตะ”
ภายในสวนมีต้นซากุระปลูกราว 650 ต้น และในฤดูใบไม้ผลิจะได้ชมภาพวิวแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ของภูเขาไฟฟูจิ เจดีย์ห้าชั้น และซากุระในฉากเดียว
ทิวทัศน์นี้ได้รับความนิยมอย่างมากจนปรากฏในหนังสือแนะนำญี่ปุ่นหลากหลายเล่ม

6. คานาโดริอิ
“คานาโดริอิ” เป็นสัญลักษณ์ของฟูจิโยชิดะและเป็นที่รู้จักในฐานะสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาต่อภูเขาไฟฟูจิ
ตั้งอยู่ห่างจากสถานีภูเขาไฟฟูจิโดยเดินประมาณ 5 นาที และสร้างคร่อมถนนเอาไว้
ภาพของภูเขาไฟฟูจิที่มองเห็นผ่านเชือกชิเมนาวะซึ่งประดับไว้เพื่อแสดงถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นทิวทัศน์พิเศษที่พบได้ที่นี่เท่านั้น
เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางปีนเขาที่ต่อเนื่องไปยังยอดภูเขาไฟฟูจิ จึงถูกเรียกว่า “อิจิโนะโทริอิ” ด้วย

7. สวนโนซง
“สวนโนซง” คือจุดชมวิวที่คุณสามารถดื่มด่ำกับความงดงามของภูเขาไฟฟูจิได้อย่างสบายๆ
ภายในสวนและพื้นที่โดยรอบมีแปลงเกษตรที่เกษตรกรท้องถิ่นปลูกข้าวและพืชผักหลากหลายชนิดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
ท่ามกลางทิวทัศน์ชนบท คุณจะสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้เต็มตาโดยไม่มีสิ่งบดบัง
ในฤดูใบไม้ผลิสามารถชม “ฟูจิกลับหัว” ที่สะท้อนอยู่บนผืนนา ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง จะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิที่โอบล้อมด้วยใบไม้เปลี่ยนสี โดยมีรวงข้าวสีทองพลิ้วไหวอยู่เบื้องหน้า
ด้วยบรรยากาศเงียบสงบและนักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่าน ที่นี่จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากซึมซับวิวสวยของภูเขาไฟฟูจิอย่างเต็มที่

8. ฟูจิอาโซยามะ ไดจิงกู
“ฟูจิอาโซยามะ ไดจิงกู” เป็นศาลเจ้าที่มีเสน่ห์จากบรรยากาศลึกลับและสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์
ในอดีตเชื่อกันว่าการปะทุของภูเขาไฟฟูจิเกิดจากความพิโรธของเทพเจ้า จึงมีการสร้างศาลเจ้าขึ้นที่เชิงเขาเพื่อสงบความโกรธนั้น
เทพเจ้าหลักที่สักการะคือ “โมโตะสุ ฮิโตะไทโอคามิ” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผู้สร้างจักรวาล
ภายในบริเวณศาลเจ้ามีจุดเด่นหลายแห่ง เช่น “มิบาชิระโทริอิ” เสาโทริอิแบบหายากที่ประกอบด้วยเสา 3 ต้น และทางเข้าศาลเจ้าที่มีรูปทรงคล้ายสัญลักษณ์อินฟินิตี้ รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะเฉพาะอีกมากมาย

9. ฟูจิมิจิ (ถนนฮมมาจิโดริ)
“ฟูจิมิจิ” ถนนในใจกลางฟูจิโยชิดะ หรือที่เรียกกันว่า “ถนนฮมมาจิโดริ” เป็นจุดที่มีชื่อเสียงสำหรับการชมภูเขาไฟฟูจิอยู่ตรงหน้า
สองฝั่งถนนเรียงรายไปด้วยย่านร้านค้าที่คงกลิ่นอายยุคโชวะ ป้ายแบบเรโทร เสาไฟ และสายไฟที่พาดไขว้กันอย่างหนาแน่น ช่วยสร้างบรรยากาศเฉพาะตัว
ที่นี่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย และเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ดึงดูดทั้งช่างภาพและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
โดยเฉพาะวิวจากบริเวณ “แยกฮมมาจิ 2 โจเมะ” ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ
รอบๆ ยังมีทั้งร้านเก่าแก่และร้านโยชิดะอุด้งชื่อดังให้แวะระหว่างเดินเล่น พร้อมชมวิวสวยไปด้วย
อย่างไรก็ตาม โปรดหลีกเลี่ยงการออกไปถ่ายภาพบนถนน หรือการกระทำที่รบกวนชาวบ้านและผู้สัญจร เพื่อให้ทุกคนได้เที่ยวอย่างมีมารยาท

อย่าพลาดอาหารท้องถิ่น! 3 ร้านอาหารยอดนิยมในฟูจิโยชิดะ
มาเที่ยวฟูจิโยชิดะทั้งที ลองเผื่อเวลาไว้สำหรับชิมอาหารท้องถิ่นและร้านดังที่คนในพื้นที่คุ้นเคยกันด้วย
ตั้งแต่ร้านโยชิดะอุด้งชื่อดังซึ่งเป็นโซลฟู้ดประจำถิ่น ไปจนถึงร้านกาแฟบรรยากาศเรโทร บทความนี้คัดร้านที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจมาให้ลองตามรอยกัน
1. กันโซะ มิวระอุด้ง
กันโซะ มิวระอุด้ง เป็นร้านโยชิดะอุด้งชื่อดังในเมืองฟูจิโยชิดะ จังหวัดยามานาชิ เปิดกิจการมาตั้งแต่ปีโชวะ 56 หรือ ค.ศ. 1981
โยชิดะอุด้งมีจุดเด่นที่เส้นแข็งและเหนียวมาก จนได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 เมนูอาหารพื้นบ้านของหมู่บ้านเกษตร ภูเขา และประมง” และเป็นโซลฟู้ดที่ขาดไม่ได้สำหรับคนท้องถิ่น
เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งคืออุด้งเนื้อ ซึ่งความพิเศษของร้านนี้คือใช้เนื้อม้าแทนเนื้อวัว

2. สึรุยะโชกุโด
ร้านเก่าแก่ของโยชิดะอุด้งที่เปิดมาประมาณ 70 ปี ว่ากันว่าการใช้เนื้อม้าเป็นเนื้อในโยชิดะอุด้งซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเรื่องปกตินั้น เริ่มต้นจากที่นี่
เส้นอุด้งใช้เกลือทะเลที่อุดมด้วยแร่ธาตุ และมีปริมาณเกลือน้อยกว่าปกติของโยชิดะอุด้งประมาณครึ่งหนึ่ง ส่วนน้ำซุปทำจากปลาเป็นเบส ใช้โชยุเป็นตัวปรุงรสและเติมมิโสะบ้านๆ ลงไป โดยไม่ใช้ผงชูรสเลย แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบ
เมนูมีให้เลือกทั้งเนื้อ เทมปุระ ไข่ เนื้อเทมปุระ และยังมี “เซ็นอิริอุด้ง” ที่รวมท็อปปิงทุกอย่างไว้ในชามเดียวด้วย

3. มงบลัง
“มงบลัง” คือร้านกาแฟที่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 และยังคงเป็นที่รักของคนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ภายในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และของใช้สไตล์เรโทร ให้บรรยากาศแบบร้านกาแฟดั้งเดิม
มีเมนูหลากหลายมากกว่า 250 รายการ ทั้งสปาเกตตี แกงกะหรี่ และแซนด์วิช
โดยเฉพาะพาร์เฟต์ไซซ์ยักษ์ที่สูงมากกว่า 30 เซนติเมตร ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก
เสิร์ฟมาแบบจัดเต็มทั้งไอศกรีมและพุดดิ้ง ดูโดดเด่นสะดุดตา เป็นเมนูที่เห็นแล้วอยากหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปทันที

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวฟูจิโยชิดะ
Q
หากมีเวลาสั้นๆ และอยากเที่ยวฟูจิโยชิดะให้คุ้ม ควรไปที่ไหน?
แนะนำ “ถนนฮมมาจิโดริ” ที่คุณจะได้เพลิดเพลินทั้งวิวสวยของภูเขาไฟฟูจิและอาหารขึ้นชื่อ
Q
ช่วงที่เหมาะสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสีในฟูจิโยชิดะคือเมื่อไร?
โดยทั่วไป ช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่สวยที่สุด
Q
ช่วงที่เหมาะสำหรับชมซากุระในฟูจิโยชิดะคือเมื่อไร?
โดยทั่วไป ซากุระจะสวยที่สุดในช่วงต้นถึงกลางเดือนเมษายน
บทสรุป
บทความนี้ได้พาไปรู้จักทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านอาหารน่าสนใจในฟูจิโยชิดะ
เสน่ห์ของเมืองนี้อยู่ที่การได้ค่อยๆ เดินชมถนนหนทาง บรรยากาศเก่าแก่ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ไปพร้อมกับวิวภูเขาไฟฟูจิที่เปลี่ยนมุมมองไปในแต่ละจุด
หากลองตามรอยสถานที่ที่แนะนำไว้ คุณก็น่าจะสัมผัสเสน่ห์ของเมืองนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม
จังหวัดยามานาชิเองก็ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากนอกเหนือจากฟูจิโยชิดะ
ถ้ากำลังวางแผนเที่ยวพื้นที่อื่นในยามานาชิด้วย ลองดูบทความด้านล่างต่อได้เลย