
คู่มือเที่ยวจังหวัดเกียวโตช่วงฤดูร้อน: สัมผัสความเย็นสบายจากทิวทัศน์ริมน้ำ
จังหวัดเกียวโตมีทิวทัศน์ทางน้ำหลากหลาย ตั้งแต่หมู่บ้านริมทะเล เมืองริมแม่น้ำ ไปจนถึงหุบเขาที่มีลำธารใสไหลผ่าน นอกเหนือจากเมืองเกียวโตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลกแล้ว เมื่อเดินทางต่อไปยังทะเลญี่ปุ่นหรือหุบเขา ก็จะได้พบเสน่ห์อีกหลายรูปแบบ
แต่ละพื้นที่ยังมีทิวทัศน์แตกต่างกัน ทั้งวัดและศาลเจ้าเก่าแก่ สวนญี่ปุ่น เมืองริมทะเล และธรรมชาติในหุบเขา มาสัมผัสทริปฤดูร้อนอย่างเต็มอิ่ม พร้อมชมวิวทะเลและแม่น้ำ เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันเย็นสบายและวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นกันเถอะ
เที่ยวริมน้ำและใต้ร่มไม้ สัมผัสความเย็นสบายในเกียวโตช่วงฤดูร้อน
สำหรับฤดูร้อนในเกียวโต แนะนำให้หลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่แดดแรง และจัดสถานที่ริมทะเล ริมแม่น้ำ หรืออุทยานธรรมชาติไว้ในแผนเที่ยว ช่วงเช้าเดินชมวัด ศาลเจ้า และย่านเมืองเก่า ส่วนตอนกลางวันที่อุณหภูมิสูงขึ้น ลองไปยังบริเวณริมแม่น้ำ พื้นที่ภูเขา หรือสถานที่ในร่ม เพื่อพักผ่อนท่ามกลางสายน้ำและพื้นที่เย็นสบาย
แถบชายฝั่งสามารถชมอ่าวและเวิ้งน้ำอันเงียบสงบ ส่วนในหุบเขาจะได้ฟังเสียงลำธารและสัมผัสไอเย็นภายในถ้ำ เมื่อถึงช่วงเย็นค่อยออกมาเดินเล่นอีกครั้ง รับลมแม่น้ำและลมทะเล ก็จะได้พบกับบรรยากาศของเกียวโตที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา

11 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเกียวโต ท่ามกลางทิวทัศน์ทะเล แม่น้ำ และป่าไม้
ไฮไลต์ของเกียวโตในฤดูร้อนคือทะเลสีครามของพื้นที่ทันโกะริมทะเลญี่ปุ่น รวมถึงลำธารและถ้ำในเขตภูเขา นอกจากทิวทัศน์ทางน้ำแล้ว ลองแวะชมวัด ศาลเจ้า และสวนที่โอบล้อมด้วยแมกไม้เขียวขจีด้วย
ช่วงที่อากาศร้อนจัดเหมาะสำหรับการเดินทางหรือชมสถานที่ในร่ม ส่วนช่วงเช้าและเย็นค่อยเดินเที่ยวริมทะเลหรือเส้นทางเดินชมธรรมชาติ ต่อไปนี้คือ 11 จุดที่ให้คุณสัมผัสความเย็นสบายและทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของฤดูร้อน
1. บ้านเรืออิเนะ เมืองอิเนะ
บริเวณริมอ่าวอิเนะมีบ้านเรือที่เรียกว่า ฟุนายะ ประมาณ 230 หลังตั้งเรียงราย โดยใช้ชั้น 1 เป็นที่เก็บเรือ เกิดเป็นทิวทัศน์ที่หาได้ยากแม้ในระดับประเทศ เนื่องจากบ้านเรือเหล่านี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของชาวบ้าน จึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ส่วนบุคคลและเดินชมโดยคำนึงถึงผู้พักอาศัย
หากใช้บริการแท็กซี่ทางทะเลหรือเรือนำเที่ยว จะได้ชมทิวทัศน์อันโดดเด่นของบ้านเรือจากฝั่งทะเล ฤดูร้อนเหมาะกับการมองดูท้องทะเลอันสงบและบ้านเรือที่ทอดยาว พร้อมใช้เวลาในแบบฉบับเมืองริมน้ำ

2. สวนอามาโนะฮาชิดาเตะ คาซามัตสึ เมืองมิยาซุ
สวนอามาโนะฮาชิดาเตะ คาซามัตสึ (Amanohashidate Kasamatsu Park) ในเมืองมิยาซุ จังหวัดเกียวโต เป็นจุดชมวิวอันงดงามที่มองเห็นอามาโนะฮาชิดาเตะ หนึ่งในสามทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่นอยู่เบื้องล่าง สวนตั้งอยู่กลางไหล่เขานาริไอ สูงจากระดับน้ำทะเล 130 เมตร และเดินทางจากเชิงเขาได้ด้วยเคเบิลคาร์หรือลิฟต์
ทิวทัศน์ที่อามาโนะฮาชิดาเตะดูคล้ายมังกรทะยานขึ้นฟ้าเรียกว่า โชริวคัง และที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งกำเนิดการก้มมองวิวลอดหว่างขา ลองชมภาพทะเลและแนวต้นสนที่วาดลวดลายร่วมกันจากมุมสูง

3. แหลมเคียวกามิซากิและประภาคารเคียวกามิซากิ เมืองเคียวทันโกะ
แหลมเคียวกามิซากิ (Kyogamisaki) ตั้งอยู่บนคาบสมุทรทันโกะ ซึ่งเป็นจุดเหนือสุดของจังหวัดเกียวโตและภูมิภาคคิงกิ หน้าผาที่มีโครงสร้างแนวเสาหินเด่นชัดยังเป็นหนึ่งในแหล่งสำคัญของอุทยานธรณีโลกยูเนสโกชายฝั่งซันอิน
ประภาคารเคียวกามิซากิตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 148 เมตร เปิดไฟครั้งแรกในปี 1898 และใช้เลนส์เฟรสเนลชั้น 1 ซึ่งมีเพียง 5 แห่งในญี่ปุ่น สีครามของทะเลญี่ปุ่นตัดกับประภาคารสีขาวอย่างชัดเจน ก่อให้เกิดทิวทัศน์ทางทะเลที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศฤดูร้อน

4. สะพานรถไฟแม่น้ำยูระ เมืองมิยาซุ
สะพานรถไฟแห่งนี้รองรับรถไฟสายมิยามาอิของรถไฟเกียวโตทันโกะขณะข้ามแม่น้ำยูระ ระหว่างสถานีทันโกะคันซากิกับสถานีทันโกะยูระมีสะพานรถไฟยาว 552 เมตรทอดข้ามแม่น้ำ นับเป็นสะพานรถไฟที่ยาวที่สุดในจังหวัดเกียวโต
เนื่องจากผิวน้ำอยู่ใกล้คานสะพาน เมื่อนั่งรถไฟจึงรู้สึกราวกับกำลังแล่นอยู่บนผิวน้ำ ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสช่วงฤดูร้อน สะพานสีแดงจะโดดเด่นงดงามเป็นพิเศษโดยมีท้องฟ้าและทะเลสีครามเป็นฉากหลัง

5. ถนนอาราชิยามะ–ทาคาโอะ พาร์กเวย์ เมืองเกียวโต
ถนนขับรถชมวิวความยาว 10.7 กิโลเมตรสายนี้ทอดจากอาราชิยามะถึงทาคาโอะ ลัดเลาะไปตามแนวภูเขาทางตะวันตกของเกียวโต เพลิดเพลินกับการขับรถบนเส้นทางที่โอบล้อมด้วยแมกไม้สีเขียวเข้ม พร้อมชมทิวทัศน์ฤดูร้อนอันสดชื่นของหุบเขาโฮซุ
ระหว่างทางยังมีจุดชมวิวหลายแห่ง จุดชมวิวหุบเขาโฮซุสามารถมองเห็นเรือล่องแม่น้ำโฮซุจากเบื้องบน ส่วนจุดชมวิวโชบุกาโอกะมีระฆังแห่งความสุขให้ตี ทั้งสองแห่งเหมาะสำหรับแวะพักและดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันโปร่งโล่งจากจุดชมวิวที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ

6. ศาลเจ้าคิฟุเนะ เมืองเกียวโต
ศาลเจ้าคิฟุเนะ (Kifune Shrine) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคิฟุเนะ เป็นศาลเจ้าหลักแห่งเทพแห่งสายน้ำที่ประดิษฐานเทพทาคาโอกามิ ผู้ควบคุมน้ำ ศาลทั้งสาม ได้แก่ ศาลหลัก ศาลชั้นใน และศาลยูอิโนะยาชิโระ กระจายตัวอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี สามารถเดินสักการะไปตามถนนริมแม่น้ำได้
เซียมซีน้ำที่มีชื่อเสียงจะปรากฏตัวอักษรเมื่อนำไปจุ่มในน้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นเซียมซีที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเทพแห่งสายน้ำ ภายในศาลที่อบอวลด้วยเสียงน้ำและร่มเงาไม้ คุณจะสัมผัสได้ถึงความศรัทธาที่มีต่อสายน้ำอย่างใกล้ชิด

7. วัดคิโยมิสึเดระแห่งภูเขาโอโตวะ เมืองเกียวโต
วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera) เปิดขึ้นในปี 778 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกในปี 1994 เป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่เป็นตัวแทนของเกียวโต ภายในพื้นที่วัดซึ่งแผ่กว้างกลางไหล่เขาโอโตวะ มีอาคารทางศาสนาและอนุสรณ์สถานมากกว่า 30 แห่ง รวมถึงสมบัติชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ
วิหารหลักซึ่งเป็นที่รู้จักจากสำนวน กระโดดลงจากระเบียงคิโยมิสึ ที่หมายถึงการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว คือจุดที่ควรชม จากระเบียงสามารถมองเห็นเมืองเกียวโตได้ทั่ว พร้อมเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ฤดูร้อนและแนวภูเขาอันเขียวชอุ่ม

8. พระตำหนักคัตสึระ เมืองเกียวโต
พระตำหนักคัตสึระ (Katsura Imperial Villa) สร้างขึ้นในช่วงต้นสมัยเอโดะเพื่อเป็นพระตำหนักพักผ่อนของราชสกุลฮาจิโจ สถาปัตยกรรมและสวนผสานกันอย่างงดงาม อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างสวนแบบเดินชมที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ โดยจัดวางเนินเขาจำลอง สระน้ำ และเรือนน้ำชาไว้ในพื้นที่กว้างใหญ่
เมื่อเดินรอบสระน้ำ สันทราย และเรือนน้ำชา จะพบกับทิวทัศน์ที่ดูราวกับภาพวาดปรากฏต่อสายตาอย่างต่อเนื่อง ผิวน้ำในสระและสีเขียวสดของสวนช่วยเติมบรรยากาศเย็นสบาย

9. อุทยานธรรมชาติรุริเค จังหวัดเกียวโต เมืองนันตัน
อุทยานธรรมชาติแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ราบสูงระดับ 500 เมตร มีหุบเขาที่เกิดจากลำธารใสทอดยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ในฤดูร้อนสามารถเดินเล่นท่ามกลางเสียงลำธารและน้ำตก จึงได้รับความนิยมในฐานะหนึ่งในสถานที่พักร้อนชั้นนำของจังหวัด
เสียงนกร้องและเสียงไพเราะของกบคาจิกะที่ดังขึ้นเป็นครั้งคราวช่วยเติมบรรยากาศอันละเมียดละไม มอบช่วงเวลาพิเศษที่ทำให้ลืมชีวิตประจำวัน

10. สวนถ้ำหินปูนชิซุชิ เมืองเคียวทันบะ
สวนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของถ้ำหินปูนเพียงแห่งเดียวในจังหวัดเกียวโต ซึ่งได้รับการกำหนดให้เป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติของจังหวัด เพลิดเพลินกับการสำรวจอันน่าตื่นเต้น โดยลงบันไดไปตามปล่องแนวตั้งที่มีระดับความสูงต่างกัน 25.1 เมตร แล้วเดินต่อผ่านทางคดเคี้ยวภายในถ้ำ
อุณหภูมิภายในถ้ำอยู่ที่ประมาณ 12–15 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงกลางฤดูร้อนจะมีผู้คนจำนวนมากมาเยือนในฐานะจุดพักคลายร้อนตามธรรมชาติ ควรเตรียมเสื้อคลุมไว้รับมือกับอุณหภูมิที่แตกต่างจากด้านนอก

11. น้ำตกโคโตะ เมืองเคียวทันบะ
น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในป่าเคียวทันบะ และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 200 แหล่งธรรมชาติของเกียวโต น้ำไหลลงมาตามผิวหน้าของหินก้อนใหญ่แผ่นเดียวด้วยความสูง 43 เมตร จัดว่าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของจังหวัด
ชื่อของน้ำตกมีที่มาจากสายน้ำเรียวเล็กที่ดูคล้ายสายพิณโคโตะ มีเส้นทางเดินจากลานจอดรถไปถึงน้ำตก ในฤดูร้อนสามารถเดินเล่นท่ามกลางแมกไม้เขียวเข้มและเสียงน้ำที่รายล้อม

กิจกรรมฤดูร้อนในเกียวโตสำหรับสัมผัสธรรมชาติริมน้ำ
แหล่งธรรมชาติริมน้ำในเกียวโตมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการชมหมู่บ้านจากกลางทะเล ขับรถเลียบแม่น้ำผ่านภูเขา หรือเดินสำรวจภูมิประเทศที่เกิดจากลำธารและน้ำใต้ดิน
ควรตรวจสอบความแรงของแสงแดดและสภาพอากาศ พร้อมพักและดื่มน้ำเป็นระยะ เพื่อเพลิดเพลินกับธรรมชาติในฤดูร้อนโดยไม่หักโหม
พายคายักและ SUP ชมทิวทัศน์หมู่บ้านจากกลางทะเล
ในอ่าวและเวิ้งน้ำอันสงบ คุณสามารถพายคายักหรือ SUP ชมหมู่บ้านริมทะเลจากมุมมองใกล้ผิวน้ำ พร้อมดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของทะเลญี่ปุ่น
เนื่องจากกิจกรรมได้รับผลกระทบจากลมและคลื่น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของไกด์ท้องถิ่นและเลือกโปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้น เพื่อให้สนุกได้อย่างสบายใจ

ขับรถชมวิวในหุบเขา สัมผัสความเชื่อมโยงระหว่างแม่น้ำกับภูเขา
การขับรถผ่านพื้นที่ภูเขาช่วยให้มองเห็นหุบเขาและสายน้ำจากที่สูง พร้อมสัมผัสความกว้างใหญ่และมิติของภูมิประเทศ ควรแวะพักตามจุดชมวิวระหว่างทาง
วิธีนี้ช่วยลดภาระจากการเดินเป็นเวลานาน และยังเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ภูเขาโดยหลีกเลี่ยงความร้อนในตอนกลางวันได้

เดินป่าริมลำธารและสำรวจถ้ำ สัมผัสเสียงน้ำและไอเย็น
บนเส้นทางเดินเลียบลำธารและภายในถ้ำ คุณจะได้สัมผัสธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของฤดูร้อน พร้อมฟังเสียงสายน้ำและรับไอเย็นจากผิวหิน แม้เป็นเส้นทางระยะสั้น บางจุดก็อาจเปียกหรือลื่นได้
ควรเลือกสวมรองเท้าที่เดินสะดวกและกันลื่น รวมถึงเตรียมเสื้อคลุมบาง ๆ สำหรับภายในถ้ำเพื่อความสบาย

3 ร้านอาหารในเกียวโตที่ให้คุณลิ้มรสวัตถุดิบจากทะเล แม่น้ำ และชนบท
ทิวทัศน์ของเกียวโตเปลี่ยนไปตั้งแต่เมืองริมทะเลและย่านเมืองเก่า ไปจนถึงชนบทกลางหุบเขา เอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ยังสะท้อนผ่านอาหารอีกด้วย ต่อไปนี้คือ 3 ร้านที่คุณจะได้ลิ้มรสอาหารทะเลจากอ่าวอิเนะ อาหารบนระเบียงริมน้ำของแม่น้ำคิฟุเนะ และผลผลิตทางการเกษตรจากเคียวทันบะ
1. วาดัตสึมิ เมืองอิเนะ
ร้านวาดัตสึมิ (Wadatsumi) ตั้งอยู่ภายในศูนย์ท่องเที่ยวและแลกเปลี่ยนฟุนายะบิโยริ สามารถรับประทานอาหารพร้อมชมทะเลอันเงียบสงบและบ้านเรือที่มองเห็นเหนืออ่าวอิเนะ
ทางร้านใช้ปลาและอาหารทะเลสดจากอ่าวอิเนะ ซึ่งหัวหน้าเชฟออกไปคัดซื้อด้วยตนเองทุกเช้า แล้วนำมาปรุงเป็นเมนูที่สะท้อนรสชาติของแต่ละฤดูกาล
ทั้งปลาอาจิและปลาอิซากิสามารถลิ้มลองได้ในรูปแบบซูชิ ซาชิมิ และปลาต้ม ส่วนฤดูร้อนยังมีหอยนางรมอิวางากิที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับแวะชิมทิวทัศน์แห่งท้องทะเลและรสชาติประจำฤดูกาล ก่อนหรือหลังเดินเที่ยวเมืองบ้านเรือ

2. คิฟุเนะ อุเก็นตะ เมืองเกียวโต
คิฟุเนะ อุเก็นตะ (Kibune Ugenta) เป็นร้านที่เคยทำหน้าที่ดูแลศาลเจ้าคิฟุเนะมาอย่างยาวนาน และเปิดกิจการเป็นเรียวกังพร้อมอาหารในปี 1962 ที่นั่งแบบเสื่อทาทามิบนระเบียงริมน้ำซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงสิ้นเดือนกันยายน ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำโดยตรง ให้สัมผัสความเย็นผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ทั้งสายน้ำ เสียงน้ำไหล และอากาศเย็นสดชื่น ราวกับเครื่องปรับอากาศจากธรรมชาติ
ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นมีอาหารไคเซกิที่ใช้วัตถุดิบแบบเกียวโต เช่น ปลาไหลฮาโมะและฟองเต้าหู้ หากฝนตกหรือระดับน้ำในแม่น้ำสูง จะเปลี่ยนไปรับประทานภายในร้าน จึงควรตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้า

3. จุดพักรถเคียวทันบะ อาจิมุโนะซาโตะ เมืองเคียวทันบะ
จุดพักรถเคียวทันบะ อาจิมุโนะซาโตะ (Roadside Station Kyotamba Ajimunosato) เชื่อมต่อโดยตรงกับทางด่วนเกียวโตจูคัง ให้คุณสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมอาหารของเคียวทันบะ นอกจากร้านค้าที่จำหน่ายผลผลิตตามฤดูกาลและสินค้าขึ้นชื่อแล้ว ยังมีสถานีเคียวทันบะที่แนะนำสถานที่และวัฒนธรรมซึ่งเติบโตจากธรรมชาติของเคียวทันบะ รวมถึงร้านอาหารยอดนิยมอย่าง ทันบะซาโตยามะ เรสเตอรองต์ Bonchi และทันบะไดโชคุโด ซึ่งเสิร์ฟเมนูที่ใช้ถั่วดำกับวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล มาลิ้มรสเอกลักษณ์ของเคียวทันบะผ่านอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นกัน

3 โรงแรมแนะนำในเกียวโต เลือกตามวิวริมน้ำและความสะดวกในการเดินทาง
สำหรับทริปฤดูร้อนที่เดินทางทั่วจังหวัดเกียวโต การเลือกที่พักโดยคำนึงถึงกำหนดการวันถัดไปและระยะทางเป็นเรื่องสำคัญ
ที่พักทั้ง 3 แห่งตั้งอยู่ในทำเลที่แตกต่างกัน ได้แก่ ริมทะเล ใจกลางเมือง และชนบทกลางหุบเขา จึงสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์และอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ระหว่างเข้าพักได้
1. อาบุรายะ เบ็กคัง นาโกมิเต เมืองอิเนะ
อาบุรายะ เบ็กคัง นาโกมิเต (Aburaya Bekkan Nagomitei) เปิดให้บริการในเมืองอิเนะ บนคาบสมุทรทันโกะ จังหวัดเกียวโต เป็นที่พักหรูที่มีห้องพักทั้งหมด 12 ห้อง ทุกห้องมาพร้อมอ่างแช่น้ำกลางแจ้งซึ่งมองเห็นทะเลญี่ปุ่น เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ทะเลอันกว้างใหญ่ได้จากหน้าต่างบานใหญ่และอ่างแช่น้ำกลางแจ้งภายในห้อง
เสน่ห์อีกอย่างคือบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ขุดขึ้นเองและอาหารไคเซกิซึ่งใช้วัตถุดิบจากทะเลในท้องถิ่น ดื่มด่ำกับวิวพระอาทิตย์ตก พลางย้อนรำลึกถึงการเดินทางตามชายฝั่งทันโกะ

2. โรงแรมเกียวโต เซ็นจูรี เมืองเกียวโต
โรงแรมเกียวโต เซ็นจูรี (Kyoto Century Hotel) ตั้งอยู่ในทำเลเยี่ยม ใช้เวลาเดินเพียง 2 นาทีจากสถานีเกียวโตของ JR และรถไฟใต้ดิน ภายในโรงแรมตกแต่งด้วยบรรยากาศโมเดิร์นคลาสสิก ช่วยให้ลืมความวุ่นวายของเมือง
ที่นี่ยังสะดวกสำหรับแผนการเดินทางด้วยรถไฟหรือรถบัสระหว่างตัวเมืองกับพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัด และทำเลใกล้สถานีช่วยให้กลับมาพักผ่อนได้อย่างรวดเร็วหลังเที่ยวท่ามกลางอากาศร้อน

3. ซาโตยามะโนะคิวจิตสึ เกียวโต เคบุริกาวะ เมืองคาเมโอกะ
ซาโตยามะโนะคิวจิตสึ เกียวโต เคบุริกาวะ (Satoyama no Kyujitsu Kyoto Keburikawa) เป็นที่พักในคาเมโอกะที่ให้คุณเพลิดเพลินกับคอร์สอาหารตามฤดูกาลซึ่งใช้ผักจากฟาร์มของที่พัก และทิวทัศน์ชนบทกลางหุบเขาอันเขียวขจี ห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่มีทั้งอ่างในร่มที่ปูเสื่อทาทามิและอ่างหินกลางแจ้ง
ยังมีห้องพักพร้อมอ่างแช่น้ำกลางแจ้งหรือซาวน่าส่วนตัว ให้พักผ่อนร่างกายหลังการท่องเที่ยวได้เต็มที่ ส่วนโดมแกลมปิงติดเครื่องปรับอากาศก็ช่วยให้สนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งในฤดูร้อนได้อย่างสบาย

3 อีเวนต์น่าสนใจที่เติมสีสันให้การเที่ยวเกียวโตช่วงฤดูร้อน
ฤดูร้อนของเกียวโตมีทั้งเทศกาลที่สืบทอดประวัติศาสตร์อันยาวนานและพิธีส่งดวงวิญญาณ ตั้งแต่ขบวนแห่ยามาโฮโกะอันตระการตา ไปจนถึงค่ำคืนอันสงบน่าเคารพซึ่งแสงไฟปรากฏบนภูเขาและทะเล ควรทำความเข้าใจเบื้องหลังของแต่ละงานก่อนเข้าชม
1. เทศกาลกิอง เมืองเกียวโต
เทศกาลกิอง (Gion Matsuri) เป็นที่รู้จักทั่วโลกในฐานะหนึ่งในสามเทศกาลใหญ่ของญี่ปุ่น ในฐานะเทศกาลประจำศาลเจ้ายาซากะ จะมีพิธีกรรมและกิจกรรมหลากหลายต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่พิธีคิปปุอิริในวันที่ 1 กรกฎาคมจนถึงเทศกาลฤดูร้อนนาโกชิของศาลเจ้าเอกิในวันที่ 31 กรกฎาคม
ไฮไลต์สำคัญคือขบวนแห่ยามาโฮโกะและขบวนแห่ศาลเจ้าเคลื่อนที่ ซึ่งจัดในเทศกาลช่วงต้นวันที่ 17 และเทศกาลช่วงหลังวันที่ 24 ในคืนโยอิยามะ โคมไฟบนยามาโฮโกะจะส่องสว่างพร้อมเสียงดนตรีกิองบายาชิ ก่อให้เกิดทิวทัศน์ฤดูร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของเกียวโต

2. พิธีจุดไฟส่งดวงวิญญาณบนภูเขาทั้งห้าแห่งเกียวโต เมืองเกียวโต
ทุกคืนวันที่ 16 สิงหาคม ตัวอักษรและรูปทรงที่วาดด้วยเปลวไฟจะปรากฏบนภูเขารอบแอ่งเกียวโตในพิธีจุดไฟส่งดวงวิญญาณบนภูเขาทั้งห้าแห่งเกียวโต (Kyoto Gozan Okuribi) โดยเริ่มจุดไฟตามลำดับจากตัวอักษรไดบนฮิกาชิยามะ ตามด้วยเมียวโฮ รูปเรือ ตัวอักษรไดด้านซ้าย และรูปประตูโทริอิ
พิธีนี้ไม่ใช่อีเวนต์ท่องเที่ยว แต่เป็นประเพณีส่งดวงวิญญาณที่ต้อนรับกลับมาในช่วงโอบ้ง ขณะเข้าชมควรปฏิบัติตามคำแนะนำของท้องถิ่น และเงยชมท้องฟ้ายามค่ำคืนของฤดูร้อนอย่างสงบ

3. งานลอยโคมและดอกไม้ไฟมิยาซุ เมืองมิยาซุ
งานลอยโคมและดอกไม้ไฟมิยาซุ (Miyazu Toro Nagashi Fireworks Festival) เป็นประเพณีฤดูร้อนสำคัญของมิยาซุ ผสานพิธีลอยโคมที่มีประวัติศาสตร์ประมาณ 400 ปีเข้ากับการแสดงดอกไม้ไฟ
ยามเย็น โคมไฟประมาณ 10,000 ดวงจะประดับอ่าวมิยาซุให้ดูราวกับภาพฝัน พร้อมบรรยากาศแห่งการภาวนาอันเงียบสงบ เมื่อค่ำคืนลึกขึ้น ดอกไม้ไฟหลากสีจะถูกจุดขึ้นล้อมรอบเรือดวงวิญญาณ และดอกไม้ไฟชุดใหญ่แต่งแต้มท้องทะเล เพลิดเพลินกับค่ำคืนฤดูร้อนอันงดงามเหนือจริงในแบบฉบับมิยาซุ ซึ่งเกิดจากแสงโคมและดอกไม้ไฟที่ถักทอร่วมกัน

ตัวอย่างเส้นทางเที่ยวเกียวโตช่วงฤดูร้อน 2 วัน 1 คืน เชื่อมต่อทิวทัศน์ริมน้ำ
ฤดูร้อนในเกียวโตไม่ได้มีเพียงวัด ศาลเจ้า และสวนเก่าแก่เท่านั้น หากเดินทางต่อไปยังพื้นที่ภูเขาหรือริมทะเล ก็จะได้พบธรรมชาติอันเย็นสบายและทิวทัศน์อันกว้างใหญ่
วันแรกเที่ยวชมมรดกโลกและสวนชื่อดังในเมืองเกียวโต ก่อนเพลิดเพลินกับธรรมชาติในพื้นที่ทันบะ วันที่ 2 เดินทางเลียบทะเลญี่ปุ่น ชมทิวทัศน์บ้านเรือและความงามของอามาโนะฮาชิดาเตะ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ฤดูร้อนอันหลากหลายที่มีเฉพาะในเกียวโต
- วันที่ 1
- สถานีเกียวโต JR → รับรถเช่า → สักการะวัดคิโยมิสึเดระแห่งภูเขาโอโตวะ → ชมพระตำหนักคัตสึระ → รับประทานอาหารกลางวันและเลือกซื้อสินค้าขึ้นชื่อที่จุดพักรถเคียวทันบะ อาจิมุโนะซาโตะ → สัมผัสความเย็นสบายที่สวนถ้ำหินปูนชิซุชิ → พักที่อาบุรายะ เบ็กคัง นาโกมิเต
- วันที่ 2
- เรียวกัง → ชมทิวทัศน์อันงดงามของทะเลญี่ปุ่นที่แหลมเคียวกามิซากิและประภาคารเคียวกามิซากิ → รับประทานอาหารทะเลมื้อกลางวันที่วาดัตสึมิ → เดินชมบ้านเรืออิเนะ → ชมอามาโนะฮาชิดาเตะจากสวนอามาโนะฮาชิดาเตะ คาซามัตสึ → คืนรถเช่า → สถานีเกียวโต JR
อุณหภูมิเฉลี่ยของเกียวโตในฤดูร้อน
อุณหภูมิและความชื้นในเมืองเกียวโตจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน ส่วนเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมมีอุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนสูงกว่า 27 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณแอ่งกระทะมีอากาศร้อนจัดในตอนกลางวัน ควรเที่ยวช่วงเช้าหรือเย็น พักในอาคาร และเติมน้ำกับเกลือแร่ควบคู่กัน
พื้นที่ริมทะเลและเขตภูเขาทางตอนเหนือของจังหวัดมีสภาพอากาศแตกต่างจากเขตเมือง จึงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศของจุดหมายแต่ละแห่งก่อนออกเดินทาง
| มิถุนายน | กรกฎาคม | สิงหาคม |
|---|---|---|
| 23.3 | 27.3 | 28.5 |
อ้างอิง: กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น
เคล็ดลับการแต่งกายให้เที่ยวเกียวโตช่วงฤดูร้อนได้อย่างสบาย
วันที่เดินเที่ยวในเมืองเกียวโตหรือริมทะเล ควรเลือกเสื้อแขนสั้นหรือเสื้อผ้าบางเบาที่ระบายอากาศได้ดีเป็นหลัก และใช้หมวกหรือร่มกันแดดเพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด พกผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อและเครื่องดื่ม พร้อมหยุดพักเป็นระยะ
บริเวณวัด ศาลเจ้า สวน ทางปูหิน และเส้นทางเลียบลำธารมักต้องเดินเป็นระยะทางไกล จึงแนะนำรองเท้าคู่ที่สวมจนคุ้นเคย หากเข้าไปในอาคารที่เปิดเครื่องปรับอากาศหรือถ้ำซึ่งมีอุณหภูมิประมาณ 12–15 องศาเซลเซียส เสื้อคลุมบาง ๆ จะช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายได้ง่ายขึ้น
ควรเตรียมร่มพับหรือเสื้อกันฝนน้ำหนักเบาไว้รับมือกับฝนที่อาจตกกะทันหันด้วย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเกียวโตช่วงฤดูร้อน
Q
การเที่ยวเกียวโตช่วงฤดูร้อนมีเสน่ห์อย่างไร?
นอกจากวัด ศาลเจ้า และย่านเมืองเก่าแล้ว ยังเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ทางน้ำอันหลากหลายได้ ทั้งบ้านเรือริมทะเลญี่ปุ่น อามาโนะฮาชิดาเตะ วัดและศาลเจ้าริมแม่น้ำ ลำธาร และถ้ำหินปูน แนะนำให้เดินเที่ยวในเมืองช่วงเช้าและเย็น ส่วนตอนกลางวันไปยังพื้นที่ริมน้ำ เขตภูเขา หรือสถานที่ในร่ม
Q
ควรใช้เวลากี่วันในการเที่ยวเกียวโตช่วงฤดูร้อน?
หากเที่ยวเมืองเกียวโตเป็นหลัก ทริป 2 วัน 1 คืนก็สามารถสนุกได้ แต่หากรวมพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัด เช่น อามาโนะฮาชิดาเตะและอิเนะ ทริป 3 วัน 2 คืนที่เผื่อเวลาสำหรับการเดินทางจะเหมาะที่สุด หากมีเวลา 2 วัน 1 คืน ควรเลือกเฉพาะสถานที่สำคัญและตรวจสอบตารางรถไฟหรือรถบัสล่วงหน้า
Q
ช่วงเวลาใดเหมาะสำหรับเที่ยวเกียวโตในฤดูร้อน?
วัด ศาลเจ้า และย่านเมืองเก่ากลางแจ้งจะเดินเที่ยวได้สบายกว่าในช่วงเช้าที่อุณหภูมิค่อนข้างต่ำ หรือช่วงเย็นที่แดดอ่อนลง ตอนกลางวันควรจัดแผนเที่ยวริมแม่น้ำ ถ้ำ และสถานที่ในร่ม พร้อมเผื่อเวลาพักและดื่มน้ำให้เพียงพอ
Q
มีอีเวนต์ใดในเกียวโตที่แนะนำสำหรับฤดูร้อน?
อีเวนต์สำคัญ ได้แก่ เทศกาลกิองซึ่งจัดตั้งแต่วันที่ 1–31 กรกฎาคม รวมถึงพิธีจุดไฟส่งดวงวิญญาณบนภูเขาทั้งห้าแห่งเกียวโตและงานลอยโคมและดอกไม้ไฟมิยาซุในวันที่ 16 สิงหาคม เนื่องจากทุกงานเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับความศรัทธาและการส่งดวงวิญญาณ จึงควรทำความเข้าใจภูมิหลัง พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำและกฎการเข้าชมในพื้นที่
บทสรุป
เกียวโตเป็นสถานที่ซึ่งประวัติศาสตร์มาบรรจบกับทิวทัศน์ทางน้ำอันหลากหลาย ทั้งชายฝั่งทันโกะริมทะเลญี่ปุ่น วัดและศาลเจ้าริมแม่น้ำ ลำธาร และถ้ำหินปูน
ในฤดูร้อน ลองเดินชมวัด ศาลเจ้า และย่านเมืองเก่าในช่วงเช้าหรือเย็น ส่วนตอนกลางวันจัดแผนเที่ยวริมน้ำ ใต้ร่มไม้ และสถานที่ในร่ม ก็จะเพลิดเพลินกับการเดินทางพร้อมหลีกเลี่ยงความร้อนได้
สัมผัสช่วงเวลาฤดูร้อนของเกียวโตอย่างเต็มอิ่ม ค้นพบความเย็นสบายจากสายน้ำ พร้อมชมทิวทัศน์ทะเล แม่น้ำ และภูเขา รวมถึงเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น