
เที่ยวโคจิให้เหมือนออกสำรวจ! 11 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับทริปครอบครัวในจังหวัดโคจิ
จังหวัดโคจิเต็มไปด้วยวิวชายทะเลริมมหาสมุทรแปซิฟิกและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
ทั้งโซนชายทะเลรอบคัตสึระฮามะ (Katsurahama) สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองโคจิ สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ได้ชมสัตว์อย่างใกล้ชิด รวมถึงถ้ำริวกะโด (Ryugado Cave) ที่สนุกกับการสำรวจถ้ำได้ มีจุดให้พ่อแม่ลูกได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์ต่างๆ กระจายอยู่ทั่วจังหวัด
หลายแห่งเดินทางง่ายโดยมีเมืองโคจิเป็นศูนย์กลาง จึงน่าสนใจตรงที่สามารถผสมผสานการสัมผัสธรรมชาติกับการท่องเที่ยวได้
อยากให้ลองเพลิดเพลินไปพร้อมกับอาหารท้องถิ่นที่ฮิโรเมะมาร์เก็ต (Hirome Market) และสถานที่ที่ได้พบกับทิวทัศน์แบบโคจิ
ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดโคจิที่เหมาะให้พ่อแม่ลูกออกเที่ยวด้วยกันอย่างตื่นเต้น
3 เคล็ดลับในการเที่ยวโคจิกับครอบครัวให้เต็มอิ่ม
จังหวัดโคจิมีวิธีสนุกหลากหลาย ทั้งวิวชายทะเล ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และย่านเมืองท้องถิ่นที่ให้บรรยากาศแบบโคจิ
หากรู้จุดเด่นของแต่ละพื้นที่แล้ววางแผนเที่ยว จะช่วยให้ทริปพ่อแม่ลูกเดินทางได้สะดวกสบายขึ้น
1. ใช้พื้นที่รอบเมืองโคจิเป็นฐาน แล้วผสมผสานเที่ยวหลายโซน
บริเวณรอบเมืองโคจิมีสถานที่ท่องเที่ยวที่แวะง่ายสำหรับครอบครัวอยู่รวมกัน เช่น คัตสึระฮามะ ฮิโรเมะมาร์เก็ต และสวนพฤกษศาสตร์ประจำจังหวัดโคจิ มาคิโนะ (The Kochi Prefectural Makino Botanical Garden)
เมื่อจับคู่กับสวนสัตว์ในโซนโคนันหรือถ้ำริวกะโด ก็จะเที่ยวได้อย่างสมดุลทั้งการสัมผัสธรรมชาติและการชมสถานที่ต่างๆ

2. เพลิดเพลินกับทิวทัศน์หลากหลาย ทั้งทะเล ธรรมชาติ และการเดินเล่นในเมือง
เสน่ห์ของจังหวัดโคจิคือบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่โซนชายทะเลที่มองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิก หุบเขาเขียวชอุ่ม ไปจนถึงย่านเมืองท้องถิ่นในตัวเมืองโคจิ
การเที่ยวผสมผสานสวนสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์ และตลาดท่องเที่ยวต่างๆ จะทำให้พ่อแม่ลูกได้พบกับทิวทัศน์และบรรยากาศที่หลากหลาย

3. ใช้เวลาเพลิดเพลินกับแต่ละจุดอย่างสบายๆ
จังหวัดโคจิมีหลายแห่งที่เหมาะกับการใช้เวลาอยู่ให้นานขึ้น เช่น สถานที่ที่ได้ชมสัตว์อย่างใกล้ชิด หรือจุดที่สนุกกับการสำรวจถ้ำได้
หากไม่อัดตารางเดินทางแน่นเกินไป และใช้เวลาอย่างผ่อนคลายในสถานที่ที่สนใจ ก็จะทำให้ช่วงเวลาท่องเที่ยวของครอบครัวสนุกยิ่งขึ้น

ถ้าจะออกเที่ยวกับครอบครัวต้องที่นี่! 11 สถานที่ท่องเที่ยวในโคจิ
จังหวัดโคจิมีจุดท่องเที่ยวกระจายอยู่หลายแห่งที่พ่อแม่ลูกจะได้เที่ยวอย่างตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นถ้ำริวกะโดที่สนุกกับการสำรวจถ้ำได้ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคัตสึระฮามะที่ได้รับความนิยมจากนิทรรศการมีเอกลักษณ์ หรือสวนสัตว์ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
โดยเฉพาะในเมืองโคจิ ยังเที่ยวพร้อมชมวิวชายทะเลและชิมอาหารท้องถิ่นได้ง่าย น่าสนใจตรงที่สามารถผสมผสานการสัมผัสธรรมชาติกับการท่องเที่ยวได้
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับครอบครัวที่อยากพบกับทิวทัศน์และประสบการณ์แบบโคจิ
1. สวนสัตว์ประจำจังหวัดโคจิ โนอิจิ (เมืองโคนัน)
สวนสัตว์แห่งนี้เลี้ยงสัตว์ประมาณ 1,400 ตัวจากประมาณ 105 ชนิด ภายในพื้นที่กว้างขวางเขียวชอุ่มมีการจัดแสดงที่ใกล้เคียงกับสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยของสัตว์
มีทั้งลานจัดแสดงขนาดใหญ่ที่ชวนให้นึกถึงทุ่งสะวันนาซึ่งเป็นบ้านของยีราฟและม้าลาย รวมถึงสัตว์ยอดนิยมมากมาย เช่น นาก แพนด้าแดง และนกชูบิล จุดเด่นคือได้เดินชมพร้อมเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละโซน
“พิพิธภัณฑ์จังเกิล” ก็ได้รับความนิยม เพราะมีลูกเล่นจำลองฝนสควอลล์และหมอกเหมือนป่าฝนเขตร้อน ให้ประสบการณ์ราวกับหลงเข้าไปในป่าจริงๆ
เป็นสถานที่ที่อยากชวนพ่อแม่ลูกมาสนุกกับบรรยากาศการผจญภัย พร้อมสังเกตสัตว์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด

2. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคัตสึระฮามะ (เมืองโคจิ)
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ตั้งอยู่ริมชายหาดคัตสึระฮามะ จัดแสดงสิ่งมีชีวิตประมาณ 4,000 ตัวจากประมาณ 220 ชนิด โดยเน้นปลาที่อาศัยอยู่ในอ่าวโทสะ รวมถึงเต่าทะเล เพนกวิน และสิงโตทะเล
มีจุดน่าสนใจมากมาย เช่น ตู้แสดงฝูงปลาอากาเมะซึ่งเป็น “ปลาประหลาด” และตัวอย่างโครงกระดูกวาฬกับโลมา ระหว่างเดินชมภายในอาคารยังได้สัมผัสสิ่งมีชีวิตในทะเลของโคจิ
ที่นี่มีประสบการณ์ให้อาหารหลากหลาย และได้รับความนิยมในหมู่คนหลายวัยในฐานะสถานที่ที่ได้ชมความเป็นจริงของสิ่งมีชีวิตอย่างใกล้ชิด พร้อมเรียนรู้อย่างสนุกผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า
อยากให้ลองสังเกตนิทรรศการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำท้องถิ่นด้วย เช่น ป้ายชื่อปลาที่แนะนำวิธีปรุงปลาในนิทรรศการให้อร่อย

3. พิพิธภัณฑ์รำลึกซากาโมโตะ เรียวมะประจำจังหวัดโคจิ (เมืองโคจิ)
สถานที่จัดแสดงที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตของซากาโมโตะ เรียวมะ (Sakamoto Ryoma) และประวัติศาสตร์ช่วงปลายยุคเอโดะ
จัดแสดงเอกสารล้ำค่าจำนวนมาก เช่น จดหมายของซากาโมโตะ เรียวมะ จนแม้ไม่ใช่แฟนก็อาจเผลอชมอย่างตั้งใจ นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการที่ใช้เสียงและแอนิเมชัน ทำให้พ่อแม่ลูกเดินชมพร้อมสัมผัสบุคคลและประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโคจิได้
“แกลเลอรีที่มองเห็นทะเล” ซึ่งมองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิก และวิวจากดาดฟ้าก็น่าประทับใจ อยากให้เพลิดเพลินไปพร้อมกับทิวทัศน์รอบคัตสึระฮามะ

4. พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ยานาเสะ ทาคาชิ เมืองคามิ (เมืองคามิ)
พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ที่ตั้งอยู่ในเมืองคามิ จังหวัดโคจิ บ้านเกิดของนักวาดมังงะ ยานาเสะ ทาคาชิ (Yanase Takashi)
ได้สัมผัสเส้นทางการสร้างสรรค์และความคิดของยานาเสะ ทาคาชิ ผ่านต้นฉบับภาพวาด ภาพประกอบ บทกวี และผลงานหนังสือภาพอันล้ำค่า โดยมีผลงานเด่นอย่างซีรีส์ “อันปังแมน” เป็นศูนย์กลาง
ภายใน “พิพิธภัณฑ์อันปังแมน” มีโรงละครและร้านค้าพิพิธภัณฑ์อยู่ด้วย จึงเป็นสถานที่ที่ได้รับความรักในฐานะจุดเที่ยวที่สนุกได้ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้ใหญ่
ที่ “หอหนังสือภาพบทกวีและเมลเฮน” ซึ่งอยู่ติดกัน ยังแนะนำอีกด้านหนึ่งของเขาในฐานะนักเขียนหนังสือภาพและกวี ให้ใช้เวลาอย่างดื่มด่ำในโลกของผลงานได้

5. พิพิธภัณฑ์ของเล่นซากาวะ (เมืองซากาวะ)
พิพิธภัณฑ์แบบมีส่วนร่วมที่ใช้ไม้จากจังหวัดโคจิและเมืองซากาวะอย่างเต็มที่ ให้ได้ใช้เวลาเล่นสนุกในพื้นที่ที่โอบล้อมด้วยความอบอุ่นของไม้
มีพื้นที่เล่นที่เหมาะกับแต่ละวัย เช่น สระไข่ไม้ บล็อกไม้ไผ่ และ “ลานการเรียนรู้ผ่านไม้สำหรับทารก” จึงแวะได้ง่ายแม้พาเด็กเล็กมาด้วย
จุดเด่นอีกอย่างคือได้สัมผัสวัฒนธรรมและธรรมชาติของท้องถิ่น เช่น มุมเล่นสมมติที่เพลิดเพลินกับผลผลิตทางการเกษตรเฉพาะของจังหวัดโคจิและ “ซูชิชนบท”
ยังมีของเล่นลวดลายดอกไม้และพืชพรรณที่เกี่ยวข้องกับมาคิโนะ โทมิตาโร่ ให้พ่อแม่ลูกได้สัมผัสการเล่นและการเรียนรู้แบบโคจิ

6. ถ้ำริวกะโด (เมืองคามิ)
ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ในเมืองคามิ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติของประเทศ
ภายในถ้ำมีทิวทัศน์ลึกลับที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมากมาย เช่น “น้ำตกแห่งความทรงจำ” สูง 11 เมตร และหินงอกหินย้อย “เซกคะเด็น” ที่ดูคล้ายดอกไม้ เมื่อรวมกับการจัดแสงและเสียง ก็ยิ่งทำให้สนุกกับการสำรวจถ้ำท่ามกลางบรรยากาศแฟนตาซี
ผู้ที่อยากเพิ่มความตื่นเต้นสามารถลองท้าทาย “คอร์สผจญภัย” แบบต้องจองล่วงหน้าได้ เป็นประสบการณ์พิเศษที่กระตุ้นความเป็นนักผจญภัย โดยเดินไปตามทางมืดและแคบประมาณ 200 เมตร ซึ่งแตกต่างจากคอร์สทั่วไป อาศัยแสงจากไฟคาดศีรษะนำทาง

7. สวนพฤกษศาสตร์ประจำจังหวัดโคจิ มาคิโนะ (เมืองโคจิ)
สวนพฤกษศาสตร์บนภูเขาโกไดซังที่มองเห็นเมืองโคจิได้ทั่ว เปิดขึ้นเพื่อเชิดชูผลงานของดร.มาคิโนะ โทมิตาโร่ (Makino Tomitaro) ผู้เป็นที่รู้จักในฐานะบิดาแห่งอนุกรมวิธานพืชของญี่ปุ่น
ภายในพื้นที่ประมาณ 8 เฮกตาร์ มีพืชประมาณ 3,000 ชนิด รวมถึงพืชป่าที่เกี่ยวข้องกับดร.มาคิโนะ ให้ชมความงามที่เปลี่ยนไปในแต่ละฤดูกาล
โซนสวนใต้ยังมีร้านอาหาร จึงสามารถพักผ่อนในพื้นที่ที่รายล้อมด้วยต้นไม้ได้อย่างสบาย

8. ฮิโรเมะมาร์เก็ต (เมืองโคจิ)
หมู่บ้านร้านอาหารใกล้ปราสาทโคจิ เป็นจุดยอดนิยมที่ลิ้มลองของขึ้นชื่อโคจิได้อย่างสบายๆ เช่น คัตสึโอะทาทากิ อาหารจากวัวโทสะอาคาอุชิ และอาหารไก่ชาโมะ มีทั้งร้านอาหารและร้านขายสินค้าท้องถิ่นเรียงราย จุดเด่นคือได้สัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นแบบโคจิ
ความสนุกของที่นี่คือการซื้ออาหารจากร้านต่างๆ แล้วนำมานั่งกินร่วมกันในโซนฟู้ดคอร์ทส่วนกลาง ซึ่งเป็นวิธีที่นิยม ลองชิมอาหารโคจิหลากหลายอย่างทีละนิด พร้อมสนุกกับบรรยากาศตลาดที่คึกคักไปกับครอบครัว

9. สวนนิชิจิมะ (เมืองนันโกกุ)
ฟาร์มท่องเที่ยวในเมืองนันโกกุ เป็นจุดยอดนิยมที่ใช้เวลาอย่างผ่อนคลายท่ามกลางดอกไม้และผลไม้ได้
ภายในสวนจัดแสดงดอกไม้ประมาณ 200 ชนิดจากทั่วโลก รวมถึงเฟื่องฟ้าที่กล่าวกันว่าเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ให้เดินเล่นพร้อมชมทิวทัศน์สีสันสดใสได้
หากซื้อ “คูปองผลไม้” จะได้ลิ้มรสแตงโมและเมลอนคุณภาพดีตลอดทั้งปี ท่ามกลางทิวทัศน์งดงามของดอกไม้ที่บานสะพรั่ง
บางฤดูกาลยังสนุกกับการเก็บสตรอว์เบอร์รีได้ อีกทั้งมีคาเฟ่และร้านค้า เป็นสถานที่ที่อยากให้พ่อแม่ลูกแวะมาใช้เวลาแบบสบายๆ

10. มุโรโตะดอลฟินเซ็นเตอร์ (เมืองมุโรโตะ)
สถานที่เชิงประสบการณ์ริมทะเลมุโรโตะ ที่สนุกกับกิจกรรมใกล้ชิดโลมาได้
กิจกรรมของที่นี่โดดเด่นด้วยโปรแกรมที่ได้อยู่ใกล้โลมาอย่างมาก มีทั้งประสบการณ์ให้อาหาร ประสบการณ์เป็นเทรนเนอร์ และ “ดอลฟินสวิม” ที่ได้ว่ายน้ำกับโลมา ให้พ่อแม่ลูกใช้เวลาพิเศษร่วมกันพร้อมสัมผัสโลมาอย่างใกล้ชิด
เป็นจุดที่อยากให้สนุกกับประสบการณ์ธรรมชาติแบบโคจิ ควบคู่ไปกับวิวทะเลรอบแหลมมุโรโตะ

11. วันปาร์คโคจิ (เมืองโคจิ)
สวนสาธารณะแบบผสมผสานที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวสนุกได้ครบ เช่น “แอนิมอลแลนด์” ที่ใกล้ชิดสัตว์ได้ และโซนสวนสนุก “เพลย์แลนด์” ภายในสวนยังมีลานเดินเล่นริมน้ำและเครื่องเล่นออกกำลังกาย จึงใช้เวลาเล่นและพักผ่อนได้อย่างสบาย
ที่ “แอนิมอลแลนด์” เลี้ยงสัตว์ประมาณ 90 ชนิด เช่น ฟลามิงโก ม้าลาย และสิงโต จุดเด่นคืออยู่ใกล้สัตว์มาก โดยเฉพาะ “แอนิมอลแกลเลอรี” นิทรรศการในร่ม ที่สังเกตสัตว์ได้ในระยะใกล้มากโดยมีเพียงกระจกกั้นอยู่
ยังมีเครื่องเล่นอย่างชิงช้าสวรรค์และเชนทาวเวอร์ จึงเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมเพราะแวะง่ายแม้มากับเด็กเล็ก

เหมาะเป็นฐานสำหรับทริปครอบครัว! 3 ที่พักแนะนำในโคจิ
จังหวัดโคจิมีทั้งการเที่ยวในเมือง เช่น คัตสึระฮามะและฮิโรเมะมาร์เก็ต รวมถึงโซนชายทะเลและสถานที่ชานเมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติให้อยากไปเยือน
เพราะสถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่ในแต่ละพื้นที่ การเลือกที่พักให้เข้ากับสไตล์การเดินทางจะช่วยให้ทริปครอบครัวสะดวกสบายขึ้น
ขอแนะนำที่พักที่ใช้งานง่ายในฐานะฐานสำหรับเที่ยวโคจิ
1. โจไซคัง (เมืองโคจิ)
เรียวกังเก่าแก่ที่ก่อตั้งในปี 1874 ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านเกิดของซากาโมโตะ เรียวมะ เสน่ห์อยู่ที่พื้นที่แบบญี่ปุ่นอันสงบและการต้อนรับอบอุ่น เหมาะเป็นฐานสำหรับเที่ยวในเมืองโคจิ
ที่อ่างอาบน้ำกลางแจ้งชมวิวบนชั้นบนสุด สามารถแช่น้ำผ่อนคลายพร้อมชมย่านเมืองใต้ปราสาทโคจิและทิวเขาอุดมสมบูรณ์ได้
อาหารแบบโทสะก็ขึ้นชื่อ รวมถึงซาวาจิเรียวริที่จัดมาอย่างอลังการ เป็นที่พักที่อยากให้พ่อแม่ลูกพักอย่างสบาย พร้อมลิ้มรสรสชาติแบบโคจิ

2. รีสอร์ตโฮเทล อุมิเบะโนะคาจูเอ็น (เมืองโคนัน)
รีสอร์ตโฮเทลบนเนินสูงที่ห้องพักทุกห้องมองเห็นวิวทะเล และชมมหาสมุทรแปซิฟิกอันยิ่งใหญ่ได้จากห้องพัก มีห้องพักกว้างขวางตั้งแต่ 40 ตารางเมตรขึ้นไปครบครัน จุดเด่นคือได้ใช้เวลาอย่างผ่อนคลายพร้อมชมวิวทะเลที่เปลี่ยนอารมณ์ไปตามช่วงเวลา
ภายในอาคารมี “คัวเฮาส์” พร้อมสระว่ายน้ำในร่มที่ใช้ได้ตลอดปี ซาวน่าแบบใช้ร่วมกันได้ทั้งชายหญิง และจากุซซี่กลางแจ้ง อาหารที่ใช้วัตถุดิบจากโทสะก็ได้รับความนิยม เป็นที่พักที่อยากให้ครอบครัวมาพักสบายๆ พร้อมสัมผัสบรรยากาศรีสอร์ต

3. JR เคลเมนต์ อินน์ โคจิ (เมืองโคจิ)
โรงแรมที่อยู่ห่างจากสถานี JR โคจิ โดยเดิน 2 นาที ใช้รถบัสด่วน รถบัสลีมูซีนสนามบิน และรถรางได้สะดวก ทำเลจึงเหมาะเป็นฐานสำหรับพ่อแม่ลูกที่มาเที่ยวโคจิ
ชั้นต่างๆ ที่สื่อถึง “ความเป็นโคจิ” ผ่านการใช้วัสดุดั้งเดิมอย่างไม้จากจังหวัดโคจิ กระดาษญี่ปุ่นโทสะ และปูนปลาสเตอร์โทสะ ให้บรรยากาศอบอุ่นโอบล้อมด้วยความละมุนของไม้
ห้องพักเรียบง่ายและใช้งานได้ดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้พักสบาย เช่น เตียงกว้างจาก Serta และหมอนให้เลือก ส่วนอาหารเช้ามีเมนูเซ็ตแบบโคจิที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้ลิ้มลองด้วย

เที่ยวโคจิให้เหมือนออกสำรวจ! ตัวอย่างเส้นทางทริปครอบครัวในจังหวัดโคจิ 2 วัน 1 คืน
ทริป 2 วัน 1 คืนที่พ่อแม่ลูกจะได้เที่ยวสัมผัสประสบการณ์แบบโคจิ ทั้งวิวชายทะเล สวนสัตว์ท่ามกลางธรรมชาติ และการสำรวจถ้ำ
จากรอบเมืองโคจิไปจนถึงโซนโคนันและคามิเป็นหลัก ลองเพลิดเพลินกับการพบเจอธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต พร้อมสัมผัสทิวทัศน์และบรรยากาศท้องถิ่นเฉพาะของโคจิ
- วันที่ 1
- จัดหารถเช่าบริเวณสนามบินโคจิเรียวมะ→พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคัตสึระฮามะ→สวนพฤกษศาสตร์ประจำจังหวัดโคจิ มาคิโนะ→พักที่รีสอร์ตโฮเทล อุมิเบะโนะคาจูเอ็น
- วันที่ 2
- รีสอร์ตโฮเทล อุมิเบะโนะคาจูเอ็น→สวนสัตว์ประจำจังหวัดโคจิ โนอิจิ→สวนนิชิจิมะ→ถ้ำริวกะโด→คืนรถเช่าบริเวณสนามบินโคจิเรียวมะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวโคจิกับครอบครัว
Q
ทริปครอบครัวในจังหวัดโคจิ มีรถเช่าจะสะดวกกว่าหรือไม่?
ในเมืองโคจิสามารถเที่ยวด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้ค่อนข้างง่าย แต่หากต้องการผสมผสานเที่ยวสถานที่ชานเมือง เช่น คัตสึระฮามะ ถ้ำริวกะโด และสวนสัตว์โนอิจิ การมีรถเช่าจะช่วยให้เดินทางสะดวกขึ้น
Q
ถ้ำริวกะโด เด็กเล็กก็สนุกได้ไหม?
ถ้ำริวกะโดมีคอร์สท่องเที่ยวที่จัดเตรียมไว้ สามารถเดินชมพร้อมเพลิดเพลินกับทิวทัศน์เฉพาะของถ้ำหินปูนได้ เนื่องจากให้ความรู้สึกเย็นสบายแม้ในฤดูร้อน จึงเป็นจุดที่แวะได้ง่ายเมื่อเที่ยวร่วมกับสถานที่กลางแจ้ง
Q
ฮิโรเมะมาร์เก็ตใช้งานสะดวกสำหรับครอบครัวที่มีเด็กไหม?
ที่นี่เป็นจุดกินดื่มยอดนิยมที่เพลิดเพลินกับอาหารโคจิได้อย่างสบายๆ และมักเห็นครอบครัวมาใช้บริการกันมาก ช่วงเวลาบางช่วงอาจคนเยอะ จึงแนะนำให้ลองหลีกเลี่ยงเวลาพีคเล็กน้อยแล้วค่อยไป
Q
ทริปครอบครัวในจังหวัดโคจิมีช่วงที่แดดแรงไหม?
ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน มีหลายวันที่รู้สึกว่าแดดแรง สำหรับสถานที่ที่ใช้เวลากลางแจ้งนาน เช่น รอบคัตสึระฮามะและสวนสัตว์ หากเที่ยวไปพร้อมกับพักเป็นระยะจะใช้เวลาได้สบายขึ้น
บทสรุป
จังหวัดโคจิมีสถานที่กระจายอยู่หลายแห่งที่พ่อแม่ลูกได้สนุกกับประสบการณ์ร่วมกัน ไม่ว่าจะเดินริมทะเล สำรวจถ้ำ หรือชมสิ่งมีชีวิตอย่างใกล้ชิด
เพียงออกจากตัวเมืองโคจิไปไม่ไกล ทิวทัศน์และบรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างมาก จุดเด่นคือได้พบกับการค้นพบหลากหลายระหว่างการเดินทาง ลองสนุกกับทริปแบบโคจิ 2 วัน 1 คืน ที่พ่อแม่ลูกได้เที่ยวไปด้วยกันอย่างตื่นเต้นดูไหม