
9 วิวสวยตระการตาที่ธรรมชาติและผู้คนร่วมกันสร้างสรรค์ในมิเอะ
แนวชายฝั่งที่ถูกคลื่นกัดเซาะ เส้นทางโบราณที่ทอดข้ามภูเขา และภาพของชีวิตผู้คนที่สั่งสมมา ล้วนพาให้เห็นทิวทัศน์ขนาดยิ่งใหญ่หลายแห่งในจังหวัดมิเอะ
ไม่ว่าจะเป็นโอนิกาโจ (Onigajo) นาขั้นบันไดมารุยามะเซ็นไมดะ (Maruyama Senmaida) หรือจุดชมวิวยโกยามะ (Yokoyama Observatory) ทิวทัศน์ที่เกิดจากภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ และชีวิตผู้คนซ้อนทับกันล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสน่ห์อีกอย่างคือความกว้างใหญ่ที่แตกต่างกันไปทั้งทะเล ภูเขา และหมู่บ้าน ลองเดินเที่ยวหรือแหงนมอง เพื่อสัมผัสวิวที่แผ่กว้างเต็มสายตาและมิติอันลึกซึ้งของพื้นที่เหล่านี้
เดินชมภูมิประเทศอันโดดเด่นที่ธรรมชาติสร้างขึ้น
ภูมิประเทศที่ก่อรูปขึ้นด้วยพลังธรรมชาติ จะยิ่งสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ได้ชัดเมื่อได้เดินเข้าไปชมด้วยตัวเอง
ทิวทัศน์อย่างหน้าผาหิน โขดหินขนาดใหญ่ และเส้นทางภูเขา ต่างสะท้อนเวลาที่สั่งสมมาในรูปแบบที่ไม่เหมือนกัน ทุกย่างก้าวทำให้มุมมองเปลี่ยนไป และค่อย ๆ เผยให้เห็นสเกลของภูมิทัศน์อย่างชัดเจน
1. โอนิกาโจ เมืองคุมาโนะ
โอนิกาโจเป็นจุดชมวิวที่ให้คุณเดินเลียบเข้าไปในแนวหน้าผาหินขนาดใหญ่ริมทะเล และสัมผัสความอลังการของภูมิประเทศได้อย่างใกล้ชิด หน้าผาหินที่ก่อรูปจากแผ่นดินไหวและการกัดเซาะของคลื่นทอดยาวประมาณ 1.2 กิโลเมตร พร้อมภูมิประเทศขรุขระทรงพลังตลอดแนว
บริเวณหน้าผามีทางเดินเล่นจัดไว้ สามารถชมถ้ำและหินรูปร่างแปลกที่กระจายอยู่ได้ในระยะใกล้ เส้นทางที่มีโพรงหินปรากฏต่อเนื่องนี้มีความหลากหลาย และยิ่งเดินก็ยิ่งได้เห็นสีหน้าของภูมิประเทศที่เปลี่ยนไป
อย่าลืมชมวิวจากด้านบนควบคู่กัน เพื่อสัมผัสภูมิประเทศที่มีมิติอย่างเต็มที่

2. ศาลเจ้าฮานะโนะอิวายะ เมืองคุมาโนะ
ศาลเจ้าฮานะโนะอิวายะ (Hana no Iwaya Shrine) เป็นศาลเจ้าที่บูชาหินยักษ์ริมทะเลเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ พื้นที่แห่งนี้ให้ความรู้สึกว่าธรรมชาติและความศรัทธาเชื่อมต่อกันโดยตรง พร้อมบรรยากาศเคร่งขรึมเป็นเอกลักษณ์
ตั้งแต่สมัยโบราณ ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่มีอาคารศาลเจ้า จุดเด่นคือใช้หินยักษ์สูงประมาณ 45 เมตรที่หันหน้าออกสู่อ่าวคุมาโนะนะแดะเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเงยหน้ามอง จะรู้สึกถึงพลังของหินที่ตั้งตระหง่านเข้ามาใกล้ และกลายเป็นภาพจำร่วมกับทิวทัศน์รอบด้าน
ลองเดินชมพร้อมสัมผัสสเกลของทะเลและหินไปด้วย

3. เส้นทางคุมาโนะโคโด อิเสะจิ ช่องเขามาโกเสะ ระหว่างเมืองคิโฮกุกับเมืองโอวาเสะ
ช่องเขามาโกเสะ (Magose Pass) บนเส้นทางคุมาโนะโคโด อิเสะจิ (Kumano Kodo Iseji) เป็นเส้นทางที่ให้คุณเดินตามถนนปูหิน พร้อมสัมผัสกลิ่นอายของประวัติศาสตร์และธรรมชาติ ทางปูหินที่ทอดผ่านท่ามกลางต้นฮิโนกิโอวาเสะอันสง่างามงดงามมาก ระหว่างทางยังมีรูปปั้นจิโซโยนากิ เป็นต้น ทำให้ได้ลิ้มรสบรรยากาศแบบเส้นทางคุมาโนะโคโดอย่างแท้จริง
หากเริ่มจากสถานีริมทางมิยามะและข้ามช่องเขาไป จะมีจุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์เมืองโอวาเสะ และหากเดินต่อไปถึงภูเขาเท็งกุระ ก็จะได้พบพาโนรามา 360 องศาอันกว้างใหญ่
ทุกครั้งที่ก้าวต่อไป ทิวทัศน์และอากาศจะเปลี่ยนไป เส้นทางทั้งเส้นจึงน่าจดจำราวกับเป็นหนึ่งในทิวทัศน์สำคัญของทริป

ชมทิวทัศน์กว้างใหญ่ที่เกิดจากวิถีชีวิตของผู้คน
ทิวทัศน์ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ทำให้รู้สึกถึงชั้นของเวลาที่ค่อย ๆ สั่งสมมาได้เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นนาขั้นบันได เขตอุตสาหกรรม หรือจุดชมวิว เมื่อถอยมองจากระยะที่กว้างขึ้นเล็กน้อย ความกว้างใหญ่ของพื้นที่ก็จะยิ่งเด่นชัด
เป็นทิวทัศน์ที่มองแล้วเพลิดเพลิน และชวนให้สายตาค่อย ๆ กวาดไปไกลขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
4. นาขั้นบันไดมารุยามะเซ็นไมดะ เมืองคุมาโนะ
นาขั้นบันไดมารุยามะเซ็นไมดะเป็นทิวทัศน์ที่นาขั้นบันไดเรียงต่อกันบนไหล่เขา แนวคันนาที่โค้งอ่อนสะท้อนทั้งภูมิประเทศและงานฝีมือของผู้คนออกมาอย่างตรงไปตรงมา
บนลาดเขาในหุบเขามีนาขั้นบันไดเรียงรายอยู่ประมาณ 1,300 แปลง และยังคงรักษาความงามของวัฒนธรรมเกษตรกรรมแบบญี่ปุ่นที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงมามากกว่า 400 ปี แปลงเล็ก ๆ แต่ละผืนต่อเนื่องกัน ยิ่งมองจากระยะไกลก็ยิ่งเห็นจำนวนและความหนาแน่นเด่นชัด เมื่อกวาดสายตาไปเรื่อย ๆ ชั้นของนาขั้นบันไดที่แผ่เต็มลาดเขาจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างมีพลัง

5. วิวยามค่ำคืนโรงงานโยกไกจิ เมืองโยกไกจิ
วิวยามค่ำคืนของโรงงานโยกไกจิ (Yokkaichi Factory Night View) เป็นทิวทัศน์ที่ให้เพลิดเพลินกับความยิ่งใหญ่ซึ่งเกิดจากแสงไฟ แสงที่ส่องสว่างบนอุปกรณ์ต่าง ๆ ของคอมบินาตช่วยสร้างมิติพิเศษให้กับทิวทัศน์ยามค่ำคืน
ด้วยบรรยากาศชวนฝันราวกับเมืองอนาคตใกล้หรือฉากในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ ที่นี่จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศในฐานะ “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของวิวยามค่ำคืนโรงงาน” เมื่อเปลี่ยนมุมมอง จะเห็นทั้งความหนาแน่นและการจัดวางของแสงไฟที่แตกต่างกัน ลองชมเปรียบเทียบจากหลายมุมก็น่าสนใจไม่น้อย

6. จุดชมวิวยโกยามะ เมืองชิมะ
จุดชมวิวยโกยามะเป็นจุดชมวิวบนที่สูงที่สามารถมองเห็นแนวชายฝั่งอิเสะชิมะได้กว้างไกล ตั้งอยู่บนภูเขาโยโกยามะที่ระดับความสูง 140 เมตร และมองเห็นแนวชายฝั่งอันงดงามที่มีเกาะใหญ่น้อยถึง 60 เกาะลอยอยู่
บริเวณระเบียงชมวิวยังมีร้านที่ซื้อเครื่องดื่มและอาหารแบบกลับบ้านได้ จึงสามารถนั่งชมทิวทัศน์ของทะเลเว้าแหว่งและหมู่เกาะที่ซ้อนทับกันได้อย่างผ่อนคลาย รอบ ๆ ยังมีทางเดินเล่นจัดไว้ เหมาะสำหรับเพลิดเพลินกับการเดินป่าหรือเทร็กกิงไปตามเส้นทางภูเขา ลองสลับระหว่างการชมวิวและการเดินเล่น เพื่อสัมผัสความกว้างของทิวทัศน์ด้วยตัวเอง

เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ในจุดที่ทะเลและผืนดินมาบรรจบกัน
บริเวณรอยต่อระหว่างทะเลและผืนดิน มักเป็นจุดที่ทำให้รู้สึกถึงความกว้างใหญ่ของทิวทัศน์ได้ง่าย
ไม่ว่าจะเป็นเกาะต่าง ๆ ที่ลอยอยู่ในอ่าว ประภาคารบนแหลม หรือหมู่บ้านบนเกาะ แต่ละแห่งมีสเกลของทิวทัศน์ที่แตกต่างกัน เป็นพื้นที่ที่อยากให้ค่อย ๆ เที่ยวชมไปพร้อมกับเพลิดเพลินในช่วงเวลาที่สายตาเปิดกว้างออกไป
7. อ่าวอาโงะ เมืองชิมะ
อ่าวอาโงะ (Ago Bay) โอบล้อมเกาะต่าง ๆ รวมถึงคาชิโกะจิมะ (Kashikojima) ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดอิเสะชิมะ และยังมีเกาะที่เชื่อมต่อกับเกาะฮอนชูด้วยสะพาน อ่าวแห่งนี้ขึ้นชื่อในฐานะชายฝั่งแบบริอัส ภายในอ่าวมีเกาะน้อยใหญ่มากถึง 60 เกาะกระจายตัวอยู่
การเดินทางสะดวก อีกทั้งยังมีโรงแรมหลายแห่งที่มองเห็นอ่าว จึงเหมาะทั้งสำหรับการพักค้างคืนและการชมวิว เมื่อมองจากมุมสูง จะได้เห็นทิวทัศน์กว้างใหญ่เป็นเอกลักษณ์ของหมู่เกาะที่ซ้อนสลับกันหลายชั้น และเป็นจุดชมวิวที่น่าประทับใจ เพราะบรรยากาศจะแตกต่างกันไปในแต่ละจุด

8. ประภาคารไดโอซากิ เมืองชิมะ
ประภาคารไดโอซากิ (Daiosaki Lighthouse) โดดเด่นด้วยประภาคารสีขาวที่ตั้งอยู่ปลายแหลมและท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ทำเลที่ยื่นออกไปในทะเลทำให้รู้สึกโล่งโปร่งเป็นพิเศษ
เมื่อขึ้นบันไดไปถึงด้านบน จะพบพาโนรามา 360 องศา โดยมองเห็นหาดโยนาโกะและประภาคารมูกิซากิทางตะวันตกเฉียงใต้ รวมถึงประภาคารอาโนริซากิทางทิศเหนือ ไม่มีสิ่งใดบดบังสายตา จึงสัมผัสได้ถึงความกว้างใหญ่ที่ทะเลและท้องฟ้าเชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ ลองมองออกไปจากบนประภาคารที่ตั้งอยู่บนแหลม แล้วชมวิวที่ทอดยาวสุดสายตา

9. เกาะคามิชิมะ เมืองโทบะ
เกาะคามิชิมะ (Kamishima) เคยถูกเชื่อว่าเป็นเกาะที่เทพเจ้าปกครอง และยังเป็นที่รู้จักในฐานะฉากของนวนิยายรักบริสุทธิ์เรื่อง “ชิโอไซ” ของยูกิโอะ มิชิมะ รวมถึงเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ด้วย
เนื่องจากทั้งเกาะเป็นภูเขา บ้านเรือนจึงเรียงตัวเป็นขั้นบันไดขึ้นไปจากท่าเรือ ก่อให้เกิดทิวทัศน์เฉพาะตัวของเกาะ นอกจากนี้ ทางตอนใต้สุดของเกาะยังมีภูมิประเทศแบบคาร์สต์ แสดงทิวทัศน์โดดเด่นของหาดนิวะที่มีผิวหินสีขาวขรุขระจากหินปูนที่ผุกร่อนตามสภาพอากาศ

บทสรุป
จังหวัดมิเอะเต็มไปด้วยทิวทัศน์ขนาดยิ่งใหญ่ที่เกิดจากรูปทรงของธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนที่ซ้อนทับกัน
เสน่ห์คือแต่ละแห่งมีความกว้างใหญ่คนละแบบ ทั้งหน้าผาหิน เส้นทางโบราณ นาขั้นบันได และอ่าว
เมื่อเที่ยวโดยเปลี่ยนมุมมองไปเรื่อย ๆ แม้เป็นสถานที่เดียวกันก็อาจได้พบสีหน้าที่ต่างออกไป ลองเลือกวิวที่สนใจ แล้วไปสัมผัสด้วยตัวเอง ณ สถานที่จริงกันเถอะ