
สัมผัสวัฒนธรรมที่หยั่งรากในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่น! คู่มือเสน่ห์และวิธีสนุกกับเซ็นโต
ในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่น “เซ็นโต” เป็นสถานที่ที่ทั้งคุ้นเคยและให้ความรู้สึกพิเศษอยู่เสมอ
ที่นี่ไม่ได้มีไว้เพื่ออาบน้ำเท่านั้น แต่ยังมีบทบาททางวัฒนธรรมในฐานะพื้นที่รีเซ็ตจิตใจและเป็นชุมชนของคนในท้องถิ่น
แม้รูปแบบจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นมาจนถึงปัจจุบัน
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักภาพรวมของเซ็นโต วิธีสนุกกับการใช้บริการ รวมถึงขั้นตอนการเข้าใช้ มารยาท และข้อควรรู้ต่าง ๆ อย่างละเอียด
เรายังรวบรวมเซ็นโตแนะนำจากทั่วประเทศไว้ด้วย หากคุณสนใจวัฒนธรรมเซ็นโต อย่าพลาดอ่านจนจบ
เซ็นโต โรงอาบน้ำสาธารณะที่ชาวญี่ปุ่นใช้ในชีวิตประจำวัน
ถ้าพูดถึง “เซ็นโต” แบบเข้าใจง่าย ก็หมายถึงโรงอาบน้ำสาธารณะที่คนในชุมชนใช้บริการกันเป็นประจำในชีวิตประจำวัน
สถานที่ลักษณะนี้เปิดให้บริการตามข้อบัญญัติโรงอาบน้ำสาธารณะของแต่ละท้องถิ่น โดยมีจุดประสงค์หลักคือการอาบน้ำ และโดยทั่วไปจะมีห้องอาบน้ำขนาดใหญ่กับพื้นที่ชำระล้างแยกชายหญิง
บางแห่งใช้น้ำประปาอุ่น ขณะที่บางแห่งเป็น “ออนเซ็นเซ็นโต” ที่ใช้น้ำพุร้อนธรรมชาติ โดยอุปกรณ์และขนาดของแต่ละแห่งแตกต่างกันไป
สำหรับชาวญี่ปุ่น เซ็นโตทำหน้าที่เป็นพื้นที่ชุมชนมาอย่างยาวนาน ทั้งเป็นจุดพบปะข้ามรุ่นและสถานที่ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ
แม้จำนวนจะมีแนวโน้มลดลงตามยุคสมัย แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นสถานที่สำคัญในสังคมสมัยใหม่
ประวัติของเซ็นโตที่ฝังรากในวิถีชีวิตชาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีต
จุดกำเนิดของเซ็นโตย้อนกลับไปได้ถึงสมัยนาระ ระหว่างปี ค.ศ. 710–794
ในเวลานั้น วัดต่าง ๆ จะจัดสถานที่อาบน้ำเพื่อใช้ในพิธีชำระล้างที่เรียกว่า “โมคุโยคุ” ตามหลักพุทธศาสนา และมีการเปิดให้อาบน้ำฟรีแก่ผู้ยากไร้และผู้ป่วยในรูปแบบที่เรียกว่า “เซโยคุ”
เมื่อเข้าสู่ยุคคามาคุระ ระหว่างปี ค.ศ. 1185–1333 ธรรมเนียมการอาบน้ำเริ่มแพร่หลายในหมู่ประชาชนทั่วไป แต่เมื่อระบบศักดินาเสื่อมลง สถานะทางการเงินของวัดก็ตึงตัวมากขึ้น
จึงเกิดรูปแบบการเก็บค่าอาบน้ำขึ้น และเชื่อกันว่านี่คือจุดเริ่มต้นของเซ็นโตแบบเสียค่าใช้จ่าย
พอถึงยุคเอโดะ ระหว่างปี ค.ศ. 1603–1868 เซ็นโตก็แพร่หลายอย่างรวดเร็วและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
หลังเข้าสู่ยุคเมจิ ระหว่างปี ค.ศ. 1868–1912 มีการห้ามอาบน้ำรวมชายหญิงและมีการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกหลายด้าน จนเกิดความทันสมัยมากขึ้น
หลังสงคราม จำนวนผู้ใช้ลดลงจากการที่บ้านเรือนมีห้องอาบน้ำมากขึ้น ขณะเดียวกันในช่วงปลายยุคโชวะก็มีซูเปอร์เซ็นโตเกิดขึ้น ทำให้วัฒนธรรมการอาบน้ำมีความหลากหลายมากขึ้น
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คุณค่าของเซ็นโตได้รับการประเมินใหม่ และอาจกล่าวได้ว่าเซ็นโตคือมรดกทางวัฒนธรรมที่ผูกพันกับชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นมาอย่างลึกซึ้ง

เซ็นโตในฐานะพื้นที่ทางวัฒนธรรม
เสน่ห์ของเซ็นโตไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องการอาบน้ำ แต่ยังเป็น “พื้นที่ทางวัฒนธรรม” ที่ให้สัมผัสวิถีชีวิต สถาปัตยกรรม และศิลปะของท้องถิ่นได้อีกด้วย
ปล่องควันสูงที่มองเห็นได้จากระยะไกลเป็นเหมือนแลนด์มาร์กของย่าน ส่วนภายนอกที่หนักแน่นด้วยหลังคากระเบื้องและหน้าจั่วโค้งแบบคาราฮาฟุให้บรรยากาศสง่างามที่หยั่งรากในชุมชน
ป้ายร้านและผ้าม่านโนเรนสไตล์เรียบง่าย รวมถึงทางเข้าออกที่ใช้กระจกสี ก็เป็นจุดเด่นที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เมื่อมองเข้าไปด้านใน “บันได” ซึ่งเป็นจุดเด่นเชิงสัญลักษณ์ของเซ็นโตและมีบทบาทคอยดูแลความเรียบร้อย ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการพูดคุยระหว่างพนักงานกับผู้ใช้บริการ
ภาพวาดภูเขาฟูจิหรือทิวทัศน์สี่ฤดูกาลที่วาดเต็มผนังห้องอาบน้ำ คือภาพที่พบได้เฉพาะในเซ็นโต ให้ความรู้สึกแปลกใหม่เหนือชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ อยากชวนให้ลองสังเกตรายละเอียดต่าง ๆ เช่น งานกระเบื้องและหน้าต่างไม้ระแนง ที่สะท้อนทั้งภูมิปัญญาและสุนทรียะในการใช้ชีวิต

ความแตกต่างระหว่างเซ็นโตในโตเกียวและโอซาก้า
แม้จะเป็นเซ็นโตเหมือนกัน แต่ด้วยภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และการพัฒนาของเมือง แต่ละพื้นที่จึงมีลักษณะเฉพาะต่างกันพอสมควร
ในตารางด้านล่าง เราสรุปความแตกต่างของเซ็นโตในโตเกียว (คันโต) และโอซาก้า (คันไซ) ไว้ให้แล้ว
ลองเทียบดูไปทีละจุด คุณจะเห็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นทั้งด้านนิสัยใจคอและวิถีชีวิตได้ชัดขึ้น และการลองไปหลายแห่งก็น่าสนใจไม่น้อย
| - | โตเกียว | โอซาก้า |
|---|---|---|
| ภาพรวม | เน้นดีไซน์และความสะดวกสบาย มีสถานที่สวยทันสมัยจำนวนมาก | มีความเป็นกันเองและอบอุ่นแบบชาวบ้าน มีทั้งเซ็นโตเก่าแก่และเซ็นโตที่ผูกพันกับชุมชนจำนวนมาก |
| ลักษณะเด่นและบรรยากาศ | พื้นที่ไม่ใหญ่มาก โครงสร้างห้องอาบน้ำเรียบง่าย และหลายแห่งมีวัฒนธรรมการพูดคุยกับลูกค้าประจำ | วัฒนธรรมซาวน่าฝังรากลึก มีสถานที่ขนาดใหญ่ครบครัน และมักมีบรรยากาศคึกคักแบบโอซาก้า |
| ค่าบริการ (สูงสุด) | 550 เยน | 600 เยน |
| ภาพตกแต่งผนัง | มักเป็นภาพวาดสีอย่างภูเขาฟูจิ | มักเป็นภาพกระเบื้องที่คงทนยาวนาน |
| ตำแหน่งของบ่ออาบน้ำ | บ่ออาบน้ำมักอยู่ด้านในสุดของห้องอาบน้ำ | บ่ออาบน้ำมักวางอยู่ตรงกลางห้องอาบน้ำ |
| ขนาดของกะละมังตักน้ำ | ขนาดค่อนข้างใหญ่ (จากธรรมเนียมตักน้ำจากก๊อก) | ขนาดค่อนข้างเล็ก (จากธรรมเนียมตักน้ำจากบ่ออาบน้ำ) |
“นีโอเซ็นโต” ที่พัฒนาให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ “นีโอเซ็นโต” ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเป็นเซ็นโตแบบดั้งเดิมที่นำมาปรับใหม่ในสไตล์ร่วมสมัย
แม้ยังคงรักษาเสน่ห์แบบเก่าไว้ แต่ก็โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในและภายนอกที่โมเดิร์นและมีสไตล์ รวมถึงการออกแบบที่เข้ากับไลฟ์สไตล์และรสนิยมด้านดีไซน์ของคนยุคนี้
สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการอาบน้ำและบริการต่าง ๆ ก็ครบครันมากขึ้น เช่น ซาวน่าและบ่อน้ำคาร์บอเนต จึงอาจเข้าใจได้ง่ายว่าเป็นโรงอาบน้ำสาธารณะที่ต่อยอดมาจากเซ็นโตแบบเดิม
บางแห่งยังมีบาร์เบียร์ บูธดีเจ หรือบริการนวดด้วย ทำให้เพลิดเพลินกับเวลานอกเหนือจากการอาบน้ำได้เช่นกัน
แวะไปได้ง่ายและยังช่วยให้คุณค้นพบวัฒนธรรมการอาบน้ำของญี่ปุ่นในรูปแบบใหม่อีกครั้ง จึงอยากชวนให้ลองไปสัมผัสดู

ความแตกต่างระหว่างเซ็นโตกับออนเซ็น
สถานที่ที่มีบทบาทและลักษณะคล้ายกับเซ็นโต ยังมี “ออนเซ็น” และ “ซูเปอร์เซ็นโต” ด้วย
แม้ทั้งหมดจะมีเป้าหมายเพื่อการผ่อนคลายด้วยการแช่น้ำ แต่ในรายละเอียดก็มีความแตกต่างกันอยู่ จึงสรุปเปรียบเทียบไว้ในตารางด้านล่าง
ถ้าจะอธิบายแบบสั้น ๆ เซ็นโตคือสถานที่เรียบง่ายที่ผูกพันกับชีวิตประจำวันของชุมชน ออนเซ็นคือสถานที่ท่องเที่ยวที่ใช้น้ำพุร้อนธรรมชาติ และซูเปอร์เซ็นโตคือสถานที่เพื่อการพักผ่อนที่มีอุปกรณ์ครบครัน
| หัวข้อ | เซ็นโต | ออนเซ็น | ซูเปอร์เซ็นโต |
|---|---|---|---|
| กฎหมายที่เกี่ยวข้อง | “โรงอาบน้ำสาธารณะทั่วไป” ตามกฎหมายโรงอาบน้ำสาธารณะ | กฎหมายออนเซ็น | “โรงอาบน้ำสาธารณะประเภทอื่น” ตามกฎหมายโรงอาบน้ำสาธารณะ |
| ประเภทของน้ำ | ส่วนใหญ่ใช้น้ำประปาที่ทำให้อุ่น ※บางแห่งใช้น้ำพุร้อน | น้ำพุร้อนธรรมชาติจากใต้ดิน (ตามนิยามที่กฎหมายกำหนด) | น้ำประปาหรือน้ำพุร้อน (แตกต่างกันไปตามแต่ละแห่ง) |
| วัตถุประสงค์การใช้ | อาบน้ำประจำวันและรักษาสุขอนามัย | ท่องเที่ยว พักฟื้น และผ่อนคลาย | ความบันเทิง การพักผ่อน และรีเฟรชร่างกาย |
| การกำหนดราคา | กำหนดตามข้อบัญญัติของแต่ละจังหวัด (300–600 เยน) | ไม่มีเกณฑ์ตายตัว ราคาขึ้นอยู่กับคุณภาพของสถานที่และที่พัก | กำหนดราคาได้อิสระ มักสูงกว่าเซ็นโต (1,000 เยนขึ้นไป) |
| ขนาดและสิ่งอำนวยความสะดวก | ขนาดค่อนข้างเล็ก เน้นบ่ออาบน้ำและพื้นที่ชำระล้าง | หลากหลาย เช่น บ่อกลางแจ้ง บ่อส่วนตัว และบ่อน้ำพุร้อนไหลตรงจากแหล่ง | มักมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม เช่น ห้องหินร้อน ร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อน |
3 วิธีสนุกกับเซ็นโตให้เต็มอิ่ม
เสน่ห์ของเซ็นโตไม่ได้มีแค่การอาบน้ำอย่างเดียว
ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและภายในที่สะท้อนสถาปัตยกรรมและสุนทรียะแบบญี่ปุ่น รวมถึงบรรยากาศเฉพาะตัวที่หาได้เฉพาะในเซ็นโต ซึ่งน่าจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่น้อย
ต่อไปนี้คือ 3 วิธีเพลิดเพลินยอดนิยมที่อยากแนะนำให้ลองใช้เป็นแนวทาง
1. แช่น้ำพร้อมชมภาพพื้นหลังบนผนัง
สำหรับใครที่สงสัยว่า “ภาพพื้นหลังของเซ็นโต” คืออะไร นี่คือภาพวาดขนาดใหญ่ที่วาดเต็มผนังด้านหน้าของห้องอาบน้ำ
เป็นศิลปะตกแต่งแบบดั้งเดิมที่พบมากโดยเฉพาะในเซ็นโตแถบคันโต โดยมีโตเกียวเป็นศูนย์กลาง และมักใช้สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหรือทิวทัศน์งดงามจากทั่วญี่ปุ่นเป็นแรงบันดาลใจ
แต่ละพื้นที่ก็มีความแตกต่างกัน และในช่วงหลังยังมีดีไซน์แปลกใหม่มากขึ้น เช่น ภูเขาในต่างประเทศหรือตัวละครต่าง ๆ
ภูเขาฟูจิถือเป็นภาพพื้นหลังที่มีชื่อเสียงที่สุด เพราะเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นและเชื่อว่าเป็นมงคล
อีกทั้งตั้งแต่อดีต ภูเขาฟูจิยังเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพบูชาของชาวญี่ปุ่น รวมถึงช่วยสร้างมิติให้พื้นที่และทำให้ผ่อนคลายระหว่างอาบน้ำ จึงมีเซ็นโตจำนวนมากที่วาดภาพภูเขาฟูจิไว้
ลองแช่น้ำไปพร้อมกับทอดสายตามองภาพพื้นหลังอย่างสบาย ๆ แล้วปล่อยใจให้ผ่อนคลาย

2. สนุกกับการพบปะผู้คนท้องถิ่น
อีกหนึ่งความสนุกเฉพาะของเซ็นโต คือการได้ใช้เวลาร่วมกับคนท้องถิ่นและพูดคุยกันอย่างเป็นธรรมชาติ
คุณสามารถคุยกับลูกค้าประจำหรือชาวบ้านในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือพื้นที่พักผ่อน และเมื่อได้ลงแช่น้ำในบ่อเดียวกัน ก็จะสัมผัสชีวิตประจำวันของญี่ปุ่นได้อย่างใกล้ชิด
เพราะทุกคนอยู่ในพื้นที่เดียวกันโดยไม่มีเสื้อผ้ากั้น จึงลดกำแพงเรื่องสัญชาติ สถานะ หรืออาชีพ และทำให้เชื่อมต่อกันได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น
แม้เป็นครั้งแรกก็ยังมีบรรยากาศอบอุ่นที่ทำให้เข้ากับคนอื่นได้ไม่ยาก และผ่านชุมชนที่มีชีวิตจริงนี้ คุณน่าจะได้สัมผัสชีวิตประจำวันของเมืองนั้นในแบบที่อินเทอร์เน็ตบอกไม่ได้

3. ดื่มนมขวดหลังอาบน้ำ
การดื่มนมหลังอาบน้ำเป็นหนึ่งในความสุขเฉพาะตัวของสถานที่อาบน้ำอย่างเซ็นโต
ธรรมเนียมการวางมือไว้ที่เอวแล้วดื่มนมรวดเดียวเป็นสไตล์คลาสสิกแบบญี่ปุ่น ที่ช่วยเติมเต็มเวลาที่ใช้ในเซ็นโตให้พิเศษยิ่งขึ้น
ความเย็นของขวดแก้วที่แนบกับร่างกายอุ่น ๆ หลังอาบน้ำให้ความสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก และช่วงเวลาที่รสหวานนุ่มของนมค่อย ๆ เติมเต็มลำคอและร่างกายนั้นก็พิเศษมากจริง ๆ
รูปลักษณ์ก็ชวนให้นึกถึงวันเก่า ๆ และภาพของขวดเปล่าที่เรียงรอส่งคืนหลังดื่มหมดก็มีเสน่ห์ในแบบของมันเอง
ทุกวันนี้ หลายแห่งมีทั้งนมธรรมดา นมกาแฟ นมผลไม้ หรือของว่างเบา ๆ ให้เลือกตามชอบอีกด้วย
อนึ่ง เหตุผลที่เซ็นโตมักมีนมวางขาย ก็เพราะในช่วงทศวรรษ 1950 ผู้ผลิตนมได้นำเซ็นโตมาใช้เป็นช่องทางจำหน่ายเพื่อเพิ่มการบริโภคนมนั่นเอง

ของที่ควรเตรียมเมื่อใช้บริการเซ็นโต
ก่อนแวะไปเซ็นโต ลองเช็กของที่ควรพกติดตัวไว้กันสักหน่อย
แต่ละแห่งมีอุปกรณ์ ของเช่า และของใช้ให้บริการไม่เหมือนกัน ดังนั้นอย่างน้อยควรเตรียมของจำเป็นไปให้พร้อม
ของจำเป็น
- เงินสด
- ใช้จ่ายค่าบริการอาบน้ำ ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และนมขวดได้ การเตรียมเหรียญย่อยไว้จะสะดวกมาก
- ผ้าเช็ดตัว
- ควรมี 2 แบบ คือผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับใช้ในห้องอาบน้ำ และผ้าเช็ดตัวสำหรับเช็ดร่างกาย
- ชุดเปลี่ยน
- นอกจากเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนหลังอาบน้ำแล้ว อย่าลืมชุดชั้นในและถุงเท้าด้วย
- แชมพู ครีมนวด และสบู่
- บางแห่งมีจำหน่าย บางแห่งให้เช่า หรือมีเตรียมไว้ให้ แต่พกไปเองจะอุ่นใจกว่า
ของที่มีไว้จะสะดวก
- ถุงพลาสติก
- เอาไว้ใส่ผ้าเปียกหรือชุดชั้นใน
- กระเป๋าใบเล็ก
- ช่วยรวบรวมแชมพูและของใช้ต่าง ๆ เพื่อนำเข้าไปในห้องอาบน้ำได้สะดวก
- ขวดน้ำหรือขวดพกพา
- สำหรับดื่มน้ำหลังอาบน้ำ (บางแห่งไม่มีเครื่องทำน้ำเย็นหรือตู้ขายอัตโนมัติ)
- ยางรัดผมหรือหมวกคลุมผมอาบน้ำ
- เหมาะสำหรับผู้ที่ผมยาว เพื่อรักษามารยาทในการใช้ส่วนรวม
- ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางและสกินแคร์
- เตรียมตามความจำเป็น
ขั้นตอนการใช้บริการเซ็นโต
ถ้าเป็นครั้งแรก ขั้นตอนการใช้บริการเซ็นโตอาจดูน่ากังวลอยู่บ้าง
แม้กฎของแต่ละแห่งจะแตกต่างกันไป แต่หากรู้ลำดับพื้นฐานนี้ไว้ ก็มักจะใช้เวลาได้อย่างราบรื่น
- 1. มาถึงสถานที่
- เก็บรองเท้าไว้ในตู้รองเท้า ※หากเป็นแบบมีลูกกุญแจ อย่าลืมเก็บกุญแจไว้ให้ดี
- 2. เข้าใช้บริการและชำระเงิน
- ชำระค่าบริการอาบน้ำที่บันได ※หากจำเป็นสามารถเช่าผ้าเช็ดตัวและของใช้อื่น ๆ ได้
- 3. ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
- ถอดเสื้อผ้าในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและเก็บสัมภาระไว้ในล็อกเกอร์หรือที่เก็บของ ※ระวังของมีค่าให้ดี
- 4. ราดน้ำก่อนและชำระล้างร่างกาย
- เริ่มจากราดน้ำให้ทั่วตัวก่อน จากนั้นสระผมและล้างร่างกายที่พื้นที่ชำระล้าง
- 5. ลงแช่น้ำ
- ผ่อนคลายในบ่ออาบน้ำ ※ระวังการแช่น้ำนานเกินไป
- 6. ออกจากบ่อและพักสั้น ๆ
- หลังอาบน้ำ ให้ดื่มน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือพื้นที่พักผ่อน
- 7. ออกจากสถานที่
- ตรวจดูว่าไม่มีของลืม แล้วกล่าวขอบคุณก่อนออกจากสถานที่
มารยาทและกฎที่ควรรู้ก่อนใช้บริการเซ็นโต
ก่อนเข้าใช้เซ็นโต มีมารยาทพื้นฐานบางอย่างที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้า
เพราะเป็นสถานที่สาธารณะที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก รวมถึงคนท้องถิ่นด้วย ทุกคนจึงต้องช่วยกันรักษาบรรยากาศให้สบายใจ
ความใส่ใจของแต่ละคนส่งผลต่อความสบายของทุกคน ดังนั้นควรจำกฎต่อไปนี้ไว้ให้ดี
- ข้อพื้นฐาน
-
・ตรวจสอบกฎก่อนเข้าใช้บริการและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
・ไม่ควรไปเมื่อมีอาการป่วยหรือหลังดื่มแอลกอฮอล์
・คำนึงถึงผู้อื่นและใช้บริการอย่างเงียบสงบ
・ไม่ใช้สมาร์ตโฟนในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า (เพื่อป้องกันการแอบถ่าย)
・ผู้ที่มีรอยสักควรตรวจสอบกฎของสถานที่ก่อน (โดยทั่วไปหลายแห่งไม่อนุญาต) - ภายในห้องอาบน้ำ
-
・หลีกเลี่ยงการพูดเสียงดังหรือคุยกันมากเกินไป
・อาบน้ำโดยไม่สวมชุดว่ายน้ำ
・ต้องราดน้ำชำระร่างกายก่อนลงบ่ออาบน้ำเสมอ
・ใช้ฝักบัวในท่านั่ง (เพื่อป้องกันน้ำกระเด็นใส่ผู้อื่น)
・เก้าอี้และกะละมังที่ใช้แล้วควรล้างเบา ๆ และเก็บกลับที่เดิม
・อย่านำผ้าเช็ดตัวลงไปในบ่ออาบน้ำ (วางบนศีรษะหรือวางไว้ข้างบ่อแทน)
・หากผมยาวควรรวบด้วยยางรัดผม (ปล่อยผมลงบ่อถือว่าผิดมารยาท)
・ก่อนเดินกลับจากห้องอาบน้ำไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ควรเช็ดตัวให้แห้งพอประมาณ
ถ้าอยากสัมผัสวัฒนธรรมเซ็นโต แนะนำโตเกียวและโอซาก้า
ถ้าอยากทำความรู้จักวัฒนธรรมเซ็นโตให้ลึกขึ้น โตเกียวและโอซาก้าเป็นสองเมืองที่น่าเริ่มต้นมาก
ทั้งสองเมืองมีจำนวนเซ็นโตมากเป็นอันดับ 1 และ 2 ของประเทศ (จากรายงานตัวอย่างงานบริหารสุขอนามัย ปีงบประมาณ 2023 ของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ) และมีเซ็นโตหลากหลายกระจายอยู่ทั่วเมือง
ระหว่างวันคุณยังแวะเที่ยวสถานที่ยอดนิยมระดับประเทศได้ด้วย แล้วค่อยเปลี่ยนบรรยากาศไปปิดท้ายที่เซ็นโต
หากได้ลองตระเวนเซ็นโตในแต่ละเมือง คุณน่าจะมองเห็นความแตกต่างของแต่ละพื้นที่ และสัมผัสวัฒนธรรมการอาบน้ำที่หลากหลายได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
5 เซ็นโตแนะนำในโตเกียว ที่สัมผัสได้ทั้งความดั้งเดิมและความทันสมัย
ถ้าเริ่มจากโตเกียว ก็มีเซ็นโตน่าสนใจอยู่หลายแห่งทีเดียว
ทุกแห่งเป็นสถานที่ยอดนิยมที่มีประวัติยาวนาน รักษารูปลักษณ์ดั้งเดิมหรือสถาปัตยกรรมเก่าแก่ไว้ พร้อมพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการให้เข้ากับความต้องการของคนยุคปัจจุบัน
แวะได้ง่ายระหว่างเที่ยว หากผ่านไปใกล้ ๆ ก็อยากชวนให้ลองเข้าไปสัมผัสดู
1. เมจินยู
เมจินยู (Myojinyu) คือเซ็นโตสไตล์ดั้งเดิมที่ตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยอันเงียบสงบของเขตโอตะ เดินจากสถานี Yukigaya-Otsuka บนสายโทคิวอิเคกามิประมาณ 14 นาที
ภายนอกยังคงรักษาสถาปัตยกรรมแบบมิยาซึคุริสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมเอาไว้ ส่วนด้านในมีเสน่ห์ของบรรยากาศย้อนยุคสมัยโชวะ ทั้งภาพวาดภูเขาฟูจิขนาดใหญ่ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากว้างขวางพร้อมเพดานลวดลาย และล็อกเกอร์ไม้
บ่ออาบน้ำมีทั้งเจ็ตบาธและบ่อยาสมุนไพรที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน อีกทั้งยังคงวัฒนธรรมบันไดไว้ พร้อมการต้อนรับอย่างอบอุ่นจนเป็นที่รักของคนในชุมชน
บรรยากาศสง่างามจนถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และละคร เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากดื่มด่ำกับความรู้สึกชวนคิดถึงวันวาน

2. ไคเรียวยุ
เซ็นโตเก่าแก่แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1916 ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางระหว่างสถานีชิบุยะและสถานีเอบิสึบนสาย JR Yamanote โดยเดินจากทั้งสองสถานีประมาณ 10 นาที
แม้ยังคงกลิ่นอายวัฒนธรรมเซ็นโตที่สืบต่อมาตั้งแต่ยุคโชวะ แต่ก็ได้รับการรีโนเวตในปี 2018 จนกลายเป็นสถานที่ที่สะดวกสบายและดึงดูดทั้งคนรุ่นใหม่ นักท่องเที่ยว และลูกค้าประจำท้องถิ่นให้อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว
จุดสังเกตคือภาพปลาวาฬขนาดใหญ่บนผนังด้านนอก ส่วนภายในตกแต่งอย่างโมเดิร์น และมีภาพพื้นหลังในห้องอาบน้ำที่สร้างสรรค์โดยศิลปินร่วมสมัย
บ่ออาบน้ำประกอบด้วยบ่อน้ำอ่อนผสมคาร์บอเนต บ่อน้ำอุณหภูมิปานกลาง บ่อน้ำเย็น และซาวน่า (มีค่าบริการเพิ่ม) อีกทั้งยังมีบ่อกิจกรรมพิเศษจัดเป็นระยะ
จึงเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมกลางเมืองที่ช่วยให้คุณผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่

3. ทาการายุ
เซ็นโตแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากสถานีคิตะเซ็นจูประมาณ 20 นาทีโดยการเดิน โดดเด่นด้วยอาคารทรงหน้าจั่วแบบมิยาซึคุริที่ดูสง่างาม
ความภาคภูมิใจของที่นี่คือสวนญี่ปุ่นอันงดงามที่ได้รับฉายาว่า “King of Engawa” และยังมีคนยกให้ดอกไม้ตามฤดูกาลในสวนแห่งนี้สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียวด้วย
นอกจากนี้ การได้นั่งผ่อนคลายหลังอาบน้ำพร้อมมองสวนจากระเบียงไม้ก็ให้บรรยากาศราวกับเรียวกัง และดีไซน์ย้อนยุคที่ยังคงกลิ่นอายสมัยโชวะอย่างชัดเจนก็ถ่ายรูปขึ้นมาก
ไม่ว่าจะเป็นวัตถุตกแต่งรูปธนูที่ทางเข้า ป้ายไม้ เพดานลายช่อง รวมถึงภาพพื้นหลังภูเขาฟูจิภายในอาคาร ล้วนเป็นจุดชมที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมเซ็นโตได้อย่างดี
นอกจากบ่อหลายประเภท เช่น บ่อยาสมุนไพร บ่อฟองอากาศ และบ่ออินฟราเรดแล้ว น้ำที่ใช้น้ำบ่อบาดาลต้มด้วยฟืนจนได้สัมผัสนุ่มละมุนก็ได้รับคำชมมากเช่นกัน

4. โคงาเนะยุ
“โคงาเนะยุ” คือเซ็นโตในย่านชิตะมาจิที่อบอวลด้วยกลิ่นอายเอโดะ เดินจากสถานีคินชิโจประมาณ 6 นาที และเป็นสถานที่ที่มุ่งค้นหารูปแบบใหม่ของเซ็นโตอย่างต่อเนื่อง
แม้จะก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1932 แต่หลังการรีโนเวตครั้งใหญ่ในปี 2020 ก็ได้กลายเป็นพื้นที่ดีไซน์ร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น
บริเวณทางเข้ามีบันไดบาร์พร้อมบาร์เบียร์และบูธดีเจ ให้คุณเพลิดเพลินกับคราฟต์เบียร์และการพบปะพูดคุยหลังอาบน้ำ
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ครบครันมาก ทั้งบ่ออาบน้ำ 5 แบบ ซาวน่าแบบลอยลิว (มีค่าบริการเพิ่ม) ที่พักค้างคืน และร้านอาหาร ทำให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมเซ็นโตในรูปแบบใหม่
※ใช้บริการได้สูงสุด 1 ชั่วโมง 30 นาที (ยกเว้นผู้เข้าพักค้างคืน) และผู้ที่มีรอยสักสามารถเข้าอาบน้ำได้

5. มูซาชิโคยามะออนเซ็น ชิมิซุยุ
เซ็นโตเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1923 ภายในพื้นที่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติ 2 ชนิดคือคุโระยุและโคงาเนะยุ ผุดขึ้นมาเอง และใช้งานแบบไหลตรงจากแหล่งอย่างหรูหรา
จึงได้รับความนิยมเพราะสามารถเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนธรรมชาติ 2 แบบได้ในราคาแบบเซ็นโต
คุโระยุสีอำพันที่ผุดขึ้นจากความลึก 200 เมตร ถือเป็นหนึ่งในน้ำดำของโตเกียวที่มีเนื้อละเอียดเป็นพิเศษ เป็นน้ำพุร้อนคุณภาพดีสีอำพันใส มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและความอบอุ่น จนเป็นที่รู้จักในฐานะน้ำเพื่อผิวสวย

5 เซ็นโตแนะนำในโอซาก้า ที่มีทั้งบ่ออาบน้ำหลากหลายและบริการครบครัน
ถัดมาคือเซ็นโตแนะนำในโอซาก้า ที่มีคาแรกเตอร์ต่างจากโตเกียวพอสมควร
สถานที่เหล่านี้สะท้อนวัฒนธรรมเซ็นโตของโอซาก้าได้อย่างชัดเจน และมีเสน่ห์จากบ่ออาบน้ำหลากหลายชนิด รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างพื้นที่พักผ่อนและมุมของว่างเบา ๆ
เพราะมีบรรยากาศและรสนิยมที่ต่างจากโตเกียว คุณน่าจะได้สนุกกับความแตกต่างนี้อย่างเต็มที่ หากมีที่ไหนถูกใจก็ลองแวะไปดู
1. ยูเมะโนะโคชูโยคุโจ โกชิกิ
โรงอาบน้ำสาธารณะขนาดใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่โชไนซากาเอะมาจิ เมืองโทโยนากะ เดินจากสถานีโชไนบนสายฮังคิวทาคาราซึกะประมาณ 15 นาที
ถือเป็นหนึ่งในเซ็นโตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีบ่ออาบน้ำให้เลือกถึง 11 แบบ ทั้งบ่อร้อน บ่อกลางแจ้ง และบ่อน้ำคาร์บอเนตเข้มข้น
น้ำพุที่มีปลาคาร์ฟว่ายอยู่กลางล็อบบี้ รวมถึงกระเบื้องโมเสกและภาพวาดในห้องอาบน้ำก็เป็นจุดชมที่เพลิดเพลินได้ทางสายตาเช่นกัน
นอกจากนี้ยังเปิดบริการตลอดปีและ 24 ชั่วโมง (ปิดเช้าวันจันทร์เพื่อตรวจสอบอุปกรณ์) มีที่จอดรถฟรี 60 คัน และไม่มีค่าบริการช่วงดึก จึงใช้งานได้สะดวกทุกเวลา

2. อาซาฮิออนเซ็น
โรงอาบน้ำสาธารณะแบบผูกพันกับชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตสุมิโนเอะ เมืองโอซาก้า เดินจากสถานีซาวาโนะโจบนสายนันไคโคยะประมาณ 10 นาที
ที่นี่ได้รับการนำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะสื่อท้องถิ่น และเป็นสถานที่มีชื่อเสียงที่ได้รับความสนใจจากการบริหารร้านในแบบเฉพาะตัว
มีทั้งคอนเสิร์ตดนตรีและกิจกรรมสำหรับเด็กเป็นประจำ รวมถึงการแข่งขันเคอร์ลิงและโชว์ไฟที่เต็มไปด้วยความบันเทิง จึงได้รับความนิยมจากกลุ่มครอบครัวสูงมาก
นอกจากนี้ ทุกบ่อยังใช้น้ำอ่อนที่อ่อนโยนต่อผิว ทำให้หลังอาบน้ำแล้วรู้สึกผิวนุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย

3. เฮลท์ตี้ออนเซ็น ทาเตบะ
เซ็นโตแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตนานิวะ เมืองโอซาก้า เดินประมาณ 10 นาทีจากสถานีซากุระกาวะบนรถไฟใต้ดินสายเซ็นนิจิมาเอะ หรือสถานีอาชิฮาระบาชิบนสาย JR Loop Line
มีทั้งบ่อในร่ม บ่อกลางแจ้ง เจ็ตบาธ และบ่อน้ำคาร์บอเนต ส่วนอีกจุดเด่นสำคัญคืออุปกรณ์ซาวน่าที่ครบครัน
มีทั้งดรายซาวน่า ซาวน่าเกลือ และสตีมซาวน่า (ฟรี) โดยสลับฝั่งชายหญิงเป็นรายวัน ส่วนบ่อน้ำเย็นก็ทำลึกเป็นพิเศษเพื่อให้แช่คลายร้อนได้เต็มที่
เส้นทางสำหรับพักรับอากาศภายนอกและพื้นที่พักผ่อนก็จัดไว้อย่างดี ตอบโจทย์คนรักซาวน่าได้อย่างเต็มที่
ยังมีมุมของว่าง เครื่องดื่ม เครื่องนวด และร้านอาบแดดครบ จึงเป็นอีกแห่งที่สนุกได้แม้จะมาแบบตัวเปล่า

4. ยูโดโคโระ อาเบะโนะบาชิ
เซ็นโตสไตล์เป็นกันเองใกล้สถานีแห่งนี้อยู่ห่างจากสถานีเทนโนจิเพียงประมาณ 5 นาทีทางเดิน อยู่ทางฝั่งตะวันตกของ Abeno Q's Mall
จุดเด่นที่สุดคือมีการขนน้ำพุร้อนธรรมชาติมาจาก “Natural Hot Spring Thermae Ryugu” ในเขตมินาโตะ เมืองโอซาก้าทุกวัน ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนที่สะอาด สดใหม่ และว่ากันว่าดีต่ออาการหนาวง่ายและการฟื้นตัวหลังป่วย
ยิ่งไปกว่านั้น ห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ยังมีอุปกรณ์ครบ ทั้งเจ็ตบาธ บ่อน้ำร้อนธรรมดา อ่างไฟฟ้า และสตีมซาวน่า (ฟรี) ให้แช่อย่างสบาย ๆ
มีทั้งล็อบบี้กว้าง เก้าอี้นวดระดับพรีเมียม และเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลาย จึงให้ความรู้สึกเหมือนได้ตระเวนออนเซ็นในราคาแบบเซ็นโต

5. ชิโดริออนเซ็น
เซ็นโตแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองโอซาก้า เดิน 6 นาทีจากสถานีชิโดริบาชิบนสายฮันชินนัมบะ
ภาพพื้นหลังภูเขาฟูจิที่ทำจากกระเบื้องเม็ดเล็กในห้องอาบน้ำถือว่าหาชมได้ยาก และไม่ค่อยพบในที่อื่น
แม้ห้องอาบน้ำและห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าจะมีกลิ่นอายแบบโชวะ แต่ห้องพักคอยกลับสว่างและกว้าง ทำให้ทุกคนรู้สึกใช้งานได้ง่าย
นอกจากนี้ เครื่องนวดสไตล์เรโทรในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น และยังใช้ซาวน่าได้ฟรีอีกด้วย

ไม่ได้มีแค่โตเกียวกับโอซาก้า! 8 เซ็นโตน่าสนใจจากทั่วญี่ปุ่น
จริง ๆ แล้ววัฒนธรรมเซ็นโตไม่ได้กระจุกอยู่แค่โตเกียวหรือโอซาก้า แต่กระจายอยู่ทั่วญี่ปุ่น และแต่ละภูมิภาคหรือแต่ละแห่งก็มีประวัติของตัวเอง
ช่วงท้ายนี้ เราจะพาไปรู้จักเซ็นโตแนะนำจากพื้นที่ต่าง ๆ ตั้งแต่ฮอกไกโดทางเหนือไปจนถึงฟุกุโอกะทางใต้
หลายแห่งยังคงความงามแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นไว้ทั้งภายนอกและภายใน ทำให้คุณได้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าพร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศอย่างเต็มที่
ทุกแห่งมีราคาสมเหตุสมผลและเข้าใช้ได้ง่าย หากคุณไปเที่ยวในพื้นที่เหล่านี้ก็อยากให้ลองแวะดูสักครั้ง
【ฮอกไกโด】สึกิมิยุ
เซ็นโตแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตโทโยฮิระ เมืองซัปโปโร เดินจากสถานีฟุคุซูมิบนรถไฟใต้ดินสายโทโฮของเมืองซัปโปโรประมาณ 10 นาที
มีที่จอดรถฟรีรองรับได้มากกว่า 100 คัน จึงเหมาะกับการเดินทางโดยรถยนต์
ด้วยการต้อนรับแบบอบอุ่นของกิจการครอบครัว พื้นที่สะอาดที่ดูแลอย่างดี และบรรยากาศย้อนยุคชวนคิดถึง ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวด้วย
นอกจากจะมีบ่อหลากหลาย เช่น บ่อน้ำร้อน บ่อไวบราบาธ และบ่อเรดอนแล้ว บริการซาวน่าที่ครบครันก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น
ที่นี่ยังติดตั้งเครื่องทำความร้อนซาวน่า HARVIA ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของโลก และมีบริการลอยลิวกับคลื่นร้อนโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำ จึงเป็นสถานที่ที่คนรักซาวน่าไม่ควรพลาด

【มิยางิ】โคมะโนะยุ
เซ็นโตเก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านโคคุบุนโจใจกลางเมืองเซ็นได
แม้อยู่ในย่านคึกคัก แต่ยังคงหลงเหลือบรรยากาศของวันวาน ทำให้รู้สึกราวกับย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโชวะ
อีกหนึ่งไฮไลต์คือภาพวาดผนังในห้องอาบน้ำที่ถ่ายทอดทิวทัศน์ของ “มัตสึชิมะ” หนึ่งในสามวิวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นและเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดมิยางิ
แม้ขนาดจะกะทัดรัด แต่ก็มีทั้งดรายซาวน่า เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ และบริการขายผ้าเช็ดตัวกับแชมพู จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวด้วย
นอกจากนี้ ค่าบริการอาบน้ำประมาณ 500 เยนต่อคนก็ถือว่าน่าคบหามาก

【ไอจิ】คินโตกิยุ
เซ็นโตที่เดินจากสถานีนาโกย่าประมาณ 10 นาทีแห่งนี้ เดินทางสะดวกมาก
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1928 และมีประวัติยาวนาน อาคารที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมซึ่งมีอายุมากกว่า 50 ปี ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “ทรัพย์สินอาคารท้องถิ่นที่ขึ้นทะเบียน หมายเลข 90” ของจังหวัดไอจิอีกด้วย
น้ำอ่อนโยนต่อผิวที่ใช้น้ำบ่อบาดาลจากใต้ดินลึกประมาณ 110–120 เมตรมาต้มให้อุ่น เป็นจุดเด่นที่ได้รับความนิยม
บ่ออาบน้ำออกแบบเป็น 2 ระดับความลึก เพื่อให้เลือกได้ทั้งแช่ครึ่งตัวและแช่ทั้งตัว อีกทั้งยังมีอ่างไฟฟ้าและบ่อฟองอากาศ ให้คุณผ่อนคลายในบรรยากาศย้อนยุคได้อย่างสบาย
ป้ายโมเสกและการตกแต่งภายในที่ยังคงกลิ่นอายยุคโชวะก็มีเอกลักษณ์ และน่าจะทำให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของเซ็นโตแบบดั้งเดิมได้อย่างดี

【ฟุคุอิ】อาซุมะยุ
เซ็นโตแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองโอโนะ จังหวัดฟุคุอิ เดินจากสถานีเอจิเซ็นโอโนะบนสาย JR Etsumi-Hoku ประมาณ 10 นาที
ตัวอาคารไม้ได้รับการประเมินให้เป็นภูมิทัศน์ที่เป็นตัวแทนของท้องถิ่น และมีเสน่ห์จากรูปลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับเลือกอยู่ใน “Keikan Tokusen Ono”
ยังคงบรรยากาศวัฒนธรรมเซ็นโตยุคโชวะไว้อย่างชัดเจน เมื่อเดินลอดผ้าม่านโนเรนที่ทางเข้าเข้าไป ก็จะพบกับบันได ล็อกเกอร์ไม้ และบรรยากาศหลังอาบน้ำที่มีนมขวดวางอยู่ ชวนให้รู้สึกคิดถึงวันเก่า ๆ
ห้องอาบน้ำใช้บ่อรูปตัว L ขนาดใหญ่และกระเบื้องหินกรวดตามสไตล์คลาสสิก หากได้แช่น้ำร้อนที่ต้มหรือเผาด้วยฟืน หรือบ่อยาสมุนไพรที่ใช้โดคุดามิและโยโมงิ ก็จะช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้อย่างดี

【เกียวโต】ฟุเนโอกะออนเซ็น
ฟุเนโอกะออนเซ็น คือเซ็นโตที่ตั้งอยู่เชิงเขาฟุเนโอกะในย่านมุราซากิโนะ เขตคิตะ เมืองเกียวโต ไม่ไกลจากวัดคินคะคุจิ
ตั้งแต่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไปจนถึงห้องอาบน้ำยังคงกลิ่นอายของยุคไทโชและโชวะไว้อย่างชัดเจน และในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2003 ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของประเทศ โดยเป็นกรณีที่ 3 ของเซ็นโตที่ยังเปิดใช้งานอยู่ในญี่ปุ่น และเป็นแห่งแรกของเกียวโต
อ่างไฟฟ้าที่นี่ติดตั้งครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1933 โดยเจ้าของรุ่นที่ 2 นำมาใช้เพื่อขออนุญาตเป็นออนเซ็นในเกียวโตซึ่งไม่มีน้ำพุร้อน และในที่สุดก็ได้รับการรับรองภายใต้ชื่อ “Special Funaoka Onsen”
ส่วนบ่อกลางแจ้งนั้น ใช้หินคิฟุเนะอันเป็นหินชื่อดังราคาสูงที่นิยมใช้เป็นหินจัดสวน และมีความพิเศษตรงที่เมื่อราดน้ำแล้วจะเปลี่ยนสีได้ถึง 7 สีอย่างน่าพิศวง

【ฮิโรชิมา】yubune
yubune คือที่พักในเซโตดะบนเกาะอิคุจิมะ ซึ่งมีเซ็นโตอยู่ภายในเพื่อให้เกิดการพบปะระหว่างผู้เข้าพักกับคนในท้องถิ่นผ่านการใช้เวลาและประสบการณ์ร่วมกัน
บนผนังห้องอาบน้ำมีภาพทิวทัศน์ของเซโตดะและภาพปลา วาดด้วยกระเบื้องในสไตล์เซ็นโตแบบญี่ปุ่นคลาสสิก อยากชวนให้ลองแหงนมองภาพกระเบื้องเหล่านี้ไปพร้อมกับแช่น้ำอย่างผ่อนคลาย
แน่นอนว่าสามารถเข้าใช้บริการแบบไปเช้าเย็นกลับได้ด้วย

【เอฮิเมะ】โดโกะออนเซ็น ฮนคัง
โดโกะออนเซ็นซึ่งถูกกล่าวถึงแม้ในพงศาวดารโบราณของญี่ปุ่น ถือกันว่าเป็นออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ
มีตำนานเล่าว่านกกระสาขาวที่บาดเจ็บขาได้มารักษาแผลที่โดโกะออนเซ็น
น้ำพุร้อนประเภทด่างอ่อนมีเนื้อสัมผัสนุ่ม อ่อนโยนต่อผิว ระคายเคืองน้อย จึงเหมาะทั้งสำหรับการพักฟื้นและการดูแลความงาม
นอกจากนี้ อาคารหลักของโดโกะออนเซ็นยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ และเป็นสถาปัตยกรรมงดงามที่ทำให้สัมผัสถึงประวัติศาสตร์ได้อย่างชัดเจน

【ฟุกุโอกะ】ฮนโจยุ
เซ็นโตแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตชูโอ เมืองฟุกุโอกะ สามารถเดินถึงได้จากสถานียากุอินของรถไฟนิชิเท็ตสึ และสถานีเท็นจินมินามิของรถไฟใต้ดินฟุกุโอกะ
มีโครงสร้างกะทัดรัดและคลาสสิก ให้บรรยากาศแบบยุคทศวรรษ 1950 โดยมีจุดเด่นคือกลิ่นไม้ภายในอาคาร สไตล์บันได และภาพผนังกระเบื้องที่เรียบง่าย
ฝักบัวที่ติดตั้งไว้ไม่สามารถขยับได้ และมีเพียงน้ำร้อนกับน้ำเย็นเท่านั้น (ต้องปรับเอง) จึงนับเป็นประสบการณ์หายากในปัจจุบัน
เพราะอยู่ไม่ไกลจากย่านคึกคักของเท็นจิน จึงเหมาะจะแวะหลังเดินเล่นเช่นกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเซ็นโต
Q
ที่เซ็นโตมีบริการให้เช่าผ้าเช็ดตัวหรือแชมพูไหม?
บางแห่งต้องนำมาเอง ขณะที่บางแห่งมีบริการให้เช่าฟรีหรือมีค่าใช้จ่าย
Q
ที่เซ็นโตสามารถใส่ชุดว่ายน้ำลงอาบได้ไหม?
สถานที่ส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้ใส่ชุดว่ายน้ำลงอาบ เพราะเซ็นโตของญี่ปุ่นสืบทอดกันมาในฐานะสถานที่ชำระร่างกาย และเหตุผลด้านสุขอนามัยรวมถึงวัฒนธรรมก็เป็นสาเหตุหลักของข้อห้ามนี้
Q
ถ้ามีรอยสักยังสามารถเข้าอาบน้ำได้หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่ แต่โดยทั่วไปควรเข้าใจไว้ก่อนว่าอาจไม่สามารถเข้าใช้บริการได้ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีอาจมีข้อยกเว้นสำหรับรอยสักขนาดเล็กของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
บทสรุป
ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักทั้งประวัติของเซ็นโต วิธีสนุกกับการใช้บริการ ตลอดจนกฎและมารยาทที่ควรรู้ก่อนเข้าใช้
ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย เซ็นโตจึงเป็นสถานที่ที่ให้คุณสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า และมีเสน่ห์หลากหลายให้ค้นพบ
ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของภายนอก ภาพวาดภูเขาฟูจิและบันไดอันเป็นเอกลักษณ์ภายใน หรือการได้พบปะกับคนในชุมชน ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เพลิดเพลินได้ในหลายรูปแบบ
เมื่อได้สัมผัสบรรยากาศแบบวันวานและเก็บเกี่ยวความสุขเล็ก ๆ จากชีวิตประจำวัน หัวใจก็จะเบาสบายขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลองหาโอกาสไปสัมผัสด้วยตัวเองดูสักครั้ง
ถ้าคุณชอบออนเซ็น อย่าลืมแวะอ่านบทความนี้ที่รวบรวมแหล่งออนเซ็นยอดนิยมและออนเซ็นลับของญี่ปุ่นไว้ด้วย


